ยาดมตราโบว์แดง ร่วมสนับสนุนโครงการสุขศาลาพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

ยาดมตราโบว์แดง ร่วมสนับสนุนโครงการสุขศาลาพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

ยาดมตราโบว์แดง ร่วมสนับสนุนโครงการสุขศาลาพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.35 น.

ยาดมตราโบว์แดง ร่วมสนับสนุนโครงการสุขศาลาพระราชทาน มอบยาดมและยาสมุนไพรสามัญประจำบ้าน 1,000 ชิ้น ผ่าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ (ผบ.ตร.) เพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างขายยาห้องยาเภสัช ผู้ผลิตยาดมตราโบว์แดงและยาสมุนไพรโบว์แดง  โดยคุณนรเทพ เชาวน์วิวัฒน์  ประธานกรรมการ พร้อมด้วย คุณนรรัตน์ เชาวน์วิวัฒน์ Vice president รองกรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างขายยาห้องยาเภสัช ได้เข้าพบพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อมอบยาดมตราโบว์แดงและยาสมุนไพรตราโบว์แดง จำนวน 1,000 ชิ้น เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปช่วยเหลือประชาชนและผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารที่ยากต่อการคมนาคม รวมทั้งการบริการสาธารณสุขยังเข้าไม่ไปไม่ทั่วถึง รวมถึงบริเวณแนวชายแดนต่างๆ ภายใต้โครงการสุขศาลาพระราชทาน เมื่อวันก่อน

-(016)

เมืองโบราณ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสักการะพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และ ตักบาตรมหากุศล 1,250 รูป

เมืองโบราณ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสักการะพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และ ตักบาตรมหากุศล 1,250 รูป

เมืองโบราณ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสักการะพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และ ตักบาตรมหากุศล 1,250 รูป

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.31 น.

มาฆบูชานี้ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสักการะ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และ ตักบาตรมหากุศล 1,250 รูป “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ของวันมาฆบูชา” ณ เมืองโบราณ สมุทรปราการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสครบ 53 ปี แห่งการเสด็จพระราชดำเนินของในหลวง รัชกาลที่ 9 สู่เมืองโบราณ และเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่หมู่พุทธบริษัท

มาเติมพลังบุญ • มาตื่นรู้ในธรรม • มาร่วมสร้างบุญปีใหม่ 2568 ในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ไปด้วยกัน โดย ช่วงเย็น  ร่วมเวียนเทียน พระธาตุบังพวน ภายในเมืองโบราณ พร้อมทั้งชม บารมีจักรพรรดิช้างเชือกสุดท้าย พ่อพลายเอกชัย (คชสีห์แห่งเมืองโบราณ) ฟรี

สำหรับกำหนดการ มีดังต่อไปนี้

● เวลา 07.00 – 10.00 น.

ร่วม ตักบาตรมหากุศล 1,250 รูป ณ พุทธาวาสแห่งอนัตตจักรวาล และ ตลาดโบราณ เมืองโบราณ สมุทรปราการ

● เวลา 16.00 – 19.30 น. ร่วมฟังพระธรรมเทศนา และประกอบพิธีเวียนเทียนณ พระธาตุบังพวน, พระธาตุเชิงชุม, พระธาตุขามแก่น

● เวลา 19.30 – 21.00 น. พร้อมร่วมสักการะ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และ พระธาตุประจำปีเกิด ณ เจดีย์อุปปาตะสันติ ภายใน พุทธาวาสแห่งอนัตตจักรวาล

โดยมีบริการรถรางรับ-ส่งภายในงาน ขึ้นบริเวณด้านหน้าจุดเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร

#วันมาฆบูชา #ทำบุญตักบาตร #พระ1250รูป #หลวงตาสินทรัพย์  #พระสิ้นคิด  #กิจกรรมบุญ #เวียนเทียน #เมืองโบราณสมุทรปราการ #MuangBoranMuseum

-(016)

ททท.นำทีมชาติไทยคว้ารองแชมป์ ในการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ

ททท.นำทีมชาติไทยคว้ารองแชมป์ ในการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ

ททท.นำทีมชาติไทยคว้ารองแชมป์ ในการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.03 น.

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมเป็นเกียรติในงานประกาศรางวัลของการแข่งขันแกะสลักหิมะ The 49th International Snow Sculpture Contest ภายในงาน The 75th Sapporo Snow Festival 2025 ณ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น

โดยในปีนี้ประเทศไทยได้แกะสลักในผลงานชื่อ World Water Festival’ ซึ่งเป็นรูป ‘ช้างแม่-ลูก’ เล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ แสดงให้เห็นถึงความสนุกสนานในเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง วันขึ้นปีใหม่ไทยรวมทั้งสะท้อนถึงความอบอุ่นในครอบครัวเพราะเทศกาลสงกรานต์ยังนับว่าเป็น ‘วันครอบครัว’ ของประเทศไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ การเข้าร่วมการแข่งขันถือเป็นหนึ่งในแนวทางการนำเสนอเสน่ห์ไทยด้านเทศกาลของไทยผ่านศิลปะการแกะสลักหิมะที่เป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเทศกาลสงกรานต์ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้โดยยูเนสโก นับว่าเป็นหนึ่งในอีเว้นไฮไลท์ Grand Festivity ภายใต้ ‘Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025’ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงที่ประเทศไทยในปี 2568

-(016) 

สคล.ระดมไอเดียขับเคลื่อน ‘ความสุขที่มีสติ’ ท้ากระแสสังคมยุคเสรีปลดล็อกอบายมุข

สคล.ระดมไอเดียขับเคลื่อน 'ความสุขที่มีสติ' ท้ากระแสสังคมยุคเสรีปลดล็อกอบายมุข

สคล.ระดมไอเดียขับเคลื่อน ‘ความสุขที่มีสติ’ ท้ากระแสสังคมยุคเสรีปลดล็อกอบายมุข

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.56 น.

สคล.ระดมไอเดียขับเคลื่อน “ความสุขที่มีสติ” ท้ากระแสสังคมยุคเสรีปลดล็อกอบายมุข หวั่นเด็กเยาวชนเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ เร่งบูรณาการจังหวัด เน้นสร้างภูมิคุ้มกัน และย้ำความรับผิดชอบของผู้ก่อปัญหา

สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมใหญ่เครือข่ายจากทั่วประเทศเนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมอุบลฮอล์ โรงแรมเซนทารา จังหวัดอุบลราชธานี โดยชูสโลแกน “ความสุขที่มีสติ” ในสถานการณ์สังคมแบบเสรีนิยม พร้อมประเมินสถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ในภาคอีสานในภาพรวมสถิตินักดื่มเปรียบเทียบปี 2560 กับปี 2564 พบว่า จังหวัดนครราชสีมา และอำนาจเจริญความชุกลดลง ส่วนอีก 6 จังหวัด สถิติเพิ่มขึ้นได้แก่ มุกดาหาร บุรีรัมย์ สุรินทร์ ยโสธร ชัยภูมิ อุบลราชธานี ส่วนจังหวัดศรีสะเกษสถิติความชุกคงเดิม คือ ร้อยละ 26.90 รวมทั้ง ความชุกของเยาวชนอายุ 15-19ปี ของจังหวัดศรีสะเกษ สถิติลดลงอย่างชัดเจนจาก ร้อยละ 12 ปี 2560 เป็น ร้อยละ 7.3 ในปี 2564 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมสถิติปัญหาของภาคอีสานในหลายจังหวัดน่ากังวล โดยเฉลี่ยพบว่า ร้อยละ 32.3 พบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 23.9  การดื่มในงานประเพณี / คอนเสิร์ต งานเลี้ยง ร้อยละ 70.0 การขายในวันพระใหญ่ต่าง ๆ ร้อยละ 15.7 การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย ร้อยละ 25.2 การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ห้ามขาย ร้อยละ 7.1  และดื่มในบ้านตนเอง กว่าร้อยละ 88.6 โดยพบว่า จังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดที่ดื่มสูงในภาคกว่าร้อยละ 38.6 เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ซึ่งคงต้องเจาะลึกสถานการณ์ปัญหาของแต่ละจังหวัด

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผจก. สสส. กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา กระท่อม การพนันออนไลน์ ยาเสพติด เป็นปัญหาที่ซับซ้อนบนเงื่อนไขทางสังคมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสังคมดิจิตอล ดังนั้น สสส. และภาคีจึงต้องปรับตัวเน้นการทำงานที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เน้นการทำงานให้เกิดผลลัพธ์ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชน ตลอดจนเด็กปฐมวัยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วัยเด็ก และเน้นกลุ่มที่มีการดื่มแบบเสี่ยงสูง เพื่อยืดอายุและเพิ่มอัตราอายุยืนเฉลี่ยรายจังหวัด โดยจะเน้น 4 หลักการ DOPA คือ Data Driven , Outcome Driven , Partner Driven และ AI Driven โดยใช้พื้นที่จังหวัดเป็นตัวตั้ง โดยพัฒนาชุมชนที่เข้มแข็งมีส่วนร่วมแบบบ้านวัดโรงเรียนราชการให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเครือข่ายงดเหล้าเป็นหนึ่งในภาคีที่ทำงานเคียงคู่ สสส.มาต่อเนื่อง มีการทำงานในทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเน้นการเปลี่ยนแปลงชุมชนให้ปลอดภัยจากอบายมุขต่างๆ โดยปีนี้พิเศษที่มาเน้นเรื่อง “สติ” ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้าอีกด้วย เรียกว่า รุมเร้าสังคมไทยทั้งด้านกาย ใจ สังคมและปัญญา จึงต้องกลับมาที่ฐานรากวางเป้าหมายบูรณาการพื้นที่จังหวัด ซึ่งเครือข่ายงดเหล้าจะต้องเร่งขับเคลื่อนจังหวัดให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนใน 2-3 ปีจากนี้ 

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในพิธีเปิดว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน เพื่อให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งโรคมะเร็งตับถือเป็นโรคร้ายแรงที่สำคัญในจังหวัดอุบลราชธานีต้องรีบแก้ไข และการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตประชากรให้มีความอยู่ดี มีสุข ลดปัญหาหนี้สินค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสนับสนุนแนวทางการป้องกันนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลใจ มีการแพร่ระบาดอย่างแพร่หลาย จังหวัดอุบลราชธานีจึงดำเนินการนโยบายปราบปราม ป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเด็กเยาวชนอย่างเต็มที่  ทั้งนี้ เครือข่ายงดเหล้าในจังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ดำเนินงาน ได้แก่ ชุมชนต้นแบบสู้เหล้า บ้านโนนมะเขือ อำเภอกุดข้าวปุ้น ชุมชนบ้านแก้ง อำเภอเดชอุดม บ้านหนองคู อำเภอน้ำยืน และการขับเคลื่อนนโยบายระดับอำเภอได้แก่ อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอสำโรง อำเภอน้ำยืน และอำเภอเดชอุดม ตลอดจนงานแห่เทียนพรรษาที่เป็นจุดเด่นของจังหวัด งานประเพณีสงกรานต์ “ถนนดอกไม้และสายน้ำ” โดยเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยมีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกฝ่าย

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 22 ปี ของการก่อตั้งเครือข่ายงดเหล้า นอกจากจะเป็นช่วงเวลาทบทวนและพบปะเพิ่มพลังเครือข่ายแล้ว ยังต้องมองอนาคตใน 2-3 ปีจากนี้ไป โดยข้อมูลปี 2564 ความชุกนักดื่มโดยรวมประเทศ ร้อยละ 28 ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์ปัญหาจากปัจจัยเสี่ยงสุขภาพจะเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การแก้ไขกฎกระทรวงของกรมสรรพสามิตให้การผลิตสุราทำได้ง่ายขึ้น กรณีปัญหากัญชากระท่อมที่เริ่มส่งผลต่อเด็กเยาวชน รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ ที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะทำให้ถูกกฎหมายมากขึ้น โดยในโซนภาคอีสาน ซึ่งกำลังถูกส่งเสริมให้มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นสุราท้องถิ่น วิถีชีวิตที่ชอบสนุกสนานม่วนหน้าฮ่านรถแห่ ประเพณียิ่งใหญ่บุญบั้งไฟ บุญแข่งเรือ รวมทั้งวิถีกินเหล้าหลังเสร็จงาน การเลี้ยงแขกด้วยเหล้า เป็นบรรทัดฐานและกิจกรรมการส่งเสริมตลาดของธุรกิจที่มาพร้อมกับการเป็นสปอนเซอร์จัดงานแบบ CSR ปลอม ซึ่งในความเป็นจริงผู้ที่ผลิตนำเข้าหรือขายสินค้าต้องรับผิดชอบต่อการขายสินค้าที่ไม่ธรรมดา เช่น ต้องจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้ง ต้องควบคุมผู้ขายให้ทำตามกฎหมาย การไม่ขายคนเมา ไม่ขายให้เด็ก รวมทั้ง การปฏิบัติตามการควบคุมโฆษณาอย่างเคร่งครัด เป็นต้น

ส่วนการบูรณการแก้ปัญหาโดยใช้พื้นที่จังหวัด ทางเครือข่ายได้คัดเลือกจังหวัดที่จะวัดผลการเปลี่ยนแปลงเป็น 3 กลุ่ม โดยปี 2568 จะเน้น 9 จังหวัด ได้แก่ น่าน สุโขทัย หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ อ่างทอง จันทบุรี สุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช และปัตตานี จากนั้นจะขยายการติดตามวัดผลการเปลี่ยนแปลงไปยังจังหวัดกลุ่มที่ 2 และ 3 ต่อไป โดยการพุ่งเป้าลดความเสี่ยงในกลุ่มดื่มหนัก สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่อายุน้อย การบูรณาการประเด็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ให้ร่วมดำเนินการในชุมชนตำบลอำเภอ รวมทั้ง การดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กำลังแก้ไขในสภาผู้แทนฯ

-(016)

ชวนเช็คอินที่ มมส ชมดอกจานสีส้มสดใส บานสะพรั่งทั่วมหาวิทยาลัย

ชวนเช็คอินที่ มมส ชมดอกจานสีส้มสดใส บานสะพรั่งทั่วมหาวิทยาลัย

ชวนเช็คอินที่ มมส ชมดอกจานสีส้มสดใส บานสะพรั่งทั่วมหาวิทยาลัย

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.48 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ต้อนรับฤดูร้อนด้วยสีสันสดใสของ ดอกจาน หรือ ดอกทองกวาว ที่กำลังบานสะพรั่งทั่วมหาวิทยาลัย ดอกจานสีส้มสดใสตัดกับท้องฟ้าสีคราม ดึงดูดสายตาสร้างความประทับใจให้กับนิสิต บุคลากร และผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

ดอกจานเริ่มเบ่งบานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ บริเวณทางเดินข้างวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ลานกิจกรรม สนามหญ้า ลานจอดรถ รวมถึงด้านหลังคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ขามเรียง)กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม

แม้ช่วงเวลาแห่งความงามนี้จะสั้น แต่เสน่ห์ของดอกจานอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ได้พบเห็น และไม่เพียงแต่แต่งแต้มสีสันให้กับมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นฤดูร้อนที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาสะท้อนความงดงามของธรรมชาติ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสความงามของดอกจาน และเก็บภาพความประทับใจก่อนที่ดอกจานจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา

-(016)

เทศกาลแห่งความรักจุดนัดพบ ความอร่อย รวมร้านดังไว้ในงาน ‘Star Market Sharing the Love’

เทศกาลแห่งความรักจุดนัดพบ ความอร่อย  รวมร้านดังไว้ในงาน ‘Star Market Sharing the Love’

เทศกาลแห่งความรักจุดนัดพบ ความอร่อย รวมร้านดังไว้ในงาน ‘Star Market Sharing the Love’

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.09 น.

บริษัทโซนิกซ์ ยูธ 1999 จำกัด ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดงาน “Star Market Sharing the Love” เทศกาลแห่งความรักจุดนัดพบความอร่อย พบปะใกล้ชิดกับเหล่าซุปตาร์ ที่มาปักหมุดพร้อมเสิร์ฟความอร่อย ของดี ของเด็ดในราคาสุดพิเศษ มากมาย อาทิ Fruitamina by อ.ยิ่งศักดิ์ / มูลนิธินาถะ by หมอบี ฑูตสื่อธรรม / Mari by คุณแม่เปีย – มาริโอ้ / เปรี้ยวซ่าส์ปลาระเบิด by เปรี้ยว AF / Hunger Pang อร่อยเต็มคำ by อะตอม / ลูกชิ้นธงธง by ธงธง ม๊กจ๊ก / สมูทตี้ดีใจ by ผัดไท ดีใจ / ลำพาย ก๋วยเตี๋ยวเรือ by เฟิสท์ เอกพงศ์ / น้ำพริกปุยแสบปาก by ปุยฝ้าย / Fox Cha La Lemon by พิมพ์ พิมพ์พรรณ / สยามชาไทย by เด่นคุณ งามเนตร / Natrika shop by น้ำผึ้ง ณัฐริกา / ลูกชิ้นหมูหัน by ครัวลุงรงค์ / แม่จวงยกนิ้ว by จุ๊บแจง วิมลพันธ์ / Maggi Cornflakes by แม็คกี้ อาภา / Fluke Cooking by ฟลุ้ค ณธัช / ยาดมตราฉุย by มาวิน บางกอกกระซิบ / Brandnew Field Good by เป๊ก – นิว / ลาบูกี้ by น้ำหวาน – นาวินต้าร์ / ภารดี มีทุกสิ่ง by เปิ้ล ภารดี / April’Farm by ตุ๊ก ชนกวนันท์ /  ลูกนก จริ by นก จริยา / เขียวไข่กา by เท็น Musketeers / ปูดอง อันยอง by จุ๋ย จรสพรรณ / Glassglowy by ปาม ศุภชัย  รายได้ส่วนหนึ่ง มอบให้มูลนิธินาถะ

มาร่วมส่งต่อความสุขและความรักในเทศกาล Valentine’s นี้ที่งาน “Star Market Sharing the Love” จัดเต็มความสุขตั้งแต่วันที่  13 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ชั้น G เซ็นทรัล พระราม 3

-(016)

หมอเบียร์ จับมือ นิคกี้ พลิ้ม เปิดมุมมองใหม่สู่สุขภาพเพศที่ยั่งยืน ในงาน Men Health Trend 2025

หมอเบียร์ จับมือ นิคกี้ พลิ้ม เปิดมุมมองใหม่สู่สุขภาพเพศที่ยั่งยืน ในงาน Men Health Trend 2025

หมอเบียร์ จับมือ นิคกี้ พลิ้ม เปิดมุมมองใหม่สู่สุขภาพเพศที่ยั่งยืน ในงาน Men Health Trend 2025

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.07 น.

ก้าวสู่เดือนแห่งความรักกับการมีสุขภาพแข็งแรง ร่วมไปถึง สุขภาพเพศที่ดียิ่งขึ้น การดูแลด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ Eternity Clinic อีเทอร์นิตี้ คลินิก โดย หมอเบียร์ นายแพทย์ สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ ได้จัดงาน Men Health Trend 2025 เปิดมุมมองใหม่สู่สุขภาพเพศที่ยั่งยืน  โดยมี นิคกี้ พลิ้ม มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ณ Eternity Clinic สาขารังสิต

หมอเบียร์ นายแพทย์ สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน กล่าวถึงมุมมองของสุขภาพเพศในปัจจุบันว่า ‘Men Health จะต้องมี 4 เรื่องด้วยกัน คือ 1.Good Erection การแข็งตัวที่ดี , 2.Good Girth ขนาด เส้นรอบวงที่ดี , 3.Good Time เวลาที่ดี และ 4.Good Lenght ขนาดความยาวที่ดี ปัจจุบันปัญหาเรื่องการหย่อนสมรรถภาพ สามารถรักษาฟื้นฟูให้กลับมาปกติได้ จึงอยากให้ช่วยโปรโมทเรื่องนี้ เพราะว่ามันแฝงด้วยโรคอันตรายที่ซ่อนอยู่

ก่อนที่ผู้ชายจะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แปลว่าเขาต้องมีโรคหรือเหตุที่ทำให้เกิดโรค เบาหวาน ความดัน ไขมัน เป็นตัวที่ที่ให้เกิดเส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมอง และเส้นเลือดองคชาตโดนก่อนเสมอ ซึ่งการที่ผู้ชายสมรรถภาพแย่ลง หรือผู้หญิงที่รู้สึกว่าแฟนไม่ทำการบ้าน อย่าเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าปล่อยไว้แฟนคุณอาจเป็นเส้นเลือดหัวใจ แล้วเสียชีวิต หรือเป็นเส้นเลือดสมอง แล้ววันหนึ่งต้องนอนติดเตียง อยากใช้เวทีนี้ในการโปรโมทแนะนำ ว่าเราควรจะใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น เราไม่ได้คุยเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่สุภาพ การที่สมรรถภาพทางเพศแย่ลงมันอาจจะแฝงด้วยโรคอันตรายที่ซ่อนอยู่

“ส่วนเทรนด์ในการรักษา เดี๋ยวนี้ผู้ชายมีความหวังมากขึ้น อย่างการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดน้องชาย ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับมากขึ้น เป็นเทคนิคที่ยุโรป อเมริกายอมรับว่าปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย ดูเป็นธรรมชาติ เพราะเราสามารถทำได้ทุกตำแหน่ง”

สำหรับงานแก้ อย่าคาดหวังว่าจะได้สวยเหมือนงานเริ่มใหม่ในคนปกติ ปัญหาของการฉีดสาร จะเกิดปัญหาตั้งแต่ฉีดแล้วไหล หัวไม่เปิด อักเสบติดเชื้อ ไหลไปโคน ทำให้สั้น ความยาวหายไป 2-3 นิ้ว หรือถ้าเกิดปัญหาอักเสบเรื้อรังรุนแรง อาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งองคชาตต้องมาตัดออก เชื้อเข้าไปในแกนระดับกลไกการแข็งตัว ลงเอยด้วยการหย่อนสมรรถภาพ ไม่สามารถใช้งานได้อีกเลย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Eternity Clinic อีเทอร์นิตี้ คลินิก FB : Eternity Clinic อีเทอนิตี้ คลินิก https://www.facebook.com/Drbeer1 , IG : eternityclinicdr.beer , Tiktok : https://bit.ly/496IGQC , YouTube : https://www.youtube.com/@Doctorbeer01  , Line ID : https://bit.ly/4a6BKnE หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 062 268 9333

‘สเปเชียลโอลิมปิคไทย ซีดับบลิว-เอ็กซ์ 2568’ วิ่งการกุศลครั้งแรก ฉลอง Special Olympics Thailand Day

‘สเปเชียลโอลิมปิคไทย ซีดับบลิว-เอ็กซ์ 2568’ วิ่งการกุศลครั้งแรก ฉลอง Special Olympics Thailand Day

‘สเปเชียลโอลิมปิคไทย ซีดับบลิว-เอ็กซ์ 2568’ วิ่งการกุศลครั้งแรก ฉลอง Special Olympics Thailand Day

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.48 น.

ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ Special Olympics Thailand Celebrity Ambassador และ อินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีเปิดงานการแข่งขันวิ่งการกุศล “สเปเชียลโอลิมปิคไทย ซีดับบลิว-เอ็กซ์ 2568” ณ สวนเบญจกิติ กทม. เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2568 งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง  Special Olympics Thailand Day พร้อมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสามารถของผู้พิการทางสติปัญญา

กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเกือบ 1,000 คน รวมถึงนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทยกว่า 100 คน พร้อมด้วยการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครั-เอกชน พันธมิตรที่มีความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมธนารักษ์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการจัดสรรพื้นที่สวนเบญจกิติ โดยผู้สนับสนุนหลัก จากบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ CW-X โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านงบประมาณและอุปกรณ์สำหรับนักกีฬา และกลุ่มบริษัท เจ เอ โอ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการสเปเชียลโอลิมปิคในระยะยาว

ทั้งนี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การจัดวิ่งการกุศลในวันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างมีความหมาย โดยเราอยากเห็นทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการหรือไม่พิการได้เข้าถึงโอกาสและกิจกรรมที่มีคุณค่าเช่นนี้ ผมหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุมสำหรับทุกคน”

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า “กีฬาเป็นสื่อกลางที่ทรงพลังในการสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ในสังคม การจัดงานวิ่งในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสติปัญญาได้แสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นโอกาสที่ทุกคนได้ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่เท่าเทียม เป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มีความหมายเช่นนี้ และหวังว่างานนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมุมมองของสังคมต่อผู้พิการทางสติปัญญา”

และ ดร.นริศ ชัยสูตร กล่าวเพิ่มเติมว่า “สเปเชียลโอลิมปิคคือโครงการที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางสติปัญญา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางในสังคม การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้แสดงความสามารถและสร้างคุณค่าในตัวเอง ผมหวังว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้สังคมไทยยอมรับและเข้าใจในความหลากหลาย”

สำหรับศิลปินที่มาร่วมให้กำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน นำโดย Special Olympics Thailand Group Ambassador BNK48 มารีน กชพร พรโชคชัย ซินดี้ กฤตชญา อุดมบุญดี แอล สิริกร นิลกษาปน์ และ ปาล์มมี่ ปุญญิสา แก้วสว่าง นอกจากนี้ยังมีศิลปิน GMMTV Special Olympics Thailand Performance Artist Ambassadors ที่เข้าร่วมวิ่ง Forest Run ได้แก่ ซี เดชชาติ ทาศิลป์ คีน สุวิจักขณ์ ปิยะนพโรจน์ อู๋ ธนบูรณ์ เกียรตินิรันดร์ บูม ธราธร จันทรวรกาญจน์ อั๋น ณภัทร พัชรชวลิต อชิ พีระกานต เตียวสุวรรณ พร้อม ทีปกร ขวัญบุญ และ อังเปาโอชิริส สุวรรณชีพ และเข้าร่วมกิจกรรมส่งแรงใจ ได้แก่หลุยส์ ธณวิน ธีรโพสุการ ฟอร์ด อรัญญ์ อัศวสืบสกุล และ ฟลุ๊ค ณัฐนนท์ ทองแสง สร้างความสนุกและสีสันให้กับการแข่งขันวิ่งการกุศลครั้งนี้อย่างยิ่งกิจกรรมนี้มีเป้าหมายในการสนับสนุนโครงการพัฒนานักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาของสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างโอกาสให้ผู้พิการได้แสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะในการแข่งขันกีฬา งานนี้ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมความเข้าใจและการยอมรับในศักยภาพของผู้พิ การในสังคมพลักดันให้เกิดความเท่าเทียมกันอีกด้วย

-(016)

GLO – มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ จัดทำ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’

GLO - มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ จัดทำ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’

GLO – มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ จัดทำ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.39 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เดินหน้าร่วมกับ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ให้ความสำคัญในการให้โอกาสแก่น้องๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตามโมเดลของ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของน้องๆ ที่ขาดโอกาสทางสังคมจากทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ได้มอบโอกาสทางการศึกษาไปแล้ว 75 โรงเรียน ใน 64 จังหวัด เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสเข้าถึงสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพ นำความรู้ที่ได้จากการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ ไปปรับใช้และเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต ครั้งนี้ได้ร่วม กับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้มอบ “โลกกว้างแห่งโอกาส” ให้กับน้องๆ ใน 2 โรงเรียน 2 จังหวัด ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จ.ปัตตานี และ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี

อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ กล่าวว่า โครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เป็นการมอบโอ กาสและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับน้องๆ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล เริ่มดำเนินโครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันได้จัดทำและส่งมอบไปแล้ว 75 โรงเรียน ใน 64 จังหวัด ตั้งเป้าหมายจะส่งมอบให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งเน้นมอบให้กับโรงเรียนที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน เพื่อเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจผ่านการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ต่างๆ เน้นการเรียนรู้แบบสอนให้น้องๆ  รู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะว่าสิ่งไหนดี ไม่ดี ผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา เพราะการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning เพื่อให้น้องๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง ใช้สื่อการสอนที่ดึงดูดใจและสร้างความสุขในการเรียนรู้ ทางมูลนิธิฯ ต้องการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆ ทั่วประเทศ เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือพื้นฐานของการพัฒนาและทำให้เด็กไทยเติบโตแบบมีคุณภาพสู่สังคม

ด้าน พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) กล่าวว่า สำนักงานสลากฯเป็นหน่วยงานที่ตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษาโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ขาดโอกาสทางสังคม คำนึงถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนทั้งในด้านการเรียนรู้และคุณธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเจริญด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะเยาวชนคือรากฐานและอนาคตของประเทศ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับบริษัท เม เจอร์ฯ จัดกิจกรรม “สลากเติมสุข ชวนน้องดูหนัง” รวม 10 โรงเรียนใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพมหานคร นนทบุรีมหาสารคาม พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น กระบี่ และเชียงราย เพื่อเปิดประสบการณ์สร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านภาพยนตร์การ์ตูนและโขนภาพยนตร์ การประกวด “SHORT FILM CONTEST” ชิงทุนการศึกษา เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ระดับมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ ได้แสดงออกถึงจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแสดงศักยภาพทักษะ ความรู้ความสามารถทางนวัตกรรมอย่างเต็มที่ผ่านหนังสั้น ซึ่งกิจกรรมที่กล่าวมามีแนวนโยบายที่สอดคล้องกับทาง มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ที่มีเป้าหมายในการมุ่งเน้นพัฒนาการศึกษาซึ่งปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ในปี 2568 จึงได้สานต่อด้วยการทำโครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้ขึ้น เพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นอีกหนึ่งโลกของการเรียนรู้แห่งใหม่ที่อยู่นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะในการเรียนรู้ รวมทั้งสร้างความสุขให้กับน้องๆได้เปิดโลกแห่งจินตนาการและมีโอกาสเข้าถึงสื่อการเรียนรู้แห่งใหม่ที่ช่วยสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับน้องๆ อย่างแท้จริง เกิดเป็น “ความรู้คู่ความสุข”

ภายในงานได้รับเกียรติจาก อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) และ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวในครั้งนี้ โดยมี ทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, เรือโทสุภาสชาญ ทัศนกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, ชนนิกานต์ สุพิทยาพร นางสาวไทย 2566, ณิชา พูลโภคะ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 และ เพชรรัตน์ อินเกตุ รองผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี มาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากน้องๆ ที่มาร่วมแสดงโชว์ชุดพิเศษถึง 2 ชุด โขนรามเกียรติ์ และเต้นประกอบเพลง ที่น้องๆได้ทุ่มเทฝึกซ้อมมาอย่างดีเพื่อแทนคำขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มอบโอกาสและเติมความสุขให้กับน้อง ๆ ผ่านโครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

-(016)

‘เรือนโชนแสง’ วุ่นวาย แอนด์ วายวอด ‘โฬม’ ให้แสง ‘แจม’ คุมกิจการ ทำ ‘หญิง’ หัวร้อน!

'เรือนโชนแสง' วุ่นวาย แอนด์ วายวอด 'โฬม' ให้แสง 'แจม' คุมกิจการ ทำ 'หญิง' หัวร้อน!

‘เรือนโชนแสง’ วุ่นวาย แอนด์ วายวอด ‘โฬม’ ให้แสง ‘แจม’ คุมกิจการ ทำ ‘หญิง’ หัวร้อน!

วันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.18 น.

“โฬม” ให้แสง “แจม” คุมกิจการ ทำ “หญิง” หัวร้อน!!! “มิลลี่” หัวเสีย!! คนจ้องฉกสมบัติแม่ 

วุ่นวาย แอนด์ วายวอด ของแทร่ สำหรับ ละคร “เรือนโชนแสง” ทาง ช่องวัน31 หลังจากที่สัปดาห์ก่อน งานฉลองกิจการของ “บ้านศิลาคราม” เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ เรียกว่า ทั้งเลือด ทั้งไฟ ปะทุ ปุป๊ะ ออกมาชุดใหญ่ แต่ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ 

มาสัปดาห์นี้ ก็มีเรื่องร้อนกาย ร้อนใจ ไม่ต้องพักอีกแล้ว เมื่อจู่ๆ คุณหลวงประสิทธิ์ (โฬม-ฬชฏะ) เกิดเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ แบบไร้สาเหตุ จึงถือโอกาสนี้ ให้แสง กับ ลูกชายเพียงคนเดียว อย่าง สิน (แจม รชตะ) ขึ้นแท่น คุมกิจการต่อ เล่นประกาศกร้าวกลางเรือน ต่อหน้าทุกคนขนาดนี้ ยิ่งโหมไฟในใจของคนในเรือน ที่จ้องจะยึดอำนาจ และสมบัติเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะ คู่ไม้เบื่อไม้เมา อย่าง เดือน (หญิง รฐา) ที่เกลียดขี้หน้า สินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รู้สึกว่าตนเองกำลังจะเสียอำนาจ และถูกด้อยค่าลง งานนี้ มีหรือจะอยู่เฉย ด้าน แก้วตา (มิลลี่-คามิลล่า) ก็รุกหนักไม่เบา หลังจากที่ปลอมตัว เข้ามาเป็นคนงาน ในบ้านศิลาคราม โดยใช้ชื่อว่า “บุญญา” ก็พยายามหาหนทางรักษา ไพลิน (กิ๊ก สุวัจนี) ผู้เป็นแม่ ให้หายจากการเสียสติ แถมยังต้องปกป้องสมบัติของแม่ ที่ถูกจ้องจะฉก ไปต่อหน้าต่อตา งานนี้ สาวมิลลี่จะจัดการกับปัญหาที่กำลังเผชิญอย่างไร และ แจมจะทนตั้งรับการบุกหนักของหญิงต่อไป หรือลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเองบ้าง ที่สำคัญ คนร้ายตัวจริง ที่ยังคงลอยนวลคือใคร? 
ตามลุ้น และบุกเรือนสืบไปพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ (อีพี 5) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31 #ละครใหม่ต้องช่องวัน31