ปักหมุด 11 จุด โค้งสุดท้ายเที่ยวงาน BAB 2024 กับสุดยอดศิลปะ 76 ศิลปินชั้นนำจากทั่วโลก

ปักหมุด 11 จุด โค้งสุดท้ายเที่ยวงาน BAB 2024 กับสุดยอดศิลปะ 76 ศิลปินชั้นนำจากทั่วโลก

ปักหมุด 11 จุด โค้งสุดท้ายเที่ยวงาน BAB 2024 กับสุดยอดศิลปะ 76 ศิลปินชั้นนำจากทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โค้งสุดท้ายแล้วกับงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024” โดย มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ที่ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับกรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน โดยจัดขึ้นต่อ เนื่องเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รักษา กายา (Nurture Gaia)” จัดเต็มผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงานจาก 76 ศิลปิน 39 สัญชาติชั้นนำทั่วโลก บนสถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2568

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024 เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้เรียกได้ว่าได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาดจากประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้ที่รักงานศิลปะ อีกทั้งสื่อมวลชนในไทยและต่างประเทศให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีจำนวนคนเข้าชมงานศิลปะเฉลี่ยทั้ง 11 สถานที่ ตั้งแต่เปิดงานเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบันมีผู้เข้าชมตลอดการจัดงานจำนวน 851,903 คน จากทั่วโลก โดยผลงานจัดแสดงบนสถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด 11 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหาร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป หรือ หอศิลป์เจ้าฟ้า, หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้,วันแบงค็อก (One Bangkok), ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ติดตามข่าวสารและตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024 Bangkok Art Biennale 2024 (BAB 2024) เพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale

สยามเซ็นเตอร์ชวน ‘มู’ ให้ ‘รักปัง’ กับเครื่องประดับเสริมดวงดีไซน์เก๋

สยามเซ็นเตอร์ชวน ‘มู’ ให้ ‘รักปัง’ กับเครื่องประดับเสริมดวงดีไซน์เก๋

สยามเซ็นเตอร์ชวน ‘มู’ ให้ ‘รักปัง’ กับเครื่องประดับเสริมดวงดีไซน์เก๋

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฉลองเดือนแห่งความรัก สยามเซ็นเตอร์ ชวนสายมูมาเสริมดวงความรักให้เปล่งประกาย เตรียมพร้อมต้อนรับความรักดีๆ และเสริมพลังเชิงบวก กับแบรนด์เครื่องประดับและเครื่องหอมชื่อดังที่พร้อมส่งมอบเสน่ห์ที่เกินต้านด้วยวัสดุที่ช่วยเสริมพลังที่มาพร้อมดีไซน์สวยงามเหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างสมดุล

เริ่มด้วย A.CEMI ร้อยเรียงความโชคดีส่งผ่านเครื่องประดับลวดลายการถักเชือกสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ “Mizuhiki” เครื่องรางช่วยเรื่องการงานให้เลื่อนขั้น สัญลักษณ์โชคดีและความมงคล จากผู้ให้สู่ผู้รับ พบกับเครื่องประดับอีกหลากหลายดีไซน์ ที่ A.CEMI ชั้น M

Harmenstone ร้านเครื่องประดับที่โด่งดังเรื่องเครื่องประดับพลังจากหินและชาร์ม นำเสนอ “The Seraphine” กำไลหินมงคลชาร์มพระแม่ลักษมี มอบพลังดึงดูดความรักและความมั่งคั่ง ด้วยการรวมกันของพลังหิน 3 ชนิด Carmine Quartz ขึ้นชื่อว่าช่วยดึงดูดความรัก นำพาความสุขสมหวัง, Aurora Quartz เชื่อว่าช่วยมอบพลังบวกมีมุมมองต่อโลกในแง่ดี และ Red Tiger Eye เชื่อว่าเป็นหินแห่งนักรบ มีพลังปกป้องคุ้มกันภัย พร้อมชาร์มพระแม่ลักษมี ขึ้นชื่อให้เรื่องความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์ มาในขนาด 8mm และ 10mm ที่ Harmenstone ชั้น M

Maron Jewelry มาพร้อมกับ “Iconic Heart” ไอเท็มหัวใจที่ใช่ สำหรับวาเลนไทน์นี้ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ด้วยเครื่องประดับดีไซน์พิเศษ Iconic Heart ของขวัญที่สื่อถึงความรักได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นคนโสดที่อยากเพิ่มเสน่ห์,คนคุยที่อยากขยับสถานะ, คู่รักที่อยากเติมความหวานหรือคนอกหักที่อยาก move on จากสิ่งเดิมๆ ให้ Iconic Heart เป็นไอเท็มเสริมความรัก ตัวแทนของความรู้สึก และบอกรักในแบบของคุณ กับ Gemstones ที่ประกอบด้วย Pink Tourmaline – สื่อถึงรักแท้ที่บริสุทธิ์และจริงใจ, White Zircon – สะท้อนความรักที่อบอุ่นและอ่อนโยน, ใช้พลอยแท้ทุกเม็ด ผ่านการคัดคุณภาพโดยนักอัญมณี, คลีนพลังงานเรียบร้อย พร้อมใช้งานได้ทันที มาพร้อมกับตัวเรือนเงินแท้ ชุบทองคำแท้ และไม่มีส่วนผสมของนิกเกิล ใส่แล้วไม่แพ้ ไม่คัน ไม่ลอกติดผิว ที่ Maron Jewelry ชั้น M

อีกแบรนด์เครื่องประดับที่กำลังมาแรงอย่าง Valichain ที่มาเปิด VALICHAIN POP-UP STORE ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น M แนะนำแหวนสองดีไซน์เพื่อมอบความทรงจำแสนพิเศษ ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่ยากจะลืมเลือน งานฝีมือที่แสนประณีตจากวัสดุคุณภาพ One Night Colosseum Ring แหวน Infinity ประดับ Zirconia Gem สลับหัวใจรอบวง ล้อมด้วยวงแหวนรอบนอก ดีเทลละเอียด เรียบหรู ใส่ได้ทุกโอกาส วงนี้ต้องมีจริงๆ และ One Night Colosseum Ring ครั้งแรกกับแหวนสไตล์ Signet ดีไซน์ Bold+มีหัวใจกลางแหวน เก๋มากๆ วงเดียวอยู่ แนะนำสำหรับซีซั่นนี้

มากไปกว่านั้น ยังมี One Night Choker โชคเกอร์ดีไซน์หัวใจล้อมรอบ Heart Zirconia ประดับอยู่ตรงกลาง เพิ่มความเก๋ด้วยโซ่ Rolo Chain + ใส่ชิ้นเดียวก็เอาอยู่ ได้ทุกลุคครบจบในเส้นเดียว, One Night Bangle สร้อยข้อมือ Bangle ดีไซน์หัวใจล้อมรอบ Heart Zirconia ที่อยู่ด้านใน + พร้อมสายกำไลดีไซน์ทับซ้อนกันแบบสวยๆ ที่ล้อมรอบข้อมือ ใส่ง่ายมาก แค่ชิ้นเดียวก็จบ และ One Night Curtain Heart Ear Stud ต่างหูดีไซน์รูปหัวใจที่ประดับด้วย Heart Zirconia อยู่ด้านใน ใส่แล้วสวยมาก สร้างลุค Bold แต่ยังคงความเรียบหรู ไม่ใหญ่เกินไป ไซส์พอดีกับใบหูสุดๆ

ปิดท้ายด้วย YVIS แบรนด์ที่กระแสดีตลอด กับหลากหลายไอเท็มรับวาเลนไทน์ ไม่ว่าจะเป็น Gentle Heart Necklace สร้อยคอดีเทลจี้หัวใจและวงกลมฝัง Gems ตัวจี้สามารถปรับเลื่อนได้ สวยและน่ารักมาก, Kissy Ring แหวนดีเทลหัวใจจิ๋ว Gems ล้อมรอบวง มินิมอลแต่มีลูกเล่นความน่ารัก, Full Of Love Ring แหวนดีเทลหัวใจฝัง Gems ล้อมรอบวง สวย และสามารถ Match ได้หลายลุค, Destiny Earrings ต่างหูห่วงเพิ่มดีเทลหัวใจห้อยมินิมอล แต่มีลูกเล่น, Puppy Love Earrings ต่างหูห่วงดีเทลหัวใจที่มีความบวมเพิ่มมิติและความน่ารัก และสามารถนำไป Mix & Match ได้ง่าย, Cupid Stud ต่างหู Stud รูปหัวใจขนาดกำลังพอดี สวยและสามารถใส่เป็น Everyday Look ได้, Big Hug Ring แหวนดีเทลหัวใจบวม ใครชอบแหวนมินิมอลแต่มีลูกเล่นแนะนำเลย ที่ YVIS Flagship Store แห่งแรกที่ สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 1

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์เครื่องหอมอีกหลากหลายที่พร้อมให้เลือกเป็นของขวัญวาเลนไทน์ อาทิ PAWIS และ ZANTIIS เพื่อเพิ่มบรรยากาศแห่งความรักให้หอมละมุนมากยิ่งขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่ Facebook, Instagram : SiamCenter

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมงานวันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมงานวันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมงานวันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.33 น.

10 กุมภาพันธ์ 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายพิษณุ สำรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร นางสาวพจนันท์ กองมาก ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมติดตามคณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) นายอัครา พรหมเผ่า เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568” ภายใต้หัวข้อ “หมอดินอาสา พัฒนาดินดี ตามวิถีเกษตรพอเพียง” ณ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่านระบบ Video conference application zoom ไปยังสถานีพัฒนาที่ดินตัวแทน 5 ภาค และสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ และถ่ายทอดสด (Live) ผ่านfacebook page กรมพัฒนาที่ดิน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร โดยผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ อันเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถและการยอมรับแก่นานาอารยประเทศทั่วโลก สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (IUSS) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Soil Scientist)” เป็นพระองค์แรกของโลก ต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ โดยรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันดินโลก และบรรจุในปฏิทินการปฏิบัติงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และประเทศสมาชิกทั่วโลกจะร่วมกันจัดกิจกรรมในวันสำคัญนี้ ทั้งนี้วันที่ 5 ธันวาคม นอกจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติ และยังเป็นวันดินโลกด้วย โดยกำหนดจัดกิจกรรมวันดินโลกเป็นประจำทุกปี ทั้งสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญ ของการสร้างสุขภาพดินดี ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารเลี้ยงประชากรโลกและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป

-(016)

นักวิชาการ เผยอันตรายบุหรี่ไฟฟ้าร้ายยิ่งกว่าPM 2.5

นักวิชาการ เผยอันตรายบุหรี่ไฟฟ้าร้ายยิ่งกว่าPM 2.5

นักวิชาการ เผยอันตรายบุหรี่ไฟฟ้าร้ายยิ่งกว่าPM 2.5

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.12 น.

เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ สมาคมเครือข่ายพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ และศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบ ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามนำเข้าและจำหน่าย พร้อมปราบปรามการขายผิดกฎหมายให้หมดไป

ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เตรียมนำผลการศึกษา 3 แนวทางหลัก คือ 1. การคงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ (Total Ban) 2.การอนุญาตเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (Heated Tobacco Products) และ 3.การทำให้บุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบถูกกฎหมาย(Full Legalization) เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรประมาณเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ เครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายสุขภาพ และเครือข่ายครอบครัว ได้มีการศึกษาข้อมูลความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ผลการสำรวจตรงกันว่าต้องการให้รัฐบาลคงมาตรการห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย บุหรี่ไฟฟ้า และเร่งปราบปราบบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายทั้งหน้าร้าน และออนไลน์ จึงอยากให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา

ผศ.ดร.ลักขณา กล่าวอีกว่า ตนเข้าใจว่า สส.มาจากการเลือกของประชาชน ก็อยากได้ทั้งกล่อง ชื่อเสียงและอยากได้ทั้งผลประโยชน์ก็อาจจะมองว่าตอนนี้ก็มีการสูบ มีการซื้อขายกันง่ายๆอยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นก็ทำให้ถูกกฎหมายจะได้นำเงินภาษีเข้าประเทศ แต่ในข้อเท็จจริงบุหรี่ไฟฟ้าจะขายผ่านออนไลน์โดยเฉพาะแพลตฟอร์มจากต่างประ เทศถ้าต่ำกว่า 1,500 บาท ไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย ดังนั้น ที่รัฐหวังจะมีรายได้จากการเก็บภาษี จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ ตรงกันข้ามจะยิ่งทำให้เด็กซื้อมากขึ้น และส่งผลให้ตัวเลขคนที่ป่วยจากบุหรี่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องแบกรับกับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบวกลบคูณหารแล้วคิดว่าไม่คุ้มกัน

” ดังนั้น คนที่เป็น สส.หรือรัฐบาลต้องมองให้กว้างถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้นกับคนในประเทศจากกับการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เราอยากมีผู้บริหารที่คิดการสร้างรายได้ให้ประเทศด้วยวิธีที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ ไม่ใช่หวังรายได้จากการขายสิ่งเสพติดให้กับคนในประเทศ สส.และผู้บริหารประเทศ จะมองแค่บางจุดหรือผลประโยชน์ส่วนตัวแค่เล็กๆน้อยๆ เช่นคิดว่าตัวเองสูบบุหรี่แล้วถ้าจะมาออกกฎหมายควบคุมก็เหมือนตัวเองทำผิดกฎหมาย จะคิดแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งก็อยากให้สส.พยายามเลิกเพราะเราอยากทุกคน แข็งแรงมีอายุยืนยาวจะได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนได้มากๆ

ผศ.ดร.ลักขณา กล่าวต่อว่า มีงานวิจัยพบว่าฝุ่นพิษหรือPM 2.5ที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายมากกว่า PM 2.5ทั่วๆไปซึ่งมีระดับที่120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรก็ถือว่าอันตรายแล้ว แต่ฝุ่นพิษที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าตั้ง 220 กว่าไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร สูงกว่าระดับฝุ่นพิษในกทมเกือบ 10 เท่า เคยมีการวัดค่าPM 2.5 ในห้องประชุมที่ใช้จัดอีเว้นท์ และมีคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าพบว่ามีค่าPM 2.5 ที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าทิ้งอยู่ภายในสูงกว่าตั้ง 819 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มันรุนแรงยิ่งกว่าฝุ่นพิษ PM 2.5 ทั่วไป ฉะนั้นมันเกี่ยวข้องกันหมด เมื่อข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นเราจึงเห็นว่าสส.หรือรัฐบาลไม่ควรทำให้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเลย

“เราคาดหวังว่าเมื่อปัญหามันหนักหน่วงขนาดนี้ และเรามีกฎหมายห้ามนำเข้า ผลิต จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อยู่แล้ว เราจะทำให้เป็นจริงได้อย่างไร มันเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงมากซึ่งเรามีนายกรัฐมนตรีไว้สำหรับบูรณาการการเแก้ไขปัญหาที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งทำไม่ได้ ฉะนั้นจึงอยากเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านก็เป็นผู้หญิงและเป็นคุณแม่ ท่านคงไม่อยากให้ลูกได้รับควันหรือไอบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อเด็กๆเข้าโรงเรียน เพราะตอนนี้จากที่เราสำรวจพบว่าในห้องเด็ก 80%สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเพื่อนทุกคนสูบ มันเป็นค่านิยมเมื่อก่อนคนสูบบุหรี่อาจจะเป็นเด็กหลังห้องเพราะเรียนไม่ดีแต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่กลายเป็นเด็กหน้าห้องที่สูบเพราะมันเท่ มันหรู มันหอม มันเลิศ ฉะนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกๆของท่านรัฐมนตรี ท่านสส.จะติดบุหรี่ไฟฟ้ามั้ย อยากขอร้องว่าเมื่อเราเห็นถึงพิษภัยแล้วก็ไม่ควรที่จะออกกฎหมายที่เป็นการเอื้อให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย”

ด้านนางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ ระบุว่าได้ร่วมกับสมาคมเครือข่าย พัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำรวจความเห็น “ครอบครัวไทยคิดอย่างไรต่อบุหรี่ไฟฟ้า” ระหว่างวันที่ ่ 4 – 11 ม.ค.68 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น3,428 คน คิดเป็นร้อยละ 79 เป็นเพศหญิงร้อยละ 80 อยู่ในวัยทำงาน อายุ 31-60 ปี ร้อยละ 10 ที่เหลือเป็นผู้สูงอายุและเด็กกระจายตัวทุกภูมิภาคทั่วประเทศใกล้เคียงกัน ผลการสำรวจพบว่าครอบครัวส่วนใหญ่ร้อยละ 79 มีความกังวลมากต่อการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ในเด็กและเยาวชนไทย รองลงมาร้อยละ 17 มีความกังวลระดับปานกลาง และมีเพียงร้อยละ 4 ที่ตอบว่ากังวลน้อย นั่นคือร้อยละ96 ของครอบครัวมีความกังวลว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะแพร่ระบาดมาถึงลูกหลานตน และร้อยละ33 คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเจาะเข้าถึงบุตรหลานของตนอย่างแน่นอน ร้อยละ 40 คิดว่ามีโอกาสครึ่งต่อครึ่ง ขณะที่ร้อยละ 19 คิดว่ามีโอกาสไม่เกินร้อยละ 10 ที่บุหรี่ไฟฟ้าจะเข้าถึงบุตรหลานของตน

ทั้งนี้เมื่อถามว่าวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้เด็กเยาวชนปลอดภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร ครอบครัวส่วนใหญ่ ร้อยละ 74 เห็นว่าต้องปราบปรามกระบวนการขายให้สิ้นซาก ร้อยละ 22 คิดว่าต้องฉีดวัคซีนความรู้ให้แก่เด็ก เยาวชนให้ทั่วถึง มีครอบครัวเพียงร้อยละ 4 ที่เสนอว่าให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ฉะนั้น โดยรวมแล้ว ร้อยละ 96 ของครอบครัวไม่ต้องการให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และขอให้รัฐบาลขจัดให้สิ้นซาก

“ผลการประมวลข้อมูลออกมาว่าครอบครัวไทยเป็นห่วงและกังวลอย่างมาก และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย จะก่อให้เกิดโทษต่อเยาวชนและมีผลกระทบทางสังคมอย่างมาก บุคลากรทางการแพทย์ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยจากบุหรี่ไฟฟ้า การทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายจะเป็นการทำลายลูกหลาน และเท่ากับรัฐบาลกำลังมอมเมาประชาชนและเยาวชน ทำลายอนาคตของชาติ”

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์ผู้ป่วยนอก เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า การทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย จะทำให้เกิดปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่มากขึ่นของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือมาตรการของรัฐที่ไม่ได้ตั้งใจป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไขหรือเยียวยาเด็กและเยาวชนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ข้อมูลจากผลสำรวจความคิดเห็นเป็นข้อเท็จจริงที่ครอบครัวมีความกังวลเป็นอย่างมาก และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพราะขนาดไม่ถูกกฎหมายก็ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง

“หากรัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติด โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเยาวชน การพิจารณา อย่างถี่ถ้วนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนในการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นหน้าที่ของผู้แทนประชาชนที่จะแสดงความจริงใจในการปกป้องสิ่งที่มีคุณค่าและมีมูลค่าที่สุดในการพัฒนาประเทศ นั่นคือเยาวชนของเรา”

น.ส.ณัฐนพิน บุญจริง หนึ่งในผู้ปกครองที่ลูกใช้บุหรี่ไฟฟ้า ระบุว่า วัยรุ่นมีความคิดเป็นของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง แต่วุฒิภาวะและการตัดสินใจยังมีน้อย ไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาตอนนี้สุขภาพของลูกไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่าย แทนที่เมื่อลูกเติบโต จะแข็งแรง กลับตรงกันข้าม บางครั้งหยิบยืมเงินแม่เนื่องจากเงินไม่พอใช้ สิ่งที่แม่พยายามทำเพื่อช่วยลูก คือการพยายามทำความเข้าใจ สื่อสาร บอกถึงอันตรายที่มีต่อสุขภาพ แสดงความเป็นห่วง แม่รู้ว่าคนสูบบุหรี่ไม่ได้เป็นคนชั่วร้าย แต่ผลิตภัณฑ์ต่างหากที่อันตราย มุ่ ่งเป้าไปที่เด็ก เยาวชน หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ทั้งที่ผิดกฎหมาย แต่กฎหมาย ก็ทำอะไรไม่ได้ และการที่รัฐบาลจะทำให้ถูกกฎหมาย เป็นความอันตรายเป็นหลายร้อยเท่า

“ทุกวันนี้ ลูกก็พูดอยู่บ่อยๆว่า ใครๆ เค้าก็สูบกัน ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ และรัฐบาลกำลังทำให้สิ่งเสพติด โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า เป็นเรื่องปกติ ซึ่งแม่รับไม่ได้”

-(016)

เซ็นทารา ลาดพร้าว จัดอบรม ‘Hospitality for Disability Guests’ ยกระดับมาตรฐานบริการรองรับแขกผู้พิการและวัยเกษียณ

เซ็นทารา ลาดพร้าว จัดอบรม ‘Hospitality for Disability Guests’ ยกระดับมาตรฐานบริการรองรับแขกผู้พิการและวัยเกษียณ

เซ็นทารา ลาดพร้าว จัดอบรม ‘Hospitality for Disability Guests’ ยกระดับมาตรฐานบริการรองรับแขกผู้พิการและวัยเกษียณ

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.58 น.

วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เปิดเผยว่าทางโรงแรมได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Hospitality for Disability Guests” ให้กับพนักงานเพื่อพัฒนาทักษะการให้บริการที่ครอบคลุมและเท่าเทียม โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับ ศูนย์พัฒนาความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิกเพื่อคนพิการ (Asia-Pacific Development Center on Disability: APCD) โดยมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้ นำโดย นงนุช เมธาจิตติพันธ์ ผู้จัดการการจัดการข้อมูลและความรู้ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก

การอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ระดับสากล อาทิ TCEB และ GSTC พร้อมทั้งเสริมสร้างความตระหนักรู้ในแนวคิดด้านความเท่าเทียม โดยเน้นการตอบสนองความต้องการของแขกผู้พิการ แขกวัยเกษียณ รวมถึงครอบครัว เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาดนานาชาติ หัวข้ออบรมที่สำคัญประกอบด้วย การเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้าในยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและความร่วมมือ การฝึกปฏิบัติจริง อาทิ การช่วยเหลือแขกผู้พิการ และการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม และการพัฒนาทักษะการให้บริการที่เป็นมิตรและปลอดภัย

พนักงานและผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่านวิธีการที่เน้นการปฏิบัติจริง อาทิ การบริการที่เป็นมิตร ซึ่งนำโดยวิทยากรผู้พิการ โดยการอบรมมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมสามารถปรับใช้ความรู้และทักษะเหล่านี้ในสถานการณ์จริง เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม คุณวุฒิศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานบริการที่เป็นเลิศและครอบคลุมสำหรับทุกคน เราเชื่อว่าความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์อุตสาหกรรมการบริการที่ก้าวหน้าและเท่าเทียมยิ่งขึ้น”

กิจกรรมนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการให้บริการที่รองรับความหลากหลาย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและพนักงานในอุตสาหกรรมการโรงแรมอย่างยั่งยืน

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนคู่รัก Check List ความหวาน เติมเต็มความโรแมนติกในวันวาเลนไทน์

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนคู่รัก Check List ความหวาน เติมเต็มความโรแมนติกในวันวาเลนไทน์

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนคู่รัก Check List ความหวาน เติมเต็มความโรแมนติกในวันวาเลนไทน์

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.53 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เชิญชวนคู่รัก Check List ความหวานในวันวาเลนไทน์ กับ Love destination จุดหมายปลายทางที่รวบรวมกิจกรรมตอบโจทย์ทุกคู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันสร้างโมเมนต์สุดพิเศษ จะเที่ยว เล่น กิน ช้อป และอีกมากมายในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก กลิ่นอายความหอมหวานที่ล่องลอยอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ทำให้วาเลนไทน์ปีนี้ของคุณเต็มไปด้วยความหมายกับการเดทที่ว่าใครก็ต้องยอม เติมเต็มความหวานได้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

เริ่มต้นเดทสุดโรแมนติกกับการดูหนังที่ SF Cinema ชั้น 7 กับโปรแกรมหนังรักหวานซึ้งสุดโรแมนติกที่มีให้เลือกดูได้ทั้งคู่รักและครอบครัว แค่นั่งข้าง ๆ พร้อมแบ่งปันป๊อปคอร์นได้แชร์ความรู้สึกดี ๆ  ท่ามกลางบรรยากาศในโรงหนังที่ให้ความเป็นส่วนตัว ทำให้เชื่อมต่ออารมณ์ความรู้สึกของหนังได้อย่างลึกซึ้งสมบูรณ์แบบ

เติมสีสันให้คู่ของคุณกับความสนุกสนานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นที่ Let’s Play ชั้น 7 ชวนกันไปเล่นตู้เกมท่ามกลางแสงไฟสีสันสดใสและเสียงดนตรีสนุก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมยิงปืนสุดมันส์ หรือคู่ไหนชอบความท้าทายลองมองหาตุ๊กตาตัวโปรดในตู้คีบ กิจกรรมความสนุกที่จะทำให้คู่รักได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันลุ้นกับการคีบตุ๊กตาให้สำเร็จ แล้วกลับบ้านพร้อมตุ๊กตาน่ารักเป็นรางวัลสุดฟินไปทั้งใจเลย

จากนั้นจับมือคนรักมาผจญภัยสุดมันส์ทะยานสู่จักรวาลความสนุกกับ GALAXY ชั้น 4 โซน A ห้องเกมอินเตอร์แอคทีฟเปิดใหม่ สัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งแรกในอาเซียน เอาใจคนที่ชื่นชอบความท้าทายและรักการแข่งขัน หลงใหล ในธีม Sci-Fi ชวนมาร่วมผจญภัยสุดมันส์ทะยานสู่จักรวาลความสนุก ที่มีให้เลือกถึง 8 ห้องเกมให้ร่วมสนุกกันแบบจุกๆ

อย่าปล่อยให้ความหิวทำลายวันพิเศษมาเติมพลังกันที่ Hachiban Ramen (ฮะจิบัง ราเมน) ชั้น 7 ราเมงสไตล์ญี่ปุ่นน้ำซุปรสชาติเข้มข้น กลมกล่อมกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มกำลังดี แถมยังมีท็อปปิ้งเด็ด ๆ อย่างไข่ต้มยางมะตูมหมูชาชูสุดนุ่ม และสาหร่ายที่ช่วยเพิ่มความอร่อย รับรองว่านอกจากจะเติมเต็มความรักความอบอุ่นได้แล้วยังเติมเต็มความหิวและความสุขได้ดีสุด ๆ อีกร้านที่แนะนำสำหรับคู่รักสายราเมงกับ SEIRYU RAMEN (เซอิริว ราเมง) ร้านราเมงญี่ปุ่น KURUME เจ้าดัง ที่เพิ่งเปิดสาขาใหม่อยู่ที่ชั้น 3 โซน A และร้าน Ramenga (ราเมงอะ) ชั้น 5 โซน A นอกเหนือจากนี้ในเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังเป็น Food Destination มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายแบบนานาชาติ อาทิ ร้านอิซากายะ KENZO SUISAN Kenshin Izakaya ร้านอาหารจีน ฮั่วเซ่งฮง ร้านอาหารอิตาเลียน AZZURRO by Chef Thanom และอีกมากมายที่สามารถใช้เวลาฟินจุก ๆ ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวันและสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศดินเนอร์สุดประทับใจ

มาเพิ่มความหวานกันต่อกับบิงซูถ้วยใหญ่ที่ after you ชั้น 3 โซน A รับความหวานสดชื่นกับบิงซูน้ำแข็งเกล็ดละเอียดหอมนุ่ม ท็อปปิ้งเต็มไปด้วยผลไม้สด ๆ หรือนมข้นหวานที่ราดมาอย่างสวยงามน่าทาน และยังมีเมนูให้เลือกอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น  สตรอว์เบอร์รีชีสเค้กคากิโกริ โฮจิฉะคากิโกริ หรือเมนูน้ำอย่าง ชานมคาราเมล น้ำมะม่วงเบาปั่นพริกเกลือ และเมนูอื่น ๆ ให้เลือกทานพร้อมพูดคุยเรื่องขนมหวานที่ชื่นชอบ แชร์ความหวานและความรู้สึกดีๆ ไปพร้อมๆ กัน ท่าม กลางความโรแมนติกในแบบที่อบอุ่นและหวานละมุนไปด้วยบรรยากาศสบายๆ

ในเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังมีร้านคาเฟ่ชิลๆ มุมถ่ายรูปชิคๆ อีกหลายร้านให้เติมความหวาน อาทิ ย้อยหวานเย็น ชั้น 6 โซน B, Tim Hortons ชั้น 2 โซน A ร้าน Jipjip ชั้น G โซน B Mamemi ชั้น G โซน B และอีกมากมาย ไฮไลท์ของการฉลองวาเลนไทน์ต้องไม่พลาดการเซอร์ไพร์สด้วยของขวัญที่จะทำให้รู้สึกพิเศษและประทับใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีร้านค้าและร้านไลฟ์สไตล์จำหน่ายสินค้าน่ารัก ๆ เหมาะกับการเลือกเป็นของขวัญแทนใจในเดือนแห่งความรัก อาทิ ร้าน Punk Berry ชั้น 3 โซน B เสื้อคู่ดีไซน์น่ารักๆ ลายสุดชิค สวมใส่แล้วจะทำให้คุณและคนรักดูเหมือนคู่รักในฝัน รู้สึกอบอุ่นและใกล้ชิดกันมากขึ้น แถมยังเป็นการแสดงออกถึงความรักที่ลงตัวไปพร้อมกับแฟชันสุดเท่ ซึ่งในร้านมีเสื้อคู่หลายแบบ ตั้งแต่ลายการ์ตูนสดใสน่ารักจนถึงลายเรียบ ๆ ดูดี แต่อัดแน่นไปด้วยความหมายสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยการเลือกเสื้อคู่ที่โดนใจ พร้อมใส่อวดความน่ารักแบบแพ็คคู่ หรือไปเลือกซื้อตุ๊กตาและกิ๊ฟต์ช็อปน่ารัก ๆ ได้ที่ Atfirst ชั้น G โซน A และ Moshi Moshi ชั้น 6 โซน C หรือจะเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ไฟกระพริบสร้างความทรงจำสุดพิเศษในวันสุดพิเศษด้วยการมอบของขวัญแทนใจที่ ศูนย์จินดามณี ชั้น 3 โซน A ละลานตาวิบวับกับเครื่องประดับทั้งเพชร ทั้งพลอย อัญมณี ไข่มุก ทองรูปพรรณก็มีทั้งสร้อยคอ กำไล แหวน ต่างหู นอกจากนี้ ชั้น 2 และชั้น 3 โซน A นับว่าเป็นอาณาจักรร้านเพชร ร้านทอง สามารถเข้าไปเลือกหาของขวัญแทนใจให้คู่รัก อาทิ เจริญรัตน์, เพชรทอง เฮง x เฮง, เพชรสุวิมล, ทวีสินรุ่งเรือง เป็นต้น ซึ่งการให้เครื่องประดับเป็นการแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่เต็มไปด้วยความหมายและความทรงจำที่แฝงอยู่ในเครื่องประดับทุกชิ้นที่ได้รับจากคนพิเศษ เครื่องประดับยังเป็นสื่อกลางที่ทำให้ความรักยังคงเป็นเรื่องที่อบอุ่นและโรแมนติก แม้เมื่อเวลาผ่านไปก็ยังคงรักษาความหมายไว้ดังเดิม

นอกจากของขวัญสุดเซอร์ไพรส์แล้ว ขอแนะนำกิจกรรมที่น่ารักที่สุดให้กับคู่รักเพื่อให้วันสุดพิเศษสมบูรณ์แบบด้วยการบันทึกความทรงจำในการเดทสุดพิเศษฉลองวันวาเลนไทน์กับตู้สติ๊กเกอร์ BANGKOK4CUT ชั้น 7 โซน B ตู้สติ๊กเกอร์ที่มีเฟรมหลากหลายสี หลากหลายลวดลายให้เลือก รวมทั้งพร็อพแน่น ๆ ให้เลือกใช้ตกแต่งได้ตามใจตามสไตล์คู่ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นหมวกสุดแบ๊ว ที่คาดผมสุดน่ารัก และแว่นสุดเท่ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถฉลองวาเลนไทน์อย่างสนุกขั้นสุดกันยาวๆ แบบข้ามคืนได้ที่ร้านแฟมิลี่คาราโอเกะจากญี่ปุ่น MANEKINEKO ชั้น 7 โซน A ซึ่งเปิดตั้งแต่ 11.00 น. – 05.00 น. เป็นอีกกิจกรรมที่สนุกกันได้สุดเหวี่ยงแบบลืมความเครียดและความเหนื่อยล้าทั้งหมด ปล่อยจอยปล่อยใจกับเพื่อน ๆ หรือคนที่คุณรัก เพราะที่นี่มีเพลงให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงรักซึ้ง ๆ ที่ทำให้ใจฟู หรือเพลงแดนซ์ที่ทำให้คุณอยากลุกขึ้นเต้น จับไมค์แล้วร้องไปพร้อม ๆ กับเสียงดนตรีสุดมันส์ แถมยังมีเนื้อเพลงขึ้นให้ร้องตามได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวพลาด ท้าทายเสียงร้องของตัวเอง และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาสุดสนุกกับคนที่คุณรัก

สำหรับวันวาเลนไทน์ปีนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็น LOVE DESTINATION ให้คุณและคนที่คุณรักมาฉลองวันแห่งความรัก ใช้เวลาร่วมกันในวันพิเศษ สร้างความทรงจำที่ดี ๆ หวานและอบอุ่น เต็มไปด้วยความรักและความผูกพัน ทำให้วาเลนไทน์ปีนี้เต็มไปด้วยความพิเศษและอบอุ่นในหัวใจ 

040

วาเลนไทน์นี้ บินคุ้มกับคนรู้ใจ ไปกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ตั๋วเริ่มต้น 690 บาท

วาเลนไทน์นี้ บินคุ้มกับคนรู้ใจ ไปกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ตั๋วเริ่มต้น 690 บาท

วาเลนไทน์นี้ บินคุ้มกับคนรู้ใจ ไปกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ตั๋วเริ่มต้น 690 บาท

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.34 น.

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ฉลองเดือนแห่งความรัก ส่งมอบความสุขแก่ผู้โดยสารด้วยโปรโมชั่น “บินคุ้ม กับคนรู้ใจ (Valentine’s – Fly for Love)” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 690 บาท (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศ และราคาเริ่มต้น 1,690 บาท (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียม)  สำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2568 และใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม – 25 ตุลาคม 2568 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ http://www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย และทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น พนมเปญ และไทเป รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า พร้อมด้วยเส้นทางบินใหม่จาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ โอกินาว่า และ ฮอกไกโด (ผ่านไทเป) และ มุมไบ (อินเดีย) ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Thailand” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ http://www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

เวียตเจ็ทไทยแลนด์คว้ารางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2567” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร และรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดแห่งปี 2567” จากนิตยสาร International Finance เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยึดมั่นในค่านิยมหลัก คือ ‘ความสนุกสนานและเป็นมิตร’ ควบคู่กับ ‘ความปลอดภัย’ ‘ความตรงต่อเวลา’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น กัมพูชา ไทเป มุมไบ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

-(016)

เปิดนิทรรศการศิลปะ ‘fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising’ สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ไฟ-ฟ้า

เปิดนิทรรศการศิลปะ 'fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising' สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ไฟ-ฟ้า

เปิดนิทรรศการศิลปะ ‘fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising’ สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ไฟ-ฟ้า

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.21 น.

‘ไฟ-ฟ้า’ โดย ทีทีบี จับมือ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เปิดนิทรรศการศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising” ร่วมสัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์กับผลงานศิลปะของเด็กๆ ไฟ-ฟ้า ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. – 23 ก.พ. นี้

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ร่วมกับทรู ดิจิทัล พาร์ค เปิดตัวนิทรรศการศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising” เพื่อแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของเยาวชนไฟ-ฟ้า ภายใต้แนวคิด “The Power of Youth, Igniting Change – พลังแห่งเยาวชน จุดประกายการเปลี่ยนแปลง” เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นในพลังของเยาวชนที่จะสร้างอนาคตที่ดีขึ้น สอดรับกับการจัดงาน Bangkok Design Week 2025 หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 ภายใต้ธีม “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก” ที่ชวนทุกคนมาสร้างสรรค์ทุกความเป็นไปได้แบบไร้ขีดจำกัดของกรุงเทพฯ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการผลงานศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising” เปิดให้ทุกคนสัมผัสมุมมองใหม่ ๆ ผ่านผลงานศิลปะของเด็กธรรมดาที่ไม่ธรรมดา รวมถึงการสร้างสรรค์ผลงานสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ทรูดิจิทัล พาร์ค (TDPK Studio 1 ชั้น 2) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง และสัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น

สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมดี ๆ  ต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้ที่ https://www.ttbfoundation.org  

คนโสดห้ามพลาด! เปิดพิกัดลับขอแฟน ‘ศาลเจ้าซำไนเก็ง’

คนโสดห้ามพลาด! เปิดพิกัดลับขอแฟน ‘ศาลเจ้าซำไนเก็ง’

คนโสดห้ามพลาด! เปิดพิกัดลับขอแฟน ‘ศาลเจ้าซำไนเก็ง’

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.20 น.

ใกล้วันแห่งความรักขึ้นมาทุกที สำหรับใครที่ยังไม่มีแฟน วันนี้ทีมข่าวแนวหน้าสตรีออนไลน์จะพาทุกคนมาเปลี่ยนดวงความรักกันที่ “ศาลเจ้าซำไนเก็ง” ซึ่งเป็นศาลลับศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ที่ถนนท่าดินแดง แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าแห่งนี้ จะมีเจ้าแม่ 3 องค์เป็นประธาน ได้แก่ เจ้าแม่หลีเซี้ยนเนี้ย  , เจ้าแม่เฉินเซี้ยนเนี้ย และเจ้าแม่หลินเซี้ยนเนี้ย

โดยเคล็ดลับการขอนั้นง่ายนิดเดียว สำหรับคนไม่มีแฟน ให้ขอกับเจ้าแม่หลินเซี้ยนเนี้ย  , แต่ถ้าต้องการตามสามีเก่ากลับคืน หรือให้แฟนกลับตัวกลับใจ ให้คุยกับเจ้าแม่เฉินเซี้ยนเนี้ย, แต่ถ้าใครที่มีแฟนแล้วและอยากพาแฟนไปไหว้ด้วย ให้เน้นคุยและไหว้ขอกับเจ้าแม่หลีเซี้ยนเนี้ย  เพื่อขอให้รักยืนยาว

สำหรับของไหว้ในแต่ละวัน เริ่มจากวันอาทิตย์ (มะพร้าวอ่อน 1 ลูก , กุหลาบชมพู 3 ดอก) , วันจันทร์ (สับปะรด 1 ลูก , กุหลาบชมพู 3 ดอก) , วันอังคาร (หมี่ซั่ว 1 ห่อ , กุหลาบชมพู 3 ดอก) , วันพุธ (น้ำอ้อย 2 ขวด , กุหลาบชมพู 3 ดอก) , วันพฤหัสบดี (วุ้นเส้น 3 ห่อ , กุหลาบชมพู 3 ดอก) , วันศุกร์ (ส้มโอ 1 ลูก , กุหลาบชมพู 3 ดอก) และวันเสาร์ (กล้วยน้ำว้า 1 หวี , กุหลาบชมพู 3 ดอก)

สำหรับ ศาลเจ้าซำไนเก็ง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2390 ช่วงรัชกาลที่ 3 ตั้งอยู่เลขที่ 405 ถนนท่าดินแดง แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน ในอดีตชาวจีนแคะอพยพมาทำกินในพื้นที่ท่าดินแดงอย่างหนาแน่นเกิดเป็นชุมชนขึ้น จึงสร้างศาลเจ้านี้ขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ศาลเจ้านี้ได้รับการทำนุบำรุงจากชาวจีนแคะและเป็นที่นับถือเรื่อยมา ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย

เทพเจ้าที่เป็นเทพประธานในศาลเจ้าแห่งนี้ คือ เจ้าแม่ซำไน (三奶夫人)ท่ามกลางเทพเจ้าจีนที่หลากหลายนั้น เทพเจ้าหญิงจะมีไม่มากองค์นัก นอกจากเจ้าแม่มาจู่ ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์ครอบคลุมถึงท้องทะเลคาบสมุทรแล้ว เจ้าแม่ซำไน ก็สามารถนับว่าเป็นเทพธิดาที่อิทธิฤทธิ์ครอบคลุมทั่วพื้นพสุธา และมีศิษยานุศิษย์ศรัทธามากมาย ถึงขนาดที่ว่ามีสาวกสำนักซำไน เจ้าแม่ซำไนเป็นการเรียกเทพธิดาสามองค์ที่เป็นพี่น้องร่วมสาบาญรวมกัน ได้แก่เฉินฮู้หยิน หลินฮูหยินและหลีฮูหยิน เป็นเทพที่ประทานพรผู้ขอบุตร คุ้มครองปวงชน หญิงมีครรภ์และเด็ก ท่านทั้งสามมีวิชาแก่กล้าในการปราบมาร เสือสมิงอสรพิษ วิชาอาคมแก่กล้าของท่าน ได้รับการถ่ายทอดจากนักพรต ซวี่ เจิน จวิน ปราจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักหลีซาน สำหรับสายศิษย์เจ้าแม่ซำไน ในหมู่นักพรตเรียกกันว่า ฝ่ายศีรษะแดง(โพกผ้าแดงที่ศีรษะ เมื่อทำพิธีกรรม)

ด้วยเหตุที่ศาลเจ้าซำไนเก็ง เป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญเป็นแห่งแรกของชุมชนจีนแคะในกรุงเทพ ทางศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ จึงได้เลือกอัญเชิญผงธูปศักดิ์สิทธิ์จากศาลเจ้าซำไนเก็งมาบรรจุในลอยองค์เจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ สุไหงโก-ลก รุ่นบูรณะศาาลเจ้า ปี 2563

ขอบคุณข้อมูลจาก IG : praywithmoraek , moraek8

-(016)

‘จุ่มรัก วาเลนไทน์’ ชวนคู่ตรวจคัดกรองโรคในเดือนแห่งความรัก

‘จุ่มรัก วาเลนไทน์’  ชวนคู่ตรวจคัดกรองโรคในเดือนแห่งความรัก

‘จุ่มรัก วาเลนไทน์’ ชวนคู่ตรวจคัดกรองโรคในเดือนแห่งความรัก

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.57 น.

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “จุ่มรัก วาเลนไทน์” เพียงจับคู่หรือจับกลุ่มมาตรวจ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดก็ได้ ที่คลินิกนิรนาม ระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2568(หยุดวันมาฆบูชา 12 ก.พ.)จำกัดสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม 1 ท่าน/ครั้ง ฟรี! ได้แก่ สิทธิ์จุ่ม Art Toy ลิขสิทธิ์แท้ สิทธิ์จุ่มการ์ดสายมู เสริมพลังรัก สิทธิ์รับเสื้อยืดและของสมนาคุณอีกมากมาย

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้ารับบริการที่ลิงก์ https://screenhiv.trcarc.org/ScreenHIVClient เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับรหัส 6 ตัว ให้นำไปยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ในวันที่เข้ารับบริการ รหัสสามารถใช้งานได้ภายใน 72 ชั่วโมง สำหรับคนไทยสามารถใช้สิทธิตรวจเอชไอวีฟรี ปีละ 2 ครั้ง เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน (ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ) ตรวจสอบอัตราค่าบริการอื่น ๆ ได้ที่ www.trcarc.org ทั้งนี้ สามารถรับการประเมินความเสี่ยงและปรึกษาได้ที่ไลน์ “Xpress Counseling” LINE ID : @486tuxwa สอบถามโทร. 0 2251 6711-5 (วันและเวลาราชการ)

การตรวจหาเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคู่รักและอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ การตรวจสุขภาพร่วมกับคู่รักจึงเป็นวิธีที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่กันและกัน

039