คุยกับ “ชัยดิษฐ์ พิริยะถาวรไชย” แห่ง V45 กับเคล็ดลับการปั้น ‘ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง’ ให้โตแบบก้าวกระโดด

คุยกับ

คุยกับ “ชัยดิษฐ์ พิริยะถาวรไชย” แห่ง V45 กับเคล็ดลับการปั้น ‘ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง’ ให้โตแบบก้าวกระโดด

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.45 น.

“รับเหมาก่อสร้าง” นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความผันผวน ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ  และฝากความคาดหวังไว้กับโปรเจกต์ต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน แต่ถึงอย่างนั้น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็ถือได้ว่ามีมูลค่าสูงมาก

จากข้อมูลของ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยว่า ในแต่ละปี ภาคก่อสร้างไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท และมีผู้เล่นที่หลากหลาย ทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ทำตั้งแต่รับเหมาก่อสร้างที่มีความซับซ้อน ไปจนถึงผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดกลางและย่อยที่รับบทบาทเป็นผู้รับเหมาช่วงต่อจากผู้รับเหมาขนาดใหญ่อีกที และหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองไม่น้อย นั่นคือ บริษัท วี 45 กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับก่อสร้างและตกแต่งภายใน ผู้สร้างธุรกิจให้เติบโตมีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาทในเวลา 3 ปี อย่างก้าวกระโดด

ชัยดิษฐ์ พิริยะถาวรไชย หัวเรือใหญ่แห่ง V45 ได้บอกเล่าถึงแนวคิดในการจับเทรนด์ธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไว้อย่างน่าสนใจว่า “จุดเริ่มต้นของ V45 GROUP เกิดจากการรวม 2 บริษัทเข้าด้วยกัน ในปี 2535 เราเปิดบริษัท 168 CIVIL CONSTRUCTION จากนั้นก็มาเปิด V45 DESIGN ที่เป็นงานในส่วนของการตกแต่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการลูกค้าได้แบบ One Stop Service”

“ข้อดีของการรวมบริษัท คือ สามารถบริหารจัดการได้ง่าย และทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพอีกด้วย”

ในช่วงแรก V45 GROUP เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน ก่อสร้างสำนักงาน ตกแต่งภายในร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เหมือนผู้รับเหมาทั่วไป จนกระทั่งในปี 2561 คุณชัยดิษฐ์ ได้สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า นั่นคือการที่หลายคนเริ่มหันมาทำร้านค้าแบบ Stand Alone กันมากขึ้น!

“ช่วงนั้นผมมองว่าการทำร้านแบบ Stand Alone เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง และมองว่าเป็นอนาคตของบริษัทด้วย เลยพยายามค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างร้าน Stand Alone จากงานวิจัยต่างๆ ทำให้พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป คนเริ่มเดินห้างกันน้อยลง และต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้ลูกค้าเดิมของเราส่วนใหญ่มีการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้าของตัวเอง ดังนั้น V45 ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถทำงานตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้”

เมื่อจับเทรนด์ได้ และเข้าใจความต้องการของตลาดมากขึ้น ทำให้ V45 สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Creden Data ผู้ให้บริการข้อมูลด้านนิติบุคคลของบริษัทที่มีรายชื่อจดทะเบียนในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

พบว่าในช่วงปี 2561 V45 มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 60-70 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากนั้นมาจับกลุ่มธุรกิจการขยายสาขาให้กับลูกค้า บริษัทก็เริ่มมีการเติบโต ตั้งแต่ปีละ 100 ล้านบาท และขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปี 2566 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้มากถึง 672 ล้านบาท

ในจุดนี้ คุณชัยดิษฐ์ ได้อธิบายถึงจุดแข็งที่ทำให้ V45 แตกต่างจากบริษัทอื่น นั่นคือการวาง Brand Positioning ให้เป็นมากกว่า “ผู้รับเหมาทั่วไป” เพราะมีบริการแบบ One-Stop Service ที่ครบจบในตัว ซึ่งประกอบด้วยบริการ 3 ด้าน คือ

1. ด้านขออนุญาตกับส่วนราชการต่างๆ เช่น ขออนุญาตก่อสร้าง ขออนุญาตจดทะเบียนบ้าน ขออนุญาตน้ำ ไฟฟ้า และบริการด้านขออนุญาตกับส่วนราชการต่างๆ

2. งานออกแบบโครงสร้างสถาปัตย์ พร้อมงานระบบ

3. งานก่อสร้าง ที่สามารถก่อสร้างทั้งโครงสร้างสถาปัตย์ และงานตกแต่งภายใน รวมไปถึงการจัดการด้านการออกแบบ ด้านการก่อสร้าง และการควบคุมต้นทุน

ปัจจุบัน V45 มีการดำเนินงานแบบครบวงจรให้กับลูกค้าที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจรีเทลที่ต้องการขยายสาขาจำนวนมาก ธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการร้านที่มีจุดเด่นน่าสนใจ รวมไปถึงงานอาคารทำงานขนาดใหญ่ เช่น คาเฟ่ ฟิตเนส ร้านเฟอร์นิเจอร์ และร้านค้าแบบ Standalone

ซึ่งในหลายๆ ครั้ง บริษัทจะเจอความท้าทายในเรื่องของเวลา ที่ต้องทำงานภายในระยะเวลาที่จำกัด และเป็นงานที่ทำพร้อมกันหลายพื้นที่ ตรงจุดนี้ คุณชัยดิษฐ์ ได้แบ่งปันวิธีการทำงานแบบมืออาชีพ โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามีส่วนร่วม

“ความยากของการก่อสร้างในธุรกิจรีเทลคือความเร็ว เพราะผู้รับเหมาไม่เพียงต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่มักจะมีการก่อสร้างเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้ผู้รับเหมาดูแลได้ไม่ทั่วถึง ตรงนี้ V45 ได้นำเทคโนโลยีช่วยในการทำงาน เช่น การใช้กล้องวงจรปิดในไซส์งาน เพื่อดูความคืบหน้า และแก้ปัญหาหน้างานแบบเรียลไทร์ม”

“อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องความปลอดภัย เพราะเราต้องใช้คนในการควบคุมขั้นตอนต่างๆ ซึ่งหากเกิดความผิดพลาดในการก่อสร้างขึ้นมาก็อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของคนหน้างานได้ ดังนั้นพนักงานของเราต้องมีการฝึกอบรมตลอดเวลา เพื่อลดความผิดพลาดให้มากที่สุด”

“ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ทำให้เราช่วยลูกค้าจบงานได้เร็วขึ้น ลูกค้าก็สามารถเปิดร้านได้เร็วขึ้น ยกตัวอย่าง บางสาขาที่เราต้องสร้างร้านให้ลูกค้าให้เสร็จภายใน 22 วัน เราก็สามารถทำได้ ควบคุมเวลาในการก่อสร้าง แต่ละโครงการได้ตามเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการ”

เตรียมพร้อมบวก+ เฟส2 ‘Bangkok Design Week 2025’ ปักหมุดย่านพระนคร

เตรียมพร้อมบวก+ เฟส2 ‘Bangkok Design Week 2025’ ปักหมุดย่านพระนคร

เตรียมพร้อมบวก+ เฟส2 ‘Bangkok Design Week 2025’ ปักหมุดย่านพระนคร

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.31 น.

เตรียมพร้อมบวก+ เฟส2 ‘Bangkok Design Week 2025’ ปักหมุดย่านพระนคร, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ ตั้งแต่วันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568

เตรียมพร้อมบวก+ กับเฟส 2 ของ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025” (BKKDW2025) กับความร่วมมือพลังพร้อมบวกโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA, กรุงเทพมหานคร, Urban Ally, กลุ่มนักออกแบบและนักสร้างสรรค์ และชุมชนในพื้นที่ จัดตั้งแต่วันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ย่านพระนคร, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ ชวนสำรวจการผสานกันระหว่างงานดีไซน์และเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ย่านเมืองเก่า ที่นำเสนอพลังบวกของงานออกแบบที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาในทุกมิติ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง นอกจากนี้เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ วันที่ 15 – 16 และ 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ยังมีย่านหัวลำโพง และบางโพ มาร่วมพร้อมบวกพลังแห่งการออกแบบในเทศกาลฯ ด้วย

เปิดโปรแกรมน่าสนใจพร้อมบวก+ ย่านพระนคร, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างสรรค์ ‘กรุงเทพฯ’ ให้ดียึ่งขึ้น!

ย่านพระนคร ย่านเมืองเก่าที่จัดเต็มนิทรรศการที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และศิลปะดั้งเดิม ส่งเสริมศูนย์กลางการท่องเที่ยวและศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ ให้กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เหล่าคนรักศิลปะจะได้ชมงานดีไซน์น่าบวก+

●             Made in Phranakorn โปรเจ็กต์ที่พาเหล่านักสร้างสรรค์มาเจอกับเจ้าของร้านรุ่นเก๋าในย่านพระนคร เพื่อช่วยกันพัฒนาและออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ พร้อมช่วยเป็นแนวทางให้กิจการดั้งเดิมปรับตัวและเดินต่อไปได้ในยุคสมัยใหม่ ผ่านการนำเสนอเรื่องราวของ The old town’s favourite หรือ 5 ของโปรดชาวพระนคร จัดแสดงที่ถนนมหรรณพ

●             ThaiOldGraphy นิทรรศการ ‘ThaiOldGraphy’: From Ancient to Present Times โดยอนุกูล อัศววิบูลย์พันธ์ การนำเสนอเรื่องราวพัฒนาการของตัวพิมพ์ไทย ตั้งแต่รากฐานที่ได้รับจากบาทหลวงฝรั่งเศส จนถึงยุคสมัยใหม่ โดยเน้นช่วงเวลาสำคัญ เช่น การเข้ามาของคณะมิชชันนารี การเผยแพร่ตำรา ‘จินดามณี’ และผลกระทบจากเทคโนโลยีตัวพิมพ์แบบ ‘Romain du Roi’ จากฝรั่งเศส จัดแสดงทีคราฟส์แมนโรสเตอรี่ สาขาโอลด์ทาวน์

●             MEGA MAT: Reimagining Waste into Wonder ความร่วมมือระหว่าง MVRDV Architects, CEA, PTT Global Chemicals และสถานทูตเนเธอร์แลนด์ สร้าง ‘Mega Mat’ เสื่อพลาสติกรีไซเคิลขนาดยักษ์สำหรับเทศกาลฯ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการหมุนเวียนใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่า โดยนำเสื่อพลาสติกรีไซเคิลผืนยักษ์มาปูไว้เต็มลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มุมหนึ่งนำเสนอนิทรรศการที่บอกเล่าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของเสื่อ ขณะที่เสื่อส่วนที่เหลือขนาด 860 ตารางเมตร นั้นออกแบบให้ทุกคนสามารถแวะเข้ามานั่งพักผ่อน เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นของเมือง โดยรูปทรง ลวดลาย และสีของเสื่อได้รับแรงบันดาลใจจากหลังคาของวัดสุทัศนเทพวราราม สีสันของเสื่อจะไล่ระดับให้เข้าใกล้จุดศูนย์กลางสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเป้าหมายการไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน นอกจากนี้เสื่อแต่ละผืนยังทอด้วยลวดลายแบบดั้งเดิมเพื่อสะท้อนถึงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอีกด้วย จัดแสดงที่ลานคนเมือง

●             มุมมองชราจร ชวนมาเปิดมุมมองและประสบการณ์ ให้คุณได้เห็นถึงความท้าทายในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุในเมือง ทั้งการเผชิญกับทางเท้าที่ไม่เรียบ การเรียกรถรับส่งที่ยากลำบาก การขึ้นรถประจำทางที่ท่ารถไกลออกไปหลายกิโลเมตร ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่สะดวกสบาย ไปจนถึงความกังวลใจกับภัยจากมิจฉาชีพแม้จะอยู่ในบ้านของตัวเอง – สิ่งเหล่านี้จะถูกร้อยเรียงผ่านภาพและป้าย โดยหวังให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่จะนำไปสู่เมืองที่เป็นมิตรกับคนทุกวัยมากยิ่งขึ้น จัดแสดงที่ถนนสำราญราษฎร์

●             Boundless Pleasure การนำเสนอเรื่องราวและความเคลื่อนไหวทางความคิดของผู้คนในเมือง โดยใช้งานออกแบบ Projection Mapping ฉายบนศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หนึ่งในอาคารและพื้นที่สาธารณะสำคัญของย่านพระนคร เป็นผลงานจากความร่วมมือของนักออกแบบสร้างสรรค์ชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้การนำของกลุ่ม DecideKit และได้รับการสนับสนุนจาก Epson Thailand จัดแสดงที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ย่านบางลำพู – ข้าวสาร ย่านสร้างสรรค์น้องใหม่ที่จัดเป็นครั้งแรก ชวนมาสัมผัสกับวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผสมผสานกับความทันสมัย ผ่านงานดีไซน์และนิทรรศการที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับบางลำพูในแบบที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่

●             Design Hero 2024: OK ( E ) CIGARETTES? ผลงาน 4 หมวด 15 ไอเดีย ที่จุดประกายความสร้างสรรค์ร่วมกับเยาวชน ผ่านงานศิลปะที่กระตุ้นให้ตื่นรู้และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลง! ในโครงการ Design Hero 2024 กับหัวข้อ“OK (E) CIGARETTES? Wake Up and Understand the Hazards of Vaping and E-Cigarette” ความร่วมมือระหว่าง art4d กับ แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดแสดงที่พิพิธบางลำพู

●             คำเล็ก เรื่องใหญ่: ดื่มด่ำประสบการณ์อาหารบางลำพู เปิดประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารของทุกคน ผ่านรสชาติของอาหารทานเล่นตามแบบฉบับของบางลำพู โดยผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีการจัดแสงและศิลปะที่สร้างสรรค์มาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า พร้อมกับฟังเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ล้อมรอบย่านเก่าแก่แห่งนี้ เพื่อเรียนรู้และเข้าใจถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชนเก่าแก่ในทุกประสาทสัมผัส ทั้งได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น และได้ลิ้มรสความเป็นบางลำพูอย่างลึกซึ้งและครบถ้วนจัดแสดงที่ห้างนิวเวิลด์

●             Fashion of Banglamphu ผลงานศิลปะจัดวาง ‘Fashion of Banglamphu’ ซึ่งจะมาบอกเล่าเรื่องราวของย่าน ‘แฟชั่น’ แห่งนี้ นับตั้งแต่อดีตเมื่อ 40 ปีที่แล้ว บางลำพู ถือว่าเป็นย่านขายเสื้อผ้ายอดนิยมอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ ตลาดการค้าเสื้อผ้ายุคนั้นคึกคักทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป แต่กลิ่นอายของอดีตก็ยังทำให้เสน่ห์ของบางลำพูไม่เคยเลือนหายไปไหนจนถึงปัจจุบันสถานที่จัดงานโรงแรมดั้งเดิม

●             บางลำพู’s everything นิทรรศการของนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง จากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งต่อยอดมาจากนิทรรศการ ‘บางลำพู everything Showcase’ โดยตั้งใจจะถ่ายทอดเสน่ห์ของย่านเก่าแก่แห่งนี้ ผ่านเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิตและพื้นที่ที่หลอมรวมจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน จัดแสดงที่ร้านบัดดี้เบียร์

●             Pop-Up Park ผลงานการสร้างพื้นที่สีเขียวแบบใหม่ โดยทดลองเปลี่ยนพื้นที่ของภาคเอกชนมาเป็นสวนสาธารณะที่รองรับกิจกรรมสำหรับทุกคน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า การพัฒนาพื้นที่สีเขียวไม่จำเป็นต้องทำบนพื้นที่รัฐเท่านั้น แต่ทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองได้ จัดแสดงที่ลานห้างบางลำพู (เดิม)

เทศกาลฯ จึงไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูย่านเมืองเก่าและพื้นที่ต่าง ๆ แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในมิติของการท่องเที่ยว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมพื้นที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การสร้างเศรษฐกิจชุมชน ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งจากการค้า การจัดกิจกรรม และการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และแม้กระทั่งการพัฒนาศักยภาพชุมชน โดยช่วยให้ชุมชนสามารถรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมกับเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของสังคม

ตามเก็บโปรแกรมต่าง ๆ ของเทศกาลฯ ให้ครบทุกพื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ และหากใครชื่นชอบผลงานชิ้นไหนที่คิดว่าจะช่วยเปลี่ยนกรุงเทพฯ ที่ดียิ่งขึ้นได้ แค่โพสต์ลง Social Media ของตัวเอง พร้อมติด Hashtag #UpRiseBangkok #DesignYourChange แค่นี้ก็นับว่าคุณได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงเมืองแล้ว แล้วมาดูกันว่าพลังของงานดีไซน์ และเสียงของคุณจะเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน? มาร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ทุกคนอยากอยู่ไปด้วยกัน!

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.bangkokdesignweek.com, Facebook/Instagram: bangkokdesignweek, Twitter: @BKKDesignWeek, Line: @bangkokdesignweek

#BKKDW2025 #BangkokDesignWeek #ออกแบบพร้อมบวก #DesignUpRising #UpRiseBangkok #DesignYourChange #CEA

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนเพิ่มอีก 6 จังหวัด รับมือวิกฤตค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนเพิ่มอีก 6 จังหวัด รับมือวิกฤตค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนเพิ่มอีก 6 จังหวัด รับมือวิกฤตค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.01 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มอบหมายให้ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนายรุ่งเพชร์ ศรีสุวรรณ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกอาสาสมัคร นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ และแผนกอาสาสมัคร ลงพื้นที่แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนที่สัญจรขึ้นรถโดยสารประจำทาง ตลาด และสถานที่ที่ มีผู้คนเดินทางสัญจรเป็นจำนวนมากในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และนครปฐม รวม 6 จังหวัด รวมจำนวนหน้ากากอนามัย 6,000 แพ็ก (150,000 ชิ้น) คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 144,450 บาท โดยมีอาสาสมัครศิลปิน อาทิ นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว-พรชดา) นางสาวสุชานุช ธรรมวงค์ (แพม-สุชานุช) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นายภัทรพล แก้วสกุณี (เค-ภัทรพล) นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว-พัชรมัย) นายขวัญชัย เย็นพายัพ (เจี๊ยวจ๊าว เชิญยิ้ม) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) นางสาวพิมพ์ลภัส เทียนรุ่งเรือง (นุ้ย) ร่วมลงพื้นที่แจกจ่าย ซึ่งมีประชาชนเข้ารับหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก

โดยเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ในช่วงวิกฤตมหันตภัยกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงจมฝุ่นพิษ [PM2.5 เกินมาตรฐาน] มูลนิธิฯ ได้จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายหน้ากากอนามัยในพื้นที่ 10 เขต กรุงเทพมหานคร รวม 10,000 แพ็ก (250,000 ชิ้น) คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 240,750 บาท รวมมูลค่าการดำเนินการลงพื้นที่แจกจ่ายหน้ากากอนามัย 10 เขต กรุงเทพมหานคร และ 6 จังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 385,200 บาท (สามแสนแปดหมื่นห้าพันสองร้อยบาทถ้วน) ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ การติดตั้งเครื่องบอกค่า PM2.5 อัตโนมัติ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม.

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

-(016)

จับมือ MOU การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ‘จุฬาฯ- รามาฯ- ศิริราช- ธรรมศาสตร์’

จับมือ MOU การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน 'จุฬาฯ- รามาฯ- ศิริราช- ธรรมศาสตร์'

จับมือ MOU การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ‘จุฬาฯ- รามาฯ- ศิริราช- ธรรมศาสตร์’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.46 น.

ถือเป็นการร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จาก 4 สถาบันชั้นนำของประเทศไทย กับพิธีลงพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน พ.ศ.2568 : จุฬาฯ- รามาฯ- ศิริราช- ธรรมศาสตร์ งานประชุมวิชาการระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรมการประชุมวิชาการ ภายใต้แนวคิด Harmony in Health ณ ห้องประชุม 302 ชั้น 3 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมี นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช และ ผศ. พญ.ศิริสุชา โศภนคณาภรณ์ รับหน้าที่พิธีกร

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทย์ศาสตร์ 4 สถาบัน พ.ศ. 2568 ได้รับเกียรติจากคณบดี 4 สถาบัน นำทีมเข้าร่วมพิธีพร้อมร่วมพูดคุยบนเวที ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมาเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 125 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะมาเผยถึงกิจกรรมทางวิชาการ และการหารายได้ที่กำลังจะเกิดขึ้น, รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ที่จะมาเผยถึงกิจกรรมด้านวิจัย และศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมาเผยถึงกิจกรรมภาคประชาชนและการประชาสัมพันธ์

การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน  พ.ศ. 2568 สำหรับแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกสาขา จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 23-25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ บริเวณชั้น 22 -23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และในส่วนของ กิจกรรมภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด Harmony in Health เพื่อให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมกับการประชุมวิชาการครั้งนี้ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้น 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ บริเวณโซนอีเดน (Eden) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ  โดยมี บูทกิจกรรม การตรวจสุขภาพ และนิทรรศการ จาก 4 สถาบัน อาทิ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ Obesity Connects “Connect เพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลภาวะอ้วน”, Transplantation “เปลี่ยนอวัยวะ เปลี่ยนชีวิต”, Make Sleep a Priority “สุขภาพดี เริ่มที่การนอน” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ, BRAIN MAZE, การตรวจวัดสมรรถภาพทางกาย, โภชนาการ & ฟาร์มสร้างสุข คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ การดูแลสุขภาพด้วยหลักธรรมานามัยตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย, Healthy Living by Siriraj “รวมความรู้ สู่สุขภาพดี”, Move Better, Live Stronger “กระดูกดี กับ Ortho Siriraj”, Check & Care: NCD Screening “เช็คสุขภาพก่อนสาย ใส่ใจวันนี้เพื่ออนาคต” คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ Stay healthy stay herbal “ชีวาเฮิร์บ”, Lung Fit Lab “ชวนเช็คปอด”, Stride with Strength “ก้าวไปอย่างแข็งแรง” เป็นต้น และ กิจกรรมภาคประชาชน ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้น ในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ บริเวณชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

-(016)

เอสเต ลอเดอร์ฯ ประเทศไทย จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แบ่งปันเคล็ดลับดูแลผู้ป่วยมะเร็งในวัน World Cancer Day 2025

เอสเต ลอเดอร์ฯ ประเทศไทย จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แบ่งปันเคล็ดลับดูแลผู้ป่วยมะเร็งในวัน World Cancer Day 2025

เอสเต ลอเดอร์ฯ ประเทศไทย จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แบ่งปันเคล็ดลับดูแลผู้ป่วยมะเร็งในวัน World Cancer Day 2025

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.41 น.

เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย ภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก นำโดยนางสาวอรพรรณ พงศ์พานิช  เอ็นเทอไพรซ์ มาร์เกตติ้งแอนด์ดาต้า ไดเรคเตอร์เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทยพร้อมด้วย นางสาวสาธิดา เตชะภัทรพร Senior National Education Manager เอสเต ลอเดอร์ ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยและผู้รอดชีพจากมะเร็งร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในงาน “วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2025” ภายใต้แนวคิด United by Unique “ทุกมุมมอง ประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมของแต่ละบุคคลและชุมชน ล้วนมีความสำคัญและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง”

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในโอกาส “วันมะเร็งโลก” (World Cancer Day)  เพื่อสร้างพลังบวกยอมรับความแตกต่างสร้างคุณค่า พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความรู้เกี่ยวกับ การดูแลความสวยงามในผู้ป่วยมะเร็งในหลากหลายมุมมอง อีกทั้ง ยังส่งมอบความงามให้กับผู้รอดชีพจากมะเร็งโดยการนำทีมช่างแต่งหน้ามืออาชีพจากแบรนด์เอสเต ลอเดอร์ (Estée Lauder) และบ็อบบี้ บราวน์ (Bobbi Brown) ร่วมเนรมิตความสวย คืนความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากลได้กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันมะเร็งโลก” (World Cancer Day) เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง รวมถึงเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกประเทศร่วมกันหาแนวทางป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งอย่างเป็นรูปธรรม เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความงามจากภายในให้กับผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความมั่นใจให้กลับคืนสู่ผู้รอดชีพจากมะเร็ง พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อให้ผู้หญิงที่ผ่านการรักษามะเร็งรู้สึกมีคุณค่าและสวยงามจากภายใน โดยการร่วมมือกับองค์กรที่สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และสร้างโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตและร่างกายที่จำเป็นหลังการรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่องค์กรเชื่อว่าจะสามารถช่วยเสริมสร้างพลังใจให้กับผู้ป่วยและผู้รอดชีพจากมะเร็งให้กลับมามีความมั่นใจในตัวเองอีกครั้งผ่านการดูแลความงามและการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ในงานยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเสวนา ภายใต้หัวข้อ “การดูแลความสวยงามในผู้ป่วยมะเร็ง” โดยมี นางสาวสาธิดา เตชะภัทรพร Senior National Education Manager, เอสเต ลอเดอร์ พร้อมด้วยตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจากทุกมิติ นายแพทย์ธนะรัตน์ อิ่มสุวรรณศรี รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและแพทยศาสตรศึกษาและมีความเชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า นายแพทย์วิรุทธิ์ เอี่ยมสหเกียรติ หัวหน้างานมะเร็ง หู คอ จมูก และมีความเชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า และนางสาวจันทรรัตน์ กังสะ ผู้รอดชีพจากมะเร็ง ร่วมพูดคุยและส่งมอบความสุขและกำลังใจในการเดินต่อไปในเส้นทางใหม่ของชีวิตอย่างยั่งยืน

-(016)

ททท.จัดทริปพิเศษ ‘ใกล้นิดเดียว’ ล่องเรือเที่ยว ‘เกาะเกร็ด’ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม

ททท.จัดทริปพิเศษ ‘ใกล้นิดเดียว’ ล่องเรือเที่ยว ‘เกาะเกร็ด’ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม

ททท.จัดทริปพิเศษ ‘ใกล้นิดเดียว’ ล่องเรือเที่ยว ‘เกาะเกร็ด’ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.32 น.

ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ เรือด่วนเจ้าพระยา จัดทริปพิเศษใกล้นิดเดียว เที่ยวเกาะเกร็ด ชวนไปสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชุมชน ชมสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ตะลุยชิม ช๊อป แช๊ะ รอบเกาะ แหล่งรวมของกิน คาเฟ่ กิจกรรม workshop เครื่องปั้นดินเผา และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

พิเศษสุดๆ‼ ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร มอบส่วนลดให้คนไทย จำนวนจำกัด 600 สิทธิ์ตลอดโครงการ

ตั๋วไป-กลับ ราคา 150 บาท/ท่าน (จากปกติ 250 บาท)

วันที่ให้บริการ : วันอาทิตย์ที่ 16, 23 กุมภาพันธ์ 2568 และ วันอาทิตย์ที่ 2, 9, 16 มีนาคม 2568 โดยจุดลงเรือ มีดังนี้ – ท่าบางโพ (MRT บางโพ ทางออก 1C) , – ท่านนทบุรี , – ท่าพระนั่งเกล้า (MRT พระนั่งเกล้า ทางออก 3)

สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ https://bit.ly/4gFn1mo หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @cpxboattour

หมายเหตุ : – ราคานี้รวมเฉพาะค่าเรือ (ไม่มีมัคคุเทศก์) , – โปรดอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนทำการสำรองที่นั่ง , – กำหนดการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

-(016)

Tom and Jerry x Jelly Bunny คอลเลกชั่นสุดแสบ ฉลอง 85 ปี มิตรภาพเหนือกาลเวลา Tom and Jerry

Tom and Jerry x Jelly Bunny คอลเลกชั่นสุดแสบ ฉลอง 85 ปี มิตรภาพเหนือกาลเวลา Tom and Jerry

Tom and Jerry x Jelly Bunny คอลเลกชั่นสุดแสบ ฉลอง 85 ปี มิตรภาพเหนือกาลเวลา Tom and Jerry

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.08 น.

Jelly Bunny (เจลลี บันนี) เปิดตัวคอลเลกชั่นสุดแสบประจำฤดูกาล Spring/Summer 2025 กับสองคาแรคเตอร์แมวหนูเพื่อนซี้คู่กัดตลอดกาล ทอม แอนด์ เจอร์รี่ มิตรภาพเหนือกาลเวลาที่คว้าหัวใจคนดู    ทั่วโลกมาอย่างยาวนานถึง 85 ปี เจลลี บันนีแบรนด์แฟชั่นสุดป็อปร่วมเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิดครั้งนี้ด้วยการชวนผู้ชมสู่ผจญกับดักชีสแสนสนุกกับคู่หูทอม แอนด์ เจอร์รี่

ภายในงานเปิดตัวคอลเลกชั่นมี แบม-สราลี และ บีม-สรีดา ประสิทธิ์ดำรง และสองพี่น้องนักแสดงสาวสุดน่ารักที่มีผลงานละครที่โดดเด่น และโลดแล่นสร้างความสดใสในโลกโซเชี่ยล และสองหนุ่มสุดฮอตจากวง ATLAS แทด-ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์ และ ภูมิ-เดชาธร วรรณวานิชกุล มาร่วมโชว์โมเมนต์สนุกสนานผ่านเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่คอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Cheese Hunter Activity หาชีสภายในร้าน พร้อมรับพวงกุญแจตุ๊กตา Tom and Jerry อีกด้วย

ลิมิติดไอเทมที่ไม่ควรพลาดประจำคอลเลกชั่นนี้อย่างสนีกเกอร์ รองเท้าแตะ และเสื้อคลุมคาร์ดิแกนแต่งขอบปักลาย จับคู่เข้ากับเดนิมขายาวคลาสสิกสกรีนลายพิมพ์    Tom and Jerry เชิ้ตปกฮาวายกับการวางลายพิมพ์สุดขี้เล่น เชิ้ตครอปสั้นแต่งกระเป๋าสกรีนลายเข้าเซตกับกางเกงเสวตแพนท์หูรูดทรงหลวม เสวตเตอร์ครอปสั้นแต่งขอบแขนกุดลายจุดสีแดงสุดป็อป และชุดเข้าเซตแจ็กเกตพิมพ์ลาย  Tom and Jerry ด้วยแพตเทิร์นทั้งตัว

ขาดไม่ได้กับกระเป๋าสะพายไหล่ใบเล็กทรงฮาล์ฟมูนแต่งหัวเข็มขัด กระเป๋าทรงกล่องดีเทลแต่งซิปรอบใบพร้อมสายสะพาย โท้ทพิมพ์ลายตัวอักษร Tom and Jerry ยังมีอีกหลายไอเทมที่อัดแน่นความขี้เล่นของเจลลี บันนีและทอม แอนด์ เจอร์รี่   ให้ติดตามกันได้ในคอลแลบคอลเลกชั่นสุดป่วน

ไฮไลท์คอลเลกชั่นอยู่ที่การใช้พาเลตต์สีหวานแสนอร่อย ทั้งชมพูแคนดี้พาสเทล เหลืองบัตเตอร์ตัดกับม่วงมาร์ชแมลโลว์ และสีคู่ตรงข้ามคุกกี้แอนด์ครีม ถูกผสมลงบนดีไซน์ลายคลาสสิก อย่างลายอาร์ไจล์ ลายทาง ลายโพลก้า-ด็อท และการวางลายที่ล้อไปกับคาร์แรคเตอร์ของคู่ปรับสุดซี้ เพิ่มความมันให้ลุคแฟชันได้ทุกวัน

ชวนทุกคนมาเล่นไล่จับและค้นหาไอเทมสุดแสบชวนยิ้มกับคอลแลบคอลเลกชั่น Tom and Jerry x Jelly Bunny ที่เจลลี บันนีทุกสาขาและเว็บไซต์ jellybunny.com

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เปิดตัวนกเงือกคู่รัก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เปิดตัวนกเงือกคู่รัก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เปิดตัวนกเงือกคู่รัก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.04 น.

อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท (Avani+ Koh Lanta Krabi Resort) ร่วมฉลองความสำคัญของการอนุรักษ์นกเงือก เนื่องในวันรักนกเงือก (Hornbill Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี ด้วยการเปิดตัว นกเงือกคู่รักประจำรีสอร์ท ก๊อก และ แก๊ก ที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ซึ่งตั้งอยู่เหนือซีวิวพูลวิลล่าของรีสอร์ท โดยบ้านบนต้นไม้ของก๊อกและแก๊กได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ทำให้รีสอร์ทได้รับการขนานนามว่าเป็น Hornbill Hotel หรือ โรงแรมนกเงือก ที่ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์นกเงือกที่ใกล้สูญพันธุ์ และมุ่งมั่นในการเป็นสถานที่พักผ่อนให้ทั้งคนและนกเงือกได้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย

เพื่อฉลองการเปิดตัวนกเงือกคู่รักนี้ อวานี พลัส เกาะลันตา จึงได้คิดค้นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะลันตา โดยยังไม่ลืมหัวใจสำคัญในการเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ป่าท้องถิ่น ด้วย Hornbill Heroes สมุดกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่เต็มไปด้วยเกมสนุก ๆ ชวนให้แขกผู้เข้าพักทุกคนได้ลองเดินสำรวจธรรมชาติเพื่อตามหา ก๊อก และ แก๊ก นกเงือกคู่รักประจำอวานีที่อาศัยอยู่ภายในรีสอร์ท พร้อมได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของนกเงือกต่อระบบนิเวศอีกด้วย 

สำหรับ AvaniKids ยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ผ่านเวิร์กชอปศิลปะและงานฝีมือในธีมสัตว์ท้องถิ่น รวมถึงนิทานก่อนนอนประจำรีสอร์ทเรื่อง When Gok Met Gek ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของก๊อกและแก๊ก ผ่านภาพประกอบสุดน่ารักที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวไทย นอกจากนี้ยังมีคุกกี้รูปนกเงือกที่อบใหม่ทุกวันให้ได้อร่อยและเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติภายในรีสอร์ท

ภายในรีสอร์ทยังมีจุดถ่ายภาพมากมายที่สร้างสรรค์ขึ้นในธีมนกเงือก ตั้งแต่กำแพงภาพวาดสัตว์ท้องถิ่น ไปจนถึงจุดชมวิวใต้ต้นไม้ของ Hornbill Hotel อันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ท และเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ถึงเวลาของการสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติในยามค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ อาทิ Hornbill Highballs, G+G Gin & Tonics และ Beaky Blast Mocktails พร้อมดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพอันงดงามของทะเลอันดามัน

นอกจากนี้ ทีมงานของ อวานี พลัส เกาะลันตา ยังเดินหน้าโครงการปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อทำให้ Hornbill Hotel แห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมสำหรับนกเงือกมากที่สุด โดยมีการปลูกทั้งมะเดื่อฝรั่ง ทุเรียน มังคุด และขนุน รวมถึงพืชพื้นเมืองอย่างมะเดื่อ-ไทร (Ficus) และไผ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีและพื้นที่ทำรังตามธรรมชาติให้เหล่านกเงือก อีกทั้งยังมีสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกชบา และเฟื่องฟ้า รวมถึงต้นปาล์ม และพืชไม้เลื้อยอย่าง เสาวรส ที่จะเติมเต็มระบบนิเวศแห่งนี้ให้สมบูรณ์ และดึงดูดเหล่านกเงือกในเกาะลันตาให้เข้ามาสร้างครอบครัวเหมือนก๊อกกับแก๊กมากยิ่งขึ้น

มร. จอห์น โรเบิร์ตส์ (John Roberts) ผู้อำนวยการกลุ่มด้านความยั่งยืนและการอนุรักษ์ของโรงแรมในเครือไมเนอร์ กล่าวว่า “ที่อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท เรามุ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับแขกผู้เข้าพัก  การที่ภายในรีสอร์ทมีนกเงือกอย่าง ก๊อกและแก๊ก มาอาศัยอยู่นั้นสะท้อนถึงระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะลันตา จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้นำเรื่องราวเล่านี้มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจให้เป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่สำหรับผู้เข้าพัก  โดยนกแก๊กถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของนกที่สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างดี และพวกมันก็มีความคุ้นเคยกับรีสอร์ทและแขกผู้เข้าพัก แต่ยังคงเว้นระยะห่างเพื่อรักษาความปลอดภัยของพวกมันอยู่”

กิจกรรมรูปแบบใหม่นี้สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของอวานี โฮเทลส์ ซึ่งอวานี พลัส เกาะลันตา ยังได้เข้าร่วมในโครงการอนุรักษ์อื่นๆ อีก อาทิ โครงการ Dugong Food Survival ที่สนับสนุนการฟื้นฟูทุ่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน รวมถึง Edible Flower Farm ฟาร์มดอกไม้กินได้ภายในรีสอร์ท เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเกษตรที่ยั่งยืนรูปแบบใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้แขกได้สัมผัสประสบการณ์การทำอาหารและเมนูที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบภายในฟาร์ม

นักท่องเที่ยวที่สนใจมาสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับ Hornbill Hotel และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของ อวานี พลัส เกาะลันตา กระบี่ รีสอร์ท สามารถสำรองห้องพักและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.avanihotels.com/en/koh-lanta-krabi อีเมล avaniplus.krabi@avanihotels.com หรือเบอร์ 075 626 999

‘แป้ง วิ้งค์ไวท์’ชวนอินฟลูชื่อดังเวิร์คช็อปเทรนด์ใหม่สายเฮลท์ตี้

'แป้ง วิ้งค์ไวท์'ชวนอินฟลูชื่อดังเวิร์คช็อปเทรนด์ใหม่สายเฮลท์ตี้

‘แป้ง วิ้งค์ไวท์’ชวนอินฟลูชื่อดังเวิร์คช็อปเทรนด์ใหม่สายเฮลท์ตี้

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.51 น.

เรียกว่าเป็นอีเว้นท์ต้อนรับเทศกาลแห่งความรักที่เก๋ที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะจากนี้ไป “การรักตัวเอง” คือที่สุดแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่และเป็นเทรนด์ที่มาแรงสุดในตอนนี้ เมื่อ คุณขวัญชนก ทวนวิจิตร CEO WINK WHITE แท็คทีม โค้ชจัน หรือ คุณอานันท์ อภินันท์  เทรนเนอร์สุดฮอต ที่เปลี่ยนตัวเอง ดูแลตัวเอง จนกลายมาเป็นเทรนเนอร์ที่ชื่อเสียง ขึ้นแท่นเทรนเนอร์คิวทอง ที่เหล่าซุปตาร์ ดารา อินฟลูเอนเซอร์ ชื่อดังระดับประเทศทั่วฟ้าเมืองไทยยกนิ้วให้เป็นนัมเบอร์วัน

 จัดเวิร์คช็อปแบบฟิตแอนด์เฟิร์ม เอาใจคนรักสุขภาพ ในงาน self love by WINK WHITE ครั้งที่1 ที่ encore training club เพื่อสนับสนุนผู้ที่รักตัวเอง ดูแลตัวเอง ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ รูปร่างควบคู่กันไปด้วย รวมไปถึงผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้โปรตีนในการดูแลตัวเอง ดูแลรูปร่าง และสุขภาพ มาร่วมเทรนด์ให้เป๊ะ เทรนด์ให้โปร ไปกับเทรนด์เนอร์มือ 1 ของไทย และ คุณแป้ง ซีอีโอคนดังแห่งวิ้งค์ไวท์ พร้อมดื่มด่ำความฟินไปกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอ็กซ์เอส โปรตีน 5 สูตร ช็อคโกแลต, คุกกี้แอนด์ครีม,ชาไทย, นมชมพู, ชาเขียวมัทฉะ ที่ออกแบบมาเพื่อสายสุขภาพโดยเฉพาะ อร่อยและมีประโยชน์

เท่านั้นยังไม่พอหลังจบการเทรนด์แล้ว เทรนด์เนอร์จัน คุณแป้งวิ้งค์ไวท์ และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังสายเฮลท์ตี้ อาทิ ตะวัน น้ำหวาน เชง จีน ต๊อบ บี้ มายด์ ฟาน แอลลี่ ฝ้าย เมลิซซ่า ซี เม ยังได้ร่วมแชร์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องสุขภาพและการดูแลรูปร่าง ร่วมกับผู้ร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปในครั้งนี้กันอย่างมีความสุข

เพราะ “การเริ่มต้นความรักที่ดีที่สุด คือเริ่มรักที่ตัวเอง” เทรนด์ใหม่มาแรง สายสุขภาพที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือกำลังตามหาโปรตีนพีชเพื่อรูปร่างและสุขภาพ สามารถติดตาม FB : Khwanchanok Tuanwijit IG : @pangkhwanchanok / @winkwhite_ceo TIKTOK : pang_ww

CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดช่วงที่ 2’เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568′

CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดช่วงที่ 2'เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568'

CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดช่วงที่ 2’เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568′

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.41 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดงานช่วงที่ 2 “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025” (BKKDW2025) ภายใต้แนวคิด “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” ระหว่างวันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นกิจกรรมงานเปิดย่านพระนครและบางลำพู – ข้าวสาร ผ่านการนำเสนอเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าที่ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์และความทันสมัย เพื่อสร้างพลังของการออกแบบที่สะท้อนโอกาสใหม่ ๆ ให้กับกรุงเทพฯ พร้อมโปรแกรมส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศสร้างสรรค์” ที่แข็งแกร่งสำหรับเมือง พร้อมสนับสนุนและขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านการออกแบบ โดยปีนี้ ย่านพระนครและข้าวสารยังคงร่วมเป็นพื้นที่หลักของเทศกาลฯ เช่นเคย พร้อมกับย่านข้าวสาร ที่เข้าร่วมเป็นย่านน้องใหม่ ทั้งย่านพระนครและบางลำพู – ข้าวสาร เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความหลากหลาย และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นย่านสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต”

“ทั้ง 2 ย่านนี้นำเสนอโปรแกรมน่าสนใจมากมาย เช่น MEGA MAT โดย CEA, สถานทูตเนเธอร์แลนด์, PTT Global Chemicals และ MVRDV Architects ซึ่งเป็นเสื่อพลาสติกรีไซเคิลขนาดใหญ่จากพลาสติกรีไซเคิล ให้ทุกคนสามารถแวะเข้ามานั่งพักผ่อน เป็นเสมือน ‘ห้องนั่งเล่นของเมือง’, Boundless Pleasure งานออกแบบ Projection Mapping ฉายบนศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หนึ่งในอาคารและพื้นที่สาธารณะสำคัญของย่านพระนคร ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของนักสร้างสรรค์ที่ทุกคนจะได้เห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ด้านการออกแบบ และ บางลำพู’s Art & Craft Market สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างนักสร้างสรรค์ ชุมชน และภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง นอกจากนี้ ยังมีการทดลองแนวคิดใหม่ ๆ อย่างการปรับพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในย่าน ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองในอนาคต กรุงเทพมหานครพร้อมนำแนวคิดเหล่านี้ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้จริง เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่น่าอยู่ เต็มไปด้วยโอกาส และแรงบันดาลใจสำหรับผู้คนทุกกลุ่ม เพราะเราเชื่อว่าออกแบบดี กรุงเทพฯ ดี”

ด้านศาสตราจารย์ ดร. ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า  “ปีนี้มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมจัดงานเทศกาลฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในย่านพระนคร โดยกลุ่มมิตรเมือง (Urban Ally) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเพิ่มย่านบางลำพู – ข้าวสารในปีนี้ที่ได้พาร์ทเนอร์ใหม่ขับเคลื่อนพื้นที่ให้ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตัวอย่างโปรแกรม ได้แก่ Little Local Beyond Ordinary ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินศึกษาถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชุมชน ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ที่ผสานอดีตเข้ากับปัจจุบันอย่างลงตัว และ MinutePocket_UrbanBed ที่ทดลองเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นพื้นที่พักผ่อน ส่วนย่านบางลำพู-ข้าวสาร มีโปรแกรมเช่น บางลำพู’s RUNWAY กับงานออกแบบที่สะท้อนรากเหง้าของบางลำพูและ Banglamphu’s Story ที่ใช้ Projection Mapping ถ่ายทอดวิวัฒนาการของย่าน มหาวิทยาลัยศิลปากรเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาเมืองให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อเมืองที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน”

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านการออกแบบ  (UCCN – Bangkok City of Design) ซึ่งได้รับการประกาศมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเทศกาลฯ มุ่งประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและสากล ตลอดจนสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

“สำหรับช่วงที่ 2 ของเทศกาลฯ จัดขึ้นที่ย่านพระนคร และย่านบางลำพู – ข้าวสาร โดยปีนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่า 46 โปรแกรมในย่านพระนคร และอีก 42 โปรแกรมในย่านบางลำพู – ข้าวสาร ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและแสดงให้เห็นศักยภาพของงานออกแบบในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก ที่เต็มไปด้วยโอกาสและพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง”

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 จัดงานในกว่า 7 ย่านทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงจุดจัดกิจกรรมมากกว่า 180 แห่ง โดยย่านสำคัญในช่วงที่ 2 ได้แก่ ย่านพระนคร, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 เชิญทุกคนมาสำรวจการผสมผสานระหว่างงานดีไซน์กับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของย่านเมืองเก่า ที่สะท้อนพลังบวกของงานออกแบบในฐานะเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง นอกจากนี้ ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 15 – 16 และ 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ยังมีย่านหัวลำโพง และบางโพ มาร่วมจัดโปรแกรมสร้างสรรค์ เติมพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจผ่านงานออกแบบในเทศกาลฯ อีกด้วย

ตามเก็บโปรแกรมต่าง ๆ ของเทศกาลฯ ให้ครบทุกพื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ แล้วมาดูกันว่าพลังของงานดีไซน์ จะบวกความเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน? มาร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ทุกคนอยากอยู่ไปพร้อมกัน!

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่Website: http://www.bangkokdesignweek.comFacebook/Instagram: bangkokdesignweekTwitter: @BKKDesignWeek Line: @bangkokdesignweek

#CEA #BKKDW2025 #BangkokDesignWeek #ออกแบบพร้อมบวก #DesignUpRising