‘CHUANG Asia S2’ ซีซั่นนี้เดือดสุด! เด็กฝึกไฟแรงออร่ากระจาย

‘CHUANG Asia S2’ ซีซั่นนี้เดือดสุด!  เด็กฝึกไฟแรงออร่ากระจาย

‘CHUANG Asia S2’ ซีซั่นนี้เดือดสุด! เด็กฝึกไฟแรงออร่ากระจาย

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพิ่มดีกรีความฮอตขึ้นทุกอีพี สำหรับรายการเซอร์ไวเวอร์ค้นหาเด็กฝึกหน้าใหม่สุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย CHUANG Asia Season 2 ล่าสุดเปิดโอกาสให้แฟนๆชมการแสดง Busking พร้อมเปิดบ้านอย่างใกล้ชิด ณ River Park ไอคอนสยาม นับว่าเอ็กซ์คลูซีฟคลุกวงใน ฟินจัดเต็ม สเตจวีคนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แฟนๆ แห่ให้กำลังใจแน่นลาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักเมื่อวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เด็กฝึกไฟแรงออร่ากระจาย 60 เทรนนี ได้โชว์เพลงธีมซอง Skyline เพลงหลักประจำรายการเป็นครั้งแรกต่อหน้าสาธารณชน พร้อมโชว์พิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟในเพลงสุดฮิตจากโปรดิวเซอร์แบมแบม อย่าง “Last Parade” และเพลงใหม่ล่าสุดของ GOT7 “Python” รวมถึงเพลง Theme Song จาก CHUANG ปีก่อนๆ บรรยากาศดีต่อใจ แฟนๆ ยืนรอให้กำลังใจหนุ่มๆ ตั้งแต่เช้ายันเย็นแบบไม่มีหวั่น

ต่อด้วยรายการ EP.3 ที่ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กับเซอร์ไพรส์แบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ การปรากฏตัวของ น้องหมีเนย หรือชื่ออินเตอร์ Butterbear ขวัญใจพส.จีน เป็นแขกรับเชิญขึ้นโชว์เพลงน่ารักใสๆ น่ารักมั้ยไม่รู้ ทำเอาแฟนๆ ในรายการกรี๊ดลั่นสุดเสียง ส่วนหนุ่มๆเทรนนีก็ยิ้มตามแก้มปริสุดๆ

ติดตามผู้ชนะต่อใน EP.4 บอกเลยว่าการแข่งขันเดือดขึ้นทุกสัปดาห์! ใครจะอยู่ ใครจะไป? ติดตามได้ใน CHUANG ASIA Season 2 (https://bit.ly/42E2w68) ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.50 น.ทางแอปพลิเคชั่น WeTV และทางช่อง 3 และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมโหวตเป็นกำลังใจให้เด็กฝึกที่คุณชื่นชอบได้ไปต่อ ได้ที่ WeTV (https://bit.ly/CHUANGAsiaS2Vote)

‘ไอซ์ ศรัณยู’แท็กทีมศิลปิน ชวนคนไทยส่งรอยยิ้มแห่งความประทับใจสู่เวทีโลก

‘ไอซ์ ศรัณยู’แท็กทีมศิลปิน ชวนคนไทยส่งรอยยิ้มแห่งความประทับใจสู่เวทีโลก

‘ไอซ์ ศรัณยู’แท็กทีมศิลปิน ชวนคนไทยส่งรอยยิ้มแห่งความประทับใจสู่เวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไอซ์ ศรัณยู นำทีมศิลปิน จีเอ็มเอ็ม มิวสิค มิว ชิษณุชา (MEYOU), โมนิก้า วีดา (MONICA), ก้านตอง ทุ่งเงิน และ วง New Country ชวนคนไทยร่วมกิจกรรม THAI SMILE @ EXPO2025 ส่งต่อ 1,000,000 รอยยิ้มไทยไปบนเวทีโลกที่งาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN ตอกย้ำว่าประเทศไทยคือดินแดนแห่งรอยยิ้มและความสุข โดยเชิญชวนถ่ายภาพรอยยิ้มโพสต์ลง Facebook หรือ Instagram พร้อมติดแฮชแท็ก #ยิ้มไทยไปเอ็กซ์โป และ #THAISMILEATEXPO2025 ตั้งค่าโพสต์ เป็นสาธารณะและแท็กโพสต์มายัง Facebook : Thailand PavilionWorld Expo 2025 สำหรับภาพที่มียอดไลค์มากที่สุดจะได้รับรางวัล ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา จำนวน 2 ที่นั่ง พร้อมทัวร์ สุดพิเศษในงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN ครั้งนี้อีกด้วย

ไอซ์ ศรัณยู เปิดเผยว่า “ภูมิใจมากครับที่ประเทศไทยจะได้ไปโชว์ความงดงามและความเป็นสยามเมืองยิ้มบนเวทีระดับโลกขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมส่งรอยยิ้มแห่งความประทับใจไปจัดแสดงที่อาคารนิทรรศการไทย หรือ Thailand Pavilionในงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI,JAPAN เพื่อให้คนไทยทุกคนได้ร่วมเป็น ส่วนหนึ่งใน Thailand Pavilion สุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ส่งรอยยิ้มไทยไปสู่เวทีโลกด้วยกันนะครับ”

ก้านตอง ทุ่งเงิน เปิดเผยว่า “ก้านตองขอชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกิจกรรม THAI SMILE @ EXPO 2025 เพียงทุกคนโพสต์รอยยิ้มหวานๆ ลงโซเชียลมีเดีย ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา 2 ที่นั่ง พร้อมที่พัก 5 วัน 3 คืน และยังมีบัตรเข้าชมอาคารนิทรรศการไทยในงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN อีกด้วยค่ะ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ ที่พวกเราจะได้โชว์ความเป็นไทยผ่านรอยยิ้มให้คนทั่วโลกได้เห็น มาร่วมสนุกและส่งยิ้มไทยไปเอ็กซ์โปกันเยอะๆ นะคะ”

มิว ชิษณุชา (MEYOU) เปิดเผยว่า“ผมขอชวนเพื่อนๆ มาร่วมเป็นหนึ่งใน 1,000,000 รอยยิ้มแห่งความประทับใจ ในงานนิทรรศการระดับโลก EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN เพียงทุกคนถ่ายภาพรอยยิ้มของตัวเอง ของเพื่อน หรือรอยยิ้มของคนที่เรารัก แล้วแชร์ลง Facebook หรือ IG พร้อมติดแฮชแท็ก #ยิ้มไทยไปเอ็กซ์โป และ #THAISMILEATEXPO2025 อย่าลืมชวนเพื่อนๆ มากดไลค์กันเยอะๆ เพื่อลุ้นรางวัลสุดพิเศษด้วยนะครับ”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจและส่งรอยยิ้มแห่งความประทับใจไปสู่เวทีโลกในกิจกรรม THAI SMILE @ EXPO 2025 ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2568 โดยคัดเลือกภาพที่ตรงตามข้อกำหนดมาเปิดโหวตในช่องทาง Facebook Official ตั้งแต่วันที่ 6-31 มีนาคม 2568 และประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 5 เมษายน 2568ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ Facebook: ThailandPavilion World Expo 2025 Website: https://thailandpavilionworldexpo2025.com/

‘แทน-บุรันช์รัตน์’ เขิน สาววายจับคู่จิ้น ‘บิว-ณัฐพล’ ดีใจกระแสตอบรับ‘โอม! พระยาไฟ’แรง

‘แทน-บุรันช์รัตน์’ เขิน สาววายจับคู่จิ้น ‘บิว-ณัฐพล’  ดีใจกระแสตอบรับ‘โอม! พระยาไฟ’แรง

‘แทน-บุรันช์รัตน์’ เขิน สาววายจับคู่จิ้น ‘บิว-ณัฐพล’ ดีใจกระแสตอบรับ‘โอม! พระยาไฟ’แรง

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มีทั้งความสนุก และข้อคิด ให้แฟนละคร ช่อง 7HD ได้ติดตามทุกอีพี สำหรับละครแอ๊กชั่นเรื่อง “โอม! พระยาไฟ” จากค่าย “9 บีเวอร์ ฟิล์มส์” ของผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ แถมยังทำแฟนละครสาววาย กรี๊ดสองนักแสดงหนุ่ม บิว-ณัฐพล ไรยวงค์ กับ แทน-บุรันช์รัตน์หอมบุตร ในบทบาทคู่หูคู่ซี้ ที่ต้องมาปะทะกับสองนักแสดงสาว แจมมี่-ปาณิชดา แสงสุวรรณ กับ วีซ่า-สิมิลัน เตมีวณิชย์ โดย แทน ที่ได้รับคำชมจากแฟนๆ ถึงฝีมือการแสดงที่มีพัฒนาการ ทำเอาปลื้มสุดๆ

“กระแสตอบรับจากแฟนละคร ช่อง 7HD ดีมากๆ เลยครับ หลายคนที่เคยติดตามผลงานของแทนที่ผ่านมา บอกว่าเรื่อง โอม! พระยาไฟ ที่แทนเล่นเป็นทิดหรุ่น แสดงดี มีเสน่ห์ เล่นน่ารัก เป็นธรรมชาติ การแสดงมีพัฒนาการ อยากขอบคุณแฟนละครของช่องทุกคนนะครับ ที่ให้การซัพพอร์ต ติดตามแทนมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ แล้วก็คอยคอมเมนต์ติชมให้แทนได้รู้ถึงพัฒนาการของตัวเอง เพื่อที่จะได้เก็บมาพัฒนาการทำงานของตัวเองในอนาคตต่อๆไปได้ เรื่องนี้พี่บิวจะเล่นคู่กับพี่แจมมี่ ส่วนแทนได้เล่นคู่กับวีซ่าครับ แทนกับวีซ่าเราทำงานร่วมกันได้ค่อนข้างดีครับ ไม่เกร็งเลย เพราะเราเป็นเพื่อนที่เข้าช่อง 7HD มาในรุ่นเดียวกัน จากโครงการ 7HD NEW STARS เวลาทำงาน วีซ่าเป็นคนที่ตั้งใจ แม่นบท มีแฟนๆ แซวด้วยว่าเล่นคู่กับวีซ่าเกร็ง หรือเกรงใจพี่บิวไหม เพราะวีซ่ากับพี่บิวเขาสนิทกัน จริงๆ ก็ไม่ขนาดนั้นครับ พี่บิวค่อนข้างเข้าใจ เพราะว่ามันเป็นการทำงาน เป็นการแสดง พี่บิวเองก็เป็นคนที่จริงจังกับการทำงาน ยิ่งภาพละครออกมา แล้วมีแฟนๆ ชอบ มีแฟนๆ จิ้นแทนกับวีซ่า แทนว่าพี่บิวก็ยิ่งแฮปปี้นะ เพราะว่าผลงานที่พวกเราทำ มันออกมาดีแต่เอาจริงๆ มีคนจิ้นพี่บิว กับแทนด้วยนะเพราะว่าเรื่องนี้พี่บิวกับแทน เล่นเป็นเพื่อนซี้กัน มันจะมีความเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก งอแง ปรับทุกข์ เป็นห่วงกัน ช่วยเหลือกัน กอดคอกัน ไปไหนไปกันอะไรแบบนี้ เวลามีฉากที่พวกเราเข้าด้วยกัน แล้วแฟนละครจิ้น ก็รู้สึกว่าเคมีพวกเราคงได้แหละ เล่นเป็นเพื่อนกัน ดูแล้วมันน่ารัก ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่แอบจิ้นเล็กๆ ก็ได้นะครับสำหรับสาววาย จะให้เป็น แทนบิว หรือ บิวแทน ได้หมดครับไม่ติดเลย ตอนนี้ละครดำเนินเรื่อง มาเกินครึ่งเรื่องแล้ว ความเข้มข้นหลังจากนี้บอกเลยว่านั่งไม่ติด มีปมตัวละครที่ยังไม่เฉลย ให้ทุกคนลุ้นอีก ไม่อยากให้พลาดชมกันนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ต และติดตามดูกันในทุกอีพีนอกจากความสนุก ยังได้ข้อคิดที่ว่า ความดีย่อมชนะความชั่ว แถมยังมีวลี สอนใจจากทิดหรุ่น สอดแทรกมาให้แฟนๆ ในทุกอีพีด้วยนะครับ ยังไงก็ฝากติดตามชมละคร โอม! พระยาไฟ กันไปจนถึงตอนจบเลยนะครับ” ติดตามชมละคร “โอม! พระยาไฟ” ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.45 น. และวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

ฮือฮา! ‘ลิลลี่ ฟิลลิปส์’ดาราสาวOnly Fans ประกาศข่าวดี โชว์ผลตรวจกำลังตั้งครรภ์

ฮือฮา! 'ลิลลี่ ฟิลลิปส์'ดาราสาวOnly Fans ประกาศข่าวดี โชว์ผลตรวจกำลังตั้งครรภ์

ฮือฮา! ‘ลิลลี่ ฟิลลิปส์’ดาราสาวOnly Fans ประกาศข่าวดี โชว์ผลตรวจกำลังตั้งครรภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.48 น.

แห่อวยพร! ดาราสาว Only Fans ‘ลิลลี่ ฟิลลิปส์’ ประกาศข่าวดี โชว์ผลตรวจกำลังตั้งครรภ์

ทำเอาแฟนๆแห่เข้ามาไปแสดงความยินดีจำนวนมากเมื่อ Lily Phillips (ลิลลี่ ฟิลลิปส์) ดาราสาวสวย Only Fans ชาวอังกฤษ ได้โพสต์ภาพเธอลูบท้องพร้อมโชว์ผลตรวจตั้งครรภ์ พร้อมกับระบุข้อความว่า ” the secret is out baby phillips 2025 ” บนอินสตาแกรม lilyphillip_s 

สำหรับ ลิลลี่ ฟิลลิปส์ สาววัย 23 ปี กลายเป็นที่ฮือฮาสุดๆ เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาด้วยการมีความสัมพันธ์กับผู้ชายกว่าร้อยคนภายใน 1 วัน และได้มีการเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์ม OnlyFans 

ขอบคุณ IG lilyphillip_s

‘เข้ม หัสวีร์’เปิดใจไม่ต่อสัญญาช่อง 7 หลังอยู่มา 8 ปี เคยชินไม่มีความตื่นเต้น

'เข้ม หัสวีร์'เปิดใจไม่ต่อสัญญาช่อง 7 หลังอยู่มา 8 ปี เคยชินไม่มีความตื่นเต้น

‘เข้ม หัสวีร์’เปิดใจไม่ต่อสัญญาช่อง 7 หลังอยู่มา 8 ปี เคยชินไม่มีความตื่นเต้น

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.24 น.

“เข้ม หัสวีร์” เปิดใจครั้งแรก ไม่ต่อสัญญาช่อง 7 แล้ว ย้อนเล่าชีวิตวัยเด็ก เกเรหนัก – เกือบตาย – เกลียดแม่

ครั้งแรก “เข้ม หัสวีร์” พระเอกแถวหน้าของเมืองไทย วันนี้ขอเคลียร์ชัดๆ ต่อหรือไม่ต่อสัญญาต้นสังกัดเดิมกันแน่ พร้อมขอย้อนเล่าชีวิตวัยเด็กที่เกเรหนักมาก ถึงขั้นครอบครัวต้องดัดนิสัยให้มาอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว ตั้งแต่อายุ 15 ปี เปิดนาทีเฉียดตาย ทำงานหนักจนฉี่เป็นเลือด และเรื่องราวน่าขนลุก เสน่ห์แรงจนถูกทำของใส่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย , หนิง ปณิตา และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ออกรายการนอกช่องครั้งแรก?

เข้ม : “ตื่นเต้นมากครับ ไม่เคยออกที่ไหนมาก่อน”

สัญญาช่องเดิมหมดแล้ว ต่อมั้ย?

เข้ม : “ไม่ได้ต่อครับ ตอนนี้เป็นอิสระเรียบร้อยแล้ว สักพักแล้วครับ มีการพูดคุยมาเป็นปี เตรียมตัวเป็นปีกว่า ได้คุยกับผู้ใหญ่ที่ช่องเรื่อยๆ ว่าแนวโน้มเราจะเป็นยังไง เราจะทำยังไงต่อ เราจะเป็นยังไง จนครั้งสุดท้ายที่ได้เข้าไป ตัดสินใจไม่ต่อ จริงๆ เข้มชอบทำงานมาก เวลาทำงานอยากสร้างลายเซ็น หรือรูปแบบการทำงาน รายละเอียดในตัวละครต่างๆ พอเราอยู่กับช่องมาเป็นเวลา 8 ปี ค่อนข้างเข้าใจรูปแบบคาแรกเตอร์ช่องว่าตัวละครจะเป็นแบบนี้ จนมันเคยชิน และไม่ตื่นเต้นกับตรงนั้น ก็เลยรู้สึกว่าถ้าออกมาข้างนอก น่าจะได้การทำงาน หรือรูปแบบการทำงานแบบใหม่เพิ่มขึ้น”

คิดนานมั้ยกว่าจะตัดสินใจ เห็นว่ากลุ้มใจเป็นปีๆ เพราะเป็นเรื่องใหญ่?

เข้ม : “ใหญ่ครับ ช่อง 7 เหมือนบ้านเลยครับ เราอยู่ด้วยความอบอุ่น เป็นลูกที่เติบโตจากช่องมาอยู่แล้ว พอจะหมดก็หนักใจ และพยายามคุยกับผู้ใหญ่ทางช่องว่าจะเป็นยังไง คุยกับผู้ใหญ่หลายๆ คนว่าออกมาแล้วเป็นยังไง การออกมาก็มีความเสี่ยงหลายอย่าง ไม่รู้ว่าจะสำเร็จมั้ย การออกมาเราจะเจออะไรบ้าง แต่ผู้ใหญ่ก็น่ารัก ทุกวันนี้เข้มยังมีละครที่ต้องรับผิดชอบและเข้าไปร่วมงานกับช่องอยู่ ทุกปีใหม่ ทุกเทศกาลเข้มก็เข้าไปหาผู้ใหญ่ปกติ ผมก็ถามผู้ใหญ่ว่าถ้าผมออกไป ผู้ใหญ่จะมองเป็นเด็กอกตัญญูมั้ย เขาบอกไม่อกตัญญู เข้าใจ ถ้าอยากมีแพสชั่น หรืออยากเติบโตในหน้าที่การงานยังไง เขาก็ยินดีมากๆ”

ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระเต็มตัวแล้ว สักพักแล้ว แค่ไม่ได้ออกมาพูด?

เข้ม : “ใช่ครับ ยังไม่ได้พูดกับที่ไหน เรายังรับผิดชอบงาน ทำงาน จนไม่มีเวลาได้ออกมาพูดคุยกับสื่อ”

กับน้องแอนน่า ยังไง เกิดอะไรขึ้น เห็นว่ามีภาพหลุดกลางคอนเสิร์ต?

เข้ม : “ผมยังไม่เห็นภาพดีนัก แต่เหตุการณ์วันนั้นเข้มรู้จักแอนน่าอยู่แล้ว เคยร่วมงานกันที่ 7 สีคอนเสิร์ต แล้วในงานแอนน่ารู้จักผมกับพี่เบล ภรรยาพี่ก้อง วันนั้นผู้ชายอยู่เยอะ แอนน่าให้กันให้หน่อย ก็เข้าไปดูแลแหละครับ เขารู้จักเราแค่คนเดียว เข้าไปดูแล ไม่ได้มีอะไรมาก แต่หน้าผมดูเมา (หัวเราะ) ทุกคนชอบงานคอนเสิร์ต เขาก็ไปเที่ยวไปเล่นคอนเสิร์ต ผมดูแลทุกคนไม่ว่าไปเที่ยวที่ไหน ไม่ใช่เฉพาะแอนน่า น้องปูเป้ หรือทุกๆ คน มุกดา หรือพี่เปรี้ยว หรือหลายๆ คน ถ้าไปเที่ยวด้วยกัน ก็ดูแลเป็นเรื่องปกติ”

วัยเด็กผ่านอะไรมาบ้าง?

เข้ม : “ผมไม่ได้มีความฝันที่อยากจะเป็นดาราตั้งแต่แรก เพราะว่าพูดไม่เก่ง ขี้อาย เข้าสังคมไม่เป็น ช่วง 10 ขวบเป็นช่วงมีปัญหากับสภาวะจิตใจตัวเองเพราะพ่อแม่แยกทางกัน แต่ครอบครัวอบอุ่นมากๆ ให้การเลี้ยงดูที่ดีมากๆ แยกทางกัน แม่กับพ่อออกไปทำงาน การตัดสินใจทุกอย่างก็อยู่ที่ตัวเอง ดีชั่วยังไงจะเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองแทบทั้งหมด โดยมีพี่สาวคอยประคองกับคุณตาคุณยาย เลยเข้าสู่เส้นทางความเกเรของตัวเอง ช่วงพีคๆ อยู่มัธยม เกเรหนัก”

หนักขนาดไหน?

เข้ม : “ต่อยตีกันตลอดเวลาในรั้วโรงเรียนบ้าง ต่างอำเภอบ้าง”

พื้นฐานเป็นคนไม่ได้อยากมีเรื่อง แค่อยากเรียกร้องความสนใจให้พ่อแม่หันมามองเรา?

เข้ม : “ด้วยอีกหนึ่งเหตุผลครับ มันเหมือนเด็กที่ถูกเลี้ยงดีด้วยหลานชายคนเดียว เขาประคบประหงมเอาใจใส่ทุกอย่าง อยู่มาวันนึงมันไม่มีตรงนั้น มันเหมือนสปอตไลท์ถูกปิด ทุกอย่างมืด เราก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างตัวตนว่าฉันกำลังเรียกร้องความสนใจ”

เป็นอาการขาดความรัก?

เข้ม : “ใช่ น่าจะเป็นอย่างนั้น”

พอสร้างเรื่องชกต่อย เรียกร้องความสนใจ แล้วได้รับความสนใจกลับมามั้ย?

เข้ม : “ได้นะครับ แต่ผมก็ไม่รับ (หัวเราะ) ก่อนเกิดเรื่องพ่อเลี้ยงผมตั้งแต่เด็ก แม่เป็นคนออกมาทำงาน ก่อนพ่อออกไปทำงาน พ่อบอกว่าเป็นลูกผู้ชายเนี่ย ถ้าจะดีก็ดีให้สุดขั้ว ถ้าชั่วก็ต้องสุดขีด ผมก็นั่งมองตัวเองจะดีหรือจะชั่วดี แต่สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านก็ต้องเลือกทิศทางเอาเพื่อนเป็นหลักอยู่แล้ว”

เกเรข้างนอก แต่กลับบ้านไม่มีใครรู้ทำยังไง?

เข้ม : “เสื้อผ้าไม่เลอะ เพราะเพื่อนจะมีกลุ่มอยู่ประมาณ 7-8 คน เข้มเป็นตัวเปิดให้ก่อน เข้าไปต่อยให้ก่อน แล้วเพื่อนก็ค่อยเข้าไป เราต่อยเสร็จเปรี้ยงก็เดินออก เพื่อนๆ ก็ตุ๊บตั๊บๆ เพื่อนที่เหลือก็โดนจับเข้าคุกตร. คุกขังหมา เราก็เป็นคนที่รอด ไปบอกพ่อแม่เพื่อนมาประกัน (หัวเราะ) มีเรื่องไม่เคยไปรพ. แต่ไปโรงพักบ่อย พาคุณแม่เพื่อนๆ ไปประกันตัว ผมว่าผมโชคดีมากที่รอด แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนจะโชคดีแบบผม”

สร้างเรื่องสร้างราวให้ก้อง ห้วยไร่ในอดีต?

เข้ม : “หนึ่งในความเกเรของผมครับ จะเป็นงานคาราวานขับมอเตอร์ไซค์ ต่างจังหวัดเที่ยวๆ ช่วงเจริญศิลป์ สกลฯ ขับผมแล้วเห็นเพิงขายแตงไทยข้างทาง ขายไก่ย่าง ผมก็ขับรถผ่าน อากาศมันหนาวว่ะ หาอะไรทำกันดีกว่า (หัวเราะ) มันเป็นเถียงนา ก็เผากับเพื่อน อยากได้ความอบอุ่น มันเป็นความคึกคะนอง เพื่อนๆ ก็ท้ากันด้วย เผามั้ย เล่นมั้ย มันเป็นซุ้มหญ้า เผาแล้วไหม้ดีมาก และไหม้เร็วมาก พี่ก้องมารู้ตอนรู้จักกัน พี่ก้องให้ผมไปหาที่บ้าน ผมก็ที่ตรงนี้มันคุ้นจังเลย พี่ เมื่อก่อนมีเถียงนาตรงนี้ใช่มั้ย มีแตงไทยขายตรงนี้ใช่มั้ย พี่ก้องบอกว่าใช่ ผมเคยเผาด้วยนะพี่ (หัวเราะ) พี่ก้องก็คำหยาบล้วนเลย มึงเผาเถียงพ่อกู มึงตาย (หัวเราะ) จากแตงไทยลูกดิบๆ สุกหมดเลยครับ เขาก็เอาผมไปด่าทุกที่เลย บอกว่าไม่โกรธไม่จำ แต่เล่าทุกที่”

ชีวิตช่วงนั้นสอนอะไรเราบ้าง?

เข้ม : “ด้วยความเกเรแหละครับ เลยถูกส่งตัวมาทำงานที่คลองหก เป็นโรงงานของคุณอา และมาเป็นช่าง ตอนนั้นไม่เข้าใจคุณตาว่าทำไมเอาเรามาอยู่ที่นี่ เขาคงเกลียดเรามั้ง”

ถูกส่งดัดนิสัยที่กรุงเทพฯ?

เข้ม : “ใช่ครับ ให้เงินพันนึงดูแลตัวเอง ผมก็ได้ ผมก็หาซื้อพวกบะหมี่สำเร็จรูปมาเตรียมไว้ เดือนแรกได้อยู่ ทำงานไปเรื่อยๆ มาเดือนสอง เราไม่รู้การบริหารจัดการเรื่องเงิน ได้เงินมา 6 พัน เยอะนะครับ ผมซื้อทีวีไปเลย 3 พัน ตู้เสื้อผ้า 2 พัน เหลือพันนึง อยู่ไม่ถึงเดือนครับ ข้าวหมด แต่ตอนนั้นมองกลับไปเป็นเรื่องตลก แล้วมันเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตตัวเองคือไม่ได้กินข้าว บวกกับเราทำงาน ทำโอที เพื่ออยากได้เงินเยอะๆ เป็นช่างเชื่อมจะมีควัน เราได้ดมอยู่อย่างนั้น ด้วยพักผ่อนน้อยและปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้เกิดอาการแย่ คือฉี่เป็นเลือด เป็นสเก็ดเวลาตกลงไปในโถมันกระจายออก ก็คิดว่าร่างกายมันไม่ได้ มันไม่ปกติ”

ตอนทำงานช่างเชื่อม อายุเท่าไหร่?

เข้ม : “15 ย่าง 16 ครับ เราไม่กล้าขอเงินด้วย ด้วยศักดิ์ศรีตัวเอง ฆ่าได้หยามไม่ได้ ถ้าให้ทำงานจนตายก็จะทำงานจนตาย จะไม่ขอใครกิน จะไม่ลดทิฐิเรื่องพวกนี้”

น้อยใจที่บ้านล้วนๆ?

เข้ม : “น้อยใจ ผมคิดว่าตาเกลียดผม มันมีเรื่องราวกันที่บ้าน มีผู้ใหญ่มาบอกว่าเข้มตอนนี้เริ่มแย่แล้วนะ มีคนจับตามอง อาจไปจบที่สถานพินิจ หรือสถานกักกันเรื่องการบำบัดทุกอย่าง มีเรื่องพวกนั้นค่อนข้างเยอะมาก ตาไมได้บอกเหตุผล แต่พาผมมาที่นี่เลย ด้วยอารมณ์ตอนนั้นเขาเกลียดแหละ ไม่อยากให้อยู่ใช่มั้ย ไม่อยู่ก็ได้ ตาก็ไม่ให้เหตุผล ผมติดเพื่อน เขาบอกว่ามึงไปทำงานที่กรุงเทพฯ ถ้ามึงเลือกที่จะไม่เรียน ไม่มีส่วนร่วมในครอบครัว มึงก็ไป ออกไปจากบ้าน”

เขารักแค่ไม่ให้เหตุผล วันนี้เข้าใจแล้ว?

เข้ม : “เข้าใจแล้วครับ ช่วงที่เข้าใจ เป็นช่วงที่ผมเกือบจะตาย ไม่ได้กินข้าว ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ปกติแล้ว ขาดข้าว 2-3 วัน กลายเป็นว่าจะตายแล้วจริงๆ ผมไม่ได้คุยกับแม่ประมาณ 5-6 ปี ไม่คุยเลย แม่โทรมาก็ไม่รับสาย จะถามข่าวจากพี่สาวตลอด จะไม่ได้คุยกับผมโดยตรง ถ้าให้พูดความรู้สึก ตอนนั้นเกลียดแม่ ไม่ชอบ ไม่คุย ไม่ยุ่ง เพราะผมอยู่กับพ่อ พ่อเลี้ยงดูและบอกเหตุผลบางอย่างให้เราซึมซับไปด้วยความคิดของตัวเอง จนถึงวันที่เราจะตาย คนแรกที่คิดถึงเลยคือแม่ที่คอยดูแลตั้งแต่เด็ก กลับบ้านมามีข้าวให้กินนะ ทุกอย่างอยู่ด้วยความอบอุ่นทั้งหมด ไม่ใช่ครอบครัวที่ไม่ดี แต่เป็นความคิดเราที่ไม่ดี เราเป็นคนหันหลังให้ครอบครัวเอง จำได้ว่าแม่เคยโทรมาในเบอร์ต่างประเทศ ผมบอกแม่ผมจะตายแล้ว แม่ได้ยินเสียงผม แม่ร้องไห้ แล้วตัดสินใจกลับมา บอกให้ผมไปขอกินข้าวเถอะ ผมบอกผมขอได้ไง เขาบอกไปขอให้กินข้าวก่อน เดี๋ยวแม่จะกลับมาหา ก็ตัดสินใจไปขอข้าวเขา ถ้วยแบ่งซุปเล็กๆ เขาเหลือแค่นั้น ก็กินแค่นั้น ชื่อพี่หนู พี่ยม เขาเป็นสปป.ลาว”

ตอนได้ยินเสียงแม่ร้องไห้ รู้สึกยังไง?

เข้ม : “ตอนนั้นพอได้ข้าวมาถ้วยนึง และได้ฟังเสียงแม่ ผมรู้สึกว่าข้าวมื้อนั้นอร่อยที่สุดในชีวิต มันเย็นยังไงแต่ก็รู้สึกดี มันอบอวลไปด้วยความรู้สึกอะไรไม่รู้ กินข้าวไปฟังเสียงแม่ไป แม่เล่าว่าพรุ่งนี้เริ่มชีวิตใหม่นะ ก็ร้องไห้ เป็นการการกินข้าวมื้อที่อร่อยมาก แล้วก็ได้กราบขอขมาแม่ ได้พูดคุยกันเรื่องเหตุผล ว่าทำไมแม่ต้องออกมาเป็นเสาหลักหาเงินส่งมาที่บ้าน เล่าเหตุผลตั้งแต่เด็กจนโต ณ ปัจจุบันนั้นให้ฟัง ก็เข้าใจแม่มากขึ้น ทุกวันนี้ก็เลยขาดแม่ไม่ได้ แม่ก็อยู่กับเข้มยาวๆ เลย วันนั้นมันทลายกำแพงหมดเลย อีโก้ไม่ได้ทำให้เรามีชีวิตที่ดี ไม่ได้ทำให้เราเท่ สิ่งที่เท่คือการดูแลครอบครัว สิ่งที่เท่คือเอาใจใส่คนรอบข้างให้มากที่สุด ตอนนี้แม่อยากได้อะไร ผมซัปพอร์ตหมด”

เป็นเหตุผลที่อยากทำให้เข้าวงการบันเทิงด้วยมั้ย?

เข้ม : “ด้วยครับ เรามีรุ่นพี่ที่อยู่ในวงการ ตอนนั้นพูดไม่เก่ง พูดไม่เป็น เข้าสังคมไม่ได้ ก็เข้ามาเดินแบบ ทำงาน รับเงินสามพัน กลับบ้าน จนหมดช่วงเดินแบบ มาเป็นช่วงดิจิทัล เดินแบบหายหมดแล้ว ก็มาลองเล่นเอ็มวีบ้าง ไปแคสทุกอย่าง จนมีโอกาสได้มาช่อง 7 ตอนนั้นยังไม่เจอแม่หนิง ปณิตา เจอแม่จุ๋มก่อน แม่จุ๋มเอ็นดู และมาเจอแม่หนิงอีกคน ซึ่งเข้ามา โอ้ย ไม่ชอบเลย เขาเพิ่งบวชเสร็จ ผมสั้นๆ ดูเหวี่ยงๆ ผมไหว้เขาไม่รับไหว้ผมด้วย เจอกันที่งานช่อง โอ้โห โคตรหยิ่ง ภาพจำคือไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับผู้หญิงคนนี้แน่ๆ ไม่ร่วมงาน”

หนิง : “จริงๆ ด้วยสายตา เราไม่เห็น แล้วเวลาทำงาน สมองก็โฟกัสโน่นนี่ เราจะเห็นว่ามีเด็กใหม่ๆ เข้ามาทางช่องตลอด เขาเป็นคนที่มีคนเคยพูดถึง แม่จุ๋มบอกว่าเด็กคนนี้ดีนะ ตอนวางตัวละคร เขาเป็นคนที่หนิงรอคอยคิวเขาเหมือนกัน แต่หนิงโทรไป เรื่องเยอะมาก ตัวเขาและผู้จัดการเขาเรื่องเยอะมาก เราก็คิดว่าเฮ้ย วันนั้นเราโทรไปเองเลยนะ เราอยากได้เขามาเป็นพระเอกของเรา แต่เขาเรื่องเยอะเต็มไปหมด”

เข้ม : “ตอนแรกไม่รับ ยังไงก็ไม่รับแน่ๆ เพราะถ้ารับต้องเครียดแน่ๆ คงทำให้บรรยากาศการทำงานเครียด ภาพตอนนั้นดูพี่หนิงเครียด ไม่บ้านก็รพ. มีสองที่ที่เขาจะไป ใช้ชีวิตในรพ.เป็นบ้าน ถ้าเราทำงานกับเขาก็คงเครียด เราก็เลยบอกพี่หนิง ถ้าจะเอาผมมาเล่น ผมขอแค่ข้อเดียว ห้ามเครียดในกอง บรรยากาศในกองต้องสนุก ถ้าเครียดผมทำงานไม่ได้ ถ้าเมื่อไหร่แม่เครียดปุ๊บผมจะเป็นคนเล่นละครไม่ได้ แล้วแม่จะเสียเวลาในการทำงานนะครับ ต้องแลกเอานะครับ”

หนิง : “ก็แลกค่ะ จนตอนนี้ก็ต้องแลก จะเอาอะไรก็ต้องให้”

เข้มเหมือนลูกชาย รักเหมือนลูก ดูแลทุกอย่างเลยมั้ย?

หนิง : “อย่าเรียกว่าทุกอย่าง แต่ถ้าอะไรที่หนิงทำให้ได้ หนิงเตือนได้ หนิงบอกได้ หนิงก็อยากจะทำให้เขา”

เคยโดนทำของใส่ รู้ได้ยังไง?

เข้ม :  “มีคนเตือน ซึ่งจริงๆ ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ด้วยยุคที่สมัยที่ผ่านมานานมากๆ แล้ว มันไม่น่าจะมีการเล่นของ ทำของใส่ วิธีการทำของก็ไม่รู้ด้วย พระอาจารย์ที่นับถือบอกว่าน่าจะโดนของนะ หลวงพ่อวราก็บังสุกุลเป็น ยังสุกุลตายให้ ซ้อพี่หนิงก็บอก พี่ก้อง ห้วยไร่ก็บอก ผมปกติเลยครับ แต่พี่สาวจะรู้เวลานั่งด้วยกัน ผมจะไม่เหมือนเดิม”

หนิง : “คนรอบข้างบอกว่าเขาไม่ปกติ หนึ่งคุยอะไรกันจะไม่มีโฟกัส สองพูดอะไรก็เหมือนเด็กดื้อ ไม่ฟัง เวลารับปากอะไรจะไม่ทำตามที่พูด ทั้งที่เขาเป็นเด็กดีมากๆ มีวินัย คนละทางกับที่เขาเป็นอยู่”

นานหรือยัง?

เข้ม : “ช่วงกลางๆ ปีที่แล้ว ช่วงนั้นมีเหตุการณ์แปลกๆ แม่จะได้ยินผมคุยกับผู้หญิงขึ้นบนห้อง ซึ่งผมไม่เคยพาผู้หญิงมาบ้าน เดินคุยกัน แล้วจะมีเรื่องแม่เห็นในกล้องวงจรปิด ผมสั่งอาหารมากิน ลงไปรับ ทั้งที่ผมอยู่ที่กองถ่าย ทุกคืนจะมีเสียงแปลกๆ อยู่ในห้องผม เสียงคนเดินโน่นนี่นั่น มีเหตุการณ์ที่ผมนอนเล่นกับแม่ แล้วผมละเมอตีตัวเอง ซึ่งผมไม่รู้เลย ผมใช้ชีวิตปกติ ทำงาน กลับมา แต่ไม่ค่อยเข้าสังคม ไม่ออกไปไหน ไม่เจอผู้คน บอกคนอื่นว่าผมเป็นอินโทรเวิร์ต จนสุดท้ายพี่ก้อง ห้วยไร่นี่แหละบอกว่าที่บ้านเลี้ยงผีมั้ย ก็บอกว่าไม่ได้เลี้ยง ที่บ้านเชื่อเรื่องการทำบุญ เขาก็บอกว่ามึงน่าจะโดนเล่นของใส่นะ เล่นของใส่มีหลายแบบ เขาบอกว่าเขาก็เคยโดนของใส่ คนรับแทนคือพี่เบล ภรรยา พี่เบลอ้วกเป็นเลือด ถ่ายท้องเป็นเลือด”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’ ก้าวสู่บทบาทใหม่ ส่ง 6 นักแสดงรันวงการบันเทิงไทย

‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’ ก้าวสู่บทบาทใหม่ ส่ง 6 นักแสดงรันวงการบันเทิงไทย

‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’ ก้าวสู่บทบาทใหม่ ส่ง 6 นักแสดงรันวงการบันเทิงไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.41 น.

เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์คลื่นลูกใหม่ที่พร้อมจะมารันวงการบันเทิงไทย ในงาน “The Spark of a New Era” กับการเปิดตัวค่าย Mine Media Production บริษัทดูแลศิลปินที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างและพัฒนาศิลปินนักแสดงให้มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างชิ้นงานบันเทิงที่มีมาตรฐานเพื่อมอบความสุขและความประทับใจให้กับผู้ชมทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้การบริหารงานของ 2 คู่รักนักแสดงมากความสามารถอย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ที่มาผนึกกำลังส่งศิลปินรุ่นใหม่และคอนเทนต์คุณภาพให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น พร้อมเผยหมัดเด็ดจัดเสิร์ฟโปรเจกต์ซีรีส์แนวเกิร์ลเลิฟเรื่อง Clairebell ที่อัดแน่นด้วยอรรถรสความสนุกเข้มข้นครบทุกอารมณ์

งานนี้ยังเป็นการเผยโฉม 6 นักแสดงน้องใหม่ เมเบิ้ล-สิริวลี สิริวิบูลย์แป้งจี่-ปภาวรินท์ สวัสดิเวช, อาฮ๋วง-ณัฐวดี พิภพพรชัย, คิส-ศจีรัศมิก์ พงษ์เฉลิม, อั๊ตต้าร์-นัชชา วงษ์ประเสริฐ และ บาร์เบล-จิรกิตติ์ กาญจนวราภรณ์ ที่จะมาตกหัวใจของแฟนๆ ให้ฟินและจิ้นกันแบบเกินต้าน

เริ่มต้นออกสตาร์ทกันด้วยพิธีกร แพรว-หัสสยา อิสริยะเสรีกุล เชิญ 2 หัวเรือใหญ่ ใหม่ ดาวิกา และ เต๋อ ฉันทวิชช์ ขึ้นเวทีพูดคุยถึงความพร้อมกับการเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาศิลปินนักแสดงที่ถือว่าเป็นเมล็ดพันธ์รุ่นใหม่ที่จะมาโลดแล่นในวงการบันเทิง และยังเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพที่ตอบโจทย์ในทุกกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

จากนั้นเป็นช่วงไฮไลท์สำคัญกับการเปิดตัวศิลปินในสังกัดทั้ง 6 คน ได้แก่ เมเบิ้ล, แป้งจี่, อาฮ๋วง, คิส, อั๊ตต้าร์ และบาร์เบล ที่ออกมาเพอร์ฟอร์แมนซ์โชว์บนรันเวย์กันแบบสับๆ ก่อนจะถึงคิวไปพูดคุยกับอาอ๋วงที่ได้รับโอกาสให้เป็นนักแสดงนำในซีรีส์ “Queendom ซ่อนใจไว้ที่เธอ”

บอกเล่าเรื่องราวของสองคนที่เป็น  คู่แข่งกัน แต่โชคชะตาดันเล่นตลกให้พวกเธอต้องมาสลับร่างกัน จากนั้นก็ถึงคิวซีรีส์สุดเข้มข้น Clairebell ที่มีฉากหลักเป็นเรือนจำ กับเรื่องราวของ “เบล” รับบทโดย (แป้งจี่ ปภาวรินท์) ที่ถูกจับในข้อหาครอบครองยาเสพติดทั้งที่เธอไม่ได้ทำผิด แต่ต้องรับโทษจำคุก 4 ปี ในเรือนจำที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและอำนาจมืด เบลถูกหมายหัวจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล จนต้องพึ่งพา “แคลร์” (รับบทโดย เมเบิ้ล สิริวลี) ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ ซึ่งเรื่องราวของทั้งคู่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อความรักเริ่มก่อตัวขึ้น แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย

โดยเรื่องนี้ทั้ง ใหม่และเต๋อ ขอผันตัวมาเป็นเบื้องหลังนั่งแท่นควบคุมตั้งแต่การแคสนักแสดง การเขียนโครงเรื่อง และการเขียนบทซีรีส์ด้วยตนเอง พร้อมได้นักเขียนนามปากกา KA9ESAMA หนึ่งในนักเขียนนิยายเรื่องดัง หยดฝนกลิ่นสนิม มารับหน้าที่เขียนต้นฉบับในรูปแบบนิยาย อีกด้วย จากนั้นถึงคิวปิดท้ายงานด้วยการเชิญ 2 หัวเรื่อใหญ่ ใหม่ ดาวิกาเต๋อ ฉันทวิชช์, คุณพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงพาร์ทเนอร์ และทีมนักแสดง ขึ้นเวทีถ่ายภาพร่วมกัน โดยทั้งหมดนี้คือเครื่องการันตีถึงปรากฏการณ์ความบันเทิงกับก้าวสำคัญในการเป็นผู้พัฒนาศิลปินคุณภาพและพร้อมยืนหนึ่งสู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มุ่งเสิร์ฟคอนเทนต์คุณภาพสนุกโดนใจคนดูทุกกลุ่มเป้าหมาย

โสดสวยแซ่บ! ‘โยเกิร์ต’แชะภาพกับเค้กก้อนโตฉลองวันเกิด 38 ปี

โสดสวยแซ่บ! 'โยเกิร์ต'แชะภาพกับเค้กก้อนโตฉลองวันเกิด 38 ปี

โสดสวยแซ่บ! ‘โยเกิร์ต’แชะภาพกับเค้กก้อนโตฉลองวันเกิด 38 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.02 น.

ออร่าความสวยก็เปล่งปลั่งสุดๆ สำหรับนักแสดงสาว “โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชม” ซึ่งตั้งแต่โสด ก็ต้องบอกเลยว่า ทั้งสดใสและฮอตไม่เบา โดยล่าสุดนั้น โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรม เป็นภาพเซตวันเกิดอายุครบ 38 ปี พร้อมกับแคปชันว่า “Dont judge me because of my age” ซึ่งก็มีเพื่อนๆ ในวงการ รวมถึงแฟนคลับ เข้าไปคอมเมนต์อวยพรวันเกิดของสาวโยเกิร์ตอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

.-011

ส่องความสวยสองโค้ชเสียงคุณภาพ’เจนนิเฟอร์ คิ้ม-ปาน ธนพร’สวยเป๊ะปังไม่แพ้เสียงร้อง

ส่องความสวยสองโค้ชเสียงคุณภาพ'เจนนิเฟอร์ คิ้ม-ปาน ธนพร'สวยเป๊ะปังไม่แพ้เสียงร้อง

ส่องความสวยสองโค้ชเสียงคุณภาพ’เจนนิเฟอร์ คิ้ม-ปาน ธนพร’สวยเป๊ะปังไม่แพ้เสียงร้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.17 น.

ในวงการดนตรีไทย หากพูดถึงเสียงคุณภาพและความสามารถที่ไม่เคยตกยุค คงไม่มีใครไม่รู้จักสองโค้ชเสียงดีอย่าง เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ ปาน ธนพร ที่นอกจากจะเป็นสุดยอดนักร้องแล้ว ยังเป็นผู้ที่มีความเก๋าเรื่องเสียงร้องและความสามารถไม่ธรรมดาอีกด้วย ล่าสุดทั้งสองร่วมกันของศิลปิน น้องแพร ชนา ชื่อเพลง “คลื่น” ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ตอนนี้ ในอีกหนึ่งเวอร์ชั่น ที่เพราะจนใครได้ฟังต้องหลงรักแต่สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าความสามารถในการร้องเพลงคือ ความสวยของทั้งสองคน ที่ยังคงดูอ่อนเยาว์และสดใส แม้ว่าหนึ่งคนจะอายุ 48 และอีกคนอายุ 57 ปี แต่ทั้งสองยังคงดูหน้าเด็กและเปล่งประกายความสวยที่ไม่มีตกเลยจริงๆ เห็นแล้วอดยกนิ้วให้ไม่ได้ว่าความสวยของทั้งคู่ กินกันไม่ลงเลยจริงๆ

เสียงร้องที่สะกดใจพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูเด็กและสดใสขนาดนี้ ทำให้คนฟังไม่เพียงแค่หลงเสน่ห์ในเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังต้องทึ่งในความอ่อนเยาว์ของพวกเธออีกด้วย งานนี้ต้องยอมรับว่า เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ ปาน ธนพร ยังคงเป็นสองโค้ชที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความสามารถและความสวยก็ไม่มีวันตกจริงๆ!

มีคลิปhttps://www.instagram.com/p/DGNAxj3yjfW/

#สองโค้ชเสียงคุณภาพ #เจนนิเฟอร์คิ้ม #ปานธนพร #คลื่น #ร้องเพราะ #หน้าเด็ก

014

ศิลปินภูไท‘พ่อวี-วีระพงษ์’ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใบที่2

ศิลปินภูไท‘พ่อวี-วีระพงษ์’ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใบที่2

ศิลปินภูไท‘พ่อวี-วีระพงษ์’ เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใบที่2

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.07 น.

เป็นเกียรติอย่างสูงกับหมอลำรุ่นใหญ่ พ่อวี-วีระพงษ์ จากวงหมอลำ “ศิลปินภูไท” เมื่อสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อนุมัติให้มีชื่อเข้ารับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2565-2566 ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ประจำปีการศึกษา 2565-2566 วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568 ณ อาคารกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นับได้ว่าเป็นใบที่สองที่จะได้เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โดยในส่วนของใบแรก ได้เข้ารับพระราชทาน ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีการศึกษา 2566

งานนี้เจ้าตัวปลาบปลื้มใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์อันทรงคุณค่าในครั้งนี้   “พ่อรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรอันทรงคุณค่านี้ ต้องขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คณาจารย์ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เล็งเห็นคุณค่าของหมอลำและให้การยกย่องในสิ่งที่พ่อได้อุทิศตนมาตลอดชีวิต หมอลำเป็นทั้งชีวิตและจิตวิญญาณของพ่อ พ่อจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดศิลปะนี้ให้คงอยู่ต่อไป เพราะเชื่อว่าวัฒนธรรมของเรามีรากที่แข็งแกร่งและสามารถพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคสมัยได้ พ่อไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อศิลปะอันเป็นมรดกของลูกหลานอีสาน ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนหมอลำ ศิลปิน เพื่อนร่วมวงการ และผู้ที่สนับสนุนวัฒนธรรมไทยทุกคน รางวัลนี้ไม่ใช่เพียงของพ่อคนเดียว แต่เป็นของทุกคนที่ช่วยกันสืบสานศิลปะการแสดงของเราให้ก้าวไปข้างหน้า ท้ายที่สุดนี้ พ่อหวังว่ารางวัลนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่ ให้เห็นว่าการอุทิศตนเพื่อศิลปวัฒนธรรมไม่ได้สูญเปล่า และขอให้พวกเราร่วมกันรักษาและต่อยอดหมอลำให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน” พ่อวี-วีระพงษ์ กล่าว

014

‘พิ้งกี้ สาวิกา’แท็กทีม เพื่อนซี้ ‘กวาง ฟ้ารุ่ง’จัดงาน’พิ้งกี้วันเดอร์แลนด์ ตามล่าของอร่อย’

'พิ้งกี้ สาวิกา'แท็กทีม เพื่อนซี้ 'กวาง ฟ้ารุ่ง'จัดงาน'พิ้งกี้วันเดอร์แลนด์ ตามล่าของอร่อย'

‘พิ้งกี้ สาวิกา’แท็กทีม เพื่อนซี้ ‘กวาง ฟ้ารุ่ง’จัดงาน’พิ้งกี้วันเดอร์แลนด์ ตามล่าของอร่อย’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.59 น.

จัดมาแล้วหลายครั้งสำหรับ งาน “พิ้งกี้วันเดอร์แลนด์ ตามล่าของอร่อย” โดยจุดเริ่มต้นของงานเกิดจาก 3 สาวเพื่อนรัก พิ้งกี้ สาวิกา  กวาง ฟ้ารุ่ง  และ กิ๊ก อรศศิพัชร์ ศรรักษ์ รวมตัวกันเพื่อต้องการจัดงานเทศกาลอาหารรวมร้านดังในโซเชี่ยล

“กี้กับกวางอยากจะสร้างเทศกาลอาหารที่รวมร้านเด็ด ร้านอร่อยเข้าไว้ด้วยกัน และประจวบเหมาะกับที่ทางคุณกิ๊ก ก็มีการรับจัดงานเทศกาลอาหารอยู่เป็นประจำด้วยแล้ว ทำให้เกิดงาน “พิ้งกี้วันเดอร์แลนด์” ขึ้น วัตถุประสงค์หลักเลยก็คือ เพื่อให้คนที่มางานได้เพลิดเพลินไปกับอาหารจากร้านอร่อย และกิจกรรม รวมถึงแขกรับเชิญที่เข้ามาร่วมเป็นสีสันด้วย  และผลักดันให้ร้านอาหารที่ดีมีคุณภาพได้มีโอกาสมาออกร้านสร้างรายได้ และได้รับการโปรโมตการสนับสนุน กิจกรรมในงาน นอกจากรวมร้านเด็ดร้านอร่อยแล้ว ก็จะมีการแสดงจากแขกรับเชิญพิเศษ หรือจากคุณพิ้งกี้เอง ผู้คนที่มาร่วมงาน สามารถอิ่มอร่อยไปกับอาหารนานาชนิด ทั้งของคาวและของหวาน และยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ พิ้งกี้ สาวิกา และเหล่าคนดังที่มาร่วมงานอย่างใกล้ชิด โดยตลอดทั้งปี งานจะมีจัดขึ้นมากถึง 20 ครั้ง ทั้งพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วทุกภาค 

และครั้งนี้เป็นครั้งแรกของปี 2025 งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 25 กุมภาพันธ์ ที่ เซ็นทรัล เวสต์เกต ลานกิจกรรมชั้น 1 นอกจากอาหารอร่อยๆแล้วเรายังมีกิจกรรมในงานมากมายเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 19.00 น. โดยวันที่ 19 นี้ มีแขกรับเชิญทั้ง ฟอร์ด ฐิติพงษ์ แก๊ง ธิดาซาตาล และ นักแสดงสาว ฟิล์ม เฌอร์ลิษา ร่วมงานค่ะ” พิ้งกี้ สาวิกา  กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามครั้งต่อไปงาน “พิ้งกี้วันเดอร์แลนด์ ตามล่าของอร่อย”จะไปจัดที่ไหนเพราะที่นั่นจะมีแต่ความสนุกและของอร่อยๆแน่นอน

014