‘เมกาบางนา’จับมือ ‘บัตรเครดิต ttb’เติมเต็มไลฟ์สไตล์ทั้งกิน-ช้อป

'เมกาบางนา'จับมือ 'บัตรเครดิต ttb'เติมเต็มไลฟ์สไตล์ทั้งกิน-ช้อป

‘เมกาบางนา’จับมือ ‘บัตรเครดิต ttb’เติมเต็มไลฟ์สไตล์ทั้งกิน-ช้อป

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.42 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มการใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ผนึกพันธมิตร บัตรเครดิต ttb ร่วมมอบสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต ttb ไปกับแคมเปญ “MEGA DEAL กิน-ช้อป คุ้มได้มากกว่า” ร่วมเติมเต็มความสุขให้ลูกค้าคุ้มค่าได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังทั้งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ หรือ อิ่มอร่อยไปกับร้านอาหารหลากหลายสไตล์ รวมกว่า 33 ร้านค้าภายในศูนย์การค้าเมกาบางนา

คุ้มได้มากกว่ากับสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต ttb ได้แก่

-รับส่วนลดสูงสุด 50%* จากร้านอาหารและร้านค้าภายในศูนย์การค้าเมกาบางนาที่ร่วมรายการ

-แลกรับฟรี! MEGA VOUCHER มูลค่า 200 เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมครบ 5,000 บาทขึ้นไป / วัน

เติมความสุข จัดเต็มความคุ้ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไปกับแคมเปญ “MEGA DEAL กิน-ช้อป คุ้มได้มากกว่า” กับบัตรเครดิต ttb ได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชันได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/promotion/detail/-megabangna-jan25

#เมกาบางนา #MEGABANGNA #YOUREVERYDAYMEETINGPLACE #ttb

ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของเมกาบางนาได้ที่
แอปพลิเคชัน : HTTP://ONELINK.TO/N37E4G

เว็บไซต์ : HTTPS://WWW.MEGA-BANGNA.COM/

เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTRE

อินสตาแกรม : @MEGABANGNA_TH

ทวิตเตอร์ : @MEGABANGNA3

ไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIAL

หรือโทร. 02-105-1000

BALLOON ART จับมือ KIGURUMI.BIZ ลงนาม MOU เพื่อขยายตลาดและสร้างความสำเร็จระดับโลก

BALLOON ART จับมือ KIGURUMI.BIZ ลงนาม MOU เพื่อขยายตลาดและสร้างความสำเร็จระดับโลก

BALLOON ART จับมือ KIGURUMI.BIZ ลงนาม MOU เพื่อขยายตลาดและสร้างความสำเร็จระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.35 น.

บริษัท BALLOON ART จำกัด ผู้นำด้านบอลลูนเป่าลมและการตกแต่งในประเทศไทย และบริษัท KIGURUMI.BIZ ผู้ผลิตมาสคอตชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้ลงนามใน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับคุณภาพและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมมาสคอตและบอลลูนเป่าลม โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและในตลาดโลก

พิธีลงนามจัดขึ้นในงาน Japan Expo ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทเข้าร่วม ได้แก่ คุณวรสรวง สมัตถพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณจิรฐา โลหะพรหม ผู้ก่อตั้งและประธานร่วมของ BALLOON ART และ Ms. Hiromi Kano ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KIGURUMI.BIZ โดยพิธีลงนามจัดขึ้นในเวลา 13.30-14.45 น.

จิรฐา โลหะพรหม ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือระหว่าง BALLOON ART และ KIGURUMI.BIZ มีพื้นฐานอยู่บน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การขยายตลาด และการแลกเปลี่ยนความรู้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เราจะร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์มาสคอตและบอลลูนเป่าลมที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความเป็นสากล ทั้งสององค์กรจะสร้างสรรค์และส่งเสริมผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยและญี่ปุ่น พร้อมทั้งสร้างความสนใจในระดับสากล การขยายตลาดระดับโลก ความร่วมมือนี้จะมุ่งเน้นการขยายตลาดทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น รวมถึงตลาดใหม่ในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง การแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งสองบริษัทจะแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคนิคการผลิต กลยุทธ์การตลาด และแนวโน้มของอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันระดับโลก”

ทางด้าน Ms. Hiromi Kano กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “KIGURUMI.BIZ มีความเชี่ยวชาญสูงในด้านการออกแบบคาแรกเตอร์ การผลิตชุดและรูปปั้นตัวละคร การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดผ่านตัวละคร และการสนับสนุนการโปรโมตด้วยคาแรกเตอร์ต่าง ๆ ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี และคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสและขยายคุณค่าในการสร้างคาแรกเตอร์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก”

ในขณะเดียวกัน วรสรวง สมัตถพันธุ์ ได้เผยถึงบทบาทของ BALLOON ART ว่า “BALLOON ART เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ผลิต และติดตั้งงานบอลลูนเป่าลม โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดความเชี่ยวชาญและผสานนวัตกรรมวิศวกรรมของเราเข้าสู่การผลิตมาสคอต เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าและผู้ชมทั่วโลก”

KIGURUMI.BIZ มีเอกลักษณ์ในด้านการผลิตมาสคอตแบบแฮนด์เมดที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น หมี Kumamon ตัวแทนจากจังหวัดคุมาโมโตะ ส่วน BALLOON ART เป็นเจ้าตลาดงานบอลลูนเบอร์หนึ่งของไทยที่ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกมาแล้ว อาทิ Netflix ที่สร้างสรรค์ดวงจันทร์ขนาดยักษ์ลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อโปรโมทแอนิเมชั่นเรื่อง Over the Moon 

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต โดย KIGURUMI.BIZ จะจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตมาสคอต และ BALLOON ART จะสนับสนุนด้านเทคนิคและจัดเวิร์กช็อปเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และทั้งสององค์กรต่างมีความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนระดับโลก

ในส่วนการขยายผลของความร่วมมือระดับโลกครั้งนี้ จะสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมทั่วโลกด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย  อาทิ ขบวนพาเหรดมาสคอตและบอลลูนขนาดใหญ่ การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการศิลปะมาสคอตและบอลลูนเป่าลม รวมถึงการผลิตภัณฑ์มาสคอตและบอลลูนเป่าลมแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น

ติดตามข่าวสารได้ที่: http://www.balloonartthai.com , Line: @balloonart ,ติดต่อ: 02-7146690-5, 081-554-6479 , BALLOON ART – Imagineering Make Wow: สร้างทุกว้าวให้เป็นจริง!

-(016)

เตรียมตื่นตา ตื่นใจ กับเสน่ห์ ‘โขนไทย’ ที่ทรงคุณค่า PARADISE PARK KHON THE THEATER

เตรียมตื่นตา ตื่นใจ กับเสน่ห์ 'โขนไทย' ที่ทรงคุณค่า PARADISE PARK KHON THE THEATER

เตรียมตื่นตา ตื่นใจ กับเสน่ห์ ‘โขนไทย’ ที่ทรงคุณค่า PARADISE PARK KHON THE THEATER

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.23 น.

เตรียมตื่นตา ตื่นใจ กับเสน่ห์โขนไทยที่ทรงคุณค่า PARADISE PARK KHON THE THEATER กับการแสดงเบิกโรงนารายณ์สิบปาง ตอน “วราหวตาร” และ “โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดปฐมวงวานจักรี สร้างกรุงศรีอยุธยา”

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค พร้อมพาคุณไปย้อนรอยตำนานแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์โขนไทยที่ทรงคุณค่า กับโขนนาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดิน  PARADISE PARK KHON THE THEATER  กับแสดงสุดยิ่งใหญ่ ผ่านการแสดงผสมผสานโขนไทยกับวงดนตรีมโหรี ในทุก ๆ เดือน! สำหรับเดือนกุมภาพันธ์นี้ พบกับการแสดงเบิกโรงนารายณ์สิบปาง ตอน “วราหะวตาร” และ “โขนรามเกียรติ์ ชุดปฐมวงวานจักรี สร้างกรุงศรีอยุธยา” ที่รับรองว่าจะสะกดทุกสายตา ทั้งเนื้อเรื่องที่สนุกและแฝงด้วยแง่คิด คติเตือนใจ อีกทั้งท่วงท่าการรำที่สวยงามมีเอกลักษณ์ เครื่องแต่งกายที่มีความประณีต ตลอดจนฉากแสงสีเสียง สุดอลังการ ยิ่งชวนประทับใจในการชม

ใครที่ชื่นชอบการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยอย่าง “โขน” ต้องห้ามพลาด! งาน PARADISE PARK KHON THE THEATER ในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568  ณ ชั้น 1 ลานรอยัลพาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค  โดยการแสดงออกเป็น 2 รอบ เวลา 14.00 น. และ 17.30 น. (รอบละ 60 นาที) งานนี้ชมฟรี! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ http://www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel                                    

-(016)  

‘Khao Yai Art Forest’ ผสาน ‘ศิลปะ’กับ‘ผืนป่า’ ให้ธรรมชาติช่วยเยียวยากายและใจ

‘Khao Yai Art Forest’ ผสาน ‘ศิลปะ’กับ‘ผืนป่า’ ให้ธรรมชาติช่วยเยียวยากายและใจ

‘Khao Yai Art Forest’ ผสาน ‘ศิลปะ’กับ‘ผืนป่า’ ให้ธรรมชาติช่วยเยียวยากายและใจ

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.08 น.

“เราจะ Reforestation (ฟื้นฟูป่า) กับต้นไม้ที่เป็น Original Species (สายพันธุ์ดั้งเดิม) ให้คืนกลับมา ก็แปลว่าเป็น Healing (การเยียวยา) มนุษย์เราบางทีธรรมชาติก็ไมได้ดูแลมาก เราก็คิดว่าจะดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลธรรมชาติของเรา เวลาทำคอนเซ็ปต์แบบนี้ขึ้นมา แล้วหลังจากนั้น เราสนใจอะไร เราสนใจเรื่องศิลปะ สนใจอาหาร สนใจการศึกษา และสนใจนวัตกรรม”

มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง Bangkok Kunsthalle เล่าถึงที่มาของโครงการ “Khao Yai Art Forest” หรือ “ศิลป่าเขาใหญ่” สถานที่ที่ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับผลงานศิลปะท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ จากประสบการณ์การเดินป่า มองดูต้นไม้นานาชนิดแล้วรู้สึกถึงธรรมชาติซึ่งช่วยเติมพลังให้กับชีวิตของมนุษย์ บวกกับการที่เธอเป็นนักสะสมผลงานศิลปะและเป็นกรรมการสถาบันศิลปะระดับโลกหลายแห่ง เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อม มีศิลปินที่มีความสามารถหลายท่าน เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่ค่อยมีเวทีจัดแสดงผลงานมากนัก

สเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา

ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “พักกาย-พักใจ” หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ มาสัมผัสกับบรรยากาศที่ผสานระหว่างธรรมชาติของ “เขาใหญ่” จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็น “อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย” กับผลงานศิลปะหลากหลายประเภทของบรรดาศิลปินที่รังสรรค์ขึ้นและจัดวางไว้ ณ พื้นที่แห่งนี้อย่างลงตัว

หนึ่งในผลงานที่จัดแสดง ซึ่งเป็น “จุดบรรจบ” ระหว่าง “ธรรมชาติ” กับ “นวัตกรรม” คือผลงาน “Fog Land #48435” เป็นผลงานประติมากรรมหมอก โดยศิลปินชาวญี่ปุ่น ฟูจิโกะ นากายะ (Fujiko Nakaya) ที่สถาปนิกและภัณฑารักษ์ผู้มากประสบการณ์ สเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา (Stefano Rabolli Pansera) บรรยายไว้ว่า ผลงาน Fog Land #48435 ต่างจากแลนด์อาร์ทแบบดั้งเดิม เนื่องจากแลนด์อาร์ทโดยทั่วไปมักถูกสร้างสรรค์ให้อยู่ในรูปทรงเรขาคณิตภายใต้บริบทของธรรมชาติ แต่ประติมากรรมหมอกของนากายะแสดงให้เห็นถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในธรรมชาติ ซึ่งหมอกทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อให้ผู้ชมรับรู้ถึงการผันแปรของสภาพแวดล้อม

Madrid Circle

“ประติมากรรมหมอกไม่ได้ครอบครองพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างลม อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศ ภายใต้บริบทนี้ หมอกกลายเป็นผังภาพของกระบวนการเชิงสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจมองเห็น และเผยพลังธรรมชาติให้ปรากฏสู่สายตา” คุณสเตฟาโน กล่าว

เบื้องหลังภาพของทะเลหมอกที่สวยงามในศิลป่าเขาใหญ่ มาจากนวัตกรรมของ Aquaria บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสภาพอากาศในสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้เทคโนโลยีเก็บเกี่ยวความชื้นในอากาศด้วยพลังงานหมุนเวียน เปลี่ยนงานศิลปะที่เหนือจริงนี้ให้เป็นผลงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งคุณมาริษา กล่าวว่า ที่นี่เราพยายามใช้นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

Fogland-จารึก

อีกผลงานที่ผู้มาเยือนศิลป่าเขาใหญ่จะพบเห็นได้ทันทีหลังผ่านอุโมงค์ทางเข้า คือ “Maman” ประติมากรรมแมงมุมขนาดยักษ์ ผลงานของ ลูอิซ บูร์ชัวส์ (Louise Bourgeois) ศิลปินชาวฝรั่งเศส-อเมริกันผู้ล่วงลับ ซึ่งศิลปินท่านนี้เคยอธิบายไว้ว่า Maman เป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงมารดาของตนเองซึ่งมีอาชีพเป็นช่างทอผ้าและเป็นนักอนุรักษ์ผ้าทอ โดย บูร์ชัวส์ กล่าวถึงมารดาว่าเป็นคนฉลาดรอบคอบ อดทน อ่อนโยน มีเหตุผล งดงาม นุ่มนวล สำคัญ ประณีต และมีประโยชน์เหมือนกับแมงมุม (ซึ่งกินพาหะนำโรคอย่างยุงเป็นอาหาร)

ที่ผ่านมา ประติมากรรม Maman มักถูกนำไปจัดแสดงในพื้นที่เมือง แต่ ณ ศิลป่าเขาใหญ่ ได้นำ Maman มาจัดแสดงไว้ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติ อีกทั้งความพิเศษคือการจัดวางไว้กับ “แปลงนาข้าว” ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทยอย่างการทำนา และในแง่ของการเยียวยาฟื้นฟู เช่นเดียวกับแมงมุม มนุษย์ต้องถักทอความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติขึ้นมาอีกครั้ง เพราะธรรมชาติเป็นทั้งผู้ให้กำเนิดและบ้านของเรา

GOD

ณ ยอดเขาลูกหนึ่งที่สูงและสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของศิลป่าเขาใหญ่ ที่นั่นมีการจัดแสดงผลงาน “Madrid Circle” ของศิลปินชาวอังกฤษ ริชาร์ด ลอง (Richard Long) แผ่นหินชนวนที่ถูกจัดเรียงไว้เป็นวงกลม สะท้อนถึงปรัชญาที่ผสานพลังแห่งธรรมชาติเข้ากับความสงบทางจิตวิญญาณ เพื่อนิยามศิลปะใหม่ผ่านการกระทำอันเรียบง่ายของการเดิน ซึ่งศิลปินท่านนี้ได้เชิญชวนให้เรามองว่า “การเดินไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่..แต่เป็นศิลปะในตัวของมันเองด้วย” เป็นการเชื่อมต่อที่กลมกลืนกับโลก

“ศิลปินที่เราคัดสรรมา พร้อมกับผลงานอันน่าทึ่งของพวกเขา สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของศิลป่าเขาใหญ่ นั่นคือการกลับคืนสู่ธรรมชาติ  ค้นหาพลังแห่งการเยียวยาที่ธรรมชาติมอบให้ และย้อนสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ขาดหายไปเพราะความเจริญ” คุณมาริษา กล่าว

Maman

ขณะที่คุณสเตฟาโน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการของศิลป่าเขาใหญ่ กล่าวเสริมว่า ในยุคที่เทคโนโลยีและการพัฒนาเมืองทำให้เราห่างไกลจากธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นตัวแทนของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เราหวังว่าศิลป่าเขาใหญ่จะสร้างแรงบันดาลใจและเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ค้นพบความสงบสุขผ่านศิลปะและธรรมชาติ

นอกจากศิลปะแล้ว “อาหาร” ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Khao Yai Art Forest หรือศิลป่าเขาใหญ่ ตั้งใจนำเสนอกับผู้มาเยือน โดยคุณมาริษา กล่าวถึงการก่อตั้งมูลนิธิ “Chef Cares (เชฟแคร์ส)” ว่า Chef Cares มีพันธกิจอย่างหนึ่งคือการอนุรักษ์อาหารไทย ซึ่งวัตถุดิบหลายอย่างที่บรรยายไว้ในตำรับโบราณ เช่น อาหารชาววัง ปัจจุบันวัตถุดิบหายากมาก หากไม่อนุรักษ์ไว้อาจสูญหายไปได้ในอนาคตอันใกล้ โดยผัก-ผลไม้ต่างๆ ที่ปรากฏในตำราแต่หาไม่เจอตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ตั้งใจจะให้มาปลูกที่นี่

Fogland

สำหรับ “Khao Yai Art Forest” หรือ “ศิลป่าเขาใหญ่” จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ก.พ. 2568 โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และติดต่อสอบถามได้ที่เว็บไซต์ https://www.khaoyaiart.com/ หรือที่อินสตาแกรม https://www.instagram.com/khaoyai_art_forest/

‘Memory of love @Bangsue’ ชวนคู่รักฉลองวาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมนอกสถานที่

'Memory of love @Bangsue’ ชวนคู่รักฉลองวาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมนอกสถานที่

‘Memory of love @Bangsue’ ชวนคู่รักฉลองวาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมนอกสถานที่

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.27 น.

ศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ นำโดย เอกกฤตา แก้วพูลศรี กรรมการผู้จัดการ ร่วมกับสำนักงานเขตบางซื่อ โดย เจษฎา ประภาสะวัต ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ เชิญชวนทุกคู่รักร่วมฉลองวาเลนไทน์จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมนอกสถานที่พร้อมกัน ภายใต้แนวความคิด “จดทะเบียนสื่อรัก ณ บางซื่อ” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการจดทะเบียนสมรส โดยศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อได้สนับสนุนและตกแต่งสถานที่ ณ บริเวณ ชั้น 1 ของศูนย์การค้าให้เป็นสถานที่จดทะเบียนสมรสของคู่รักทุกเพศอย่างเท่าเทียม รวมทั้งมอบรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท อาทิ คู่สมรสที่เข้าร่วมจดทะเบียน มีสิทธิ์ลุ้นรับแพคเกจถ่ายภาพวันงานแต่งงานฟรี! จากร้าน GG Pixs จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 30,000 บาท สำหรับคู่รัก 200 คู่แรกที่ร่วมจดทะเบียนสมรสภายในงานจะได้รับ Gift Voucher Santa Fe’ Steak มูลค่าคู่ละ 500 บาท จำนวน 200 รางวัล และ Valentine Gift Set และมีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมลุ้นรับบัตรรับประทานอาหารร้าน วิเศษไก่ย่าง มูลค่า 500 บาท จำนวน 50 รางวัล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมถ่ายภาพ Photobooth และฟังดนตรี Live Brand สุดไพเราะตลอดทั้งวัน 

เอกกฤตา แก้วพูลศรี 

มาเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สวยงาม ควงคู่มาจดทะเบียนสมรสสุดประทับใจ ในงาน “Memory of Love @Bangsue” จดทะเบียนสื่อรัก ณ บางซื่อ ในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 8:00 – 16:00 น. และพบกับบูธจำหน่ายสินค้าวันวาเลนไทน์ และกิจกรรมอื่นๆ มากมายตั้งแต่วันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10:00 – 21:00 น. ณ บริเวณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ

เจษฎา ประภาสะวัต 

สำหรับผู้ที่ต้องการจดทะเบียนสมรส สามารถลงทะเบียนจดทะเบียนสมรสล่วงหน้า ตั้งแต่วันนี้ – 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขตบางซื่อ ชั้น1 โทร. 0 2586 0302 สอบถามกิจกรรมและกดติดตามข้อมูลดีๆ ของศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ ได้ที่ FB: Gateway at Bangsue

CEA ร่วมกับพันธมิตรผู้ร่วมจัดงาน เปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568

CEA ร่วมกับพันธมิตรผู้ร่วมจัดงาน เปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568

CEA ร่วมกับพันธมิตรผู้ร่วมจัดงาน เปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.19 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับพันธมิตรจัดงาน เปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 หรือ Bangkok Design Week 2025 (BKKDW2025) เทศกาลงานออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” มุ่งเน้นการสร้างพลังบวกผ่านงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเมืองและเปิดโอกาสใหม่ในทุกมิติอย่างไร้ขีดจำกัด ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพในด้านสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกปัจจุบัน โดยในปีนี้เทศกาลฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ครอบคลุมพื้นที่สร้างสรรค์กว่า 7 ย่านหลัก ได้แก่ เจริญกรุง – ตลาดน้อยเยาวราช – ทรงวาดปากคลองตลาดพระนครข้าวสาร – บางลำพูบางโพ และหัวลำโพง รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าชมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300,000 คน ตลอดระยะเวลา 16 วันของการจัดเทศกาลฯ

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และประธานในพิธี กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและเอกชนได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 อย่างมั่นคง เทศกาลนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงานสร้างสรรค์ แต่ยังสะท้อนถึงพลังในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม  โดยรัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์อย่างจริงจังผ่านการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, เฟสติวัล (เทศกาล), ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ และอุตสาหกรรมดนตรี ฯลฯ แฟชั่น ภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง เกม และหนังสือ รวมถึงการจัดงานเทศกาลในประเทศและต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ส่งเสริมการส่งออก และการท่องเที่ยว ดังนั้นเราจึงพร้อมจุดประกาย ‘พลังบวกแห่งวัฒนธรรมสร้างสรรค์’ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

ขณะที่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ Bangkok Design Week ไม่ใช่แค่เทศกาลงานออกแบบ แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้าง ‘ระบบนิเวศสร้างสรรค์’ (Creative Ecosystem) ที่แข็งแกร่งให้กับเมือง พร้อมทั้งยังสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN – Bangkok City of Design) เพื่อร่วมกันออกแบบเมืองที่น่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด ‘Design Up+Rising’ ในปีนี้เทศกาลฯ สะท้อนพลังแห่งการพร้อมบวกอย่างชัดเจนจากทุกภาคส่วน ทั้งการบวกความคิดสร้างสรรค์ การบวกโอกาสใหม่ ๆ สำหรับชุมชน และการบวกพลังในการขับเคลื่อนเมือง ผ่านรูปแบบโปรแกรมที่มีความแตกต่างในแต่ละย่านผ่านโครงการสำคัญ เช่น Legacy Project โครงการที่เป็นย่านต้นแบบเจริญกรุง – ตลาดน้อย และพระนคร, กลุ่มย่านที่ส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรม Creative Cluster เช่น ปากคลองตลาด – อุตสาหกรรมด้านดอกไม้, บางโพ – อุตสาหกรรมด้านงานไม้ ที่ช่วยสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจด้านงานไม้ให้ได้มารู้จักกันมากขึ้น และกลุ่มย่านที่ช่วยสร้างบรรยากาศสร้างสรรค์ให้กับเมือง (Bangkok Vibe) เช่น ย่านเยาวราช – ทรงวาด, ข้าวสาร-บางลำพู  – ข้าวสาร และหัวลำโพง รวมถึงการทดลองแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต เราเชื่อว่าพลังของงานออกแบบจะช่วยพัฒนาเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับกรุงเทพฯ”

ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า “CEA มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน ผ่านการพัฒนาย่านและพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และเริ่มต้นธุรกิจใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงกับชุมชนเพื่อยกระดับธุรกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2025) เป็นแพลตฟอร์มกิจกรรมสำคัญที่จัดต่อเนื่องทุกปีมาเป็นปีที่ 8 สะท้อนถึงความสำเร็จและการมีส่วนร่วมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม ‘Design Up+Rising | ออกแบบพร้อมบวก+’ เพื่อเราต้องการเน้นย้ำว่าการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกระดับ ตั้งแต่บุคคล ชุมชน ไปจนถึงสังคม และประเทศชาติ เรามุ่งหวังให้ทุกคนพร้อมใช้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์เชิงบวกในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้ก้าวไปข้างหน้าใด้อย่างมีความหวัง สู่การเป็น ‘เมืองคนเทพฯ สร้าง’ โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ทางสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต ให้ยั่งยืนในทุกมิติ”   

 เทศกาลฯ จัดโปรแกรมสร้างสรรค์กว่า 350 โปรแกรมได้แก่ การจัดแสดงและนิทรรศการ, เสวนา, เวิร์กช็อป, อีเวนต์, ดนตรีและการแสดง, ทัวร์, ตลาดงานดีไซน์ ที่สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและนักออกแบบหน้าใหม่, กิจกรรมสร้างบรรยากาศให้แก่เมือง และสารพัดโปรโมชันจากร้านค้าและร้านอาหารภายในพื้นที่

โดยนำเสนอเพื่อปลุกพลังบวกด้วย 4 โปรแกรมหลัก ประกอบด้วย

1. The Districts: Bangkok City of Design โปรแกรมงานที่สะท้อนความเป็นเมืองแห่งการออกแบบ

2. Creative Talents: Build Up the Rising Star โปรแกรมงานของนักออกแบบรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่

3. Design Business: New Networking Opportunities การสร้างเครือข่ายและโอกาสของนักสร้างสรรค์

4. Soft Power Industries: The Creative Culture Industry โปรแกรมงานที่นำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ตามเก็บโปรแกรมต่าง ๆ ของเทศกาลฯ ให้ครบทุกพื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ แล้วมาดูกันว่าพลังของงานดีไซน์ จะบวกความเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน? มาร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ทุกคนอยากอยู่ไปพร้อมกัน! พบกัน 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ใน 2 ช่วงจัดงานหลัก

●  8 – 16 กุมภาพันธ์ 2568: ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, เยาวราช – ทรงวาด, ปากคลองตลาด และพื้นที่อื่น ๆ

●  15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568: ย่านพระนคร, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ

●  เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ 8 – 9, 15 – 16, 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ย่านหัวลำโพงและบางโพ

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.bangkokdesignweek.com, Facebook/Instagram: bangkokdesignweek, Twitter: @BKKDesignWeek, Line: @bangkokdesignweek

 #CEA #BKKDW2025 #BangkokDesignWeek #ออกแบบพร้อมบวก #DesignUpRising

014

เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ฝึกอบรมอาสาสมัครชุมชนสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ

เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ฝึกอบรมอาสาสมัครชุมชนสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ

เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ฝึกอบรมอาสาสมัครชุมชนสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.47 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดย ต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จัดฝึกอบรมภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ ระหว่างวันที่  4-9 กุมภาพันธ์ 2568

สำหรับการฝึกอบรมเป็นการอบรมในหลักสูตร การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานอาสาสมัครหลักสูตรอาสาสมัครทั่วไป รุ่นที่ 4 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม ดังนี้ ภาคเหนือ ต.นครป่าหมาก อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก,  ต.เจดีย์ชัย อ.ปัว จ.น่าน และภาคใต้  เครือข่ายลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา รวมจำนวนผู้เข้าอบรม 45 คน  ณ ศูนย์ฝึกอาสาเครือข่ายจัดการภัยพิบัติและสถานีฝึกทางน้ำทะเลสาบสงขลาตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด สงขลา โดยผู้เข้ารับการอบรม จะได้รับความรู้ภาคทฤษฎี และการฝึกภาคปฏิบัติ ในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ การเอาตัวรอดในน้ำ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การขนย้ายผู้ประสบภัย การขับเรือกู้ภัย การใช้วิทยุสื่อสาร และระบบบัญชาการเหตุการณ์

เมื่อจบหลักสูตรด้านทฤษฎีแล้ว ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องฝึกภาคปฏิบัติ การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาที่อยู่ในหลักสูตรอาสาสมัครการจัดการภัยพิบัติ เป็นการจำลองเหตุการณ์ในยามเกิดภัย โดยมีการแบ่งชุดในการซ้อมแผน ดังนี้ ชุดบัญชาการเหตุการณ์ ชุดผู้ประสบภัย ชุดค้นหาผู้ประสบภัย  และ ชุดตรวจการณ์ โดยผู้เข้ารับการอบรมผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่โครงการกำหนดทุกคน

038

องค์การตลาด เข้ารับมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2567

องค์การตลาด เข้ารับมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2567

องค์การตลาด เข้ารับมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.55 น.

10 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 น. นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด เข้ารับมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2567 รางวัลชมเชยประเภทรางวัลความร่วมมือด้านกระบวนการจัดการของรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้มอบรางวัล ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

-(016)

กลับมาอีกครั้ง Bangkok Chef Charity 2025 มื้อพิเศษการกุศลจากสุดยอดเชฟชั้นนำ

กลับมาอีกครั้ง Bangkok Chef Charity 2025 มื้อพิเศษการกุศลจากสุดยอดเชฟชั้นนำ

กลับมาอีกครั้ง Bangkok Chef Charity 2025 มื้อพิเศษการกุศลจากสุดยอดเชฟชั้นนำ

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.44 น.

มื้อพิเศษการกุศล Bangkok Chef Charity 2025 นำโดย นันทิยา อินทรลิบ ประธานคณะกรรมการจัดงาน และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวานันท์ จำกัด พร้อมมอบประสบการณ์อาหารสุดหรูกว่าทุกครั้ง  ด้วยเมนูชั้นเลิศจาก 29 สุดยอดเชฟระดับแถวหน้าของวงการอาหาร ที่จะมารวมพลังสร้างสรรค์มื้อพิเศษในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ โรงแรมเดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ

งานการกุศล Bangkok Chef Charity 2025 ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในมื้อพิเศษการกุศล ที่มีเชฟชั้นนำจากประเทศไทย เชฟชื่อดังจากเกาะฮ่องกง และเชฟรางวัลมิชลินจากร้านดัง จำนวน 29 คน มารวมตัวร่วมมือร่วมใจกันรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ 10 คอร์ส โดยรายได้จากงานจัดงานทั้งหมดจะสมทบทุนเข้ามูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นันทิยา อินทรลิบ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงาน Bangkok Chef Charity คือการคืนประโยชน์และสร้างความสุขให้กับสังคม โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2552 เป็นงานที่รวมเชฟใหญ่จากโรงแรมชั้นนำกรุงเทพฯ ปรุงอาหารมื้อพิเศษ โดยภายในงานจะมีการประมูลเชฟเพื่อไปปรุงอาหารให้ที่บ้าน นอกจากการประมูลแล้ว ยังมีการบริจาคจากผู้เข้าร่วมงานที่ใจบุญเป็นจำนวนมาก โดยในปีพุทธศักราช 2562 ทางผู้จัดสามารถระดมทุนได้มากถึง 44 ล้านบาท เป็นรายได้จาการจำหน่ายบัตร การประมูล รวมถึงยอดบริจาค ซึ่งเป็นยอดตัวเลขที่มากที่สุดตั้งแต่จัดงานมา ถือเป็นงานการกุศลแห่งการแบ่งปันที่มีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษของงานในครั้งนี้คือ เนื่องในวโรกาสที่ปี 2568 นี้ เป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ทางคณะผู้จัดงานได้ร่วมกับ โรงแรม ร้านอาหารชั้นนำ คณะบุคคล และ หน่วยงานต่างๆ ขอพระราชทานพระราชวโรกาสทูลเกล้าฯ ถวายเค้ก 71 ชิ้น ณ บริเวณล็อบบี้ โรงแรมเดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การรังสรรค์เมนูอาหารในปีนี้จะมีความพิเศษและพิถีพิถันมากกว่าทุกครั้ง ด้วยการปรุงแต่งอาหารโดยเชฟคู่ ที่ทุกคู่จะมีสไตล์และแนวความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บวกกับการใช้เทคนิคปรุงอาหารในรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับประสบการณ์สุดประทับใจในการรับประทานอาหารที่ทรงคุณค่าและทันสมัย

งาน 2025 Bangkok Chef Charity ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก อาทิ บริษัท จาโกต้า บราเดอร์ส  เทรดดิ้ง จำกัด  เอเวียงน้ำแร่ธรรมชาติ  บริษัท จีโฟร์ ฟู้ด แอนด์ เบเวอร์เรจ จำกัด  แก้วไวน์คริสตัลจากลูคาริส  เคลมองต์ ดีไซน์ ไทยแลนด์ (ผู้ผลิตเสื้อเชฟพิเศษสำหรับงานนี้) บริษัท อาร์ พี มีเดีย จำกัด บริษัท สุนทรฟิล์ม จำกัด  กรุงเทพไลท์ออเคสตร้า Phadthai.co  Front Row Communications  บริษัท ครินบอร์น คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด  และโรงแรมเดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ

สนใจองบัตรเข้าร่วมงาน บางกอก เชฟ แชริตี้ 2568 (2025 Bangkok Chef Charity) ในวันที่ 29 มีนาคม 2568 ได้ในราคา 15,000 บาทสุทธิ ต่อที่นั่ง ติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่: Bangkok Chef Charity Desk โรงแรมเดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ Email: pbk-chefcharity@peninsula.com โทร: +66 64 242 1291

-(016)

‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง

'เดอะมอลล์กรุ๊ป'พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง

‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.27 น.

คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป รับรางวัล Lifetime Achievement Award จากงาน Retail Leaders Circle Global Forum 2025 หรือ RLC Global Forum ด้วยผลงานการเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาและผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงการค้าปลีกระดับเมกะโปรเจค  พร้อมร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวที Retail Leaders Circle Global Forum เน้นย้ำการผสมผสานประสบการณ์ดิจิทัลและฟังชั่นการให้บริการของศูนย์การค้าที่ต้องสอดรับกับไลฟ์สโตล์ที่เปลี่ยนแปลงในทุกย่างก้าว

ในการประชุมประจำปีของ RLC Global Forum หรือ Retail Leaders Circle Global Forum 2025 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ภายใต้ธีม “Rebuilding a Shared Future” โดยงานนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้นำอุตสาหกรรมการค้าปลีกจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมกำหนดนวัตกรรมและนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรมการค้าปลีก และเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้นำในภาคการค้าปลีก และในงานนี้ คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร   บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด , เอ็มดิสทริค และ รองประธานกรรมการบริหาร สยามพารากอน เป็นผู้บริหารสตรีท่านเดียวของธุรกิจรีเทลในเอเชียที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล   Lifetime Achievement Award ประจำปี 2025 ด้วยความโดดเด่นของวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าระดับเมกะโปรเจคที่มีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานมากว่า 4 ทศวรรษ และทุกโครงการเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ และเป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งในระดับสากล

โดย คุณศุภลักษณ์ ได้กล่าวความรู้สึกบนเวที Retail Leaders Circle Global Forum ว่า “รางวัล Lifetime Achievement Award เป็นรางวัลแห่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ทศวรรษของเดอะมอลล์ กรุ๊ป  ด้วยนวัตกรรมและความเป็นเลิศของวิสัยทัศน์ในการจัดการธุรกิจค้าปลีกที่ได้รับการยอมรับระดับสากล  ภายใต้โครงการเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ สู่การสร้างย่านการค้าเอ็มดิสทริค บนถนนสุขุมวิท และผู้ร่วมพัฒนาโครงการสยามพารากอน รวมถึงโครงการบางกอกมอลล์ ในอนาคต ซึ่งแสดงถึงการไม่หยุดยั้งเพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและไลฟ์สโตล์ประเทศไทยให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจาก ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมากในทุกๆปี

และในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้บรรยายงาน Retail Leaders Circle Global Forum คุณศุภลักษณ์  ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับความยืดหยุ่น, นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำ ในอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยให้ความสำคัญการผสมผสานประสบการณ์ดิจิทัลและการให้บริการ  ของโครงการศูนย์การค้าที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่การเสริมสร้างการท่องเที่ยวและการค้าปลีกระหว่างซาอุดีอาระเบียและไทย ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในอุตสาหกรรมค้าปลีกของซาอุดีอาระเบีย ภายใต้โครงการวิชั่น 2030 คุณศุภลักษณ์ ได้ชี้ให้เห็นความสำเร็จของประเทศไทย 3 เรื่องที่สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลาง  ได้แก่ การผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นกับการค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้ง ที่มีอัตลักษณ์ ,  การเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าผ่านบริการเฉพาะบุคคลด้วยไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรใหม่ ตลอดจนการลงทุนในนวัตกรรมเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ ช็อปปิ้ง ความบันเทิง และการให้บริการด้านโรงแรมเข้าด้วยกัน  ซึ่งปัจจุบัน โครงการศูนย์การค้า ภายใต้การบริหารของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ได้รับความนิยม ในหมู่นักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบีย และตะวันออกกลาง ได้แก่  เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์,เอ็มสเฟียร์ ด้วยบริการที่พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์จากตะวันออกกลาง ในส่วนของร้านอาหารระดับพรีเมียม  เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  บริการพิเศษที่เฉพาะได้แก่ อาหารฮาลาล ห้องละหมาด และประสบการณ์หรูหรา  ที่สุดพิเศษให้นักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน

นอกเหนือจากประสบการณ์ระดับลักซ์ชัวรี คุณศุภลักษณ์  ได้กล่าวถึงประสบการณ์ช้อปปิ้ง และ ไลฟ์สไตล์ในมุมอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางสามารถสัมผัสได้ในประเทศไทย  ได้แก่  ประสบการณ์สำหรับครอบครัวกับ ‘สวนน้ำลอยฟ้า’ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ที่ยกระดับสู่   AQUA WORLD ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล  นอกจากนี้ สยามพารากอนที่ร่วมบริหาร  โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังเป็นศูนย์รวมของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก, ศูนย์กลางสตรีทฟู้ดส์ อาหารพรีเมียม, ศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำ  ที่สำคัญในอนาคตเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เดอะมอลล์ กรุ๊ป พร้อมที่จะร่วมมือกับซาอุดีอาระเบีย  พัฒนาธุรกิจค้าปลีกลักซ์ชัวรี การบริการโรงแรม โดยความร่วมมือดังกล่าวจะมีเป้าหมายสำคัญ คือการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่นำพาประสบการณ์ค้าปลีกชั้นนำจากประเทศไทยไปยังตะวันออกกลาง

014