สยามเซ็นเตอร์ จับมือ โทรฟี่ จัดแฟชั่นโชว์ TROFI FLOWER LOVE COLLECTION

สยามเซ็นเตอร์ จับมือ โทรฟี่ จัดแฟชั่นโชว์ TROFI FLOWER LOVE COLLECTION

สยามเซ็นเตอร์ จับมือ โทรฟี่ จัดแฟชั่นโชว์ TROFI FLOWER LOVE COLLECTION

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.35 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ร่วมมือกับพันธมิตรไลฟ์สไตล์แบรนด์ TROFI โดย ฟอร์ด ฐิติพงศ์ เซ่งง่าย ในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ จัดแฟชั่นโชว์ “Siam Center x TROFI Flower Love Fashion Show” เปิดตัว TROFI FLOWER LOVE COLLECTION ยกบรรยากาศร้านดอกไม้กลางกรุงปารีสมาไว้ พร้อมเสื้อผ้าและสินค้าคอลเลคชั่นวาเลนไทน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้นานาพันธุ์

TROFI FLOWER LOVE COLLECTION คอลเลคชั่นต้อนรับเดือนแห่งความรัก นอกจากเปิดตัวด้วยแฟชั่นโชว์สุดหวานแล้ว TROFI ยังสร้างสรรค์ pop up ในคอนเซปต์ที่ชวนให้นึกถึง Champs-Élysées ในปารีส เมืองแห่งความโรแมนติกและกรุ่นกลิ่นแห่งความรัก พาทุกคนก้าวเข้าสู่ภาพฝันที่สวยงามในบรรยากาศของร้านดอกไม้ในกรุงปารีส ทั้งยังหอมละมุนไปกับ Diffuser สินค้าใหม่ล่าสุดของแบรนด์ เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่สยามเซ็นเตอร์  ทางแบรนด์ได้นำเข้าวัตถุดิบของแท้จากฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังมี เสื้อผ้า สินค้าที่ระลึก อีกหลายรายการ ที่ลวดลายบนสินค้าได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้แต่ละชนิดที่เป็นวัตถุดิบในการทำ Diffuser ทั้ง 5 กลิ่น ไม่ว่าจะเป็น Citrus Aromatic ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นส้มและใบไทม์ ตัดด้วยกรีนทีและดอกมะลิ พร้อมเบสโน้ตกลิ่นวานิลลาเพื่อเติมเต็มความละมุน, Sparkling Mist Reeds กลิ่นฟลอรัลผสมผสานกับฟรุ๊ตตี้ เพลิดเพลินไปกับกลิ่นแชมเปญและสตรอเบอรี่สุดเย้ายวน ที่มาพร้อมกับกลิ่นดอกชบาและแพชชั่นฟรุ๊ต เข้ากันได้ดีกับแซนดัลวู๊ดและวานิลลา, Spiritual กลิ่นวู้ดดี้ที่น่าหลงใหล ด้วยยูคาลิปตัส โคลฟ ลาเวนเดอร์ และ มิ้นต์ มาพร้อมเบสซีด้าวู้ด และ มัสก์, Tannum ยกเอากมหาสมุทรมาพร้อมกับโคโคนัทและเบอร์กามอต เจือด้วยกลิ่นดอกมะลิและกระดังงาที่ให้ความหอมแบบเย้ายวน เพิ่มความลึกด้วย แซนดัลวู๊ดและมัสก์ และ Dark Tone กลิ่นสไตล์ออเรียนทอล เรดเบอรี่ ชอคโกแลต และซินามอน ตัดกับโทบัคโคและซีตรัส มาพร้อมความนุ่มลึกของกลิ่นยางไม้และวานิลลา

ตามไปอัพเดท TROFI FLOWER LOVE COLLECTION ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความตั้งใจเพื่อมอบความรักให้ชาวสยามเซ็นเตอร์ ที่บริเวณ ชั้น G พื้นที่ Idea Avenue 4 (หน้า Sephora)

-(016)

วว. ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมสานพลังแก้จน ด้วยคนบุรีรัมย์’ โชว์ผลงานสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

วว. ร่วมขับเคลื่อน 'มหกรรมสานพลังแก้จน ด้วยคนบุรีรัมย์' โชว์ผลงานสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

วว. ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมสานพลังแก้จน ด้วยคนบุรีรัมย์’ โชว์ผลงานสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.29 น.

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วย ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน  ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ร่วมต้อนรับ นางสาวศุภมาส  อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ติดตามผลการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมการยกระดับแพลตฟอร์มขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้การดำเนินงาน “มหกรรมสานพลังแก้จน ด้วยคนบุรีรัมย์” 

โอกาสนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ดร.เรวดี อนุวัฒนา รักษาการ ผอ. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ (ศนว.) พร้อมคณะนักวิจัยจาก ศนว. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ นำผลงานวิจัยและพัฒนาร่วมจัดนิทรรศการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและขยะชุมชน อาทิ ถ่านหอมจากเปลือกผลไม้ จานรองแก้วจากเศษพลาสติก บล็อกประสานจากดินอัตลักษณ์  หนังเทียมจากเส้นใยธรรมชาติ น้ำหมักชีวภาพภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบการจัดการวัสดุเหลือทิ้งในพื้นที่การเกษตรและชุมชนเมือง เชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ของวัสดุเหลือทิ้งเพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

นอกจากนั้น วว. ยังได้มอบนวัตกรรมเครื่องอบดินและวัสดุปลูก พร้อมถุงยังชีพเกษตรครัวเรือนให้กับชุมชนในพื้นที่ ประกอบด้วย ดินพร้อมปลูก/เมล็ดพันธุ์ผัก (กะเพรา   พริก  มะเขือเทศ) ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า  และชีวภัณฑ์ 3 ชนิด ได้แก่ บีบี   บิวเวอเรีย และเมตาไรเซียม ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568  ณ  ห้องประชุมช่ออินทนิล  มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

-(016)

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหินฯ นำเสนอเมนูใหม่สไตล์ คอมฟอร์ท ฟู้ด จาก ‘คาเฟ่ เดอ ข่อย’

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหินฯ นำเสนอเมนูใหม่สไตล์ คอมฟอร์ท ฟู้ด จาก 'คาเฟ่ เดอ ข่อย'

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหินฯ นำเสนอเมนูใหม่สไตล์ คอมฟอร์ท ฟู้ด จาก ‘คาเฟ่ เดอ ข่อย’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.20 น.

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท นำเสนอเมนูใหม่สไตล์ คอมฟอร์ท ฟู้ด จาก “คาเฟ่ เดอ ข่อย”  คาเฟ่ชื่อไทยกับกลิ่นอายแปรีเซียง เพื่อความอร่อยอย่างมีสไตล์ในทุกวัน

ค้นพบประสบการณ์ของการลิ้มรสอาหารเมนูใหม่อันน่าลิ้มลอง ให้คุณได้เพลิดเพลินตั้งแต่มื้อเช้าจรดเย็นกับเมนูอาหารไทยที่ทุกคนถามหา และอาหารจานเด่นมากมายพร้อมกาแฟคุณภาพในบรรยากาศท่ามกลางสวนเขียวสดชื่น ที่พร้อมจะเป็นแหล่งสังสรรค์แห่งใหม่ของเมืองหัวหิน

“คาเฟ่ เดอ ข่อย” ซึ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของบรรยากาศการกินดื่มอย่างมีสไตล์ของคาเฟ่ย่านถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs-Élysées) ในปารีส หากตกแต่งอย่างสดชื่นด้วยการประดับพืชพรรณไม้เมืองร้อนอันเขียวชอุ่ม และอยู่ภายใต้การบริหารอย่างมืออาชีพของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท เปิดตัวนำเสนอรายการอาหารอะลาคาร์ทเมนูใหม่ ซึ่งได้รับการรังสรรค์ภายใต้คอนเซปต์คอมฟอร์ทโบล์วจากวัตถุดิบในท้องถิ่นและวัตถุดิบพรีเมี่ยมสดใหม่และกาแฟหอมกรุ่น ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นฟีลสวนธรรมชาติ ให้คุณและเพื่อนสี่ขาได้อิ่มอร่อยและผ่อนคลายได้ตลอดวัน

โดยเมนูอาหารที่นำเสนอใหม่ทั้งหมดนี้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา จากอาหารปรุงสดใหม่ ร้อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้าที่ให้บริการตลอดวัน อาหารไทยที่คุณชื่นชอบ เช่น ผัดกะเพราปูหอมกรุ่นจัดจ้าน รวมถึงคนรักเส้นที่จะพลาดไม่ได้กับขนมจีนน้ำยาปูแกงใต้สูตรเด็ดของเชฟหลักประจำครัวคาเฟ่ เดอ ข่อย “เชฟกิ่ง” สุพัตรา รักขนาม เชฟสาวชาวใต้ที่สั่งสมประสบการณ์การทำอาหารโดยมีแรงบันดาลใจจากคุณย่าที่ได้ส่งต่อเคล็ดลับสูตรเด็ดให้ผู้รักการกินดื่มของคาเฟ่ เดอ ข่อยได้ลิ้มลอง โดยอีกหนึ่งเมนูสไตล์คอมฟอร์ทโบล์วที่ไม่ควรพลาดคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสกลมกล่อมปรุงสดใหม่ส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยของคุณได้อย่างง่ายดาย

เมนูอาหารคอมฟอร์ทสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน ได้แก่ พิซซ่าซีฟู้ด โดยซีฟู้ดส่งตรงถึงมือเชฟกิ่งจากหมู่บ้านชาวประมงหัวหิน หรือเส้นลิงกวินีผัดน้ำมันมะกอกเสิร์ฟพร้อมปลาแซลมอนตามธรรมชาติจากแอตแลนติก หรือหากคุณกำลังมองหามื้อเบาๆ ระหว่างวัน ซุปหัวหอมคลาสสิครสชาติเข้มข้นคือเมนูที่พร้อมนำเสนอให้ได้ลิ้มลอง

ในด้านเมนูขนมอบและกาแฟนั้น เมนูเด่นได้แก่ข้าวเหนียวมะม่วงชีสเค้กซึ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของข้าวเหนียวมะม่วงสไตล์ไทยและหลอมรวมความนุ่มละมุนจากรสชาติหวานอมเปรี้ยวของชีสคุณภาพพรีเมียมได้อย่างลงตัว โดยมะม่วงนั้นคือมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้จากเกษตรกรชาวสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ขณะที่ความพิเศษของเครื่องดื่มที่ “คาเฟ่ เดอ ข่อย” คือกาแฟคุณภาพ ซึ่งคนรักกาแฟสามารถเลือกสนับสนุนชาวไร่กาแฟในท้องถิ่นด้วยการเลือกเมล็ดคัดสรรโดยตรงจากไร่ ซึ่งมีให้บริการที่คาเฟ่ เดอ ข่อย เช่นกัน โดยเมล็ดกาแฟนี้จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไม่ซ้ำในแต่ละเดือน นอกจากนั้นเครื่องดื่มคาเฟอีนที่ถือได้ว่ามีแห่งเดียวในหัวหินคือ “กาแฟไนโตร” ซึ่งเป็นสโลว์

บาร์ พัวร์โอเว่อร์ โดยเมนูซิกเนเจอร์ได้แก่ Nitro Pink Lemonade กาแฟไนโตรกับเลมอนเนดสปาร์คกลิ้ง และ Nitro Vanilla Cold Brew กาแฟไนโตรกับโฟมวานิลลาที่มีช็อคโกแลตโรยด้านบนเพื่อรสชาติที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น

“คาเฟ่ เดอ ข่อย” นำเสนอการเริ่มวันใหม่อย่างไม่เหมือนใคร เหมาะแก่การจิบกาแฟและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของโอเอซิสสวนเขียว ซึ่งหลอมรวมอย่างลงตัวกับความเจริญย่านถนนหลักของหัวหิน พร้อมบริการที่จอดรถกว้างขวาง โดยมุมสบาย ๆ ทั้งชานกว้างด้านนอก หรือพื้นที่จัดสรรอย่างลงตัวด้านในสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้มากถึง 40 ท่าน คาเฟ่ เดอ ข่อย ยังเป็นสถานที่ที่เป็นมิตรกับเพื่อนสี่ขา (Pet Friendly) ที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่ปรุงพิเศษและไอศกรีมสำหรับน้องสุนัขอีกด้วย

คาเฟ่ เดอ ข่อย ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ให้บริการทุกวัน โดยวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.00 – 18.00 น. และวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 8.00 – 20.00  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032-616-953 หรือเมล ichh.dining@ihg.com

-(016)

‘LYN Black Carpet’ ค่ำคืนอันแสนพิเศษ กับ 10 เซเลบริตี้ระดับแฟชั่นไอคอนของไทย

‘LYN Black Carpet’ ค่ำคืนอันแสนพิเศษ กับ 10 เซเลบริตี้ระดับแฟชั่นไอคอนของไทย

‘LYN Black Carpet’ ค่ำคืนอันแสนพิเศษ กับ 10 เซเลบริตี้ระดับแฟชั่นไอคอนของไทย

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.19 น.

LYN (ลิน) ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของแบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่อันดับหนึ่งที่ครองใจสาวๆ ที่รักในแฟชั่นและการแต่งตัวมาตลอด 2 ทศวรรษ จัดดินเนอร์สุดพิเศษ “LYN Black Carpet” พร้อมเชิญ 10 เซเลบริตี้ระดับแถวหน้าของไทยมาร่วมงานในบทบาท Friend of LYN ที่ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์และรสนิยม พร้อมสะท้อนหัวใจหลักของแบรนด์ คือ Sophisticated, Trendyและ Elegant ได้อย่างลงตัว โดยภายในงาน ยศเทพ สิงห์สัจจเทศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) และ สุวิตา สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ LYN ให้เกียรติต้อนรับเซเลบริตี้ทั้ง 10 คนพร้อมร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองของเทรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นในปัจจุบัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูแต่อบอุ่นและเป็นกันเอง ณ KHAAN Restaurant Bangkok ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งสไตล์ไทย Gastronomy โดยเชฟอ้อม สุจิรา พงษ์มอญ ได้รังสรรค์เมนูชั้นเลิศ 11 คอร์สนี้ มาพร้อม ดีเจรัญชน์ ณ ระนอง มาเปิดเพลงเพิ่มความสนุกให้ค่ำคืนอันแสนพิเศษ

เหล่าเซเลบริตี้ทั้ง 10 คนมาร่วมถ่ายทอดความสวยกับแแอคเซสเซอรี่ลุคสุดเซ็กซี่แบบฉบับสาว LYN  นำโดย ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก มาในลุคสวยหรูสุดคลาสสิคกับกระเป๋า Mona Mini Shoulder Bag ทรงมินิที่สะท้อนความหรูหรา ตัดกับสายโซ่สีทอง เข้าคู่กับรองเท้า Baby Rose หน้าเท้าเปิดโค้งทรงเหลี่ยม พร้อมสายรัดข้อเท้าปรับได้ตกแต่งด้วยดอกไม้สุดประณีต พื้นรองเท้าประดับโลโก้แบรนด์ LYN เพิ่มสัมผัสความพิเศษและเอกลักษณ์ให้กับรองเท้าส้นสูงคู่นี้อย่างลงตัว

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาในลุคแซสซี่เกิร์ล สวย หวาน ซน คอมพลีทลุคกับกระเป๋าสะพายข้าง Felix CNY M ผสมผสานความเป็นผู้หญิง ความหรูหรา และอเนกประสงค์ไว้อย่างลงตัว กระเป๋าสะพายโซ่ประดับโลโก้อักษรสีทอง กระเป๋าหนังทรงกล่องสีสันสดใสเหมาะกับทุกโอกาส ส่วนกระเป๋าสะพายข้างลายกราฟิกตัดต่อโฉบเฉี่ยวก็ช่วยเพิ่มลูกเล่น และจี้ตัวอักษรประดับเพชรสุดเก๋ที่เติมแต่งให้โดดเด่น  เข้าคู่กับรองเท้า Perla Infinite Platform Heels แซนดัลส้นเตารีดที่ตกแต่งด้วยหมุดประดับรอบแพลตฟอร์มและส้นทรงบล็อก สร้างลุคที่ทั้งเฉียบคมและสง่างาม สายรัดข้อเท้าแบบผูกเพิ่มความเป็นผู้หญิง ขณะที่ดีไซน์แพลตฟอร์มมอบความสูงที่สวมใส่สบาย

กองทัพ พีค นักแสดงหนุ่มสุดสมาร์ทสะพาย Fray Infinite XL Duffle กระเป๋าดัฟเฟิลที่โดดเด่นด้วยลายโมโนแกรม LYN Infinite สุดคลาสสิกในดีไซน์ร่วมสมัย มาพร้อมหูจับและสายสะพายถอดได้ในโทนสีตัดกันอย่างมีสไตล์

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล กับลุคสาวซ่อนเปรี้ยวพร้อมกระเป๋าสะพายไหล่ Re-Edit Lucky III Mini แฝงกลิ่นอายความเป็นผู้หญิง เรียบหรู เหมาะกับทุกโอกาส กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมมีดีเทลโลหะสลักโลโก้แบรนด์ กระเป๋าทรงบาเก็ตประดับเหรียญและป้ายชื่อ และกระเป๋าทรงหมอนคลาสสิกตกแต่งด้วยโลโก้แบบนูนและอะไหล่โลหะ ทุกใบมีช่องใส่ของจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ และสายสะพายที่ปรับระดับหรือถอดออกได้  Maleva High Heelsโดดเด่นด้วยโบว์ดีไซน์เชิงประติมากรรมและดีเทลประดับคริสตัล รูปทรงเพรียวบางเสริมด้วยส้นอันสง่างามและสายรัดข้อเท้าบางเฉียบ ขณะที่พื้นผิวซาตินเพิ่มความหรูหราร่วมสมัย รองเท้าแซนดัลสำหรับโอกาสพิเศษที่ผสานความเป็นผู้หญิงอันไร้กาลเวลาเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย

โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม มาในลุคสุดเซ็กซี่กับ Reina Shoulder Bag ผสานความเรียบง่ายเข้ากับพื้นผิวอันประณีต ทรงกะทัดรัดโดดเด่นด้วยลายหนังจระเข้นูน ตกแต่งด้วยอะไหล่สีเงินซิกเนเจอร์และจี้ห้อยอันเป็นเอกลักษณ์ รองเท้าส้นสูงรัดส้น Bow Knot Clear  พร้อมลายรัดข้อเท้าสลิงแบ็ค ดีไซน์โปร่งใสมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล หน้าเท้าหัวปิดทรงแหลม ตกแต่งโบว์คริสตัลที่หน้าเท้าและรอบขอบรองเท้าไปถึงสายรัดข้อเท้าสลิงแบ็ค พร้อมพื้นรองเท้าประดับโลโก้แบรนด์ LYN เพิ่มความหรูหราและเปล่งประกายทุกโอกาสพิเศษ

เดียร์น่า ฟลีโป มาในลุคเรียบหรูกับ IDA MINI Crossbody Bag กระเป๋าสะพายทรงมินิที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยด้วยหนังควิลท์และสายโซ่สุดหรู โดดเด่นด้วยตัวล็อกซิกเนเจอร์และลายเย็บทรงเพชร ดีไซน์กะทัดรัดที่ตอบโจทย์ทุกลุคด้วยอะไหล่เงางามและรูปทรงโค้งมน รองเท้าส้นเตารีด Cute Infinite ก้าวเข้าสู่ความหรูหราและความสง่างามด้วยรองเท้าเตารีดที่มีการตกแต่งด้านหน้าด้วยขนฟู น่าสัมผัสและสายรัดข้อเท้าปรับได้เพื่อให้ได้ขนาดที่กระชับพอดี ส้นสูงเพิ่มความสูงและความสบายให้กับการเดิน ขณะที่พื้นรองเท้าประดับโลโก้ LYN INFINITE มอบความรู้สึกหรูหราในทุกย่างก้าว

มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง มาในลุคสาวสวยสง่าพร้อมกับ Mona Mini Shoulder Bag กระเป๋าสะพายทรงมินิที่สะท้อนความหรูหราร่วมสมัยด้วยรูปทรงโค้งมนและโซ่ประดับสวยงาม โดดเด่นด้วยโลโก้ทรงกลมและอะไหล่เงางาม มาพร้อมสายหนังและสายโซ่ ดีไซน์เพรียวบางที่เหมาะกับทุกโอกาส  Malva Infinite รองเท้าส้นสูงที่ผสานความประณีตเข้ากับเสน่ห์ร่วมสมัย ลวดลายตาข่ายอันซับซ้อนประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับที่ปลายเท้าแหลม ส้นรองเท้าดีไซน์เชิงสถาปัตย์เพิ่มความสง่างามทันสมัย สายรัดข้อเท้าบางเฉียบพร้อมอะไหล่สีทองมอบความกระชับสบาย ผสานความงามแบบผู้หญิงเข้ากับดีไซน์เหนือระดับ

แซมมี่-ชณิชา เคาวเวลล์ มาในลุคสวยกับกระเป๋าสตางค์ทรงคลัทช์ Maxcine Infinite กระเป๋าสตางค์ทรงคลัทช์ ดีไซน์หรู ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมลวดลายควิลท์สุดชิคและฝาปิด เสริมความโดดเด่นด้วยโลโก้แบรนด์ LYN INFINITE อันเป็นเอกลักษณ์ และประดับพู่ตกแต่งเพิ่มความเก๋อย่างมีสไตล์ เหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อเสริมลุคในค่ำคืนพิเศษของคุณ มาพร้อมรองเท้า Bever High Heel Sandals รองเท้าส้นสูงสง่างามที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สายคาดทรง T ประดับด้วยโซ่สีทองระ ยิบระยับ ส้นสูงทรงเรียวสวยและดีไซน์เปิดหน้าสร้างลุคคลาสสิก พร้อมสายรัดข้อเท้าปรับได้เพื่อการสวมใส่ที่กระชับเหมาะสำหรับโอกาสพิเศษหรือเมื่อคุณต้องการเพิ่มความหรูหราให้กับลุคยามค่ำคืน

ปุ๊ก-จงกล พลาฤทธิ์ มาในลุคสง่างามกับ Rosie XS Top Handle Bag ที่แสดงถึงความงามทางศิลปะด้วยการจับจีบผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกกุหลาบ กระเป๋าสไตล์สเตทเมนต์ชิ้นนี้โดดเด่นด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยมจากผ้าซาตินที่ถูกสร้างสรรค์เป็นรูปทรงดอกไม้อันน่าหลงใหล ตกแต่งด้วยสายโซ่บางเบาและอะไหล่เงางาม เปลี่ยนจากกระเป๋าสง่างามในตอนกลางวันสู่ไอเทมที่น่าดึงดูดในยามค่ำคืน เข้าคู่กับรองเท้า Baby Rose  หน้าเท้าเปิดโค้งทรงเหลี่ยม พร้อมสายรัดข้อเท้าปรับได้ตกแต่งด้วยดอกไม้สุดประณีต พื้นรองเท้าประดับโลโก้แบรนด์ LYN เพิ่มสัมผัสความพิเศษและเอกลักษณ์ให้กับรองเท้าส้นสูง คู่นี้อย่างลงตัว

ดวง โปษยานนท์ กับลุคคลาสสิกพร้อมกับ IDA MINI Crossbody Bag กระเป๋าสะพายทรงมินิที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยด้วยหนังควิลท์และสายโซ่สุดหรู โดดเด่นด้วยตัวล็อกซิกเนเจอร์และลายเย็บทรงเพชร ดีไซน์กะทัดรัดที่ตอบโจทย์ทุกลุคด้วยอะไหล่เงางามและรูปทรงโค้งมน เข้าคู่รองเท้าส้นสูง Therese เปล่งประกายความงดงามด้วยรองเท้าส้นสูง ที่มาพร้อมกับการตกแต่งกลิตเตอร์และดีไซน์หน้าเท้าเปิดทรงสี่เหลี่ยม สายรัดเท้าคู่รูปทรงเข็มขัดกว้างประดับโลโก้ LYN INFINITE อย่างงดงาม พร้อมส้นสูงทรงกว้างและพื้นรองเท้าประดับโลโก้เพื่อความหรูหราและสไตล์ในทุกย่างก้าว

040

Bolt มองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

Bolt มองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

Bolt มองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.16 น.

โบลท์ (Bolt)  มองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing service)  พร้อมบทบาทการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

อุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน หรือ Ride-hailing ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตในการเดินทางของผู้คนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ความปลอดภัย และการเข้าถึงง่าย เพียงสัมผัสหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่กี่ครั้ง ผู้ใช้บริการก็สามารถเรียกใช้บริการรถโดยสารได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยแอปพลิเคชันทำหน้าที่เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ในขณะที่อุตสาหกรรมยังคงเติบโตต่อเนื่อง โบลท์ได้เผยแพร่รายงาน Economic report ล่าสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันที่มีต่อภาคเศรษฐกิจ ภาคแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรม ตลอดจนโอกาสในการสนับสนุนและพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้วยความที่อุตสาหกรรมนี้มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ประชาชน และภาครัฐ ซึ่งแต่ละส่วนมีมุมมองและประเด็นที่แตกต่างกัน การศึกษาและพัฒนาโดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจึงมีความสำคัญ โดยพบว่าบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมีบทบาทที่หลากหลาย ได้แก่

การสร้างโอกาสทางรายได้และการสนับสนุนเศรษฐกิจ

จากรายงานล่าสุดของ Oliver Wyman Mobility Forum คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 อุตสาหกรรมการเดินทางร่วมกัน (Shared Mobility) จะสร้างโอกาสทางรายได้ให้ผู้ขับขี่ถึง 16 ล้านคนทั่วโลกโดย โดยประเทศไทยถือเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการเติบโตของบริการในเมืองใหญ่ อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และหาดใหญ่ รวมถึงเมืองรองอย่างเชียงราย และอุดรธานี ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 90%

ปัจจุบันแอปพลิเคชันเหล่านี้สร้างโอกาสทางรายได้ให้กับผู้ขับขี่กว่า 500,000 คนทั่วประเทศ โดยเติบโตในอัตราเฉลี่ย 10% ต่อปี โดย 75% ของผู้ขับขี่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในประเทศถึง  250% อุตสาหกรรมนี้คาดว่าจะสร้างรายได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมรายได้ภาษี 33 ล้านบาทต่อปี และยังสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านการซื้อรถ การเช่าซื้อ และการบำรุงรักษา มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาทต่อปี

เสริมศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่น

โบลท์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Ride-hailing ชั้นนำในประเทศไทย  ระบุว่าการเดินทางที่สะดวกขึ้นส่งผลโดยตรงต่อการใช้จ่ายของประชาชนและนักท่องเที่ยว “บริการของเราช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ลดต้นทุนด้านเวลา และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้ขับขี่มีรายได้ที่มั่นคงและผู้โดยสารได้รับบริการที่ปลอดภัยและรวดเร็ว” ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทยกล่าว

Ride-hailing ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการเดินทาง แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคการท่องเที่ยว จากข้อมูลพบว่า 60% ของผู้ใช้บริการเลือกใช้ Ride-hailing อย่างน้อยเดือนละครั้ง ในขณะที่ 25% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 17,800 ล้านบาท ให้แก่ธุรกิจในประเทศ

การลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลและแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรม

การเติบโตของ Ride-hailing ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล จากการสำรวจผู้ใช้บริการชาวไทย 1,200 คน พบว่า 12.5% ของผู้ที่ไม่มีรถยนต์ระบุว่าเคยขายรถยนต์ไปแล้ว และ 23% ของกลุ่มที่มีรถยนต์กำลังพิจารณาขายรถ เนื่องจากสามารถใช้บริการเรียกรถทดแทนได้

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมยังเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะด้านการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีข้อจำกัดจากกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์การให้บริการในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความซับซ้อนของกระบวนการและเงื่อนไขในการจดทะเบียน ข้อกำหนดด้านเอกสารประกอบที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ขับขี่ ตลอดจนปัญหาค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบอาชีพในลักษณะไม่เต็มเวลา (part-time)

“การขับรถรับจ้างผ่านแพลตฟอร์มช่วยสร้างรายได้เสริมที่เกื้อหนุนธุรกิจหลักในฐานะเจ้าของร้านสะดวกซื้อ รายได้เสริมนี้ช่วยเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก” คุณพลวัฒน์ พงษ์อัครภาคิน ผู้ขับขี่จากกรุงเทพฯ ที่ให้บริการมา 1 ปี 3 เดือน กล่าว

เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันให้มีเสถียรภาพและสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงกรอบกฎหมายและกระบวนการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความซับซ้อนของกระบวนการจดทะเบียน การทบทวนเงื่อนไขด้านเอกสารประกอบการจดทะเบียนให้เหมาะสมกับสภาพการณ์จริง และการกำหนดมาตรการสนับสนุนด้านต้นทุน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบได้สะดวก ส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล

จากผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นได้ยืนยันถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้แก่ผู้ขับขี่และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล บรรเทาปัญหาการจราจร และสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

โบลท์มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งด้านการขนส่ง ความปลอดภัย การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลเพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนแนวทางการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพจากภาครัฐ โดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ ผู้ให้บริการ ไปจนถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

-(016)

ที่เดียวในโลก เปิดจองก่อนใคร! Sweet Bean – I want a hug Series

ที่เดียวในโลก เปิดจองก่อนใคร! Sweet Bean - I want a hug Series

ที่เดียวในโลก เปิดจองก่อนใคร! Sweet Bean – I want a hug Series

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.14 น.

จากการร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ที่นำความลักชูรีมาผสานกับความน่ารัก Jubilee Diamond ขอนำเสนอ Sweet Bean – I Want A Hug Series คอลเลกชันเครื่องประดับเพชรแท้ระดับไฮเอนด์ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ POP MART มอบโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้คุณเป็นเจ้าของก่อนใครในโลก เปิดให้สั่งจองแล้ว พร้อมสิทธิพิเศษ 6 ต่อสำหรับช่วงพรีออเดอร์ นี้เท่านั้น!

คอลเลกชันนี้ได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดผ่านคาแรกเตอร์สุดน่ารักที่สะท้อนความหมายของ “อ้อมกอด” ในแง่มุมที่อบอุ่นและปลอบประโลมใจ ถือเป็นครั้งแรกที่นำ Art Toy มา Glam Up ออกแบบเป็นเครื่องประดับเพชรแท้คุณภาพระดับโลก ให้คุณสามารถ Mix & Match ได้กับทุกลุคและทุกโอกาส ด้วยการผสมผสานความน่ารักและหรูหราในชิ้นเดียว ทั้งเป็นเครื่องประดับแฟชั่นและของสะสมที่ไม่เหมือนใคร จำนวนจำกัดเพียง 1,200 ชิ้น เท่านั้น

พิเศษเฉพาะช่วง Pre-Order ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กุมภา นี้ รับ 6 ความพิเศษแบบลิมิเต็ด อาทิ เซตของที่ระลึกที่จะมอบแบบจัดเต็มมาเป็นเซต Sweet Bean Special Box Set Limited Edition สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เหมือนใคร ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ พร้อมรับกล่องสุ่ม Art Toy Sweet Bean  และสำหรับ 150 ออเดอร์แรก จะได้สิทธิ์เข้าร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชั่น โดยงานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Ling ศิลปินเจ้าของผลงาน Sweet Bean มาพบแฟน ๆ ชาวไทย ต่อด้วยสิทธิพิเศษในการช็อปรอบพรีออเดอร์ จุใจจากยูบิลลี่ อาทิ ช็อปครบรับเพิ่ม Sweet Bean Charm และสิทธิ์ซื้อ Accessories ในราคาพิเศษ พร้อมการผ่อนสบายๆ กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด

Jubilee x Sweet Bean – I Want A Hug Series ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับ Fine Jewelry ขั้นสูง โดยใช้วัสดุหรูหราพร้อมประดับด้วยเพชรแท้ นอกจากนี้ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคอลเลกชันนี้ยังสามารถขยับและหมุนได้ตามอริยาบทของตัวละคร ซึ่งทำให้ผสมผสานความน่ารักและความหรูหราอย่างลงตัว คอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วยจี้เพชร Charm, แหวนเพชรแท้, สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ ซึ่งเป็นของสะสมที่สาวก Sweet Bean ไม่ควรพลาด

สามารถจอง Sweet Bean – I Want A Hug Series ผ่าน Jubilee Online Store ได้ที่ < http://www.jubileediamond.co.th > ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Jubilee Diamond (Thailand) หรือ Jubilee Contact Center : 02 – 625 -1111

เผยเทรนด์วาเลนไทน์ 2025 ‘Healthy Gifting’ มาแรง!

เผยเทรนด์วาเลนไทน์ 2025 ‘Healthy Gifting’ มาแรง!

เผยเทรนด์วาเลนไทน์ 2025 ‘Healthy Gifting’ มาแรง!

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.04 น.

The 1 Insight เผยเทรนด์วาเลนไทน์ 2025 ชี้ ‘Healthy Gifting’ มาแรง! เน้นบอกรักด้วยสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ยอดพุ่งกว่า 2 เท่า ในกลุ่ม Gen Y ถึง Baby Boomer

The 1 Insight เผยเทรนด์วาเลนไทน์ 2025 พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค หันมานิยมเลือกซื้อของขวัญแนวสุขภาพ (Healthy Gifting) ให้กับคนรักมากขึ้น ในภาพรวม ของขวัญแนวสุขภาพมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 2 เท่า โดย 5 สินค้าขายดีสูงสุด ได้แก่ เครื่องออกกำลังกาย สมาร์ทวอทช์ รองเท้ากีฬา ชุดออกกำลังกาย และอุปกรณ์กีฬา สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y, Gen X และ Baby Boomer สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ “Health & Wellness” ที่กำลังมีอิทธิพลทั่วโลก

ภาพรวมในประเทศไทย การใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ยอดการใช้จ่ายภาพรวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 20%  แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังคงให้ความสำคัญกับเทศกาลวาเลนไทน์ และถือเป็นโอกาสที่จะแสดงความรักต่อคนรอบข้าง โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการมอบของขวัญต่อกัน  โดยเมื่อวิเคราะห์ตามช่วงวัย The 1 Insight พบว่า ทัศนคติของคนแต่ละกล่มอายุส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงวาเลนไทน์อย่างเห็นได้ชัด

Gen Z (13-28 ปี) เน้นสนุกเต็มที่กับวันแห่งความรัก นิยมซื้อเครื่องสำอางและน้ำหอม โดยเฉพาะลิปสติกและอายแชโดว์ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ

Gen Y (29-44 ปี) เริ่มดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น มียอดการใช้จ่ายสูงขึ้นในกลุ่มสปอร์ตแวร์ จิวเวลรี่ และแอ็กเซสเซอรี่แฟชั่น เนื่องจากมองว่าของขวัญเหล่านี้สามารถเสริมสุขภาพและบุคลิกภาพตามช่วงวัย

Gen X (45 – 60 ปี) ไปจนถึง Baby Boomer (61-79 ปี) ยิ่งเน้นหนักการดูแลสุขภาพเพื่อเอาใจใส่กันอย่างลึกซึ้ง นิยมซื้อ อุปกรณ์กีฬา สกินแคร์ รวมถึงจับจ่ายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารฉลองที่บ้าน ซึ่งสะท้อนถึงการให้คุณค่ากับการดูแลตัวเองและการใช้ชีวิตที่สมดุล

ข้อมูลจาก The 1 Insight ยังเผยลิสต์ 10 ของขวัญวาเลนไทน์มาแรงปี 2025 ที่มียอดขายเติบโตสูงสุด ได้แก่ 1. ดอกไม้ 2. เครื่องออกกำลังกาย 3. สมาร์ทวอทช์ 4. จิวเวลรี่ 5. ตุ๊กตา 6. สปอร์ตแวร์ 7. ช็อกโกแลต/คุกกี้ 8. นาฬิกา 9. น้ำหอม 10. รองเท้ากีฬา

ผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ 2025 โดย CRC VoiceShare เผยว่า 80% คิดว่าวาเลนไทน์เป็น “วันสำหรับการแสดงออกความรักและความห่วงใย” มีเพียง 15% คิดว่าเป็น “เทศกาลหนึ่งสำหรับวัยรุ่น” และ 5% คิดว่าเป็น “การสร้างโอกาสทางธุรกิจ”  กิจกรรมยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ ออกไปทานอาหารนอกบ้าน ช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ชมภาพยนตร์ ทำอาหารทานที่บ้าน และออกกำลังกาย นอกจากนั้น ยังพบว่าคนไทยเลือกมอบของขวัญให้กับคนในครอบครัวเป็นอันดับหนึ่งที่ 45% รองลงมาคือคนรัก 40% เพื่อน 10% และตนเอง 5% โดยส่วนใหญ่มีงบประมาณอยู่ที่ 500 – 2,000 บาทต่อชิ้น และซื้อล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันวาเลนไทน์

‘DIPROM’ ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ติดอาวุธนักออกแบบไทย ผลักดันไกลสู่ระดับสากล พร้อมชูนโยบาย

'DIPROM' ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ติดอาวุธนักออกแบบไทย ผลักดันไกลสู่ระดับสากล พร้อมชูนโยบาย

‘DIPROM’ ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ติดอาวุธนักออกแบบไทย ผลักดันไกลสู่ระดับสากล พร้อมชูนโยบาย

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.52 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมผลักดันนักออกแบบไทยให้มีความพร้อมเพื่อก้าวสู่ระดับสากล ส่งเสริมและร่วมขับเคลื่อน Soft Power ไทยในด้านแฟชั่น พร้อมชูนโยบาย กับกิจกรรมพัฒนานักออกแบบดีพร้อมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (DIPROM Thai Designer Lab 2024)ดีพร้อม…มุ่งสร้างสรรค์ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการที่จะก้าวสู่การเป็นนักออกแบบมืออาชีพ พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อน Soft Power ด้านอุตสาหกรรมแฟชั่น พร้อมชูนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ภายใต้กลยุทธ์ “4 ให้ และ 1 ปฏิรูป” ประกอบด้วย 1) ให้ทักษะใหม่ 2) ให้เครื่องมือที่ทันสมัย3) ให้โอกาสโตไกล 4) ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชนและปฏิรูปดีพร้อมสู่องค์กรทันสมัย ผ่านกิจกรรมพัฒนานักออกแบบดีพร้อมในอุตสาหกรรมแฟชั่น (DIPROM Thai Designer Lab 2025) ถือเป็นการให้โอกาสผู้ประกอบการได้เติบโตและก้าวไกลไปสู่ระดับสากล เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมสร้างศักยภาพของ SMEs เข้าถึงโอกาสต่าง ๆ รวมทั้งการบูรณาการทุกภาคส่วน ช่วยเหลือนักออกแบบที่เป็นผู้ประกอบการไทยได้อย่างตรงจุดและเป็นไปตามความต้องการ รวมถึงการเสริมสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ร่วมสร้างสรรค์ พร้อมรับองค์ความรู้ทั้งด้านการออกแบบและการตลาด,  Field Trip ถึงที่จากแบรนด์ดังระดับประเทศ เรียนรู้และแชร์ประสบการณ์ไปพร้อมกันในค่ายปฏิบัติการออกแบบ (Design Lab) และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวสุด Exclusive กับดีไซเนอร์ระดับประเทศที่มีผลงานเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อาทิคุณกีตาร์ PATINYA, คุณโย Renim Project, คุณอู๋ Panyame และ คุณสิทธิ์ 27 Friday ที่พร้อมเป็นคู่หูตลอดกิจกรรม นอกจากนี้นักออกแบบยังได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดคูล พร้อมถ่าย Fashion Lookbook และมีนิทรรศการเป็นของตัวเอง พร้อมชิงเงินรางวัลและโอกาสสุดพิเศษ ได้บินลัดฟ้าไปทดสอบตลาดในต่างประเทศDIPROM Thai Designer Lab 2025 เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจ หรือคนที่มีไฟในด้านแฟชั่น เพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็นมืออาชีพและก้าวไปสู่ระดับสากล สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง วันที่ 12 มีนาคม 2568ติดตามรายละเอียดการและสมัครได้ที่ Facebook Fanpage : DIPROM THAI DESIGNER LABโทร. 082 593 7342Email : dipromthaidesignerlab@gmail.com

SPICE ROAD x divana เมื่อกลิ่นเครื่องเทศ ‘ทรงวาด’หลอมรวมกับ’SUNRISE’

SPICE ROAD x divana เมื่อกลิ่นเครื่องเทศ 'ทรงวาด'หลอมรวมกับ'SUNRISE'

SPICE ROAD x divana เมื่อกลิ่นเครื่องเทศ ‘ทรงวาด’หลอมรวมกับ’SUNRISE’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.20 น.

ย่านทรงวาด เป็นแหล่งค้าขายและกระจายสินค้าที่สำคัญของกรุงเทพฯ มาช้านาน ท่าเรือ และโกดังเก็บสินค้าต่าง ๆ เป็นพยานถึงการแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งในประเทศและต่างแดน อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงหมุนเวียนอยู่ในปัจจุบัน คือกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่อบอวลในอากาศ สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การค้าขายเครื่องเทศ และเรื่องราวความทรงจำที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่

 Spice Road เป็นผลงานศิลปะ Installation ที่กลุ่มศิลปิน Vice Versa ได้สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างกลิ่นเครื่องเทศกับคนไทยในแต่ละยุค โดยดึงแนวคิดของการเชื่อมโยงกลิ่น และความทรงจำมาผสานกับประสบการณ์ร่วมสมัย จัดแสดงภายในโกดังเจริญวัฒนา อันเป็นโกดังเก็บสินค้าเครื่องเทศอันเก่าแก่ของย่าน

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่มศิลปิน Vice Versa ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวาง ‘Spice Road’ ที่ผูกโยงเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านทรงวาดผ่านกลิ่นหอมของเครื่องเทศเหล่านี้ โดยนําวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่คู่กับการค้าขายในย่านทรงวาด เช่น เชือก กระสอบ ตาข่าย และแหอวนต่างๆ ที่ใช้ในการขนส่งและจัดเก็บรักษาสินค้า มาเรียบเรียงเป็นโครงข่ายที่ห่อหุ้มเครื่องเทศในรูปแบบต่างๆ เข้ากับพื้นที่ภายในอาคารโกดังดั้งเดิมในย่าน

และเป็นครั้งแรกของการผสานกลิ่นแห่งประวัติศาสตร์ เครื่องเทศจากย่านทรงวาด กับ SUNRISE กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ divana ผู้นำ Luxury Spa และเครื่องหอมแบรนด์คนไทย ที่เปี่ยมไปด้วยความสดชื่นและพลังบวก ถ่ายทอดออกมาเป็น ถุงหอมกลิ่น “ทรงวาด” ซึ่งจะพาคุณเดินทางผ่านกาลเวลา ด้วยสัมผัสของ วัฒนธรรม ศิลปะ และความทรงจำ

งานนี้ divana นำปรัชญา Sustainable Luxury มาสร้างมิติใหม่ให้กับงานศิลปะ Installation โดยใช้วัสดุจากชุมชน ผสานกับกลิ่นหอมที่เล่าเรื่องราวของอดีตและอนาคต ใน Bangkok Design Week 2025 ที่โกดังเจริญวัฒนา ชวนทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์กลิ่นที่สะท้อนเสน่ห์ของย่านทรงวาด พร้อมดื่มด่ำกับศิลปะที่หลอมรวมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน วันนี้ – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ทั้งนี้สามารถติดตามผลงานของกลุ่มศิลปิน Vice Versa เพิ่มเติมได้ที่  https://m.facebook.com/viceversabkk/  และ https://www.instagram.com/viceversabkk

#SpiceRoad #Divana #Sunrise #SustainableLuxury #BangkokDesignWeek2025 #ArtMeetsFragrance #กลิ่นหอมแห่งความทรงจำ #CreativeDistrict #ViceVersa

หรูหรา Dolce&Gabbana คอลเลคชั่น Pre Spring 2025

หรูหรา Dolce&Gabbana คอลเลคชั่น Pre Spring 2025

หรูหรา Dolce&Gabbana คอลเลคชั่น Pre Spring 2025

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.02 น.

Dolce&Gabbana นำเสนอคอลเลคชั่น Pre Spring 2025 สุดหรูหรา ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Dolce&Gabbana และความมั่นใจผ่านตัวตนของ 4 นักแสดงสาวต่างคาแรคเตอร์  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ,โบว์ – เมลดา สุศรี, แคท – ซอนญ่า สิงหะ, และ พลอย – เฌอมาลย์ – ไลลา บุญยศักดิ์

คอลเลคชั่นนี้ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่มักใช้ลวดลายที่โดดเด่น และการออกแบบที่เต็มไปด้วยความปราณีตแต่ยังคงรายละเอียดความสวยงาม โดยเน้นการสวมใส่ที่สะดวกสบายแต่ยังคงซึ่งความหรูหรา ด้วยเดรสลายดอกที่เป็นหนึ่งในคอนเซปต์หลักของแบรนด์ Dolce&Gabbana ชุดที่มีลายพิมพ์อันเอกลักษณ์ DNA ของแบรนด์ เสริมความมีชีวิตชีวาของผู้สวมใส่ และเดรสที่ถูกออกแบบมาให้เข้ารูป ที่มีดีไซน์คัตเอาท์ เน้นโชว์สรีระเสริมเสน่ห์และยังเพิ่มงานปักเข้าไปในตัวชุด ที่เสริมให้ผู้สวมใส่สามารถสนุกไปกับการแต่งตัวได้ด้วยกระเป๋าและรองเท้าจากคอลเลคชั่นเดียวกัน

-(016)