ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดโมเมนต์สุดพิเศษต้อนรับวาเลนไทน์ ฉบับอเมริกันสไตล์ ‘Discover USA: Love at First Bite’

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดโมเมนต์สุดพิเศษต้อนรับวาเลนไทน์ ฉบับอเมริกันสไตล์ ‘Discover USA: Love at First Bite’

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดโมเมนต์สุดพิเศษต้อนรับวาเลนไทน์ ฉบับอเมริกันสไตล์ ‘Discover USA: Love at First Bite’

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.28 น.

ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล สร้างปรากฎการณ์ความพิเศษรับเทศกาลวาเลนไทน์ ฉบับอเมริกันสไตล์ จัดงาน ‘Discover USA: Love at First Bite’ พร้อมเสิร์ฟความรักผ่านกองทัพพาเหรดสินค้าของดีและของขึ้นชื่อจากแต่ละรัฐ ส่งตรงถึงไทย ครบครันทั้งขนมสุดฮิต และวัตถุดิบสุดพรีเมียม มาให้ช้อปกันแบบจุใจกว่า 1,500 รายการ ตอกย้ำแนวคิด Every Day DISCOVERY ชวนค้นพบประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาได้ทุกวัน พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขและบอกรักผ่านรสชาติสุดประทับใจไปกับสินค้า Made in USA และโปรโมชันสุดคุ้ม ตั้งแต่วันนี้ – 18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ

พร้อมกันนี้ในพิธีเปิดงาน Discover USA: Love at First Bite’ ยังได้รับเกียรติจาก แพทริค แพคเน็ท รองปลัดกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ร่วมพิธีเปิดงาน พร้อมเยี่ยมชมสินค้าในงาน โดยมี สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบาย องค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด,นงนุช เพ็ชรรัตน์ ที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ,สุจิตา เพ็งอุ่นรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ,ธนวัตร จิรจริยาเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ นอกจากนี้ ภายใต้แคมเปญดังกล่าวยังได้ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย ท็อปเชฟระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่โด่งดังจากรายการเชฟกระทะเหล็ก และเป็นกรรมการในรายการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศมากมาย มาร่วมแชร์ไอเดียการครีเอทเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากอเมริกา ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์ เท่านั้น อาทิ ปลาอลาสกาค็อดแช่แข็ง, น้ำมันอะโวคาโด และ น้ำส้มสายชูแอปเปิล ไซเดอร์ แบรนด์ Spectrum, ชีสจากวิสคอนซิน แบรนด์ ORA Life ที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด,  แป้งขนมปัง ไม่ฟอก แบรนด์ King Arthur เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์การบอกรักผ่านเมนูใหม่ ๆ รับเทศกาลแห่งความรัก โดยสามารถรับชมวิธีการทำผ่านทางเฟซบุ๊กหรือ อินสตาแกรม Tops Food Hall

เปิดประสบการณ์ความฟินตามแบบฉบับ USA ที่ผสานคอนเซ็ปต์สุดโรแมนติกรับบรรยากาศวาเลนไทน์นี้ด้วย 3 ไฮไลต์พิเศษ ที่ท็อปส์ คัดสรรมาให้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น

Sweetheart Treats – สุดยอดขนมและของหวานยอดนิยมจากอเมริกาที่อินเลิฟสุดๆ อาทิ ขนมเคลือบช็อกโกแลต รวมถึง ไอศกรีมสุดเฟรชที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและครีมมี่ จากแบรนด์ Ben & Jerry รัฐเวอร์มอนต์ และ Fruit Roll-Ups แบรนด์ขนมขบเคี้ยวรสผลไม้ยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นอเมริกา จากรัฐนิวยอร์ก

Fruits of Love – สุดยอดผลไม้สุดเฟรชที่ปลูกจากความรักจากแหล่งกำเนิดชั้นยอด อาทิ ส้มนาเวลไร้เมล็ด สีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์ รสชาติหวานฉ่ำ จากรัฐแคลิฟอร์เนีย และ แอปเปิ้ลแดง รสชาติกรอบ หวาน จาก รัฐวอชิงตัน

Creamy Indulgence – สุดยอดผลิตภัณฑ์จากนม-เนยจากอเมริกา รสชาติเข้มข้น หอมมัน อาทิ ชีสคุณภาพสูง โยเกิร์ตรสพิเศษ และเนยชนิดพิเศษ อาทิ เชดด้าชีสจาลาปิโน (Jalapeno Cheddar)แบรนด์ Vintage ที่รังสรรค์ความอร่อยผ่านสูตรต้นตำรับดั้งเดิม ทำให้รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัส ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และครีมชีสจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Cascade Dairy จากรัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ ยังมีสินค้าสุดพรีเมี่ยมจากรัฐดังรวมแล้วกว่า 1,500 รายการ มาให้ช้อปชิมและเลือกสรรกันแบบจุใจ อาทิ ปลาแบล็คค็อดจากรัฐอลาสก้า ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารทะเลที่มีคุณภาพสูง มีโอเมก้าสูง ไขมันต่ำ และปลาโซล เนื้อหวาน นุ่ม แคลต่ำ เหมาะกับสายรักสุขภาพ และเนื้อสัญชาติ USA เกรดพรีเมียม จากรัฐเทกซัส ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันได้รับการรับรองจาก USDA ให้รสสัมผัสนุ่ม ไม่เหมือนใคร เป็นต้น

ร่วมสร้างปรากฎการณ์สุดฟินรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ สไตล์อเมริกันแท้ได้ในงาน ‘Discover USA: Love at First Bite’ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ! เพียงช้อปสินค้า USA ที่ร่วมรายการครบ 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี บัตรของขวัญมูลค่า 100 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าสมาชิก The 1 Expat รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมใน The 1 App โดยรับส่วนลด 70 บาท เพียงช้อปสินค้า USA ที่ร่วมรายการ ครบ 800 บาท/ใบเสร็จ (จำกัดสิทธิ์เฉพาะ 1 ท่านต่อสมาชิก) ตั้งแต่วันนี้-18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ท็อปส์ และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

‘Amazing Thailand Out There’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็น Top LGBTQ+ Friendly Destination ระดับโลก

‘Amazing Thailand Out There’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็น Top LGBTQ+ Friendly Destination ระดับโลก

‘Amazing Thailand Out There’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็น Top LGBTQ+ Friendly Destination ระดับโลก

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.56 น.

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการต้อนรับคณะผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต่างชาติจากพื้นที่ตลาดอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ จำนวน 18 ราย ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย จำนวน 20 ราย พร้อมด้วย คู่รัก Influencers ต่างชาติจำนวน 6 คู่ และผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร กว่า 150 คน ร่วมกิจกรรม  ‘Amazing Thailand Out There Night’ งานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่  สะท้อนพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนชาว LGBTQ+ ในประเทศไทย  ณ  โรงแรม W Bangkok

กิจกรรมดังกล่าวนั้น เป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. ร่วมกับ W Hotels ในเครือ Marriott International Thailand จัดกิจกรรม Amazing Thailand Out There ภายใต้แคมเปญ Amazing Romance Month ส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ LGBTQ+ มอบประสบการณ์ Grand Privileges ด้วย 3 ประสบการณ์ คือ กิจกรรมส่งเสริมการขาย Amazing Thailand Out There: LGBTQ+ Trade Meet 2025กิจกรรม Amazing Thailand Out There: Meet The LGBTQ+ Influencers และกิจกรรม Agent and Media Fam Trip

ททท. คาดว่ากิจกรรมนี้ เป็นหนึ่งการเฉลิมฉลองการประกาศใช้ พรบ. สมรสเท่าเทียม ตลอดจนสะท้อนความมุ่งมั่น ผลักดันและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ ที่ถือเป็น 1 ในนักท่องเที่ยว Luxury เดินทางท่องเที่ยวไทยเพื่อร่วมกิจกรรม Gcircuit Songkran 11-14 เมษายน 2568, Corcuit festival asia pattaya 30 พฤษภาคม- 1 มิถุนายน และ White party bangkok ช่วงเดือนธันวาคม ตลอดจนสะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดันประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว Top LGBTQ+ Friendly Destination และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้นำระดับโลกด้านความเท่าเทียมผ่านการท่องเที่ยว ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ Amazing Thailand ให้เติบโตยั่งยืนในระดับโลกต่อไป

039

Metro Art รังสรรค์ผลงานศิลปะซีรีย์ใหม่ ‘Good Vibe Only – Mural Of Positive Energy’

Metro Art รังสรรค์ผลงานศิลปะซีรีย์ใหม่ ‘Good Vibe Only - Mural Of Positive Energy’

Metro Art รังสรรค์ผลงานศิลปะซีรีย์ใหม่ ‘Good Vibe Only – Mural Of Positive Energy’

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.40 น.

Metro Art อาร์ตสเปซใจกลางเมืองที่ MRTพหลโยธิน เปิดตัวนิทรรศการศิลปะในซีรีย์ใหม่ล่าสุด กับ “Good Vibe Only – Mural Of Positive Energy” โดยได้ชวน BIGDEL ศิลปินสายสตรีทอาร์ตที่อยู่ในวงการศิลปะมานานกว่า 30 ปี และเป็oศิลปินกลุ่มแรกๆ ที่นำเสนอผลงานกราฟิตี้ในประเทศไทย และแม็กซ์ เกรียงไกร กิมสวัสดิ์ หนึ่งในศิลปินสายสตรีทอาร์ตที่กำลังได้รับการกล่าวถึงในแวดวงสตรีทอาร์ทขณะนี้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสไตล์ Mural Artที่ครั้งนี้หยิบจับเอาคำคมประโยคฮีลใจเพื่อเป็นการเริ่มต้นสิ่งดีและเรื่องราวใหม่ๆ ของปี 2025 ให้กับผู้ใช้บริการ MRT ทุกคน มาออกแบบในสไตล์ที่จัดจ้านกร้าวหัวใจแบบที่ Metro Art ยังไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งครั้งนี้เป็นความร่วมมือรังสรรค์ผลงานระหว่าง Metro Art กับ Bridge Art Agency ครีเอทีฟคิวเรเตอร์ ที่มีความตั้งใจอยากเชื่อมศิลปะกับผู้คนให้เข้าถึงกันได้ง่ายมากกว่าเดิม เนรมิตพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ให้เต็มไปงานอาร์ตสไตล์ Typography ที่จะสามารถเข้าถึงหัวใจแล้วสร้างกำลังใจดีๆ ในการใช้ชีวิตต่อผู้ใช้บริการ MRT ได้ไม่ยาก นอกจากนิทรรศการศิลปะแล้วก็จะมี Art Market และ Art Workshop จัดเต็มทุกวันเช่นเคย

บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด หรือ (BMN) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณา พื้นที่ค้าปลีก พื้นที่จัดกิจกรรม ในระบบรถไฟฟ้า MRT และทางด่วน ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สายสีม่วงและทางด่วน ร่วมมือกับ Bridge Art Agency สร้างสรรค์ผลงานนิทรรศการศิลปะในซีรีย์ในชื่อคอนเซ็ปต์ “Good Vibe Only – Mural Of Positive Energy” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ เมโทร อาร์ตหยิบเอาคำคมประโยคฮีลใจมาออกแบบเป็นคอนเซ็ปต์หลักของการนำเสนอผลงานในครั้งนี้ โดยศิลปะสไตล์ Mural Art ถือเป็นรูปแบบการสร้างสรรค์ศิลปะที่ได้รับความนิยมมายาวนานทั่วโลก เป็นการใช้พื้นที่ของสถาปัตยกรรมผสมผสานกับงานออกแบบศิลปะ เพื่อสร้างให้ผลงานเกิดความใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น และในครั้งนี้ เมโทร อาร์ตเชื่อว่าจะเป็นการนำเสนอผลงานศิลปะที่สามารถเข้าถึงหัวจิตหัวใจของผู้ชมงานได้มากกว่าเดิมอีกด้วย

ดร.อารยา ปานุราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ในฐานะผู้แทน BEM กล่าวว่า “ขณะนี้ เมโทร อาร์ตเดินทางมาสู่ซีรีย์ใหม่แล้ว ซึ่งในการจัดนิทรรศการศิลปะแต่ละครั้ง เราให้ความสำคัญในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ การส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ต่อใจให้กับทุกคนและสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจในการเดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ให้กับผู้ใช้บริการทุกคน ครั้งนี้มีความน่าสนใจไม่แพ้ทุกครั้งที่ผ่านมาแน่นอน โดยเราหวังว่าการหยิบจับเอาคำคมประโยคฮีลใจจะถือเป็นการเริ่มต้นสิ่งดีและเรื่องราวใหม่ๆ ของปี 2025 ให้กับผู้ใช้บริการ MRT ทุกคน โดยเราเชื่อว่าศิลปะสามารถเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความรู้สึกและช่วยฮีลใจให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมได้อย่างแท้จริง พื้นที่ในระบบรถไฟฟ้า MRT ไม่เป็นเพียงแค่จุดหมายปลายทางของการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนได้สร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงความรู้สึกผ่านงานศิลปะที่สวยงามได้เป็นอย่างดี”

ภายในพื้นที่ เมโทร อาร์ต ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ผู้ชมได้เข้าร่วม เช่น ห้อง Art Learning Centre by BEM ศูนย์การเรียนรู้ทางศิลปะจากศิลปินมืออาชีพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เรียนรู้เทคนิคการวาดภาพในรูปแบบต่างๆ เพื่อต่อยอดทักษะด้านศิลปะในอนาคต หรือ Paint All Right บริหารงานโดย GO GRAB FUN ที่จะได้พบกับกิจกรรม Art Workshop ที่เปิดโอกาสสร้างผลงานศิลปะในแบบของตนเอง  สำหรับใครที่ชอบช้อปปิ้งสินค้าศิลปะงานคราฟ์หรือหาของที่ระลึกเก๋ๆ จัดเต็มไอเดียสนุกๆ ก็ไม่ควรพลาดกับ Art Market ที่มีสินค้าศิลปะหลากหลาย รวมถึง Metro Art Live Music ดนตรีสดจากศิลปินรุ่นใหม่ช่วยสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาให้กับงานนิทรรศการ เปิดให้เข้าชมที่ Metro Art สถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธินตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มีนาคม 2568 เวลา 06.00-21.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: BMN และ BEM Bangkok Expressway and Metro / X: BEM Bangkok Expressway and Metro / Instagram: mrt_bangkok หรือโมบายแอปพลิเคชัน Bangkok MRT และศูนย์บริการข้อมูล โทร. 02-690-8200

039

เอ็ม บี เค ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ผนึก กลุ่ม บ.เสนา เดินหน้าใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

เอ็ม บี เค ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ผนึก กลุ่ม บ.เสนา เดินหน้าใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

เอ็ม บี เค ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ผนึก กลุ่ม บ.เสนา เดินหน้าใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.34 น.

พลังงานสะอาด” ถือเป็นกุญแจที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในระดับโลก ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้นแต่ยังเป็นการช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานอีกด้วย การติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” เป็นหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยการนำเทคโน โลยีที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในระบบพลังงานของประเทศที่สำคัญช่วยในการลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

เอ็ม บี เค และกลุ่มธุรกิจในเครือ ตอกย้ำดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องแนวทางการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามแผนมุ่งสู่ความยั่งยืน NET Zero 2050 โดยร่วมกับ กลุ่มบริษัทเสนา ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ผู้นำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร โดยการนําพลังงานแสงอาทิตย์มาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ที่อาคารศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จำนวน  2 แห่ง ได้แก่  พาราไดซ์ พาร์ค และ พาราไดซ์ เพลส

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล รองประธาน กก.บริหาร บมจ.เอ็ม บี เค จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารพาราไดซ์ พาร์ค จรูญรัตน์สาลี  กก.ผจก. ,โชติพัฒน์ ศิริจรรยากุล ผอ.ฝ่ายวิศวกรรม บมจ.เอ็ม บี เค ให้การต้อนรับ  ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่  และ สุเมธ บุญบรรดารสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) และดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบทั้ง 2 อาคารบนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร เป็นที่เรียบร้อย พร้อมประกาศความสำเร็จในการต่อยอดสู่ความยั่งยืน ด้วยการนําเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้า โดยมี สุเวทย์ ธีรวชิรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยผู้บริหารพาราไดซ์ พาร์ค จรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด โชติพัฒน์ ศิริจรรยากุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด และ สุเมธ บุญบรรดารสุข ประธานเจ้า หน้าที่บริหาร บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จํากัด พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อาคารศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ที่อาคารศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส มีขนาดกำลังการติดตั้ง 592.675 kWp และดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 800,000 kWh/ปี ลดต้นนทุนด้านพลังงานไฟฟ้าขององค์กร และได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าที่ต่ำากว่าการไฟฟ้านคหลวง 18% เป็นระยะเวลา 17 ปี ขณะที่ อาคารศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ขนาดกำลังการติดตั้ง 3,264.17 kWp สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 4,680,000 kWh/ปี โดยได้เริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 ส่งผลให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้กระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้ง 2 ศูนย์การค้า 3,856.85 kWp และลดต้นทุนพลังงานได้กว่า 7,500,000 ล้านบาท ยังสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณปีละ 2,724.12 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(tonCO2eq)หรือคิดเป็นการปลูกต้นสักประมาณ 454,020 ต้นต่อปี

การร่วมมือในครั้งนี้ บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จํากัด ถือว่าสอดคล้องเป้าหมายการบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของ เอ็ม บี เค ในการใช้พลังงานสะอาดและลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าขององค์กร และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว ตามแนวทางดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2568 เอ็ม บี เค ตั้งเป้าจะมีกำลังการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 7,987 kWp ซึ่งคาดว่าจะสา มารถลดพลังงานไฟฟ้ารวมลงได้ประมาณ 10,446,217 kWh/ปี เพราะการใช้พลังงานสะอาดไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทำให้โลกใบนี้ของเราดีขึ้น และยังเป็นต้นแบบการรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

3 เชฟมิชลินสตาร์จับมือรังสรรค์ดินเนอร์มื้อพิเศษขับเคลื่อนแนวคิด ‘ความยั่งยืน’

3 เชฟมิชลินสตาร์จับมือรังสรรค์ดินเนอร์มื้อพิเศษขับเคลื่อนแนวคิด ‘ความยั่งยืน’

3 เชฟมิชลินสตาร์จับมือรังสรรค์ดินเนอร์มื้อพิเศษขับเคลื่อนแนวคิด ‘ความยั่งยืน’

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.26 น.

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อ 3 เชฟมิชลินสตาร์แห่งยุค มาร่วมสร้างสรรค์มื้อค่ำสุดพิเศษ  “A Culinary Constellation: Six-Hands, Five Stars – A Sustain-Inspired Dinner”  ได้แก่ เชฟดีแพงเกอร์ คอสลา (Deepanker Khosla) จากร้าน ฮาโอมา (Haoma), เชฟริค ดินเกน (Rick Dingen) จากร้านจำปา (Jampa) และ เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ (Gerard Villaret Horcajo) จากห้องอาหารเอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ  กับเมนูพิเศษ 8 คอร์สที่ผสมผสานสไตล์การทำอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนเข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด “เมนูแห่งความยั่งยืน”  ณ ห้องอาหาร เอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568

เชฟดีแพงเกอร์ คอสลา

ครั้งแรกกับการผสมผสานอันลงตัวระหว่างศิลปะการทำอาหารเข้ากับส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวคิด “ความยั่งยืน”  เชฟทั้ง 3 จะแสดงความโดดเด่นเฉพาะตัวและความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน กับ “เมนูแห่งความยั่งยืน” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เชฟดีแพงเกอร์ คอสลา ก่อตั้งร้านฮาโอมา อันเลืองชื่อ นำเสนออาหารอินเดียไฟน์ไดนิงสมัยใหม่ โดดเด่นด้วยการผสมผสานรสชาติแบบอินเดียดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว มุ่งมั่นในการใช้วัตถุดิบอย่างยั่งยืนและถ่ายทอดรสชาติอันหลากหลายของอินเดียออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

อาหารจานเด่นจากร้านฮาโอมา

เชฟริค ดินแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารยุโรปสมัยใหม่จากร้านจำปา จำปา คือที่สุดของร้านอาหารยุโรปสมัยใหม่ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกจานที่เสิร์ฟคือผลงานศิลปะที่ผสมผสานเทคนิคอันประณีต รสชาติที่กลมกล่อม อีกทั้ง ยังเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นหัวใจสำคัญ ขณะที่ เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ จากห้องอาหารเอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ (Elements, inspired by Ciel Bleu)  นำเสนอความเชี่ยวชาญด้านอาหารฝรั่งเศสขั้นสูงที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว สร้างสรรค์เมนูอันหรูหรา พร้อมทั้งยึดมั่นในการเลือกและเตรียมวัตถุดิบอย่างยั่งยืน

เชฟริค ดินแกน 

อาหารจานเด่นจากร้านจำปา

การเดินทางแห่งรสชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของทั้ง 3 เชฟมิชลิน ที่ต้องการนำเสนออาหารชั้นเลิศ ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพสูงจากแหล่งท้องถิ่นและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารอันล้ำสมัย ดินเนอร์ 8 คอร์สนี้จะพานักชิมสัมผัสกับความกลมกล่อมของรสชาติและกลิ่นหอมอันเย้ายวน ทุกจานสะท้อนถึงความตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดรวมไปถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อาหาร และนี่เป็นเพียงโอกาสเดียวที่จะได้สัมผัสสุดยอกประสบการณ์ทางด้านอาหารจาก 3 มิชลินที่มีพรสวรรค์ มากความสามารถ และเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ

จานเด่นจากห้องอาหารเอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ

ดื่มด่ำมื้อค่ำสุดพิเศษ “A Culinary Constellation: Six-Hands, Five Stars – A Sustain-Inspired Dinner” เพลิดเพลินกับเมนู 8 คอร์สสุดสร้างสรรค์ ในราคาท่านละ 6,900++ บาท ให้บริการเพียงวันเดียวในคืนวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-687-9000 หรืออีเมล elements@okurabangkok.com

มาร่วมออกแบบสร้างกรุงเทพฯ ให้ ‘ดี’ กว่าเดิม ในงาน ‘เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568’

มาร่วมออกแบบสร้างกรุงเทพฯ ให้ ‘ดี’ กว่าเดิม ในงาน ‘เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568’

มาร่วมออกแบบสร้างกรุงเทพฯ ให้ ‘ดี’ กว่าเดิม ในงาน ‘เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568’

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.14 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับพันธมิตรจัดงาน เปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 หรือ Bangkok Design Week 2025 (BKKDW2025) เทศกาลงานออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” มุ่งเน้นการสร้างพลังบวกผ่านงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเมืองและเปิดโอกาสใหม่ในทุกมิติอย่างไร้ขีดจำกัด ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพในด้านสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกปัจจุบัน

ปีนี้เทศกาลฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ครอบคลุมพื้นที่สร้างสรรค์กว่า 7 ย่านหลัก ได้แก่ เจริญกรุง – ตลาดน้อย, เยาวราช – ทรงวาด, ปากคลองตลาด, พระนคร, ข้าวสาร – บางลำพู, บางโพ และหัวลำโพง รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าชมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300,000 คน ตลอดระยะเวลา 16 วันของการจัดเทศกาลฯ

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและเอกชนได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 อย่างมั่นคง เทศกาลนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงานสร้างสรรค์ แต่ยังสะท้อนถึงพลังในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม  โดยรัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์อย่างจริงจังผ่านการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, เฟสติวัล (เทศกาล), ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ และอุตสาหกรรมดนตรี ฯลฯ แฟชั่น ภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง เกม และหนังสือ รวมถึงการจัดงานเทศกาลในประเทศและต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ส่งเสริมการส่งออก และการท่องเที่ยว ดังนั้นเราจึงพร้อมจุดประกาย ‘พลังบวกแห่งวัฒนธรรมสร้างสรรค์’ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ 

ขณะที่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ Bangkok Design Week ไม่ใช่แค่เทศกาลงานออกแบบ แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้าง ‘ระบบนิเวศสร้างสรรค์’ (Creative Ecosystem) ที่แข็งแกร่งให้กับเมือง พร้อมทั้งยังสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN – Bangkok City of Design) เพื่อร่วมกันออกแบบเมืองที่น่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด ‘Design Up+Rising’ ในปีนี้เทศกาลฯ สะท้อนพลังแห่งการพร้อมบวกอย่างชัดเจนจากทุกภาคส่วน ทั้งการบวกความคิดสร้างสรรค์ การบวกโอกาสใหม่ ๆ สำหรับชุมชน และการบวกพลังในการขับเคลื่อนเมือง ผ่านรูปแบบโปรแกรมที่มีความแตกต่างในแต่ละย่านผ่านโครงการสำคัญ เช่น Legacy Project โครงการที่เป็นย่านต้นแบบเจริญกรุง – ตลาดน้อย และพระนคร, กลุ่มย่านที่ส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรม Creative Cluster เช่น ปากคลองตลาด – อุตสาหกรรมด้านดอกไม้, บางโพ – อุตสาหกรรมด้านงานไม้ ที่ช่วยสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจด้านงานไม้ให้ได้มารู้จักกันมากขึ้น และกลุ่มย่านที่ช่วยสร้างบรรยากาศสร้างสรรค์ให้กับเมือง (Bangkok Vibe) เช่น ย่านเยาวราช – ทรงวาด, ข้าวสาร-บางลำพู  – ข้าวสาร และหัวลำโพง รวมถึงการทดลองแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต เราเชื่อว่าพลังของงานออกแบบจะช่วยพัฒนาเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับกรุงเทพฯ”

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า “CEA มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน ผ่านการพัฒนาย่านและพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และเริ่มต้นธุรกิจใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงกับชุมชนเพื่อยกระดับธุรกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2025) เป็นแพลตฟอร์มกิจกรรมสำคัญที่จัดต่อเนื่องทุกปีมาเป็นปีที่ 8 สะท้อนถึงความสำเร็จและการมีส่วนร่วมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม ‘Design Up+Rising | ออกแบบพร้อมบวก+’ เพื่อเราต้องการเน้นย้ำว่าการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกระดับ ตั้งแต่บุคคล ชุมชน ไปจนถึงสังคม และประเทศชาติ เรามุ่งหวังให้ทุกคนพร้อมใช้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์เชิงบวกในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้ก้าวไปข้างหน้าใด้อย่างมีความหวัง สู่การเป็น ‘เมืองคนเทพฯ สร้าง’ โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ทางสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต ให้ยั่งยืนในทุกมิติ”   

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) 

เทศกาลฯ จัดโปรแกรมสร้างสรรค์กว่า 350 โปรแกรมได้แก่ การจัดแสดงและนิทรรศการ, เสวนา, เวิร์กช็อป, อีเวนต์, ดนตรีและการแสดง, ทัวร์, ตลาดงานดีไซน์ ที่สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและนักออกแบบหน้าใหม่, กิจกรรมสร้างบรรยากาศให้แก่เมือง และสารพัดโปรโมชันจากร้านค้าและร้านอาหารภายในพื้นที่ตามเก็บโปรแกรมต่างๆ ของเทศกาลฯ ให้ครบทุกพื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ แล้วมาดูกันว่าพลังของงานดีไซน์ จะบวกความเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน? มาร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ทุกคนอยากอยู่ไปพร้อมกัน ใน 2 ช่วงจัดงานหลัก  8 – 16 กุมภาพันธ์ 2568: ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, เยาวราช – ทรงวาด, ปากคลองตลาด และพื้นที่อื่น ๆ  15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568: ย่านพระนคร, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ  เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ 8 – 9, 15 – 16, 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ย่านหัวลำโพงและบางโพ

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: www.bangkokdesignweek.com, Facebook/Instagram: bangkokdesignweek, Twitter: @BKKDesignWeek, Line: @bangkokdesignweek

039

สยามพารากอน ปักหมุดโมเมนต์สวีทหวาน เทศกาลวาเลนไทน์

สยามพารากอน ปักหมุดโมเมนต์สวีทหวาน เทศกาลวาเลนไทน์

สยามพารากอน ปักหมุดโมเมนต์สวีทหวาน เทศกาลวาเลนไทน์

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.55 น.

เทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ สยามพารากอน ตอกย้ำโกลบอลเดสติเนชั่นที่ครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ เตรียมประสบการณ์หวานละมุนให้กับทุกคู่รักและทุกสายสัมพันธ์ กับกิจกรรมสุดโรแมนติกที่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ นี้

รับดอกกุหลาบพร้อมถ่ายภาพสุดประทับใจกับบอลลูนหัวใจ

ร่วมสร้างความทรงจำแสนหวานกับดอกกุหลาบสีแดงสดใส แทนความรักที่มั่นคงและจริงใจ  สยามพารากอนเตรียมไว้ให้แล้ว ในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2568 ในรอบเวลา 13.00 / 15.00 / 17.00 น. เพียงแสดงใบเสร็จจากร้านค้าภายในศูนย์การค้า มูลค่า 500 บาทขึ้นไป (จำกัด 1 ท่าน 1 สิทธิ์) พิเศษ! และโพสต์ภาพถ่ายคู่กับบอลลูนหัวใจวาเลนไทน์ที่สยามพารากอน พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ และติดแฮชแท็ก #SIAMPARAGONVALENTINE’SDAY บน Facebook และแชร์โพสต์ของคุณ 50 ท่านแรก รับฟรี! Summer Blazing จากร้าน Bakehaus ชั้น 3 สยามพารากอน (จำกัด 1 ท่าน 1 สิทธิ์) สามารถใช้สิทธิ์ได้ภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น

LEGO® Valentine’s Blooms For All – ดอกไม้ที่คงอยู่ตลอดกาล

ตื่นตากับนิทรรศการสุดพิเศษที่จะเปลี่ยนโลกของขวัญวาเลนไทน์ให้คงอยู่ตลอดกาล กับ LEGO® Valentine’s Blooms For All ณ แฟชั่นแกลลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน โดยเลโก้ได้เนรมิตดอกไม้ให้บานสะพรั่งทั่วบริเวณ ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2568 พร้อมเชิญชวนทุกคนร่วมสร้างสรรค์ช่อดอกไม้เลโก้ที่ไม่เหมือนใครให้คนที่คุณรัก ในราคา 1,999 บาท (จำกัด 150 ช่อแรก ตลอดแคมเปญ) ตั้งแต่วันนี้- วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568  ใครที่กำลังมองหาของขวัญเพื่อเป็นตัวแทนความรักและความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบมาสร้างสรรค์ช่อดอกไม้ที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉาได้ในงาน LEGO® Valentine’s Blooms For All ณ แฟชั่นแกลลอรี่ ชั้น 1

SEA LIFE Bangkok – สวีตใต้ท้องทะเลกับ Spotify และเพนกวินคู่น่ารัก

ซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรียมระดับโลก ใจกลางสยามพารากอน ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วยกิจกรรมสุดพิเศษ ที่มาพร้อมกับความร่วมมือครั้งแรกกับ Spotify  ระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2568 พบกับเพนกวินเจนทู คู่ชาย-ชาย และ เพนกวินแจ๊คแอส คู่หญิง-หญิง ที่จะมาสร้างสีสันความน่ารักให้เทศกาลแห่งความรักนี้  มอบโอกาสให้คุณได้ถ่ายภาพสุดคิ้วในมุมต่างๆ ภายในอควาเรียมที่จัดไว้เพื่อสร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมี Photo Booth ที่พร้อมให้บริการถ่ายภาพฟรี โดยเลือกธีมสุดพิเศษมาเสิร์ฟในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เก็บภาพความประทับใจในบรรยากาศที่แสนพิเศษและน่ารักเฉพาะตัว

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกกับประสบการณ์การฟังเพลงในทุกโซนของอควาเรียมแบบไม่มีข้อจำกัด พร้อมความเป็นส่วนตัวในแต่ละโซน เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับการชมสัตว์ทะเลในมุมมองใหม่ โดยการผสมผสานเสียงเพลงและบรรยากาศใต้ท้องทะเลที่จะเพิ่มอรรถรสมากยิ่งขึ้น คุณสามารถรับหูฟังไร้สายได้ที่บริเวณทางเข้า และเพลิดเพลินกับการรับชมและฟังได้อย่างเต็มอรรถรส  หรือสามารถเข้าฟัง playlist ผ่าน Spotify ได้เพียง search : SEA LIFE Bangkok Ocean Harmony  กิจกรรมนี้เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น สามารถสำรองตั๋ ได้ที่ www.visitsealife.com/bangkok/tickets/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-2000

‘นายกฯ แพรทองธาร’ เปิดทำเนียบต้อนรับนางแบบดังระดับโลก ‘นาโอมิ แคมป์เบลล’

‘นายกฯ แพรทองธาร’  เปิดทำเนียบต้อนรับนางแบบดังระดับโลก ‘นาโอมิ แคมป์เบลล’

‘นายกฯ แพรทองธาร’ เปิดทำเนียบต้อนรับนางแบบดังระดับโลก ‘นาโอมิ แคมป์เบลล’

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.46 น.

วงการแฟชั่นและอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นาโอมิ เอเลน แคมป์เบลล์  ( Naomi Elaine Campbell) ผู้ประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นระดับโลก ร่วมหารือผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย เสริมศักยภาพและสนับสนุนคนไทยสู่วงการแฟชั่นระดับโลก ขณะที่การเยือนไทยครั้งนี้ยังสร้างความประทับใจและทำให้เกิดกระแสเชิงบวกด้านแฟชั่นอย่างมีนัยสำคัญ

นาโอมิ เอเลน แคมป์เบลล์ (Naomi Elaine Campbell) ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทย  ปรากฏตัวในชุด Chanel สุดหรู โดยเฉพาะ แจ็คเก็ตและกางเกงขายาวผ้าทวีด จาก Cruise Collection เสริมลุคด้วย Chanel Classic Bag เรียบหรู โดยมี นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมหารือด้วย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับ พร้อมชื่นชมความสำเร็จของนางสาวแคมป์เบลล์ในวงการแฟชั่น ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนทั่วโลก รวมถึงคนไทย โดยการเยือนไทยของ นาโอมิ ครั้งนี้ ยังสร้างความประทับใจและทำให้เกิดกระแสเชิงบวกด้านแฟชั่นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้ทราบว่า การหารือระหว่างนาโอมิ กับประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นไปด้วยดีและพร้อมร่วมมือกับไทย เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย Soft Power ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

 นางสาวนาโอมิ เอเลน แคมป์เบลล์ ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งเธอมีโอกาสได้มาประเทศไทยหลายครั้ง  ชื่นชอบประเทศไทย สภาพอากาศ และคนไทยเป็นมิตร และต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอ โดยการเยือนครั้งนี้ได้มีโอกาสไปห้างสรรพสินค้าในไทยเพื่อดูผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เครื่องสำอาง การออกแบบเสื้อผ้า เป็นต้น ซึ่งมีความสมบูรณ์แบบมาก และพร้อมให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในวงการแฟชั่น เพื่อส่งเสริมคนไทยที่มีศักยภาพและความสามารถให้ไปสู่วงการแฟชั่นระดับสากลและระดับโลกต่อไป

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนวงการแฟชั่นไทยร่วมกัน โดย นายกรัฐมนตรี แพทองธาร กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลเปิดรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการผลิตและสร้างสรรค์แฟชั่นใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญ ซึ่ง นาโอมิ เห็นว่า คนไทยมีเสน่ห์เฉพาะตัวและมีความเป็นธรรมชาติที่สะท้อนออกมา โดย นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ต้องการร่วมมือกับนางสาวแคมป์เบลล์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมคนไทยและเยาวชนไทยที่มีความสามารถในด้านการเดินแบบ ออกแบบ และทักษะด้านแฟชั่นอื่นๆ ให้ก้าวไปสู่วงการแฟชั่นและอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกต่อไป

ทั้งนี้ นาโอมิ เอเลน แคมป์เบลล์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 และ 1990 และเป็นหนึ่งในสุดยอดนางแบบที่เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมแฟชั่นในช่วงนั้น

พลังแห่งความสนุก Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2025

พลังแห่งความสนุก Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2025

พลังแห่งความสนุก Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2025

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.37 น.

Versace เปิดตัวคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2025 แคมเปญนี้เป็นการเฉลิมฉลองให้กับกลุ่มคนที่มีความมั่นใจในตัวเองและแสดงความเป็นเอกลักษณ์ผ่านทัศนคติของพวกเขา เราต้องการนำความสมจริงและความเกี่ยวข้องมาสู่แคมเปญ ผ่านการสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยอารมณ์และจิตวิญญาณ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดอย่างงดงามโดย Mert & Marcus ด้วยการจัดแสงแบบภาพยนตร์ที่ทรงพลัง ภาพยนตร์แคมเปญเป็นเสี้ยวหนึ่งของบทสนทนาที่คาดไม่ถึงระหว่างDonatella กับแต่ละตัวละครแต่ละตัว เปี่ยมไปด้วยไหวพริบและอารมณ์ขัน

คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2025 เต็มไปด้วยพลังแห่งความสนุก ความมีชีวิตชีวา และความเป็นอิสระที่หลอมรวมเข้ากับความประณีตซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์ ความปรารถนาในอิสรภาพก่อให้เกิดสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเองโดยสัญชาตญาณ—ดูไร้กฎเกณฑ์ ผสมผสานอย่างลงตัว และเปี่ยมไปด้วยความสนุกในการแต่งตัว ถ่ายทอดความมั่นใจเชิงบวกอย่างเต็มที่และสะท้อนตัวตนของ Versace อย่างแท้จริง

เสื้อผ้าประกอบไปด้วยเดรสและกระโปรงที่มาในวัสดุ Metal Mesh อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ครั้งนี้มาพร้อมลายพิมพ์ดอกไม้ ขณะที่แจ็คเก็ต คาร์ดิแกน และเสื้อเชิ้ตถูกนำมาสวมใส่ด้วยลายพิมพ์ที่ตัดกันพร้อมสัดส่วนที่ตั้งใจให้ดูแปลกตา ส่วนเสื้อเชิ้ตผ้าไหมพิมพ์ลายสำหรับผู้ชายมาในลวดลายบาโรกหรูหรา ซึ่งเป็นดีไซน์สุดไอคอนิกของ Versace

สำหรับกระเป๋าของซีซั่นนี้อย่างกระเป๋ารุ่น Tag และ Kleio มาในหลากหลายเฉดสีและวัสดุ กระเป๋า Kleio รุ่นใหม่โดดเด่นด้วยด้วยงานหนังแพทช์เวิร์กที่ให้สัมผัสหรูหรา และลวดลายดอกป๊อปปี้ที่ปักประดับทั่วทั้งใบ สำหรับกระเป๋ารุ่น Tag มาในเฉดสีลูกกวาดบนหนังสุดพรีเมียม พร้อมเครื่องประดับเสริมที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับดีไซน์

รู้จักกับ ‘ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น’ ภัยเงียบที่คุณอาจมองไม่เห็น

รู้จักกับ ‘ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น’ ภัยเงียบที่คุณอาจมองไม่เห็น

รู้จักกับ ‘ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น’ ภัยเงียบที่คุณอาจมองไม่เห็น

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.00 น.

“ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น” หรือ Masked Depression เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่สามารถมองเห็นได้ง่าย เนื่องจากอาการของโรคซึมเศร้าไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจน และผู้ป่วยอาจดูเหมือนคนปกติทั่วไปในสายตาของคนอื่น แต่ภายในจิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน

ภาวะที่ผู้ป่วยซึมเศร้าอาจพยายามซ่อนความรู้สึกและอาการที่แท้จริงของตนเอง เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นว่าพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาทางอารมณ์ บางครั้งผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการเศร้า หรือรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า แต่พวกเขากลับแสดงออกด้วยการทำกิจกรรมที่ดูเหมือนปกติ เช่น การทำงานหนักเกินไปการมีพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกภายใน หรือการเก็บตัว

อาการของซึมเศร้าซ่อนเร้นผู้ที่เป็นซึมเศร้าซ่อนเร้นอาจจะไม่แสดงอาการทางอารมณ์ที่ชัดเจน แต่พวกเขาจะประสบกับอาการทางร่างกายและจิตใจที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจรวมถึงสูญเสียความสนุกสนาน ความสนุกและความพึงพอใจจากกิจกรรมที่เคยทำให้มีความสุขลดน้อยลง เช่น การพบปะเพื่อนฝูง หรือการทำงานอดิเรก, อาการเหนื่อยล้า รู้สึกอ่อนเพลีย หรือไม่มีพลังแม้ในกิจกรรมที่ไม่หนักหนา, วิตกกังวลและเครียด ความกังวลหรือความเครียดที่ดูเหมือนจะไม่หายไป, ความรู้สึกสูญเสียรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า หรือไม่สามารถทำอะไรได้ตามที่ต้องการ, ปัญหาการนอนหลับ บางคนอาจประสบกับการนอนไม่หลับหรือหลับลึกจนตื่นมาไม่สดชื่น นอกจากนี้ คนที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นอาจพยายามใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น การทำงานหรือการเข้าสังคม เพื่อหลีกหนีจากความรู้สึกเศร้าและวิตกกังวล แต่ในความจริงพวกเขายังคงต่อสู้กับภาวะเศร้าและวิตกกังวลอยู่ภายใน

ทำไม “Masked Depression”จึงอันตราย? เนื่องจากอาการของซึมเศร้าซ่อนเร้นไม่ปรากฏอย่างชัดเจน จึงมักถูกมองข้ามหรือไม่ถูกตรวจพบโดยคนรอบข้าง แม้ว่าผู้ป่วยจะพยายามใช้วิธีต่างๆ ในการปกปิดอาการ แต่ภาวะนี้สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างรุนแรงทั้งด้านการทำงาน ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตโดยรวม หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

การรักษาภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น การรักษาซึมเศร้าซ่อนเร้นจำเป็นต้องใช้วิธีการทางจิตเวชอย่างครบวงจร โดยเฉพาะการบำบัดทางจิตใจ (Psychotherapy) และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับความรู้สึกภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างทักษะในการรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวล

สัญญาณที่ควรสังเกตหากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่อาจบ่งบอกถึงซึมเศร้าซ่อนเร้น ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษา ซึ่งสัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ การหลีกเลี่ยงสังคมและกิจกรรมที่เคยชอบ ความรู้สึกสิ้นหวังหรือไม่มีคุณค่า การแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ทำงานหนักเกินไป ความเครียดและวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น

หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในตัวเองหรือคนใกล้ชิด อย่ารอให้มันลุกลามไปไกล ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตBangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่พร้อมให้คำปรึกษาและการรักษาอย่างครบวงจร ด้วยสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว โดยให้ความสำคัญกับการรักษาแต่ละคนเป็นรายบุคคล เพื่อให้สามารถฟื้นฟูสุขภาพจิตได้อย่างยั่งยืน