บุญถาวร ผุดแคมเปญ ‘Tile Expo’ ชวนส่องเทรนด์กระเบื้องแห่งปี 2025

บุญถาวร ผุดแคมเปญ ‘Tile Expo’ ชวนส่องเทรนด์กระเบื้องแห่งปี 2025

บุญถาวร ผุดแคมเปญ ‘Tile Expo’ ชวนส่องเทรนด์กระเบื้องแห่งปี 2025

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.40 น.

บุญถาวร ชวนอัปเดทเทรนด์กระเบื้อง กับแคมแปญ “Tile Expo 2025” งานที่ครบครันด้วยสินค้ากระเบื้องจากแบรนด์ชั้นนำในประเทศและกระเบื้องนำเข้า ดีไซน์สวยเก๋ หรูหรา ตอบโจทย์ทุกสไตล์ อาทิ  MILESTONE, PORCELANOSA , B:ITALIA , GANI , PARISCASA , GELATO , ฯลฯ

เทรนด์กระเบื้องในปีนี้เน้นการเชื่อมโยงของวัสดุตกแต่งและความเป็นธรรมชาติในรูปแบบที่เรียบง่ายและร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดของวัสดุที่โดดเด่นทั้งสีสัน มิติ และผิวสัมผัสที่สมจริง พร้อมทั้งคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และดูแลรักษาง่าย มุ่งเน้นการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กระเบื้องขนาดใหญ่พิเศษ (Big Slab) กลายเป็นจุดเด่นที่ตอบโจทย์การออกแบบพื้นที่สมัยใหม่ ด้วยความสามารถในการลดรอยต่อของพื้นผิว สร้างความต่อเนื่องของการตกแต่ง ทั้งในพื้นที่ภายในและภายนอก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมิติความงามในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ผนังห้องน้ำ โต๊ะครัว ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์แบบ custom-made ซึ่งช่วยยกระดับความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน

นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่แสดงศักยภาพของเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอุตสาหกรรมกระเบื้อง โดยช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับลวดลายและผิวสัมผัส สามารถสร้างสรรค์ลวดลายที่มีความซับซ้อนและปรับแต่งเฉพาะตัว ตอบโจทย์นักออกแบบที่ต้องการงานกระเบื้องที่แสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์และศิลปะ

แรงบันดาลใจจากองค์ประกอบของธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเทรนด์กระเบื้องในปีนี้ ตั้งแต่โทนสีเอิร์ธโทนและพื้นผิวที่สมจริง ไปจนถึงลวดลายที่โดดเด่นในโทนสีอัญมณีสุดหรู ความสมดุลระหว่างธรรมชาติ ความยั่งยืน และการแสดงออกทางศิลปะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยกลายเป็นประสบการณ์ที่มีชีวิตชีวา พร้อมเติมเต็มความพิเศษให้กับทุกมุมของการใช้ชีวิตสมัยใหม่

พบกับ Tile Expo เทรนด์กระเบื้องแห่งปี 2025 ที่บุญถาวร และ เลือกช้อปสินค้ากระเบื้องนวัตกรรมและกระเบื้องนำเข้า สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว และสินค้าตกแต่ง ของใช้ภายในบ้าน ลดสูงสุด 80% , รับทองคำสูงสุด 2 สลึง เมื่อช้อปกระเบื้องนำเข้าครบ 1,000,000 บาท , รับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข , สิทธิพิเศษบัตรเครดิต รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100,000 บาท เมื่อชำระเต็มจำนวน หรือ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน รับเครดิตเงินคืน สูงสุด 50,000 บาท ที่บุญถาวรทุกสาขา ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคมนี้ เท่านั้น

สุขยิ่งขึ้นกับการช้อปสุดคุ้มและได้ลดหย่อนภาษีกับ “Boonthavorn Easy E-Receipt 2.0” ช้อปง่าย … ลดหย่อนได้ชัวร์  เมื่อช้อปสินค้า 30,000* บาท รับเงินคืนภาษีสูงสุด 10,500 บาท พร้อมออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ???? – ???????????? ???????????????????????????? & ???? – ???????????????????????????? จัดเก็บง่าย สะดวกทุกการซื้อ ตั้งแต่ วันนี้ – 28 ก.พ. 68 ที่บุญถาวรทุกสาขา และช้อปออนไลน์

ติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ของบุญถาวร ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.boonthavorn.com   และ http://www.facebook.com/boonthavorn   

-(016)

อว.เยี่ยมชม ม.บูรพา พร้อมหนุนเป็นมหาวิทยาลัยขุมทรัพย์ทางปัญญาแห่งภาคตะวันออก

อว.เยี่ยมชม ม.บูรพา พร้อมหนุนเป็นมหาวิทยาลัยขุมทรัพย์ทางปัญญาแห่งภาคตะวันออก

อว.เยี่ยมชม ม.บูรพา พร้อมหนุนเป็นมหาวิทยาลัยขุมทรัพย์ทางปัญญาแห่งภาคตะวันออก

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.35 น.

นางสาววราภรณ์  รุ่งตระการ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหาร อว. รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวง พร้อมผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานมหาวิทยาลัยบูรพา โดยมี รศ.ดร. วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ผศ.ดร.สวามินี ธีระวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายแผนยุทธศาสตร์และนโยบาย มหาวิทยาลัยบูรพา และผู้บริหารมหาวิทยาลัยบูรพา ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม P2 1001 ชั้น 10 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี

นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยที่กระทรวง อว. มองเห็นศักยภาพและเลือกที่จะใช้เป็นมหาวิทยาลัยนำร่องแรก ๆ ในการพัฒนาการอุดมศึกษาของประเทศไทย กระทรวง อว. พร้อมที่จะผลักดันและสนับสนุนมหาวิทยาลัยบูรพาอย่างรอบด้าน โดยขอให้ทางมหาวิทยาลัยมีการติดตามผลการดำเนินการของหลักสูตรต่าง ๆ ที่ได้จัดตั้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำรวจผู้สำเร็จหลักสูตรนั้น ๆ ว่ามีตำแหน่งงานรองรับ รวมทั้งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากน้อยเพียงใด ควรที่จะได้รับการปรับปรุงในด้านใดเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อกระทรวง อว. จะได้รับพัฒนาต่อให้หลักสูตรต่างๆ มีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน ผศ.ดร.สวามินี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นมหาวิทยาลัยหลักในภาคตะวันออกของประเทศไทย มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยบูรพาจัดเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ที่ดีที่สุด 3 อันดับแรกของมหาวิทยาลัย กลุ่มที่ 2  ซึ่งเป็นกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (Technology Development and Innovation) และอยู่ใน 300 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยทั้งหมดในทวีปเอเชียตามการจัดอันดับของ THE World Rankings ในปี พ.ศ. 2571 โดยมีแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยที่ใช้ดำเนินการมุ่งสู่วิสัยทัศน์ ได้แก่ การสร้างผู้เรียนและผู้ประกอบการสมรรถนะสูงที่มีขีดความสามารถระดับสากล เป็นมหาวิทยาลัยหลักด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นองค์กรประสิทธิภาพสูงเพื่อความยั่งยืน และการพัฒนา Innovation Catalyst Ecosystem เพื่อการสร้างนวัตกรรมและผู้ประกอบการ 

ผศ.ดร.สวามินี กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยบูรพามุ่งขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปพร้อมกับกระทรวง อว. โดยมีแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบ่มเพาะและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยในเครือข่ายภาคตะวันออก รองรับหลักสูตรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแต่งตั้งหรือมอบหมายผู้ตรวจสอบและการตรวจสอบการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 รวมทั้งการสนับสนุนด้านการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เช่น การจัดซื้อฐานข้อมูลในภาพรวม เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถเข้าใช้งานฐานข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยได้อย่างตรงจุดและมีทิศทางถูกต้อง

-(016)

เติมเต็มรักด้วยเรือนเวลาสุดคลาสสิกจากแบรนด์ “มิโด”

เติมเต็มรักด้วยเรือนเวลาสุดคลาสสิกจากแบรนด์ “มิโด”

เติมเต็มรักด้วยเรือนเวลาสุดคลาสสิกจากแบรนด์ “มิโด”

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.17 น.

เติมเต็มบรรยากาศความรักให้หวานชื่นในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้ด้วยการเลือกเรือนเวลาสุดพิเศษมอบเป็นของขวัญแทนใจให้คนพิเศษ ด้วยเรือนเวลาจากแบรนด์ “มิโด” (MIDO) ที่ล่าสุดได้แนะนำเรือนเวลาหลากคอลเลกชั่นที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญแก่คนรัก ซึ่งประกอบด้วย เรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดแบบทีวีสุดคลาสสิกจากคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊กเดท” (Multifort TV Big Date) และ “มัลติฟอร์ท ทีวี 35” (Multifort TV 35) พร้อมให้ทุกคู่รักได้เฉลิมฉลองเดือนแห่งความรักสุดแสนพิเศษนี้

“มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน

โดยคอลเลกชั่นเรือนเวลาที่ทาง  “มิโด” (MIDO) แนะนำสำหรับมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความรักนี้ ประกอบด้วยคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊กเดท” (Multifort TV Big Date) เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของรูปทรงหน้าปัดทีวีสไตล์วินเทจ โดยมี 2 เรือนดีไซน์ ได้แก่ ตัวเรือนที่มีกรอบหน้าปัดเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ พร้อมการตกแต่งหน้าปัดด้วยการไล่สีน้ำตาลไปจนเป็นเป็นสีดำเข้มบริเวณขอบนาฬิกา เข้าคู่กับสายนาฬิกายางโทนสีน้ำตาลช็อกโกแลตสุดหรูหรา และอีกตัวเรือนมาในดีไซน์กรอบหน้าปัดแสตนเลสสตีลที่มีการตกแต่งหน้าปัดไล่สีสว่างจากบริเวณตรงกลางไปจนเป็นสีดำเข้มบริเวณขอบหน้าปัดสุดโดดเด่น พร้อมจับเข้าคู่กับสายนาฬิกายางสีส้มสุดไอคอนิกที่เป็นสีประจำแบรนด์มิโด โดยขนาดหน้าปัดของทั้ง 2 เรือนดีไซน์ จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร พร้อมการขับเคลื่อนทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติที่ทรงพลังอย่างคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) อันเป็นหัวใจหลักที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยมอบความเที่ยงตรงและความน่าเชื่อถือ ด้วยการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง เสริมความแข็งแรงด้วยบาลานซ์สปริงจากนิวาครอง (Nivachron™) ที่ผลิตโดยเทคโนโลยีขั้นสูง เสริมความทนทานต่อแรงกระแทกและแรงสนามแม่เหล็กได้เป็นอย่างดี ส่วนบริเวณหน้าปัดมีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (Big Date) ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊กเดท (Multifort TV Big Date) รวมถึงเข็มนาฬิกาที่มีทั้งเข็มนาทีและชั่วโมง พร้อมหมุดบอกเวลา ถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างสะดวกสบาย ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อนแสงทั้งสองด้าน และคุณสมบัติในการกันน้ำลึกในระดับ 10 บาร์ หรือ 100 เมตร

คอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท ทีวี 35” (Multifort TV 35) ที่มาพร้อมกับ 2 เรือนดีไซน์เด่นสุดเฟมินีน ในขนาดหน้าปัด 35 มิลลิเมตร โดย 1 ตัวเรือนมาในดีไซน์ ตัวเรือนและสายสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีโรสโกลด์สุดหรู พร้อมการตกแต่งหน้าปัดไล่เฉดสีจากสีน้ำตาลบริเวณตรงกลางหน้าปัดไปจนเป็นสีดำเข้มบริเวณขอบ และอีก 1 ตัวเรือน มาในดีไซน์ตัวเรือนและสายสแตนเลสสตีลสีเงินสุดคลาสสิก พร้อมหน้าปัดที่ตกแต่งไล่โทนสีสุดโดดเด่นจากสีสว่างบริเวณตรงกลางไล่เฉดไปจนเป็นสีดำเข้มบริเวณขอบหน้าปัด โดยทั้ง 2 ตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 72 (Caliber 72) ซึ่งเป็นกลไกที่ยอดเยี่ยม สามารถสำรองพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงจากนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยเสริมความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและแรงสนามแม่เหล็กได้เป็นอย่างดี พร้อมการเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) บนเข็มนาฬิกาทั้งเข็มชั่วโมงและนาที และหมุดบอกเวลา นอกจากนี้ตรงบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ถูกแทนที่ด้วยช่องบอกวันที่ (Date) พร้อมครอบทับหน้าปัดตัวเรือนด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน  และคุณสมบัติในการกันน้ำลึกในระดับ 10 บาร์ หรือ 100 เมตร

ร่วมเลือกสรรเรือนเวลาแทนใจมอบให้คนรักด้วยเรือนเวลาจากแบรนด์ “มิโด” (MIDO) กับคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊กเดท” (Multifort TV Big Date) และ “มัลติฟอร์ท ทีวี 35” (Multifort TV 35) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์  http://www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0200

038

ถ้าป่วยเป็นมะเร็งปอดผมจะรอดมั้ยครับ?

ถ้าป่วยเป็นมะเร็งปอดผมจะรอดมั้ยครับ?

ถ้าป่วยเป็นมะเร็งปอดผมจะรอดมั้ยครับ?

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.06 น.

ในยุคฝุ่น PM.25 มหันตภัยด้านมลพิษคุกคามคนไปทั่วโลก  ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งปอดมากขึ้น … ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษามากขึ้น อีกทั้งยังพบผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดที่มีอายุที่น้อยลงมากขึ้นเรื่อย ๆ  ปัจจุบันมีคำถามยอดฮิต เช่น  ผมเจอมะเร็งปอด แล้วผมอยู่นานรึเปล่า?,หรือจะมีโอกาสรอดหรือมั้ย ? จากสถิติของข้อมูลจากสถาบันมะเร็งนานาชาติ พบว่าหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในโลก คือ “มะเร็งปอด” และมีอัตราการตายจากโรคมะเร็งที่สูงที่สุด ก็คือ “โรคมะเร็งปอด” นั่นเอง

รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ ทรวงอกเฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้องในช่องทรวงอก โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เผยว่า ในส่วนของมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการและมักมาหาแพทย์ด้วยความรวดเร็วขึ้น เนื่องจาก มะเร็งเต้านมอยู่ภายนอกสามารถคลำได้ เจอได้ก่อนที่จะลุกลาม ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีอาการเตือนเป็นช่วง ๆ เช่น ถ่ายอุจจาระผิดปกติ  มีเลือดออก ส่วนมะเร็งปอด โดยส่วนมากแล้วคนไข้มักจะมาหาแพทย์ด้วยระยะที่เป็นมากแล้ว เพราะปอดเป็นอวัยวะภายในและมักไม่มีการแสดงอาการในระยะแรก โดยปอดมีพื้นที่เยอะ ก้อนมะเร็งแค่ 1 เซนติเมตรหรืออาจไม่ถึง 1% ของพื้นที่ปอด ซึ่งกว่าที่จะมีอาการก็มักจะเป็นมากแล้ว ดังนั้นการรักษาเลยได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร  ผู้ป่วยที่มาครั้งแรกจากโรคมะเร็งปอดจำนวนกว่า 60 – 70% มักจะตรวจเจออุบัติการณ์ของโรคในระยะที่ 4 ส่วนระยะที่ 3 จะอยู่แค่ประมาณ 20%และในระยะที่ 1 – 2 จะอยู่รวมกันประมาณ 15 – 20% เท่านั้น

ปัจจุบันวิธีการตรวจที่มีการศึกษาและยืนยันว่าจะช่วยลดอัตราการตายของมะเร็งปอด คือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดรังสีต่ำ (Low-dose Computed Tomography: LDCT ) ซึ่งจะช่วยให้วินิจฉัยก้อนมะเร็งได้รวดเร็วขึ้น วิธีการนี้มักจะเหมาะสมกับคนไข้ที่มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งสูง เช่น คนไข้ที่สูบบุหรี่หนักและเป็นเวลานาน โรคมะเร็งปอดนั้นเราสามารถรักษาได้ทั้งการผ่าตัดและการให้ยารักษา เช่น การใช้ยาเคมีบำบัด  ยาพุ่งเป้าหรือการฉายแสง โดยเฉพาะคนไข้ที่เจอโรคในระยะเริ่มต้น การผ่าตัดมักมีโอกาสหายขาดได้มาก อีกทั้งยิ่งเป็นการผ่าตัดส่องกล้องขั้นสูง เช่น การผ่าตัดแบบจุดเดียวจะส่งผลทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนกว่าการผ่าตัดแบบเปิด เวลาผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว มักจะถูกมองว่าเค้าอาจจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน  แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกปัจจุบันไม่ใช่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เรามีการรักษาโรคมะเร็งปอดที่รักษาให้หายขาดได้ หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งปอดที่แพร่กระจายแล้ว คนไข้ก็ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาว สามารถที่จะมีชีวิตอยู่อย่างใกล้เคียงเป็นปกติได้

สำหรับในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา โอกาสรอดชีวิตที่ 5 ปี ของคนไข้มะเร็งปอดเมื่อระยะที่ 1 จะมีมากถึง 80-90% และ ระยะ 2 โอกาสรอด 50-70% ส่วนในระยะ 3 โอกาสรอด 30-50% และในระยะ 4 โอกาสรอด 0 – 20% โดยการรักษาในปัจจุบันมีการใช้ยามุ่งเป้าสำหรับผู้ป่วยที่มีลักษณะทางพันธุกรรมของมะเร็งปอด  เช่น  EGFR,ALK,ROS-1 นั้น ๆ ทำให้คนไข้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น และผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผู้ป่วยต้องเข้าถึงการรักษาให้เร็วที่สุดและต้องร่วมมือในการรักษาและ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “อย่าหลงทาง” ถ้าผู้ป่วยหลงทางไปรักษาในวิธีที่ไม่เหมาะสม ก็จะทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาส ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือ ผู้ป่วยต้องไม่เสียโอกาส ต้องรีบใช้โอกาสที่จะรักษาให้หายและรักษาโรคมะเร็งปอดนี้ไว้ให้ได้ โดยโดยปรึกษาผ่านเพจเฟซบุ๊ก ผ่าตัดปอดโดย รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้องในช่องทรวงอก โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้ที่ Lineid:@lungsurgeryth หรือเว็บไซต์ https://www.siradoctorlung.com 

038

‘JOURNAL’จัดเวิร์คช็อปกับเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังพร้อมเปิดตัวน้ำหอม 4 กลิ่นใหม่

'JOURNAL'จัดเวิร์คช็อปกับเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังพร้อมเปิดตัวน้ำหอม 4 กลิ่นใหม่

‘JOURNAL’จัดเวิร์คช็อปกับเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังพร้อมเปิดตัวน้ำหอม 4 กลิ่นใหม่

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.03 น.

เติมเต็มไลฟ์สไตล์ พร้อมเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจด้วยน้ำหอมสัญชาติไทยจากแบรนด์ “JOURNAL” ที่ล่าสุด ธนัญญา สุธีรชัย Managing Director และหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ JOURNAL ได้จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป  เทคนิคการเลือกกลิ่นหอมที่ชื่นชอบเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ พร้อมเปิดตัวน้ำหอม 4 กลิ่นใหม่จากคอลเลกชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า “One For The Road” น้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีที่ขึ้นชื่อของเมืองไทย ซึ่งประกอบไปด้วยกลิ่น นิมมานเหมินท์ (Nimmanhaemin Perfume)ข้าวสาร (Khaosan Perfume), สีลม (Silom Perfume) และ ทองหล่อ (Thonglor Perfume) นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนเหล่าเซเลบริตี้สาวสวย อาทิ พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ และวาริธร กันท์ไพบูลย์ ร่วมเลือกกลิ่นหอมที่ชื่นชอบ พร้อมแชร์เรื่องราวการเดินทางสุดประทับใจในวันช่วงหยุดยาวที่ผ่านมานี้ด้วย

“JOURNAL” เป็นแบรนด์น้ำหอมไทยที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรม และตำนานเรื่องเล่า เข้ากับศาสตร์การปรุงน้ำหอมสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดกลิ่นหอมที่สะท้อนตัวตนและความงามของธรรมชาติไทย เราเลือกใช้ Essential Oil จากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไม้หอม ดอกไม้ สมุนไพร และผลไม้ที่ได้รับการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้กลิ่นที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ที่สุด JOURNAL ลดการใช้สารสังเคราะห์ (Synthetic) และเลือกใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นส่วนผสมหลักเพื่อลดปริมาณแอลกอฮอล์ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย

โดยน้ำหอมคอลเลกชั่น One For The Road; A Journey into City Nights การเดินทางยามค่ำคืน กลิ่นหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับและน่าค้นหา เสมือนการเดินทางบนท้องถนนของเมืองไทยในยามค่ำคืนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียง ชวนทุกคนร่วมสัมผัสเสน่ห์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 กลิ่นหอม ได้แก่ 

  • กลิ่น นิมมานเหมินท์ (Nimmanhaemin Perfume)  ย่านท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองเชียงใหม่ที่ผสมผสานความเก่าแก่ของวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับความทันสมัย เมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้า ถนนนิมมานฯ จะยิ่งเผยเสน่ห์ยามค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ลงตัวระหว่างความดั้งเดิมและความร่วมสมัย กลิ่นนี้จะพาทุกคนได้สัมผัสกับความพิเศษที่ถ่ายทอดผ่านทุกช่วงเวลาของค่ำคืนในเชียงใหม่ สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาและความสนุกสนานที่ไม่เคยจางหาย
  • Top Notes : Peppermint กลิ่นใบสะระแหน่ ความหอมสดชื่นที่มักจะถูกนำมารังสรรค์ทำเป็นเมนูอาหารของชาวล้านนาและยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ทำให้บรรยากาศบนถนนนิมมานเหมินท์เต็มไปด้วยความสดชื่น
    • Middle Notes : Vetiver กลิ่นหญ้าแฝกชวนให้นึกถึงบรรยากาศของถนนนิมมานเหมินท์ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสีเขียวของดอยสุเทพ เหมือนยกธรรมชาติของเชียงใหม่มาไว้ตรงหน้า กลิ่นนี้ชวนให้ระลึกถึงช่วงเวลายามค่ำคืนบนถนนนิมมานฯ ที่ทอดยาวขนานไปกับดอยสุเทพของเมืองเชียงใหม่
    • Base Notes : Benzoin Siam กลิ่นกำยานสยาม ถูกเพาะปลูกขึ้นในภาคเหนือ มอบความรู้สึกอบอุ่น และสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ร่วมสมัยของถนนนิมมานเหมินท์
  • กลิ่น ข้าวสาร (Khaosan Perfume) แรงบันดาลใจจากถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยความคึกคักและสีสันจากผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก ยามค่ำคืนที่นี่กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ระหว่างนักเดินทาง กลิ่นนี้จะพาคุณสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสดใสและอิสระในทุกย่างก้าว ความหลากหลายและการพบเจอผู้คนที่แตกต่างแต่ลงตัวคือสิ่งที่ทำให้ถนนข้าวสารมีเสน่ห์เฉพาะตัว
    • Top Notes : Bergamot Oil กลิ่นหอมสดชื่นจากน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูด ทำให้นึกถึงบรรยากาศของถนนข้าวสารที่เป็นเส้นถนนพลุกพล่าน เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเรื่องราวของความอิสระ เสรีภาพ เต็มไปด้วยเรียบง่าย แตกต่างจากวิถีนิยม
    • Middle Notes : Patchouli กลิ่นพิมเสน มอบกลิ่นหอมเย็นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเปรียบเสมือนถนนข้าวสารยามค่ำคืน ที่ทุกคนสามารถปลดปล่อยความเป็นตัวเองมีความสนุกสนาน คึกครื้น อบอวลไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสชวนให้ทุกคนต่างหลงรัก
    • Base Notes  : Benzoin กลิ่นกำยานมอบความรู้สึกอบอุ่นและสบาย คล้ายกับการได้รับการต้อนรับเข้าสู่ถนนที่ไม่เคยหลับใหล เป็นสถานที่ที่เปิดกว้างและอบอุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน
  • กลิ่น สีลม (Silom Perfume) แรงบันดาลใจจากบรรยากาศในยามค่ำคืนบนถนนสีลมเปลี่ยนภาพลักษณ์จากย่านธุรกิจที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบในตอนกลางวัน สู่ศูนย์กลางแห่งความหลากหลายที่สื่อถึงการใช้ชีวิตที่มีสีสันในเมืองใหญ่ ถนนสายนี้เต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมที่มารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความสนุกสนานในบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา กลิ่นนี้จะพาคุณเดินทางผ่านมิติของความหลากหลายและความล้ำลึกของชีวิตในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
    • Top Notes:  Lavender กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ กลิ่นหอมอบอวล น่าหลงไหล ที่มีหลายสายพันธ์ุแสดงถึงความหลากหลายในถนนสีลมที่มีทั้งเชื้อชาติ เพศ ภาษา วัฒนธรรม ที่แตกต่างกัน
    • Middle Notes: Leather กลิ่นหนัง มอบกลิ่นสุขุม นุ่มลึก กับบรรยากาศค่ำคืนอันแสนอบอุ่นบนท้องถนนสีลมที่มีโซฟาหนังให้นั่งพักผ่อนคลายภายในร้านรวงบนถนนสีลม
    • Base Notes: Tonka Bean กลิ่นถั่วทองก้ามีลักษณะซับซ้อน หลากหลาย และเต็มไปด้วยมิติของกลิ่น เปรียบเสมือนถนนสีลม ที่มีความหลากหลาย มีชีวิตชีวาและไม่เคยหยุดนิ่ง
  • กลิ่น ทองหล่อ (Thonglor Perfume) ถนนทองหล่อไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความหรูหราในเวลากลางวัน ทว่าในยามค่ำคืนถนนสายนี้กลับมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ด้วยแสงสีและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมีระดับ กลิ่นนี้จะพาทุกคนสัมผัสถึงความล้ำลึกและความงามของวิถีชีวิตยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นท่ามกลางเสน่ห์ของแสงไฟในเมือง หรือการสัมผัสกับความหรูหราที่แทรกซึมในทุกจังหวะของค่ำคืน
    • Top Notes : Saffron หญ้าฝรั่นช่วยมอบกลิ่นหอมหวานน่าค้นหา เป็นตัวแทนของความหรูหราในยามค่ำคืนของถนนทองหล่อ
    • Middle Notes : Amber Gris กลิ่นของอำพันทะเล กลิ่นที่มอบความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ล้ำค่าที่ถูกบ่มเพาะตามกาลเวลาทำให้เป็นของหายากและราคาสูงเสมือนกับพื้นที่บนท้องถนนทองหล่อที่เต็มไปด้วยความหรูหรา
    • Base Notes : Tonka Bean กลิ่นถั่วทองก้าโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ มอบกลิ่นหอมหวานอบอุ่นให้ความรู้สึกสุขุมนุ่มลึกเปรียบเสมือนบรรยากาศที่ทำให้นึกถึงถนนทองหล่อ

                นอกจากนี้เหล่าเซเลบิตี้สาวสวยยังได้ร่วมเลือกกลิ่นหอมที่ชื่นชอบ พร้อมแชร์เรื่องราวการเดินทางสุดประทับใจในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา เริ่มที่เซเลบริตี้สาวสวย พลอยพยัพ ศรีกาญจนา เผยว่า “เราคิดว่าน้ำหอมเป็นเหมือนลายเซ็นที่บ่งบอกเอกลักษณ์ตัวตนของผู้หญิงแต่ละคน และยังสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเราได้อีกด้วย โดยส่วนตัวเราชอบออกกำลังกาย เลยต้องหาน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมสดชื่นมาฉีดเป็นประจำ อย่างวันนี้ได้ทดลองน้ำหอมคอลเลกชั่น One For The Road รู้สึกชอบกลิ่นนิมมานเหมินท์ (Nimmanhaemin Perfume) ที่เปิดกลิ่นหอมสดชื่นด้วยใบสาระแหน่และหญ้าแฝกเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นมาก เหมาะกับฉีดไปออกกำลังกายในทุกวัน ส่วนทริปช่วงหยุดยาวที่ผ่านมาได้ไปเล่นสกีกับครอบครัวที่ประเทศญี่ปุ่นรู้สึกสนุก ประทับใจทั้งวิวและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหิมะรายล้อมรอบตัว”

ต่อมาที่เวิร์คกิ้งวูแมน ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เล่าว่า “น้ำหอมเป็นเหมือนส่วนเติมเต็มให้กับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิง เพราะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเสริมภาพลักษณ์ของผู้หญิงในวัยทำงานได้เป็นอย่างดี โดยปกติเราจะเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมแนวธรรมชาติให้ความผ่อนคลาย จะเป็นกลิ่นวู้ดและลาเวนเดอร์ เพราะหอมผ่อนคลาย ช่วยเสริมลุควันทำงานให้ดูมีความความน่าเชื่อถือเป็นมืออาชีพ ส่วนกลิ่นจากคอลเลกชั่น One For The Road รู้สึกชอบกลิ่นสีลม (Silom Perfume) เป็นกลิ่นหอมละมุนจากลาเวนเดอร์ผสมผสานกับกลิ่นหนัง ให้ความสุขุมนุ่มลึกเหมาะกับวันทำงาน นอกจากนี้ทริปเที่ยวสุดประทับใจที่เราได้ไปกับครอบครัวช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาคือที่ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ประเทศอิตาลี เป็นสถานที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามทั้งทะเลสาบและสถาปัตยกรรมที่มีสีสัน” 

ปิดท้ายที่สาวสังคม วาริธร กันท์ไพบูลย์ เผยว่า “ส่วนตัวเราคิดว่าการเลือกใช้น้ำหอมที่เหมาะกับตัวเราเอง นอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง ยังช่วยสร้างความประทับใจแรกให้กับคนรอบข้างที่ได้พบเจออีกด้วย ซึ่งตัวเราชอบน้ำหอมกลิ่นฟลอรัล เพราะเป็นกลิ่นที่ช่วยเสริมลุคของเราให้ดูมีเสน่ห์ น่าค้นหา วันนี้ได้ลองน้ำหอมคอลเลกชั่น One For The Road ส่วนตัวชอบกลิ่นทองหล่อ (Thonglor Perfume) เป็นกลิ่นที่หอมหวานให้ความรู้สึกหรูหรา ส่วนทริปเที่ยวช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รู้สึกหลงไหลในวัฒธรรม สถาปัตยกรรม และที่สำคัญคืออาหารอร่อยถูกปาก รู้สึกประทับใจมากๆ”

            เสริมบุคลิกด้วยกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ด้วยน้ำหอมสัญชาติไทยจากแบรนด์ “JOURNAL” กับคอลเลกชั่น “One For The Road” ได้แล้ววันนี้ที่ “JOURNAL” สาขาโครงการวันนิมมาน เชียงใหม่, สาขาศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่ ชั้น 2, สาขาสยามสแควร์วัน ชั้น 3, สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2, สาขา เซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 1, สาขา ไอคอนสยาม ชั้น 2, สาขา เซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 1, สาขา สยาม เซ็นเตอร์ ชั้น M, สาขา เทอร์มินอล 21 พัทยา ชั้น 1 ทางเว็บไซต์ https://www.journal-boutique.com/  และแพลตฟอร์ม E-Commerce

ทรูปลูกปัญญา ชวนน้องๆ ลุย TCAS68 ต่อ แจกเทคนิกติวเตอร์ดัง ก้าวสู่คณะในฝันอย่างมั่นใจ

ทรูปลูกปัญญา ชวนน้องๆ ลุย TCAS68 ต่อ แจกเทคนิกติวเตอร์ดัง ก้าวสู่คณะในฝันอย่างมั่นใจ

ทรูปลูกปัญญา ชวนน้องๆ ลุย TCAS68 ต่อ แจกเทคนิกติวเตอร์ดัง ก้าวสู่คณะในฝันอย่างมั่นใจ

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.56 น.

เปิดปีใหม่มานี้…น้องๆ หลายคน ยังอยู่ในช่วงซีซั่นลงสนามสอบ TCAS68 ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของรอบ Admission ที่ทุกคนคงได้รู้คะแนน TGAT/ TPAT กันไปเรียบร้อยแล้ว และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะเป็นการสอบ A-LEVEL หรือ Applied Knowledge Level วัดความรู้เชิงวิชาการและความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ในแต่ละวิชา อีกหนึ่งด่านสำคัญที่ต้องดันคะแนนกันต่อ เพื่อเอามารวมกับ TGAT/TPAT ให้ได้มากที่สุด ช่วยให้น้องๆ ได้พิชิตคณะในฝัน เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้ตามที่ตั้งใจ

ในการสอบ TCAS67 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้สมัครสอบ A-LEVEL ทั้งหมด 187,342 คน ซึ่งจากสถิติในปี 2567 พบว่าวิชาที่มีค่าเฉลี่ยผลสอบสูงสุด คือ ภาษาไทย อยู่ที่ 57.39 คะแนน ขณะที่วิชาฟิสิกส์และสังคม มีสถิติค่าเฉลี่ยผลสอบต่ำสุดในรอบ 4 ปี ย้อนหลัง (2564 – 2567) โดยวิชาฟิสิกส์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20.58 คะแนน ส่วนวิชาสังคม มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 35.21 คะแนน โดยเฉพาะวิชาสังคม มีผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 82 คะแนน หรือมากกว่า 80 คะแนน เพียง 1 คน จากผู้สมัครสอบวิชาสังคม A-LEVEL TCAS67 ทั้งหมด 156,197 คนทั่วประเทศ หลายคนเห็นข้อมูลสถิติแล้ว อาจจะคิดหนัก แต่หากเราเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ ก็จะเพิ่มความได้เปรียบในการทำข้อสอบมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการติดอันดับที่ต้องการมากขึ้น

จัดเต็ม…ฟรีคอร์สออนไลน์ A-LEVEL ติวจบ ครบที่เดียว กับ “ทรูปลูกปัญญา” ทั้งเว็บ แอป ช่องทีวี

ทรูปลูกปัญญา คลังความรู้ออนไลน์ที่มีสถิติผู้ใช้งานสูงสุดถึง 32 ล้านคน และมีผู้ใช้งานถึง 2.6 ล้านเพจวิวต่อเดือน  จัดเตรียมคอร์สออนไลน์ A-LEVEL ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักเรียนชั้น ม.6 ได้ทบทวนเนื้อหาวิชาแบบเข้าใจง่ายๆ ฝึกฝนนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ พร้อมตะลุยโจทย์ข้อสอบจริง ครอบคลุมทั้ง 10 วิชาหลัก ได้แก่ คณิต 1 คณิต 2 วิทย์ประยุกต์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาไทย สังคม ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศ (ครบทั้ง 7 ภาษา) ที่จะจัดสอบพร้อมกัน ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี จีน บาลี และสเปน น้องๆ สามารถเข้าไปเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันทรูปลูกปัญญา ไม่ต้องลงทะเบียนก็สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รวมคลิปติว A-LEVEL ใหม่ล่าสุด ขนทัพติวเตอร์ชั้นนำ ในรายการสอนศาสตร์

ในปี 2025 นี้ รายการสอนศาสตร์ โดยทรูปลูกปัญญา ยังได้จัดทำคลิปติว A-LEVEL ชุดใหม่ มาให้เรียนฟรี พบกับพี่ๆ ติวเตอร์จากสถาบันชั้นนำที่จะมาแจกเทคนิคแก้โจทย์ คิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงเนื้อหา เพิ่มความแม่นยำและความมั่นใจให้กับน้องๆ ได้อัปสกอร์โค้งสุดท้าย TCAS68 อาทิ ภาษาอังกฤษ โดย ครูพี่กิ๊บ ENCONCEPT ภาษาไทยและสังคมศึกษา โดย อ.ปิง คณิตศาสตร์ 1 โดยพี่แท็ป OnDemand ฟิสิกส์ โดยพี่เต้ย OnDemand คณิตศาสตร์ 2 โดยพี่โดนัท OnDemand เคมี โดยพี่เคน OnDemand และชีววิทยา โดยพี่วิเวียน OnDemand ออกอากาศแล้วทางช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ 37 / HD 111 ทุกวันเวลา 19.30 น. นอกจากนี้ น้องๆ ยังสามารถติดตามรายการสอนศาสตร์ และดูคลิปย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชันทรูปลูกปัญญา

อีกหนึ่งไฮไลท์ เตรียมความพร้อมสอบอย่างมั่นใจ ที่ทรูปลูกปัญญาจัดให้ คือ Pre-Test A-LEVEL ที่รวบรวมชุดข้อสอบเสมือนจริงสำหรับการสอบวิชา A-LEVEL ให้น้องๆ ได้ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ แบบจับเวลา พร้อมรับ Report วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อวางแผนติวเพิ่มเติมได้ อีกทั้ง ยังรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่น้องๆ ทั้งการเลือกวิชาที่จะสอบ การตั้งเป้าคะแนน การเตรียมความพร้อมสอบ ช่วยวางแผนการอ่านหนังสือและการสอบได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ น้องๆ ยังสามารถดูปฏิทิน TCAS68 ตลอดจนรายละเอียดข้อมูลครบทุกขั้นตอนของการสมัครสอบและตารางสอบ A-LEVEL แบบอัปเดทล่าสุด ไม่พลาดทุกสเต็ปสำคัญ พร้อมคำแนะนำในการเตรียมเอกสารและขั้นตอนการสมัครอย่างละเอียด

ดาวน์โหลดแอปทรูปลูกปัญญาได้แล้ววันนี้ ที่ www.trueplookpanya.com/go/app แถมใช้ฟรี ไม่เสียค่าเน็ต เมื่อใช้งานผ่านทรูมูฟ เอชด้วยนะ…แล้วมาเริ่มต้นการเตรียมสอบอย่างตรงจุด เพิ่มโอกาสพิชิตเป้าหมายมหาวิทยาลัยในฝันไปด้วยกัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ A-LEVEL ในทรูปลูกปัญญาได้ที่ https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/95401-edu-

038

แพทย์เฉพาะทาง ชี้ ‘โปรไบโอติก’ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันภูมิแพ้ ในสถานการณ์ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน

แพทย์เฉพาะทาง ชี้ 'โปรไบโอติก' ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันภูมิแพ้ ในสถานการณ์ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน

แพทย์เฉพาะทาง ชี้ ‘โปรไบโอติก’ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันภูมิแพ้ ในสถานการณ์ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.47 น.

นายแพทย์จิรวัฒน์ เชี่ยวเฉลิมศรี อาจารย์แพทย์อนุสาขาโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก สาขาวิชาอายุรกรรม ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ในยุคที่มีปัญหามลพิษทางอากาศ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต เป็นสาเหตุให้เกิดการระคายเคือง นำไปสู่การทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคกลุ่มทางเดินหายใจ ภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือระยะยาวอาจเกิดเป็นมะเร็งปอดได้ ดังนั้น จึงควรใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

สำหรับการดูแลตัวเองให้เริ่มจากที่ตัวเรา เช่น ตรวจเช็คค่ามลพิษที่มือถือ หากมีปริมาณมากเกินไปควรหลีกเลี่ยงการออกพื้นที่กลางแจ้ง และสวมหน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 ได้ดี โดยหน้ากาก N95 สามารถป้องกันฝุ่นได้ดีที่สุด กลับถึงบ้านให้ล้างจมูก หรือมีเครื่องกรองอากาศไว้ภายในบ้าน นอกจากนี้ เลือกรับประทานอาหารที่มี โปรไบโอติก เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน อาทิ โยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิ รวมถึง โปรไบโอติก ที่มาในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โปรไบโอติก คือ แบคทีเรีย หรือ จุลินทรีย์ที่ดีมีชีวิต ส่วนใหญ่มักพบอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ และสร้างสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นรับรองว่าโปรไบโอติก เสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น ช่วยในเรื่องการป้องกัน และช่วยให้ผู้ป่วยภูมิแพ้มีอาการดีขึ้น และยังพบว่าโปรไบโอติกช่วยเรื่องระบบทางเดินอาหาร ระบบย่อยดีขึ้น ลดลำไส้แปรปรวน รวมถึงเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยให้ขับถ่ายดี ของเสียไม่สะสมในร่างกาย ไม่เกิดการอักเสบ ส่งผลให้สุขภาพดี

“ทุกคนมีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในลำไส้ มีทั้งตัวที่ดีและตัวที่ไม่ดี กรณีร่างกายไม่สบายหรือติดเชื้อ และกินยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ ยาจะฆ่าจุลินทรีย์ทั้งที่ดีและไม่ดี จึงไม่ควรกินยาปฏิชีวนะเกินขนาด ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ยาปฎิชีวนะหรือการใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็น และไปทำลายโปรไบโอติก นอกจากนี้ การใช้ชีวิตและพฤติกรรมต่างๆ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดูแลตัวเอง ทำให้จุลินทรีย์ที่ดีเปลี่ยนแปลงไป” นายแพทย์จิรวัฒน์ กล่าว

นอกจากเลือกกินอาหารที่มีโปรไบโอติกแล้ว ควรเลือกกินอาหารที่มีพรีไบโอติกด้วย ซึ่งพรีไบโอติกเป็นอาหารของจุลินทรีย์ จะช่วยให้โปรไบโอติกทำงานได้ดียิ่งขึ้น หากกินโปรไบโอติกเข้าไปอย่างเดียว จะไม่มีอาหารหล่อเลี้ยงโปรไบโอติกในลำไส้ ทำให้เจริญได้ไม่ดี ทั้งนี้ อาหารที่มีพรีไบโอติก ได้แก่ อาหารที่มีไฟเบอร์ อาหารที่มีกากใย พวกธัญญพืชต่างๆ อาทิ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์ ลูกเดือย ส่วนในผลไม้ อาทิ กล้วย มะเขือเทศ ดังนั้น จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกควบคู่กับอาหารที่มีพรีไบโอติก เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของจุลินทรีย์ที่ดี พร้อมทั้งดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค

สำหรับผู้ที่เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โปรไบโอติก แนะให้เลือกจากผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า ที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ มีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีวันเดือนปีหมดอายุ ระบุชัดเจน หากหมดอายุแล้วจุลินทรีย์ดีอาจตายแล้ว แม้กินเข้าไปก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกาย

นายแพทย์จิรวัฒน์ ย้ำว่า ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM 2.5 เป็นวิกฤติที่ต้องอาศัยการจัดการแบบบูรณาการ นอกจาก ภาครัฐมีความมุ่งมั่นและกำหนดแนวทางที่ชัดเจน ประชาชนเองต้องเพิ่มการตระหนักรู้และรับมือให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุม เพื่ออากาศสะอาดและสุขภาพที่ยั่งยืน

038

14 กุมภาพันธ์ ชวนคู่รัก

14 กุมภาพันธ์ ชวนคู่รัก

14 กุมภาพันธ์ ชวนคู่รัก

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.35 น.

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ให้ความสำคัญกับพี่น้องในชุมชนทั่วประเทศ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยเฉพาะเทศกาลวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษที่คู่รักทั่วประเทศนิยมจดทะเบียนสมรส เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่และสร้างครอบครัวที่มั่นคงและอบอุ่น

บิ๊กซี ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดกิจกรรม “จดทะเบียนสมรสที่จุดบริการอำเภอยิ้ม ที่บิ๊กซี” อย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 16  (ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสุขให้กับคู่รัก พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในระดับครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงและสำคัญของสังคมไทย บิ๊กซี จึงขอเชิญชวนคู่รักทุกคู่ มาร่วมจดทะเบียนสมรส ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ จุดเคาน์เตอร์บริการอำเภอยิ้ม  ที่บิ๊กซี 22 สาขาที่เข้าร่วม ได้แก่ สาขากระบี่ สาขากาฬสินธุ์ สาขาขอนแก่น สาขาฉะเชิงเทรา สาขาชุมพร สาขาเชียงราย สาขาตาก สาขานครปฐม สาขานครพนม สาขานครสวรรค์ สาขาเพชรบุรี สาขาภูเก็ต สาขามหาสารคาม สาขาราชบุรี สาขาเลย สาขาศรีสะเกษ สาขาสระแก้ว สาขาสุโขทัย สาขาสุรินทร์ สาขาหนองคาย สาขาอุดรธานี 2 และสาขาอุบลราชธานี

038

ชี้เป้าความอร่อยวันหยุดสุดสัปดาห์กับเมนูสเปนขนานแท้ ห้องอาหารอูโนมาส เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ชี้เป้าความอร่อยวันหยุดสุดสัปดาห์กับเมนูสเปนขนานแท้ ห้องอาหารอูโนมาส เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ชี้เป้าความอร่อยวันหยุดสุดสัปดาห์กับเมนูสเปนขนานแท้ ห้องอาหารอูโนมาส เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.19 น.

ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอมอบความอร่อยแบบจัดเต็มในสไตล์อาหารสเปนที่ครบเครื่องทั้งอาหารเรียกน้ำย้อย อาหารทานเล่น และเมนูจานหลัก ที่เตรียมไว้ให้คุณได้ลิ้มรสชาติความอร่อยที่ส่งตรงมาจากแดนกระทิงตลอด 4 ชั่วโมงเต็มในวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ร่วมสัมผัสช่วงเวลาดีๆกับมื้อเที่ยงสุดพิเศษ ทีมงานเชฟประจำห้องอาหารคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศตามแบบฉบับอาหารสเปน นำมาปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน สัมผัสความมอร่อยขนานแท้จากสเปน อาทิ มุมสลัดรักสุขภาพอย่างอูโนมาสสลัด, สลัดแซลมอนรมควันกับซอสทาร์ทาร์, สลัดผักโขมพร้อมถั่วไพน์นัทและแมนเชโกชีสทรัฟเฟิล เป็นต้น อีกทั้งมุมโคลด์คัท ชีสนานาชนิดแสนอร่อย พร้อมเมนูจานหลักที่สั่งได้ไม่จำกัด 11 เมนู อาทิ กุ้งผัดกระเทียมน้ำมันมะกอกกระทะร้อน, ปลาหมึกตุ๋นหมึกดำ, ทาร์ทาร์เนื้อวัวกับมิลเฟย, ซี่โครงแกะย่างกับมันฝรั่งบด, แซลมอนย่างพร้อมซอสส้ม และเมนูอื่นๆ ปิดท้ายด้วยของหวาน คาตาลันครีม, ชูโรส เป็นต้น ราคาเพียง 1,490 บาท++ ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) สามารถซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มราคาเริ่มต้น 149 บาท++ (น้ำอัดลม น้ำเปล่า กาแฟ และชา) (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 16.00 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th

หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com

038

ไอคอนสยาม เนรมิตทุกพื้นที่เป็น Dating Destination ให้ทุกคู่รักมาตกหลุมรักกันอีกครั้ง

ไอคอนสยาม เนรมิตทุกพื้นที่เป็น Dating Destination ให้ทุกคู่รักมาตกหลุมรักกันอีกครั้ง

ไอคอนสยาม เนรมิตทุกพื้นที่เป็น Dating Destination ให้ทุกคู่รักมาตกหลุมรักกันอีกครั้ง

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.12 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแน่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับพันธมิตร ไปรษณีย์ไทย, BITNEY FLOWERSARY, Teddy House และ PAWIS จัดกิจกรรม “ICONSIAM Dating Destination” ต้อนรับวันแห่งความรัก ชวนทุกคู่รักมาสัมผัสกับจังหวะตกหลุมรักกันอีกครั้ง ยกระดับทุกพื้นที่ให้เป็นจุดพบรักที่เหมาะกับการออกเดทสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คู่จิ้น คู่เพื่อน หรือครอบครัว เพราะความรักทุกรูปแบบสวยงามเสมอ พบกับกิจกรรมสุดพิเศษ โปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และบรรยากาศแสนหวานที่จะเติมเต็มความรักของคุณให้เบ่งบานยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ไอคอนสยาม

GIFT Your DATE พบกับสวนดอกไม้สีสันสดใส และน้องหมี Teddy House สุดน่ารัก มาร่วมเติมความน่ารัก บริเวณ Walk Way ชั้น M พร้อมเลือกช็อปสินค้าสุดน่ารักจาก LOFT , สินค้าไทยไอเดียเก๋จาก ICONCRAFT,  แบรนด์เครื่องหอมจาก PAWIS และเซอร์ไพรส์พิเศษกับตู้ขายดอกไม้ให้ทุกคนได้มีช่อดอกไม้มอบให้กับคนสำคัญจาก BITNEY FLOWERSARY ที่ส่งต่อช่อดอกไม้สดแบบเอ็กซ์คลูซีฟมาให้เลือกแบบจัดเต็มหลายรูปแบบ พร้อมส่งความรู้สึกแบบคลาสสิกผ่านตัวอักษรถึงคนพิเศษกับไปรษณีย์ไทย ที่มาพร้อมกับแสตมป์วาเลนไทน์หลากดีไซน์ สามารถเก็บเป็นที่ระลึก ประดับซองจดหมาย หรือใช้แทนเงินสดได้ โดยไฮไลต์ของปีนี้คือ “แสตมป์พระแม่ลักษมี” เทพีแห่งความรักและความมั่งคั่ง ออกแบบเป็นลิมิเต็ดอิดิชันเฉพาะเทศกาลแห่งความรักในปีนี้ นักสะสมและสายมูไม่ควรพลาด

SWEETEN Your DATE เติมรักให้เต็มคำจากร้านอาหารและคาเฟ่สุดพิเศษที่คู่รักไม่ควรพลาด สำหรับคู่รักที่ต้องการสร้างค่ำคืนอันแสนหวานและประทับใจ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์สุดโรแมนติก ขอแนะนำ ร้าน Bread Street Kitchen & Bar ชั้น 3 ร้านอาหารชื่อดังของเชฟระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) อิ่มอร่อยกับ BSK Seafood Platter สุดอลังการ, ร้าน Fallabella River Front ชั้น 6 ชวนดื่มด่ำค่ำคืนสุดโรแมนติกกับเซ็ตเมนูวาเลนไทน์ 8 คอร์สสุดพิเศษ ส่วนคู่รักที่กำลังมองหาคาเฟ่บรรยากาศดี เติมความหวานเคียงข้างคนรู้ใจ ต้องไม่พลาดร้านเมนู Valentine Set ‘Blooming in Love’ ของร้าน TWG Tea ชั้น G โซน The Veranda และอีกหลากหลายเมนูสุดพิเศษสำหรับช่วงดทศกาลวาเลนไทน์จากร้านดัง อาทิ ร้าน  JUMBO Seafood, Mozza by Cocotte, Gyukatsu Kyoto Katsugyu, Pacamara Coffee Roasters, C.P.S. Coffee และ PAUL Le Café

DINE Your DATE เซอร์ไพรส์วาเลนไทน์กับโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิ้มรสเมนูอาหารสุดพิเศษ พร้อมรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 100 บาท เมื่อรับประทานอาหารครบ 2,000 บาทขึ้นไป (7 ก.พ. 68 – 28 ก.พ. 68) พิเศษ! แลกรับ Afternoon Tea Set สุดหรูจาก Blue by Alain Ducasse มูลค่า 3,000 บาท เมื่อใช้จ่ายครบ 50,000 บาทขึ้นไป (12 ก.พ. 68 – 16 ก.พ. 68)

HONEYMOON Your DATE ร่วมลุ้นรับแหวนคู่สุดพิเศษจาก RAVIPA มูลค่า 2,990 บาท เพียงปักหมุดแชร์โมเมนต์รูปคู่สุดสวีทของคุณที่ไอคอนสยามผ่านทาง Facebook ICONSIAM (10 ก.พ. 68 – 16 ก.พ. 68)

มาร่วมสร้างโมเมนต์ความรักและร่วมสนุกกับกิจกรรมในเทศกาลวาเลนไทน์ที่จะทำให้ทุกคนอินเลิฟที่ไอคอนสยาม ได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1338 และ Facebook ICONSIAM

038