สลด รถบัสกัวเตมาลาตกสะพาน ลงหุบเขาลึก 20 ม. ดับแล้ว 51 ศพ

สลด รถบัสกัวเตมาลาตกสะพาน ลงหุบเขาลึก 20 ม. ดับแล้ว 51 ศพ

11 ก.พ. 2568 02:34 น.

สลด รถบัสกัวเตมาลาตกสะพาน ลงหุบเขาลึก 20 ม. ดับแล้ว 51 ศพ

รถบัสโดยสารในประเทศกัวเตมาลา พลัดตกสะพานลงไปเป็นระยะทางกว่า 20 ม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 51 ศพ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยผู้โดยสารที่ติดในรถ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารคันหนึ่งพลัดตกจากสะพานทางหลวง “ปวนเต เบลิซ” (Puente Belice) ใกล้กรุงกัวเตมาลา ซิตี ทำให้รถตกลงไปในหุบเขาเป็นระยะทางกว่า 20 ม. จนไปถึงคลองปนเปื้อนที่อยู่ด้านล่าง ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 51 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

ข่าวระบุว่า รถบัสซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมามากกว่า 70 คน กำลังวิ่งบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. 2568 โดยเดินทางมาจากเมืองซาน อากุสติน อากาซากวสต์ลัน เพื่อเข้าสู่กรุงกัวเตมาลา ซิตี แต่จู่ๆ คนขับก็สูญเสียการควบคุมจนรถบัสไปชนรถขนาดเล็กหลายคัน ก่อนจะตกจากสะพาน

นายไมเนอร์ รูอาโน โฆษกสำนักงานดับเพลิงกรุงกัวเตมาลา ซิตี บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่ภายในรถ ขณะที่ศพผู้ชาย 36 ราย กับผู้หญิงอีก 15 ราย ถูกส่งไปยังโรงเก็บศพประจำเมืองแล้ว

ด้านนายเบอร์นาร์โด อาเรวาโล ประธานาธิบดีของกัวเตมาลา กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมประกาศให้มีการไว้อาลัยแก่ผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์นี้ไปทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน นอกจากนั้นยังส่งทหารกับเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการภัยพิบัติไปเสริมกำลังในปฏิบัติการช่วยเหลือด้วย

ส่วนนายมิเกล อังเคล ดิอาซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า คนขับรถมีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบว่า มีการบรรทุกผู้โดยสารเกินความจุหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

ฮามาสประกาศเลื่อนปล่อยตัวประกันไม่มีกำหนด อ้างอิสราเอลผิดข้อตกลง

ฮามาสประกาศเลื่อนปล่อยตัวประกันไม่มีกำหนด อ้างอิสราเอลผิดข้อตกลง

11 ก.พ. 2568 00:23 น.

ฮามาสประกาศเลื่อนปล่อยตัวประกันไม่มีกำหนด อ้างอิสราเอลผิดข้อตกลง

กลุ่มฮามาสประกาศเลื่อนการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. 2568 กลุ่มติดอาวุธฮามาส ประกาศเลื่อนการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยกล่าวหาฝ่ายอิสราเอลว่า ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

“การละเมิดเหล่านี้ร่วมถึงความล่าช้าในการให้ผู้พลัดถิ่นกลับสู่พื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา, โจมตีพวกเขาด้วยปืนใหญ่และกระสุนปืนในหลายพื้นที่ของฉนวนกาซา และล้มเหลวในการอนุญาตให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซาในทุกรูปแบบตามที่ตกลงกัน”

ฝ่ายอิสราเอลออกมาประณามการตัดสินใจของกลุ่มฮามาสว่า เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างสิ้นเชิง โดยนาย อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า เขาได้สั่งการให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เตรียมความพร้อมในระดับสูงสุด เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ใดๆ ในกาซา และปกป้องชุมชนต่างๆ

อนึ่ง นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 19 ม.ค. กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันที่พวกเขาจับเอาไว้ให้เป็นอิสระแล้ว 16 คน แต่ยังเหลืออีก 17 คนจึงจะครบตามที่สัญญาเอาไว้ในการหยุดยิงเฟสที่ 1 ส่วนอิสราเอลก็รับปากจะปล่อยตัวประกันประมาณ 1,900 คนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้พวกเขาปล่อยไปแล้วหลายร้อยราย

ขณะเดียวกัน ผู้แทนของอิสราเอลกำลังอยู่ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อเจรจาการหยุดยิงเฟสที่ 2 ซึ่งจะมีการปล่อยตัวประกันกับนักโทษเพิ่มขึ้นอีก แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มฮามาสจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก ครูสาวเกาหลีใต้ แทงนักเรียนหญิง 7 ขวบเสียชีวิต

ช็อก ครูสาวเกาหลีใต้ แทงนักเรียนหญิง 7 ขวบเสียชีวิต

10 ก.พ. 2568 22:52 น.

ช็อก ครูสาวเกาหลีใต้ แทงนักเรียนหญิง 7 ขวบเสียชีวิต

ครูสาวในโรงเรียนประถมของเกาหลีใต้ ก่อเหตุแทงนักเรียนหญิงวัยเพียง 7 ขวบจนเสียชีวิต โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนทำจริง ขณะที่ตำรวจกำลังสืบหาแรงจูงใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจของเกาหลีใต้กำลังสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี เกิดเหตุหญิงวัยประมาณ 40 ปี ใช้ของมีคมแทงเด็กหญิงในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองแทชอน เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. 2568 ทำให้เธอเสียชีวิต ขณะที่เจ้าตัวคนก่อเหตุก็มีบาดแผลถูกแทงด้วย

เจ้าหน้าที่สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า พวกเขาพบเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ อยู่ในสภาวะหัวใจหยุดเต้นและมีบาดแผลถูกแทงที่ลำคอและใบหน้า ก่อนที่เด็กคนนี้จะถูกประกาศว่าเสียชีวิตหลังนำตัวส่งถึงโรงพยาบาล ส่วนหญิงผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นครูของโรงเรียนนี้ กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

ตามรายงานของสำนักข่าว ยอนฮัป ของเกาหลีใต้ หญิงรายนี้ยอมรับสารภาพในเวลาต่อมาว่า เธอเป็นผู้ก่อเหตุ โดยก่อนหน้านี้เธอลาพักงานเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า และเพิ่งกลับมาทำงานเมื่อช่วงปลายปี 2567 แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เธอลงมือทำร้ายเด็กในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์แจ้ง รมว.คลัง เลิกผลิตเหรียญ 1 เซนต์ ชี้สิ้นเปลืองงบประมาณ

ทรัมป์แจ้ง รมว.คลัง เลิกผลิตเหรียญ 1 เซนต์ ชี้สิ้นเปลืองงบประมาณ

10 ก.พ. 2568 22:24 น.

ทรัมป์แจ้ง รมว.คลัง เลิกผลิตเหรียญ 1 เซนต์ ชี้สิ้นเปลืองงบประมาณ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการรัฐมนตรีคลัง ให้เลิกผลิตเหรียญ 1 เซนต์ เนื่องจากสิ้นเปลืองงบประมาณ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 10 ก.พ. 2568 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า เขาได้สั่งการไปยังนาย สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ยุติการผลิตเหรียญ 1 เซนต์ หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเหรียญ “เพนนี” แล้ว เนื่องจากสิ้นเปลืองงบประมาณ

“มาตัดความสูญเปล่าออกจากงบประมาณของประเทศอันยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ แม้จะแค่ครั้งละเพนนีก็ตาม” โพสต์ของนายทรัมป์ระบุ “นี่มันช่างสูญเปล่า ผมได้สั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของผมให้หยุดการผลิตเหรียญเพนนีใหม่ๆ แล้ว”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ โดนัลด์ ทรัมป์ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนก่อน กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ของนาย อีลอน มัสก์ ออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องค่าใช้จ่ายในการผลิตเหรียญเพนนี ในขณะที่สังคมสหรัฐฯ ก็ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน เรื่องค่าใช้จ่ายในการผลิตกับประโยชน์ของมัน

ตามข้อมูลในรายงานของโรงกษาปณ์แห่งสหรัฐฯ ประจำปี 2567 เหรียญ 1 เซนต์มีค่าใช้จ่ายในการผลิตอยู่ที่ 3.69 เซนต์ สูงกว่ามูลค่าของตัวเหรียญกว่า 3 เท่า ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกับสมาชิกสภาคองเกรสเคยพยายามผลักดันให้เลิกการผลิตเหรียญ 1 เซนต์มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเลิกผลิตเหรียญเพนนีมองว่า เหรียญนี้ช่วยให้ราคาสินค้าต่างๆ ต่ำลง และเพิ่มการระดมทุนให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ

แต่ประเทศอื่นๆ เริ่มเลิกผลิตเหรียญในลักษณะคล้ายกันนี้แล้ว เช่นแคนาดา เลิกผลิตเหรียญ 1 เซนต์ไปตั้งแต่ปี 2555 อ้างเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายในการผลิต และอำนาจการซื้อที่ลดลงของเหรียญเนื่องจากสินค้าต่างๆ มีราคาสูงขึ้น ขณะที่สหราชอาณาจักรก็ไม่ได้ผลิตเงินเหรียญเพิ่มเลยในปี 2567 ที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลเชื่อว่ามีเหรียญในตลาดมากพอแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือด้านเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือด้านเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือด้านเกษตร

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับ ดร.ฮางิวาระ ฮิเดกิ ที่ปรึกษารองอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อม การส่งออกและกิจการระหว่างประเทศ (Dr. Hagiwara Hideki : Counsellor Deputy Director-General for Environment, Export and International Affairs Bureau) พร้อมคณะ ว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ภายใต้กรอบทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA) ครั้งที่ 15 ในเดือนมิถุนายน 2568 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งแจ้งว่าหน่วยงาน National Agriculture and Food Research Organization (NARO) ประเทศญี่ปุ่น สนใจที่จะมีความร่วมมือในการลดการเผา (Burning crop) กับกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น ฝ่ายญี่ปุ่นยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินโครงการที่อยู่ภายใต้แผนความร่วมมือสีเขียวอาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan MIDORI Cooperation Plan)ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่ให้ความสำคัญกับการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร นอกจากนี้ ฝ่ายไทยขอให้ฝ่ายญี่ปุ่นพิจารณาการขอเปิดตลาดส้มโอและมะม่วงสดทุกสายพันธุ์ของไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 3 ของไทย ในระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 7.65 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลกซึ่งฝ่ายไทยได้เปรียบดุลการค้ากับญี่ปุ่นมาโดยตลอด สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัสปรุงแต่ง อาทิ แกงไก่ที่บรรจุกระป๋อง 2.ชิ้นเนื้อและเครื่องในที่บริโภคได้ของไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัสแช่แข็ง 3.อาหารสุนัขหรือแมวสำหรับขายปลีก 4.ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต ปรุงแต่ง อาทิ ปลาทูน่ากระป๋อง และ 5.ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว  ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.กล่าวว่า ในปี 2566 มีจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ดูแลของ สวพส.8 จังหวัด มากถึง 7,836 จุด ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง ซึ่งทุกภาคส่วนจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ และที่เห็นเป็นประจำทุกปี คือการพ่นน้ำ การดับไฟป่า การจัดทำแนวกันไฟ และอีกหลายๆ กิจกรรม จากปัญหาดังกล่าว สวพส.ได้ขยายองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งการทำการเกษตรแบบไม่เผา โดยการจัดพื้นที่รายแปลงที่เหมาะสม เน้นการใช้พื้นที่น้อยให้มีรายได้มาก ใช้พืชผักที่ขายได้ในราคาสูงและทำได้ตลอดทั้งปี สวพส.ได้ดำเนินงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยส่งเสริมการปลูกไม้ผลและกาแฟใต้ร่มเงาในพื้นที่ป่า และการประสานกับหน่วยงานภาคีในการช่วยเหลือชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีวิถีชีวิตที่ดีและพอมีพอกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ เมื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาที่จะดูแลป่าไม้ที่อยู่รอบชุมชนมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ทำการเกษตรที่มีไม้ยืนต้น ไม่บุกรุกทำลายป่า โดยการทำเกษตรแบบไม่เผา ส่งผลให้ในปี 2567 นี้ จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่การดูแลของ สวพส.8 จังหวัด รวม 5,137 จุด ลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับปี 2566

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบโขง ต.แม่หลอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ดำเนินการโดย สวพส.ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรให้สอดคล้องกับธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย สวพส.เริ่มดำเนินงานด้วยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการหลวงที่เน้นการพัฒนาพื้นที่สูงในทุกมิติ ตั้งแต่การทำเกษตรกรรมที่ไม่เผา การจัดการพื้นที่แปลงเกษตรอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการปลูกพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา ในปี 2567 พื้นที่ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบโขงพบจุดความร้อน (Hotspot) เพียง 1 จุด ชุมชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถทำเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“การดำเนินงานของ สวพส.ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและป่าอย่างกลมกลืน ซึ่งสิ่งนี้เป็นความตั้งใจของ สวพส.ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีเป้าหมายในการรักษาสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชนบนพื้นที่สูงต่อไป” นายวิรัตน์ กล่าว

รองปลัดฯประชุมคกก. พัฒนาเกลือทะเลไทย

รองปลัดฯประชุมคกก. พัฒนาเกลือทะเลไทย

รองปลัดฯประชุมคกก. พัฒนาเกลือทะเลไทย

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำ รวมถึงการบริหารจัดการสต๊อกเกลือทะเล สำหรับปีการผลิต 2567/68 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาเกลือทะเล ปีงบประมาณ 2566-2570 ซึ่งประกอบด้วย 5 แผนงานสำคัญ ได้แก่ 1.การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานเกลือทะเลไทย 2.การพัฒนาเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.การพัฒนาระบบการตลาด 4.การจัดระบบการผลิตอย่างยั่งยืน และ 5.การบูรณาการส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลไทย

กรมชลฯคุมเข้ม บริหารน้ำฤดูแล้ง ใช้อย่างประหยัด จัดหาน้ำสำรอง

กรมชลฯคุมเข้ม  บริหารน้ำฤดูแล้ง  ใช้อย่างประหยัด  จัดหาน้ำสำรอง

กรมชลฯคุมเข้ม บริหารน้ำฤดูแล้ง ใช้อย่างประหยัด จัดหาน้ำสำรอง

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 57,673 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 76% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 33,731 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 18,939 ล้าน ลบ.ม. (76% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 12,243 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 12,294 ล้าน ลบ.ม. (42% จากแผนฯ) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้ว 4,009 ล้าน ลบ.ม. (45% จากแผนฯ) ด้านผลการเพาะปลูกพืชทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วรวม 7.95 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้ว 5.97 ล้านไร่

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศเดินหน้าบริหารจัดการน้ำตามแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด พิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ด้วยความประณีต ควบคู่ไปกับการจัดหาแหล่งน้ำสำรองและเก็บกักน้ำให้มากที่สุด ตลอดจนขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกกิจกรรมตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้าเป็นไปตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมงานเชิดชูเกียรติ’วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568’

'อธิบดีทวีศักดิ์'ร่วมงานเชิดชูเกียรติ'วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568'

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมงานเชิดชูเกียรติ’วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568’

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.53 น.

กระทรวงเกษตรฯ จัดงานเชิดชูเกียรติ “วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568” โชว์พลังเครือข่ายหมอดินอาสา ขับเคลื่อนงานพัฒนาที่ดินสู่เกษตรกรไทยด้วยวิถีพอเพียง พร้อมเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน ลดต้นทุนการผลิต และสร้างอาหารปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568” ภายใต้หัวข้อ “หมอดินอาสา พัฒนาดินดี ตามวิถีเกษตรพอเพียง” โดยมี นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินและหมอดินอาสา เข้าร่วม ณ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่านระบบ Video conference application zoom ไปยังสถานีพัฒนาที่ดินตัวแทน 5 ภาค และสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ และถ่ายทอดสด (Live) ผ่านเพจเฟซบุ๊กกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่หมอดินอาสา อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหมอดินอาสาและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้หมอดินอาสาในการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายหมอดินอาสา โดยกิจกรรมภายในงานมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการพัฒนาดินและการส่งเสริมวิถีเกษตรพอเพียง การแสดงสินค้าของหมอดินอาสาที่โดดเด่น เน้นการสร้างแบรนสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ การมอบรางวัลให้แก่หมอดินอาสาที่มีผลงานดีเด่น และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หมอดินอาสาเป็นกลไกการพัฒนาทางการเกษตรที่สำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน สามารถผลิตอาหารที่ปลอดภัย เป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค ส่งผลให้เกิดรายได้ คุณภาพชีวิตดีขึ้น ตลอดจนการช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ มีการบริหารจัดการทรัพยากรดิน เพื่อลดต้นทุนการผลิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรไทย จึงขอชื่นชมหมอดินอาสาทุกท่าน ที่ท่านทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยไม่หวังผลตอบแทน อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญของกลไกการพัฒนาด้านการเกษตร และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินที่ร่วมมือกันพัฒนาเครือข่ายหมอดินอาสาให้มีความเข้มแข็งจนเป็นที่ประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความสำเร็จดังกล่าว ทำให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และสมัชชาความร่วมมือดินโลกนำไปใช้เป็นต้นแบบโครงการหมอดินนานาชาติ เพื่อส่งเสริมให้ทั่วโลกสร้างเครือข่ายผู้นำการจัดการดินอย่างยั่งยืนตามแบบอย่างหมอดินอาสาของประเทศไทย

“การจัดงานวันหมอดินอาสากรมพัฒนาที่ดิน ปี 2568 ในวันนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการรวมพลังสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และหมอดินอาสาทั่วประเทศ อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องการยกระดับ เพิ่มรายได้ และพัฒนาเครือข่ายเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายหมอดินอาสาที่ตั้งเป้าให้มีความปราดเปรื่องในการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตร สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ตลอดจนการช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ มีการบริหารจัดการทรัพยากรดินเพื่อลดต้นทุนการผลิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความมั่นคงทางอาหารและสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรไทย” นายอัครา กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ริเริ่มโครงการ “หมอดินอาสา” ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 ปัจจุบันมีหมอดินอาสา จำนวน 77,777 คน ซึ่งความสำเร็จของหมอดินอาสา ทำให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และสมัชชาความร่วมมือดินโลก นำไปขยายเป็นโครงการหมอดินนานาชาติ เพื่อเป็นแนวทางให้ทั่วโลกนำไปเป็นต้นแบบในการสร้างเครือข่ายผู้นำการจัดการดินอย่างยั่งยืน และด้วยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดินจึงกำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันหมอดินอาสา เพื่อเชิดชูเกียรติแก่หมอดินอาสาที่เสียสละทุ่มเททำงานเคียงคู่กับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินและสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณชนมาอย่างยาวนาน

ผู้บริโภคเฮ! ไข่ไก่ปรับลดราคาลงแผงละ 6 บาท มีผลวันนี้

ผู้บริโภคเฮ! ไข่ไก่ปรับลดราคาลงแผงละ 6 บาท มีผลวันนี้

ผู้บริโภคเฮ! ไข่ไก่ปรับลดราคาลงแผงละ 6 บาท มีผลวันนี้

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.49 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด 

ประกาศแจ้งสมาชิก ลดราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม ฟองละ 20 สต. หรือแผงละ 6 บาท เหลือฟองละ 3.40 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ (10 ก.พ.) ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม น้ำหนัก 20.5 กก.ขึ้นไป จากปัจจุบันฟองละ 3.60 บาท อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท