ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ กับแคมเปญ ‘CENTRAL LOVE AT FIRST SALE’

ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ กับแคมเปญ ‘CENTRAL LOVE AT FIRST SALE’

ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ กับแคมเปญ ‘CENTRAL LOVE AT FIRST SALE’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.36 น.

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้นำรีเทลออมนิชาแนลที่เชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อลุยมัดใจลูกค้าด้วยกลยุทธ์ “EMOTIONAL MARKETING” ผ่านแคมเปญสุดอบอุ่นรับเทศกาลวาเลนไทน์ ที่ตอบโจทย์สายช้อป ทั้งคนโสด มีแฟน หรือมีครอบครัว กับแคมเปญ “CENTRAL LOVE AT FIRST SALE” รักแรกช้อป! สนับสนุนความรักในทุกรูปแบบและทุกความสัมพันธ์ด้วยการคัดสรรสินค้าอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ทุกท่านได้มาช้อปปิ้งของขวัญชิ้นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญให้คนรัก เพื่อนสนิท หรือ ให้ตัวเอง พร้อมจัดโปรแรงสินค้าใหม่ลดสูงสุด 30%, ดีลคู่รักสุดคุ้ม สินค้าคอลเลกชันพิเศษลิมิเต็ด เอดิชัน และพลาดไม่ได้กับ กับ เดอะเลิฟ แชมเบอร์ (THE LOVE CHAMBER) ห้องแห่งความรักที่ประดับด้วยผนังดอกกุหลาบ เป็น VALENTINE PHOTO SPOT ที่จะสร้างโมเม้นต์ประทับใจของคุณ และยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้ร่วมสนุกตลอดเทศกาลวันแห่งความรัก ระหว่างวันที่ 7 ก.พ. 68 – 4 มี.ค. 68 ที่ห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ, CENTRAL APP, โซเชียลคอมเมิร์ซ และทุกช่องทางช้อปปิ้งของห้างเซ็นทรัล 

รวิศรา จิราธิวัฒน์ 

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริหารกลุ่มการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้า ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ห้างเซ็นทรัลมุ่งเน้นในการทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์และให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไม่เพียงตอบโจทย์ในสินค้าคุณภาพและโปรโมชันสุดพิเศษ แต่ยังเชื่อมโยงอารมณ์-ความรู้สึกร่วมกับลูกค้าเป็นการสร้าง EMOTIONAL SHOPPING EXPERIENCE ที่เน้นความประทับใจ โดยเฉพาะเทศกาล           วาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงนี้ เรารู้ว่าลูกค้ากำลังมองหาของขวัญชิ้นพิเศษเราจึงตั้งใจทำให้ห้างเซ็นทรัลเป็นจุดหมายปลายทางความรักในทุกความสัมพันธ์ ผ่านแคมเปญ “CENTRAL LOVE AT FIRST SALE” ชวนทุกคนนึกถึงรักครั้งแรกและช้อปสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำที่เราคัดสรรมาอย่างดี มีความหลากหลายและครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งเทศกาลวาเลนไทน์เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ทำยอดขายดีมาโดยตลอด สินค้าขายดีจะเป็นสินค้าคู่รัก เสื้อคู่ แหวนคู่ สินค้าบิวตี้ แฟชั่นสีแดง ชมพู คอลเลกชันที่เป็นรูปหัวใจและกลุ่มเครื่องประดับ”

ห้างเซ็นทรัล เน้นการมอบ “ประสบการณ์” มากกว่าการช้อป ขับเคลื่อนการช้อปปิ้งด้วยฟีลลิ่งความรู้สึกอินเลิฟ โดยยึด 3 สิ่งสำคัญ

PRODUCT CURATION – ห้างเซ็นทรัลเชี่ยวชาญในการคัดสรรของขวัญที่สื่อความหมายที่ตอบโจทย์สำหรับทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญให้คนรัก เพื่อนสนิท ครอบครัว หรือแม้แต่ของขวัญให้ตัวเอง โดยมีสินค้าครบครันทุกหมวดหมู่ ทั้งกลุ่มสินค้าลักชัวรี สินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟโทนสีแห่งความรัก แดง ขาว ชมพู อาทิ กลุ่มสินค้าบิวตี้ อย่าง เครื่องสำอาง สกินแคร์ และน้ำหอมสุดพรีเมียม จากแบรนด์ดังไม่ว่าจะเป็น DIOR, NARS, GIORGIO ARMANI, DOLCE&GABBANA, YSL BEAUTY, DIPTYQUE, NARCISO RODRIGUEZ, CLARINS หรือกลุ่มสินค้าเครื่องประดับและทองคำแท้จากแบรนด์ PRIMA, MES CHERIES, GOLD MASTER และสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังที่ทำขึ้นเพื่อเทศกาลวาเลนไทน์โดยเฉพาะ อย่าง V-DAY OUTFIT & APPAREL และอีกมากมาย

SPECIAL DEALS AND OFFERS – ดีลพิเศษกระตุ้นการช้อป พบกับโปรโมชันที่จะทำให้ลูกค้าตกหลุมรัก
ไปกับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30%, รับสิทธิประโยชน์จากเดอะวัน และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รวมสูงสุด 30%, รับคูปองแทนเงินสดจากห้างฯ และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และคูปองลดเพิ่มจาก Central App รวมสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข และดีลอีกมากมาย

TAILORED EXPERIENCE – สร้างบรรยากาศในห้างเซ็นทรัลให้เต็มไปด้วยกิจกรรมและอีเว้นต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีความเฉพาะตัวเพื่อลูกค้าแต่ละท่านได้อย่างตรงจุด ให้ลูกค้าได้ทั้งการช้อปปิ้งที่สนุกและยังได้ลุ้นสนุกไปด้วย โดยมีกิจกรรมจากแคมเปญ CENTRAL LOVE AT FIRST SALE” ที่จะเติมเต็มหัวใจ พร้อมแชร์โมเมนต์แห่งรักผ่านแฮชแท็ก #CENTRALLOVEATFIRSTSALE ไม่ว่าจะเป็น…

ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ

  • LOVE CHAMBER : พลาดไม่ได้กับห้องแห่งความรักที่จะสร้างโมเม้นต์สุดประทับใจด้วยการประดับด้วยผนังดอกกุหลาบสุดอลังการให้ทุกคนได้มาเก็บภาพแห่งความประทับใจ และยังมีกิจกรรมสุดน่ารัก อย่าง เลิฟ แมสเสจ
    ส่งข้อความบอกรัก ตู้ถ่ายรูปสุดชิค ช็อคโกแลตแสนอร่อย ให้ลูกค้าแบ่งปันความรู้สึกดีดีต่อกันในเทศกาลวันแห่งความรัก ณ ชั้น 1 RECIDENCE SPACE
  • ‘LOCK YOUR LOVE’ GAME : ชวนนักรักมาลงสนาม เล่นเกมให้ทันภายในเวลา รับฟรี Nam Joo Hyuk Box Set เซ็ตของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์แอมบาสเดอร์ห้างเซ็นทรัลชิดลม (โชว์ใบเสร็จไม่จำกัดยอดซื้อ, จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน , 120 สิทธิ์/วัน) ระหว่างวันที่ 12 -16 ก.พ. 68
  • LOVE HOROSCOPE PHOTO BOOTH : ถ่ายรูปจอยๆ พร้อมรับดวงความรักเริ่ดๆ แม่นมั้ย ไม่รู้ ลองมาถามตู้คำทำนายดูก่อน ระหว่างวันที่ 12 -16 ก.พ. 68

ที่ห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ

  • LOVE WITH A KISS : ฟรี! โปสการ์ดเพื่อประทับรอยจูบสำหรับวาเลนไทน์ของคุณ เมื่อช้อปสินค้าแผนกบิวตี้ แกลเลอรี ระหว่างวันที่ 12 -16 ก.พ. 68 ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา
  • LOVE IS UNIVERSAL’ PLAYLIST AT CENTRAL : สัมผัสเพลงรักฟีลอินเลิฟ และกิจกรรมพิเศษจาก Universal Music Thailand วันที่ 14 ก.พ. 68 เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ
  • ‘LOVE ON ICE’ WORKSHOP : D.I.Y ไอศกรีมวาเลนไทน์ เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (จำกัด 50 ท่าน/วัน) ระหว่างวันที่ 12 – 14 ก.พ. 68 เฉพาะสาขาเซ็นทรัลชิดลม บางนา ปิ่นเกล้า ‘ROSES SO SWEET’ WORKSHOP : พบกับ D.I.Y ช็อกโกแลตกุหลาบ เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (จำกัด 50 ท่าน/วัน) ระหว่างวันที่ 12 -14 ก.พ. 68 เฉพาะที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว
  • BE MY VALENTINE : เติมเต็มวันแห่งความรัก รับฟรี! ดอกกุหลาบ พร้อมแนะนำกลิ่นน้ำหอมจากวาเลนไทน์บอย เฉพาะวันที่ 14 ก.พ. 68 เวลา 13.00 น. / 15.00 น. / 17.00 น. และ 19.00 น. เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ
  • SHOW ME YOUR LOVE : ถ่ายรูปแสดงความรักของคุณ พร้อมโชว์ทะเบียนสมรส (จดตั้งแต่ 23 ม.ค. – 14 ก.พ. 2568) check in ติด #CentralLoveatFirstSale ลุ้นรับรางวัลพิเศษ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.พ. 68 เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

ช้อปเพลินกับแคมเปญ “CENTRAL LOVE AT FIRST SALE” เพลิดเพลินไปกับไอเทมมากมาย และยังสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-TAX INVOICE) เพื่อร่วมโครงการ “CENTRAL EASY E-RECEIPT” ช้อป…ลดหย่อนภาษีได้ (วันนี้ – 28 ก.พ. 68) ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางช้อปสุดสะดวกของห้าง อาทิ CENTRAL APP, เว็บไซต์ WWW.CENTRAL.CO.TH, บริการ CENTRAL CHAT & SHOP ทางไลน์ @CENTRALOFFICIAL และเฟซบุ๊กห้างเซ็นทรัล FACEBOOK.COM/CENTRALDEPARTMENTSTORE และทุกแพลตฟอร์มการช้อปปิ้งของห้างเซ็นทรัล

H&M เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้า รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ The White Lotus จาก HBO®

H&M เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้า รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ The White Lotus จาก HBO®

H&M เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้า รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ The White Lotus จาก HBO®

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.37 น.

ด้วยกลิ่นอายของความหรูหรา ความสวยงามและความสดใสของแสงแดดของรีสอร์ท H&M ได้นำเสนอคอลเลกชันเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้หญิงมาใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ต้นฉบับของ HBO® เรื่อง The White Lotus โดยร่วมมือกับ Alex Bovaird นักออกแบบเครื่องแต่งกายจากซีรี่ส์ The White Lotus และค่ายภาพยนต์อย่าง Warner Bros. Discovery Global Consumer Products คอลเลกชันนี้จะวางจำหน่ายในร้าน H&M สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลภูเก็ต ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2025 พร้อมกับการเปิดตัวซีรี่ย์ซีซันที่ 3 ที่ทุกคนตั้งตารอคอย

คอลเลกชันรีสอร์ทคอลเลกชันนี้ประกอบด้วยแฟชั่นไอเทม 25 ชิ้น ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส ลวดลายที่โดดเด่น และโครงสร้างที่หรูหรา โดยได้รังสรรค์คอลเลกชันเสื้อผ้าสำหรับวันหยุดที่ดึงดูดใจโดยได้รับแรงบันดาลใจจากของตัวละครในซีซันนี้ ไอเทมที่สะดุดตานี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถสวมใส่ได้หลายแบบและปรับเปลี่ยนได้ทั้งในวันไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายข้างสระว่ายน้ำและในค่ำคืนที่สร้างความประทับใจ

สีสันของคอลเลกชันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความมีชีวิตชีวา เป็นเหมือนกับคำสัญญาที่จะทำให้คุณมีแต่ช่วงเวลาที่ดี และโครงสร้างของชุดนั้นมีความหรูหรา รังสรรค์ด้วยผ้านุ่มบางและโปร่งแสงที่ประดับด้วยระบายที่พลิ้วไหวในลมฤดูร้อน ลายถักโครเชต์และลายดอกไม้เปิดโล่ง รวมถึงลายดอกบัวโรแมนติกและช้างเล่นสนุก ทำให้รู้สึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของสถานที่และความรู้สึกหลุดพ้นแบบภาพยนตร์ที่การเดินทางเท่านั้นที่สามารถสร้างได้

การรังสรรค์คอลเลกชัน The White Lotus คือการเข้าถึงช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่แท้จริงและยังหมายความว่าเราสามารถสร้างคอลเลกชันรีสอร์ทที่หรูหราและเหมือนฝันได้ ฉันเชื่อว่าในฐานะบุคคลอย่างเรา ๆ คุณจะมีความกล้ามากขึ้นในวันหยุด คุณสามารถมีบุคลิกที่แตกต่างออกไป และคุณสื่อสารสิ่งนั้นผ่านทางเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ มีความหลากหลายเช่นกัน ดังนั้นคุณสามารถแพ็คของเบาๆ ได้ มันเหมาะสำหรับการไปชายหาด แต่คุณก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสำหรับเวลาค่ำคืนได้อย่างง่ายดาย มันเป็นตู้เสื้อผ้าที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันหยุดฤดูร้อน” Ann-Sofie Johansson ที่ปรึกษาเชิงสร้างสรรค์ H&M กล่าว

คอลเลกชันนี้นำเสนอไอเทมทุกช่วงเวลาและทุกอารมณ์ ตั้งแต่ชุดเดรสตุ๊กตา ที่ได้รับอิทธิพลจากแฟชั่นยุค 60s ชุดผ้าถักโครเชต์สไตล์โบโฮ ชุดลูกไม้ตัวสั้นสุดน่ารัก ไปจนถึงชุดเดรสยาวโรแมนติกและชุดคลุม ชุดยาวสีเบอร์กันดีคอสูงที่มีระบายพลิ้วไหวที่แสดงถึงความหรูหราของคอลเลกชันนี้ รวมถึงชุดคาฟทานสีส้มพิมพ์ลายที่มีระบายและชุดเดรสสีดำ-ขาวที่มีดีเทลแบบคล้องคอ มีชายกระโปรงบาน ชุดเหล่านี้ดึงดูดความสนใจไม่แพ้ชุดที่โชว์ผิว เช่น ชุดราตรียาวพลิ้วไหวที่มีส่วนตัดและชุดว่ายน้ำที่ดูเรียบหรูที่มีคอวี

แอกเซสซอรี่ก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกของการไปเที่ยววันหยุด หมวกสานและกระเป๋าโท้ท รวมถึงสร้อยคอที่ทำจากลูกปัดสีทองและเปลือกหอยที่ดูเหมือนของที่ระลึกท้องถิ่น ในขณะที่แว่นกันแดดและรองเท้าแตะก็ช่วยเสริมลุคสำหรับฤดูร้อนได้อย่างดี

ฉันชอบทำงานร่วมกับทีมของ H&M ในการออกแบบคอลเลกชันนี้ พวกเรามักจะมีคำพูดติดปากกันว่า “ไม่มีอะไรที่มากเกินไปสำหรับ The White Lotus!” ดังนั้น ฉันจึงถูกดึงดูดด้วยลวดลายที่โดดเด่นและรายละเอียดที่หรูหราและพลิ้วไหว ฉันชอบที่คอลเลกชันนี้สามารถใส่ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นใส่ไปทานอาหารเช้าหรือไปที่สระว่ายน้ำ หรือจะเพิ่มแอกเซสซอรี่แล้วใส่ไปทานอาหารเย็นก็ได้ คอลเลกชันนี้มีไอเทมสำหรับทุกคน โดยคอลเลกชันนี้ผสมผสานเอากลิ่นอายแบบทรอปปิคอล สีสันสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ และสีทอง รวมถึงความสวยงามที่สื่อถึงวันหยุดพักผ่อนที่รีสอร์ทหรูอย่างมีสไตล์” Alex Bovaird นักออกแบบเครื่องแต่งกายของ The White Lotus กล่าว

ซีซันที่สามของ The White Lotus จะฉายครั้งแรกบนสตรีมมิ่ง HBO และ Max ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2025

เกี่ยวกับ Warner Bros. Discovery Global Consumer Products

Warner Bros. Discovery Global Consumer Product (BDGCP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนก Revenue & Strategy ของ Warner Bros. Discovery ได้นำเสนอพอร์ตโฟลิโออันทรงพลังของแบรนด์และความบันเทิงสู่ชีวิตของแฟนๆ ทั่วโลก WBDGCP ร่วมมือกับผู้รับใบอนุญาตรระดับโลกในโครงการของเล่น แฟชั่น ของตกแต่งบ้าน และสิ่งพิมพ์ที่ได้รับรางวัล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากสตูดิโอภาพยนตร์ โทรทัศน์ แอนิเมชัน และเกมของ Warner Bros. HBO, Discovery, DC, Cartoon Network, HGTV, Eurosport, Adult Swim และอื่นๆ ด้วยโครงการการให้ลิขสิทธิ์และการจัดจำหน่ายนวัตกรรมระดับโลก กิจกรรมค้าปลีก และความร่วมมือส่งเสริมการขาย WBDGCP เป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำด้านการให้ลิขสิทธิ์และการจัดจำหน่ายสินค้าปลีกในโลก

มหาวิทยาลัยคิงคาลิด จับมือพันธมิตรด้านการโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวของไทย ริเริ่มโครงการฝึกงานด้านการบริการและการโรงแรมในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยคิงคาลิด จับมือพันธมิตรด้านการโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวของไทย ริเริ่มโครงการฝึกงานด้านการบริการและการโรงแรมในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยคิงคาลิด จับมือพันธมิตรด้านการโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวของไทย ริเริ่มโครงการฝึกงานด้านการบริการและการโรงแรมในประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.48 น.

มหาวิทยาลัยคิงคาลิด (King Khalid University – KKU) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวในประเทศไทย เพื่อริเริ่มและเปิดตัวโครงการฝึกงานครั้งแรกสำหรับนักศึกษาด้านการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบีย ที่มีเป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยว 100 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030 และผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ณ อาซีร์ ซาอุดีอาระเบีย

ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการฝึกงานด้านการบริการในภาคการท่องเที่ยว (The Apprenticeship Program for Training in the Tourism Sector) เปิดตัวโดย กระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรม โครงการนี้มอบโอกาสการฝึกอบรมภาคปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าร่วม โดยทำงานร่วมกับสถาบันการบริการชั้นนำทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์จริงและการเปิดโลกทัศน์ระดับนานาชาติให้กับผู้ฝึกงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวในซาอุดีอาระเบียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.เรฮัม มาชาต คณบดีคณะการท่องเที่ยวแห่ง KKU เปิดเผยว่า นักศึกษา 14 คนที่กำลังศึกษาด้าน การจัดการโรงแรมนานาชาติ และ การจัดการรีสอร์ทภูเขา จะเข้าร่วมโครงการฝึกงานเป็นเวลา 2 เดือนในประเทศไทย โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียและกระทรวงการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การจัดการด้านการโรงแรมที่แท้จริงในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก โครงการนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศในภาคการท่องเที่ยว นักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับประสบการณ์จริงจากสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยมีการฝึกงานที่ โรงแรมอัล มีรอซ (Al Meroz Hotel) ในกรุงเทพฯ โรงแรมฮาลาลชั้นนำที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมุสลิม และที่ อมาธารา เวลเลย์เชอร์ รีสอร์ท (Amatara Welleisure™ Resort) ในภูเก็ต

องค์ประกอบสำคัญของโครงการนี้คือการร่วมมือกับ สยาม เซนส์เซส (Siam Senses) แบรนด์การบริหารจัดการธุรกิจบริการและโรงแรมชั้นนำในเครือ World Reward Solutions ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารโรงแรมหรูและโรงแรมระดับกลาง สยาม เซนส์เซส จะมีบทบาทสำคัญในการทำให้โครงการประสบความสำเร็จโดยการให้นักศึกษาได้สัมผัสกับฟังก์ชันหลักด้านการโรงแรม การบริการแขก และการฝึกอบรมด้านวัฒนธรรมภายในบริบทของการท่องเที่ยวไทย

นอกจากนี้ โครงการยังเน้นความสำคัญของ อาซีร์ (Aseer) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในซาอุดีอาระเบีย และเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์การเติบโตด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และมรดกทางวัฒนธรรม อาซีร์จึงพร้อมที่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่เปิดต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี ด้วยภูมิทัศน์ที่งดงาม สภาพอากาศที่เย็นสบาย และมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า

ในอนาคต มหาวิทยาลัยคิงคาลิด และรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย วางแผนที่จะขยายโครงการฝึกงานนี้ โดยตั้งเป้าส่งนักศึกษากว่า 400 คนเข้าร่วมการฝึกงานในประเทศไทยภายในปี 2026 ความร่วมมือนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะที่ทั้งซาอุดีอาระเบียและไทยมุ่งสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก

การบริหารและประสานงานด้านโลจิสติกส์ของโครงการฝึกงานในประเทศไทยจะดำเนินการโดย World Reward Group เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ฝึกอบรมในสถานที่จริงอย่างราบรื่น ด้วยการสัมผัสอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่พัฒนาแล้วของไทย โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาที่เข้าร่วม แต่ยังวางรากฐานสำหรับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การบริการ การบริหารจุดหมายปลายทาง และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียเดินหน้าสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ Vision 2030 ความร่วมมือกับประเทศไทยครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของราชอาณาจักรในการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่จะช่วยยกระดับภาคการบริการและการเดินทางของประเทศ โดยมีสยาม เซนส์เซส และพันธมิตรหลักอื่น ๆ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศในระยะยาว

MOCA BANGKOK ชวนเสพย์งานศิลป์กับนิทรรศการ ‘Mammals’ สะท้อนความหมายถึงกันและกันระหว่าง ‘สตรี’ และ ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’

MOCA BANGKOK  ชวนเสพย์งานศิลป์กับนิทรรศการ ‘Mammals’ สะท้อนความหมายถึงกันและกันระหว่าง ‘สตรี’ และ ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’

MOCA BANGKOK ชวนเสพย์งานศิลป์กับนิทรรศการ ‘Mammals’ สะท้อนความหมายถึงกันและกันระหว่าง ‘สตรี’ และ ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.32 น.

MOCA BANGKOK ภูมิใจนำเสนอ “Mammals” หรือ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” นิทรรศการเดี่ยวโดย วิษณุพงษ์ หนูนันท์ ศิลปินไฟแรงผู้พลิกทุกโจทย์ธรรมดาให้กลายเป็นผลงานเหนือความคาดหมาย นิทรรศการนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความหมายของการดำรงอยู่ เปิดให้เข้าชมฟรี! ตั้งแต่วันนี้จนถึง 8 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2568 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G, MOCA BANGKOK

วิษณุพงษ์ หนูนันท์ ศิลปินอิสระแนวร่วมสมัย ผู้ที่รู้จักกันในวงการว่า “หนูนันท์” ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOCA BANGKOK เปิดงานนิทรรศการเดี่ยว “Mammals” จัดแสดงผลงานศิลปะสื่อผสม ประเภทประติมากรรมสื่อผสม ที่จะนำพาผู้ชมเข้ามาสัมผัสกับสุนทรียภาพความงดงามของผลงานศิลปะที่จำลอง ธรรมชาติผ่านกรรมวิธี Mixed Media พร้อมทั้งฉุกคิดและตั้งคำถามถึงความหมายที่แอบแฝงอยู่ เพื่อค้นหาคำตอบ ผ่านหัวใจ

ศิลปินไฟแรงแห่งยุค วิษณุพงษ์ หนูนันท์

คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการ MOCA BANGKOK กล่าวถึงนิทรรศการครั้งนี้ว่า ทาง MOCA BANGKOK ภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนกับนิทรรศการเดี่ยวของ วิษณุพงษ์ หนูนันท์  นิทรรศการนี้เป็น จุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับผู้ชม ในรูปแบบที่ลึกซึ้งและมีความหมาย ทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองที่อาจ นำไปสู่แรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งผลงานของ “หนูนันท์” ใช้วิธีการเล่าเรื่องและแสดงมุมมองของศิลปินที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของเราว่าตัวเรานั้นเป็นใคร ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ และวัฒนธรรม และในยุคที่โลกหมุนไวและเปลี่ยนแปลงเร็ว นิทรรศการนี้จะช่วยให้เราได้หยุดคิดแล้วกลับมาพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ เป็นการใช้ศิลปะเป็นเลนส์ที่ช่วยให้เราได้เห็นความเชื่อมโยงลึกๆ ของชีวิต และชวนให้เราคิดว่าจะทำยังไงให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น เพราะเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง ของโลกใบเดียวกัน

วิษณุพงษ์ หนูนันท์, บุญชัย-คณชัย เบญจรงคกุล

“MOCA BANGKOK อยากให้ทุกคนได้รับแรงบันดาลใจ ความสงบ และความเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวกลับไปหลังจากที่ได้ชมนิทรรศการนี้ ทำให้เรามองสัตว์ มนุษย์ และโลกธรรมชาติในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม และรู้สึกต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสมดุลและความยั่งยืนให้กับชีวิตรอบตัวเราทุกคน รวมถึงอยากเชิญชวนแฟนผลงาน ของหนูนันท์ รวมถึงคนรักศิลปะทั่วไป ไม่ควรพลาดชมนิทรรศการนี้”

วิษณุพงษ์ หนูนันท์ เผยว่า จุดเริ่มต้นของผลงานชุดนี้เกิดจากการสำรวจหัวใจตนเอง เนื่องจากเขาชื่นชอบ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการวาดหรือการปั้น ที่มี “ผู้หญิง” เป็นองค์ประกอบหลัก จนเกิดเป็น คำถาม และต่อยอดสู่การค้นหาคำตอบจากศาสตร์และศิลป์หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ ตลอดจนสื่อสังคมต่างๆ จนนำมารังสรรค์เป็นผลงาน 12 ชิ้น ที่ร้อยเรียงกันด้วยคำว่า “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ที่ต้องการเชิดชูสตรีเพศ นำเสนอถึงความสวยงามและแง่มุม ชวนขบคิดเกี่ยวกับ “เพศแม่” ทั้งจากมุมมองของมนุษย์ และสะท้อนผ่านบรรดาสิงสาราสัตว์ ที่แต่ละชนิดล้วนเป็น สัญลักษณ์แทนประสบการณ์บางอย่างที่ผู้ชมต้องเป็นผู้ค้นหาและตีความด้วยตนเอง

“แม้ว่า “Mammals” จะเป็นชื่อนิทรรศการ แต่ธีมหลักของผลงานทั้ง 12 ชิ้นนี้ แท้จริงแล้วคือ “หัวใจ” ทั้งใน ความหมายเชิงชีววิทยา ถึงอวัยวะที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และความหมายเชิงจิตวิญญาณ ที่สื่อถึง ความรัก สายใยความผูกพัน เพราะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีความแตกต่างอย่างมากจากสัตว์ประเภทอื่น ๆ บนโลก ทั้งการตั้งครรภ์ที่ยาวนานกว่า และการวิวัฒนาการที่ทำให้ร่างกายของ “แม่” กลั่นสารอาหารในร่างกายออกมา เป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสายใยความผูกพันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแน่นแฟ้นยิ่งกว่า สัตว์ประเภทอื่น” วิษณุพงษ์ หนูนันท์ กล่าว

“Mammals” ประกอบด้วยผลงานทั้งหมด 12 ชิ้นงาน โดยที่แต่ละชิ้นงานประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ สตรี และ สัตว์ โดยที่ทั้งสองจะสะท้อนความหมายถึงกันและกัน เพื่อเปิดทางสู่การสร้างความเข้าใจใหม่ เกี่ยวกับ “ชีวิต” และ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”

ตัวอย่างเช่น “วาฬ” ผลงานที่ วิษณุพงษ์ หนูนันท์ เลือกมาเป็นตัวเอกบนหน้าโปสเตอร์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่แม้ว่าจะวิวัฒนาการจนสามารถหายใจเหนือน้ำได้แล้ว ก็ยังคงอาศัยอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งวาฬไม่ได้เพียงแค่เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ เท่านั้น แต่กลับสามารถเติบโตจนกลายเป็นเจ้าสมุทรผู้ยิ่งใหญ่ได้ สะท้อน สู่ภาพของสตรีที่มักถูกมองเป็นเพศที่อ่อนแอ ต้องหาทางเอาชีวิตรอด ทั้งที่วิวัฒนาการธรรมชาติทำให้ผู้หญิงเป็น ผู้ที่ต้องเสียสละในการตั้งครรภ์ ผ่านความเจ็บปวดในการนำมนุษย์อีกคนมาสู่โลกใบนี้

“กระทิง” ผลงานที่ดูหวือหวาที่สุดในนิทรรศการนี้ กับภาพสตรีเปลือยพร้อมผ้าสีแดง ยืนอยู่ต่อหน้ากระทิงดุ ซึ่งสื่อถึง มาทาดอร์ (Matador) วัฒนธรรมการสู้วัวกระทิงของสเปนที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่กีฬาที่มี ประวัติยาวนานนี้กลับยังไม่เปิดรับความเท่าเทียมให้กับเพศหญิง ทำให้ปัจจุบันในประเทศสเปนมีมาทาดอร์หญิง เพียง 4 คนเท่านั้น สะท้อนภาพโลกการทำงานที่หลายครั้งผู้หญิงยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในบางอาชีพ

“ช้าง” อีกหนึ่งผลงานที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของ วิษณุพงษ์ หนูนันท์ เอง ที่ได้ประสบกับ ความสูญเสียภายในครอบครัว นำมาสู่ผลงาน “ช้าง” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตั้งท้องนานที่สุดในโลกคือ 22 เดือน ที่เขาตั้งใจสื่อถึงสุภาษิตไทย “ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มี” ซึ่งผู้ชมต้องค้นหาเองว่า สิ่งที่ปิดบังไว้ไม่มิด ในผลงานชิ้นนี้คืออะไรกันแน่

นอกจากผลงานทั้งสามชิ้นนี้ ในนิทรรศการ “Mammals” ผู้ชมจะได้พบกับผลงานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอันน่า ตื่นตาตื่นใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น แมว สิงโต ม้าลาย กระทิง และแรด ซึ่งผู้ชมแต่ละท่านจะได้รับสารแบบใด ตั้งคำถามอะไรกับผลงานแต่ละชิ้น และตีความออกมาอย่างไร ล้วนขึ้นอยู่กับมุมองและประสบการณ์ของ แต่ละคนเอง ซึ่ง “หนูนันท์” อยากให้ผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะได้มาสัมผัสด้วยตาและหัวใจตนเองที่ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G, MOCA BANGKOK ทุกวัน ฟรี! ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 เวลา 10:00 – 18:00 น. (ยกเว้นวันจันทร์ โดยพิพิธภัณฑ์ปิดทำการ)

ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-016-5666 หรืออีเมล info@mocabangkok.com

รำลึก ๔๘ ปี ‘วันวิภาวดี’ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

รำลึก ๔๘ ปี ‘วันวิภาวดี’ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

รำลึก ๔๘ ปี ‘วันวิภาวดี’ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.22 น.

เนื่องใน ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ซึ่งประกอบด้วยทั้งภาครัฐและเอกชน จะจัดงาน “วันวิภาวดี” ขึ้นเพื่อสดุดีและบำเพ็ญกุศลถวาย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ดังเช่นที่ได้จัดมาทุกปี ณ ลานพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระยุพราช อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต  ทรงมีพระนามเดิมว่าหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต  ทรงเป็นพระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส ต้นราชสกุลรัชนี) และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ (วรวรรณ)  รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่   ๒๐  พฤศจิกายน  พ.ศ.๒๔๖๓  ทรงมีอนุชาร่วมพระบิดามารดาเดียวกันหนึ่งองค์คือหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต  ทรงศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  แล้ว จึงศึกษาหลักสูตรสมบูรณศึกษาที่โรงเรียนนี้เพิ่มเติมอีก  ๓  ปี  ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕

ภายหลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว  พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตได้ทรงรับใช้พระบิดาอย่างใกล้ชิด กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการประพันธ์ในนาม “น.ม.ส.” ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอก”ผู้หนึ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คล้ายพระบิดา พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต  ทรงพระปรีชาสามารถหลายประการ  โดยเฉพาะทางอักษรศาสตร์ ทรงเขียนเรื่องสำหรับเด็กเมื่อพระชันษาเพียง  ๑๔  ปี  และทรงใช้นามปากกา “ว.ณ ประมวญมารค” ทรงพระนิพนธ์นวนิยายอมตะเรื่อง ปริศนา รัตนาวดี  เจ้าสาวของอานนท์ ฯลฯ อีกทั้งสารคดีเรื่อง  ตามเสด็จอเมริกา  ตามเสด็จปากีสถาน   ต่อมา ทรงพระนิพนธ์นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง พระราชินีนาถวิกตอเรีย  คลั่งเพราะรัก  ฯลฯ  นอกจากนั้นยังได้ทรงพระนิพนธ์เรื่องสั้นรวมทั้งบทละครวิทยุด้วย

พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๙  โดยทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามธิบดินทร  ทรงมีธิดา  ๒  คน  คือ หม่อมราชวงศ์วิภานันท์และหม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา  รังสิต

พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆในราชอาณาจักรตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๐ และต่อจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้โดยเสด็จในตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี-พันปีหลวง  ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศรวม  ๒๕  ประเทศ

ในระยะ ๑๐ ปีสุดท้ายของพระชนม์ชีพ  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ในด้านการพัฒนาพื้นที่ทุรกันดารภาคใต้ ทรงนำหน่วยพระราชทานไปช่วยเหลือประชาชนในท้องที่ที่ไกลและทุรกันดารที่สุด โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความยากลำบากในการเดินทางหรือที่พักแรม  เมื่อพระองค์ท่านเสด็จที่ใดก็ได้นำความไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  และต่อมาความเจริญก็ค่อยๆไปถึงที่นั้น  จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้ขนานพระนามว่า  “เจ้าแม่”  พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต  ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นด้วยการเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชน พาแพทย์ไปรักษาพยาบาลคนที่เจ็บป่วย จัดสิ่งของหยูกยาไปช่วยชาวบ้านที่ยากไร้หรือประสบภัย แจกอุปกรณ์การศึกษาแก่เด็กนักเรียน แนะนำการงานอาชีพและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ทั้งยังนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทหาร  พลเรือน สมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดน  แม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า

เมื่อวันที่  ๑๖  กุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๕๒๐  ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุว่ามีตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด ๒ นาย ด้วยความที่ทรงห่วงใยผู้บาดเจ็บเกรงว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลไม่ทันท่วงที จึงรับสั่งให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงเพื่อรับเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ  ๒  นายนั้นไปส่งโรงพยาบาล ขณะที่นักบินนำเครื่องร่อนลงต่ำใกล้บ้านเหนือคลอง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์ กระสุนทะลุเข้ามาต้องพระองค์ ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ก่อนเสด็จถึงโรงพยาบาล

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่  ๔  เมษายน พุทธศักราช  ๒๕๒๐  และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์และประถมาภรณ์ช้างเผือกและรัฐบาลในขณะนั้น  โดย ฯพณฯ นายธานินทร์  กรัยวิเชียร  นายกรัฐมนตรี  ได้อัญเชิญพระนามมาตั้งชื่อถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่เชื่อมต่อถนนในกรุงเทพฯ กับถนนไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศว่า “ถนนวิภาวดีรังสิต” เพื่อเทิดพระเกียรติและเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงพระประวัติ ผลงาน และการเสียสละของพระองค์ท่าน

ถึงแม้ว่าพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตได้สิ้นพระชนม์ไป  ๔๘  ปีแล้ว  แต่คุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวใต้   ชาวสุราษฎร์ฯ ได้กำหนดวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของทุกปี  คือวันที่  ๑๖  กุมภาพันธ์  เป็น “วันวิภาวดี” เพื่อทำพิธีสดุดีและบำเพ็ญกุศลถวาย ณ พระอนุสาวรีย์ ๕  แห่งทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี

Calvin Klein หวนคืนสู่นิวยอร์กแฟชั่นวีค นำเสนอคอลเลกชัน Fall 25

Calvin Klein หวนคืนสู่นิวยอร์กแฟชั่นวีค นำเสนอคอลเลกชัน Fall 25

Calvin Klein หวนคืนสู่นิวยอร์กแฟชั่นวีค นำเสนอคอลเลกชัน Fall 25

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.57 น.

Calvin Klein หวนคืนสู่ New York Fashion Week อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดแสดงรันเวย์โชว์ Calvin Klein Collection ประจำซีซั่น Fall 2025 โดย Veronica Leoni ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่

คอลเลกชันนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความสร้างสรรค์ ถ่ายทอดดีเอ็นเอของแบรนด์ผสานเข้ากับการออกแบบสไตล์มินิมอลที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  พร้อมการตัดเย็บที่คมชัด ร่วมด้วยงานปัก งานประดับตกแต่ง และการเลือกใช้ผ้าหลากหลายแบบ  ในโทนสี ดำ, เทา, น้ำตาล, ออฟไวท์ และพอร์ซเลน เพิ่มความสดใสด้วยสีไวน์บาโรโล ราสเบอร์รี่ และมะนาวอ่อน

โชว์สุดพิเศษนี้จัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ เลขที่ 205 บนถนน West 39th ย่าน Garment District ในมหานครนิวยอร์ก พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกเข้าร่วมชมโชว์มากมาย อาทิ แบดบันนี่, เคท มอส, คริสตี้ เทอร์ลิงตัน @cturlington, ดิชา ปทานี, เกรต้า ลี, อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด, เอ็มมา ไมเยอร์ส, โรอุน แห่งวง SF9, และนักแสดงสาวชาวไทย ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล

039

THACCA เปิดตัว ‘THACCA x Melco Soft Power Academy” จับมือ Melco ให้ทุนเต็มจำนวน ส่ง 5 เด็กไทยไปฝึกงานกับ 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

THACCA เปิดตัว ‘THACCA x Melco Soft Power Academy” จับมือ Melco ให้ทุนเต็มจำนวน ส่ง 5 เด็กไทยไปฝึกงานกับ 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

THACCA เปิดตัว ‘THACCA x Melco Soft Power Academy” จับมือ Melco ให้ทุนเต็มจำนวน ส่ง 5 เด็กไทยไปฝึกงานกับ 5 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.50 น.

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (THACCA) และ Melco Resorts & Entertainment ได้ประกาศร่วมเปิดตัวโครงการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งมอบโอกาสทองให้กับเยาวชนไทยผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ ให้ได้เรียนรู้จากผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก 5 ท่านในสาขาศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหาร การออกแบบและนวัตกรรม สถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมือง ศิลปะการแสดงและการออกแบบท่าเต้น และกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า “THACCA x Melco Academy”  ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในงานแถลงข่าว ไปเมื่อเร็วๆ นี้

โครงการดังกล่าว เป็นโครงการฝึกงานแบบให้ทุนเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และมอบประสบการณ์ฝึกปฏิบัติจริงเป็นระยะเวลา 3 เดือนกับผู้นำความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เดินทางไปยังศูนย์ กลางความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส และมาเก๊า เพื่อใช้ชีวิต เรียนรู้ และทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (THACCA) กล่าวว่า “ความคิดสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโลกได้ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย แต่ยังเป็นการเสริมสร้างทักษะและสร้างเครือข่ายที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จในเวทีระดับสากล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ของไทยได้เดินตามรอยสู่ความสำเร็จเช่นกัน”

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ ลอว์เรนซ์ โฮ

นายลอว์เรนซ์ โฮ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Melco Resorts & Entertainment กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุนโอกาสครั้งสำคัญนี้ให้กับคนรุ่นใหม่ของไทย การได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศและเรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ โครงการนี้จะมอบทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการเพื่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ การพัฒนาฝีมือ และการประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ”

โครงการนี้เปรียบเสมือนเป็นสะพานที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อศักยภาพของคนไทยและความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญในสายงานของตน ได้รับประสบการณ์จริง ทักษะทางเทคนิค และข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมนั้นๆ  

THACCA จับมือ Melco แถลงข่าวเปิดตัว ‘THACCA x Melco Soft Power Academy”

ทั้งนี้ จะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกในสาขาต่างๆ ได้แก่ สาขาศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหาร  กับ อลัง ดูคาส (Alain Ducasse) เชฟผู้ครองดาวมิชลินถึง 21 ดวง สาขาการออกแบบและนวัตกรรม กับ แมธทิว เลฮานเนอร์  (Mathieu Lehanneur) ผู้ออกแบบคบเพลิงโอลิมปิกปารีส 2024 สาขาสถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมือง กับ วีเวียนา มุสเกตโทลา ( Viviana Muscettola) นักจัดการโครงการขนาดใหญ่และผังเมืองแห่ง Zaha Hadid Architects สาขาศิลปะการแสดงและการออกแบบท่าเต้น กับ จูลิอาโน เปปารินี (Giuliano Peparini) ผู้กำกับศิลป์และเวที และนักออกแบบท่าเต้น  สาขากลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ กับ ริชาร์ด คริสเตียนเซน (Richard Christiansen) ผู้ก่อตั้งเครือข่ายฟาร์มฟื้นฟูระบบนิเวศ Flamingo Estate

ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นทุนเต็มจำนวน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พัก และค่าฝึกอบรมรายเดือน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถดึงศักยภาพตนเองทั้งในด้านส่วนตัวและด้านอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้ง ยังจะได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น โดยจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานของผู้เชี่ยวชาญ ลงมือปฏิบัติงานจริง พร้อมเรียนรู้เทคนิค และสร้างเครือข่ายระดับโลก

“โครงการฝึกงานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก นี่คือการลงทุนในอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพให้กับคนรุ่นใหม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยนวัตกรรมและความมั่นใจ” นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวเสริม

โครงการนี้เปิดรับนักศึกษาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และกำลังศึกษา ระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและปรับตัวได้ดี และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองทั้งในด้านส่วนตัวและอาชีพ โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://thaccaxmelcoacademy.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568

เอกสารประกอบการสมัคร ประกอบด้วย วิดีโอแนะนำตัวความยาว 60 วินาที ประวัติส่วนตัว แฟ้มสะสมผลงาน และจดหมายแสดงแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจะเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์และการประเมิน โดยภายในเดือนเมษายน 2568 จะมีการคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 5-10 คน ต่อเมนเทอร์ 1 ท่านเพื่อคัดเลือกขั้นสุดท้าย และจะประกาศรายชื่อผู้ชนะ ที่งาน THACCA SPLASH ฟอรัมซอฟต์พาวเวอร์ระดับนานาชาติ ในเดือนมิถุนายน 2568 จำนวน 1 คนต่อสาขา รวมทั้งหมด 5 คน

การเปิดตัวโครงการฝึกงานดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การจัดงานเสวนา “THACCA x Melco: The New Rules of Soft Power” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568  ซึ่งจะรวบรวมผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลกมาแบ่งปันมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมในประเทศไทย ซึ่งงานดังกล่าว จะมีผู้ดำเนินงานคือ แมทธิว มาร์ช (Mathew Marsh) คอมเมนเตเตอร์ F1 ชื่อดัง พร้อมด้วยการกล่าวสุนทรพจน์จาก นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ที่จะเน้นย้ำว่าโครงการฝึกงานนี้ช่วยเสริมพลังให้กับคนไทยและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก

ติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการได้ที่ https://thaccaxmelcoacademy.com

หลักสูตรเวฬา จุฬาฯ จับมือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรม CSR ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่

หลักสูตรเวฬา จุฬาฯ จับมือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  จัดกิจกรรม CSR ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่

หลักสูตรเวฬา จุฬาฯ จับมือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรม CSR ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะนักศึกษาหลักสูตร เวฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ ١ และ รุ่นที่ ٢ พร้อมด้วยกองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตชด.บช.ภ.5
บช.ก สตม. พร้อมด้วย สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และโรงเรียนบางกอกพัฒนา นำโดย กุลวดี ศิริภัทร์, ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์, รศ.นพ.ปรีดา วาณิชยเศรษฐกุล, ศ.นพ.บัญชา ชื่นชูจิตต์,ทพญ.ดร.จุไรภรณ์ วิจักขณวงศ์ พญ.อภิรมย์เวชภูติ พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ดร.จุฬาพภรณ์นำชัยศิริ ร่วมจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) เพื่อช่วยเหลือและเป็นสาธารณะประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ที่ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่

กิจกรรมฯ ครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งต้องประสบภัยพิบัติในด้านต่างๆ ทั้ง ผู้ประสบภัยจากภัยหนาว ภัยแล้ง ผู้ประสบภัยจากหมอกควันไฟและ PM2.5 โดยแบ่งเป็นการช่วยเหลือในหลายด้าน อาทิ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, มอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาพร้อมทุนการศึกษา และแท๊งค์น้ำให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 16 แห่ง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน, มอบอัฒจันทร์เหล็กสำหรับเชียร์กีฬาพร้อมเครื่องสูบน้ำและเครื่องตัดหญ้าให้แก่ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ ยังได้มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค-บริโภค ปันน้ำใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและหมอกควันไฟ ฝุ่น PM2.5 จำนวน 500 ครอบครัว ตลอดจนมอบเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ให้แก่ ตำรวจภูธร กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 336 จังหวัดแม่ฮ่องสอน และกองบิน 41 เชียงใหม่ อีกด้วย

มาทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจกันเถอะ

มาทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจกันเถอะ

มาทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจกันเถอะ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดือนแห่งความรักนี้ มาลองเช็คสุขภาพหัวใจกันดูว่า หัวใจแข็งแรงดีอยู่ไหม? เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญ การรักษาสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตทั่วโลก การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ สามารถช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้ อาหารที่เรารับประทานทุกวันมีผลโดยตรงต่อระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และการอักเสบในร่างกาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

หลักการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ ได้แก่ เลือกอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยลดการอักเสบ ลดการเกิดลิ่มเลือดและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์วอลนัท

เลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ ไขมันทรานส์เป็นไขมันที่ผ่านการแปรรูป เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) และลดคอเลสเตอรอลดี (HDL) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ ได้แก่ เบเกอรี่ เช่น คุกกี้ เค้ก และขนมหวานที่มีการใช้มาการีนหรือไขมันพืชที่ผ่านการแปรรูป อาหาร ขนมขบเคี้ยว

ลดการรับประทานโซเดียม การบริโภคโซเดียมในปริมาณมากสามารถทำให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด อาหารที่ช่วยลดโซเดียม ได้แก่ ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้องควินัว ถั่วเปลือกแข็ง และควรเลี่ยงการรับประทานอาหารกระป๋อง ซุปสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยว

อาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล การลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเป็นการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยอาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล ได้แก่ ข้าวโอ๊ต ธัญพืช ไฟเบอร์จากผัก น้ำมันมะกอก อะโวคาโด

ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบและคอเลสเตอรอล ลดการบริโภคไขมันทรานส์ที่มีผลเสียต่อสุขภาพหัวใจ ควบคุมการบริโภคโซเดียมที่ส่งผลต่อความดันโลหิต รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

จอนจีฮยอน และ อีมินโฮ นั่นแท่นแบรนด์แอม Ultherapy PRIME นวัตกรรมยกกระชับระดับตำนานล่าสุดจากเมิร์ซ เอสเธติกส์

จอนจีฮยอน และ อีมินโฮ นั่นแท่นแบรนด์แอม Ultherapy PRIME  นวัตกรรมยกกระชับระดับตำนานล่าสุดจากเมิร์ซ เอสเธติกส์

จอนจีฮยอน และ อีมินโฮ นั่นแท่นแบรนด์แอม Ultherapy PRIME นวัตกรรมยกกระชับระดับตำนานล่าสุดจากเมิร์ซ เอสเธติกส์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมิร์ซ เอสเธติกส์ บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม เขย่าวงการความงามอีกครั้ง ดึงสองซูเปอร์สตาร์ตัวท็อปแห่งเกาหลีใต้“จอนจีฮยอน” และ “อีมินโฮ” นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ Ultherapy PRIME ความเป็นเลิศของนวัตกรรมยกกระชับผิวรุ่นใหม่ ที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีของ Ultherapy® ซึ่งเป็นตำนานการยกกระชับขั้นสุดมากว่า 15 ปี

ทั้ง จอนจีฮยอน และ อีมินโฮ ถือเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ใช้ Ultherapy PRIME ได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงความสำเร็จที่โดดเด่น ความมั่นใจ และการใส่ใจอย่างพิถีพิถันในการเลือกดูแลผิวอย่างดีที่สุด เพื่อรักษาความกระชับ ดูอ่อนเยาว์ และเผยผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

การเปิดตัวสองแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ครั้งนี้มาพร้อมกับแคมเปญ “See My Skin, Lift My Way : Love My Prime” เชิญชวนทุกคนร่วมฉลองความงามและความมั่นใจในทุกช่วงของชีวิต สู่ความ Prime ในแบบของตัวเอง เพราะความดูดีและความมั่นใจไม่ได้หยุดอยู่เพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งแต่เป็นเส้นทางของการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วย Ultherapy®นวัตกรรมยกกระชับระดับตำนาน ให้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 15 ปี

จอนจีฮยอน และ อีมินโฮ มีชื่อเสียงจากผลงานอันยาวนานในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักและยอมรับในฐานะไอคอนผู้มากความสามารถและความมีเสน่ห์รวมถึงการเติบโตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาโดยทั้งคู่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจสู่ความ Prime ในแบบของตัวเอง

ลอเรนซ์ เซียว ประธานประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ กล่าวว่า “การได้ จอนจีฮยอน และอีมินโฮ มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ระดับภูมิภาคของแคมเปญ “See My Skin, Lift My Way” แสดงถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ของ Ultherapy PRIME ที่ต้องการส่งเสริมความมั่นใจและการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แคมเปญนี้ไม่เพียงสื่อถึงความงามในทุกช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเมิร์ซ เอสเธติกส์ในการนำเสนอนวัตกรรมที่มอบผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติให้แก่ทุกคน”

จอนจีฮยอน เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเมิร์ซ เอสเธติกส์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความมั่นใจและความงามในแบบของตัวเอง ซึ่งฉันเชื่อว่าการก้าวสู่แต่ละช่วงของชีวิตด้วยความมั่นใจ และไม่หยุดพัฒนาตนเอง ทำให้ฉันรู้สึก มีพลังและพร้อมเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ Prime ที่สุด”

ด้าน อีมินโฮ ได้กล่าวถึงการกลับมาร่วมงานกับ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ไดร่วมงานกับครอบครัว เมิร์ซ เอสเธติกส์ อีกครั้งในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของแคมเปญ “See My Skin, Lift My Way” ผมเชื่อเสมอว่าความมั่นใจที่มาจากการรักตัวเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทำให้ผมรู้สึกพร้อมที่จะเติบโตและพัฒนาตัวเองในแบบที่ใช่ ผ่าน Ultherapy PRIME ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความต้องการสำหรับผิวของผมโดยเฉพาะจริงๆ”