นัตตี้ KISS OF LIFE ไอดอลสาวไทย ถูก โด คยองดง นักกีฬาโอลิมปิกยกให้เป็นสาวในฝัน

นัตตี้ KISS OF LIFE ไอดอลสาวไทย ถูก โด คยองดง นักกีฬาโอลิมปิกยกให้เป็นสาวในฝัน

21 ม.ค. 2568 16:21 น.

นัตตี้ KISS OF LIFE ไอดอลสาวไทย ถูก โด คยองดง นักกีฬาโอลิมปิกยกให้เป็นสาวในฝัน

เป็นไอดอลสาวสัญชาติไทยที่น่าจับตามอง สำหรับ นัตตี้ KISS OF LIFE หรือ นัตตี้ อาณัชญา สุพุทธิพงศ์ สาวไทยมากความสามารถหนึ่งในสมาชิกของวง KISS OF LIFE เกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย S2 ENTERTAINMENT ประเทศเกาหลีใต้

เมื่อนักกีฬาฟันดาบชาวเกาหลีใต้อย่าง โด คยองดง ที่เพิ่งได้รับเหรียญทองโอลิมปิกปี 2024 ได้เปิดเผยว่า นัตตี้คือหญิงสาวในอุดมคติของเขา นอกจากนี้เขายังชอบเพลง Igloo อีกด้วย อีกทั้งยังบอกอีกด้วยว่าจะสนับสนุนนัตตี้ต่อไป และหวังว่านัตตี้จะเชียร์เขาในการแข่งครั้งหน้าด้วย

ซึ่งคำสัมภาษณ์ของโด คยองดงนี้ทำเอาแฟนๆ ของ นัตตี้ ยินดีมากๆ เพราะประเทศเกาหลีขึ้นชื่อว่ายกย่องและชื่นชมนักกีฬาอย่างมาก โด คยองดง เป็นนักกีฬาอนาคตไกลที่เพิ่งได้เหรียญทองมา เมื่อเอ่ยถึงนัตตี้ก็เหมือนเป็นโปรโมตไอดอลสาวให้คนเกาหลีใต้ได้รู้จักนัตตี้มากขึ้น 

ซึ่งก่อนหน้านี้ นัตตี้เคยเป็นไวรัลหลายครั้ง เช่น การถ่ายแบบ CALVIN KLEIN, ลุคส์สนามบิน ที่นัตตี้แค่สวมชุดธรรมดาๆ ทั่วไป แต่กลับทำให้นัตตี้ดูดีเป็นอย่างมาก หรือ การขึ้นโชว์ร่วมกับ เจย์ ปาร์ค ศิลปินชื่อดังใน WATERBOMB

สำหรับ KISS OF LIFE ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 สาวได้แก่ จูลี่, นัตตี้, เบลล์ และ ฮานึล เป็นวงที่เพิ่งเดบิวต์ได้เพียงปีกว่า แต่ชื่อเสียงและกระแสของพวกเธอโด่งดังเป็นอย่างมากหากเทียบกับการมาจากค่ายเล็กๆ และมีคู่แข่งเยอะมาก เพราะ KISS OF LIFE ฉีกภาพลักษณ์ของการเป็นไอดอลในปัจจุบัน มีความแตกต่างจากไอดอลวงอื่นๆ และยังมีความสามารถไม่น้อย จึงทำให้พวกเธอได้รับความสนใจมากขึ้น 

ด้าน นัตตี้ KISS OF LIFE แม้จะอายุเพียง 22 ปี แต่มีประสบการณ์ในวงการบันเทิงเกาหลีกว่า 10 ปี เนื่องจากนัตตี้เคยปรากฏตัวในรายการเซอร์ไวเวอร์ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้ง SIXTEEN (2015) และ Idol School (2017) จากนั้นได้เดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวในปี 2020 ก่อนมาเป็น 1 ในสมาชิกของ KISS OF LIFE ในปี 2023 

และนัตตี้ยังมีภาพความน่ารัก เซ็กซี่ และความสามารถด้านการร้อง-เต้น และยังมีความมานะ พยายาม และความอดทน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคจนสามารถได้ทำในสิ่งที่เธอรักและพยายามมานับ 10 ปี จึงทำให้แฟนๆ ประทับใจในตัวนัตตี้มากนั่นเอง

โอ้โห! จ๊ะ นงผณี ทำทะเลไฟลุก นุ่งบิกินีออกสเตปเต้นเบาๆ อวดหุ่นแซ่บๆ

โอ้โห! จ๊ะ นงผณี ทำทะเลไฟลุก นุ่งบิกินีออกสเตปเต้นเบาๆ อวดหุ่นแซ่บๆ

21 ม.ค. 2568 15:51 น.

โอ้โห! จ๊ะ นงผณี ทำทะเลไฟลุก นุ่งบิกินีออกสเตปเต้นเบาๆ อวดหุ่นแซ่บๆ

เป็นสาวแซ่บฮอตปรอทแตกอีกคนของวงการบันเทิง สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว จ๊ะ นงผณี มหาดไทย ที่ล่าสุดเผยความเซ็กซี่ไฟลุกให้แฟนๆ ที่ติดตามอินสตาแกรม @jaja_nongpanee ได้มุงกันอีกแล้วจ้า!

งานนี้ จ๊ะ นงผณี เผยคลิปสุดเซ็กซี่ นุ่งชุดว่ายน้ำบิกินีลายเสือ อวดหุ่นแซ่บๆ เห็นความตู้มต้ามเต็มตา หน้าท้องแบนราบ พร้อมทั้งอวดสเตปเต้นโยกเบาๆ เพิ่มความเซ็กซี่ยิ่งกว่าเดิม พร้อมทั้งใส่แคปชั่น “เช้านี้… ก่อนไปตรวจงาน #จ๊ะสร้างบ้าน”

ส่องคอมเมนต์มีทั้งคนในวงการบันเทิงตลอดจนแฟนๆ พร้อมใจกันแซวความเซ็กซี่ อาทิ โคตรขยี้จุด, โอ้โหววววว, โหหหหหหหหห ทะเลเดือดเลยแม่, ทะเลลุกเป็นไฟ, แซ่บมากก ฯลฯ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แดน ควง แพทตี้ เที่ยวทะเลเติมความหวานกัน 2 คน คุณแม่ลูกแฝดหุ่นแซ่บมาก

แดน ควง แพทตี้ เที่ยวทะเลเติมความหวานกัน 2 คน คุณแม่ลูกแฝดหุ่นแซ่บมาก

21 ม.ค. 2568 15:17 น.

แดน ควง แพทตี้ เที่ยวทะเลเติมความหวานกัน 2 คน คุณแม่ลูกแฝดหุ่นแซ่บมาก

เป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นมาก สำหรับคู่ของ แดน วรเวช กับ แพทตี้ อังศุมาลิน หลังจากที่ แพทตี้ ได้คลอดลูกแฝด น้องลิกก้ากับน้องโรร่า ทั้งคู่ก็ช่วยกันเลี้ยงกันคนละไม้คนละมือ มีภาพน่ารักๆ ออกมาให้แฟนคลับได้เห็นบ่อยครั้ง

และล่าสุด พ่อแดน ก็ได้พา คุณแม่แพทตี้ ไปเที่ยวทะเลพักผ่อนกัน 2 คน เหมือนเป็นทริปแรกหลังจากที่คุณแม่คลอดลูก เติมความหวานให้กัน ด้านคุณแม่แพทตี้เองก็แจกความน่ารัก ความสดใส มาในชุดกางเกงขาสั้นเกาะอกมีสายคล้องคอลายทางสีฟ้าขาว และเขียนแคปชั่นว่า “ใจฟูเมื่ออยู่ทะเล” ด้าน แดน ก็ได้เข้ามาตอบกลับว่า “ฉันรักทะเลที่มีเธอ”

งานนี้หลายคนที่ติดตามต่างกดไลก์กันรัวๆ พร้อมกับชื่นชมในความสวยของคุณแม่กันยกใหญ่ และต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้ว่าทริปนี้จะยังไม่เห็นคุณแม่ใส่ชุดว่ายน้ำ แต่คุณแม่ดูเซ็กซี่และหุ่นแซ่บมาก

โอม Cocktail ชี้แจงละเอียดในมุมคนกลางระหว่างกรณีพิพาท แสตมป์-แจม-แก็ป

โอม Cocktail ชี้แจงละเอียดในมุมคนกลางระหว่างกรณีพิพาท แสตมป์-แจม-แก็ป

21 ม.ค. 2568 14:52 น.

โอม Cocktail ชี้แจงละเอียดในมุมคนกลางระหว่างกรณีพิพาท แสตมป์-แจม-แก็ป

โอม Cocktail เป็นอีกหนึ่งคนที่รับรู้เรื่องราวการพิพาทของ แสตมป์ อภิวัชร์ และ แจม-แก็ป คู่กรณี แต่ไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ล่าสุด นักร้องชื่อดังได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านทางเฟซบุ๊กของตัวเอง ซึ่งมีข้อความดังต่อไปนี้ว่า 

(คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ)

“ได้อ่านความเห็นของหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงขอถือโอกาสนี้สรุปข้อเท็จจริงในฐานะตัวแทนค่ายครับ

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาประมาณสองปี ทางค่ายและวงทิลลี่เบิร์ดได้รับแจ้งจากพี่แสตมป์ว่ามีปัญหาระหว่างฝ่ายพี่แสตมป์และ sound engineer ของวง อันเนื่องมาจากประเด็นชู้สาวซึ่งพี่แสตมป์ได้เล่ารายละเอียดไปจนถึงต้นเหตุของความผิดใจระหว่างสองฝ่ายตามที่ทุกท่านได้ทราบตามข่าว และยังได้แจ้งต่อไปว่ามีการพบกัน วิวาท รวมถึงมีการพูดพาดพิงกันในทางเสียหาย เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอให้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว ในเบื้องต้นผมรับเรื่องเอาไว้แต่ได้กล่าวไปว่า Engineer นั้นไม่ใช่ลูกจ้างของค่าย แต่เป็นบุคลากรของวง ทางค่ายจึงไม่มีอำนาจในการจัดการโดยตรง แต่จะสอบถามให้ และได้แจ้งไปว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างมาก และผมในฐานะคนกลางยังไม่สามารถออกความเห็นได้ทันทีครับ

หลังจากนั้นเมื่อได้ทำการสอบถามเรื่องราวจากฝั่ง sound engineer และแฟน จึงพบว่าเรื่องราวนั้นขัดแย้งกันอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายมิได้มีหลักฐานที่จะอ้างอิง เรื่องราวที่กล่าวอ้างได้เลย ในเบื้องต้นจึงได้ทำการตักเตือนไปว่า ห้ามวงเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องดังกล่าว หากไม่ใช่กรณีที่พนักงานของวงกระทำความผิดต่อหน้าที่ ที่เราสามารถลงโทษได้ เรื่องอื่นใดถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่เขาต้องจัดการด้วยตนเอง มิให้ถือข้าง หรือตัดสินใดๆ ไปก่อน เพราะธรรมดาเรื่องเกี่ยวข้องกับความรัก หรือปัญหาภายในครอบครัวนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซับซ้อน อาจมองได้หลายมุม และที่สำคัญเป็นเรื่องภายในบ้าน

หลังจากนั้นจึงทำการติดต่อพี่แสตมป์อีกครั้ง และแนะนำไปว่าควรนำเรื่องราวเข้าสู่กระบวนการของศาล และนำเอาพยานหลักฐานของตนเข้าต่อสู้กัน โดยพี่แสตมป์ได้แสดงความกังวลว่าระหว่างทางคู่กรณีอาจใช้โอกาสนี้ในการ พูดหรือให้ร้ายตนและภรรยาได้ และตนไม่สบายใจจากการข่มขู่ ผมจึงได้ทำการรับรองไปว่าจะกำกับและดูแลไม่ให้มีการพูดถึงกันไม่ว่าในสื่อใดและช่องทางใดในขอบเขตที่ผมมีอำนาจ ในระหว่างที่มีการพิพาทกันในชั้นศาล เนื่องจากเห็นความสำคัญว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีส่วนบุคคลไม่ควรมีผู้ใดล่วงรู้ ทั้งนี้รายละเอียดในการพิจารณาคดีหรือการพิพาทใดๆ หลังจากนั้นทางเราไม่ได้รับทราบอีกต่อไป

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป ไม่ได้มีการติดต่อใดๆ จากฝั่งพี่แสตมป์อีก จนกระทั่งพี่แสตมป์ได้ติดต่อมาว่าตนได้ชนะคดีแล้วและได้รับค่าเสียหายในคดีฟ้องชู้ รวมถึงได้มีคำสั่งของศาลมิให้ทั้งสองฝ่ายพูดถึงกันในทางเสียหายอีกต่อไป ซึ่งสิ่งนี้น่าจะพิสูจน์ได้ว่าเรื่องชู้ที่ทางพี่แสตมป์กล่าวอ้างเป็นเรื่องจริง ขอให้แจ้งกับทาง Tilly Birds เพื่อรับทราบ เพื่อจะได้จัดการประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีคุกคามมิได้ถูกกล่าวถึง และมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการห้ามเข้าใกล้ เมื่อผมแจ้งให้กับทาง Tilly Birds ความปรากฏต่อไปว่า ทาง sound engineer และแฟน ยืนยันว่ามิได้แพ้คดี แต่ยอมประนีประนอมยอมความเพียงเพื่อให้เรื่องจบ และตนมิได้เป็นชู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการพิพาทต่อไปผมจึงแจ้งพี่แสตมป์ว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าชนะคดีซึ่งมีความหมายกว้างแต่ให้เลือกแจ้งคนโดยทั่วไปว่าคดีจบลงโดยการประนีประนอมยอมความโดยฝ่ายจำเลยยอมชำระค่าเสียหาย ซึ่งมีความหมายตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายไม่สามารถนำเอาข้อดังกล่าวมาโต้แย้งพี่แสตมป์ได้อีก

ในขณะนั้นผมตระหนักว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการไม่ยอมรับและเป็นความเชื่อที่ทางค่ายไม่สมควรเข้าไปก้าวล่วง และในเมื่อมีคำสั่งศาลให้ทั้งสองฝ่ายไม่พูดถึงกันอีกต่อไป ผมจึงคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะต่างคนต่างอยู่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้ได้กำชับกับ Tilly Birds อีกครั้งว่าไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น

โดยทางฝ่าย sound Engineer ได้ให้คำมั่นว่ามีความตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป ในขณะนั้นทางค่ายเกิดความสบายใจเพราะไม่ว่าสถานะของความเป็นชู้นั้นจะจริงหรือไม่ ไม่ว่าใครจะเชื่ออย่างไร มิได้สำคัญ เพราะต่างคนสามารถที่จะแยกย้ายไปมีชีวิตหรือทำงานในส่วนของตัวเองได้แล้ว

เวลาผ่านไประยะใหญ่ ทางเราได้ยินประปรายว่าพี่แสตมป์มีความไม่สบายใจจากการพบเจอ sound engineer ตามงานต่างๆ จาก บุคลากรในสายงาน หลายท่าน โดยพี่แสตมป์ได้บอกเล่าเรื่องราวชู้สาวของตนเองให้กับหลายท่านให้ได้ทราบ และพี่แสตมป์ได้ติดต่อมาผ่านผู้ใหญ่ในวงการท่านอื่นว่ามีความไม่สบายใจที่พบเจอแฟน ของ sound engineer ในงาน monster music festival ที่ในขณะนั้นมาช่วยงานที่บูธของศิลปิน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาทำงาน

ผมยอมรับว่าเพิกเฉยต่อคำขอ เนื่องจากไม่สามารถใช้ความไม่สบายใจส่วนบุคคล ไปจำกัดสิทธิ์ของ Tilly Birds ในการเลือกบุคลากรที่จะมาช่วยงานได้ โดยทางเราไม่ทราบมาก่อนว่านอกจากความไม่สบายใจแล้วยังมีเรื่องพิพาทของสองฝ่ายดำเนินอยู่
ประกอบกับไม่ได้รับรายงาน หรือพยานหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมเลยว่ามีการพิพาทระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้นภายหลัง

ในเวลาต่อมาหลังจากมีการพูดของพี่แสตมป์บนเวทีงานคอนเสิร์ตอันเป็นประเด็นให้ถกเถียงนั้น ข้อเท็จจริงจำนวนมากได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เข้าใจ ประเด็นบางส่วนถูกข้ามไป และบางส่วนถูกเพิ่มเติมขึ้นมา นำมาสู่ประเด็นปัญหาจนกลายเป็นข้อถกเถียงลุกลามอย่างที่ทุกท่านได้ทราบกัน จนความเสียหายลามมาถึงค่ายและ tilly birds ด้วยข้อมูลจำนวนมาก และข้อกล่าวอ้างหลายอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ หลายข้อไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงเป็นการยากที่จะมีความเห็นใดๆ จากค่าย

ประเด็นเรื่องคุกคามกลายเป็นประเด็นใหม่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบพยานบุคคลทั้งบุคคลที่สาม บุคคลภายนอก และพยานแวดล้อมอื่นๆ ค่อนข้างเห็นไปได้ว่าเป็นการพิพาทระหว่างคู่กรณีที่ไม่ถูกกันเมื่อพบเจอกันก็มีการกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ประกอบกับช่วงเวลาที่พี่แสตมป์กล่าวอ้างว่ามีการคุกคามในลักษณะซาแซงบนเวทีนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าพี่แสตมป์กับแฟนของซาวด์เอ็นจิเนียร์ อาจมีพฤติกรรมคบหากันอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว พี่แสตมป์จึงกลายเป็นพยานบุคคลที่มีน้ำหนักน้อยในเวลานั้น เป็นผลให้ทางค่ายไม่เทคแอ็คชั่นใดๆ ในเบื้องต้น เพราะยังไม่อาจเข้าใจเจตนาของพี่แสตมป์ได้เลย เรื่องทั้งหมดที่พี่แสตมป์พูดบนเวทีมีโอกาสจะเป็นเรื่องที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงและยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ในข้อใดทั้งสิ้น เนื่องจากไม่มีพยานเอกสารหรือบุคคลรองรับ

ต่อมาในคืนก่อนหน้าที่ทาง Sound Engineer ได้ตัดสินใจไปรายการโหนกระแส ผมได้ปรึกษากับทางพี่หนุ่มถึงทิศทางในการพูดคุยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงมากที่สุด รวมถึงการชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือต่างๆ ในรายการ โดยพี่หนุ่มให้ความเห็นไว้หลายข้อ และเมื่อสถานการณ์ ณ ขณะนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างสองฝั่ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับ Tilly Birds อีกต่อไปจึงมิใช่หน้าที่ของค่ายที่จะต้องกำกับดูแลเนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ใช่พนักงานของค่าย

ในเวลาต่อมาเมื่อรายการดำเนินไป ในส่วนของการตอบคำถามในประเด็นข่มขู่ของตัว sound engineer นั้น แม้ว่าเจ้าตัวจะมิได้เป็นคนยื่นฟ้อง และมิได้มีส่วนในการใช้พยานหลักฐานบางประเภทซึ่งแม้จะรวมอยู่ในลักษณะพยานหลักฐานอันเป็นชุดที่ไม่สามารถแยกออกจากกันหรือตัดทอนได้มาต่อรองในการดำเนินคดี แต่เจ้าตัวก็ยืนยันด้วยตนเองว่าทนายฝั่งแฟนสาวของตนได้มีการหยิบเอาประเด็นนี้มาใช้

ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวมิเคยได้กล่าวหรือชี้แจงใดๆ ในรายละเอียดมาก่อนต่อวงหรือค่าย เท่ากับว่าเป็นการรับรองสิ่งที่พี่แสตมป์พูดบนเวทีในข้อนี้โดยไม่โต้แย้ง ซึ่งต่อให้อ้างว่ามิได้มีเจตนา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้ความสามารถในการต่อสู้คดีของพี่แสตมป์ในประเด็นอื่นในคดีที่พิพาทกันและคดีอื่นลดลงอย่างมาก เป็นเหตุให้ไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งในกรณีดังกล่าวทางเราทั้งหมดไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุน

ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ที่เรียนมาผมได้ถือโอกาสนี้ส่งให้พี่แสตมป์และนิว รวมถึงฝั่งของ Sound Engineer และแฟนสาวรับรองในฐานะคนกลางเพื่อขจัดข้อข้องใจระหว่างสองฝ่ายรวมถึงทางค่าย และขออนุญาตเผยแพร่เพื่อขจัดปัญหาของการตีความอื่นใดของบุคคลภายนอก ขอบพระคุณพี่แสตมป์ นิว และทางฝั่งSound Engineer ที่ให้ความกรุณาด้วยครับ

ขออภัยทุกท่านที่ออกมาชี้แจงช้า แต่เนื่องจากยากที่จะเขียนเรื่องนี้ให้จบถึงบทสรุปได้ในครั้งเดียวหากเรื่องนี้ไม่จบแล้วจริงๆ หรือปรากฏพยานหลักฐานแล้วจากทุกฝ่าย เกรงว่าต่อให้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ก็รังแต่จะสร้างข้อถกเถียงและความขัดแย้งโดยไม่จำเป็นครับ ขอบพระคุณครับ”

แสตมป์ โพสต์แถลงสรุปข้อเท็จจริงโดยค่าย GeneLab เผยที่มาของการฟ้องร้อง

แสตมป์ โพสต์แถลงสรุปข้อเท็จจริงโดยค่าย GeneLab เผยที่มาของการฟ้องร้อง

21 ม.ค. 2568 14:27 น.

แสตมป์ โพสต์แถลงสรุปข้อเท็จจริงโดยค่าย GeneLab เผยที่มาของการฟ้องร้อง

เป็นประเด็นร้อนที่ชาวโซเชียลสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่นักร้องหนุ่ม แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข พูดถึงประเด็นถูกคุกคามเพื่อปกป้อง นิว จีริสุดา ภรรยา จนเป็นที่มาของดราม่าร้อนแรง และมีการพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของแสตมป์กับ แจม ในเชิงชู้สาว ซึ่งแจมเป็นแฟนสาวของ แก๊ป Sound Engineer วง Tilly Birds ทำให้เกิดดราม่ากระทบกับวง Tilly Birds รวมไปถึงค่าย GeneLab ตลอดจนศิลปินคนอื่น

ล่าสุด แสตมป์ อภิวัชร์ โพสต์ข้อความแถลงสรุปข้อเท็จจริงโดยค่าย GeneLab ที่ได้รับการรับรองจากทุกฝ่ายรวมถึงแสตมป์ ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

“แถลงสรุปข้อเท็จจริงโดย GeneLab ที่ได้รับการรับรองแล้วจากทุกฝ่ายที่้เกี่ยวข้องรวมถึงผมครับ

ได้อ่านความเห็นของหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  จึงขอถือโอกาสนี้สรุปข้อเท็จจริงในฐานะตัวแทนค่ายครับ

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาประมาณสองปี ทางค่ายและวงทิลลี่เบิร์ดได้รับแจ้งจากพี่แสตมป์ว่ามีปัญหาระหว่างฝ่ายพี่แสตมป์และ Sound Engineer ของวง อันเนื่องมาจากประเด็นชู้สาวซึ่งพี่แสตมป์ได้เล่ารายละเอียดไปจนถึงต้นเหตุของความผิดใจระหว่างสองฝ่ายตามที่ทุกท่านได้ทราบตามข่าว และยังได้แจ้งต่อไปว่ามีการพบกัน วิวาท รวมถึงมีการพูดพาดพิงกันในทางเสียหาย  เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอให้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว 

ในเบื้องต้นผมรับเรื่องเอาไว้แต่ได้กล่าวไปว่า Engineer นั้นไม่ใช่ลูกจ้างของค่าย แต่เป็นบุคลากรของวง ทางค่ายจึงไม่มีอำนาจในการจัดการโดยตรง แต่จะสอบถามให้ และได้แจ้งไปว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างมาก และผมในฐานะคนกลางยังไม่สามารถออกความเห็นได้ทันทีครับ

หลังจากนั้นเมื่อได้ทำการสอบถามเรื่องราวจากฝั่ง Sound Engineer และแฟน จึงพบว่าเรื่องราวนั้นขัดแย้งกันอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายมิได้มีหลักฐานที่จะอ้างอิงเรื่องราวที่กล่าวอ้างได้เลย ในเบื้องต้นจึงได้ทำการตักเตือนไปว่า ห้ามวงเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องดังกล่าว หากไม่ใช่กรณีที่พนักงานของวงกระทำความผิดต่อหน้าที่ ที่เราสามารถลงโทษได้ เรื่องอื่นใดถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่เขาต้องจัดการด้วยตนเอง มิให้ถือข้าง หรือตัดสินใดๆ ไปก่อน เพราะธรรมดาเรื่องเกี่ยวข้องกับความรัก หรือปัญหาภายในครอบครัวนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซับซ้อน อาจมองได้หลายมุม และที่สำคัญเป็นเรื่องภายในบ้าน

หลังจากนั้นจึงทำการติดต่อพี่แสตมป์อีกครั้ง และแนะนำไปว่าควรนำเรื่องราวเข้าสู่กระบวนการของศาล และนำเอาพยานหลักฐานของตนเข้าต่อสู้กัน โดยพี่แสตมป์ได้แสดงความกังวลว่าระหว่างทางคู่กรณีอาจใช้โอกาสนี้ในการพูดหรือให้ร้ายตนและภรรยาได้ และตนไม่สบายใจจากการข่มขู่ผมจึงได้ทำการรับรองไปว่าจะกำกับและดูแลไม่ให้มีการพูดถึงกันไม่ว่าในสื่อใดและช่องทางใดในขอบเขตที่ผมมีอำนาจ ในระหว่างที่มีการพิพาทกันในชั้นศาล เนื่องจากเห็นความสำคัญว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีส่วนบุคคล ไม่ควรมีผู้ใดล่วงรู้  ทั้งนี้รายละเอียดในการพิจารณาคดีหรือการพิพาทใดๆ หลังจากนั้นทางเราไม่ได้รับทราบอีกต่อไป

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป ไม่ได้มีการติดต่อใดๆ จากฝั่งพี่แสตมป์อีก จนกระทั่งพี่แสตมป์ได้ติดต่อมาว่าตนได้ชนะคดีแล้วและได้รับค่าเสียหายในคดีฟ้องชู้ รวมถึงได้มีคำสั่งของศาลมิให้ทั้งสองฝ่ายพูดถึงกันในทางเสียหายอีกต่อไป ซึ่งสิ่งนี้น่าจะพิสูจน์ได้ว่าเรื่องชู้ที่ทางพี่แสตมป์กล่าวอ้างเป็นเรื่องจริง ขอให้แจ้งกับทาง Tilly Birds เพื่อรับทราบ เพื่อจะได้จัดการประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีคุกคามมิได้ถูกกล่าวถึง และมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการห้ามเข้าใกล้ 

เมื่อผมแจ้งให้กับทาง Tilly Birds ความปรากฏต่อไปว่า ทาง Sound Engineer และแฟน ยืนยันว่ามิได้แพ้คดี แต่ยอมประนีประนอมยอมความเพียงเพื่อให้เรื่องจบ และตนมิได้เป็นชู้  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการพิพาทต่อไป ผมจึงแจ้งพี่แสตมป์ว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าชนะคดีซึ่งมีความหมายกว้าง แต่ให้เลือกแจ้งคนโดยทั่วไปว่าคดีจบลงโดยการประนีประนอมยอมความโดยฝ่ายจำเลยยอมชำระค่าเสียหาย ซึ่งมีความหมายตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายไม่สามารถนำเอาข้อดังกล่าวมาโต้แย้งพี่แสตมป์ได้อีก

ในขณะนั้นได้ผมตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการไม่ยอมรับและเป็นความเชื่อที่ทางค่ายไม่สมควรเข้าไปก้าวล่วง และในเมื่อมีคำสั่งศาลให้ทั้งสองฝ่ายไม่พูดถึงกันอีกต่อไป ผมจึงคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะต่างคนต่างอยู่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้ได้กำชับกับ Tilly Birds อีกครั้งว่าไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น โดยทางฝ่าย Sound Engineer ได้ให้คำมั่นว่ามีความตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป ในขณะนั้นทางค่ายเกิดความสบายใจเพราะไม่ว่าสถานะของความเป็นชู้นั้นจะจริงหรือไม่ ไม่ว่าใครจะเชื่ออย่างไร มิได้สำคัญ เพราะต่างคนสามารถที่จะแยกย้ายไปมีชีวิตหรือทำงานในส่วนของตัวเองได้แล้ว

เวลาผ่านไประยะใหญ่ ทางเราได้ยินประปรายว่าพี่แสตมป์มีความไม่สบายใจจากการพบเจอ Sound Engineer ตามงานต่างๆ จากบุคลากรในสายงานหลายท่าน โดยพี่แสตมป์ได้บอกเล่าเรื่องราวชู้สาวของตนเองให้กับหลายท่านให้ได้ทราบ และพี่แสตมป์ได้ติดต่อมาผ่านผู้ใหญ่ในวงการท่านอื่นว่ามีความไม่สบายใจที่พบเจอแฟนของ Sound Engineer ในงาน Monster Music Festival ที่ในขณะนั้นมาช่วยงานที่บูธของศิลปิน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาทำงาน

ผมยอมรับว่าเพิกเฉยต่อคำขอ เนื่องจากไม่สามารถใช้ความไม่สบายใจส่วนบุคคลไปจำกัดสิทธิ์ของ Tilly Birds ในการเลือกบุคลากรที่จะมาช่วยงานได้ โดยทางเราไม่ทราบมาก่อนว่านอกจากความไม่สบายใจแล้วยังมีเรื่องพิพาทของสองฝ่ายดำเนินอยู่ ประกอบกับไม่ได้รับรายงาน หรือพยานหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมเลยว่ามีการพิพาทระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้นภายหลัง

ในเวลาต่อมาหลังจากมีการพูดของพี่แสตมป์บนเวทีงานคอนเสิร์ตอันเป็นประเด็นให้ถกเถียงนั้น ข้อเท็จจริงจำนวนมากได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เข้าใจ ประเด็นบางส่วนถูกข้ามไป และบางส่วนถูกเพิ่มเติมขึ้นมา นำมาสู่ประเด็นปัญหาจนกลายเป็นข้อถกเถียงลุกลามอย่างที่ทุกท่านได้ทราบกัน จนความเสียหายลามมาถึงค่ายและ Tilly Birds 

ด้วยข้อมูลจำนวนมาก และข้อกล่าวอ้างหลายอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ หลายข้อไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึง เป็นการยากที่จะมีความเห็นใดๆ จากค่าย

ประเด็นเรื่องคุกคามกลายเป็นประเด็นใหม่  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบพยานบุคคลทั้งบุคคลที่สาม บุคคลภายนอก และพยานแวดล้อมอื่นๆ ค่อนข้างเห็นไปได้ว่าเป็นการพิพาทระหว่างคู่กรณีที่ไม่ถูกกันเมื่อพบเจอกันก็มีการกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา

ประกอบกับช่วงเวลาที่พี่แสตมป์กล่าวอ้างว่ามีการคุกคามในลักษณะซาแซงบนเวทีนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าพี่แสตมป์กับแฟนของซาวนด์เอ็นจิเนียร์ อาจมีพฤติกรรมคบหากันอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว พี่แสตมป์จึงกลายเป็นพยานบุคคลที่มีน้ำหนักน้อยในเวลานั้น

เป็นผลให้ทางค่ายไม่เทคแอ็กชั่นใดๆ ในเบื้องต้น เพราะยังไม่อาจเข้าใจเจตนาของพี่แสตมป์ได้เลย เรื่องทั้งหมดที่พี่แสตมป์พูดบนเวทีมีโอกาสจะเป็นเรื่องที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงและยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ในข้อใดทั้งสิ้น เนื่องจากไม่มีพยานเอกสารหรือบุคคลรองรับ

ต่อมาในคืนก่อนหน้าที่ทาง Sound Engineer ได้ตัดสินใจไปรายการโหนกระแส ผมได้ปรึกษากับทางพี่หนุ่มถึงทิศทางในการพูดคุยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงมากที่สุด รวมถึงการชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือต่างๆ ในรายการ โดยพี่หนุ่มให้ความเห็นไว้หลายข้อ และเมื่อสถานการณ์ ณ ขณะนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างสองฝั่ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับ Tilly Birds อีกต่อไปจึงมิใช่หน้าที่ของค่ายที่จะต้องกำกับดูแลเนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ใช่พนักงานของค่าย

ในเวลาต่อมาเมื่อรายการดำเนินไป ในส่วนของการตอบคำถามในประเด็นข่มขู่ของตัว Sound Engineer นั้น แม้ว่าเจ้าตัวจะมิได้เป็นคนยื่นฟ้อง และมิได้มีส่วนในการใช้พยานหลักฐานบางประเภทซึ่งแม้จะรวมอยู่ในลักษณะพยานหลักฐานอันเป็นชุดที่ไม่สามารถแยกออกจากกันหรือตัดทอนได้มาต่อรองในการดำเนินคดี

แต่เจ้าตัวก็ยืนยันด้วยตนเองว่าทนายฝั่งแฟนสาวของตนได้มีการหยิบเอาประเด็นนี้มาใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวมิเคยได้กล่าวหรือชี้แจงใดๆ ในรายละเอียดมาก่อนต่อวงหรือค่าย เท่ากับว่าเป็นการรับรองสิ่งที่พี่แสตมป์พูดบนเวทีในข้อนี้โดยไม่โต้แย้ง ซึ่งต่อให้อ้างว่ามิได้มีเจตนา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้ความสามารถในการต่อสู้คดีของพี่แสตมป์ในประเด็นอื่นในคดีที่พิพาทกันและคดีอื่นลดลงอย่างมาก เป็นเหตุให้ไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งในกรณีดังกล่าวทางเราทั้งหมดไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุน

ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ที่เรียนมาผมได้ถือโอกาสนี้ส่งให้พี่แสตมป์และนิว รวมถึงฝั่งของ Sound Engineer และแฟนสาวรับรองในฐานะคนกลางเพื่อขจัดข้อข้องใจระหว่างสองฝ่ายรวมถึงทางค่าย และขออนุญาตเผยแพร่เพื่อขจัดปัญหาของการตีความอื่นใดของบุคคลภายนอก ขอบพระคุณพี่แสตมป์ นิว และทางฝั่ง Sound Engineer ที่ให้ความกรุณาด้วยครับ

ขออภัยทุกท่านที่ออกมาชี้แจงช้า แต่เนื่องจากยากที่จะเขียนเรื่องนี้ให้จบถึงบทสรุปได้ในครั้งเดียวหากเรื่องนี้ไม่จบแล้วจริงๆ หรือปรากฏพยานหลักฐานแล้วจากทุกฝ่าย เกรงว่าต่อให้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ก็รังแต่จะสร้างข้อถกเถียงและความขัดแย้งโดยไม่จำเป็นครับ

ขอบพระคุณครับ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อ.ยิ่งศักดิ์ แจงเหตุผลยุติทำพิธีกรรายการดัง โต้ข่าวป่วยหนัก (คลิป)

อ.ยิ่งศักดิ์ แจงเหตุผลยุติทำพิธีกรรายการดัง โต้ข่าวป่วยหนัก (คลิป)

21 ม.ค. 2568 12:41 น.

อ.ยิ่งศักดิ์ แจงเหตุผลยุติทำพิธีกรรายการดัง โต้ข่าวป่วยหนัก (คลิป)

เป็นประเด็นฮือฮา เมื่อช่อง 8 ส่งจดหมายประกาศว่า อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ จะยุติบทบาทพิธีกรรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ด้วยเหตุผลส่วนตัว มีปัญหาด้านสุขภาพ และ เมย์ ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 จะมารับหน้าที่พิธีกรแทน

ล่าสุด อ.ยิ่งศักดิ์ ไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนๆ โดยมีช่วงหนึ่งที่พูดถึงสาเหตุที่ไม่ได้ไปจัดรายการดังต่อว่า “เรื่องคนดังนั่งเคลียร์ อาจารย์ไม่ได้ไปจัดแล้วนะ ขอโทษแฟนทุกคน คิดว่าอาจารย์ก็มีอายุ ขับรถไปมาก็นะ กลับบ้านก็มืดๆ ค่ำๆ แพ้แรงค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ เอาน่ะ คนเก่งๆ เขามี คนอื่นจัดรายการก็ดี๊ดี ตามไปดูกันให้การสนับสนุนอย่างที่อาจารย์เคยทำนะ อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไปนะ สนุกกว่าค่ะมั่นใจ เขาทำกันเก่งๆ ทุกคน”

นอกจากนี้ อ.ยิ่งศักดิ์ ตอบคำถามถึงเรื่องที่คนคิดว่าป่วยหนักว่า “ถามตลอดสัปดาห์ ฉันป่วยเป็นอะไรไม่ไปทำงาน เป็นหนักเหรอ สาหัสเหรอ เฮ้อ มีข่าวคราวมาว่าฉันป่วยหนัก ไม่รู้ใคร ตายละ ก็มีเหตุผลของเราหน่อยหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับป่วยใกล้เป็นใกล้ตายขนาดนั้น เนี่ยนั่งให้เห็นอยู่เนี่ย”

พร้อมทั้งขอบคุณแฟนๆ ก่อนจะเผยว่าตอนนี้ขอใช้ชีวิตสงบๆ ทำงานในสิ่งที่ตัวเองพอทำได้ และอยากเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในต่างจังหวัด โดยบอกว่า “ขอบคุณที่ห่วงใย เดี๊ยนขอใช้ชีวิตสงบๆ นั่งอยู่บ้าน ทำงานในสิ่งที่ตัวเองพอทำได้ บั้นปลายชีวิตอยากจะเปิดร้านกาแฟร้านขนมเล็กๆ ที่ต่างจังหวัด ได้เตรียมการไว้แล้ว คงไม่ทำอะไรใหญ่โต ไม่ตามกระแส

เดี๊ยนมีความรู้สึกว่าชีวิตเดี๊ยนไม่จำเป็นต้องอยู่กับกระแสทุกอย่าง เดี๊ยนอยู่กับความสุขค่ะ กระแสบางกระแสก็ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจหรือติดตามด้วย เพราะมันไม่เกิดประโยชน์กับสังคม เดี๊ยนไม่เอา เรื่องบางเรื่องเดี๊ยนก็ไม่เอาเลย เขาฮือฮากันทั้งบ้านทั้งเมือง เดี๊ยนเฉยๆ รู้สึกว่าถ้าไปสนใจด้วย เดี๊ยนเสียเวลา 7-8 วัน เดี๊ยนไม่เห็นได้อะไร ชีวิตเดี๊ยนไม่ได้ดีขึ้น สังคมก็ไม่ได้ดีขึ้นกับการเรียนรู้ตรงนั้น ทำอะไรต้องทำในสิ่งที่สังคมมีประโยชน์

เดี๊ยนว่าเดี๊ยนอายุ 70 จะทำอะไรสักอย่างเดี๊ยนต้องทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะเดี๊ยนเลยเวลาหาเงินแล้วค่ะ ถ้า 70 เดี๊ยนต้องมานั่งหาเงินก็อีกอย่าง แต่ตอนนี้เดี๊ยนไม่ได้ดิ้นรนมาก ไม่ได้บอกว่ารวยมาก ก็ไม่น่าเป็นขอทาน ยังมีสติปัญญามีสมอง รู้จักวิธีใช้เงิน ตอนนี้เดี๊ยนขอพักงานก่อน แล้วเดี๋ยวจะกลับมาทำอะไรต่อมิอะไรที่เดี๊ยนฝัน”

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

พุงของแท้ โน AI ชาย ชาตโยดม โชว์เสื้อผ้าไซส์ XXL ตัวเก่าพร้อมส่งบริจาค

พุงของแท้ โน AI ชาย ชาตโยดม โชว์เสื้อผ้าไซส์ XXL ตัวเก่าพร้อมส่งบริจาค

21 ม.ค. 2568 12:26 น.

พุงของแท้ โน AI ชาย ชาตโยดม โชว์เสื้อผ้าไซส์ XXL ตัวเก่าพร้อมส่งบริจาค

ฮือฮาทั่วโซเชียล หลังจากที่นักแสดงฝีมือระดับเทพ ชาย ชาตโยดม โชว์ร่างทอง จนเขย่าใจสาวแท้สาวเทียมทั่วประเทศ แถมยังทำเอาทุกๆ คนอึ้ง กับภาพก่อนจะเป็นร่างทองที่พุงป่องจนหลายๆ คนคิดว่าอายุยิ่งมาก ยิ่งป่องกว่าเดิม แน่นอน

แถมบางคนยังเม้าท์ว่าเป็นภาพตกแต่งทำจาก AI งานนี้นักแสดงตัวพ่อ เลยต้องหอบเอาเสื้อผ้าไซส์ XXL มาโชว์ให้ดูว่าเคยใส่จริง จากน้ำหนักตัวที่เกือบทะลุ 100 โล ก่อนที่จะทรานเฟอร์มาเป็น ชายชาต ร่างทอง แด๊ดดี้แห่งปี 2025 ที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง แถมแว่วๆ มาว่าเจ้าตัวเตรียมตัวโล๊ะตู้เอาเสื้อผ้าไซส์ XXL ไปบริจาค

ส่วนเคล็ดไม่ลับฉบับร่างทอง ของแด๊ดดี้ชายชาต คือ การได้ร่วมงานกับทาง ดร.จิล พร้อมด้วยกำลังใจจากภรรยาและลูกๆ ที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้แด๊ดดี้ชายมีพลังใจและวินัยในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆ และทุกๆ คน ที่อยากกลับมามีรูปร่างสมส่วน และสุขภาพที่ดี

โต๋-ไบรท์ หวานฉ่ำ ควงกันไปดูบ้านหลังใหม่ สร้างใกล้เสร็จแล้ว น่าอยู่มาก

โต๋-ไบรท์ หวานฉ่ำ ควงกันไปดูบ้านหลังใหม่ สร้างใกล้เสร็จแล้ว น่าอยู่มาก

21 ม.ค. 2568 11:53 น.

โต๋-ไบรท์ หวานฉ่ำ ควงกันไปดูบ้านหลังใหม่ สร้างใกล้เสร็จแล้ว น่าอยู่มาก

แต่งงานกันมาได้สักระยะแล้ว สำหรับคู่ของ ไบรท์ พิชญทัฬห์ กับสามี โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแฟนๆ หลายคนก็ลุ้นอยากให้ทั้งคู่มีเบบี๋กันไวๆ ล่าสุด ไบร์ท ได้ลงโพสต์สุขสันต์วันเกิดคุณสามี เปิดโมเมนต์ไปดูบ้านใหม่ใกล้เสร็จแล้ว พร้อมแคปชั่นว่า

“สุขสันต์วันเกิดนะคะ @torsaksit วันนี้ไปดูบ้านมา ใกล้เสร็จแล้วน้าา :)) We build home. We build love. We build happiness. Together always kaa” 

ด้าน โต๋ ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับพร้อมแซวภรรยาแบบน่ารักๆ ว่า “Together always ka ดูรูปก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ 555”

เด๋อ ดอกสะเดา รัก ปู กนกวรรณ ไม่แผ่ว แม้แต่งงาน 28 ปี ยังคลั่งรักไม่หยุด

เด๋อ ดอกสะเดา รัก ปู กนกวรรณ ไม่แผ่ว แม้แต่งงาน 28 ปี ยังคลั่งรักไม่หยุด

21 ม.ค. 2568 11:31 น.

เด๋อ ดอกสะเดา รัก ปู กนกวรรณ ไม่แผ่ว แม้แต่งงาน 28 ปี ยังคลั่งรักไม่หยุด

แม้จะแต่งงานกันมาใกล้จะครบ 28 ปีและมีลูกด้วยกัน 1 คน แต่คู่รักตลกดังและนักแสดงสาวอารมณ์ดี อย่าง เด๋อ ดอกสะเดา และ ปู กนกวรรณ ก็ยังรักหวานไม่มีแผ่ว ฝ่ายสามียังดูแลศรีภรรยาเปนอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เพราะล่าสุด ได้เห็นซีนหวานๆ ที่เด๋อนั้นทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด นั่นก็คือการแกะปลาให้ภรรยาทาน

ซึ่ง ปู กนกวรรณ ได้โพสต์คลิปแชร์โมเมนต์น่ารักๆ ของสามีที่ไม่เคยมีใครได้เห็นในมุมอ่อนโยนของตลกรุ่นใหญ่ชื่อดังคนนี้ กับการนั่งแกะปลาให้ภรรยาทาน ซึ่งในคลิป ปูถามสามีว่าทำอะไร ซึ่งเด๋อก็ตอบว่า แกะปลาสลิด เพราะถ้าไม่แกะเมียก็ไม่กิน ก่อนจะพูดขำๆ ว่า แกะเสร็จแล้วก็ต้องเคี้ยวและป้อนใส่ปาก

เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่น่ารักมาก ชาวเน็ตที่ได้เห็นคลิป ก็พากันคอมเมนต์แซวในความน่ารักของคู่นี้ ที่แม้จะมีอายุต่างกันถึง 15 ปี แต่ก็ยังอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าและไม่เคยมีข่าวเสียหายอีกด้วย 

เปิดชื่อจริงของ มิกค์ ทองระย้า แบบเต็มๆ หลังเคยถูกเข้าใจผิดว่าชื่อ ชรินทร์

เปิดชื่อจริงของ มิกค์ ทองระย้า แบบเต็มๆ หลังเคยถูกเข้าใจผิดว่าชื่อ ชรินทร์

21 ม.ค. 2568 11:31 น.

เปิดชื่อจริงของ มิกค์ ทองระย้า แบบเต็มๆ หลังเคยถูกเข้าใจผิดว่าชื่อ ชรินทร์

เป็นอีกหนึ่งพระเอกเบอร์ต้นของวิกหมอชิต สำหรับ มิกค์ ทองระย้า ที่มีผลงานละครออกมาให้เห็นหลายต่อหลายเรื่อง รวมถึงผลงานต่างๆ มากมายทั้งถ่ายแบบและพรีเซนเตอร์ต่างๆ เรียกว่าทุกงานของ มิกค์ เป็นที่ถูกใจแฟนคลับเป็นอย่างมาก และอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับ มิกค์ ก็คือเรื่องชื่อ ว่านี่คือชื่อในวงการ หรือเป็นชื่อที่ครอบครัวตั้งให้มาตั้งแต่เด็ก 

โดยก่อนหน้านี้มีหลายคนเข้าใจว่า ชื่อจริงของ มิกค์ ก็คือ ชรินทร์ โดยในโลกออนไลน์ได้มีการลงข้อมูลส่วนตัวของพระเอกไว้ว่า มิกค์ ชรินทร์ ทองระย้า ซึ่ง มิกค์ ก็ได้ออกมาบอกว่า ชรินทร์ คือชื่อของคุณแม่

และเมื่อช่วงวันเด็กที่ผ่านมา มิกค์ ก็ได้เผยภาพตัวเองในวัยเด็ก กำลังน่ารัก ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก คุณพ่อเป็นชาวเดนมาร์ก คุณแม่เป็นคนไทย พร้อมกับเผยชื่อตัวเองแบบเต็มๆ ครั้งแรกว่าชื่อ “มิกค์ บยอริค แฮนเซิ้น ทองระย้า” นั่นเอง