ไทยเบฟ ชูสุดยอดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน – เบื้องหลังนวัตกรรมเครื่องดื่มครบวงจร ในงาน ‘FTI EXPO 2025’

ไทยเบฟ ชูสุดยอดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน - เบื้องหลังนวัตกรรมเครื่องดื่มครบวงจร ในงาน 'FTI EXPO 2025'

ไทยเบฟ ชูสุดยอดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน – เบื้องหลังนวัตกรรมเครื่องดื่มครบวงจร ในงาน ‘FTI EXPO 2025’

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.40 น.

ไทยเบฟ ผลักดันอุตสาหกรรมไทย ชูสุดยอดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และเบื้องหลังนวัตกรรมเครื่องดื่มครบวงจร ในงาน “FTI EXPO 2025”

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ” หรือ “กลุ่มบริษัทไทยเบฟ”)  มุ่งดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตที่ยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “สรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน”  (Enabling Sustainable Growth) โดยคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม  สังคม และหลักธรรมาภิบาล ผ่านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การพัฒนาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ การสนับสนุนด้านการศึกษา และกีฬา รวมทั้งการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน

พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารที่มั่นคง และยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน (Stable and Sustainable ASEAN Leader) ภายใต้ PASSION 2030 ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสู่สากล และการส่งออกสู่ตลาดโลก ผ่านเครือข่ายการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง ด้วยการยกทัพผลิตภัณฑ์นวัตกรรมร่วมจัดแสดงใน “งานแสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี” FTI EXPO 2025 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด EMPOWERING THAI INDUSTRY, ELEVATING THAILAND’S FUTURE  “เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” เวทีสำคัญที่จัดขึ้นโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่เชิญชวนผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และผู้สนใจด้านอุตสาหกรรมร่วมสัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัย กับโอกาสทางธุรกิจจากเครือข่ายพันธมิตรทั้งใน และต่างประเทศ

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงาน FTI Expo 2025 ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเกรียงไกร  เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  โดยมี นายโฆษิต สุขสิงห์  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.) นายโสภณ ราชรักษา นายอสิ ตัณสถิตย์ นางสาวอรทัย พูลทรัพย์ นายแพทริค หอรัตนชัย นายวิรัช เมฆสัมพันธ์ นางภาวินี ไชยสิทธิ์ และ นางสาวน้ำฝน อังศุธรรังสี ให้การต้อนรับ ณ บูทไทยเบฟ

โดยภายในบูทไทยเบฟ พบกับสุดยอดไฮไลท์ของบูทไทยเบฟที่ได้จำลองบรรยากาศสายน้ำ และผืนป่าต้นน้ำ สะท้อนถึงการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนไปถึงปลายน้ำ และสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนที่จะสามารถคืนน้ำสู่ธรรมชาติ และชุมชนให้ได้ 100% ภายในปี 2583 เทียบเท่ากับปริมาณน้ำในสินค้าเครื่องดื่มในประเทศไทย โดยได้ร่วมกับมูลนิธิ แม่ฟ้าหลวงสนับสนุนป่าชุมชนกว่า 100,000 ไร่ ที่สามารถช่วยดูดซับน้ำ และป้องกันน้ำท่วม ซึ่งในปีนี้ไทยเบฟยังได้รับการรับรองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามหลักวิทยาศาสตร์ภายในปี 2593 โดย Science Based Targets Initiative หรือ SBTi  ที่จะพาคุณเปิดประสบการณ์ร่วมกันในโซนต่าง ๆ คือ  

-โซน GLOBAL FOOTPRINT  ที่แสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ มีเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โรงกลั่นสุรา และโรงงานผลิตสุรา 30 แห่ง โรงงานผลิตเบียร์ 30 แห่ง โรงงานผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 31 แห่ง  

– โซน WATER REPLENISHMENT ซึ่งเป็นจอ Touch Screen ที่นำเสนอโครงการคืนสู่ธรรมชาติ และชุมน้ำที่โดดเด่น  อาทิ โครงการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ชุมชนเหมืองแม่หาด จ.เชียงใหม่/ โครงการน้ำดื่มสะอาดเพื่อน้องและชุมชนที่ดำเนินการแล้วกว่า 33 โครงการใน 11 จังหวัด และโครงการน้ำสะอาดเพื่อชุมชนที่ดำเนินการทั้งในไทย เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงระบบชลประทานพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเกษตรกรในประเทศเมียนมา

-โซน Quality of Life  โครงการต่าง ๆ ของไทยเบฟที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์น้ำ เช่น โครงสายน้ำแห่งวัฒนธรรม (River Festival) ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา เพื่อสานต่อกิจกรรมคลีนคลองที่ยังได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร และโครงการเก็บกลับ-รีไซเคิล เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ และสิ่งแวดล้อมชุมชน ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองให้กลับมาใสสะอาดอย่างยั่งยืน โครงการฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล  โครงการบริหารจัดการขยะบนเกาะ หรือ ISLAND MODEL เป็นต้น

-โซน SMART FACTORY ที่นำเทคโนโลยีในการจัดการการจัดเก็บ และดึงสินค้าหรือวัสดุจากคลังสินค้าหรือ พื้นที่เก็บสินค้าแบบอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval System: ASRS) ที่ขณะนี้ได้เริ่มใช้งานเต็มรูปแบบในคลังสินค้า ทั้งในประเทศมาเลเซีย และศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อให้กระบวนการ ต่าง ๆ เป็นระบบอัตโนมัติ และช่วยให้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

-โซน ENERGY MANAGEMENT พบนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงาน ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ได้แก่  โครงการผลิตก๊าซชีวภาพ หรือ Biogas การใช้ชื้อเพลิงชีวมวล หรือ Biomass ทดแทนพลังงานฟอสซิล รวมถึงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ solar panel บนหลังคาของโรงงาน และบนผิวน้ำในรูปแบบของ floating solar

-โซน NAB INNOVATION กับการนำนวัตกรรม และแนวคิดที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงการนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ อาทิ ผลิตภัณฑ์ เอส โคล่า ที่บรรจุในขวด rPET หรือขวดที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล 100% หรือฝาของขวดชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ และน้ำดื่มคริสตัลที่ถูกออกแบบให้ “ติดอยู่กับขวด” เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก

-โซน PRODUCT SHOWCASE ที่ยกกองทัพผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาดที่อยู่กับผู้บริโภคทุกช่วงวัย (Always with you ) มาจัดแสดง อาทิ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร แบรนด์สินค้าที่เป็นผู้นำในตลาดอาเซียน ภายใต้แบรนด์ F&N ในสิงคโปร์ และมาเลเซีย, Sabeco ในเวียดนาม, และ Grand Royal ในเมียนมา ล่าสุดกลุ่มธุรกิจสุรายังได้สร้างความภาคภูมิใจให้อุตสาหกรรมไทย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ PRAKAAN Tribura Series : Select Cask / Double Cask / Peated Malt รังสรรค์ภายใต้ 3 DNA สำคัญที่สะท้อน Thai Craftsmanship และกรรมวิธีการผลิตที่เป็นสากล  PROVENANCE / PRIDE / PASSION เอาใจใส่ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

นอกจากนี้ ยังพบกับกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลง่าย ๆ เพื่อสร้างความรู้เรื่องการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน หรือเซลฟี่กับบูทแล้วโพสต์ลง Facebook หรือ Instagram แล้วติด 2 แฮชแทค #ThaiBev #Alwayswithyouเปิดเป็นสาธารณะ รวมถึงกิจกรรม แชะ แอนด์ แชร์ /กดไลค์ Facebook Fanpage ThaiBev และ Facebook Fanpage Crystal ฯลฯ 

มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  และอุตสากรรมไทยสู่ยุคดิจิทัล ผ่านสุดยอดนวัตกรรมอย่างครบครันไปกับบูทไทยเบฟแบบนี้ได้ในงาน “แสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี” FTI EXPO 2025 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15  กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-19.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  Hall 5 (Booth No. A 2) ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website: http://www.thaibev.com/ Youtube: http://www.youtube.com/@Thaibeverge /Instagram: http://www.instragram.com/thaibeverage / Linkedin: http://th.linkedin.com/company/thai-beverage-plc  #ThaiBev #AlwaysWithYou #อยู่กับคุณทุกช่วงเวลา

-(016)

มศว เปิดมุมมมองวันแห่งความรัก ผ่านแนวคิด ‘L-O-V-E-S’

มศว เปิดมุมมมองวันแห่งความรัก ผ่านแนวคิด ‘L-O-V-E-S’

มศว เปิดมุมมมองวันแห่งความรัก ผ่านแนวคิด ‘L-O-V-E-S’

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.36 น.

รองศาสตราจารย์ ดร. ชลวิทย์ เจียรจิตต์ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงทัศนะมุมมองเกี่ยวกับ “วันแห่งความรัก” เนื่องในเทศกาลวันแห่งความรัก (Valentine’s Day) ว่า “ปัจจุบันสังคมโลกเปลี่ยนไปสู่ความเป็นสากลและมีสื่อดิจิทัล เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทันสมัย ทำให้การแสดงออกหรือการสื่อถึงความรักของคนไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาวเด็กวัยรุ่นหรือเพศต่างๆเปลี่ยนไปด้วย การใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายรวดเร็วและทันสมัย ขณะที่การให้ดอกกุหลาบแดง ให้การ์ดก็อาจจะยังมีอยู่ เมื่อบริบทของความรักเปลี่ยนไป ก็อยากให้มองเรื่องของความรัก

3 รูปแบบ คือ บริบทของพ่อแม่ที่อยากให้เข้าใจลูกให้ความรักกับลูกไม่ว่าลูกจะดีความแตกต่างทางเพศหรือสูงต่ำดำขาว สวยไม่สวย หล่อไม่หล่อ ก็รักและยอมรับลูกได้ ประการที่สองบริบทของเพื่อนพี่น้องคนรอบข้างที่อยากให้ยอมรับ และให้ความรักต่อกันประการที่สามที่สำคัญมากคือความรักโลกและรับผิดชอบต่อสังคมโลกใบนี้ของพลเมืองโลกเพื่อก่อให้เกิดสันติสุขร่วมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อม ความรักในรูปแบบนี้เป็นความรักที่ยั่งยืน สากล ก่อให้เกิดความปกติสุข ความมั่งคั่งและยั่งยืนของสังคมได้ เหมือนแนวคิดของ มศว  L-O-V-E-S ว่าเราอยากเห็นสังคมโลกที่น่าอยู่ มีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ เห็นอกเห็นใจ ให้โอกาส ใส่ใจต่อเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการทำสิ่งที่ดีที่เจริญให้กับสังคมของเรา”

สนุกกับวันวาเลนไทน์อย่างไร….ให้ห่างไกลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สนุกกับวันวาเลนไทน์อย่างไร....ให้ห่างไกลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สนุกกับวันวาเลนไทน์อย่างไร….ให้ห่างไกลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.32 น.

Valentine’s day วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ เดิมทีคือวันรำลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ในศาสนาคริสต์ เมื่อเวลาผ่านไปวันวาเลนไทน์นี้จึงค่อย ๆ กลายเป็นวันที่เเสดงออกถึงความรักซึ่งกันและกัน ในช่วงใกล้ เทศกาลวาเลนไทน์นี้ จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้วัยรุ่น คู่รัก ตระหนักถึงการมีเพศสัมพันธ์ให้ปลอดภัย เช่น ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยง งดการมีเพศสัมพันธ์ในช่องทางอื่นๆ เช่น ปาก ทวารหนัก ไม่ใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กันบุคคลที่เพิ่งรู้จัก หรือผู้ที่ติดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหมั่นรักษาความสะอาดร่างกายเเละอวัยวะเพศอยู่เสมอ

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ STDs (Sexual transmitted diseases) สามารถติดต่อ ได้แม้ไม่มีการสอดใส่ หรือแม้แต่สวมถุงยางอนามัยร่วมด้วยแล้ว ในบางรายอาจได้รับเชื้อโดยไม่รู้ตัว และไม่มีอาการแสดง ทำให้เข้ารับการตรวจรักษาช้า จนอาจเกิดความผิดปกติที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น ติดเชื้อรุนแรงที่บริเวณท่อนำไข่ รังไข่ หรือมดลูกจนต้องเข้ารับการผ่าตัด, เชื้อส่งต่อจากมารดาไปยังทารกในครรภ์ ส่งผลให้ทารกมีความผิดปกติแต่กำเนิด หรือเชื้อสามารถทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติ กลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นมีหลายชนิด บางชนิดอาจไม่มีอาการใดแต่ตรวจสุขภาพแล้วบังเอิญพบเชื้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย ได้แก่

1. หนองในแท้-เทียม (Gonorrhea, Chlamydia) มีอาการตกขาว แสบขณะปัสสาวะ หากติดเชื้อรุนแรงอาจมีหนองไหลออกมาจากช่องทางปัสสาวะ-ช่องคลอด หรือมีอาการปวดอุ้งเชิงกราน ไข้ขึ้นสูง ร่วมด้วยได้

 2. เชื้อเริม (Herpes simplex virus) มีกลุ่มของตุ่ม ผื่น หรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ-ปาก มีอาการเจ็บ เเสบร้อน รอยโรคมักเป็น ๆหาย ๆ ไม่สามารถหายขาดได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสจะหลบซ่อนอยู่บริเวณปมประสาทในร่างกาย

 3. เชื้อเอชไอวี (Human immunodeficiency virus) มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก การติดเชื้อจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง สามารถติดเชื้ออื่นๆ แทรกซ้อนได้ง่าย เช่น โรคปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง โรควัณโรค

 4. เชื้อเอชพีวี (Human papilloma virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง เมื่อติดเชื้อในช่วงแรกจะไม่มีอาการแสดง แต่อาจทำให้เซลล์ที่เคยปกติเปลี่ยนแปลงไปเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง หรือมะเร็งได้

 5. ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B virus) เมื่อติดเชื้อแล้วมักไม่มีอาการแสดงในระยะเเรก แต่เชื้ออาจทำให้เกิดตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมะเร็งตับในอนาคตได้

 6. เชื้อโปรโตซัว (Trichomonas vaginalis) มักมีอาการตกขาวสีเขียว-เหลือง มีกลิ่น คันช่องคลอด หรือปัสสาวะขัดได้

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อันตรายหากไม่ตระหนักถึงการป้องกันและรักษา แนะนำหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์ พกถุงยางอนามัยพร้อมใช้ หากมีความเสี่ยง หรือมีอาการให้ตรวจพบแพทย์ และหากเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้เข้ารับการรักษาทันที เพื่อลดความเสี่ยงการส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว บทความให้ความรู้โดย แพทย์หญิงศันสนีย์ อังสถาพร (ว.49688) สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลนวเวช กรณีหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลนวเวช โทร.1507 Line: @navavej

วาเลนไทน์นี้ ‘กาชาด’ ชวนบอกรัก ด้วยการบริจาคโลหิต

วาเลนไทน์นี้ ‘กาชาด’ ชวนบอกรัก ด้วยการบริจาคโลหิต

วาเลนไทน์นี้ ‘กาชาด’ ชวนบอกรัก ด้วยการบริจาคโลหิต

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.30 น.

14 กุมภาพันธ์นี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ชวนส่งความรัก ด้วยการบริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ  ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีเทศกาลวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก แม้จะเป็นเทศกาลของชาวต่างชาติ แต่ประชาชนชาวไทยได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย ซึ่งสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ การบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งสามารถบริจาคโลหิตได้ทุกๆ 3 เดือน โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ขอเชิญชวนทุกท่าน ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงร่วมส่งต่อความรัก ด้วยการบริจาคโลหิต รับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ร่วมแสดงออกถึงความรัก ความปรารถนาดีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยการเป็น “ผู้ให้” เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต

พิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ จะได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม ดังนี้

• กิจกรรม Lucky Ball จากบริษัท ล้ำยุค (มิลเลนเนี่ยม 2002) จำกัด หรือ PLAYBOY ร่วมลุ้นรับของที่ระลึก และกระเป๋าพับได้จำนวน 1,000 ใบ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 14.00 น.

• กิจกรรม “ส่งความหอม พร้อมความรัก” จากสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด รับผลิตภัณฑ์ “น้ำหอมดวงใจเทวพรหม” จำนวน 798 ขวด ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น.

-(016)

เติมความหวานในวันแห่งความรัก ด้วยสีใหม่ ‘สีแดงกำมะหยี่และทอง’ มาใน Dyson Supersonic Nural™ วาเลนไทน์ 2025 นี้

เติมความหวานในวันแห่งความรัก ด้วยสีใหม่ 'สีแดงกำมะหยี่และทอง' มาใน Dyson Supersonic Nural™ วาเลนไทน์ 2025 นี้

เติมความหวานในวันแห่งความรัก ด้วยสีใหม่ ‘สีแดงกำมะหยี่และทอง’ มาใน Dyson Supersonic Nural™ วาเลนไทน์ 2025 นี้

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.21 น.

เติมความหวานในวันแห่งความรัก ด้วยสีใหม่ “สีแดงกำมะหยี่และทอง” มาใน Dyson Supersonic Nural™ วาเลนไทน์ 2025 นี้

สีแดงกำมะหยี่ที่เกิดจากการผสมระหว่างแดงเบอร์กันดีและสีทองแดง จับคู่กับสีทองอย่างเรียบหรูลงตัว พร้อมให้คุณเลือกเป็นของขวัญสำหรับวันแห่งความรักนี้แล้วที่ Dyson Store ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ Dyson.co.th

เมื่อพูดถึง Dyson นวัตกรรมเทคโนโลยีจะมาพร้อมกับความสวยงามอยู่เสมอ ในครั้งนี้ Dyson มาในสีพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้ากำมะหยี่และผิวสัมผัสแบบเซรามิก ให้ความรู้สึกหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อได้สัมผัส

สีแดงกำมะหยี่เป็นสีคลาสสิกที่เหมาะกับทุกวัยและทุกสภาพผม นอกจากจะเป็นสีที่มาแรงในปี 2025 ยังเป็นสีที่อยู่ในความสนใจมาอย่างยาวนาน โดยเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการแฟชั่นและความงามมาหลายปี อย่างสีเบอร์กันดี (Burgundy) และสีคริมสัน (Crimson) สีแดงสดที่เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับแต่งหน้าและทาสีเล็บในทุกๆปี

สำหรับวาเลนไทน์นี้ Dyson ก็ไม่พลาดที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมในสีแดงกำมะหยี่และทอง เป็นหนึ่งในตัวเลือกของขวัญสุดพิเศษให้แก่คนที่คุณรักเพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก โดยสีแดงกำมะหยี่และทองนี้มาในเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic Nural™ เครื่องเป่าผมที่ฉลาดที่สุดของ Dyson ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ Nural™ ที่สามารถวัดระยะห่างระหว่างเครื่องกับหนังศีรษะ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ปกป้องสุขภาพหนังศีรษะ และเพิ่มความเงางามตามธรรมชาติให้กับเส้นผม มาพร้อมกับเทคโนโลยีการเรียนรู้ของหัวเป่า ช่วยให้การจัดแต่งทรงผมง่ายขึ้นโดยการจดจำการตั้งค่าล่าสุดที่ใช้กับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ซึ่งนั่นไม่เพียงเป็นการมอบของขวัญสุดพิเศษเท่านั้น ยังเป็นการมอบสุขภาพหนังศีรษะแสะเส้นผมที่ดีให้แก่คนที่คุณรักอีกด้วย

เครื่องเป่าผม Dyson Supersonic Nural™ ในสีกำมะหยี่และทอง วางจำหน่ายแล้วในราคา 18,900 บาท ที่ Dyson Store ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ Dyson.co.th

เบเยอร์ 1 ใน 13 พันธมิตรกรุงเทพมหานคร เปิดตัวกิจกรรม ‘ล่าสมบัติศิลปะดิจิทัล ลายฝาท่อเยาวราช’ ผ่านแอป Coral ฟรี!

เบเยอร์ 1 ใน 13 พันธมิตรกรุงเทพมหานคร เปิดตัวกิจกรรม  ‘ล่าสมบัติศิลปะดิจิทัล ลายฝาท่อเยาวราช’ ผ่านแอป Coral ฟรี!

เบเยอร์ 1 ใน 13 พันธมิตรกรุงเทพมหานคร เปิดตัวกิจกรรม ‘ล่าสมบัติศิลปะดิจิทัล ลายฝาท่อเยาวราช’ ผ่านแอป Coral ฟรี!

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เบเยอร์ เดินหน้าต่อยอดการนำเสนอความงดงามของเยาวราชผ่านศิลปะ เปิดตัวกิจกรรม “ล่าสมบัติศิลปะดิจิทัล ลายฝาท่อเยาวราช” ที่ได้รับการแต่งแต้มสีสันด้วยสีเบเยอร์ เพิ่มความโดดเด่นให้กับพื้นที่และสร้างจุดสนใจใหม่ให้แก่ย่านเยาวราช ชวนคนไทยมาเที่ยวเยาวราช ชมงานศิลปะลวดลายฝาท่อ ศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ และร่วมสนุกล่าของสะสมดิจิทัลลายฝาท่อเยาวราช 18 ลาย 18 จุด ตลอดถนนเยาวราช ผ่านแอปพลิเคชั่น Coral แพลตฟอร์มพาสปอร์ตของสะสมดิจิทัล (Digital Collectible) พร้อมด้วยกิจกรรมเสริมมากมาย เช่น เวิร์กช็อปศิลปะ, ส่งโปสการ์ด, เดินทัวร์ฝาท่อ และลิ้มลองอาหารอร่อยในย่านเยาวราช

กิจกรรม “ล่าสมบัติศิลปะดิจิทัล ลายฝาท่อเยาวราช” ต่อยอดมาจากโครงการ “ฝาท่อ Chinatown เยาวราช สำรวจเมืองผ่านฝาท่อ
อัตลักษณ์” จุดเด่นของโครงการนี้ คือการตกแต่งฝาท่อบริเวณเยาวราชด้วยลวดลายศิลปะอันงดงาม ออกแบบโดยศิลปินมากฝีมือ พร้อมเรื่องเล่าอัตลักษณ์ความเป็นเยาวราชได้อย่างลงตัว

พิธีเปิดงานนำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้สนับสนุนหลักในการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ในเมือง พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ร่วมด้วยเครือข่ายพันธมิตรจากภาคเอกชน ได้แก่ Coral จาก KASIKORN X หรือ KX, LINE MAN,เวล ออฟ เทรดดิ้ง, สีเบเยอร์, ไปรษณีย์ไทย,ปั้นเมือง, Culture Connex, ชุมชนเลื่อนฤทธิ์, อาคารพิชัยญาติ, Blanco, GrandChinaBangkokและโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ

นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจของเบเยอร์ กล่าวว่า “ทางเบเยอร์ดีใจ และ ภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพันธมิตรที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของงานนี้ แม้เราจะเป็นส่วนเล็กๆ ก็ตาม แต่เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมสีที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านคุณภาพและความสวยงาม แต่ยังช่วยส่งเสริมแนวคิดด้านความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมและสังคม เราจึงนำผลิตภัณฑ์ BegerShield GRIPTECH 2IN1 RUSTPROOF สีทาเหล็ก 2in1 สูตรน้ำกลิ่นอ่อน เพื่อปลอดภัยต่อเด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม สีที่สามารถตอบโจทย์ตั้งแต่ผู้ใช้งานไปจนถึงผู้ที่ได้สัมผัส โดยคำนึงถึงผลกระทบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน และเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโซลูชั่นที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตอย่างแน่นอน”

ภายในงาน เบเยอร์ ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม DIY แต้มสีฝาท่อเยาวราช เวิร์กช็อปสุดพิเศษ หยอดสีฝาท่อจำลองขนาด 12 ซม. ที่ผลิตจากวัสดุเดียวกับฝาท่อจริง ณ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568เวลา 16.00 – 17.00 น. / 17.00 – 18.00 น.(รอบละ 20 คน ลงทะเบียนล่วงหน้า) สนใจกิจกรรมนี้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นพบความงดงามของศิลปะบนฝาท่อ ผ่านแอปพลิเคชั่น Coral พร้อมทั้งสนุกไปกับกิจกรรมเสริมสุดพิเศษมากมาย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมได้ที่ https://coralworld.page.link/download // https://www.beger.co.th/th/

ททท. ชวนคนทำงานออกเที่ยวกับ Voucher‘100 เดียวเที่ยวได้งาน’ซีซั่น 2

ททท. ชวนคนทำงานออกเที่ยวกับ Voucher‘100 เดียวเที่ยวได้งาน’ซีซั่น 2

ททท. ชวนคนทำงานออกเที่ยวกับ Voucher‘100 เดียวเที่ยวได้งาน’ซีซั่น 2

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเต็มอีกครั้งกับแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบ Workation ที่ส่งเสริมการออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมทำงาน เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานในรูปแบบใหม่และก่อเกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย “100 เดียวเที่ยวได้งาน” รอบที่สอง เปิดให้เลือกซื้อ Voucher สินค้าและการบริการด้านการท่องเที่ยว ในราคาเพียง 100 บาท วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/workationthailand

กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “100 เดียวเที่ยวได้งาน” นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในราคาเพียง 100 บาท เพื่อส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในวันธรรมดา อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมรอบที่สองในวันที่ 20 มกราคม 2568 ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และในรอบต่อไปจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และสามารถเลือกซื้อ Voucher ได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปผ่านเว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand ซึ่งมีบัตรกำนัล (Voucher)

สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่นำเสนอขายมากมาย หลากหลายประเภท เช่น ประเภทโรงแรม ที่พัก อาทิ โรงแรมมาลาดี รองเดวูซ์ เชียงใหม่ โซ โซฟิเทล หัวหิน พันวาบุรี บีชฟรอนท์ รีสอร์ท และอมาธารา เวลเลย์เชอร์ รีสอร์ท ประเภทร้านอาหาร สตาร์บัค ไทยแลนด์และแบล็คแคนยอน ประเภทกิจกรรมท่องเที่ยวและแพ็กเกจท่องเที่ยว อาทิ สวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์สอควาเวิร์ส วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล และโอเอซิสสปา เป็นต้น ทั้งนี้ยังมี บัตรกำนัล (Voucher) สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำที่เข้าร่วมกิจกรรม
อีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ

พิเศษ !! สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการตู้ Pop-up Workspace จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อ Voucher จากสถานประกอบการชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการฯ ในราคา 100 บาท โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองใช้บริการตู้ Pop-up Workspace ได้แล้วใน 5 พื้นที่ ได้แก่ ภาคตะวันออก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา ชลบุรี, ภาคกลาง ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ กรุงเทพมหานคร, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา, ภาคเหนือ ณ หญ่าโย ฟาร์ม เชียงราย และภาคใต้ ณ แม่หาดเบย์ รีสอร์ท เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี จองใช้บริการได้ที่ http://www.tourismthailand.org/workationthailand พร้อมรับสิทธิ์ในการซื้อ Voucher จากกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ในรอบพิเศษวันที่ 1 มีนาคม 2568

นอกจากนี้ภายใต้โครงการยังมีการนำเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ ทั้ง 4 ประเภท จากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทย ได้แก่ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมท่องเที่ยวและแพ็กเกจท่องเที่ยว และสุขภาพและความงาม โดยมีส่วนลดสูงสุดถึง 80% อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมออนไลน์ให้
ร่วมสนุก สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าใช้บริการ ตู้ Pop-up Workspace มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ (เที่ยวเดียว) จาก AirAsia จำนวน 80 รางวัล โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 และประกาศผลผู้โชคดีใน
วันที่ 14 มีนาคม 2568 สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ Facebook page: Amazing Thailand

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมและกดรับสิทธิพิเศษส่วนลดต่างๆ สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account: @workationthailand

Calvin Klein หวนคืนสู่นิวยอร์กแฟชั่นวีค นำเสนอคอลเลคชั่น Fall 25

Calvin Klein หวนคืนสู่นิวยอร์กแฟชั่นวีค นำเสนอคอลเลคชั่น Fall 25

Calvin Klein หวนคืนสู่นิวยอร์กแฟชั่นวีค นำเสนอคอลเลคชั่น Fall 25

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Calvin Klein หวนคืนสู่ New York Fashion Week อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดแสดงรันเวย์โชว์ Calvin Klein Collection ประจำซีซั่น Fall 2025 โดย Veronica Leoni ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่

คอลเลคชั่นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความสร้างสรรค์ ถ่ายทอดดีเอ็นเอของแบรนด์ผสานเข้ากับการออกแบบสไตล์มินิมอลที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมการตัดเย็บที่คมชัด ร่วมด้วยงานปักงานประดับตกแต่ง และการเลือกใช้ผ้าหลากหลายแบบในโทนสี ดำ, เทา, น้ำตาล, ออฟไวท์และพอร์ซเลน เพิ่มความสดใสด้วยสีไวน์บาโรโล ราสเบอร์รี่ และมะนาวอ่อน

โชว์สุดพิเศษนี้จัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ เลขที่ 205 บนถนน West 39th ย่าน Garment District ในมหานครนิวยอร์ก พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกเข้าร่วมชมโชว์มากมาย อาทิ แบดบันนี่, เคท มอส, คริสตี้เทอร์ลิงตัน @cturlington, ดิชา ปทานี, เกรต้า ลี,อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด, เอ็มมา ไมเยอร์ส, โรอุน แห่งวง SF9, และนักแสดงสาวชาวไทย ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล

THACCA เปิดตัว‘THACCA x Melco Soft Power Academy’ จับมือ Melco ให้ทุนเต็มจำนวน ส่ง 5 เด็กไทยไปฝึกงานกับ 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

THACCA เปิดตัว‘THACCA x Melco Soft Power Academy’  จับมือ Melco ให้ทุนเต็มจำนวน ส่ง 5 เด็กไทยไปฝึกงานกับ 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

THACCA เปิดตัว‘THACCA x Melco Soft Power Academy’ จับมือ Melco ให้ทุนเต็มจำนวน ส่ง 5 เด็กไทยไปฝึกงานกับ 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

THACCA จับมือ Melco แถลงข่าวเปิดตัว “THACCA x Melco Soft Power Academy”

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (THACCA) และ Melco Resorts & Entertainmentได้ประกาศร่วมเปิดตัวโครงการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งมอบโอกาสทองให้กับเยาวชนไทยผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ ให้ได้เรียนรู้จากผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก 5 ท่าน ในสาขาศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหาร การออกแบบและนวัตกรรม สถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมือง ศิลปะการแสดงและการออกแบบท่าเต้น และกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า “THACCA x Melco Academy” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในงานแถลงข่าว ไปเมื่อเร็วๆ นี้

โครงการดังกล่าว เป็นโครงการฝึกงานแบบให้ทุนเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และมอบประสบการณ์ฝึกปฏิบัติจริงเป็นระยะเวลา 3 เดือน กับผู้นำความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เดินทางไปยังศูนย์ กลางความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส และมาเก๊า เพื่อใช้ชีวิต เรียนรู้ และทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ ลอว์เรนซ์ โฮ

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (THACCA) กล่าวว่า“ความคิดสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโลกได้ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย แต่ยังเป็นการเสริมสร้างทักษะและสร้างเครือข่ายที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จในเวทีระดับสากล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ของไทยได้เดินตามรอยสู่ความสำเร็จเช่นกัน”

นายลอว์เรนซ์ โฮ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Melco Resorts & Entertainment กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุนโอกาสครั้งสำคัญนี้ให้กับคนรุ่นใหม่ของไทย การได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศและเรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกถือเป็นการเปลี่ยนแปลง
ที่ยิ่งใหญ่ โครงการนี้จะมอบทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการเพื่อความฝันที่ยิ่งใหญ่การพัฒนาฝีมือ และการประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ”

โครงการนี้เปรียบเสมือนเป็นสะพานที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อศักยภาพของคนไทยและความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญในสายงานของตน ได้รับประสบการณ์จริง ทักษะทางเทคนิค และข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมนั้นๆ

ทั้งนี้ จะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกในสาขาต่างๆ ได้แก่ สาขาศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหาร  กับ อลัง ดูคาส
(Alain Ducasse) เชฟผู้ครองดาวมิชลินถึง 21 ดวง สาขาการออกแบบและนวัตกรรม กับ แมธทิว เลฮานเนอร์  (Mathieu Lehanneur) ผู้ออกแบบคบเพลิงโอลิมปิกปารีส 2024 สาขาสถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมือง กับ วีเวียนา มุสเกตโทลา (Viviana Muscettola) นักจัดการโครงการขนาดใหญ่และผังเมืองแห่ง Zaha Hadid Architects สาขาศิลปะการแสดงและการออกแบบท่าเต้น กับ จูลิอาโน เปปารินี (Giuliano Peparini) ผู้กำกับศิลป์และเวที และนักออกแบบท่าเต้น สาขากลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ กับ ริชาร์ด คริสเตียนเซน(Richard Christiansen) ผู้ก่อตั้งเครือข่ายฟาร์มฟื้นฟูระบบนิเวศ Flamingo Estate

ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นทุนเต็มจำนวน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พัก และค่าฝึกอบรมรายเดือน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถดึงศักยภาพตนเองทั้งในด้านส่วนตัวและด้านอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้ง ยังจะได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น โดยจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานของผู้เชี่ยวชาญ ลงมือปฏิบัติงานจริง พร้อมเรียนรู้เทคนิค และสร้างเครือข่ายระดับโลก

“โครงการฝึกงานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก นี่คือการลงทุนในอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพให้กับคนรุ่นใหม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยนวัตกรรมและความมั่นใจ” นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวเสริม

โครงการนี้เปิดรับนักศึกษาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและกำลังศึกษา ระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและปรับตัวได้ดี และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองทั้งในด้านส่วนตัวและอาชีพ โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://thaccaxmelcoacademy.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568

เอกสารประกอบการสมัคร ประกอบด้วย วีดีโอแนะนำตัวความยาว 60 วินาที ประวัติส่วนตัวแฟ้มสะสมผลงาน และจดหมายแสดงแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจะเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์และการประเมิน โดยภายในเดือนเมษายน 2568 จะมีการคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 5-10 คน ต่อเมนเทอร์1 ท่าน เพื่อคัดเลือกขั้นสุดท้าย และจะประกาศรายชื่อผู้ชนะ ที่งาน THACCA SPLASH ฟอรั่มซอฟต์พาวเวอร์ระดับนานาชาติ ในเดือนมิถุนายน 2568 จำนวน 1 คนต่อสาขารวมทั้งหมด 5 คน

การเปิดตัวโครงการฝึกงานดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การจัดงานเสวนา “THACCA x Melco: The New Rules of Soft Power” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งจะรวบรวมผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลกมาแบ่งปันมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมในประเทศไทย ซึ่งงานดังกล่าวจะมีผู้ดำเนินงาน คือ แมทธิว มาร์ช (Mathew Marsh) คอมเมนเตเตอร์ F1 ชื่อดัง พร้อมด้วยการกล่าวสุนทรพจน์จาก นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ที่จะเน้นย้ำว่าโครงการฝึกงานนี้ช่วยเสริมพลังให้กับคนไทยและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก

ติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการได้ที่ https://thaccaxmelcoacademy.com

MOCA BANGKOK ชวนเสพงานศิลป์กับนิทรรศการ‘Mammals’ สะท้อนความหมายถึงกันและกันระหว่าง‘สตรี’และ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’

MOCA BANGKOK ชวนเสพงานศิลป์กับนิทรรศการ‘Mammals’ สะท้อนความหมายถึงกันและกันระหว่าง‘สตรี’และ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’

MOCA BANGKOK ชวนเสพงานศิลป์กับนิทรรศการ‘Mammals’ สะท้อนความหมายถึงกันและกันระหว่าง‘สตรี’และ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศิลปินไฟแรงแห่งยุค วิษณุพงษ์ หนูนันท์

MOCA BANGKOK ภูมิใจนำเสนอ “Mammals” หรือ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” นิทรรศการเดี่ยวโดย วิษณุพงษ์ หนูนันท์ ศิลปินไฟแรงผู้พลิกทุกโจทย์ธรรมดาให้กลายเป็นผลงานเหนือความคาดหมาย นิทรรศการนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความหมายของการดำรงอยู่ เปิดให้เข้าชมฟรี! ตั้งแต่วันนี้จนถึง 8 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2568 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G, MOCA BANGKOK

วิษณุพงษ์ หนูนันท์ ศิลปินอิสระแนวร่วมสมัย ผู้ที่รู้จักกันในวงการว่า “หนูนันท์” ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOCA BANGKOK เปิดงานนิทรรศการเดี่ยว “Mammals” จัดแสดงผลงานศิลปะสื่อผสม ประเภทประติมากรรมสื่อผสม ที่จะนำพาผู้ชมเข้ามาสัมผัสกับสุนทรียภาพความงดงามของผลงานศิลปะที่จำลอง ธรรมชาติผ่านกรรมวิธี Mixed Media พร้อมทั้งฉุกคิดและตั้งคำถามถึงความหมายที่แอบแฝงอยู่ เพื่อค้นหาคำตอบ ผ่านหัวใจ

วิษณุพงษ์ หนูนันท์, บุญชัย และ คณชัย เบญจรงคกุล

คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการ MOCA BANGKOK กล่าวถึงนิทรรศการครั้งนี้ว่า ทาง MOCA BANGKOK ภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนกับนิทรรศการเดี่ยวของ วิษณุพงษ์ หนูนันท์ นิทรรศการนี้เป็น จุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับผู้ชม ในรูปแบบที่ลึกซึ้งและมีความหมาย ทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองที่อาจ นำไปสู่แรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งผลงานของ “หนูนันท์” ใช้วิธีการเล่าเรื่องและแสดงมุมมองของศิลปินที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของเราว่าตัวเรานั้นเป็นใคร ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ และวัฒนธรรม และในยุคที่โลกหมุนไวและเปลี่ยนแปลงเร็ว นิทรรศการนี้จะช่วยให้เราได้หยุดคิดแล้วกลับมาพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ เป็นการใช้ศิลปะเป็นเลนส์ที่ช่วยให้เราได้เห็นความเชื่อมโยงลึกๆ ของชีวิต และชวนให้เราคิดว่าจะทำยังไงให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น เพราะเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง ของโลกใบเดียวกัน

“MOCA BANGKOK อยากให้ทุกคนได้รับแรงบันดาลใจ ความสงบ และความเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวกลับไปหลังจากที่ได้ชมนิทรรศการนี้
ทำให้เรามองสัตว์ มนุษย์ และโลกธรรมชาติในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม และรู้สึกต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสมดุลและความยั่งยืนให้กับชีวิตรอบตัวเราทุกคน รวมถึงอยากเชิญชวนแฟนผลงาน ของหนูนันท์ รวมถึงคนรักศิลปะทั่วไป ไม่ควรพลาดชมนิทรรศการนี้”

วิษณุพงษ์ หนูนันท์ เผยว่า จุดเริ่มต้นของผลงานชุดนี้เกิดจากการสำรวจหัวใจตนเอง เนื่องจากเขาชื่นชอบ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการวาดหรือการปั้น ที่มี “ผู้หญิง” เป็นองค์ประกอบหลัก จนเกิดเป็น คำถาม และต่อยอดสู่การค้นหาคำตอบจากศาสตร์และศิลป์หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ ตลอดจนสื่อสังคมต่างๆ จนนำมารังสรรค์เป็นผลงาน 12 ชิ้น ที่ร้อยเรียงกันด้วยคำว่า “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ที่ต้องการเชิดชูสตรีเพศ นำเสนอถึงความสวยงามและแง่มุม ชวนขบคิดเกี่ยวกับ “เพศแม่” ทั้งจากมุมมองของมนุษย์ และสะท้อนผ่านบรรดาสิงสาราสัตว์ ที่แต่ละชนิดล้วนเป็น สัญลักษณ์แทนประสบการณ์บางอย่างที่ผู้ชมต้องเป็นผู้ค้นหาและตีความด้วยตนเอง

“แม้ว่า “Mammals” จะเป็นชื่อนิทรรศการ แต่ธีมหลักของผลงานทั้ง 12 ชิ้นนี้ แท้จริงแล้วคือ “หัวใจ” ทั้งใน ความหมายเชิงชีววิทยา ถึงอวัยวะที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และความหมายเชิงจิตวิญญาณ ที่สื่อถึง ความรัก สายใยความผูกพัน เพราะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีความแตกต่างอย่างมากจากสัตว์ประเภทอื่นๆ บนโลก ทั้งการตั้งครรภ์ที่ยาวนานกว่า และการวิวัฒนาการที่ทำให้ร่างกายของ “แม่” กลั่นสารอาหารในร่างกายออกมา เป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสายใยความผูกพันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแน่นแฟ้นยิ่งกว่า สัตว์ประเภทอื่น” วิษณุพงษ์หนูนันท์ กล่าว

“Mammals” ประกอบด้วยผลงานทั้งหมด 12 ชิ้นงาน โดยที่แต่ละชิ้นงานประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ สตรี และ สัตว์ โดยที่ทั้งสองจะสะท้อนความหมายถึงกันและกัน เพื่อเปิดทางสู่การสร้างความเข้าใจใหม่ เกี่ยวกับ “ชีวิต” และ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”

ตัวอย่างเช่น “วาฬ” ผลงานที่ วิษณุพงษ์ หนูนันท์ เลือกมาเป็นตัวเอกบนหน้าโปสเตอร์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่แม้ว่าจะวิวัฒนาการจนสามารถหายใจเหนือน้ำได้แล้ว ก็ยังคงอาศัยอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งวาฬไม่ได้เพียงแค่เอาชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น แต่กลับสามารถเติบโตจนกลายเป็นเจ้าสมุทรผู้ยิ่งใหญ่ได้ สะท้อน สู่ภาพของสตรีที่มักถูกมองเป็นเพศที่อ่อนแอ ต้องหาทางเอาชีวิตรอด ทั้งที่วิวัฒนาการธรรมชาติทำให้ผู้หญิงเป็น ผู้ที่ต้องเสียสละในการตั้งครรภ์ ผ่านความเจ็บปวดในการนำมนุษย์อีกคนมาสู่โลกใบนี้

“กระทิง” ผลงานที่ดูหวือหวาที่สุดในนิทรรศการนี้ กับภาพสตรีเปลือยพร้อมผ้าสีแดง ยืนอยู่ต่อหน้ากระทิงดุ ซึ่งสื่อถึง มาทาดอร์ (Matador) วัฒนธรรมการสู้วัวกระทิงของสเปนที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่กีฬาที่มี ประวัติยาวนานนี้กลับยังไม่เปิดรับความเท่าเทียมให้กับเพศหญิง ทำให้ปัจจุบันในประเทศสเปนมีมาทาดอร์หญิง เพียง 4 คนเท่านั้น สะท้อนภาพโลกการทำงานที่หลายครั้งผู้หญิงยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในบางอาชีพ

“ช้าง” อีกหนึ่งผลงานที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของ วิษณุพงษ์ หนูนันท์ เอง ที่ได้ประสบกับ ความสูญเสียภายในครอบครัว นำมาสู่ผลงาน “ช้าง” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตั้งท้องนานที่สุดในโลกคือ 22 เดือน ที่เขาตั้งใจสื่อถึงสุภาษิตไทย “ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด” ซึ่งผู้ชมต้องค้นหาเองว่า สิ่งที่ปิดบังไว้ไม่มิด ในผลงานชิ้นนี้คืออะไรกันแน่

นอกจากผลงานทั้งสามชิ้นนี้ ในนิทรรศการ “Mammals” ผู้ชมจะได้พบกับผลงานสัตว์เลี้ยงลูก
ด้วยนมอันน่าตื่นตาตื่นใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น แมว สิงโต ม้าลาย กระทิง และแรด ซึ่งผู้ชมแต่ละท่านจะได้รับสารแบบใด ตั้งคำถามอะไรกับผลงานแต่ละชิ้น และตีความออกมาอย่างไร ล้วนขึ้นอยู่กับมุมองและประสบการณ์ของแต่ละคนเอง ซึ่ง “หนูนันท์” อยากให้ผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะได้มาสัมผัสด้วยตาและหัวใจตนเองที่ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G, MOCA BANGKOK ทุกวันฟรี! ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 เวลา 10.00-18.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์ โดยพิพิธภัณฑ์ปิดทำการ)

ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0165666 หรืออีเมล info@mocabangkok.com