เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในชีวิตคนเราทุกคนล้วนพบเจอคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวนง่าย หรือชอบทำตัวเป็นจุดเด่น เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง โดยบางคนอาจไม่รู้ตัวว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคฮิสทีเรีย” หรือ “บุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก” ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของบุคคล

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพลจิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า คำว่า ฮิสทีเรีย(Hysteria) หมายถึง การแสดงออกทางอารมณ์ และท่าทางมากกว่าปกติ พฤติกรรมลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถ้ามีพฤติกรรมนี้ร่วมกับมีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ ควบคุมความวิตกกังวลของตัวเองไม่ค่อยได้ และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ดีเท่าคนปกติ อาจนึกถึงโรคบุคลิกภาพแปรปรวนในกลุ่มบี(Cluster B Personality Disorder)

โรคฮิสทีเรียมี 2 ประเภท ดังนี้ 1.โรคประสาทฮิสทีเรีย(Conversion Reaction) คือ เมื่อมีความเครียดหรือความกังวลใจมาก จะทำให้เกิดอาการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหว และการรับรู้ เช่น ชาที่แขน ขา พูดไม่มีเสียง ตามองไม่เห็น กล้ามเนื้อกระตุก สูญเสียความทรงจำบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ แต่เมื่อผู้ป่วยตรวจร่างกายอาจจะไม่พบความผิดปกติเพราะเกิดจากสภาพจิตใจของผู้ป่วยเอง 2.โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก(Histrionic Personality Disorder) เป็นอาการที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดเซ็กซ์ที่ไม่สามารถขาดผู้ชายได้ ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้ป่วยแค่ต้องการได้รับความสนใจจากคนอื่นเป็นอย่างมาก โดยมีอาการดังนี้ ต้องการเป็นจุดเด่น หรือจุดสนใจ เช่น พูดจา แสดงท่าทางเกินจริง ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้จะรู้สึกอึดอัด และทนไม่ได้ทันทีหากตัวเองไม่ได้รับความสนใจจากคนรอบข้างการแสดงออกดูเหมือนยั่วยวน พยายามเข้าหาผู้อื่น โดยเฉพาะเพศตรงข้าม ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ชอบแต่งตัวยั่วยวนเพื่อให้ตนเองเป็นจุดสนใจ แสดงออกถึงความสนิทสนมกับผู้อื่นมากเกินจริง คิดไปเองว่าสนิทสนมกับอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายอาจไม่ได้รู้สึกสนิทใจด้วย

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมดราม่าแสดงอารมณ์รุนแรง แปรปรวนง่าย และชอบสร้างเรื่องราวให้ดูน่าตื่นเต้น ต้องการการเอาใจใส่ :ต้องการได้รับการยกย่อง ชมเชย และสนับสนุนจากผู้อื่น ขาดความมั่นใจในตนเอง : ต้องการการยืนยันจากผู้อื่น กลัวถูกทอดทิ้ง มีความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง : มักมีความสัมพันธ์ที่สั้น รุนแรง และเต็มไปด้วยความขัดแย้ง

ตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ : มักตัดสินใจโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ อาจมีพฤติกรรมขู่หรือลงมือทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น

สาเหตุของโรคบุคลิกภาพแบบฮิสทริโอนิกอาจเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก เช่น การไม่ได้รับความรัก ความอบอุ่น การถูกทอดทิ้ง ทำให้เด็กเกิดความกังวลที่ต้องแยกจากพ่อแม่ การถูกทารุณกรรม เป็นต้น, มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม โดยหากบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพฮิสทริโอนิกได้ จนเกิดจากการเลียนแบบพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เป็นโรคฮิสทีเรีย และปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ลักษณะทางจิตวิทยา วิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียดของแต่ละคน เป็นต้น

การรักษาโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก จิตแพทย์จะเน้นการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดเพื่อหาสาเหตุการเกิดโรคพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ปรับความคิดให้ผู้ป่วยมีมุมมองบวกกับตัวเองและทำให้ผู้ป่วยเกิดความเชื่อมั่นในความรักความสัมพันธ์ของตัวเองแต่อาจจะมีการรักษาด้วยยาหากผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ร่วมด้วยก็จะมีการให้ยาต้านเศร้า หรือยารักษาวิตกกังวล

สำหรับการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก ต้องดูแลตามความเหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง หรือถ้าพบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สามารถบอกกับผู้ป่วยตรงๆ เพื่อให้เค้ารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนรอบข้าง

ทั้งนี้ โรคฮิสทีเรียเป็นโรคทางจิตเวชที่มีความซับซ้อนและต้องได้รับการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคฮิสทีเรีย ควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง

แกร็บ จับมือ เขตบางรัก ชวน 999 คู่รักจดทะเบียนวาเลนไทน์ 100 คู่แรกรับฟรี Dine Out Voucher ไปดินเนอร์มื้อพิเศษร้านดัง

แกร็บ จับมือ เขตบางรัก ชวน 999 คู่รักจดทะเบียนวาเลนไทน์  100 คู่แรกรับฟรี Dine Out Voucher ไปดินเนอร์มื้อพิเศษร้านดัง

แกร็บ จับมือ เขตบางรัก ชวน 999 คู่รักจดทะเบียนวาเลนไทน์ 100 คู่แรกรับฟรี Dine Out Voucher ไปดินเนอร์มื้อพิเศษร้านดัง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปิยะ เชาวภานันท์ และ พรพัน วัฒนสินธุ์ เปิดแคมเปญพิเศษ “Grab The Moment of Love”

ฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ แกร็บ ประเทศไทย ส่งแคมเปญพิเศษ “Grab The Moment of Love”จับมือ สำนักงานเขตบางรัก ชวนคู่รัก 999 คู่จดทะเบียนสมรสในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์การค้าจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ โดยมอบส่วนลดค่าบริการเรียกรถ 15% พร้อมจัดบูธถ่ายภาพให้คู่รักเก็บโมเมนต์แห่งความทรงจำ พิเศษ! 100 คู่แรกรับฟรีบัตรกำนัล GrabFood Dine Out มูลค่า 1,000 บาท เพื่อไปฉลองดินเนอร์มื้อพิเศษ นอกจากนี้ แกร็บยังร่วมส่งต่อความรักให้ผู้ใช้บริการทั่วประเทศ ด้วยดีลส่วนลดสุดพิเศษจากแกร็บฟู้ดและแกร็บมาร์ท ตลอดเดือนกุมภาพันธ์

ปิยะ เชาวภานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานสื่อสารองค์กรแกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า กุมภาพันธ์ เป็นเดือนแห่งความรักและถือเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ผู้คนทั่วโลก รวมถึงคนไทย ให้ความสำคัญและร่วมเฉลิมฉลอง โดยในปีนี้ถือได้ว่าพิเศษและมีความหมายยิ่งขึ้น เพราะเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองก้าวสำคัญนี้และในโอกาสครบรอบ 12 ปี การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานเขตบางรัก จัดแคมเปญพิเศษที่ชื่อ “Grab The Moment of Love” เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคู่รักที่เดินทางไปจดทะเบียนสมรสในวันที่14 กุมภาพันธ์นี้ โดยมอบส่วนลดการเดินทางสูงสุด 15% เมื่อใช้บริการเรียกรถไป-กลับศูนย์การค้าจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานจดทะเบียนสมรสของเขตบางรักในปีนี้พร้อมมอบบัตรกำนัล GrabFood Dine Out มูลค่า 1,000 บาท สำหรับ 100 คู่แรกเพื่อไปฉลองโอกาสพิเศษด้วยมื้ออาหารสุดโรแมนติกที่ร้านดังทั่วกรุงเทพฯ มีร้านอาหารที่เข้าร่วมบริการ GrabFood Dine Out อาทิ Momo Paradise, Sukishi, Tenjo, You&I Buffet, Nana Roaster และอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีบูธถ่ายภาพภายในงานให้เหล่าคู่รักได้เก็บโมเมนต์แห่งความรักและความทรงจำอันแสนประทับใจในวันสำคัญนี้ด้วย”

นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก กล่าวว่า ในแต่ละปีมีคู่รักนับหลายพันคู่ เลือกมาจดทะเบียนสมรสที่เขตบางรัก ด้วยความหมายที่ดีและเป็นสิริมงคลของชื่อเขต ทำให้ “บางรัก” กลายเป็นสำนักงานเขตยอดนิยมที่คู่รักนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะในวันวาเลนไทน์ ในปีนี้ก็เช่นกัน เราเตรียมจัดงาน “รักล้ำค่า ดุจอัญมณี ที่ บางรัก” ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การค้าจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ เพื่อต้อนรับ 999 คู่รักที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะจูงมือกันมาเปลี่ยนสถานะสู่การเริ่มต้นชีวิตคู่กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  โดยไฮไลท์สำคัญของงานนี้คือ การลุ้นรับทะเบียนสมรสทองคำจำนวน 12 รางวัล ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสมาพันธ์สมาคมอัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่า (ประเทศไทย) และสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ นอกจากนี้ ยังมีรางวัลอื่นๆ ซึ่งรวมถึงรางวัลและกิจกรรมที่สนับสนุนโดยแกร็บ ประเทศไทย ที่จะอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและเติมเต็มความพิเศษให้กับการเฉลิมฉลองสำหรับคู่รักทุกคู่ที่มาร่วมงานในปีนี้

นอกจากนี้ แกร็บ ยังมอบดีลสุดคุ้มจากบริการแกร็บฟู้ดและแกร็บมาร์ท เพื่อสร้างโมเมนต์พิเศษตลอดเดือนแห่งความรัก ได้แก่ GrabFood Valentine Deals: เติมความหวานรับความคุ้มช่วงวาเลนไทน์กับดีลพิเศษสำหรับการสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดรับส่วนลดสูงถึง 30% เพียงใส่โค้ด “VDAY”ตั้งแต่วันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2568 และดีลสุดคุ้มสำหรับเมนูพิเศษช่วงเทศกาลวันแห่งความรักจากหลากหลายร้านดัง อาทิ S&P, Pizza Hut, Dunkin’, Swensen’s, KOI Thé, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน, The Cream Factory และอีกมากมาย ตลอดเดือนกุมภาพันธ์

GrabFood Dine Out Valentine’s Specialty: จองโต๊ะร้านดังผ่านบริการ GrabFood Dine Out Deals ที่ทำให้เดทมื้อสำคัญเป็นเรื่องง่ายพร้อมเพิ่มความคุ้มค่ากับ Dine Out Voucher ส่วนลดพิเศษสำหรับทานที่ร้านเพียงใส่โค้ด “NEWDINEOUT” เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 100 บาท สำหรับผู้ใช้บริการใหม่ และส่วนลดเพิ่มเมื่อจ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของธนาคารที่ร่วมรายการสูงสุด 120 บาท ตั้งแต่วันที่ 3-16 กุมภาพันธ์ 2568

ส่งไว ทุกความรู้สึก ที่ GrabMart : มอบดอกไม้แทนใจผ่านร้านค้าบนแกร็บมาร์ท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับการสั่งสินค้าผ่านแกร็บมาร์ท เพียงกรอกรหัส “LOVE” สำหรับผู้ใช้ใหม่ หรือ “VDAY” สำหรับลูกค้าปัจจุบัน รับส่วนสูงสุด 120 บาท เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 550 บาท ตั้งแต่วันที่ 3-14 กุมภาพันธ์ 2568

BDMS Wellness Clinic ผลักดันไทยสู่ท็อป 5 ศูนย์กลาง Wellness Hub ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ผลักดันไทยสู่ท็อป 5 ศูนย์กลาง Wellness Hub ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ผลักดันไทยสู่ท็อป 5 ศูนย์กลาง Wellness Hub ระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ คุณหมอแอมป์

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันของประเทศไทย นำโดย นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resortบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) สานต่อความมุ่งมั่นในการสร้าง “แลนด์มาร์ค Wellness Hub Thailand” ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ชวนทุกคนผนึกกำลังเป็น #TeamThailandชู 5 จุดเด่นประเทศไทย ประกอบด้วยความงดงามของธรรมชาติ เสน่ห์ของอาหารไทยและสมุนไพรไทย การบริการที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ การแพทย์แผนไทย และการเป็นศูนย์กลางสุขภาพที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับ พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก สอดรับเทรนด์ธุรกิจสุขภาพ ที่โตเฉลี่ยกว่า 7.3% ทั่วโลกทุกปี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบัน เทรนด์การดูแลสุขภาพ หรือ เวลเนส (Wellness) ได้กำลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนกลายมาเป็นเทรนด์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ และการให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลในชีวิตประจำวัน (Work-life balance) ในขณะเดียวกัน การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ คุณหมอแอมป์ กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ (Lifespan) ให้ยืนยาวขึ้นกว่าในอดีต โดยในช่วงระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543-2562 อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มขึ้นจาก 66.8 ปี เป็น 73.4 ปี หรือเพิ่มขึ้นมากถึง 6.6 ปี แต่ในขณะเดียวกัน อายุขัยสุขภาพ (Health Span) หรือระยะเวลาที่ร่างกายและจิตใจยังคงสมบูรณ์แข็งแรงกลับเฉลี่ยอยู่ที่ 63.7 ปีเท่านั้น กล่าวคือ มนุษย์ส่วนใหญ่จะต้องเผชิญกับอาการเจ็บป่วยหรือความเสื่อมของร่างกายเกือบ 10 ปีก่อนที่จะเสียชีวิต

อายุขัยที่เพิ่มขึ้นของมนุษย์ ส่งผลให้โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์(Aged Society) ซึ่งเป็นสภาวะที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% จึงทำให้คนรุ่นใหม่หันมาตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการป้องกันก่อนเกิดโรค เพื่อให้ชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนทั่วโลก รวมถึงประชากรชาวไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ คืออัตราการเกิดโรค Non-Communicable Disease (NCDs) หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยในปี พ.ศ.2565 ตัวเลขของผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยมีจำนวนสูงถึง 380,400 คนต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 44 คน หรือคิดเป็น 77% ของประชากรไทยทั้งหมด

“โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรค NCDs อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดสมองตีบ/แตก โรคมะเร็ง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ ไม่เพียงแค่สร้างความทุกข์ทรมาน ทั้งทางกายและทางใจจากอาการเจ็บป่วยให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเสียชีวิตเมื่อเกิดเหตุการณ์โรคระบาดอีกด้วย เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แสดงถึงผลกระทบที่เกิดจากโรค NCDs อย่างชัดเจน โดยผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตมากกว่าคนที่มีสุขภาพดีถึง 2 เท่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงถึง 3 เท่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เสี่ยงมากถึง 4 เท่า และผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด โดยมีความเสี่ยงเสียชีวิตมากถึง 7 เท่า

ปัญหาโรคอ้วน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณของความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ปัจจุบันประชากรชาวไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักเกินสูงถึง 48.3% การหันมาดูแลสุขภาพและควบคุมโรคอ้วนจึงกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนควรหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

คุณหมอแอมป์ กล่าวอีกว่า เมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น ผู้คนก็มีตัวเลือกในการดำเนินชีวิตมากขึ้นเช่นเดียวกัน เฉกเช่นเดียวกันกับความต้องการด้านการแพทย์ในปัจจุบัน ที่ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาโรค (Reactive Healthcare) มาสู่การป้องกันก่อนเกิดโรค และเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง (Proactive Healthcare) หรือเรียกได้ว่าเปลี่ยนจากการรักษาคนป่วยให้หายดี สู่การรักษาคนแข็งแรงดีให้ไม่ป่วย ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีการวิจัยรองรับ หรือที่เรียกว่า Scientific Wellness มายกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้สุขภาพดีขึ้น ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นำไปสู่การเติบโตของการแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine)และการดูแลสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เพื่อเป้าหมายของการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไม่เพียงแค่ช่วยส่งเสริมการแพทย์เวชศาสตร์ป้องกันให้เกิดขึ้นจริงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วย “ออกแบบ” การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลหรือที่เราเรียกว่า“การแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine)” โดยนำผลจากการตรวจเลือดหรือการตรวจหาภาวะความผิดปกติในระดับเซลล์และระดับพันธุกรรม การขาดวิตามิน และแร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และความสมดุลของฮอร์โมนของแต่ละบุคคลมาประเมินความเสี่ยงและทำนายการเกิดโรค เพื่อวางแผนปรับไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับผู้รับบริการแต่ละบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากนี้ การแพทย์เฉพาะบุคคล ยังถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากข้อมูลสุขภาพที่ได้จากการตรวจสุขภาพในระดับเซลล์ จะเป็นเหมือนเครื่องมือชี้วัดสุขภาพให้คนกลับมาประเมินซ้ำ เพื่อเป้าหมายการมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน ดังนั้น ความก้าวหน้าในด้านการแพทย์เฉพาะบุคคล จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวสุขภาพของแต่ละประเทศให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ไม่เพียงติดท็อป 15 ของโลกในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเติบโตของธุรกิจสปา ที่ถูกจัดอันดับขนาดธุรกิจอยู่ในที่ 16 ของโลก ธุรกิจการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่โตเป็นอันดับที่ 18 ของโลก ธุรกิจอาหารสุขภาพและการลดน้ำหนักที่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 22 ของโลกและธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้กับผู้คนทั่วโลก

อีกทั้ง การเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความโดดเด่นขององค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ได้สร้างโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่การเป็น Wellness Destination of the World โดย BDMS Wellness Clinic ได้มองเห็นศักยภาพนี้และมุ่งมั่นผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายIgnite Thailand ของรัฐบาลในการผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางด้านสุขภาพระดับสากล

“BDMS Wellness Clinic มุ่งมั่นที่จะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Destination of the World โดยเราได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ทั้งในด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร สมุนไพร การบริการอันเปี่ยมไปด้วยความเป็นไทย และการแพทย์แผนไทย ผสมผสานกับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย ที่ช่วยส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่พร้อมนำเสนอบริการสุขภาพแบบองค์รวมให้กับผู้คนทั่วโลก โดยเราตั้งเป้าว่าประเทศไทยจะติด Top 5 ของโลก เป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกต้องการที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การจะผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้นั้น เราต้องทำงานร่วมกันเป็น #TeamThailand โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ ชุมชนรวมถึงประชาชนในประเทศ ในการร่วมสร้างประเทศให้น่าดึงดูดให้คนทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศของเรา เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการเป็น Wellness Hub ของโลกในที่สุด”นายแพทย์ตนุพล กล่าวในที่สุด

ห้องอาหารซาวิโอ ชวนมาฉลองมื้อค่ำวันแห่งความรักสุดโรแมนติก

ห้องอาหารซาวิโอ ชวนมาฉลองมื้อค่ำวันแห่งความรักสุดโรแมนติก

ห้องอาหารซาวิโอ ชวนมาฉลองมื้อค่ำวันแห่งความรักสุดโรแมนติก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไม่ว่าคุณจะมาฉลองกับคนรัก ครอบครัวหรือเพื่อนสนิท โรงแรม ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ (Chatrium Grand Bangkok) โรงแรมระดับลักซัวรี่ใจกลางย่านสยาม ชวนดื่มด่ำไปกับค่ำคืนสุดโรแมนติกและมื้ออาหารสุดพิเศษ Valentine’s Dinner Buffet ที่คัดสรรเมนูรสเลิศมาอย่างพิถีพิถัน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00-22.00 น. ณ ห้องอาหารซาวิโอ

ร่วมฉลองวันแห่งความรักสุดโรแมนติกที่ห้องอาหารซาวิโอ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์กรุงเทพฯ พร้อมให้ทุกความรักมาร่วมอิ่มอร่อยไปกับอาหารระดับเวิลด์คลาส อาทิบีฟ เวลลิงตัน เป็ดปักกิ่งหนังกรอบ ซูชิและซาชิมิสดใหม่ อาหารทะเลระดับพรีเมียม อาทิ หอยนางรม ปูอลาสก้ารวมถึงพาสต้า พิซซ่าโฮมเมด และขนมไทยแบบดั้งเดิม

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยความหวานหอมจากบุฟเฟ่ต์ของหวานนานาชาติ และเมนูของหวานพิเศษ อย่าง ช็อกโกแลตวาเลนไทน์สีแดงสุดโรแมนติก และช็อกโกแลตฟองดู ด้วยบรรยากาศสุดหรู การบริการที่เป็นเลิศ พร้อมอาหารที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ให้คุณและคนที่คุณรักได้ดื่มด่ำกับค่ำคืนแห่งความรักอย่างเต็มอิ่ม สร้างช่วงเวลาแสนพิเศษร่วมกัน ในราคา 1,402 บาทต่อท่าน

พิเศษสุด! สำหรับผู้ที่จองผ่าน Line Shop รับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นมากมาย สำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือสอบถามข้อมูล และติดตามข้อเสนอพิเศษได้ที่ เว็บไซต์ www.chatrium.com/grandbangkok หรืออีเมล info.cgb@chatrium.com โทรศัพท์ +66 (0) 2126 7999 และติดตามได้ทาง Facebook Instagram และ Line

ไฟ-ฟ้า สานต่อกิจกรรม ‘เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่’ เพื่อเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น

ไฟ-ฟ้า สานต่อกิจกรรม 'เท่ได้...ต้องไม่บูลลี่' เพื่อเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น

ไฟ-ฟ้า สานต่อกิจกรรม ‘เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่’ เพื่อเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.44 น.

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี สานต่อกิจกรรม “เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่” เปิดเวทีจุดประกายพลังเยาวชนรณรงค์การบูลลี่ในโรงเรียนเพื่อเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น

โครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี กิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน มุ่งจุดประกายเยาวชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เดินหน้าสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจ ช่วยลดปัญหาการบูลลี่ในรั้วโรงเรียน สานต่อกิจกรรมการประกวด “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ในหัวข้อ “เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่” ประจำปี 2567 เปิดเวทีให้เยาวชนได้ร่วมกันทำงานเป็นทีม สร้างสรรค์โครงงานเพื่อร่วมรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลทุนการศึกษา ซึ่งการประกวดมุ่งเน้นให้แต่ละทีมนำโครงงานที่คิดไปปฏิบัติจริงในโรงเรียน และนำผลการทำโครงงานในระยะเวลา 3 เดือนกลับมานำเสนอต่อคณะกรรมการ โดยประกาศผลรอบชิงชนะเลิศเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การประกวดเท่ได้…ต้องไม่บูลลี่ แบ่งเป็นระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย  ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีมีโรงเรียนส่งใบสมัครเข้าร่วมมากกว่า 192 โรงเรียน รวมนักเรียนที่เข้าร่วมจำนวน 1,664 คน โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมต้น ได้แก่ โรงเรียนระยองวิทยาคม จ.ระยอง ชื่อโครงงาน “บูลลี่ แก้ไม่ได้ แต่หยุดได้ ถ้าทุกคนช่วยกัน” และโรงเรียนซับนกแก้ววิทยา จ.สระแก้ว คว้ารางวัลชนะเลิศระดับมัธยมปลาย ด้วยโครงงานชื่อ Academic Expo “Say No Bully”

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต  เปิดเผยว่า นอกจากพันธกิจที่ต้องการ Make REAL Change เพื่อให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นแล้ว ทีทีบียังมุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบ B+ESG เพราะธุรกิจจะเติบโตได้ ต้องควบคู่กับสังคมที่มีการพัฒนาที่ยั่งยืน สิ่งหนึ่งที่ทำต่อเนื่องถึงปัจจุบัน คือ กิจกรรมส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย “เท่อย่างไทย” โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี ซึ่งปีนี้ได้เพิ่มรูปแบบเป็น 3 กิจกรรมที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับ Life Skill สำคัญของเยาวชนไทย ได้แก่ การประกวดมารยาทไทย ประกวดทักษะการอ่านพูด รวมถึงกิจกรรม เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่

ล่าสุด ได้มีการจัด “กิจกรรม “เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่” รอบชิงชนะเลิศ ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ซึ่งหนึ่งในความน่าสนใจของกิจกรรมคือ เด็กต้องนำโครงงานที่คิดไปปฏิบัติจริง ทำให้ได้เห็นปัญหา สามารถรับมือกับอุปสรรคได้ และนำผลตอบรับที่ได้มานำเสนอและแชร์กันในวันตัดสินการประกวด โดยผลลัพธ์ที่ได้น่าพอใจมาก สะท้อนชัดว่าเด็กเข้าใจความหมาย รู้จักรับมือ และหาแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในการรณรงค์ลดบูลลี่ เราอยากเห็นกิจกรรมดี ๆ ถูกจุดประกายในทุกโรงเรียน เพราะการแก้ปัญหาบูลลี่ในโรงเรียนคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมเท่าเทียมและปราศจากความรุนแรง ซึ่งเท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี จะสานต่อในปีต่อ ๆ ไป เพื่อให้เห็นพัฒนาการในการรณรงค์หยุดการบูลลี่ในโรงเรียนมากขึ้น และท้ายที่สุดอยากให้การบูลลี่หมดไปจากสังคมไทย”

พญ.กชวรรณ พลอยทับทิม จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ หนึ่งในคณะกรรมการ ให้ความเห็นว่า เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่ เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้ตระหนักร่วมกันเพื่อลดการบูลลี่ในโรงเรียน ซึ่งแต่ละโครงงานน่าชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์จริง สะท้อนว่าเด็กเห็นถึงปัญหา มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็ก ๆ ทำให้ได้เห็นความสามารถอีกมุมหนึ่งของตัวเองในการพัฒนาศักยภาพ ที่นำมาใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์จริง โดยการตัดสินจะพิจารณาเรื่องหลัก ๆ คือ โครงงานที่นำเสนอต้องนำไปใช้ได้และเห็นผลจริง รวมทั้งต้องมีเทคนิคการนำเสนอที่เข้าใจง่าย ทำให้เห็นภาพของกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่าเด็ก ๆ ที่ร่วมกันทำโครงงานได้ประโยชน์แน่นอน แต่จะขยายผลได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับเทคนิคของน้อง ๆ ที่จะนำไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เสียงจากน้อง ๆ และคุณครู โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา ทีมชนะเลิศระดับชั้นมัธยมปลาย มองว่า การบูลลี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกโรงเรียน จึงอยากร่วมกันรณรงค์เพื่อลดปัญหา และสานต่อเจตนารมณ์ของรุ่นพี่ที่ได้ริเริ่มเข้าประกวดในปีก่อน โดยปีนี้พยายามสร้างสรรค์โครงงานที่ตอบโจทย์ครอบคลุมมากขึ้น จึงเกิดเป็นเฟสติวัลเต็มรูปแบบ เพราะเราอยากทำให้เกิดผลระยะยาวสามารถต่อยอดไปได้เรื่อย ๆ และปีหน้าจะนำโครงการนี้บรรจุในงานเปิดบ้านวิชาการของโรงเรียนด้วย สิ่งที่เด็ก ๆ ได้จากการทำกิจกรรม ไม่ใช่แค่ความรู้และเข้าใจเรื่องการบูลลี่ แต่ยังได้ทักษะการอยู่ร่วมกัน รู้จักการแก้ปัญหา ฝึกความอดทน รวมทั้งทำให้เด็กมีไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ จากการเข้าฝึกอบรม สามารถนำไปต่อยอดใช้กับโครงการอื่นได้ ครูมองว่าเป็นกิจกรรมที่มาถูกทางและแก้ไขปัญหาสังคมได้ถูกต้องจริง

ด้านน้องๆ และคุณครู โรงเรียนระยองวิทยาคม ทีมชนะเลิศระดับชั้นมัธยมต้น สะท้อนว่า สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่ คือ มีความรู้และความเข้าใจเรื่องการบูลลี่มากขึ้น และด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันกับทีมและโรงเรียน คือ ต้องการลดการบูลลี่ได้จริง ก็พยายามช่วยกันคิดช่วยกันทำจนประสบผลสำเร็จคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก และจะนำโครงงานนี้ไปต่อยอดขับเคลื่อนรณรงค์เรื่องการบูลลี่ อาทิ นำบทละครที่เพื่อน ๆ ส่งเข้าประกวดไปทำคลิปสั้นเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย พวกเราดีใจที่ทีทีบีมีโครงการแบบนี้มาให้เด็ก ๆ จากทั่วประเทศได้เข้าร่วมกิจกรรม เป็นการประกวดโครงงานที่ท้าทายมาก โครงงาน เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่เป็นการประกวดที่ต้องมีแกนนำ และนำไปต่อยอดและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ทุกคนในโรงเรียนได้รับรู้ถึงกิจกรรม และช่วยกันรณรงค์การบูลลี่ หากทำได้จริง และทำได้เรื่อย ๆ พวกเราก็คิดว่าสังคมในโรงเรียนก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

สามารถติดตามประกาศผลรางวัลต่าง ๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย” โดย “ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่ http://www.เท่อย่างไทย.com และติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ http://www.ttbfoundation.org

-(016)

หนึ่งเดียวในโลก! ชวนเที่ยวงานชมทุ่งดอกเบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23

หนึ่งเดียวในโลก! ชวนเที่ยวงานชมทุ่งดอกเบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23

หนึ่งเดียวในโลก! ชวนเที่ยวงานชมทุ่งดอกเบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.36 น.

ที่สุดของความงาม สีสันดอกเบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 23 หนึ่งเดียวในโลก !!! สูดอากาศโอโซนชั้นดี ท่ามกลางทุ่งดอกเบญจมาศ มนต์เสน่ห์แห่งไทยสามัคคี วังน้ำเขียว เปิดงานไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ อลังการด้วยการแสดงของชุมชนในท้องถิ่น แห่ง อบต.ไทยสามัคคี วังน้ำเขียว ที่มาพร้อมกับสีสันของทุ่งดอกเบญจมาศหลากสี เชิญชวนนักท่องเที่ยวไทย และต่างประเทศเที่ยวชม  งานเทศกาล “เบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23 ” ในระหว่างวันที่ 8-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สำนักงาน อบต.ไทยสามัคคี วังน้ำเขียว นครราชสีมา บริหารจัดการงานโดยความร่วมมือระหว่าง อบต.ไทยสามัคคี และ KKS Organizer ร่วมด้วยบริษัท ชิคไอเดีย เอ็นท์ริชเม้นท์ จำกัด ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย ชวนมาสัมผัสธรรมชาติ แปลงปลูกเบญจมาศกว่า 120 แปลง ดอกไม้หลากสีสันท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม

นายธรรมธรรศ ทองสำโรง นายอำเภอวังน้ำเขียว ได้เป็นประธานเปิดงานเทศกาล เบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23  พร้อมด้วยนายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาดนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี , นางสาววรวรรณ ปราณีตพลกรัง รอง ผอ. ททท.สำนักงานนครราชสีมา ,นายชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา และ 3 สาว เจ้าไอเดียสุดบรรเจิด จาก For Get Me Not ‘3 Super Power Women ไปที่ไหนโลกต้องจำ “คุณน้อย เลอปลาแดก ,คุณแบ๋ม ครัวคุณต๋อย และคุณไอซ์ สาวเก่ง” พร้อมด้วยเหล่าข้าราชการ อบต.ไทยสามัคคี วังน้ำเขียว และประชาชน ,เกษตรกรพื้นถิ่น มาร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลงานในครั้งนี้ ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง พร้อมอากาศเย็นสบายกำลังดี    

นายธานินทร์ บุญเย็น รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี ได้เปิดเผยถึงการจัดงานเบญจมาสในม่านหมอก ครั้งที่ 23 นี้ว่า ”นับเป็นการจัดงานที่ใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และทำได้ดี เป็นไปตามแผนงานที่วางแผนเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งไฟประดับรอบบริเวณงานที่สวยงามกว่าทุกปี ,สินค้าคุณภาพจากเกษตรกรภายในงาน และดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ยังเต็มทุ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้คนที่มาเที่ยวงานมากกว่าทุกปีด้วยเช่นกัน” 

นายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี วังน้ำเขียว ได้กล่าวยืนยันถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่จะมาชมทุ่งดอกเบญจมาศตั้งแต่เช้ายันค่ำ ว่า “ปีนี้..ขอยืนยันว่าดอกไม้สวยบานสะพรั่งกว่าทุกปี ชวนมาถ่ายรูปสวยๆ กันในงานนี้ รวมถึงชวนนักช้อป พบกับสินค้า OTOP ,ออกบูธร้านอาหาร –เครื่องดื่ม รับประกันนักท่องเที่ยวไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน”

นายธรรมธรรศ ทองสำโรง นายอำเภอวังน้ำเขียว ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจของชาวไทยสามัคคี วังน้ำเขียวว่า ที่นี่คือดินแดนแห่งสวิสเซอร์ แลนด์แดนอีสาน ติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลก ที่นี่ถือว่ามีโอโซนอากาศชั้นดี นอกจากจะมีอากาศที่มีฝุ่น PM 2.5 น้อยที่สุด คือความเป็นที่สุด The Most in Thailand  เพราะมีอากาศดี” จึงทำให้ดอกไม้ พืชผัก ผลไม้เจริญเติบโตได้ดี พร้อมทุ่งสวนดอกเบญจมาศหลากหลายพันธุ์มากที่สุด อีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย,พุทรานมสด หวานกรอบอร่อยที่สุดในประเทศไทย (เคล็ดไม่ลับ พุทรานมสดที่อร่อยของที่นี่ จะรดน้ำต้นพุทราด้วย “น้ำนม” ,มันเทศ ของที่นี่จะเป็นพันธุ์ผสมระหว่างของไทย และญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดมันเทศ สายพันธุ์ใหม่ วังน้ำเขียว ภายใต้ชื่อ “มันผักกาด” ตลอดจนพืชผักออร์แกนิก ไร้สาร สด กรอบ อร่อย มีรสหวานจากธรรมชาติ ที่นี่..วังน้ำเขียว ใกล้กรุงเทพ เมืองหลวง  และที่นี่ยังมี “กระทิง” เยอะที่สุดในประเทศไทย คือความเป็นที่สุด

“The Most in Thailand” ใกล้กับกรุงเทพมหานคร ขับรถเพียงแค่อึดใจก็ถึง”

โดยภายในงานเทศกาล “เบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23″ นอกจากจะได้พบกับแปลงดอกเบญจมาศบนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 15 ไร่ ยังมีพรรณไม้นานาชนิด พร้อมกับกิจกรรมการจดทะเบียนสมรส ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ตลอดจนกิจกรรมความบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมายที่สำคัญในการจัดงานในครั้งนี้ ยังมีเกษตรกรในชุมชนได้นำผลิตผลทางเกษตรที่สดใหม่มีคุณภาพ มาจำหน่ายในราคาพิเศษภายในงานนี้ เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย และกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทย และเทศได้เข้ามาเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเกษตรกรให้มีอาชีพ และมีรายได้ที่ยั่งยืนแล้วคุณจะพบว่า ” The Most in Thailand @วังน้ำเขียว “สีสันสดใสสวยงาม น่าสัมผัสอากาศบริสุทธิ์เพียงใดเพราะที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ขอย้ำเตือนว่า อย่าลืมมาเที่ยวชมงานหนึ่งเดียวในโลก 1 ปี มีครั้งเดียว !!! มนต์เสน่ห์แห่งวังน้ำเขียว กับเทศกาล “เบญจมาศบาน ในม่านหมอก ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 8-23 กุมภาพันธ์ ณ สำนักงาน อบต.ไทยสามัคคี วังน้ำเขียว นครราชสีมา

 -(016)

เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ ผนึกกำลัง โรงพยาบาลวิภาวดี เปิด “ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม” พร้อมให้บริการกลางปี 68

เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ ผนึกกำลัง โรงพยาบาลวิภาวดี เปิด “ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม” พร้อมให้บริการกลางปี 68

เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ ผนึกกำลัง โรงพยาบาลวิภาวดี เปิด “ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม” พร้อมให้บริการกลางปี 68

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.35 น.

บริษัท เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัท ซี เอ็ม ซี ไบโอเท็ค จำกัด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับโรงพยาบาลวิภาวดี ในการจัดตั้ง ศูนย์รังสีศัลยกรรมประสาท Gamma Knife ภายใต้ชื่อ ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม (Siam Gamma Knife Therapy Center) ศูนย์รักษาโรคสมองและระบบประสาทแห่งเดียวในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยี Leksell Gamma Knife มาตรฐานระดับโลก โดยมีนายอดิสรณ์ มีชัยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ จํากัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ นายพิจิตต์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลวิภาวดี ทั้งนี้ศูนย์ฯ มีแผนจะเริ่มเปิดให้บริการใน กลางปี 2568 เพื่อรองรับความต้องการการรักษาของผู้ป่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โอกาสนี้มีบุคคลสำคัญ อาทิ ดร.นายแพทย์.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร Chief Inspector General, Ministry of Public Health หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยบุคลากรจากทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งพิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้น ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

เทคโนโลยี Leksell Gamma Knife: ก้าวล้ำในการรักษาโรคสมอง Leksell Gamma Knife เป็นเทคโนโลยีการรักษาโรคสมองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยจุดเด่นของการโฟกัสรังสีโคบอลต์อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร เพื่อลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัดแบบเปิด และได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็น Gold Standard สำหรับการรักษาโรคสมอง โดยมีการติดตั้งแล้วกว่า 358 เครื่องใน 60 ประเทศทั่วโลก และให้การรักษาผู้ป่วยมากกว่า 1 ล้านราย

โรคที่สามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม (Siam Gamma Knife Therapy Center) จะให้บริการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับสมองและระบบประสาทหลากหลาย อาทิเช่น:

เนื้องอกในสมอง: เช่น Meningioma, Vestibular Schwannomas และ Pituitary Adenomas
มะเร็งสมอง: รวมถึงมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากส่วนอื่น
ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง: เช่น Arteriovenous Malformations (AVMs)
โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal Neuralgia)
โรคลมชัก และโรคพาร์กินสัน

อดิสรณ์ มีชัยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการนำเข้าและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านรังสีศัลยกรรม ซึ่งเป็นพันธกิจหลักในการยกระดับการรักษาในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนาน บริษัทได้รับความไว้วางใจเป็นผู้แทนจำหน่าย Leksell Gamma Knife อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

ศูนย์รังสีศัลยกรรมประสาท Gamma Knife ภายใต้ชื่อ ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม (Siam Gamma Knife Therapy Center) มีเป้าหมายคือการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่แม่นยำ ปลอดภัย และลดการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาในต่างประเทศ

ศูนย์ฯ แห่งนี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่สามารถโฟกัสรังสีไปยังบริเวณที่ผิดปกติในสมองได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร โดยไม่ต้องผ่าตัดแบบเปิด ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ อัตราความสำเร็จสูงกว่า 90% และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วภายใน 1-2 วัน นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมีความพร้อมในการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ เช่น ศัลยแพทย์ระบบประสาทและรังสีแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาให้ทัดเทียมระดับสากล

ในอนาคต บริษัทมีแผนขยายศูนย์ที่ใช้เทคโนโลยี Leksell Gamma Knife ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมพัฒนาศูนย์รังสีรักษาด้วยเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง (LINAC) เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และลดระยะเวลารอคอยสำหรับการรักษาโรคมะเร็งในตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย บริษัทมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยมายกระดับการดูแลผู้ป่วย และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการแพทย์ไทยอย่างต่อเนื่อง” นายอดิสรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

พิจิตต์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลวิภาวดี เปิดเผยว่า “ศูนย์แห่งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการขยายขอบเขตการรักษาโรคที่ซับซ้อน โดยเฉพาะโรคสมองและมะเร็ง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับทางเลือกที่มีความแม่นยำและปลอดภัยสูงสุด การร่วมมือกับ บริษัท เฮลธ์แคร์ เทอราพิวติกส์ จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับสูง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ศูนย์นี้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรงพยาบาลวิภาวดีได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิด ศูนย์รังสีศัลยกรรมประสาทแกมมาไนฟ์ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 โดยจัดเตรียมสถานที่ เครื่องมือทางการแพทย์ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายโรงพยาบาลในเครือกว่า 40 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลรัฐและสถานพยาบาลอื่น ๆ เพื่อให้สามารถส่งต่อและให้บริการผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางนี้ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ.

ศูนย์ฯ แห่งนี้เปิดให้บริการสำหรับผู้ป่วยทุกกลุ่มสิทธิ ทั้ง บัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ และผู้ป่วยเงินสด โดยอยู่ระหว่างการเข้าร่วม โครงการ Cancer Anywhere และ ระบบ Co-Pay เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ โรงพยาบาลวิภาวดียังมองว่า การเปิดศูนย์แห่งนี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของวงการแพทย์ไทยในเวทีสากล เนื่องจาก Leksell Gamma Knife เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและใช้งานในประเทศชั้นนำ เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป “นี่ไม่ใช่เพียงแค่ก้าวสำคัญของโรงพยาบาลวิภาวดี แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทย ในการแสดงศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ไทยในระดับโลก” คุณพิจิตต์ กล่าวปิดท้าย

การเปิดตัว ศูนย์รังสีศัลยกรรมประสาท Gamma Knife ภายใต้ชื่อ ศูนย์รักษาด้วยแกมมาไนฟ์ สยาม (Siam Gamma Knife Therapy Center) ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดการส่งต่อผู้ป่วยโรคสมองไปยังต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและมาตรฐานระดับโลก ศูนย์แห่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ไทยและความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคสมองในภูมิภาค

038

ชวนคู่รักนักกิน กุมมือ มาปิ้งย่างอินเลิฟ รับวันวาเลนไทน์ ที่พาราไดซ์ พาร์ค และพาราไดซ์ เพลส

ชวนคู่รักนักกิน กุมมือ มาปิ้งย่างอินเลิฟ รับวันวาเลนไทน์ ที่พาราไดซ์ พาร์ค และพาราไดซ์ เพลส

ชวนคู่รักนักกิน กุมมือ มาปิ้งย่างอินเลิฟ รับวันวาเลนไทน์ ที่พาราไดซ์ พาร์ค และพาราไดซ์ เพลส

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.22 น.

พาราไดซ์ พาร์ค และ พาราไดซ์ เพลส ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เดือนแห่งความรัก พร้อมเอาใจคู่รักนักกิน มาฟินกับมื้อพิเศษกับบุฟเฟต์ปิ้งย่าง 3 ร้านดัง

เริ่มต้น ลัคกี้บาร์บีคิว (Lucky BBQ) พบกับบุฟเฟต์ปิ้งย่างสไตล์ยากินิกุ ที่ควรค่าแก่การลิ้มรส พบกับเมนูอาหารมากกว่า 100 ให้เลือกทานได้ไม่อั้น ทั้งเนื้อหมู เนื้อพรีเมียม ซีฟู้ด กุ้ง หอยเชล ปลาหมึก คัดสรรคุณภาพอย่างดี รวมทั้งสลัดบาร์ผักสดมากกว่า 20 อย่าง และน้ำจิ้ม 5 รสชาติ ได้แก่ น้ำจิ้มบาร์บีคิว น้ำจิ้มหมูกระทะ น้ำจิ้มยากินิกุ น้ำจิ้ม ซีฟู้ดน้ำจิ้มแจ่ว ในราคาเพียง 362 บาท Net. รวมของว่างทานเล่น และเครื่องดื่มรีฟิล (เมนูของหวานสามารถสั่งทานเพิ่มได้ แต่ไม่รวมอยู่ในราคา Net) บอกเลยว่าอิ่มอร่อยสุดคุ้ม นั่งทานได้ถึง 2 ชั่วโมง ส่วนถ้าใครมาคนเดียว ไม่ต้องกลัวเปลี่ยวใจ เพราะทางร้านมีโซนบาร์เดี่ยวสำหรับลูกค้าที่มาท่านเดียวเช่นกัน จะกินเดียวไม่ต้องกลัวเหงา เพราะทางร้านจะดูแลคุณอย่างดี

ลัคกี้บาร์บีคิว (Lucky BBQ) อยู่ชั้น พาราไดซ์ พาร์ค เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 น. – 02.00 น.

ต่อด้วยบุฟเฟต์ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี เดอะอันยอง บาร์บีคิว บุฟเฟต์ รสชาติเหมือนต้นตำรับแดนกิมจิ เมนูสดใหม่ทุกวัน หมูหมักซอสต่าง ๆ สามชั้น เบคอน หนังหมู เนื้อไก่ ให้เลือกลงเตาได้ไม่อั้น ยิ่งทานพร้อมเครื่องเคียง หรือใบงาหอม ๆ บอกเลยฟินสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารสไตล์เกาหลีเลือกทานมากมาย ทั้งซุป ของทอดต่าง ๆ ไก่ทอด คิมมาริ เกี๊ยวซ่าเกาหลี ข้าวผัด หรือข้าวยำเกาหลี บิบิมบับบอกเลยเด็ด เครื่องแน่นสุด ๆ บอกเลยว่าเลือกกินได้อย่างจุใจ ในราคา 379 บาท รวมน้ำรีฟิลและของหวานไอศกรีม ถ้ามา 2 ท่านขึ้นไป นั่งทานได้ไม่จำกัดเวลาอีกด้วย หรือจะมาฉลองแบบยกแก๊งทางร้านมีโปรสุดคุ้มมา 4 คน จ่ายเพียง 1,299 บาท (จากปกติ 1,516 บาท) ทานได้ไม่อั้นทุกเมนูเช่นกัน ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์นี้

เดอะอันยอง บาร์บีคิว บุฟเฟต์ อยู่ชั้น พาราไดซ์ พาร์ค เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 น. – 22.00 น.

และ นักล่าหมูกระทะ ร้านหมูกระทะติดแอร์ที่รสชาติและราคาดี ที่สายคลั่งรักและคลั่งกินหมูกะทะต้องมาลอง พบกับหลากหลายเมนูสุดคุ้มบอกเลยว่าใจฟูแน่นอน ทั้งเซตนักล่าหมู เซตหมูล้วนล้วน เริ่มต้นเพียงเซตละ 279 บาท ส่วนเซตนักล่าเนื้อ เซตคอมโบหมู-เนื้อ ราคา 299 บาท นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์ผัก พบกับผักหลากหลายชนิดแบบจุใจ ตักได้ไม่อั้น รวมทั้งน้ำจิ้มก็มีให้เลือก 5 แบบ จิ้มกับอันไหนก็ฟินทุกคำ โดยเฉพาะน้ำจิ้มไข่ดอง ทีเด็ดที่ต้องโดน รวมทั้งเมนูของทานเล่น อย่าง ยำสุดแซ่บ ของหวานทานเพลิน บอกเลยว่าอร่อยอิ่มจุกๆ กันไปเลย

นักล่าหมูกระทะ อยู่ชั้น 1 พาราไดซ์ เพลส เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00 น. – 02.00 น.

จะมาเติมรสชาติแห่งความรักรับวันวาเลนไทน์แบบสองต่อสอง หรือจะมาฉลองแบบกรุ๊ปเดท รับรองว่าบุฟเฟต์ปิ้งย่างจากร้านชื่อดังที่ พาราไดซ์ พาร์ค และ พาราไดซ์ เพลส จะทำให้การดินเนอร์ของคุณเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์โรแมนติกที่อร่อยแบบเต็มอิ่ม ไม่แพ้ที่ไหน ๆ แน่นอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ http://www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

-(016)

‘#กายดี สมองเด่น เน้นสมดุลชีวิต’ ชวนมีคุณภาพชีวิตดี ในงาน Paradise Park Health & Wellness Body Brain Balance

‘#กายดี สมองเด่น เน้นสมดุลชีวิต’ ชวนมีคุณภาพชีวิตดี ในงาน Paradise Park Health & Wellness Body Brain Balance

‘#กายดี สมองเด่น เน้นสมดุลชีวิต’ ชวนมีคุณภาพชีวิตดี ในงาน Paradise Park Health & Wellness Body Brain Balance

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.11 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  เดินหน้าเสริมสร้างสุขภาพทั้งทางกาย และจิตใจ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ต่อเนื่อง โดยในกุมภาพันธ์นี้ ชวนคุณมีคุณภาพชีวิตดี ด้วยวิธีดูแลสุขภาพง่าย ๆ ที่งาน Paradise Park Health & Wellness Body Brain Balance #กายดี สมองเด่น เน้นสมดุลชีวิต พบการบรรยายให้ความรู้เรื่อง Body Brain Balance #กายดี สมองเด่น เน้นสมดุลชีวิต และกิจกรรมฝึกกายภาพบำบัดด้วยยางยืด ช่วยรักษาอาการออฟฟิศซินโดม โดย นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ อายุรแพทย์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลผู้สูงอายุจากChersery Home International ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม เพียงกดรับสิทธิ์ผ่านLine @MBK PLUS (จำกัดจำนวน 80 สิทธิ์ท่านแรก) และผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับยางยืด ฟรี!! อีกด้วย

มาสร้างสมดุลชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี กับวิธีง่าย ๆ ในงาน Paradise Park Health & Wellness Body Brain Balance #กายดี สมองเด่น เน้นสมดุลชีวิต วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. – 15.00 น. ณ ชั้น 3 ลานกิจกรรม ข้างร้าน Pharmax ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ http://www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

ชี้เป้า! 4 พิกัดชวนคู่รักออกเดท ช้อป ชิม ชิลแบบฟินๆ

ชี้เป้า! 4 พิกัดชวนคู่รักออกเดท ช้อป ชิม ชิลแบบฟินๆ

ชี้เป้า! 4 พิกัดชวนคู่รักออกเดท ช้อป ชิม ชิลแบบฟินๆ

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.08 น.

ช่วงวันวาเลนไทน์นี้ หลายคนเริ่มวางแผนชวนคนรักไปเพิ่มความหวาน ไม่ว่าจะพาไปช้อปของขวัญเสริมสุขภาพให้คนที่เรารัก  หรือชวนกันชิมอาหารคาวหวานให้เลือกหลากหลาย  สุดชิลกับโปรโมชันเด็ดต้อนรับวาเลนไทน์  ครบจบในที่เดียวต้อง เดอะไนน์ เซ็นเตอร์  พระราม 9 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค  แนะ 4 พิกัดที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาพิเศษ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนที่คุณรัก

เริ่มกันที่อาหารหนักๆ จัดแบบจุกๆ ที่เนื้อล้วนล้วน  ชั้น 2  ร้านปิ้งย่างฮาลาลสไตล์ญี่ปุ่น มีเมนูให้เลือกหลากหลายเอาใจคนรักเนื้อ  เพราะมีทั้งเนื้อญี่ปุ่นวากิว  A4  A5 และ เนื้อไทยวากิว รสสัมผัสเนื้อที่ผ่านการปิ้งย่างบนเตาหิน เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เนื้อนุ่มละลายในปากแบบฟินๆ   พิเศษ! เอาใจคู่รักสายเนื้อ เสิร์ฟโปรโมชั่นเดือนแห่งความรักสำหรับผู้ที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ หรือมาทานที่ร้านพร้อมคู่รัก คู่พ่อแม่ หรือ คู่พ่อแม่ลูก เพียงแค่แสดงบัตรประชาชน กับพนักงาน รับไปเลย Sotobara หรือ Karubi ขนาด 150 กรัม 1 จาน  โปรโมชันตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้

ไปต่อไม่รอแล้วเดินลงมาที่ชั้น 1 ร้าน  MAGURO  ตื่นตาตื่นใจกับอาหารญี่ปุ่นให้เลือกมากกว่า100 เมนู โดดเด่นในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้อาหารญี่ปุ่นที่สดใหม่ อร่อยและได้รสชาติที่ชัดเจนของวัตถุดิบ  ฟินกับ 2 เมนูแนะนำ ไคเซน ด้ง เมนูข้าวพร้อมปลาดิบ ที่ใช้วัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากทะเลยกมาไว้ให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นหอยเชลล์ ปลาฮามาจิ แซลมอน หรือกุ้งเนื้อแน่น เหมือนทั้งชามเป็นทะเลเลยทีเดียว  รวมถึงเมนู ไคเซน เทปันยากิ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบอาหารญี่ปุ่นและอาหารทะเลบนกระทะร้อน  หอมอร่อย เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงต่าง ๆ เข้ากันแบบลงตัว  ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วย Daifuku Gift Set สุดพิเศษ! ของขวัญแทนใจที่เหมาะสำหรับมอบให้คนพิเศษ  เมื่อซื้อ ไดฟุกุ 4 ชิ้น สามารถเลือกซื้อ+กล่องใน ราคา 395บาท

เอาใจคู่รักสายเร่งรีบเวลาน้อยต้องที่นี่  White Story  ชั้น 1  ร้านเบเกอรี่และอาหารสุขภาพที่สะดวกรวดเร็ว ทำสดใหม่แบบวันต่อวัน ราคาจับต้องได้เมนูเริ่มต้นเพียง 50 บาท ทั้งข้าวหอมมะลิคั่วกลิ้งไก่สับ  ข้าวคลุกกะปิ  ข้าวญี่ปุ่นแท้หมูเกาหลี  ขนมโดนใจหลากหลายเมนู  ไม่ว่าจะเป็นขนมปังไดฟูกุชาเขียวถั่วแดงญี่ปุ่น   เอแคลร์ไส้ครีมวานิลลา  ขนมปังไส้นูเทลล่า และอีกเยอะมาก  พิเศษเดือนเเห่งความรัก ที่จะเผลอตกหลุมรักไปกับโปรโมชั่นสุดอินเลิฟ “รักเเรกเจอ เผลอหมดใจ” เพียงซื้อสินค้าภายในร้าน ครบ 130 บาท สามารถเเลกซื้อ  Set หลอดแก้ว ในราคา 89 บาท   Set แก้ว ในราคา 189 บาท

ชวนคู่รักมาเติมความหวานปิดท้ายที่  โอบองแปง ชั้น 1  ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศส ที่ได้ความนิยมจากทั่วโลก เพราะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย อาทิ ขนมปังอบสดใหม่ แซนวิช สลัด อาหารเช้า รวมถึงเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม ที่หลากหลาย พลาดไม่ได้กับ 2 เมนูยอดนิยม อย่างSpicy Salmon Wrap แป้งตอติญ่า สอดไส้ Smoked Salmon อัดแน่นไปด้วยผักหลากชนิด ยำสาหร่ายญี่ปุ่นผสมวาซาบิ ราดด้วยมายองเนส เป็นการผสมผสานที่ลงตัว และเมนูชีสซี่กริลด์แซนด์วิช บอกเลยว่าสายชีสห้ามพลาด เพราะอัดแน่นชีสแบบเต็มคำ สามารถเลือกไส้ได้ตามความชอบทั้ง แฮม ทูน่า หรือไก่ พิเศษ! เมนูสุดคิวต์แบบแพคคู่ เฉพาะช่วงเทศกาลวาเลนไทน์  “ Dubai Choco Heart Box” กับ Pink Heart และ Choco Heart ช็อกโกแลตรูปหัวใจสุด คิ้วท์  สอดไส้คูนาฟ่าผสมกับซอสพิสตาชิโอ้ ได้กลิ่นหอมของเนยและพิสตาชิโอ้ รสสัมผัสกรุบ หวาน อร่อย  ถูกใจทั้งผู้มอบและผู้รับแน่นอน  อินเลิฟไปกับโอบองแปง ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์นี้ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์  1285  ติดตามกิจกรรมและ โปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าฯ ได้ที่  Facebook : The Nine Center Rama 9  Instagram:  thenine_rama 9

-(016)