‘MCM Soft Pink Pop-Up Store’ เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ซีซั่น Spring/Summer 2025

‘MCM Soft Pink Pop-Up Store’ เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ซีซั่น Spring/Summer 2025

‘MCM Soft Pink Pop-Up Store’ เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ซีซั่น Spring/Summer 2025

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.46 น.

MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังลักซ์ชัวรี่จากประเทศเยอรมนี สร้างปรากฏการณ์สุดความหอมหวานเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ประจำซีซั่น Spring/Summer 2025 เนรมิต “MCM Soft Pink Pop-Up Store” ครั้งแรกในประเทศไทย กับป๊อปอัพ สโตร์ โทนสีชมพูสดใสลวดลาย Visetos Monogram เอกลักษณ์อันเป็นไอคอนิกของแบรนด์ ด้วยการคอลแลปกับ Oldschool Brownies ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านเมนูสุดพิเศษ “Habibi Ruby” ช็อกโกแลตดูไบรสชาติใหม่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ MCM เท่านั้น  และร่วมสร้างโมเมนต์ประทับใจกับ MCM Mavericks นำโดย มิว ศุภศิษฏ์, ตุลย์ ภากร, โยเกิร์ต  ณัฐฐชาช์, เบคกี้ รีเบคก้า และสามน้องใหม่ เมษ์ ญดา, เฟย์ กัญญาพัชร, ฟรังค์ พร้อมพัชชา ที่มาร่วมถ่ายทอดโททัลลุคตามแบบฉบับของ MCM  ณ Thara Hall ไอคอนสยาม

สำหรับ “MCM Soft Pink Pop-Up Store” ป๊อปอัพ สโตร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่แบรนด์ MCM ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักนี้  ออกแบบตกแต่งด้วยการนำลวดลาย Visetos Monogram อันเป็นไอคอนิกของแบรนด์มาดีไซน์ให้โดดเด่น โดยมีรูปข้าวหลามตัดของบาวาเรียเป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนบนธงชาติบาวาเรีย หรือเรียกว่า weiß-blauer Himmel หยิบยกมาสะท้อนภาพลักษณ์ในรูปแบบของป๊อปอัพ สโตร์ แสนหวาน ด้วยการแมตช์เข้ากับโทนสีชมพูซอฟต์พิงก์ เนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักในสไตล์ MCM

อีกหนึ่งความพิเศษภายใน “MCM Soft Pink Pop-Up Store” นั่นก็คือ การสร้างสรรค์ ‘Habibi Ruby’ ช็อกโกแลตดูไบยอดนิยมรสชาติใหม่ สูตรเฉพาะที่ทำออกมาต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ปี 2025 ภายใต้การคอลแลปกันครั้งสำคัญของ MCM x Oldschool Brownies (@oldschoolbrownieshouse) แบรนด์บราวนี่สูตรดั้งเดิมที่ก่อตั้งมากว่า 40 ปี ผสานความร่วมมือรังสรรค์เมนูแสนหวานละมุนละไมที่ไม่เหมือนใคร มีจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ MCM Soft Pink Pop-Up Store เท่านั้น

มาร่วมสัมผัสความหวานละมุนสุดแสนเซอร์ไพรส์จาก “MCM Soft Pink Pop-Up Store” ตลอดเดือนแห่งความรัก ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ ไอคอนสยาม โซน Thara Hall ชั้น M

Rado True Round Open Heart กุหลาบ ความรัก และ Rado

Rado True Round Open Heart กุหลาบ ความรัก และ Rado

Rado True Round Open Heart กุหลาบ ความรัก และ Rado

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.38 น.

วาเลนไทน์ปีนี้ Rado มาพร้อมภาพแคมเปญที่ถ่ายทอดความรัก ความรู้สึกดีๆ ผ่านสัญลักษณ์ประจำเทศกาลอย่างดอกกุหลาบที่อยู่ในมือของคู่รัก ซึ่งสวมนาฬิกา Rado True Round Open Heart สองรุ่นสีขาว-ดำบนฉากหลังสีชมพูอ่อนหวาน นอกจากดอกกุหลาบจะเป็นตัวแทนของความรักแล้ว ยังสะท้อนถึงใจความสำคัญของนาฬิกา Rado ได้ด้วย เพราะสื่อถึงการค่อยๆ เจริญเติบโตมาตามกาลเวลา ส่วนการเรียงตัวของกลีบกุหลาบก็แสดงถึงความซับซ้อนของกลไกนาฬิกาออโตเมติก และความละเอียดอ่อนของกลีบดอกก็เหมือนสัมผัสที่นุ่มสบายของไฮเทคเซรามิก

Rado True Round Open Heart คือนาฬิกาที่เข้ากับช่วงเดือนแห่งความรักอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ชื่อรุ่นที่ Open Heart ซึ่งนอกจากจะหมายถึงหน้าปัดแบบคัตเอาต์ที่เผยให้เห็นกลไกการเดินออโตเมติกด้านในแล้ว ยังสื่อความหมายถึงการเปิดใจในยามที่มีความรักด้วย ส่วนบาลานซ์สปริงด้านบนหน้าปัดก็เป็นสัญลักษณ์แทนจังหวะหัวใจของคนมีความรัก

เบื้องหลังของนาฬิกาคุณภาพระดับโลก คือการอุทิศตนในทุกขั้นตอนการผลิตอันละเอียดลออ อย่างรุ่น Rado True Round Open Heart แบรนด์ได้อุทิศตนตั้งแต่ขั้นตอนการคัดสรรวัสดุไฮเทคเซรามิก ที่มีคุณสมบัติเรื่องการทนทานต่อรอยขีดข่วน และการสร้างสรรค์ตัวเรือนกับสายนาฬิกาขึ้นมาแบบใช้โครงสร้างชิ้นเดียว ให้ความรู้สึกสบายเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ขั้นตอนการรังสรรค์กลไกการเดินออเมติกคาลิเบอร์ R743 ก็ต้องอาศัยการใส่ใจแบบพิถีพิถันที่สุดเช่นกัน ซึ่งเราจะได้เห็นงานฝีมือชั้นเลิศนี้ผ่านหน้าปัดแบบคัตเอาต์

นอกจากนี้ Rado ยังเลือกใช้บาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ช่วยป้องกันสนามแม่เหล็กรอบๆ ตัว เพื่อให้นาฬิกาบอกเวลาได้แม่นยำที่สุดในทุกสภาพแวดล้อม โดยมีการแต่งลวดลายแบบกิโยเช่ให้ดูพิเศษขึ้นไปอีก อีกคุณสมบัติคือการสำรองพลังงานได้ยาวนาน 80 ชั่วโมง ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่แบบไม่ต้องพะวงกับเรื่องของเวลาเลย Rado True Round Open Heart ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเข็มนาฬิกาและขีดบอกเวลาสีโรสโกลด์ ประดับสัญลักษณ์สมอเครื่องที่ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้คริสตัลแซฟไฟร์แบบโค้ง

ทุกรายละเอียดของนาฬิกา รุ่น Rado True Round Open Heart ล้วนอาศัยความชำนาญและการทุ่มเทอุทิศตนของผู้ผลิต จนได้เป็นนาฬิการ่วมสมัยเรือนนี้ที่ความสวยงามของมันสื่อถึงความรักได้อย่างลงตัว เหมาะจะเป็นของขวัญสำหรับคนที่อยากสร้างความสุขใจให้ผู้รับในวันวาเลนไทน์นี้ เหมือนดังภาพแคมเปญที่มีทั้งดอกกุหลาบ สีชมพู และมือของคู่รักที่ใส่ Rado True Round Open Heart ไว้ สะท้อนถึงความรักที่จะคงอยู่ไปตลอดเหมือนเวลาที่เดินไปไม่มีวันหยุด

กลุ่มเซ็นทรัล เทิดทูนสถาบัน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งมอบบ้าน 72 หลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กลุ่มเปราะบาง

กลุ่มเซ็นทรัล เทิดทูนสถาบัน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งมอบบ้าน 72 หลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กลุ่มเปราะบาง

กลุ่มเซ็นทรัล เทิดทูนสถาบัน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งมอบบ้าน 72 หลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กลุ่มเปราะบาง

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.32 น.

ในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ กองทัพไทย โดย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น้อมนำแนวพระราชดำริในการดูแลทุกข์สุขของราษฎร ดำเนินโครงการ “ปรับปรุงซ่อมแซมและสร้างบ้านพักอาศัยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางจำนวน 72 หลัง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยโครงการนี้มุ่งหวังให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดนราธิวาส ได้มีบ้านพักอาศัยที่มั่นคงแข็งแรง อันเป็นรากฐานที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังพระราชปณิธานและพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่พสกนิกรเสมอมา

การดำเนินโครงการแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนที่ 1.ซ่อมแซมบ้าน 53 หลัง –  กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ กองทัพไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านจำนวน 53 หลัง ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีการคัดเลือกกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อยและครอบครัวที่ประสบความยากลำบากด้านที่อยู่อาศัย ส่วนที่ 2. ก่อสร้างบ้านใหม่ 19 หลัง – กลุ่มเซ็นทรัล ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยและกองทัพไทย ก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ บ้านปารีย์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้พวกเขาได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงอีกครั้ง โดย กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้ให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และงบประมาณในการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมบ้านทั้ง 72 หลัง รวมมูลค่า 10,333,310 บาท (สิบล้านสามแสนสามหมื่นสามพันสามร้อยสิบบาท) ให้กับทางกองทัพไทยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างและซ่อมแซมบ้านทุกหลัง

โอกาสนี้ได้จัดพิธีส่งมอบทุนสนับสนุนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหารระดับสูงกลุ่มเซ็นทรัล  นำโดย ปริญญ์  จิราธิวัฒน์ และ พิชัย จิราธิวัฒน์ ส่งมอบทุนให้กับ พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ซึ่งเป็นผู้แทนจากสี่เหล่าทัพ พร้อมด้วย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ สนธยา บุณยภูษิต หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี นอกจากนี้ หน่วยงานแต่ละเหล่าทัพได้รายงานผลการดำเนินงานและความสำเร็จของการซ่อมแซ่มและก่อสร้างบ้านในแต่ละเขตที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกลุ่มเปราะบางให้มีบ้านพักอาศัยที่มั่นคงปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น

ส่งมอบบ้านให้ วริดา ชลไพร

วริดา ชลไพร อายุ 49 ปี ผู้พิการที่ไม่สามารถเดินได้เนื่องจากประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากอาคาร ได้รับความช่วยเหลือในการสร้างบ้านหลังใหม่ในพื้นที่เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ภายใต้ความรับผิดชอบการก่อสร้างโดย กองทัพไทย บ้านหลังเดิมเป็นบ้านไม้มีสภาพทรุดโทรม พื้นที่ทางเดินและหลังคาเสียหาย และไม่มีห้องน้ำ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก “ตื้นตันใจมากไม่คาดคิดว่าจะได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่นี้ ขอบพระคุณในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีความห่วงใยในความเป็นอยู่ของราษฎร ขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัล กองบัญชาการกองทัพไทย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักงานเขตมีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำให้มีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้นค่ะ”

บุปผา ดิษบรรจง อายุ 50 ปี เป็นผู้พิการที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและอากาณฮีสโตรกได้รับความช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านในเขตบางเขน กรุงเทพฯ ภายใต้ความรับผิดชอบการก่อสร้างโดย กองทัพอากาศ  บ้านหลัง เดิมเป็นเพิงพักชั้นเดียว ไม่มีกำแพง หลังคารั่วซึม เป็นอันตรายต่อการพักอาศัย “ดีใจมากที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 72หลังที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ โดยได้รับการสนับสนุนการสร้างบ้านจากกลุ่มเซ็นทรัล กองทัพอากาศ กระทรวง พม. อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.) และสำนักงานเขตทำให้มีบ้านที่มั่นคง ปลอดภัยและสวยงาม”

ส่งมอบบ้านให้ วริดา ชลไพร

บุปผา ดิษบรรจง

นุสรา แป้นสิริ อายุ 38 ปี ผู้พิการทั้งทางร่างกาย สติปัญญาและการเรียนรู้ ได้รับการช่วยเหลือก่อสร้างบ้านฯใหม่ทั้งหลังในเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ภายใต้ความรับผิดชอบการก่อสร้างโดย กองทัพบก เดิมพักอาศัยในบ้านไม้ชั้นเดียวแต่ประสบปัญหาด้านวาตภัยทำให้บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก บริเวณหลังคาต้องใช้ผ้ายางคลุมเพื่อกันแดดกันฝน ผนังถูกทำลาย ไม่มีห้องน้ำ  “ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงและขอบคุณกองทัพบกและกลุ่มเซ็นทรัลจากใจจริง ทำให้รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่ในบ้านเกิดเดิม บ้านที่เคยทรุดโทรมได้รับการซ่อมแซมจนแข็งแรงและน่าอยู่ขึ้นมากสัญญาว่าจะใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่นี้อย่างมีความสุขในทุกวัน”

นุสรา แป้นสิริ (ซ้ายสุด) และครอบครัว

ธาดา อันประเสริฐ อายุ 33 ปี เป็นคนพิการซ้ำซ้อนและผู้ป่วยติดเตียงด้วยโรคลมชักและกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ได้รับความช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านในเขตจอมทอง กรุงเทพฯ ภายใต้ความรับผิดชอบการก่อสร้างโดย กองทัพเรือ โดยบ้านหลังเดิมเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น สภาพเก่าและทรุดโทรม ผุพังเกือบทั้งหลัง ผนังบ้านและบันไดชำรุดไม่ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย  “รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ไม่คิดว่าจะมีบ้านที่สวยและเหมาะกับการอยู่อาศัยเหมือนอย่างวันนี้เพราะไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะซ่อมแซมบ้านได้จากวันนี้เชื่อว่าจะอาศัยอยู่บ้านอย่างปลอดภัย สบายใจและมีความสุขยิ่งขึ้น”

ธาดา อันประเสริฐ

นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือได้จัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล อาทิ โครงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว 72,000 ต้น โครงการบริจาคโลหิต รวมกว่า 300 ล้านซีซี กิจกรรมตรวจสุขภาพฟรี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล กิจกรรมมอบจักรยาน จำนวน 200 คันแก่เด็กนักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล การปรับปรุงสวนลุมพินี การจัดกิจกรรมทำความสะอาด Beach Cleaning บริเวณชายหาดโรงแรมในเครือเซ็นทารา 19 แห่งทั่วไทย และการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 73 รูป ณ วัดปทุมวนาราม เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นโครงการและกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาประเทศชาติสู่ความยั่งยืน ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บ้านหลังก่อสร้างและซ่อมแซมของธาดา อันประเสริฐ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.10 น.

หลายปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วย “โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าอัตราการเสียชีวิตกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองและวิทยาการด้านการรักษาที่พัฒนาไปมาก เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

นายแพทย์ณัฐชดล กิตติวรารัตน์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตลอดชีวิตจะพบใกล้เคียงกันทั้งเพศหญิงและเพศชาย คือประมาณ 1 ต่อ 25 คน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความเสี่ยงอื่นๆ ของผู้ป่วย ซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากติ่งเนื้อหรือ Polyp ในลำไส้ใหญ่ โดยปัจจุบันยังไม่สามารถทราบสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด แต่สามารถแบ่งปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคได้ 2 ประเภท

ปัจจัยความเสี่ยงจากตัวบุคคล ได้แก่ 1.อายุ ในอดีตพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ มีอายุมากกว่า 50 ปีและอายุเฉลี่ยที่พบคือ 60-65 ปี แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ อุบัติการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดตามรายงานคือ 18 ปี 2.ประวัติในครอบครัวและถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบว่า 20% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน 3.ประวัติการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ มีการศึกษาพบว่า ติ่งเนื้อบางชนิดสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่หากมีการตรวจพบและรักษาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นติ่งเนื้อ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

ปัจจัยความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม 1.ภาวะน้ำหนักเกินและขาดการออกกำลังกาย จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดโรค ขณะเดียวกันการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ทำให้ลำไส้มีการทำงานและเคลื่อนตัวมากขึ้น ผลในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 2.อาหาร ในอาหารบางประเภทจะมีสารก่อมะเร็งซ่อนอยู่โดยเฉพาะอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แหนม หมูยอ ลูกชิ้น กุนเชียง และเนื้อแดงที่ถูกประกอบอาหารในความร้อนสูงจนเกรียมแบบปิ้งย่าง 3.การสูบบุหรี่ พบว่า 12% ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ 4.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งมากยิ่งขึ้น

ในระยะแรกของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่เมื่อการดำเนินของโรคผ่านไปและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่จนกลายเป็นมะเร็งแล้วผู้ป่วยจึงจะเริ่มมีอาการแสดงเกิดขึ้น เช่น การขับถ่ายมีเลือดหรือมูกเลือดปนถ่ายอุจจาระก้อนเล็กลง ท้องผูกสลับท้องเสียแน่นท้อง ท้องโต หรือคลำเจอก้อนในท้อง ดังนั้น หากได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักตั้งแต่อายุ 45-50 ปี เมื่อมีการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือสามารถป้องกันมะเร็งได้ถ้าตรวจเจอตั้งแต่เป็นติ่งเนื้อก่อนที่จะเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะของโรค ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง อายุ สภาพร่างกายและโรคร่วมของผู้ป่วย โดยมี 4 วิธีหลักที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ 1.การผ่าตัด เป็นการตัดเอาลำไส้ส่วนที่เป็นรอยโรค และต่อมน้ำเหลืองออก หรือในบางกรณีหากรอยโรคอยู่ที่ลำไส้ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนัก อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดทำทวารเทียม 2.การฉายรังสี เป็นการรักษาร่วมกับการผ่าตัด โดยฉายรังสีก่อนหรือหลังผ่าตัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และการพิจารณาของแพทย์ ใช้ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก 3.ยาเคมีบำบัด อาจให้ก่อนหรือหลังผ่าตัด ร่วมกับการฉายรังสีหรือไม่ก็ได้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่จำเป็นต้องให้ในผู้ป่วยระยะแรกเริ่ม 5.ยามุ่งเป้า (targeted therapy) ให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด ชนิดของยาขึ้นอยู่กับการตรวจยีนจากชิ้นเนื้อ เพื่อวิเคราะห์การตอบสนองของยา (precision medicine)

นอกจากนี้ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ จึงมีวิธีการรักษาเพิ่มเติมที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น และมีอายุที่ยืนยาวเพิ่มมากขึ้น เช่น ยามุ่งเป้ายาภูมิคุ้มกันบำบัด หรือแม้แต่งานวิจัยล่าสุดอย่าง Cancer Vaccine และ Cancer Avatar ที่เปรียบเสมือนความหวังของผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย โดย Cancer Vaccine คือการจะนำโปรตีนเซลล์มะเร็งที่ได้จากก้อนมะเร็งของผู้ป่วยมาสกัดเป็นวัคซีนแบบจำเพาะบุคคลเพื่อช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวรู้จักหน้าตาของเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยและพร้อมทำลายเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ เมื่อใช้ร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด ก็จะช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วน Cancer Avatar คือกระบวนการทดสอบการตอบสนองต่อยาก่อนที่จะใช้ในผู้ป่วยจริง วิธีการคือตัดชิ้นเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและพัฒนาจนมีลักษณะคล้ายกับเซลล์มะเร็งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเซลล์มะเร็งนั้นเป็นตัวแทนมะเร็งของผู้ป่วยจริงๆ จากนั้นจึงนำมาทดสอบกับยารักษาแต่ละสูตรเพื่อดูการตอบสนองของเซลล์มะเร็ง ก่อนเริ่มใช้ยากับผู้ป่วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจและความแม่นยำในแนวทางการรักษาขั้นต่อไปได้

ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่มาจากสภาพแวดล้อม ส่วนผู้ที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักเพื่อตรวจหาติ่งเนื้อหรือเนื้องอกที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้

เคล็ดลับปรับนาฬิกาชีวภาพ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

เคล็ดลับปรับนาฬิกาชีวภาพ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

เคล็ดลับปรับนาฬิกาชีวภาพ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.00 น.

การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพพอๆ กับอาหารและน้ำ เพราะในขณะที่นอนหลับสมองจะเกิดการเชื่อมโยงและได้ซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้น การนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ความทรงจำและสมาธิ รวมทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ภาวะซึมเศร้าและโรคอ้วน

นอกจากนี้ การนอนหลับยังเป็นส่วนสำคัญของนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพภายในร่างกายร่วมกับปัจจัยแวดล้อม เช่น แสงและอุณหภูมิ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ทำให้คนเรารู้สึกง่วงนอนในตอนกลางคืนและรู้สึกตื่นตัวในเช้า

วิธีการจัดการนาฬิกาชีวภาพ

การลดสิ่งกระตุ้นที่อาจรบกวนการนอนหลับเป็นกุญแจสำคัญในการรีเซตนาฬิกาชีวภาพ ทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพในเวลากลางคืนและตื่นขึ้นแบบรู้สึกสดชื่นในตอนเช้า ซึ่งการจัดการนาฬิกาชีวภาพให้มีคุณภาพสามารถทำได้โดยวิธีการดังต่อไปนี้ 1.กำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่นนอนให้เหมาะสมสม่ำเสมอ 2.หลีกเลี่ยงการงีบหลับตอนกลางวัน 3.ออกกำลังกายระหว่างวัน 4.ใช้เตียงเพื่อนอนเท่านั้นไม่ทำงานหรือกินอาหารบนเตียง เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างเตียงกับการนอน

อีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ คือ 5.การจำกัดการนอน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาที่ใช้บนเตียงและรักษาคุณภาพของนาฬิกาชีวภาพไว้ ซึ่งจะใช้ในกรณีที่นอนไม่หลับ เช่น ถ้าหากไม่สามารถหลับได้ภายใน 20 นาที ให้ลุกออกจากเตียงและกลับมานอนใหม่อีกครั้งเมื่อรู้สึกง่วงเท่านั้น แม้ผลลัพธ์จากการอดนอนจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าในคืนถัดไป แต่หลังจากที่นิสัยการนอนเริ่มดีขึ้น เวลาในการนอนก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตาม

อาหารและโภชนาการเพื่อการนอนหลับ

การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนควบคุมความหิวในร่างกาย เช่น เลปติน (Leptin) หรือฮอร์โมนความอิ่มที่ทำหน้าที่บอกสมองว่าร่างกายอิ่มแล้ว ซึ่งการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะมีผลต่อการลดลงของฮอร์โมนเลปติน ทำให้ความหิวเพิ่มขึ้นรวมไปถึงการอดนอนยังนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนความหิว หรือเกรลิน (Ghrelin) ทำให้คนที่อดนอนมักอยากกินของว่างเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพราะร่างกายต้องการรักษาระดับพลังงานให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ การกินอาหารยังมีผลต่อคุณภาพการนอนทั้งในเชิงบวกและลบ โดยอาหารที่แนะนำว่าควรกินและควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้ 1.ควบคุมปริมาณอาหารมื้อเย็น การเข้านอนโดยที่ท้องอิ่มมากไปอาจทำให้รู้สึกอึดอัดและอาจทำให้อาหารไม่ย่อย ในทางกลับกัน หากกินน้อยเกินไปอาจทำให้รู้สึกหิวตอนนอนได้ 2.งดการกินไขมันและโปรตีนในปริมาณมากช่วงมื้อค่ำ เพราะอาหารที่มีไขมันสูงจะใช้เวลาย่อยนาน ส่วนโปรตีนจะกระตุ้นการผลิตสารเคมีในสมองที่ทำให้รู้สึกตื่นตัวในทางกลับกันการกินคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารเคมีในสมองที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับ 3.โอเมก้า 3 สามารถพบในปลาถั่วและเมล็ดพืช มีส่วนช่วยในการควบคุมนาฬิกาชีวภาพภายในร่างกาย โดยโอเมก้าจะมีผลต่อการปล่อยฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ

4.ควบคุมปริมาณกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ หากเป็นคนดื่มกาแฟเป็นประจำ อาจไม่ส่งผลต่อการนอนมากนัก แต่อย่างไรก็ตามกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ยังสามารถรบกวนการนอนในช่วงที่หลับลึกที่สุดได้ 5.อย่าดื่มของเหลวมากเกินไปในตอนเย็น เพราะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะเต็มจนรบกวนการนอนหลับ ดังนั้นควรเลือกดื่มในปริมาณมากตอนระหว่างวันแทนการดื่มในตอนกลางคืน

การออกกำลังกายกับการนอน

โดยปกติช่วงเช้ามักเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะเป็นเวลาที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และมีพลัง แต่การออกกำลังกายในตอนเย็นหรือเวลาอื่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายคือเวลาที่รู้สึกดีและสะดวกที่สุด ซึ่งรูปแบบการออกกำลังกายในตอนเย็นขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคนถ้าหากเป็นคนที่อยากออกกำลังกายและมีเป้าหมายคือการได้พักผ่อนจากวันที่เหนื่อยล้า อาจลองเลือกเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ หรือสไตล์ที่มีความเข้มข้นต่ำ เช่น โยคะพิลาทิส การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือการเดินสบายๆ ที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและอาจส่งผลดีต่อการนอนหลับ

การนอนหลับเปรียบเสมือนน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ช่วยให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลต่อรูปร่าง ผิวพรรณและประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีความกระฉับกระเฉงเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แอ๊กทีฟในการใช้ชีวิต

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก้าวสู่อันดับที่ 4 กลุ่มโรงพยาบาลรัฐ ต้นแบบสุดยอดองค์กรแห่งปี ‘เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต’ ตามพระปณิธาน

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก้าวสู่อันดับที่ 4 กลุ่มโรงพยาบาลรัฐ ต้นแบบสุดยอดองค์กรแห่งปี ‘เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต’ ตามพระปณิธาน

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก้าวสู่อันดับที่ 4 กลุ่มโรงพยาบาลรัฐ ต้นแบบสุดยอดองค์กรแห่งปี ‘เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต’ ตามพระปณิธาน

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ต้นแบบสุดยอดองค์กรแห่งปีในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐจากการจัดอันดับ 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company โครงการสำรวจวิจัยที่นิตยสาร BrandAge จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อศึกษาและสร้างฐานข้อมูลในด้านต่างๆ ขององค์กรในแต่ละอุตสาหกรรม ได้แก่ การรับรู้เกี่ยวกับองค์กร (Corporate Perception) ความมีชื่อเสียงขององค์กร (Corporate Reputation) ความสามารถขององค์กร (Corporate Performance) อิทธิพลขององค์กร (Corporate Influence) ตลอดจนภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Image) ที่สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับผู้บริโภค

ส่วนของการศึกษาและวิจัย จะเป็นการศึกษาทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายต่อ 24 กลุ่มธุรกิจ ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตของคนเมืองต่อปัจจัยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทหรือองค์กร ซึ่งมีปัจจัยหลักที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผลในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) 2.ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance 3.ภาพลักษณ์ (Corporate Image) 4.การบริหารการจัดการ (Management) 5.ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) 6.การบริการ (Excellence Service) โดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีคะแนนเฉลี่ยรวม 7.13 จัดอยู่อันดับที่ 4 ของกลุ่มโรงพยาบาลรัฐ และมีคะแนนความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) สูงที่สุดอยู่ที่ 7.36 รองลงมาคือด้านภาพลักษณ์องค์กรอยู่ที่ 7.29 และการบริหารการจัดการ 7.20 ตามลำดับ (ที่มา : https://www.brandage.com/article/41067 )

ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมุ่งหวังตั้งพระทัยให้ประชาชน “มีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน” ทรงสถาปนาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยที่จะสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ การสาธารณสุขที่มีความสำคัญและตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และให้บริการสุขภาพตามมาตรฐานสากลแก่ประชาชนอย่างไม่หวังผลกำไร ภายใต้ปรัชญา “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต”

ในปี พ.ศ. 2568 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกอบด้วย 7 ส่วนงานได้แก่ สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน คณะวิทยาศาสตร์ โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มุ่งพัฒนายกระดับระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้บริการประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนงานหลักในการให้บริการทางการแพทย์ในระดับตติยภูมิ พร้อมทั้งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ให้บริการวิชาการ ทำการวิจัย ฝึกอบรม ตลอดจนสนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกับส่วนงานอื่นๆ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เปิดให้บริการทางแพทย์ทั้งหมด 4 อาคาร ประกอบด้วย อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 100 เตียง, อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ, อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง และอาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งยกระดับการให้บริการสุขภาพ ครอบคลุมการป้องกัน การสร้างเสริมสุขภาพ การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟูสภาพและการรักษาแบบประคับประคองสู่ระดับสากล พร้อมทั้งมุ่งเน้นการบริหารจัดการองค์กรให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงผู้รับบริการในทุกมิติเพื่อเป็นที่พึ่งทางสุขภาพของประชาชนคนไทยตามพระปณิธาน

ติดตามข้อมูลข่าวสารด้านบริการสุขภาพและบริการทางการแพทย์ของส่วนงานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ทาง https://www.facebook.com/chulabhornhospital และ LINE Official Account โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ @chulabhornhospital (กดเพิ่มเพื่อน : http://nav.cx/8DqLuQm)

‘ยืดเปล่า’ เสิร์ฟ ‘Total Look’ ครบเซตแบบแบงก์พันมีทอนเสื้อยืดตัวละ 100 ในตำนาน + กางเกงยีนส์ยืด + ถุงเท้ายืด

‘ยืดเปล่า’ เสิร์ฟ ‘Total Look’ ครบเซตแบบแบงก์พันมีทอนเสื้อยืดตัวละ 100 ในตำนาน + กางเกงยีนส์ยืด + ถุงเท้ายืด

‘ยืดเปล่า’ เสิร์ฟ ‘Total Look’ ครบเซตแบบแบงก์พันมีทอนเสื้อยืดตัวละ 100 ในตำนาน + กางเกงยีนส์ยืด + ถุงเท้ายืด

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฉลอง 6 ปี ยืดเปล่า (YUEDPAO) แบรนด์เสื้อผ้าขวัญใจมหาชนคนรุ่นใหม่ ส่ง “Total Look” ส่วนผสมที่ลงตัวของ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่จากยืดเปล่าเพื่อการแมทช์แบบ Total Look ในทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ เสื้อยืด “New Ultrasoft Non-Iron” เสื้อยืดตัวละ 100 ในตำนานโฉมใหม่ กางเกงยีนส์ยืด “New Smooth Stretch Jeans Collection” และถุงเท้ายืด  “New Ultra-Fit Socks Collection” Complete Look ได้ง่ายๆ ในงบสบายกระเป๋า

YUEDPAO หรือ “ยืดเปล่า” แบรนด์เสื้อยืดที่ถือกำเนิด และขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่ มาพร้อมสโลแกนสุดกวนอย่าง “ยืดเปล่า ยืดแต่ไม่ย้วย” ที่ตั้งใจเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องแต่งกาย แต่จะเป็นแบรนด์แห่งแรงบันดาลใจที่เชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของตัวเองที่สามารถยืดขยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด อยู่ภายใต้บริษัท เริ่มใหม่ จำกัด โดยนาย ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว เป็นผู้ก่อตั้ง ในปัจจุบันแบรนด์ YUEDPAO ขายเสื้อที่มีจุดเด่นคือผลิตจากผ้า Cotton ผสม Polyester ทำให้มีคุณสมบัติยับยาก สวมใส่สบาย และสะดวก ผ้าอยู่ทรงไม่ต้องรีด ตรงตามสโลแกน ซึ่งมีสีให้เลือกหลากหลายสี หลากหลายทรง ทั้งคอกลม คอวี แขนยาว เสื้อยืดสกรีนลาย ไปจนถึงเสื้อโปโล รวมถึงมี Sizechart ให้เลือกหลากหลาย และ มีสินค้าด้วยกันทั้งหมดมากกว่า 7,000 SKU มีสาขาในห้างสรรพสินค้ากว่า 60 สาขา ที่จัดจำหน่ายในราคาสบายกระเป๋า จับต้องได้ เข้าถึงคนหมู่มาก ใส่ใจในคุณภาพและการผลิต ตลอดจนบริการหลังการขาย

ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เริ่มใหม่ จำกัด  กล่าวว่า  “เราเริ่มต้นจากเสื้อยืด และเติบโตมาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านการพัฒนาคุณภาพสินค้าจนได้รับการยอมรับ และยอดขายที่น่าประทับใจ ทั้งหมดเกิดจากการตั้งใจฟังลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ และในโอกาสครบรอบ 6 ปีของยืดเปล่า เราคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภค และสร้างสินค้าที่มากไปกว่าเสื้อยืดเพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยการเพิ่ม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เสื้อยืด “New Ultrasoft Non-Iron” เสื้อยืดตัวละ 100 ในตำนานโฉมใหม่ ซึ่งเป็นเสื้อยืดขวัญใจมหาชนที่เรานำมาอัปเกรดใหม่ให้ดีขึ้นตามเสียงเรียกร้องของลูกค้า กางเกงยีนส์ยืด “New Smooth Stretch Jeans Collection” ครั้งแรกที่ยืดเปล่าลุกขึ้นมาทำกางเกงยีนส์ยืด และถุงเท้ายืด “New Ultra-Fit Socks Collection” โดยทั้งหมดยังคงยึดเอกลักษณ์ของยืดเปล่าคือ “ยืดแต่ไม่ย้วย” ไว้เช่นเดิมเอาใจสายแฟชั่นในราคาเข้าถึงง่าย ได้ไอเท็ม 3 ชิ้น Total Look ในราคาไม่ถึง 1,000 บาท 

3 สิ่งที่สะท้อนความเป็น Total Look Brand ของยืดเปล่า 1.กางเกงยีนส์ยืด New Smooth Stretch Jeans Collection ครั้งแรกที่ยืดเปล่าลุกขึ้นมาทำกางเกงยีนส์ยืด ที่ผสานทั้งความคลาสสิกและความสบายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านนวัตกรรมที่ช่วยให้ยืดหยุ่น ระบายอากาศ กระชับรูปร่างแต่ไม่รัดแน่น ความเคลื่อนไหวแบบไร้ขีดจำกัดเหมาะกับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน มีด้วยกัน 2 รุ่นคือ New Slim Jeansรุ่นเอวยางยืด+เชือก มีทั้งหมด 3 สี คือ Light Blue/ Denim/Black ราคา 590 บาท รุ่น New Straight Leg Jeans มีทั้งหมด 3 สี คือ Fade Light Blue/Fade Denim/Fade Black ราคา 590 บาท

2.ถุงเท้ายืด New Ultra-Fit Socks Collection ถุงเท้าที่ยืดแต่ไม่ย้วย คงรูปได้ดี ด้วยผ้าคอตตอน ไนลอนผสมไลก้า คุณสมบัติยางที่ยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยม ใส่ได้นานไม่เสียรูป แม้ผ่านการซักหลายครั้ง เนื้อผ้าหนากำลังดีนุ่มใส่สบาย ลดกลิ่นเหม็นอับจากเท้า ใส่ได้ทุกสภาพอากาศ ผ้าระบายอากาศได้ดี มีทั้งหมด 15 สี ราคา 90 บาท 3.เสื้อยืดตัวละ 100 ในตำนานโฉมใหม่ New Ultrasoft Non-Iron คงความ “ยืดแต่ไม่ย้วย” อย่างเป็นเอกลักษณ์ไม่หด ยับยาก ไม่ต้องรีด ส่วนผสมเนื้อผ้าแบบใหม่ สัมผัสที่นุ่มและแน่น สวมใส่สบาย ใช้เทคโนโลยีการทอ ที่ละเอียดขึ้น ไม่ย้วย รับรู้ได้ตั้งแต่สัมผัสแรก ไม่เป็นขุยช่วย Complete Look ได้ง่ายๆ มีสีใหม่ๆ ทั้งหมด 18 สีเพิ่มไซส์จาก S-6XL ครอบคลุมทุกสรีระ (ยกเว้นรุ่น Long-sleeve  มีถึงไซส์ 4XL) ราคาคุ้มค่า ตัวละ 100 เท่าเดิม

สามารถสั่งซื้อสินค้ารุ่นใหม่ที่สะท้อนความเป็น Total Look Brand เหล่านี้ได้ด้วยการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Facebook : https://www.facebook.com/Yuedpao Instagramhttps://www.instagram.com/yuedpao Websitehttps://yuedpao.com และผ่านหน้าร้านยืดเปล่าทุกสาขา โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมสาขาที่จัดจำหน่ายได้ที่ https://www.facebook.com/Yuedpao

จุฬาฯ ร่วมกับ BGI ประกาศความร่วมมือวิจัย CHANGS วิเคราะห์สุขภาพแบบองค์รวมของประชากรสูงวัยในไทย

จุฬาฯ ร่วมกับ BGI ประกาศความร่วมมือวิจัย CHANGS วิเคราะห์สุขภาพแบบองค์รวมของประชากรสูงวัยในไทย

จุฬาฯ ร่วมกับ BGI ประกาศความร่วมมือวิจัย CHANGS วิเคราะห์สุขภาพแบบองค์รวมของประชากรสูงวัยในไทย

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ BGI (Beijing Genomics Institute) ประกาศความร่วมมือในโครงการวิจัย CHANGS (Comprehensive Health Analysis for AgiNG Study) เพื่อการวิเคราะห์สุขภาพแบบองค์รวมของประชากรสูงวัยในประเทศไทย ณ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) นำโดย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้รับมอบอำนาจจาก ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.หวัง เจียน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน BGI Group เป็นผู้แทนลงนาม

ความร่วมมือในโครงการ CHANGS นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สุขภาพของประชากรสูงวัยในประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยีโอมิกส์ (omics technology) และปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ผล (AI based bioinformatics) โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบในการรวบรวมตัวอย่างจากอาสาสมัคร และข้อมูลทางคลินิก และ BGI จะสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล

โครงการ CHANGS จะเป็นโครงการวิจัยที่สำคัญยิ่งในการทำความเข้าใจกระบวนการชราภาพของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคในผู้สูงอายุ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ของโครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรสูงวัย เพิ่มศักยภาพ ในการดูแลตนเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุที่แข็งแรง และมีความสุข โดยคาดว่าวิธีการวินิจฉัยและการรักษาที่ได้จะเกิดประโยชน์แก่ผู้สูงอายุและสังคมทั่วโลกต่อไป

นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ BGI ยังได้ร่วมมือกันในโครงการ “Chula-BGI Joint Talent Training Program” เพื่อพัฒนานักศึกษาและบุคลากร ในสาขาที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาบุคลากร สำหรับงานวิจัยด้านนี้ต่อไปด้วย โดยมี ศ.นพ.เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์หัวหน้าโครงการผู้สูงวัยสุขภาพดีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย และ ดร.มิเกล เอสเตบันหัวหน้าโครงการจาก BGI ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม

ร้านอาหารเครืออิมแพ็ค สร้างสรรค์เมนูเติมความหวาน เดือนแห่งความรัก

ร้านอาหารเครืออิมแพ็ค สร้างสรรค์เมนูเติมความหวาน เดือนแห่งความรัก

ร้านอาหารเครืออิมแพ็ค สร้างสรรค์เมนูเติมความหวาน เดือนแห่งความรัก

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มร้านอาหารเครืออิมแพ็ค ภายใต้การดำเนินงานของอิมแพ็ค เมืองทองธานี ต้อนรับเดือนแห่งความรักกับเมนูอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มสุดพิเศษ ให้ทุกคู่รักมาเติมความสุขและมอบความหวานให้แก่กัน พบเมนูสุดสร้างสรรค์จากฝีมือเชฟคุณภาพ พร้อมส่วนลดพิเศษจาก 6 ร้านชั้นนำตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นี้

เริ่มที่ร้านแรก อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ ณ ริมทะเลสาบเมืองทองธานี แนะนำเมนู “Lover’s Carbonara Pizza” พิซซ่าคาร์โบนาราอบเตาถ่านที่ทำสดใหม่ ขนาด 12 นิ้ว แต่งแต้มสีชมพูด้วยสีธรรมชาติจากบีทรูท เพิ่มความอร่อยด้วยซอส Béchamel เข้มข้นหอมมัน พร้อมปารีสแฮมทำเป็นรูปหัวใจ และ “Hidden Heart” ครบครันทั้งไอศกรีมรสช็อกโกแลต บราวนี่ และสตรอว์เบอร์รี่ ราดด้วยซอสช็อกโกแลต และพิเศษสุดเฉพาะวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ลูกค้าสามารถจองโต๊ะบนแพที่นั่งริมน้ำสำหรับ 2 ท่าน (โต๊ะมีจำนวนจำกัด) โดยเงินมัดจำสามารถใช้แทนค่าอาหารและเครื่องดื่มในวันที่ 14 กุมภาพันธ์เท่านั้น พร้อมรับฟรี เครื่องดื่มสำหรับ 2 ท่าน และดอกกุหลาบเป็นของที่ระลึกวันวาเลนไทน์ สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-0331851 เฟซบุ๊ก : IMPACT Lakefrontและ LINE Official Account : @impactlakefront

ร้านสึโบฮาจิ ต้นตำรับอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะอันดับ 1 จากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ยกขบวนของหวานสไตล์ฮอกไกโด ต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ 9 เมนูมาให้ลิ้มลอง ได้แก่ “เกียวโตอุจิมัทฉะพุดดิ้ง” “ไอศกรีมมัทฉะเยลลี่” “ช็อกโกแลตมูสเค้ก” “ชิราทามะ คินาโกะ” “คริสตัลโมจิ” “ชิราทามะถั่วแดงร้อน” “ชิราทามะ ฮานามิดังโงะ” “โรลเดอมัทฉะ” และ “ซากุระคริสตัลพุดดิ้ง” ให้บริการเฉพาะรับประทานที่ร้าน “สึโบฮาจิ” ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาเดอะ พอร์ทอล) สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-0002180 เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม : TsubohachiTh และ LINE Official Account : @tsubohachith 

ร้านกาแฟคุณภาพระดับโลก เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ แนะนำ 2 เมนูเครื่องดื่มแสนสดใสหอมหวาน ได้แก่ “Cupid’s Charm” ส่วนผสมที่ลงตัวของชากุหลาบ น้ำผึ้ง ไซรัปรสส้ม และเจลลี่มะพร้าว ต่อด้วย “Destiny’s Brew” เมนูกาแฟสุดครีเอทที่มีส่วนผสมของน้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว ไซรัปรสสตรอว์เบอร์รี่ โซดา และเอสเปรสโซ่ชอต สามารถลิ้มลองได้ที่ทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง LINE Official Account: @TCA_thailand เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม TheCoffeeAcademicsTH 

ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริชผับ ณ ล็อบบี้ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชวนทุกคนฉลองเดือนแห่งความรักด้วยหลากหลายเมนูสไตล์ไอริช พร้อมเติมความหวานด้วย 2 เครื่องดื่มสุดพิเศษ ได้แก่ “First Kiss” บาท และ “Forever Love” สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-8334288 เว็บไซต์ www.flann-obriens.com และเฟซบุ๊ก : Flann O’Brien’s Irish Pub

เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่ ร้านอาหารสไตล์เรโทร ณ ชั้น 1 อาคาร เดอะ พอร์ทอล ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ติดกับ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี) ชวนมาเติมความหวานกับ 3 เมนูเครื่องดื่ม ได้แก่ “First Kiss” “Forever Love” และ “Puppy Love” เครื่องดื่มตกแต่งได้อย่างน่ารัก ดื่มแล้วเหมือนได้ย้อนยุคไปช่วง 80-90 สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-0062054 เฟซบุ๊ก : Retro Bar and Cafe

“ซิกส์ ซีโร่ การาจ แอนด์ โรสเตอร์”  ร้านกาแฟล่าสุดในเครืออิมแพ็ค เมืองทองธานี พื้นที่ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักรถและกาแฟพิเศษ แนะนำ 2 เครื่องดื่มสุดชิคที่แฝงด้วยความหวาน ได้แก่ “Pink Cloud” ที่มีส่วนผสมของไซรัปกลิ่นแตงโม น้ำมะนาว โซดา และไซรัปกลิ่นกุหลาบ พร้อมครีมนุ่มๆ และ “Hard to Love” ดื่มด่ำกับความหวานจากไซรัปสตรอว์เบอร์รี่ตัดกับรสเข้มจากกาแฟคุณภาพดี ผสานความหอมหวานจากชีสเค้กและวิปครีม “ซิกส์ ซีโร่ การาจ แอนด์ โรสเตอร์” ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคารจอดรถ P 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามเพิ่มเติมโทร.081-2340858

คุณแหน : 11 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 11 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 11 กุมภาพันธ์ 2568

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● อีกครั้งที่เขาแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมของ“ONE CHAMPIONSHIP” ปัจจุบันเป็น SOFT-POWER อันดับหนึ่งของไทยอย่างชัดเจน ซีอีโอ ชาตรี ศิษย์ยอดธง จัดการถ่ายทอดสดการแข่งขันมวยไทยนัดประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดสดไป 198 ประเทศเฉพาะผู้ชมชาวไทยในอิมแพ็คมีจำนวนกว่า 3 หมื่นคนคู่มวยเอกชิงแชมป์โลกที่มีผู้รอชมมากกว่า 500 ล้านคนประกอบด้วยคู่ซูเปอร์สตาร์ ตะวันฉาย V. ซุปเปอร์บอนและคู่ นิโค V. นาบิล ซึ่งผลการแข่งขันออกมาแบบตื่นเต้นประทับใจแฟนๆ ทั่วโลก บิ๊กบอสชาตรีเองใจป้ำควักกระเป๋าจ่ายค่าโบนัสให้ผู้ชนะนับสิบล้านบาท… แต่ที่เป็นปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายของวงการคือ T.V. RATING ของรายการถ่ายทอดสดวันนั้นทะลุเพดานสูงกว่า 5 เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจผู้อ่าน เรตติ้งรายการละครทีวียอดฮิตจะอยู่ที่ 2 ถึง 3 ฉะนั้นหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะ กก. ชุด ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติโปรดส่งเสริมเป็นกำลังใจให้ผู้ทำความดีสนองนโยบายรัฐด้วย…

●● ถ้าเป็นการแข่งขันกีฬาไฟนอลเขาจะเรียกว่า “นัดหยุดโลก” หมายถึงการแข่งขันที่สูสีตื่นเต้นจนพลาดชมไม่ได้ สืบเนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกสมาคมกีฬาทางน้ำฯ พ้นจากตำแหน่งจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะลงชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 มี.ค. 2568 วงการต่างทราบดีว่ามีผู้ถวิลหาตำแหน่งดังกล่าว จำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน เพราะความมีเกียรติและบารมีทั้งในและนอกประเทศ แต่ก็ใช่ว่าใครที่ไหนจะเข้ามารับเลือกได้ จึงมีการเก็งกันว่าแคนดิเดตน่าจะเป็นสองแคนดิเดตคุณภาพสูงกล่าวคือ รายแรก รศ.พิมล ศรีวิกรม์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมเทควันโดฯ มีผลงานได้รางวัลระดับโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญทองโอลิมปิกจาก พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ส่วนรายที่สองนั้นยังไม่ได้มีการเปิดตัวชัดเจนวงการคาดคะเนว่าคือ บิ๊ก.ส…. อย่างไรก็ดีเรากลับมีความเห็นแตกต่างว่าในที่สุดแล้วจะเป็นการแข่งขันตัดเชือกระหว่างแคนดิเดตรายแรกที่กล่าวถึงกับ “WRITE-IN” แคนดิเดตรายเซอร์ไพรส์ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตันฯ ผู้อยู่เบื้องหลังการคว้ารางวัลนานาชาติมากมายมาเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย…

●● ปีนี้โรงเรียนอัสสัมชัญก่อตั้งมาครบ 140 ปี งานคืนสู่เหย้าชาวอัสสัมชนิกทุกรุ่น จัด 16 ก.พ.นี้ ตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไป ที่อัสสัมชัญ บางรักโดยมี Theme ในการจัดงานว่า Always Connectedรวมพลังสู่ทุกรุ่น หนึ่งในศิษย์เก่าดีเด่น พล.ร.ต. กฤษดิ์กมล กีรติบุตร ส่งข่าวมา…

●● ยินดีกับ รุ่งนภา จักรพันธุ์ฯ โอกาสที่ ร้านไอศกรีมไอซ์เดียของ พริมา หวั่งหลี ลูกสาวเปิดกิจการมาครบ20 ปีแล้ว ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ศูนย์ศิลปะ กรุงเทพมหานครเยื้องมาบุญครอง และสนามกีฬาแห่งชาติ…

●● บริษัทไดนาสติ๊กเซรามิก จำกัด (มหาชน) ของ รุ่งโรจน์ แสงศาสตรา ได้รับรางวัลจากคณะบัญชี จุฬาฯมาแล้วเมื่อปีก่อน มาปีนี้ บุตรชาย มารุต CEO ของบริษัทฯ เข้ารับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brand. จาก Chulalongkorn Business School ประจำปี 2567 เป็นปีที่สองติดต่อกัน ขอแสดงยินดีด้วย…

●● เต็มดวง จาตุรจินดา จัดบุฟเฟ่ต์ให้กลุ่มเล็กๆ ชาวสิงห์ดำ 21 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาพบปะสังสรรค์ รับทานอาหารอร่อยๆ ด้วยกัน …เมนูที่ขาดไม่ได้ต้องยกให้ ขนมจีนน้ำพริก ที่ฮอตช๊อป สุขุมวิท 41…

●● มี.ค.นี้ วิทเยนทร์ มุตตามระ จะนำลูกทัวร์ไปทริปเมืองจีน ข่าวว่า กนก รักษ์วงศ์สกุลไม่พลาดแน่ เพราะอยากไปตามรอยพระนางบูเช็กเทียนไปชมสุสานทหาร ยลดอกโบตั๋นดอกใหญ่เท่าใบหน้าคนที่เมืองหยวนหยาง และอื่นๆ อีกมากมาย…

●● ส่งข่าวล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องมานานปี ถึงกำหนดวันงาน 15 ก.พ.นี้ ที่มธ.รุ่น 2513-2516 นัดทำกิจกรรมร่วมกัน ในวาระแห่งรุ่น โอกาสเรียนจบกันมา 55 ปี เริ่มตั้งแต่ 09.00 น.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนที่ล่วงหน้าไปรอรับที่สวรรค์ ต่อด้วยสังสรรค์ รับทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี ใน Theme : A time for us เสร็จแล้วไปเชียร์ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ที่สนามศุภชลาศัย ใครแพ้ ใครชนะไม่สำคัญ…ธรรมศาสตร์รักกัน ก็เพียงพอแล้ว !!…●●

บารอนเนส