พาณิชย์ นำสินค้าดีภาคกลางบุกตลาดกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ

พาณิชย์ นำสินค้าดีภาคกลางบุกตลาดกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ

พาณิชย์ นำสินค้าดีภาคกลางบุกตลาดกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.58 น.

26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด งาน “Central Market Fair 2025” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงครามเป็นการจัดงานแสดงและจำหน่ายสุดยอดสินค้าดีผลิตภัณฑ์เด่นที่มีศักยภาพของผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลาง 17 จังหวัด ช่วยยกระดับสินค้าชุมชน สินค้าอัตลักษณ์ และสินค้านวัตกรรม สร้างโอกาสทางการค้าและ สร้างรายได้ ให้กับ ผู้ประกอบการการจัดงาน “Central Market Fair 2025” ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมพัฒนาขีด ความสามารถ SMEs เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มจังหวัดภาคกลาง มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ สินค้าที่มีศักยภาพ และมีคุณภาพของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง 17 จังหวัด ซึ่งเป็นภาคที่มีศักยภาพในการผลิต สินค้าบริการที่มีความหลากหลาย เพื่อผลักดันขับเคลื่อนการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างจังหวัด สร้างโอกาสทางการตลาดและช่องทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ โดยให้เกิดการเชื่อมโยงกับภาคการตลาด เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าการค้าระหว่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

งานนี้รวบรวมของดีของภาคกลางกว่า 50 ร้านค้า มาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ อาทิ ข้าวอินทรีย์ สินค้าเกษตรแปรรูป ผ้าฝ้าย เครื่องประดับ ของใช้ ของที่ระลึก และสมุนไพร พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายแจกคูปองเงินสด การจำหน่ายสินค้านาทีทองลดราคาสินค้ากว่า 30-50% มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตทุกวัน สร้างความบันเทิง ให้กับผู้ร่วมงานนอกจากการออกร้านแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจทั้ง ออนไลน์ (Online) และ ออนไซต์ (Onsite) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าจะสามารถสร้าง มูลค่าทางการค้ารวมไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท

งาน “Central Market Fair 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลาน อเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ อุดหนุนผู้ประกอบการ และร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นไปด้วยกันในงานนี้

-(016)

‘วนัช กูตูร์’ส่งท้ายเดือนแห่งความรักด้วยคอลเลกชันชุดวิวาห์สุดหวานดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย

'วนัช กูตูร์'ส่งท้ายเดือนแห่งความรักด้วยคอลเลกชันชุดวิวาห์สุดหวานดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย

‘วนัช กูตูร์’ส่งท้ายเดือนแห่งความรักด้วยคอลเลกชันชุดวิวาห์สุดหวานดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.56 น.

ก้าวเข้าสู่เดือนแห่งความรักทั้งที วนัช กูตูร์ ห้องเสื้อชุดแต่งงานระดับแถวหน้าของเมืองไทยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันชุดแต่งงานสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นด้วยความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูง เพื่อถ่ายทอดงานศิลป์แห่งแฟชั่นผ่าน 10 ชุดอันวิจิตรตระการตา ทั้ง ชุดพิธีหมั้น ชุดงานเลี้ยงรับรอง และชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญของเจ้าสาว

ชุดทั้งหมดในคอลเลกชันนี้ได้ออกแบบโครงสร้างตามแพตเทิร์นของชุดวิวาห์สไตล์ฝรั่งเศส ที่ช่วยเสริมให้สัดส่วนของผู้สวมใส่ให้ดูสง่างามดุจภาพวาด แต่ละชุดผ่านการออกแบบมาให้สะท้อนเสน่ห์และรสนิยมของเจ้าสาวยุคใหม่ ที่ต้องการความเรียบหรู แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดที่ละเมียดละไม ทีเหมาะสมสำหรับ   ทุกช่วงเวลาสำคัญของวันแต่งงาน

ชุดพิธีหมั้น  ถูกออกแบบให้งามสง่าอ่อนหวานในสไตล์คลาสสิก เสริมลุคให้ดูแพงด้วยผ้าไหมเนื้อดี  ปักลูกไม้ประดับคริสตัลแวววาว ให้เจ้าสาวส่องประกายในวันสำคัญ

ชุดงานเลี้ยงรับรอง ถูกดีไซน์ให้ลุคของเจ้าสาวดูโดดเด่นหรูหรา  สวยงดงามยืนหนึ่งในงานวิวาห์  ราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ด้วยงานโครงสร้างที่แฝงไปด้วยความหรูหรา ผสานเทคนิคการตัดเย็บระดับสูง ช่วยเสริมรูปร่างให้เจ้าสามดูงดงามในทุกมุมมอง

ปิดท้ายด้วย ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ที่ช่วยเสริมลุคเจ้าสาวให้ดูทันสมัยและมีเสน่ห์ในหนึ่งเดียว ด้วยดีไซน์ที่เน้นความพลิ้วไหว เคลื่อนไหวได้สวยงามสะกดทุกสายตา ตอบโจทย์สาวยุคใหม่ที่ต้องการทั้ง    ความสนุกและความสง่างามในลุคเดียวสำหรับว่าที่เจ้าสาวท่านใดที่ชื่นชอบผลงานชุดวิวาห์สไตล์ วนัช กูตูร์ สามารถชมผลงานทั้งหมดได้ผ่านช่องทาง facebook.com/vanuscouture  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส – ดาว พอฤทัย จัดแข่งขัน Baseball 5 ชิงแชมป์ประเทศไทย เฟ้นหาดาวรุ่งสู่ทีมชาติ

พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส - ดาว พอฤทัย จัดแข่งขัน Baseball 5 ชิงแชมป์ประเทศไทย เฟ้นหาดาวรุ่งสู่ทีมชาติ

พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส – ดาว พอฤทัย จัดแข่งขัน Baseball 5 ชิงแชมป์ประเทศไทย เฟ้นหาดาวรุ่งสู่ทีมชาติ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.52 น.

นับเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจจากนักกีฬาเยาวชนรุ่นใหม่สำหรับการแข่งขันBaseball 5 ชิงแชมป์ประเทศไทย โดยมีทีมจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม ณ สนามกีฬาอเนกประสงค์ในร่ม การกีฬาแห่งประเทศไทยโดยสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย

พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส นายกสมาคมกีฬาเบสบอลฯ กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่และพัฒนากีฬาเบสบอล ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยตั้งใจผลักดันให้กีฬาเบสบอลเป็นที่นิยมในประเทศไทย รวมถึงเชิญชวนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนกีฬาเบสบอลมากขึ้น ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ กำลังเฟ้นหาเยาวชนนักกีฬารุ่นใหม่ เพื่อเข้ามาเป็นกำลังหลักของสมาคมฯ ในการเป็นตัวแทนทีมชาติแข่งขันเบสบอลที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ได้แก่ การแข่งขันเบสบอล5 ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ณ สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) และการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

นอกจากนี้สมาคมฯ ยังเร่งสร้างทีมเบสบอลหญิงทีมชาติให้มีศักยภาพแข็งแกร่ง เพื่อลงสนามแข่งขันสู้กับทีมนานาชาติได้ สำหรับทีมหญิงถือเป็นอีกหนึ่งความหวังของสมาคมฯ คาดว่าสร้างผลงานให้ชาวไทยได้ภาคภูมิใจ โดยเบสบอลหญิงแชมป์เอเชียจะจัดขึ้นที่สาธารณรัฐประชาชนจีนปลายปีนี้”

โดยงานนี้ ดาว พอฤทัย บุณยะจินดา ได้ร่วมมอบรางวัลให้แก่ทีมเบสบอลที่เข้าแข่งขัน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆแบบเต็มที่ ทั้งบูธถ่ายรูป สัมผัสกับอุปกรณ์เบสบอล เครื่องแต่งกายนักกีฬาทีมชาติใช้ในการแข่งขันจริง จำลองการแข่งขันเบสบอล โดยมีคนดังแวดวงต่างๆ ร่วมกิจกรรม อาทิ หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส น้องอีตั๊น-ศักดิเดช ศศิประภา ซึ่งได้รับเกียรติให้เป็นผู้ธงสมาคมเข้าสู่สนามด้วย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการประกวดเต้น COVER DANCE ชิงรางวัลชนะเลิศ ก่อนปิดท้ายความสนุกด้วย มินิคอนเสิร์ต จากศิลปินวัยรุ่น ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน อีกด้วย

-(016)

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’ รวมศิลปิน ประชันบท ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์

'มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล' รวมศิลปิน ประชันบท ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’ รวมศิลปิน ประชันบท ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.50 น.

เพียงแค่เปิดชื่อ “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” ก็ทำเอาคอละครเพลง จุดกระแสถกในโซเชียลเป็นวงกว้าง ว่ามาณวิกา..คือใคร? ทำไมต้องเป็น “มาณวิกา” ไม่ต้องรอให้ลุ้นนาน มาฟังไอเดียจาก พี่เต็ง นภาดล กำปั่นทอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ เผยว่า “เหตุที่คว้าบทเรื่อง “มาณวิกา” เป็นเรื่องราวการกลับมาของอมิตตดา และวัฏจักรแห่งมิจฉาจิต โดยได้แรงบันดาลใจจากสภาพสังคมในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกหน่วยย่อยของสังคมมนุษย์ เป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพล และส่งผลกระทบสูงกับผู้คน โดยเฉพาะการนำมาใช้ในการเผยแพร่ความเชื่อ เป็นเครื่องมือในการปลุกกระแสให้ผู้คนคล้อยตามและหลงเชื่อ เกิดเป็นปรากฎการณ์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้าง อาทิ การถูกหลอกให้เชื่อถือในลัทธิต่าง ๆ ที่แปลกประหลาด ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ จนเกิดความศรัทธาและบริจาคกับกลุ่มคนที่สร้างภาพลวงตา จากความเชื่อผิด ๆ ที่ปรากฏในสังคมปัจจุบัน ทำให้ผู้เสนอโครงการทำการค้นคว้าข้อมูล เรื่องราวที่เกี่ยวกับความเชื่อ จนได้พบกับพระสูตรบทหนึ่งในพระไตรปิฎก ชื่อว่า มหานิบาตชาดก และขุททกนิกาย (อรรถกถา) ที่กล่าวถึงเรื่องราวของนางอมิตตดาภรรยาชูชก ที่ใช้ชูชกไปทูลขอพระราชโอรสธิดาจากพระเวสสันดรเพื่อมาเป็นบ่าวรับใช้ในเรือน แต่สุดท้ายพระเจ้ากรุงสญชัย พระบิดาของพระเวสสันดรได้ช่วยเหลือหลานของตน ด้วยการแลกตัวกัณหาชาลีกับแก้วแหวนเงินทอง ส่วนชูชกได้บริโภคอาหารจนท้องแตกตาย แต่ด้วยโมหะจิต ของนางอมิตตดาได้กล่าวโทษว่า พระเวสสันดรคือเหตุอันทำให้ชูชกต้องตาย เมื่อพ้นจากอัตภาพนั้น นางอมิตตดามาเกิดเป็นนาง ‘จิญจมาณวิกา’ ผู้เป็นหนึ่งในพญามารสำคัญที่ตามจองเวรจองกรรมกับพระพุทธเจ้าข้ามภพข้ามชาติ นางมาณวิกาหลอกลวงให้ผู้อื่นเชื่อว่า ตนเองได้ตั้งครรภ์กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องของนางมาณวิกานี้ ได้แสดงให้เห็นว่า มิจฉาจิต คือความคิดไม่เป็นกุศล ประกอบด้วยโทสะ โมหะ โลภะ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจคนได้เสมอ แม้ในสังคมปัจจุบันก็ไม่ต่างจากสมัยพุทธกาล ที่ผู้คนพากันหลงเชื่อ ศรัทธา โดยไม่ใช้สติปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง จนนำมาซึ่งความเดือนร้อน และความเสียหายกับตนเอง และคนรอบข้าง รวมถึงสังคมและประเทศชาติ ซึ่งเป็นการตีความที่สะท้อนความเป็นจริงในโลกดิจิทัล ในทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

“มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล ” เป็นการรวมตัวของเหล่าดารานักแสดงมากฝีมือ ประชันบทบาทกันอย่างเข้มข้น อาทิ มาริลิน เคท การ์ดเนอร์ ,โบ๊ท ธารา ทิพา ,หมอก้อง พันตรีนายแพทย์ สรวิชญ์ สุบุญ ,เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง,นุ่น ดารัณ ฐิตะกวิน,ตี๋ วิวิศน์ บวรกีรติขจร,ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์,ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน ,ผัดไท ดีใจ ดีดีดี , ธงธง นที ธีระเสรีวงศ์ ,อิ๋งอิ๋ง ธุรดี อารีรอบ , จีนี่ อรนลิน ลีลาบูรณธนกูร พร้อมทีมนักแสดงประกอบเลือดใหม่ที่เข้าร่วมออดิชั่นและร่วมแสดงอย่างคับคั่ง ท่ามกลางโปรดักชั่น ฉาก แสง สี เสียงตระการตา เสื้อผ้า หน้าผม จัดเต็ม เสมือนอยู่ในดินแดนภารตะแคว้นชมพูทวีป

พร้อมท้าทายกระแสแห่งศรัทธาและความดีในยุคโลกาภิวัตน์ มีกำหนดเปิดหน้าม่านการแสดงในเดือนมิถุนายนนี้ ณ โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ (ถ.เพชรบุรีตัดใหม่)

– รอบปฐมทัศน์ วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 19.00 น.

– รอบแสดง วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 แสดง 2 รอบ เวลา 14.30 น. และ เวลา 19.00 น.

– รอบแสดง วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2568 เพียง 1 รอบ เวลา 14.30 น.

“มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” เปิดจองบัตรแล้ว วันที่ 1 มีนาคม นี้ เป็นต้นไป 500 /1,000 / 1,500 บาท ได้ที่ @thaiticketmajor มาร่วมค้นหาคำตอบและพิสูจน์พลังศรัทธาที่มีอยู่ในตัวคุณ..

-(016)

ททท. ครีเอทคอนเทนต์ ‘เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว’ ชูกลยุทธ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ‘หลงไทย เมืองน่าเที่ยว’

ททท. ครีเอทคอนเทนต์ 'เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว' ชูกลยุทธ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 'หลงไทย เมืองน่าเที่ยว'

ททท. ครีเอทคอนเทนต์ ‘เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว’ ชูกลยุทธ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ‘หลงไทย เมืองน่าเที่ยว’

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.34 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลุยขยายนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวเมืองไทย ชูกลยุทธ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “หลงไทย เมืองน่าเที่ยว” ผลิตคอนเทนต์ในคอนเซ็ปต์ “เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว” ดึง Influencer ชาวไทยที่พูดภาษาจีนได้ เป็นไกด์นำคนจีนเที่ยว เผยแพร่ในช่องโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ในจีน ตั้งเป้าปี 2568 ดึงคนจีนเที่ยวไทย 8 ล้านคน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 แสนล้านบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 กลยุทธ์หลักที่ ททท. นำมาใช้เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางมาประเทศไทย จะมุ่งตอกย้ำความภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่าน “เสน่ห์ไทย” หรือ Soft Power ควบคู่กับการโปรโมต “เมืองน่าเที่ยว” นำมารังสรรค์เป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าที่กระตุ้นความต้องการเดินทางท่องเที่ยว ขยายฐานตลาด กระตุ้นความถี่ และการกระจายตัวสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงจะให้ความสำคัญในการโปรโมทเมืองน่าเที่ยวในตลาดท่องเที่ยวต่าง ๆ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น และสร้างความภาคภูมิใจกับชีวิตวิถีชุมชนเมืองน่าเที่ยว โดยเชื่อมโยงแนวคิด 5 Must Do in Thailand เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ ททท. วางเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ไว้ที่จำนวน 8 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 5.5 แสนล้านบาท

ล่าสุด ททท.เปิดตัวกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน ชูกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “หลงไทย เมืองน่าเที่ยว” เพื่อแนะนำการท่องเที่ยวไทยแบบฉบับเที่ยวเองได้ โดยนำวิถีวัฒนธรรมชุมชนมาเป็นคอนเทนต์ Soft Power สื่อถึงการเดินทางของคน 2 วัฒนธรรม (ไทย-จีน) ที่มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน สอดแทรกการแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อาหารในแต่ละท้องถิ่น การใช้ชีวิต การแต่งกาย ภาษา ศิลปะพื้นถิ่น สถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน ฯลฯ พร้อมนำเสนอ “เมืองน่าเที่ยว” ของไทย 5 ภาค 10 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี สุพรรณบุรี เชียงราย อุดรธานี บึงกาฬ นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ และจันทบุรี โดยรวบรวมวัฒนธรรมแบบวิถีไทยทั้ง 5 ภาค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว Must do – Must see ทางวัฒนธรรมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ภายใต้แนวคิด “เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว” โดยใช้ Influencer ชาวไทยที่สื่อสารภาษาจีนได้เป็นอย่างดีเป็นคนนำเที่ยว

สำหรับตัวอย่างที่จะนำเสนอทั้ง 5 ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ อาทิ เที่ยวดื่มด่ำเส้นทางสายกาแฟท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและสายลมหนาว ที่ดอยช้าง และดอยผาหมี จ.เชียงราย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลก นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับการดื่มกาแฟในบรรยากาศยามเช้าที่สวยงามแล้ว ก็ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของอาข่าผู้เชี่ยวชาญในการปลูกกาแฟ ทั้งเครื่องแต่งกายและอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

ภาคใต้ เที่ยวชายทะเลฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็น Hidden Paradise ที่ อ.ขนอม และอ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยการเดินทางผ่านถนนเลียบทะเล ขนอม-สิชล ถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพื่อไปพบกับความงดงามที่เงียบสงบของทะเล บนชายหาดที่ทอดตัวยาวนับสิบกิโลเมตร สามารถเลือกได้ว่าจะพักผ่อนสบาย ๆ หรือสนุกสนานกับกิจกรรมทางน้ำ ทั้งเจ็ทสกี บานาน่าโบ้ท ฯลฯ และพลาดไม่ได้กับการล่องเรือไปชมโลมาสีชมพู ในยามเช้า ซึ่งจะได้ชมความน่ารักของโลมาสีชมพูสัตว์ทะเลหายากอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่งทะเลขนอม นอกจากนี้ ก็ยังได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลสด ๆ ในบรรยากาศยามเย็นบนเรือไม้โบราณ ที่จะล่องจากปากแม่น้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยเพื่อชมพระอาทิตย์ตกอันน่าประทับใจ

ภาคกลาง สัมผัสวิถีไทยกับสายน้ำตลอดสองฝั่งลำน้ำเรียงรายไปด้วยบ้านทรงไทยโบราณ ชุมชนบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำสุพรรณ เป็นภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมเมื่อเกือบร้อยปี ลิ้มลองรับประทานอาหารฝีมือเชฟชุมชน ที่ได้รับการถ่ายทอดฝีมือจากเชฟพฤกษ์ (เชฟกระทะเหล็ก) ซึ่งนำวัตถุดิบชั้นดีในชุมชนมาสร้างสรรค์เมนูอร่อยและนำเสนออย่างสวยงาม เช่น ทำนองคิมหันต์ ยำสุพรรณมัจฉา กุ้งย่างสนธยา ปลาม้าอัสดง เมฆาลอยล่อง และชมสัตตบุษย์ เป็นต้น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พาชมชุมชนหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ชุมชนที่มากไปด้วยธรรมชาติและแหล่งน้ำที่หลากหลาย เปรียบเสมือนเกาะถูกห้อมล้อมด้วยสายน้ำ เติมเต็มด้วยอัตลักษณ์คนชาติพันธุ์ไทยโซ่ วิถีชีวิตเรียบง่าย และความอุดมสมบูรณ์ โดยได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตขึ้น นำศิลปะร่วมสมัยอย่างกราฟฟิตี้ มาหลอมรวมกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างมีเสน่ห์ จึงเกิดเป็นกราฟฟิตี้ ‘พญานาค’ ที่แตกต่างแต่ลงตัวด้วยการดึงเอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลังมาผสมผสานกับลายพ่นที่เล่าเรื่องราวของบ้านหลังนั้น ๆ อย่างเด่นชัด ทำให้ทั้งหมู่บ้านสวยงาม มีชีวิตชีวาน่าเที่ยวชม นอกจากนี้ ภายใต้แนวคิด “โลคอล สู่เลอค่า” ที่ชุมชนร่วมกันสร้าง ยังพัฒนาต่อยอดของดีในท้องถิ่นให้มีความร่วมสมัย ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน จนทำให้ไปคว้ารางวัลกูร์มองด์ อะวอร์ด (Gourmand Awards) หรือรางวัลออสการ์อาหารโลกซึ่งจัดขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศส ได้สำเร็จ ชุมชนบ้านเชียง นำเสนอแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นอกจากจะได้เยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากลแล้ว ณ ชุมชนประวัติศาสตร์แห่งนี้ นักท่องเที่ยวก็ยังได้ร่วมกิจกรรมกับปราชญ์ชุมชน ปั้นหม้อ และเขียนสี สร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก

ภาคตะวันออก เที่ยวสวนผลไม้ ที่จ.จันทบุรี ในฤดูกาลที่ผลไม้นานาชนิดพร้อมให้ลิ้มลองรสชาติอันน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนหลายสายพันธุ์ มังคุด เงาะ สละ ลำไย มะม่วง ฯลฯ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับความอร่อยในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ของผลไม้ไทยแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้เก็บความประทับใจกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดินชมสวน เก็บผลไม้ด้วยตัวเอง ฯลฯ ที่จะเกิดขึ้นในทิวทัศน์ที่สวยงามของสวนผลไม้เขียวขจีอีกด้วย เกาะช้าง จ.ตราด นอกจากหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวเหมาะแก่การพักผ่อนและกิจกรรมชายหาด ทะเลสวย น้ำทะเลใสราวคริสตัล ยังเหมาะแก่การดำน้ำดูปะการัง ชมฝูงปลาหลากสีสัน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีแล้ว การล่องเรือกอนโดลา(ไทย)ที่ชุมชนบ้านสลักคอก เที่ยวเกาะช้างแบบสโลว์ไลฟ์ จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความประทับใจ เมื่อได้ชมผืนป่าชายเลนที่กว้างใหญ่ รวมทั้งได้สัมผัสวิถีชาวประมงพื้นบ้านที่ยังคงอยู่คู่เกาะแห่งนี้

คอนเทนท์ “เมืองน่าเที่ยว” ของไทย 5 ภาค 10 จังหวัด จะนำไปเผยแพร่ในสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศจีน อาทิ Little Red Book (Xioahongshu), Weibo, TikTok (Douyin) หรือ Bilibili เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวจีน อายุระหว่าง 18-45 ปี และนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมีประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทย และต้องการได้มุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวเมืองไทย ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการรับรู้ได้กว่า 100 ล้านคน-ครั้ง รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวโดยรวมต่อไป

-(016)

ความอร่อยเข้มชวนลุ่มหลง Krispy Kreme CHOCOMANIA Doughnuts

ความอร่อยเข้มชวนลุ่มหลง Krispy Kreme CHOCOMANIA Doughnuts

ความอร่อยเข้มชวนลุ่มหลง Krispy Kreme CHOCOMANIA Doughnuts

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.29 น.

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ส่งเมนูใหม่ที่จะทำให้สายช็อกโกแลตหลงใหลไปกับรสชาติเข้มข้นถึงใจของ Krispy Kreme CHOCOMANIA 4 รสชาติใหม่ เริ่มจาก “ซอลท์เท็ด คาราเมล ชีสเค้ก” (Salted Caramel Cheesecake) โดนัทเคลือบดาร์กช็อกโกแลต สอดไส้ซอลท์เท็ด คาราเมล ชีสเค้ก เพิ่มความกรุบกรอบจากคุกกี้ครัช ตามด้วย “คลาสสิก ช็อกโกแลต” (Classic Chocolate) เคลือบดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นเต็มวง ตกแต่งด้วยมิลก์ช็อกโกแลตหวานละมุน และ “ช็อกโกแลตชิพ คุกกี้” (Chocolate Chip Cookie) เคลือบซอลท์เท็ด คุกกี้โดว์ ไอซ์ซิ่ง เพิ่มความพิเศษด้วยช็อกโกแลตชิพและคุกกี้ หรือจะเข้มแบบคูณสองกับ “ช็อกโกแลต มูส” (Chocolate Mousse) โดนัทเคลือบดาร์กช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยครีมดาร์กช็อกโกแลตเนื้อเนียน พร้อมโรยช็อกโกแลต เคิร์ลปิดท้ายมาลิ้มลองความอร่อยแบบหยุดไม่อยู่ของ Krispy Kreme CHOCOMANIA ในราคาชิ้นละ 35 บาท หรือจะเลือกซื้อ แบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (ช็อกโกแมเนีย โดนัท 3 ชิ้น) หรือแบบเซ็ต ในราคา 315 บาท (ออริจินอล เกลซ 6 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 2 ชิ้น และ ช็อกโกแมเนีย โดนัท 4 ชิ้น) ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568 ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ (ราคาดังกล่าว ยกเว้น สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง และแอปพลิเคชันฟู้ดดิลิเวอรี) ติดตามความเคลื่อนไหวของ คริสปี้ ครีม โดนัท สุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

EMPORIUM ร่วมกับชูชัย จัดงาน ‘CHUCHAI DIAMOND x EMPORIUM’ โชว์สร้อยเพชรล้ำค่าในตำนาน

EMPORIUM ร่วมกับชูชัย จัดงาน 'CHUCHAI DIAMOND x EMPORIUM' โชว์สร้อยเพชรล้ำค่าในตำนาน

EMPORIUM ร่วมกับชูชัย จัดงาน ‘CHUCHAI DIAMOND x EMPORIUM’ โชว์สร้อยเพชรล้ำค่าในตำนาน

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.26 น.

ห้างสรรพสินค้า EMPORIUM โดยคุณวิกกี้ อรธิรา ภาคสุวรรณ ร่วมกับ คุณชูชัย ชัยฤทธิเลิศ จัดจบงานใหญ่ CHUCHAI DIAMOND x EMPORIUM ณ @Abandoned Mansion Bangkok โรงแรม The Coach สุขุมวิท 14 กรุงเทพ

ไฮไลท์เด็ดเว่อร์ของงานคือ ฟินาเล่สุดสะพรึงแตก ต้องยกให้ โยชิ รินรดา ธุระพันธ์ ที่มาเป็นนางแบบสุดมั่นกรีดกรายวิบวับงามมาก โชว์สร้อยโคตรเพชร 40 กะรัตในตำนาน ที่นางงามจักรวาล Miss Universe นาตาลี เกลโบวา เคยใส่สวยออกงานมาแล้ว

ลีลาเดินแบบสับๆ ของโยชิ ไม่ธรรมดา ยิ่งกว่าซุปเปอร์โมเดล ดูแพงเลอค่าไปหมด แพงทั้งชุด แพงทั้งเพชร แพงทั้งรูปร่างหน้าตาโยชิรวมอยู่ด้วย คุณชูชัย เจ้าแม่เพชรหมื่นล้าน และแขก VVIP หลายคนถึงกับเอ่ยปากชมโยชิดังๆ

โยชิ นำเสนอพรีเซนต์สร้อยโคตรเพชรได้เด่นโดนใจจริง ยิ่งกว่า Queen of Diamond ราชินีเพชร จนทำให้อภิมหาเศรษฐีคนหนึ่ง ที่ไม่ประสงค์จะออกนาม ได้ซื้อสร้อยเพชรเส้นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว!

คุณชูชัย ย้ำๆ แขก VVIP คนนี้ ไม่ประสงค์ออกนาม แน่นอนว่าชอบๆ ถูกใจโยชิอยู่แล้ว และที่สำคัญชอบๆ รักๆ สร้อยเพชรนี้มาก! เพราะมีชิ้นเดียวในโลก ออกแบบพิเศษสุดพิถีพิถันจริงล้ำค่าจริง! แน่นอนว่าเพชรจริงเพชรแท้คุณภาพระดับโลก ราคาแฟร์ๆ ไม่แพงเว่อร์ ต้องเพชรชูชัย เท่านั้น!

-(016)

ในหลวง – พระราชินี เสด็จฯ เปิดสวนพฤกษศาสตร์สากล สวนภูผาสู่มหานที

ในหลวง - พระราชินี เสด็จฯ เปิดสวนพฤกษศาสตร์สากล สวนภูผาสู่มหานที

ในหลวง – พระราชินี เสด็จฯ เปิดสวนพฤกษศาสตร์สากล สวนภูผาสู่มหานที

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.22 น.

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 17.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และข้าราชการ เจ้าหน้าที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล แล้วพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิกมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จทรงเปิดป้าย สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงปลูกต้นรวงผึ้ง และทรงปล่อยปลาคาร์ปพระราชทาน  จากนั้นเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดป้ายสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที เฉลิมพระเกียรติฯ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก) ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีโดยวงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดยนายวิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) พุทธศักราช 2560 ในเพลงต้นไม้ของพ่อ ขับร้องโดย นายธงไชย แมคอินไตย์(เบิร์ด) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) พุทธศักราช 2565 และศิลปินนักร้องจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นายโชคชัย หมู่มาก(แอ๊ค) นายภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์(สปาย) นายกิตติธัช แก้วอุทัย(ธัช) จ่าอากาศโทหญิง ทิพย์รมิดา พันตาวงษ์กบิล(พลอย) นางสาวภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์(เมจิ) นางสาวกนกวรรณ อินทรพัฒน์(อุ๊บอิ๊บ) พร้อมด้วยการแสดงประกอบเพลงจากคณะนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง และคิดบวกสิปป์ กำกับการแสดงโดยนายยุทธนา อัครเดชานัฏ,นายกล้ากูล อัครเดชานัฏ ซึ่งเป็นนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงรุ่นแรก การแสดงประกอบด้วย 5 องก์ ได้แก่ องก์ที่ 1 เปิดป่า องก์ที่ 2 หยั่งรากพระบารมี องก์ที่ 3 พฤกษชาติรื่นรมย์ องก์ที่ 4 ส่งต่อพระราชปณิธาน องก์ที่ 5 พระเมตตาบารมี รัชกาลที่ 10 ต่อด้วยเพลงตามรอยความดี บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2568

จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมาของ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ก้าวสู่การเป็นสวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที พร้อมทั้งทรงปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นสิริมงคลและทรงปล่อยปลาคาร์ป ขณะนั้นวงดนตรีเฉลิมราชย์บรรเลงและขับร้องเพลงแม่แห่งแผ่นดิน ซึ่งเป็นเพลงที่อัญเชิญคำขวัญพระราชทานเนื่องในวันแม่แห่งชาติ พุทธศักราช 2550 คือ “ข้าวในนา ปลาในน้ำ คำโบราณ คือตำนานความอุดม สมบูรณ์สิน ฝากลูกไทย ร่วมหวงแหน รักแผ่นดิน ถนอมไว้ อย่าให้สิ้น แผ่นดินไทย” มาเป็นส่วนหนึ่งของการประพันธ์เป็นบทเพลง ในการเสด็จฯ ครั้งนี้ พระราชทานลูกปลาคาร์ปทรงเลี้ยง จำนวน 172 ตัว เพื่อทรงปล่อยที่สระในสวนจากภูผาสู่มหานที เพื่อให้ประชาชนที่มาพักผ่อนได้เพลิดเพลินกับความสวยงามและศึกษาประโยชน์ของปลาคาร์ป ตลอดจนได้เรียนรู้ความสำคัญของระบบนิเวศด้วย

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราโชบายให้รูปแบบการจัดสวนเป็นไปตามหลักระบบนิเวศ และความหลากหลายของพืชพรรณ เช่นเดียวกับผืนป่าในธรรมชาติ ให้เป็น“ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ที่สมบูรณ์ ซึ่งการพัฒนาตามแนวพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังกล่าว ทำให้สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้รับการรับรองจากองค์การสวนพฤกษศาสตร์สากล BGCI (Botanic Gardens Conservation International) เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 ว่าเป็นสวนพฤกษศาสตร์สากลมาตรฐาน BGCI คือ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่มีความสมบูรณ์ตามข้อกำหนดมาตรฐานขององค์การฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยเป็นสวนพฤกษศาสตร์มาตรฐานสากลแห่งแรก และแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร และเป็นแห่งที่ 3 ของประเทศไทย

สำหรับสวนจากภูผาสู่มหานที เป็นสวนที่มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 26 ไร่ เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภาคของประเทศไทย และพระราชทานโครงการพระราชดำริด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าพระอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการปลูกป่าสร้างความสมบูรณ์ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้ประชาชนได้เรียนรู้ ลักษณะของสวนจึงประกอบด้วยความหลากหลายของป่า และการรักษาระบบนิเวศของน้ำด้วยวิธีธรรมชาติเพื่อการศึกษา คุณลักษณะเด่นของสวน คือ การนำกล้าไม้จากต้นไม้ที่ทรงปลูกไว้ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศที่เสด็จพระราชดำเนินไปมาปลูกไว้ในสวน โดยเรียงลำดับจากภาคเหนือจนถึงภาคใต้

สภาผู้บริโภค ร่วมกรมรางฯ สำรวจ ‘รถไฟฟ้าสายสีแดง’ แก้จุดเชื่อมต่อรถสาธารณะ ทางเดินคนพิการไม่สะดวก

สภาผู้บริโภค ร่วมกรมรางฯ สำรวจ 'รถไฟฟ้าสายสีแดง' แก้จุดเชื่อมต่อรถสาธารณะ ทางเดินคนพิการไม่สะดวก

สภาผู้บริโภค ร่วมกรมรางฯ สำรวจ ‘รถไฟฟ้าสายสีแดง’ แก้จุดเชื่อมต่อรถสาธารณะ ทางเดินคนพิการไม่สะดวก

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.15 น.

สภาผู้บริโภค จับมือกรมขนส่งทางราง ลงพื้นที่สำรวจ พบมีปัญหาจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง ทางเดินคนพิการไม่สะดวก ด้าน”พิเชฐ”เร่งรัดดำเนินการให้เสร็จภายใน 2 เดือน หวังดึงยอดผู้โดยสารเพิ่ม

สภาผู้บริโภค ร่วมกับกรมการขนส่งทางราง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการสายสีแดง กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พร้อมเครือข่ายผู้บริโภค ผู้พิการร่วมเดินทาง สำรวจเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยสำรวจ 5 สถานี จาก 13 สถานี ประกอบด้วย รังสิต หลักหก หลักสี่ ทุ่งสองห้อง และตลิ่งชัน เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับปรุง ระบบขนส่งการเชื่อมต่อหรือ feeder เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการและจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท แม้จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 43.9 หรือราว 40,000-45,000 คนต่อวัน แต่ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในเส้นนี้ได้ถึง 80,000 คนต่อวัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องลดอุปสรรคต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้โดยสารมาใช้บริการมากขึ้น

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่สำรวจ 5 สถานีของสภาผู้บริโภคและคณะทำงาน พบว่ามีปัญหา ดังนี้สถานีทุ่งสองห้อง ไม่มีป้ายบอกข้อมูลการเดินทางไปป้ายรถเมล์ ไม่มีทางให้วีลแชร์ หากลงผิดทางจะไม่สามารถไปเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะอื่นได้ สถานีหลักสี่ มีความยากลำบากในการเดินทางจุดเชื่อมต่อกับสายสีชมพู ฟุตบาทแคบ มีสิ่งกีดขวางทางสัญจร เป็นอุปสรรคต่อผู้พิการวีลแชร์ สถานีหลักหก (มหาวิทยาลัยรังสิต) ไม่มีรถสาธารณะให้บริการ ทางเดินคนพิการกลายเป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์ ทางลาดเอียงไม่ได้มาตรฐาน มีสิ่งกีดขวางบนทางของผู้พิการ จุดขึ้นรถสองแถวไกลเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร สถานีรังสิต (ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) เป็นจุดต้นทางปลายทางที่ไม่มีรถเมล์ให้บริการ ทางลาดเอียงไม่ได้มาตรฐาน ทางเท้าชำรุด ไม่สามารถใช้ งานได้ ผู้พิการมีความยากลำบากในการใช้ทาง และสถานีตลิ่งชัน เป็นจุดต้นทางปลายทางที่ขาดระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อการเดินทางที่เพียงพอ

นายพิเชฐ กล่าวว่า หลังจากนี้กรมการขนส่งทางรางจะมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ เพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไข ในจุดที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะระบบ Feeder รถขสมก.แม้ในช่วงแรกจะไม่คุ้มทุน แต่ขอให้ดำเนินการจัดหารถมาบริการไปก่อน เพื่อดึงให้ประชาชนมาใช้บริการ โดยจะเร่งรัดให้หน่วยงานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้

ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค กล่าวว่า วันนี้สภาผู้บริโภคได้ ร่วมกับกรมขนส่งทางราง สำรวจปัญหาการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงซึ่งพบว่ามีปัญหาการชื่อมต่อหลายสถานี โดยเฉพาะไม่มีระบบขนส่งสาธารณะให้บริการและความสะดวกของผู้พิการ ซึ่งหลังจากนี้จะนำข้อมูลผลการสำรวจเพื่อเสนอต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางขอให้ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ไขปัญหาสายสีแดงเชื่อมต่อการเดินทางให้ผู้บริโภคอย่างไร้รอยต่อเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารรถไฟฟ้ามากขึ้น เพราะระบบขนส่งสาธารณะที่ดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคทุกคน

นอกจากนี้ จากการสำรวจสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงของทีมงานสภาผู้บริโภคในสถานีอื่น ๆ ยังพบปัญหาเหมือนกันในหลายสถานี เช่น 1. สถานีจตุจักร มีปัญหาชื่อสถานีที่ไม่ตรงสถานที่และไม่เชื่อมต่อกับชุมชนหลักทำให้มีผู้ใช้บริการน้อย 2. สถานีวัดเสมียนนารี มีปัญหาไม่เชื่อมกับป้ายรถเมล์ มีระยะทางไกล ขณะที่มีทางที่ติดป้ายรถเมล์แต่ป้ายนั้นไม่ได้เปิดใช้งาน 3. สถานีบางเขน ฝั่งมหาวิทยาลัยเกษตรไม่มีป้ายรถเมล์ ขณะที่ไม่มีจุดเชื่อมต่อไปยังถนนงามวงศ์วานขาเข้าให้กับผู้บริโภค ทำให้ต้องเดินข้ามถนนที่เสี่ยงต่ออันตราย

“สำหรับนโยบายของรัฐบาล ที่จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท ในทุกสี ทุกสาย และทุกเส้นทาง ภายในเดือนกันยายน 2568 นั้น ในระหว่างนี้อยากให้หน่วยงานเร่งแก้ปัญหาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนใช้บริการรถไฟฟ้าให้มากขึ้น สามารถเดินทางได้ง่ายในทุกวัน เนื่องจากรถไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการมหาศาล ต้องอำนวยความสะดวกใช้เกิดการใช้งานที่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้ลงทุนไป”

ขณะที่ นายสว่าง ศรีสม อนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ ในฐานะเครือข่ายผู้พิการ กลุ่มภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ กล่าวว่า จากการร่วมสำรวจปัญหาการเชื่อมต่อของสายสีแดงพบว่ามีปัญหาผู้ใช้บริการเข้าถึงยาก เมื่อเข้ามาใช้บริการไม่สามารถเดินทางต่อไปได้เพราะปัญหาจุดเชื่อมต่อ ซึ่งสำหรับผู้พิการแล้วมีปัญหาในการเดินทางมากกว่าคนปกติหลายเท่า เนื่องจากบางสถานีผู้พิการไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่น สถานีทุ่งสองห้อง หรือสถานีหลักหก อย่างไรก็ตาม ตัวแทนสายสีแดง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ ผู้ให้บริการสายสีแดง ซึ่งร่วมเดินทางสำรวจด้วย รับทราบถึงปัญหาการเข้าถึงของผู้โดยสารในการใช้บริการในหลายสถานี โดยขณะนี้ได้พยายามปรับปรุงเส้นทาง feeder เพื่อเชื่อมให้ผู้โดยสารเข้าถึงการให้บริการสายสีแดงได้มากขึ้น

-(016)

‘ใครคนที่ใช่ Who?’ ซิงเกิ้ล ใหม่ล่าสุดจาก เอ๋ ตฤณสิษฐ์

‘ใครคนที่ใช่ Who?’ ซิงเกิ้ล ใหม่ล่าสุดจาก เอ๋ ตฤณสิษฐ์

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.20 น.

เรามาทำความรู้จักกับบนักร้องหน้าใหม่อย่าง เอ๋ ตฤณสิษฐ์ กันสักนิด !

ประวัติส่วนตัว

นาย ตฤณสิษฐ์  วราพรชัยศักดิ์  

(เอ๋ ตฤณสิษฐ์ )

เรียนจบ เรื่องเทคนิคการร้องเพลง และเทคนิคการใช้เสียงที่ถูกวิธี ขั้นสูงสุด เกียรตินิยมสูงสุดอันดับ 1 ตามกฎกระทรวงศึกษาธิกา ประสบการณ์ มาประมาณ 20 ปี

เรียนเทคนิคการใช้เสียง  Mr.Greg Enriquez world-class Vocal coach  ระดับโลกที่เป็นโค้ชให้กับศิลปินมากมายเช่น celine dion britney spears เป็นต้น  



ผลงานเกี่ยวกับการร้องเพลง

ร้องเพลงประกอบโฆษณา คอลเกตปาล์มโอลีฟ 

ร้องเพลงประกอบละครเวที เป็นต้น

ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ 

เพลง ไม่มีสิทธิ์ควบคุม ,

เพลง คนที่รอ เป็นต้น

ร้องเพลงประกอบซี่รี่ เรื่องพี่ชาย

My Bromance ภาค2 

เพลง เรา 

ร้องเพลงประกอบซีรีย์+เล่นซีรีย์ Love Love You 2 3 เป็นต้น

โดยล่าสุดได้ออก ซิงเกิ้ลแรกของตัวเอง ‘ใครคนที่ใช่ Who?’ สามารถรับชมรับฟังกันได้แล้ววันนี้