นักกฎหมายสตรีแห่ง มศว ‘ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์’ รุกให้ความรู้กฎหมายเพื่อสิทธิสตรี : เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้

นักกฎหมายสตรีแห่ง มศว ‘ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์’   รุกให้ความรู้กฎหมายเพื่อสิทธิสตรี : เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้

นักกฎหมายสตรีแห่ง มศว ‘ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์’ รุกให้ความรู้กฎหมายเพื่อสิทธิสตรี : เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.34 น.

นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ปัจจุบันได้มีผลบังคับใช้ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” (การรับรองการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน) แล้ว ขณะที่สังคมไทยเราเปิดกว้างยอมรับความแตกต่างทางเพศอย่างเสรี  โดยหนึ่งในแนวคิด L-O-V-E-S ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) คือการสร้างและให้โอกาส O – Opportunity ว่า มศว เป็นมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสและความเท่าเทียมทางด้านเพศสภาพและการศึกษาแก่นิสิตที่มีความหลากหลายทางเพศมาโดยตลอด ร่วมสนับสนุน Pride Month เช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ โดยเฉพาะการเป็น Hub ด้านแหล่งรวมนักวิชาการและองค์ความรู้แบบพหุศาสตร์  ซึ่งพร้อมจะถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นแก่นิสิตภายในมหาวิทยาลัย และต่อสาธารณชน  

การให้ความรู้ด้านกฎหมายเพื่อผู้หญิงจากนักวิชาการสตรีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางอย่าง “ดร.กิ๊ฟท์” หรือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์   รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)  นักวิชาการและนักกฎหมายสตรีรุ่นใหม่  ก็พร้อมจะให้ความรู้ข้อกฎหมายสำหรับผู้หญิงเพื่อการปกป้องสิทธิของตัวเอง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้อย่างยิ่ง

ดร.กิ๊ฟท์-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์  กล่าวว่า  “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีนักวิชาการที่พร้อมจะให้ความรู้วิชาการทุกศาสตร์ โดยมองว่าเราเป็น Hub ของแหล่งรวมองค์ความรู้ อย่างเช่น เรื่องความรู้กฎหมายเพื่อผู้หญิง หรือแม้แต่การสมรสเท่าเทียมกันระหว่างชายรักชาย หญิงรักหญิง ดิฉันเองก็จะใช้ความรู้ด้านกฎหมายที่เรียนมาและสอนนิสิต ถ่ายทอดไปสู่สังคม เพราะมองว่าผู้หญิงเราเป็นเพศแม่และมีหน้าที่ในบทบาทที่หลากหลาย ในอดีตผู้หญิงถูกกำหนดตีตราว่าเป็นเพศที่สองรองจากบุรุษเพศ สังคมไทยเราเองผู้ชายก็เป็นใหญ่เป็นผู้นำครอบครัว เป็นหัวหน้างาน ปัจจุบันผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นใหญ่เป็นโตได้เทียบเท่าชาย ทำงานหนักที่ผู้ชายทำได้ เพราะแท้จริงแล้ว สิทธิของผู้หญิง คือ สิทธิมนุษยชน เราทุกคนล้วนมีสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงสิทธิที่จะมีชีวิตโดยไม่ถูกใช้ความรุนแรงหรือถูกเลือกปฏิบัติ สิทธิในการมีสุขภาพร่างกายและจิตใจ สิทธิที่จะได้รับการศึกษา สิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งและสิทธิในการได้รับค่าจ้างที่เท่าเทียม แต่ทั่วโลกยังมีผู้หญิงและเด็กผู้หญิงจำนวนมากที่ประสบกับการถูกเลือกปฏิบัติจากสาเหตุเพศกำเนิดและเพศสภาพ”

 อีกทั้ง มีกฎหมายเกี่บวกับผู้หญิงมากมายที่ควรรู้ อาทิ กฎหมายครอบครัว ในมุมมองของฝ่ายสตรีนิยม กฎหมายครอบครัวเป็นกฎหมายที่มีลักษณะกดขี่ฝ่ายหญิงพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายครอบครัวยกร่างขึ้นโดยผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่มีการประกันสิทธิสตรีหรือความเป็นธรรมแก่ฝ่ายหญิงเท่าที่ควร (แม้กฎหมายครอบครัวเขียนโดยผู้ชายเป็นสำคัญ แต่ในชั้นของการยกร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการก่อตั้งกฎหมายครอบครัวสมัยใหม่ของไทย ปรากฏว่ามีสุภาพสตรีหนึ่งท่านที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการยกร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คือ คุณหญิงแร่ม พรหโมบล บุณยประสพ ซึ่งท่านเป็นที่รู้จักในฐานะเนติบัณฑิตหญิงคนแรกของไทย ซึ่งเป็นหญิงไทยคนแรกที่ขอเข้าเรียนกฎหมายในโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม เป็นเรื่องโกลาหลกันพอสมควรในยุคนั้น)

กฎหมายเกี่ยวกับผู้หญิงที่ควรรู้นั้น ก็ยังมีความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดฐานอนาจาร คือการกระทำต่อเนื้อตัวบุคคลที่ไม่สมควรทางเพศ ซึ่งมิได้หมายความเฉพาะการล่วงประเวณีหรือความใคร่เท่านั้น เช่น การกอดเอว จับมือ ดึงแขน หรือแม้แต่การเปิดกระโปรงสาวๆ ก็เป็นความผิดเช่นกัน ถึงแม้จะยินยอมก็ถือเป็นความผิดฐานอนาจารหากเหยื่ออายุต่ำกว่า 15 ปี กฎหมายการล่วงละเมิดทางเพศด้วยการขู่เข็ญ ทำร้ายร่างกาย ทำให้อยู่ในภาวะจำยอม มีโทษจำคุก 4 – 20 ปี ปรับตัั้งแต่ 8,000 – 40,000 บาท และหากใช้อาวุธปืน ระเบิด หรือรุมโทรมหญิง จะมีโทษจำคุกขั้นต่ำ 10 ปี หรือ ตลอดชีวิต เป็นต้น กฎหมายโทรมหญิง : จากกรณีผู้หญิงถูกยัดเยียดความเป็นสามี ถูกรุมข่มขืนอีกหลายคน การกระทำชำเราผู้อื่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ถือเป็นความผิดฐานรุมโทรม อาจถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต กฎหมายเกี่ยวกับเสรีภาพ : เช่น การข่มขืนใจผู้อื่น คือ การบังคับให้ทำหรือไม่ทำสิ่งใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดๆ โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียง เสรีภาพ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ถูกกักตัวไม่ให้ออกไปไหนหรือทำให้ขาดเสรีภาพ เช่น มัดมือมัด เท้า ใส่กุญแจมือ ถือเป็นความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นต้น

ดร.กิ๊ฟท์-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ กล่าวย้ำว่า กฎหมาย ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของการอยู่ร่วมกันในสังคม ส่วนว่ากฎหมายที่ผู้หญิงยุคสมัยใหม่นี้ควรรู้นั้น ถ้าไม่แบ่งแยกเพศ กฎหมายพื้นฐานที่มนุษย์ควรรู้นั่นก็คือ เราทำสิ่งใดได้บ้าง ทำสิ่งใดไม่ได้บ้าง ซึ่งกฎหมายมีกฎหมายอาญาที่เป็นเรื่องพื้นฐาน  และมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่กำกับดูแลชีวิตเราตั้งแต่เกิดจนตาย กฎหมายแรงงานที่มีการคุ้มครองผู้หญิงเป็นพิเศษ สำหรับความผิดเกี่ยวกับเพศ ฐานอานาจารหรือการกระทำที่ไม่สมควรทางเพศ ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าการกระทำเหล่านี้จะถูกปิดบัง เพราะปัจจุบันมีสื่อแสดงที่ทำให้ผู้หญิงกล้าที่จะเปิดเผยหรือปกป้องสิทธิของตัวเองมากขึ้น เช่น Movement ของ Hash Tag Me too ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติและไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นได้ เช่น อยู่ในที่ทำงานแล้วถูกนายจ้างที่เป็นผู้ชายถูกกดขี่หรือกระทำการทางเพศที่ไม่สมควรต่างๆ สามารถเปิดเผยได้ ผู้หญิงเองก็ต้องมีการระแวดระวังภัยคุกคามเหล่านี้มากกว่าเพศชาย อาจจะเพราะเป็นเพศหญิงและการถูกกระทำที่อยู่ในภาวะจำยอมต่างๆ นั่นด้วย

“ปัจจุบันไทยเราก็เปิดกว้างมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมกันในคนเพศเดียวกัน เพราะได้มีการแก้ไขครั้งสำคัญสำหรับบรรพห้าแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันมีหลักการสำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ก็จะมีผลกระทบเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูบุตรทั้งที่คลอดเอง หรือรับมาเป็นบุตร ซึ่งกฎหมายต้องปรับแก้ให้ครอบคลุมไม่เฉพาะคู่สมรสที่เท่าเทียมเท่านั้น แต่ต้องปกป้องบุตรบุญธรรมและอาจจะเป็นเด็กที่จะเกิดในครอบครัวในอนาคตด้วย

กฎหมาย พรบ. PDPA ก็เกี่ยวข้องกับผู้หญิงอย่างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกคน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลส่วนตัว ซึ่งเจนเนอเรชั่นเด็กผู้เยาว์หรือวัยเปราะบาง ก็จะได้รับความคุ้มครองมากยิ่งขึ้น ส่วนผู้หญิงก็จะเกี่ยวข้องกับ Sensitive Data คือการให้ความยินยอม เก็บ/ใช้/เปิดเผย ข้อมูลส่วนตัว เป็นเรื่องของสิทธิในการปกป้องตัวเอง ยิ่งถ้าเป็นคนที่อ้างว่าเป็นการปกป้องตนเองก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่คำนึงถึงสิทธิสตรีก็เลยมีข้อความที่ว่าทุกคนควรปกป้องสิทธิสตรี อย่างที่กล่าวว่า We Should All Be Feminists เพราะอะไร คำตอบคือ ความเป็นผู้หญิง คือความมีพลัง เช่น การให้กำเนิดลูก การดูแลลูก พลังสตรีในการทำงาน ผู้หญิงก็เกี่ยวข้องกับกฎหมายทุกกฎหมาย แต่บางเรื่องผู้หญิงกลับปฏิเสธไปอย่างน่าเสียดาย” ดร.กิ๊ฟท์-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ปักหมุด ‘ตรุษจีนเยาวราช’ กับบรรยากาศ‘ไชน่าทาวน์เมืองไทย’ ใหญ่ที่สุดในโลก

ปักหมุด ‘ตรุษจีนเยาวราช’ กับบรรยากาศ‘ไชน่าทาวน์เมืองไทย’ ใหญ่ที่สุดในโลก

ปักหมุด ‘ตรุษจีนเยาวราช’ กับบรรยากาศ‘ไชน่าทาวน์เมืองไทย’ ใหญ่ที่สุดในโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.31 น.

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาทรงเปิดงานเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” ในวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 นี้  เวลา 17.00 น. ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง 9 MCOT HD ตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ อาทิ ร้านภูฟ้า, ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, บูธ TCC GROUP, พื้นที่ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี (นิทรรศการฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน) บูธผู้สนับสนุน สมาคม และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน

เทศกาลงาน “ตรุษจีนเยาวราช” ปีนี้ เป็นการผสานความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยมี ปณต สิริวัฒนภักดี รับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการการจัดงาน ฯ ในปีนี้ ร่วมด้วย วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานฝ่ายรับเสด็จ ฯ พร้อมด้วยแรงหนุนที่สำคัญจากอีกหลาย ภาคส่วนนำโดย กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตสัมพันธ์วงศ์ สภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธ์วงศ์ นักธุรกิจ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เยาวราช รวมถึงภาคเอกชน และ TCC GROUP (กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น) ที่ประกอบด้วย บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทบีเจซี บิ๊กซี (บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)) และบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในเทศกาลตรุษจีนที่ได้ร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรมอันเป็นประเพณีดีงาม ที่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของชาวจีนที่สืบทอดกันมาแต่โบราณกาลให้ไปสู่อนุชนคนรุ่นหลัง และยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย สู่การท่องเที่ยวระดับโลก

ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการการจัดงานฯ กล่าวว่า ตรุษจีนเยาวราช” พร้อมจัดเต็มความยิ่งใหญ่ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน โดยเราให้ความสำคัญกับแผนการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด เพื่อนักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรม สีสันความสนุก และความบันเทิงจากศิลปินนักร้องชื่อดังที่จะสลับกันขึ้นโชว์บน 2 เวทีใหญ่ฝั่งประตูเฉลิมพระเกียรติ ฯ และเวทีช้างสี่แยกราชวงศ์ อาทิ YENTED, ฟักกลิ้งฮีโร่, ไทรอัมส์คิงดอม, เดปท์, เดอะริชแมนทอย และอีกมากมาย โดยในปีนี้เรามีการเปิดพื้นที่ให้ร้านค้าต่าง ๆ ที่รวมไปถึงพื้นที่ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนพื้นที่ใจกลางเยาวราช ที่นอกจากจะเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน แล้ว ทุกท่านยังได้มาชิม ช้อป ของดี ของเด็ด จากร้านดังมากมายที่มารวมไว้ที่นี่ เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับทุกคนในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์นี้ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา สี่โมงเย็นถึงเที่ยงคืน

“ขอเชิญชวนมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน เช่น ศาลเจ้าแม่กวนอิมที่มูลนิธิเทียนฟ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเล่งเนยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) หลวงพ่อทองคำที่สร้างด้วยทองคำแท้ที่ใหญ่ และหนักที่สุดในโลก จนได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊คที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และครอบครัว ชมการแสดงวัฒนธรรมจีนเฉลิมฉลองมิตรภาพไทย-จีน 50 ปี ที่เป็นสายสัมพันธ์อันแน้นแฟ้นของไทย และจีนที่มีมาอย่างยาวนาน ที่ทางรัฐบาลจีนส่งมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล ‘ตรุษจีนเยาวราช’ ท่ามกลางบรรยากาศไชน่าทาวน์เมืองไทยบนถนนสายมังกรแห่งนี้ไปด้วยกัน 29-30 มกราคม นี้”

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” ยังสามารถท่องเที่ยวต่อไปยังพื้นที่จัดงานตรุษจีนได้อีกหลายแห่ง การเดินทางสะดวกด้วย MRT ที่จะพาคุณไปสัมผัสการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ที่ One Bangkok กับการสร้างสรรค์ Art installation ในรูปแบบใหม่กับ One Dynasty /ฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีงู กับ LUCKY GARDEN  สวนมงคลสุดเฮงร่วมเดินทางเสริมดวงกับเกมบันใดงูนำโชค ที่จะพาทุกคนไปพบโชคในด้านต่างๆ พร้อมเสริมความปังรอบด้าน ที่สามย่านมิตรทาวน์ / ฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีงูกับ SILOM EDGE CHINESE NEW YEAR 2025 รวย : รุ่ง : พุ่ง รับปีงู สตาร์ทความเฮงเสริมความปังพร้อมเช็คดวงชะตากับหมอดูชื่อดัง / ร่วมสนุกลุ้นรับโชคกับแคมเปญ “Happy Chinese New Year 2025: ร้อยโชคพันลาภ กับปีงู” มอบส่วนลด โชคหลายชั้น โปรโมชั่นพิเศษ ซองอังเปาเสริมมงคลปีใหม่ และบัตรกำนัล “ช้อปอิ่ม ฟินฟรี” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ /บูสต์ประสบการณ์สายมูกับกิจกรรมเติมพลังบวก เสริมดวงปีมะเส็งในงาน “MUNIMART” รวมร้านดวงสะดวกมูกันที่  The PARQ Life และสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร บอกลาโรคอ้วน สู่สุขภาพที่แข็งแรง

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร บอกลาโรคอ้วน สู่สุขภาพที่แข็งแรง

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร บอกลาโรคอ้วน สู่สุขภาพที่แข็งแรง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.13 น.

โรคอ้วน เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพกว่าที่คิด ไขมันส่วนเกินไม่ได้แค่ทำให้ดูอ้วนขึ้น แต่ยังเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงที่ค่อยๆ กัดกินร่างกายจากภายใน โดยไม่รู้ตัว จนก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง

นายแพทย์วรพงศ์ อนุพงศ์อนันต์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคอ้วน (Obesity) คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินปกติจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคข้อเสื่อม และโรคมะเร็ง

การวินิจฉัยโรคอ้วนสามารถทำได้โดยการวัดดัชนีมวลกาย (BMI – Body Mass Index) ซึ่งคำนวณจากน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ซึ่งคนทั่วไปควรมีค่า BMI อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 kg/m2 หากค่าเกินกว่า 25 จะถือว่าผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน และหากว่าค่าเกินกว่า 30 ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ ควรเข้าสู่กระบวนการลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน

หนึ่งในวิธีการรักษาโรคอ้วนที่นิยมในปัจจุบันคือ การผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Bariatric Surgery) ซึ่งเป็นการรักษาทางการแพทย์ที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคอ้วนขั้นรุนแรงและไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยวิธีอื่นๆ

ปัจจุบันการผ่าตัดกระเพาะอาหารจะใช้วิธีการผ่าตัดโดยใช้เทคโนโลยีการส่องกล้อง (Laparoscopic surgery) เป็นเทคนิค แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็วโดยมี 2 วิธีดังนี้

1.การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy : LSG) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน โดยจะเป็นการตัดกระเพาะอาหารออกประมาณ 75-80% ให้เหลือปริมาตรประมาณ 150 cc พร้อมกับตัดกระเพาะส่วนที่ผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความหิวออกไปด้วย วิธีนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ไม่ค่อยหิว และทำให้น้ำหนักลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

2.การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Roux-en Y Gastric bypass) เป็นการปรับโครงสร้างกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กใหม่ โดยทำให้กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลงและเชื่อมต่อกับลำไส้โดยตรง วิธีนี้จะทำให้การดูดซึมอาหารลดลงและลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายสามารถรับได้ แต่ในระยะยาวอาจต้องได้รับการฉีดวิตามินบางชนิดเสริม เนื่องจากร่างกายดูดซึมวิตามินได้ไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้อง Laparoscope จะต้องทำการรักษาโดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การผ่าตัดมีความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป,คนที่มีภาวะอ้วน หรือมีดัชนีมวลกายสูงกว่า 32.5 กก./ตร.ม. ขึ้นไป,ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ทั้งควบคุมอาหารและออกกำลังกายมาแล้วแต่ไม่ได้ผล

หลังจากที่ผ่าตัดกระเพาะอาหาร จะต้องมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแผลผ่าตัดและวางแนวทางการกินอาหารในระยะแรกอย่างเหมาะสม โดยในสัปดาห์ที่ 1 จะให้รับประทานอาหารเหลวใสที่รับประทานได้ง่ายเพื่อปรับสภาพกระเพาะ, สัปดาห์ที่ 2 จะให้รับประทานอาหารที่ข้นขึ้น เช่น ซุป, สัปดาห์ที่ 3 จะให้รับประทานอาหารอ่อนนุ่ม เช่น เยลลี่ คัสตาร์ด ไข่ตุ๋น และสัปดาห์ที่ 4 สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันไม่ให้กลับมามีภาวะอ้วนลงพุงได้อีก

ทั้งนี้ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนเป็น ทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นได้และกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน สำหรับผู้ที่สนใจควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

พุงของคุณเป็นแบบไหน? มาดูวิธีกำจัดพุงกัน

พุงของคุณเป็นแบบไหน? มาดูวิธีกำจัดพุงกัน

พุงของคุณเป็นแบบไหน? มาดูวิธีกำจัดพุงกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

ใครเป็นบ้าง? ช่วงปีใหม่สังสรรค์จัดเต็มมากทั้งอาหาร แอลกอฮอล์น้ำหนักขึ้นมาหลายกิโล ลงพุง หน้าท้องเริ่มออก พุงเริ่มเป็นชั้นๆ ลองสังเกตดูว่าพุงแต่ละแบบมีที่มาไม่เหมือนกัน และวิธีแก้ไขก็ต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Slim Up Center ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์(คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ชวนมาสำรวจตัวเองว่าพุงที่มีอยู่นั้นเกิดจากอะไร และจะกำจัดได้อย่างไร

พุงเป็นชั้น (Spare Tyre Tummy)

พุงที่สะสมเป็นชั้น พุ่งนุ่มๆ ที่เวลานั่งแล้วกลายเป็นชั้นๆ เกิดจากการรับประทานของหวาน น้ำตาล หรือเครื่องดื่มหวานๆ และขาดการออกกำลังกาย

วิธีแก้ไข : ควรลดแป้ง ลดน้ำตาล น้ำหวาน หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

พุงเครียด (Stress Tummy)

พุงเครียดจะมีลักษณะเป็นท้องแข็งๆ คล้ายกับท้องอืดช่วงกระบังลมจนถึงสะดือ หรือจนถึงใต้ลิ้นปี่ อาจจะเป็นเพราะทำงานหนัก เครียดจนเกินไป ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร หรืออาจจะรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาจนระบบลำไส้ทำงานผิดปกติ

วิธีแก้ไข : รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ปรับเวลาการนอนให้เร็วขึ้น ลดกาเฟอีน

พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง (The Little Pooch)

หากคุณมีพุงป่องบริเวณช่วงท้องน้อย อาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารซ้ำๆ เดิมๆจนทำให้ไขมันสะสมบริเวณเดิมโดยไม่รู้ตัว

วิธีแก้ไข : ควรบริโภคอาหารที่หลากหลายกว่าเดิม รับประทานอาหารที่ให้เส้นใยสูง เช่น ผักใบเขียว ธัญพืชที่ให้กากใยอาหาร เพื่อให้ระบบการย่อยอาหารทำงานดีขึ้น และยังช่วยลดอาการบวมอืดของหน้าท้องได้อีกด้วย

พุงป่อง (Bloated Tummy)

พุงแบบนี้จะมีลักษณะแบนราบในตอนเช้าและท้องอืด เกิดแก๊ส บวมอืดในตอนเย็น พุงประเภทนี้จะเกิดจากการที่เรากินอาหารประเภทแป้ง ขนมปัง นม เนย ชีส จนทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย

วิธีแก้ไข : ควรเน้นอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ผัก ทานอาหารให้เป็นเวลา งดมื้อดึกดื่มน้ำให้เยอะขึ้น เดินเล่นเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร

อยากมีหุ่นสวยๆ หน้าท้องแบนราบ ลองนำวิธีการไปใช้ให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง

Menard ลักซ์ชัวรี่แบรนด์จากญี่ปุ่น ยกระดับการดูแลผิว เปิดตัว ‘Menard Flagship Boutique’ แห่งแรกในไทย

Menard ลักซ์ชัวรี่แบรนด์จากญี่ปุ่น ยกระดับการดูแลผิว  เปิดตัว ‘Menard Flagship Boutique’ แห่งแรกในไทย

Menard ลักซ์ชัวรี่แบรนด์จากญี่ปุ่น ยกระดับการดูแลผิว เปิดตัว ‘Menard Flagship Boutique’ แห่งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยกระดับการดูแลผิวให้สาวไทย Menard (เมนนาร์ด) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณยอดนิยมลักซ์ชัวรี่แบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือในประเทศญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 65 ปี เปิดตัว Menard Flagship Boutique แห่งแรกในประเทศไทย ที่ชั้น 2 Gaysorn Amarin ส่งต่อนวัตกรรมความงามอันคลาสสิกจากญี่ปุ่นถึงเมืองไทยผสานเข้ากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยี การวิจัยด้านผิวหนัง และนวัตกรรมที่ก้าวหน้า ด้วยปรัชญาที่มุ่งเน้นการมอบความสุขผ่านความงามที่เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก (Discover Your Beauty Potential) ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างสมดุล และมองว่าการดูแลผิวไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือส่วนหนึ่ง ของการสร้างชีวิตที่สมบูรณ์แบบ โดยมีเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ และเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยเข้าร่วมแสดงความยินดีมากมาย

Menard (เมนนาร์ด) เป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยมีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยนาโกย่า (Nagoya University) และมีศูนย์วิจัยอิสระของตนเอง (Independent Research Facility เพื่อรับรองคุณภาพ ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ รวมถึงมีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมการบริการชั้นเลิศ มอบคำแนะนำที่ตรงใจและเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคน โดยทุกขั้นตอนสะท้อน ถึงความใส่ใจในความงามของลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ และสอดคล้องกับปรัชญาขององค์กรที่มุ่ง “แสวงหาความงามที่แท้จริง”

กันตวรรณ์ โวธท์ ผู้อำนวยการ บริษัท ลักซ์ซิคอน บิวเต้ จำกัด กล่าวว่า “เทรนด์ความงามในปีนี้ทั้งในไทยและญี่ปุ่นกำลังให้ความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย (Brand Experience) เพื่อเชื่อมโยง ลูกค้ากับแบรนด์ในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้น สำหรับ Menard เราเชื่อว่ากุญแจสู่ความสำเร็จในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามระดับลักชัวรี่ไม่ได้อยู่ที่การแข่งกันเพียงบนโลกออนไลน์ แต่คือการกลับไปสู่แก่นแท้ของการให้บริการที่ใกล้ชิด และการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า

“การเปิดตัว Menard Flagship Boutique ในประเทศไทย จึงถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่แตกต่าง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสทั้งผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมียม เช่น การนวดหน้าด้วยมือสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมการแนะนำผลิตภัณฑ์แบบตัวต่อตัว เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบความงาม ที่แท้จริงในแบบของตนเอง เราให้ความสำคัญกับ Personalized Experience และการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายโดยยึดหลักปรัชญา “โมโคโกโระ” (Mokogoro) ซึ่งหมายถึงความจริงใจและความซื่อสัตย์ที่เรามอบให้กับลูกค้า

ในยุคที่แบรนด์จำนวนมากหันมาเน้นการตลาดออนไลน์ Menard ยังคงรักษาคุณค่าดั้งเดิมของการบริการ อย่างพิถีพิถัน และความใส่ใจในทุกรายละเอียด เราเชื่อว่าในความเรียบง่ายและความจริงใจนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษในทุกครั้งที่สัมผัสแบรนด์” กันตวรรณ์ กล่าว

สัมผัสประสบการณ์ความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น (Traditional Japanese Beauty) ได้แล้ววันนี้ที่ “Menard Flagship Boutique” ชั้น 2 Gaysorn Amarin โดยสามารถศึกษารายละเอียด หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.menardthailand.com, Line official @menardthailand , โทร. 082-6293265

คุณแหน : 23 มกราคม 2568

คุณแหน : 23 มกราคม 2568

คุณแหน : 23 มกราคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดซุ้มประตู“วชิรสถิต ๗๒ พรรษา” บริเวณสะพานดำรงสถิตถ.เจริญกรุงและทรงเปิดซุ้มประตู “วชิรธำรง๗๒ พรรษา” บริเวณห้าแยกหมอมี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ถ.เจริญกรุง และเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูต่อสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ วันเสาร์ 25 ม.ค. 17.00 น. โดยคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุลประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพฯ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567, สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน,จรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พร้อมคณะกรรมการ เฝ้าฯรับเสด็จ…

●● ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร เป็นประธานมอบประกาศเกียรติและโล่รางวัลนราธิป ประจำปี 2567 แก่ ศ.เกียรติคุณ ดร.ศรีเรือน แก้วกังวาล, ศัลยา สุขะนิวัตติ์ (ศัลยา), อนุกุล วงศ์บัวทอง, อรุณ นนทแก้ว (อรุณมนัย), อ้อม ประนอม พร้อมกันนี้มีพิธีมอบรางวัลพระองค์วรรณรางวัลของคนรุ่นใหม่ประจำปี 2567 เป็นครั้งแรก โดยมี นรีภพ สวัสดิรักษ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยพร้อมคณะกรรมการ ต้อนรับ 25 ม.ค. 09.00 น. ณ ห้องประชุมสมาคมนักเรียนเก่า
อำนวยศิลป์ ถ.ประชาชื่น…

●● ท่านผู้หญิงมณฑินีมงคลนาวิน เป็นประธานเปิดงาน Tea&Coffee TABLE FANTASY By TPPC ครั้งที่ 2 จัดโดยสุจิตรา เดชสุวรรณาชัย ประธานชมรมนักวาดกระเบื้องแห่งประเทศไทย 25 ม.ค. 14.00 น.ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ รายได้มอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ บัตรใบละ 1,000 บาท ซื้อหน้างาน…

●● หนึ่งในกิจกรรมฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 วันที่ 15 ก.พ. ณ สนามศุภชลาศัย ปีนี้ธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ คณะกรรมการสมาคมธรรมศาสตร์ฯและ คณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ร่วมกันจัดงาน “เลือดไม่แบ่งสี” ซึ่งเป็นโครงการเชิญชวนบริจาคโลหิตมอบให้รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดย นิสิต นักศึกษา นักฟุตบอลทั้งสองสถาบันมาร่วมงานเลือกซื้อเสื้อฟุตบอลทั้งสองสถาบันและกิจกรรมมากมาย รวมทั้งประมูลเสื้อจากน้อง “โอปอล” สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 นศ.รัฐศาสตร์ มธ.25 ม.ค. 09.00 น. ณ MBK Center ชั้น G อเวนิว A…

●● ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอผู้นำเข้าอาหาร, เบเกอรี่ และช็อกโกแลตแบรนด์ดังจากทั่วโลก เดินหน้าส่งมอบความสุขเอาใจแฟนคลับภาคตะวันออก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรี 24 ม.ค. พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคริสปี้ ครีม เลิฟเวอร์ 200 คนแรก…

●● โครงการดีๆ ของผู้หญิงเก่ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัยเปิดงานคลองเตยดีดี Better Khlongtoei ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง MTI and Harvard University GSD collaboration 25 ม.ค.10.00 น. ณ แพทอารีน่า…●●
 

น้อง

ประกาศผล ‘WOW Awards 2025’ แรงขับกำลังใจให้ผู้คิดริเริ่มสร้างเมืองน่าอยู่

ประกาศผล ‘WOW Awards 2025’ แรงขับกำลังใจให้ผู้คิดริเริ่มสร้างเมืองน่าอยู่

ประกาศผล ‘WOW Awards 2025’ แรงขับกำลังใจให้ผู้คิดริเริ่มสร้างเมืองน่าอยู่

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบรางวัล WOW Awards 2025 หนึ่งในกิจกรรมสำคัญในงาน WOW Festival 2025: Wonder of Well-Living City ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “เมืองดีคนมีพลัง : Healthy City Empowers People” โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ หวังให้ รางวัล WOW Awards เป็นเสมือนแรงขับกำลังใจให้ผู้คิดริเริ่ม สร้างสรรค์โครงการดีๆ ที่สร้างผลกระทบในเชิงบวกให้แก่ผู้คน สังคม

นายธนพงศ์ วิชคำหาญ ประธานการจัดงาน WOW Festival 2025 กล่าวถึงเป้าหมายของรางวัล WOW Awards ว่า“WOW Awards เป็นรางวัลที่เรามอบให้กับบุคคล องค์กร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่มีแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์โครงการ หรือการทำสิ่งดีๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวก เป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ทั้งทางตรง ทางอ้อม และมีส่วนสำคัญในการสร้างเมืองในมีความน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำกัดว่าเป็นโครงการเล็ก หรือโครงการใหญ่นี่ถือเป็นครั้งที่สอง ที่เรามอบรางวัลนี้ ในครั้งแรกที่เรามีการมอบรางวัลนี้ เรามองเห็นความภาคภูมิใจจากผู้ที่ได้รับรางวัล ซึ่งเราเองมองเห็นพลังงานในวันนั้น เราจึงอยากจะส่งมอบรางวัล WOW Awards ด้วยพลังงานแบบเดียวกัน เป็นการตอกย้ำว่า การกระทำของคนเหล่านี้มีคนเห็นคุณค่า”

หลักเกณฑ์การพิจารณามอบรางวัล เป็นโครงการที่เกิดขึ้นแล้ว และเกิดจากความร่วมมือหรือความเห็นชอบของชุมชน หรือหน่วยงานนั้นๆ โดยจะพิจารณาจากโครงการที่พัฒนารูปแบบทางด้านกายภาย เช่น อาคาร ที่อยู่อาศัย และโครงการที่พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้านสังคม วัฒนธรรมและองค์ความรู้ แบ่งประเภทการพิจารณา โครงการจากภาคเอกชน โครงการจากภาครัฐ ซึ่งประกอบไปด้วย 1.อาคาร/กลุ่มอาคาร 2.ย่าน/ชุมชน 3.เมือง 4.พื้นที่สาธารณะ 5.พื้นที่พิเศษ

ด้านคณะกรรมการที่ร่วมพิจารณาตัดสินมอบรางวัลประกอบไปด้วย 8 คณะกรรมการจากสาขาต่างๆ ได้แก่ สภาสถาปนิก สมาคมนักผังเมืองไทย สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ปรึกษาโครงการคณะทำงาน WOW 2025Prop2Morrow และตัวแทนจากบริษัท Fire ONE ONE

ครั้งนี้มีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล 34 โครงการ จากจำนวนทั้งสิ้น 84 โครงการ ทั้งนี้โครงการที่ผ่านการคัดเลือกมีความหลากหลาย มีทั้งที่เป็นโครงการจากส่วนท้องถิ่น ย่านชุมชน หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน องค์กร บุคคล ได้แก่ 1.หน่วยงานนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National InnovationAgency), คณะแพทยศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2.ย่านเมืองเก่าภูเก็ต :เทศบาลนครภูเก็ต 3.True Digital Park : True Digital Park 4.โครงการสวน 15 นาที :กรุงเทพมหานคร 5.สวนปทุมวนานุรักษ์ : มูลนิธิปทุมวนานุรักษ์ 6.MEGA PARK : SF Development Co., Ltd.

7.POP PARD BKK : กทม. สสส. We!park 8.ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย : ธนาคารแห่งประเทศไทย9.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ : N.C.C. Management and Development Co., Ltd.10.พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี : เทศบาลนครอุดรธานี 11.PATTANI DECOCED :MELAYU LIVING 12.ชุมชนริมน้ำจันทบูร : ชาวชุมชนริมน้ำจันทบูร 13.อุโมงค์เชื่อมผืนป่า เขาใหญ่-ทับลาน : กรมทางหลวง 14.อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา : บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG)

15.สถาบันอาคารเขียวไทย : สถาบันอาคารเขียวไทย 16.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ : ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ 17.โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง : การเคหะแห่งชาติ18.ONE BANGKOK : TCC ASSETS,FRASERS PROPERTY 19.ย่านบรรทัดทองสวนหลวง สามย่าน : สำนักงานจัดการทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU)20.ทรงวาด : ชุมชนย่านทรงวาด, กลุ่ม “Made in Song Wat” 21.ตลาดน้อย (เจริญกรุง) : ชุมชนย่านตลาดน้อย 22.“ปรากฎกาล”: สตูดิโอ ปรากฎกาล

23.สวนน้ำบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 : กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี 24.ONE CITY CENTER : Raimon Land PLC (RML) and MitsubishiEstate (Thailand) Co., Ltd. 25.SOS THAILAND : SOS THAILAND 26.โครงการเลิกแล้งเลิกจน : SCG 27.สวนวัดหัวลำโพงรุกขนิเวศน์ : ชุมชนหลังวัดหัวลำโพง 28.MINGLE HILL MINBURI : ASSETWISE
29.บ้านพิงพัก : มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ 30.EMSPHERE SKYWALK : The Mall Group

รางวัล WOW AWARDS 2025 : CO-CREATION 31.สงขลาเมืองเก่าที่มีชีวิต 32.โครงการพัฒนาที่พักอาศัย ชุมชนริมคลองแม่ข่า 33.คนเปลี่ยนคู คูเปลี่ยนเมือง เมืองเปลี่ยนคน 34.ลานชุมชนริมน้ำท่าสะอ้าน บางปะกง

“การมอบรางวัล WOW Awards จุดประสงค์หลักคือ เพื่อเชิดชูผู้ที่คิดดี สร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม ชุมชน เป็นการให้กำลังใจและมีเจตนาที่จะบอกว่า การกระทำนั้นๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มีคนมองเห็นคุณค่า นอกจากนี้เรายังหวังว่า รางวัลนี้จะเป็นเครื่องจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้คิดและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมเพิ่มขึ้น สมาคมสถาปนิกสยามฯ หวังว่า เราจะเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมบนผิวน้ำจากวงเล็กๆ และส่งต่อไปให้ผู้อื่นมาช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้ขยายวงใหญ่ขึ้น” นายธนพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

วัดปทุมวนารามฯ เชิญชวนร่วมบริจาคเงินสมทบทุน จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

วัดปทุมวนารามฯ เชิญชวนร่วมบริจาคเงินสมทบทุน  จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

วัดปทุมวนารามฯ เชิญชวนร่วมบริจาคเงินสมทบทุน จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระพรหมวชิรเวที (อมร ญาโณทโย) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร และนายแพทย์พันธวี คำสาว ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้จัดงานแถลงข่าวการเปิดรับบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น เพื่อให้โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2569 พร้อมนำคณะชวนร่วมงานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป ณ บริเวณอุโบสถ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จำนวน 3 องค์ ได้แก่ “พระสายน์” (จำลองจากพระประธานในพระอุโบสถ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร) และอีก 2 องค์ประกอบด้วยพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตและหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เพื่อนำไปประดิษฐาน ที่หอธรรมจินดาสุขโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น (โดยปรับปรุงจากกุฏิที่ท่านเคยมาพำนักจำพรรษา เมื่อครั้งจาริกมาศึกษาธรรมที่กรุงเทพมหานคร ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เชิงนิทรรศการถาวร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้หลักธรรมทางพุทธศาสนา ผ่านเรื่องราววิถีชีวิตหลวงปู่มั่นภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายพระป่ากัมมัฏฐานของไทย)

พระพรหมวชิรเวที (อมร ญาโณทโย) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กล่าวว่า หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้เคยจำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม 1 พรรษา เมื่อครั้งจาริกมาศึกษาธรรมที่กรุงเทพมหานครและเป็นจุดแวะพักตั้งต้น ก่อนจาริกธุดงค์ไปภาคเหนือและตะวันตก และในขณะจำพรรษานั้นท่านได้มอบมรดกธรรมชิ้นสำคัญไว้ คือ ขันธะวิมุติสะมังคีธรรมะ ซึ่งเป็นธรรมบรรยายลายมือของหลวงปู่มั่นซึ่งเป็นหลักฐานลายมือเพียงชิ้นเดียวที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และกุฏิที่ท่านเคยมาพำนักจำพรรษานั้น ปัจจุบันได้ปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พิพิธภัณฑ์เชิงนิทรรศการถาวร จัดแสดงธุดงควัตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้หลักธรรมทางพุทธศาสนา ผ่านเรื่องราววิถีชีวิตหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายพระป่ากัมมัฏฐานของไทย และ UNESCO ประกาศยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาสันติภาพ โดยพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าเยี่ยมชมในวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หยุดวันจันทร์และวันอังคาร โดยมีผู้นำชมและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน

พระธรรมวัชรญาณวิศิษฏ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นประธานโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต กล่าวถึงที่มาของการสร้างโรงพยาบาลหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ว่า จังหวัดสกลนครมีความผูกพันกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาก ท่านมาจำพรรษาอยู่ในวัดป่าที่สกลนครหลายวัด และละสังขารก็ที่วัดป่าสุทธาวาส สกลนคร นี่เองส่วนพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต“ ก็อยู่ที่วัดภูริทัตตถิราวาส” หรือ “วัดป่าบ้านหนองผือ” ที่สกลนครด้วย”

“ช่วงครบรอบ 150 ปี ชาตกาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพอดีกับที่ท่านได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพของยูเนสโก วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จึงริเริ่มแนวคิดที่จะก่อสร้างโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต ขึ้น โดยตั้งขึ้นที่บ้านลึมบอง หมู่ 3 ตำบลบ่อแก้ว อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร เป็นโรงพยาบาลสาขาของโรงพยาบาลบ้านม่วง ซึ่งได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต โดยอาตมาได้ให้โรงพยาบาลแห่งใหม่ที่จะสร้างนี้ใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ศูนย์พระธรรมวัชรญาณวิศิษฏ์ (บ้านลึมบอง)”

โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ศูนย์พระธรรมวัชรญาณวิศิษฏ์ (บ้านลึมบอง) แห่งนี้ มีการสร้างหอธรรมจินดาสุข เป็นอาคารลักษณะคล้ายศาลาการเปรียญ จึงมีการหล่อพระประธาน คือพระสายน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปในวัดปทุมวนาราม ขนาดหน้าตัก 40 นิ้ว และรูปเหมือนหลวงปู่มั่น กับหลวงตามหาบัว ขนาด 30 นิ้ว เพื่อนำไปประดิษฐานในหอธรรมแห่งนี้ วัตถุประสงค์การก่อสร้างเพื่อเป็นศูนย์รวมใจของประชาชน ผู้ป่วยและญาติ รวมถึงบุคลากร ใช้เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งการบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยธรรมะและเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา และเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นสาธารณประโยชน์ แก่ผู้ป่วย และชุมชนใกล้เคียง”

ด้าน นายแพทย์พันธวี คำสาว ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต กล่าวถึงประโยชน์ของการมีโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ของ อ.บ้านม่วง ว่าเนื่องจากอำเภอบ้านม่วงเป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ พื้นที่ 850 ตร.กม. มีประชากรในพื้นที่ 7 หมื่นคน ห่างไกลจากตัวจังหวัด ระยะทาง 130 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชม. มีความลำบากในการเดินทางเข้าโรงพยาบาลจังหวัด ซึ่งอำเภอบ้านม่วง มีโรงพยาบาลหลัก 1 แห่ง คือโรงพยาบาลบ้านม่วง ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตเป็นโรงพยาบาลขนาด 82 เตียง ดูแลคนไข้ทั้งในอำเภอบ้านม่วงและใกล้เคียงมีความแออัด และประชาชนบางพื้นที่ยังมีความห่างไกลจากโรงพยาบาล เดินทางลำบาก การสร้างโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต แห่งที่ 2 (ศูนย์พระธรรมวัชรญาณวิศิษฏ์เวชชานุกูล บ้านลึมบอง)นี้ จะทำให้ลดความแออัดของโรงพยาบาลและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และโรงพยาบาลสามารถเพิ่มศักยภาพการให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้นตามสภาพปัญหาทางสุขภาพในปัจจุบัน

ทั้งนี้ การก่อสร้างโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้เริ่มดำเนินการในปี 2566 ปัจจุบัน ได้รับทุนเบื้องต้นในการก่อสร้าง 78.5 ล้านบาท จากผู้มีจิตศรัทธา กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก อาคารผู้ป่วยในขนาด 30 เตียง ซึ่งดำเนินการไปแล้วประมาณ 60% โดยมีแผนเปิดให้บริการในปี 2569

อย่างไรก็ตาม การเปิดบริการของโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่นฯ แห่งที่ 2 มีความจำเป็นที่จะต้องจัดหางบประมาณเพื่อจัดซื้อ รถพยาบาล ยานพาหนะเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน ระบบออกซิเจนเหลว และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น มูลค่าโดยประมาณ 47.9 ล้านบาท และในวันที่ 20 มกราคม 2568 เป็นวันครบรอบ 155 ปี ชาตกาลหลวงปู่มั่นฯ เพื่อเป็นมหาเถรบูชาต่อพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต จึงขอเชิญชวน พุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเพื่อจัดหาเครื่องมือแพทย์สำหรับโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผ่านระบบe-donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า โดยสามารถบริจาค ได้ที่ บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ชื่อบัญชี “กองทุนเครื่องมือแพทย์ รพ.พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” เลขที่บัญชี 020229922839 หรือบริจาค ด้วยmobile application ของธนาคาร โดยสแกน QR code บริจาคผ่านระบบe-donation โดยตรง

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โทร.098-6950325 หรือ line officialaccount @pmhdonation โดยสามารถบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เผยผลการศึกษาโอกาสและความท้าทายธุรกิจสุขภาพ เพื่อคนไทยเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม

เผยผลการศึกษาโอกาสและความท้าทายธุรกิจสุขภาพ  เพื่อคนไทยเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม

เผยผลการศึกษาโอกาสและความท้าทายธุรกิจสุขภาพ เพื่อคนไทยเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านโซลูชั่นการดูแลสุขภาพและผู้นำด้านการขยายตลาด สำหรับบริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์ยา บริษัทผู้ผลิตยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ (OTC) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องมือแพทย์ ได้ร่วมมือกับ FrontierView บริษัท ที่ปรึกษาและให้บริการด้านข้อมูลชั้นนำจัดทำเอกสารการศึกษา (Whitepaper) ในหัวข้อ “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอกาสแห่งการเติบโตของธุรกิจดูแลสุขภาพ” ซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของตลาดสุขภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีการเติบโตสูงและได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์ยาทั่วโลกเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ยังมีความท้าทายที่หลายฝ่ายต้องหาแนวทางจัดการบริหารร่วมกัน เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพได้มากขึ้น

อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การขยายธุรกิจการดูแลสุขภาพของภาคเอกชน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPPs) อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับความท้าทายหลายประการ ตั้งแต่การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ความต้องการด้าน
งบประมาณ และข้อจำกัดด้านนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ หากสามารถบริหารจัดการความท้าทายเหล่านี้ได้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคได้

นายแพทริค แกรนเด รองประธานฝ่ายบริหาร และหัวหน้าฝ่าย Commercial Outsourcing ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก DKSH กล่าวว่า “เอกสารการศึกษานี้ช่วยยืนยันในความเชื่อมั่นที่เรามีต่อตลาดในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในภูมิภาค สำหรับบริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์ยา สินค้าสุขภาพ และอุปกรณ์การแพทย์ การขยายตัวของชนชั้นกลางอย่างต่อเนื่องและการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้ความต้องการบริการด้านสุขภาพจากภาคเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคส่วนต่างๆในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในประเทศไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาและการดูแลที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน”

เมื่อความต้องการด้านสุขภาพในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ภาครัฐจึงสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPPs) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยในระบบสุขภาพภาครัฐตัวอย่างที่เด่นชัดคือ โครงการโรงพยาบาลปลวกแดง 2 ที่ภาครัฐและเอกชนทำร่วมกัน ความร่วมมือเช่นนี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ ภายใต้ทรัพยากรที่ภาครัฐมีอยู่ นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนยังนำเอาความเชี่ยวชาญ ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และนวัตกรรมที่จำเป็น มาช่วยจัดการกับความต้องการด้านสุขภาพที่ซับซ้อนมากขึ้นของประเทศไทยอีกด้วย

เอกสารการศึกษาได้ระบุว่า ประเทศไทยจะต้องบริหารจัดการเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์การจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ และข้อจำกัดจากกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้ การแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นทางแก้ปัญหาที่ดี แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบการดูแลสุขภาพ

“DKSH ยังคงเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมสุขภาพในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการขยายตลาดเชิงพาณิชย์ การปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้มากขึ้นด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปี ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เคียงข้างคู่ค้าของเราในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย เราได้สะสมองค์ความรู้มากมายและมีความภาคภูมิใจและยินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันองค์ความรู้ของเราเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเอกสารการศึกษาฉบับนี้” นายแพทริค กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จากเอกสารการศึกษาฉบับเต็มได้ที่ https://bit.ly/hecwhitepaper.

แบงก์กรุงเทพ มอบหนังสือสู่ห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง ปลูกทักษะเยาวชนไทยเรียนรู้โลกด้วยการอ่าน

แบงก์กรุงเทพ มอบหนังสือสู่ห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง  ปลูกทักษะเยาวชนไทยเรียนรู้โลกด้วยการอ่าน

แบงก์กรุงเทพ มอบหนังสือสู่ห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง ปลูกทักษะเยาวชนไทยเรียนรู้โลกด้วยการอ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งวุ่นวาย เราจะสนับสนุนและร่วมผลักดันอย่างไรให้เยาวชนไทยเติบโตมาอย่างเท่าเทียมเสมอภาคได้รับการศึกษาและทักษะจำเป็นในชีวิต เพราะเหล่านี้ถือเป็นการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืน “การอ่าน” จึงเป็นหนทางแห่งการวางรากฐานในการปลูกฝังความคิด สร้างจินตนาการ และเป็นสะพานในการเชื่อมต่อสู่โลกแห่งโอกาสให้กับเยาวชนไทย

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จับมือเหนียวแน่น ร่วมกันปลูกฝังอนาคตของชาติให้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีด้วยการจัดตั้งโครงการมอบหนังสือ ปีที่ 16 ปีนี้ใช้ชื่อโครงการว่า “ปลูกทักษะเรียนรู้ด้วยตัวฉันและโลกใบนี้” จัดขึ้นเมื่อวันที่15 มกราคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ (สีลม) ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมพิธีมอบหนังสือให้กับ ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ พร้อมกับ อาทร เตชะธาดา กรรมการบริหาร บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เพื่อส่งมอบหนังสือชุด Joyful Chrillden Book เรียนรู้ด้วยตัวฉันและโลกใบนี้ อันได้แก่ นิทาน 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ จำนวน 12 เรื่อง ส่งต่อความรู้ผ่านเรื่องเล่า เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับการสอนให้เด็กรู้จักตัวเองและผู้อื่น รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม หนังสือเด็กประถมวัย สาระการเรียนรู้ จำนวน 10 เรื่อง เพื่อเสริมทักษะให้เด็กประถมวัยและหนังสืออ่านนอกเวลา จำนวน 25 เรื่อง เป็นหนังสือที่ถูกคัดสรรมาเพื่อประจำห้องสมุด สามารถสร้างเสริมพัฒนาการ กระตุ้นสติปัญญา ส่งเสริมจินตนาการให้กับเด็กได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งหมดนี้จำนวนกว่า 100,000 เล่มมอบให้แก่ห้องสมุดประจำโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวม 400 แห่ง มูลค่า 8 ล้านบาท ด้วยรูปแบบไฮบริดอีเวนต์ มีตัวแทนจากโรงเรียนต่างๆ มาร่วมงานด้วยตัวเอง และอีกส่วนเข้าร่วมงานทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom โดยแสดงภาพผ่านจอ LED ด้านบนเวทีที่ยังใช้เปิดวีดิทัศน์ชุด “ธนาคารความรู้” เพื่อตอกย้ำว่า ธนาคารกรุงเทพ ยังคงร่วมสนับสนุนให้เยาวชนไทย เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า “ธนาคารกรุงเทพ มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน เราตระหนักดีว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชีวิตและสังคม หนังสือและแหล่งเรียนรู้ที่ดี คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้แก่เด็กและเยาวชน การได้มีโอกาสสนับสนุนหนังสือเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงการให้ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของพวกเราทุกคน ผู้นำทางความคิดของโลกหลายท่านก็ได้พูดถึงประเด็นการอ่านไว้อย่างดียิ่ง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กับคำพูดที่ว่าสิ่งที่สำคัญที่คุณต้องรู้คือที่ตั้งของห้องสมุด เพราะนั่นคือจุดที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็นจุดสานต่อ และส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของเยาวชนให้เติบโตและเป็นกำลังหลักของชาติต่อไป”

ด้าน ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน กล่าวว่า ในนามของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพและบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา และได้สนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทั้ง 400 แห่งทั่วประเทศ หนังสือที่ได้รับมอบในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งข้อมูลหรือสื่อการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างแรงบันดาลใจ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับนักเรียนในพื้นที่ที่ยังขาดโอกาส การสนับสนุนครั้งนี้จึงเป็นการลงทุนที่ทรงคุณค่าในการสร้างรากฐานแห่งอนาคตให้กับเยาวชนไทย สพฐ. ขอยืนยันว่าหนังสือทุกเล่มจะถูกกระจายไปยังโรงเรียนทั้ง 400 แห่งอย่างทั่วถึง และถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน ครู และชุมชนในพื้นที่ ส่งเสริมทั้งการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกมิติ”

ภายในงานยังมีซุ้มความรู้จากโรงเรียนดีมากอุปถัมภ์ ที่น้อมนำแนวคิดจากเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่ห้องเรียนธรรมชาติ พร้อมโชว์ภาพบ่อปลาดุกฟาร์มไก่และฟาร์มเห็ดฟางปลอดสารพิษขณะเดียวกันบนเวทีใหญ่มีการแสดงจากคณะหมอลำหุ่น โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ หยิบเอากระติบข้าวเหนียวของชาวอีสาน มาผสมผสานกับหุ่นละครและเพลงหมอลำ โดยได้บทละครจากหนังสือชุด Joinful Chrillden Book 3 เรื่อง มาแสดงบนเวที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทั้งน้องๆ นักเรียน และแขกภายในงานกับ Soft Power จากภาคอีสาน ด้าน อ.ปรีชา การุณ ดีกรีครูช่างศิลปะหัตถกรรมประจำปี 2567 ประเภทงานหัตถกรรมจักสาน ผู้ฝึกสอนหมอลำหุ่นคณะเทวดา กล่าวขอบคุณธนาคารกรุงเทพและกล่าวว่า “ที่นี่คือเวทีแรกของเด็กๆ บางคนในการแสดงนี้ ก็ถือเป็นโอกาสของเด็กในชนบทครับ ความประทับใจต่อโครงการ ต้องบอกว่าหนังสือก็เหมือนธนาคารความรู้ คลังความรู้ซึ่งเยาวชนควรอย่างยิ่งที่จะอ่านหนังสือและรักการอ่าน บทละครหลายเรื่องก็มาจากหนังสือ เด็กๆ ในคณะก็ต้องใช้การอ่าน การตีความ จนเกิดเป็นละคร เรียกได้ว่าพวกเขาไม่ได้สร้างแค่ละครแต่ละครก็สร้างพวกเขาเช่นกัน”