‘ถาวร’หารือGIZยกระดับ ความร่วมมือในด้านการเกษตร

‘ถาวร’หารือGIZยกระดับ  ความร่วมมือในด้านการเกษตร

‘ถาวร’หารือGIZยกระดับ ความร่วมมือในด้านการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ ดร.นานา คึนเคล ผู้อำนวยการและผู้ประสานงานกลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (Dr. Nana Kuenkel : Cluster Director Coordinator – Agriculture and Food Cluster GIZ) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินงานและนโยบายที่สำคัญระหว่างกัน รวมถึงฝ่าย GIZ นำเสนอโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย (Strengthening Climate-Smart Rice Farming: Thai Rice GCF) ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการปรับเปลี่ยนแนวทางการปลูกข้าวในประเทศไทย ให้เข้าสู่วิถีการปลูกข้าวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลงและเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ โดยนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Agriculture) มาประยุกต์ใช้ อีกทั้งมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาได้อย่างน้อย 2.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของชาวนารายย่อยกว่า 253,400 ราย ในพื้นที่ 21 จังหวัดเป้าหมายของโครงการ โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 5 ปี (พ.ศ.2566–2571)

ขณะเดียวกัน ฝ่าย GIZ มีการดำเนินงานสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรฯ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) ซึ่งการพัฒนาภาคเกษตรในประเทศไทย GIZ มีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วยห่วงโซ่คุณค่าด้านการเกษตรที่ยั่งยืนใน 4 มิติ ได้แก่ 1.มิติสังคม โดยส่งเสริมบทบาทเกษตรกร 2.มิติเศรษฐกิจ โดยการสร้างห่วงโซ่มูลค่าด้านการเกษตร 3.มิติสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 4.มิติความร่วมมือ โดยยกระดับความร่วมมือกับคู่ภาคี โดยเฉพาหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ GIZ ได้ดำเนินการทั้งหมด 22 โครงการ ใน 16 สำนักงาน GIZ ทั่วประเทศ โดยสินค้าที่ GIZ จัดทำโครงการวิจัย ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด กาแฟ น้ำมันปาล์ม มันฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีโครงการด้านการจัดการน้ำ การค้าสินค้าเกษตรชีวมวล (Biomass) เป็นต้น

ปลัดฯถกมาเลเซียหนุนภาคเกษตร

ปลัดฯถกมาเลเซียหนุนภาคเกษตร

ปลัดฯถกมาเลเซียหนุนภาคเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับนาย Datuk Seri Isham ปลัดกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารมาเลเซีย และคณะ โดยมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ น.ส.ไปรยา เศวตจินดา ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศนายอลงกต โพธิ์ดี ผอ.กลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร น.ส.วนิดา แจ้งประจักษ์ ผอ.กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าการหารือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ ของสองประเทศ มีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การติดตามความก้าวหน้าการพิจารณาการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ เนื้อสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากนม ลูกเป็ดและไข่ฟัก ลูกไก่และไข่ฟัก แพะมีชีวิตเพื่อการทำพันธุ์ เนื้อโค เนื้อสุกรแช่เย็นและแช่แข็ง และเนื้อสัตว์ปีกแปรรูปปรุงสุก เป็นต้น

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยขอให้มาเลเซีย ช่วยเร่งการพิจารณาสินค้าเกษตรของไทย รวมถึงการติดตามความก้าวหน้าการพิจารณาบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับมาเลเซีย หากไม่มีข้อแก้ไข คาดว่าจะสามารถลงนามได้ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยจะสามารถจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรระหว่างไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 1 (1st Meeting Joint Working Group on Agriculture between Thailand and Malaysia) เพื่อหารือ ความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกันอย่างเป็นทางการ และมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรที่ทั้งสองฝ่ายสนใจ รวมถึงการหารือเชิงเทคนิคในสาขาต่างๆ ระหว่างกัน นอกจากนี้ฝ่ายไทยยินดีให้ความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมต้อนรับการเดินทางเยือนไทยของ รมว.เกษตรฯ มาเลเซีย ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

‘อภัย’เป็นสักขีพยาน ทำบันทึกความเข้าใจ กรมข้าว-กรมส่งเสริมฯ ชูพัฒนาด้านการข้าว

‘อภัย’เป็นสักขีพยาน  ทำบันทึกความเข้าใจ  กรมข้าว-กรมส่งเสริมฯ  ชูพัฒนาด้านการข้าว

‘อภัย’เป็นสักขีพยาน ทำบันทึกความเข้าใจ กรมข้าว-กรมส่งเสริมฯ ชูพัฒนาด้านการข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจในการดำเนินงานพัฒนาสมรรถนะชาวนาตามโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าว
ที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project : Thai Rice GCF) ระหว่างกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร

สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะชาวนาไทย ในการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ และสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Agricultue : CSA) มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าว หลีกเลี่ยงผลกระทบ และเสริมสร้างศักยภาพการปรับตัวต่อสภาพอากาศของชาวนาในการปลูกข้าว โดยจะเป็นการร่วมมือกันพิจารณาจัดทำแผนส่งเสริมและพัฒนาชาวนาตามเป้าหมายโครงการฯ ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ ผ่านกลไกสำคัญของกรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร เช่น ศูนย์ข้าวชุมชน นาข้าวแปลงใหญ่ ศูนย์จัดการดิน และปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) Smart Farmer Young Smart Farmer ชาวนาอาสา และอาสาสมัครเกษตร ตลอดจนการดำเนินงานพัฒนาคู่มือการพัฒนาชาวนาเพื่อการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กลุ่มชาวนาเป้าหมายของโครงการต่อไป

ส.ป.ก. ร่วมประชุม คณะกรรมการ โครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568

ส.ป.ก. ร่วมประชุม คณะกรรมการ โครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568

ส.ป.ก. ร่วมประชุม คณะกรรมการ โครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.08 น.

22 มกราคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นางสาวสุนิสา เอกธิการ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ และคณะ ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568  โดยมี พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นประธานการประชุม  ณ ห้องประชุม 1214 อาคาร 1 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร

การประชุมครั้งนี้เพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่ผ่านมา ตามมติที่ประชุมกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ประจำปี พ.ศ.2567 และเพื่อพิจารณาแผนการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญาในปี 2568 ตามแผนโครงการปฏิบัติการเกษตรวิชญาระยะ 5 ปี โครงการเกษตรวิชญา ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โครงการในพระราชดำริ พระะบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) รัชกาลที่ 10  เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริเมื่อครั้งพระองค์ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลทรงตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร โครงการแห่งนี้  เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2544 ทรงมีพระราชประสงค์พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่บ้านกองแหะ หมู่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ รวม 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำไปดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน และเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

จากเดิมที่พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขาและภูเขาสูงลาดเทลงสู่หุบเขาเล็ก ๆ มีความลาดชัน ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีการบุกรุกพื้นที่ไปทำไร่หมุนเวียนและพื้นที่เป็นป่าเสื่อมโทรม พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ทำการสำรวจและวางแผนการใช้ที่ดิน พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อการเกษตร คัดเลือกพันธุ์พืชเพาะปลูกอย่างเหมาะสม  ได้กำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ พุทธศักราช 2545

ผลการดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้การผลิตและนำเชื้อเพลิงจากวัสดุชีวมวลมาใช้สอยในชีวิตประจำวันและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ทำให้ปริมาณการใช้ไม้ฟืนจากป่าธรรมชาติลดลง ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่วนเกษตรและธนาคารอาหารชุมชน เนื้อที่ 123 ไร่ ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้และเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

-(016)

กรมฝนหลวงฯ รับมอบการบริหาร ‘สนามบินตาก’ มุ่งพัฒนาเป็นศูนย์หลัก สู้ Pm2.5

กรมฝนหลวงฯ รับมอบการบริหาร ‘สนามบินตาก’ มุ่งพัฒนาเป็นศูนย์หลัก สู้ Pm2.5

กรมฝนหลวงฯ รับมอบการบริหาร ‘สนามบินตาก’ มุ่งพัฒนาเป็นศูนย์หลัก สู้ Pm2.5

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.49 น.

22 มกราคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และ นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีส่งมอบ – รับมอบความรับผิดชอบการบริหารท่าอากาศยานตาก จากกรมท่าอากาศยาน ให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรใช้ประโยชน์ในภารกิจเกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวงและการบินเกษตร พัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานตากให้เป็นศูนย์หลักในการปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศ และสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ในท่าอากาศยานตากได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าปัจจุบันปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก Pm2.5 ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ปัญหาด้านมลพิษทางอากาศของภาคเหนือรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนและเป็นวงกว้าง อีกทั้งการปฏิบัติการฝนหลวง ยังสามารถบรรเทา ปัญหาดังกล่าวได้ รวมไปถึงภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีหนังสือถึงกรมท่าอากาศยาน เพื่อแจ้งความประสงค์ขอ เป็นหน่วยงานใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานตาก เพื่อการบินปฏิบัติการฝนหลวง และขอรับโอนท่าอากาศยานตาก เพื่อจะสามารถพัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานตาก ให้เป็นศูนย์หลักในการปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศ การปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาภัยแล้งการปฏิบัติการดับไฟป่า และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก Pm2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากยิ่งขึ้นตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบัน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดตาก เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวอยู่แล้ว และเล็งเห็นว่าปัจจุบันท่าอากาศยานตากไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ ทำการบินแบบประจำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 จึงเป็นการลดภาระด้านงบประมาณที่รัฐบาลต้องจัดสรรให้กรมท่าอากาศยาน รวม ไปถึงจะเป็นการให้ทางราชการสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าอากาศยานตากได้อย่างเต็มที่และเป็นการกระจายงบประมาณที่ รัฐบาลสนับสนุนให้กรมท่าอากาศยานที่มีการให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ เป็นการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ทั้งนี้กรมท่าอากาศยานไม่มีแผนการดำเนินการเพื่อบริหารจัดการในเชิงพาณิชย์ จึงทำให้การมอบหมายความรับผิดชอบ และบริหารท่าอากาศยานตากให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะทำให้ทางราชการสามารถใช้พื้นที่ได้เต็มศักยภาพในการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นศูนย์หลักในการบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ รวมถึงจะช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก Pm2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป

-(016)

Aura Bangkok Clinic เปิดตัว “Oligio” ตอบโจทย์การดูแลผิวของคนยุคใหม่

Aura Bangkok Clinic เปิดตัว “Oligio” ตอบโจทย์การดูแลผิวของคนยุคใหม่

Aura Bangkok Clinic เปิดตัว “Oligio” ตอบโจทย์การดูแลผิวของคนยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

Aura Bangkok Clinic ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการความงามระดับประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปิดตัวเครื่องยกกระชับผิวหน้าและลำคอ “Oligio” นวัตกรรมล่าสุดที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ พร้อมให้บริการครบทั้ง 14 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ของ Aura Bangkok Clinic ที่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมความงาม พร้อมสร้างมาตรฐานการบริการที่โดดเด่นด้วยความใส่ใจสูงสุด ทีมแพทย์และทีม R&D ได้รับการอบรมและทดลองใช้นวัตกรรมใหม่ทุกหัตถการอย่างเข้มข้นก่อนให้บริการจริง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับการทดลองใช้เครื่อง “Oligio” ซึ่งทีมแพทย์ได้ทำการศึกษาและทดลองใช้งานจริงเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน กระบวนการนี้สะท้อนความใส่ใจที่ออร่าใช้กับทุกหัตถการ ส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจและกลับมาใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง

“Oligio เป็นนวัตกรรมที่นำเข้าจากบริษัท WONTECH ประเทศเกาหลี ผู้นำด้านเทคโนโลยีความงามระดับโลกและเจ้าของรางวัล 2024 Korea Customer Preference Index No.1 โดยเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (Radio Frequency) ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ร่วมกับ Cooling System ที่ช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง พร้อมฟื้นฟูผิวให้กระชับ ลดไขมันสะสมใต้คางและแก้มเหนียง และปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนโดยไม่ต้องพักฟื้น” – กล่าวโดย Medical Leader จากบริษัท WONTECH

นอกจากนี้ Aura Bangkok Clinic ยังเปิดบ้าน “Aura Wellness Headquarter – Training Center” เพื่อรับการอบรมอย่างเข้มข้นจาก Technical Educator ของ WONTECH ประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในด้านการใช้งาน “Oligio” อย่างถูกต้องและได้มาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านความปลอดภัยและผลลัพธ์

Aura Bangkok Clinic โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของบริการระดับพรีเมียม และพรีเซ็นเตอร์สาว “โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์” ที่ปรากฏบนบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ โดยคลินิกสีฟ้าที่ทุกคนรู้จักนี้ยังมีความใส่ใจในทุกการบริการ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาผ่านช่องทางแชทที่พร้อมตอบคำถาม 24 ชั่วโมง ไปจนถึงประสบการณ์การดูแลลูกค้าภายในคลินิก ที่ CEO เฟม เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธุ์ ตั้งใจสร้างด้วยแนวคิดว่า “เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงความงามในราคาที่คุ้มค่า พร้อมบริการที่ดีที่สุดตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงการบอกต่อด้วยความประทับใจ”

สนใจบริการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารได้ที่ aurabangkokclinic.com / LINE : @botox / Facebook : Aura Bangkok Clinic / Instagram: @aurabangkokclinic

038

ต้อนรับความมั่งคั่งและโชคลาภ เฉลิมฉลองตรุษจีนที่ อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

ต้อนรับความมั่งคั่งและโชคลาภ เฉลิมฉลองตรุษจีนที่ อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

ต้อนรับความมั่งคั่งและโชคลาภ เฉลิมฉลองตรุษจีนที่ อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.50 น.

โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (InterContinental Bangkok) ขอเชิญทุกท่านมาต้อนรับความเจริญรุ่งเรืองและความอุดมสมบูรณ์ในวันตรุษจีนปีมะเส็ง ด้วยอาหารจีนเลิศรสหรือชุดของขวัญอวยพรวันตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล

สัมผัสประสบการณ์อาหารจีนสุดประณีตที่ ห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ (Summer Palace) บริการอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งร่วมสมัย โดยมีอาหารพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีนปีงู อาทิ สลัดเป็ดโชคลาภ (Roasted Duck Lo Hei) กุ้งมังกรบอสตันผัดซอสไข่แดงเค็ม (Crispy Boston Lobster with Salted Egg Yolk Sauce) และของหวานมงคลประจำเทศกาลอย่างขนมเข่ง (Nian Gao) รูปปลาคราฟแสนน่ารัก

ส่วนเมนูอาหารชุดเอ็มเพอเรอร์ (Emperor) เป็นอาหารชุดพิเศษสำหรับ 4 ถึง 6 ท่าน ประกอบด้วยอาหารที่มีความหมายเป็นสิริมงคลและสื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองเพื่อการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดี อาทิ กุ้งผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ซอสกงเปา (Wok Fried Prawn with Cashew Nuts and Kong Pho Sauce) และหมูสามชั้นตุ๋นผักดอง (Braised Pork Belly) เป็นต้น ส่วนอาหารชุดสำหรับ 10 ท่านขึ้นไป มีให้บริการ 2 ชุด ได้แก่ อาหารชุดฟอร์จูน (Fortune) เป็นอาหารชุดที่มีเป๋าฮื้อเจี๋ยนน้ำแดงและเห็ดหอม (Braised Shiitake Mushrooms and Abalone) เป็นอาหารแนะนำ และอาหารชุดเวลตี้ (Wealthy) มีหมูหัน (Roasted Whole Suckling Pig) สูตรฮ่องกงแสนอร่อย และ กุ้งมังกรบอสตันอบหมี่อีฟู (Braised Boston Lobster with E FU Noodles) เป็นอาหารจานพิเศษที่พลาดไม่ได้

สำหรับท่านที่ชื่นชอบติ่มซำ ขอแนะนำ ออล ยู แคน อีท ติ่มซำ (All-you-can-eat Dim Sum) ที่ให้ทุก ๆ ท่านรับประทานติ่มซำรสชาติต้นตำรับจากฮ่องกงทั้งของนึ่ง ทอด และอบแบบไม่จำกัด อาทิ ขนมจีบเป๋าฮื้อ (Steamed Pork Siu Mai with Abalone) พายไก่และเห็ดทรัฟเฟิลสไตล์ฮ่องกง (Hong Kong Style Chicken Pot Pie) และของหวานเป็นบัวลอยแปะก๊วยน้ำขิง (Sesame Dumplings with Gingko Berry in Ginger Tea)

นอกจากนี้ ห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ และร้านขนมบัตเตอร์ (Butter) ยังมีชุดของขวัญอวยพรวันตรุษจีนให้เลือกสรร เพื่อส่งมอบความสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน ได้แก่ ชุดของขวัญวันตรุษจีนที่ประกอบไปด้วย ชาดำซิลค์ ออร์แกนิค (Organic Silk Black tea) จับคู่กับขนมลูกงาทอด (Smiley Sesame Balls) คุกกี้วอลนัทตำรับจีน (Classic Chinese Walnut Cookies) หรือ ซอสเอ็กซ์โอสูตร โฮมเมด (Homemade XO Sauce) เพิ่มความพิเศษด้วยขนมเค้กแห้วผสมเก๋ากี้ตำรับจีน (Chinese Water Chestnut Goji Berry Cakes) หรือ ซอสพริกเซี่ยงไฮ้สูตรโฮมเมด (Homemade Shanghai Sauce)

นอกจากนี้ร้านขนมบัตเตอร์ ยังมีขนมหวานและเค้กสูตรพิเศษจำหน่ายเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน อาทิ คุกกี้ชาอู่หลง มูสเค้กช็อกโกแลตและอีกมากมาย เพื่อใช้เป็นของขวัญของฝากส่งมอบความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองและความสุขให้แก่ครอบครัวและคนที่คุณรัก

ห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ ให้บริการอาหารพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยอาหารจานเดี่ยว (a la carte) ราคาเริ่มต้นที่จานละ 180++ บาท อาหารชุดเอ็มเพอเรอร์ สำหรับ 4 ถึง 6 ท่าน  ราคาชุดละ 12,888++ บาท อาหารชุดฟอร์จูนสำหรับ 10 ท่าน ราคาชุดละ 19,888++ บาท และอาหารชุดเวลตี้สำหรับ 10 ท่าน ราคาชุดละ 28,888++ บาท ส่วน ออล ยู แคน อีท ติ่มซำ บริการติ่มซำแบบไม่จำกัดราคาสุทธิท่านละ 1,588 บาท

ชุดของขวัญอวยพรวันตรุษจีน สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 เป็นต้นไป และรับชุดของขวัญอวยพรวันตรุษจีนได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2568 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2568 ส่วนขนมหวานและเค้กสูตรพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน มีจำหน่ายที่ร้านขนม บัตเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2568 ราคาสุทธิเริ่มต้นชิ้นละ 200 บาท

ส่วนท่านที่ชื่นชอบการรับประทานบุฟเฟ่ต์ ห้องอาหาร เอสเพรสโซ่ (Espresso) ให้บริการบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเพื่อให้ท่านและครอบครัวได้ร่วมแบ่งปันความสุขอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันในวันที่ 29 มกราคม 2568 และ 30 มกราคม 2568 เวลา 12.00 น. ถึง 14.30 น. ราคาท่านละ 1,200++ บาท และสำหรับเด็กอายุ 6 ถึง 12 ปี ราคาท่านละ 600++ บาท

นอกจากอาหารจีนสุดพิเศษแล้ว ยังเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสันและวัฒนธรรมจีนให้บริการเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มค็อกเทล (Cocktail) หรือ เครื่องดื่มม็อกเทล (Mocktail) เพื่อเสริมมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบ เครื่องดื่มพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน มีให้บริการที่บัลโคนี่ เลาจน์ (Balcony Lounge) ห้องอาหาร เอสเพรสโซ่ และห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น. ถึง 22.30 น. เครื่องดื่มค็อกเทลราคาเริ่มต้นแก้วละ 388++ บาท และเครื่องดื่มม็อกเทลราคาเริ่มต้นแก้วละ 188++ บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร +66 (0) 2 656 0444 อีเมล dining.bkkhb@ihg.com

038

‘กินเนสส์’ ดึง ‘ลิซ่า’ สร้างประวัติศาตร์ ก้าวลงสู่สนามพรีเมียร์ลีก

‘กินเนสส์’ ดึง ‘ลิซ่า’ สร้างประวัติศาตร์ ก้าวลงสู่สนามพรีเมียร์ลีก

‘กินเนสส์’ ดึง ‘ลิซ่า’ สร้างประวัติศาตร์ ก้าวลงสู่สนามพรีเมียร์ลีก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.43 น.

กินเนสส์ (Guinness) เปิดโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะชาวไทย ด้วยการพาศิลปินระดับโลกอย่าง “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บีแมตช์ ระหว่างสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล และสโมสรฟุตบอลท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ลิซ่าได้รับเกียรติในการลงสู่สนามและเป็นผู้มอบเหรียญให้กับผู้ตัดสิน ก่อนการโยนเหรียญเลือกแดน ณ สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ประเทศอังกฤษ  สร้างกระแสฮือฮาให้กับแฟนบอลและแฟนคลับลิซาทั่วโลก

ถือเป็นการประเดิมเปิดศักราชแห่งความยิ่งใหญ่ของกินเนสส์ ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีกเป็นระยะเวลา 4 ปี หลังการประกาศความร่วมมือในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยกินเนสส์ ได้มอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและสร้างสีสันให้กับการแข่งขันฟุตบอล รวมถึงการตอกย้ำบทบาทของพันธมิตรการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านการจัดกิจกรรมภายใต้แบรนด์กินเนสส์ ซึ่งจะเกิดขึ้นควบคู่กับทุกแมตช์สำคัญของพรีเมียร์ลีกตลอดฤดูกาล 2024/25

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งใหม่สำหรับแฟนบอลทั่วโลกและแฟนบอลชาวไทย ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านช่องทางของ กินเนสส์ ประเทศไทย ได้ที่ Guinness.th

038

D’Well จับมือ MOTIF มอบเฟอร์นิเจอร์สุดหรู Fendi Casa โครงการ ARNA RAMA 9

D’Well  จับมือ MOTIF มอบเฟอร์นิเจอร์สุดหรู Fendi Casa โครงการ ARNA RAMA 9

D’Well จับมือ MOTIF มอบเฟอร์นิเจอร์สุดหรู Fendi Casa โครงการ ARNA RAMA 9

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.41 น.

บริษัท ดี เวล แกรนด์ แอสเสท จำกัด โดย ถวนันท์ ธเนศเดชสุนทร กรรมการผู้จัดการ และ พลอยจันทร์ วิฑูรชาติ รองกรรมการผู้จัดการ จับมือ อัครรัฐ วรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ MOTIF ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านลักซ์ชัวรีแบรนด์ดัง ร่วมมอบประสบการณ์ความหรูหราใหม่ “ARNA RAMA9” โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู สร้างสรรค์รสนิยมการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่เหนือระดับ ด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดหรู แบรนด์ดังระดับโลก Fendi Casa จากอิตาลี

การจับมือกันในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ของ D’Well โดยจัด Exclusive Private Preview เปิดชมบ้านตัวอย่าง อย่างเป็นทางการครั้งแรก! ของโครงการ “ARNA RAMA 9” ภายใต้คอนเซปต์ ‘Quiet Luxury Collection’ เพื่อยกระดับความพิเศษของการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ พร้อมสัมผัสความหรูหราเหนือกาลเวลา ด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สุดหรูชื่อดังจากประเทศอิตาลี “Fendi Casa” มูลค่าสูงสุดถึง 3 ล้านบาท (จำนวนจำกัด*) ให้กับลูกค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และจองบ้านในงาน “Grand Opening New Phase” ณ โครงการ ARNA RAMA 9 วันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ นี้ Exclusive Deal เพียง 2 วันเท่านั้น            โดยสามารถลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่ https://arna.rama9.dwell-group.com/ หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-821-5953

Fendi Casa เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังระดับโลกจากอิตาลี ที่เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม ทรงคุณค่า และความประณีตของงานฝีมือชั้นสูง ภายใต้การนำเข้าของ อัครรัฐ วรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ MOTIF อย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวในประเทศไทย เน้นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่น และดีไซน์อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นส่วนโค้งของ Fendi HQ Palazzo Della Civiltà Italiana, โลโก้ FF, Karligraphy, ลาย Pequin ลายทางที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Fendi รวมถึงการตัดเย็บที่ใช้การประณีตขั้นสูงที่มีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน การใช้โทนสีที่ดูธรรมชาติเงียบสงบ จับคู่กับสีสันจัดจ้านแสดงถึงจิตวิญญาณของความขี้เล่น บ่งบอก DNA ของ Fendi ได้อย่างชัดเจน ทำให้เฟอร์นิเจอร์จาก FENDI Casa สามารถตอบโจทย์ความหรูหราของโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ของ D’Well ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสะท้อนกลิ่นอายความเป็นแฟชั่นเหนือกาลเวลา และรสนิยมอันหรูหราของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

038

Balenciaga เปิดตัวรองเท้ารุ่น Monday ล่าสุด

Balenciaga เปิดตัวรองเท้ารุ่น Monday ล่าสุด

Balenciaga เปิดตัวรองเท้ารุ่น Monday ล่าสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.37 น.

เอาใจสายสปอร์ตและแฟชั่น Balenciaga เผยโฉมรองเท้ารุ่น Monday ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งวินเทจผสมผสานเข้ากับดีไซน์รองเท้ากีฬาที่แฝงความประณีตในแบบแฮนด์เมด

“Monday” ถือเป็นรองเท้าไฮบริดหนังแท้ล้วนรุ่นแรกของ Balenciaga พร้อมส่วนบนที่ทำจากหนังแท้และพื้นรองเท้ายางเทคนิคพิเศษที่มีน้ำหนักเบา มอบความสบายและเหมาะสำหรับการสวมใส่ในทุกโอกาส

ความพิเศษอยู่ที่รายละเอียดอันมีเอกลักษณ์ เช่น ขอบหนังแบบดิบ การเย็บโชว์ตะเข็บ และการตกแต่งที่จงใจให้ดูเหมือนผ่านการใช้งานมาแล้ว สะท้อนถึงกลิ่นอายวินเทจคลาสสิก

นอกจากนี้ การออกแบบในสไตล์ดีคอนสตรัค เพื่อช่วยเติมเต็มความเป็นงานฝีมือ พร้อมซิกเนเจอร์ “3B Sports Icon” ที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับรองเท้าคู่นี้

รองเท้ารุ่น Monday จะวางจำหน่ายในสี ขาว ดำ ชมพู เหลือง และฟ้า ในแบบที่จงใจให้เกิดรอยสึกหรอและแบบไร้ตำหนิ ณ สโตร์ของ Balenciaga ทั่วโลกและบนเว็บไซต์ www.balenciaga.com 

038