‘ไจ๋ ซีร่า’ชวนทุกคนออกเดินทางในแบบของตัวเอง กับ Booking.com เพื่อค้นพบโลกแห่งความหลากหลาย

‘ไจ๋ ซีร่า’ชวนทุกคนออกเดินทางในแบบของตัวเอง  กับ Booking.com เพื่อค้นพบโลกแห่งความหลากหลาย

‘ไจ๋ ซีร่า’ชวนทุกคนออกเดินทางในแบบของตัวเอง กับ Booking.com เพื่อค้นพบโลกแห่งความหลากหลาย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นและเป็นมิตรสำหรับผู้เดินทาง LGBTQ+ มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และประเทศที่สามในทวีปเอเชียที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเพื่อรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของความเท่าเทียมทางเพศภายในภูมิภาค

เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญนี้ Booking.com ได้พูดคุยกับ “ไจ๋ ซีร่า” หรือ ศิรวิชญ์ กมลวรวุฒิ นักแสดงคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ผู้เดินทาง ตัวแทนจากกลุ่ม LGBTQ+ ผู้เคยเข้าร่วมการสัมมนากับ Booking.com และตัวแทนจากโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ “ความหมายที่แท้จริงของการเดินทางสำหรับทุกคน เมื่อแวดวงการท่องเที่ยวร่วมมือกันเพื่อต้อนรับและเฉลิมฉลองให้แก่กลุ่ม LGBTQ+” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความท้าทายที่กลุ่มผู้เดินทางชาว LGBTQ+ เคยพบเจอระหว่างเดินทาง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เดินทางทุกคนออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างเป็นตัวเอง รวมถึงแนะนำจุดหมายปลายทางสำหรับคู่รักที่ต้องการใช้เวลาในช่วงวันแห่งความรักร่วมกันด้วย

“การเลือกจุดหมายปลายทางเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+” ไจ๋ ซีร่า กล่าวและเสริมว่า “ผู้เดินทางควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความเปิดกว้างของพื้นที่นั้นๆ ก่อนเดินทางว่าเราสามารถแสดงตัวตนของเราออกมาได้มากน้อยระดับไหน เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจทั้งต่อตัวเราและผู้คนท้องถิ่นเอง”

แม้การเลือกจุดหมายปลายทางจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำเช่นเดียวกันคือ การทำความเข้าใจตัวเองว่าสถานที่ที่ผู้เดินทางต้องการจะไปเยือนนั้นสอดคล้องกับ
ไลฟ์สไตล์และความชอบของตัวเองหรือไม่ ทั้งนี้ การพิจารณาถึงความกลมกลืนระหว่างบุคลิกของตัวเองกับวัฒนธรรมหรือสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ และความพร้อมในการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็สำคัญเช่นกัน คุณไจ๋ระบุว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การสำรวจสถานที่ แต่เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นและเรียนรู้ความแตกต่างผ่านการเดินทางได้อย่างมีความสุข

ในบรรดาสถานที่ทั้งหมดที่ ไจ๋ ซีร่า เคยเดินทางไปเยือน เขาแนะนำหกจุดหมายปลายทางที่ผู้เดินทางทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างมั่นใจ ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การเดินทางอันแสนอบอุ่นโดยปราศจากความกังวลได้ในเวลาเดียวกัน

“ซิดนีย์ คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้เดินทาง LGBTQ+ ควรลองไปสัมผัสสักครั้ง ไจ๋มีประสบการณ์ที่ดีจากทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น” ไจ๋ เล่าด้วยความประทับใจว่านอกจากจะเป็นเมืองที่เปิดกว้างแล้ว ผู้คนที่นี่ยังสนับสนุนและยอมรับความหลากหลายอย่างแท้จริง ซึ่งตลอดระยะเวลาการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียเขารู้สึกถึงความปลอดภัยจากการที่ทุกคนเคารพในตัวตนของเขา

เมื่อพูดถึงเมืองไทเปของไต้หวัน ไจ๋ ซีร่า กล่าวว่า เมืองนี้ไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ เท่านั้นแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นไทเปยังเป็นเมืองที่มีไพรด์ พาเหรด (Pride Parade) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีชุมชน LGBTQ+อันเข้มแข็งและเปิดกว้าง อีกทั้งผู้คนท้องถิ่นยังให้การต้อนรับผู้เดินทางชาวต่างชาติโดยเฉพาะผู้เดินทางชาวไทยเป็นอย่างดี

รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาได้นำวัฒนธรรม Drag ไปเผยแพร่โดยแต่งกายด้วยชุดกิโมโนที่มีสีสันโดดเด่น “คนญี่ปุ่นเปิดกว้างมากกว่าที่เราคิด ไจ๋เคยแต่งตัวด้วยการใส่ชุดกิโมโนสไตล์ Drag Queen เพื่อไปเดินถ่ายรูปและมีความกังวลเล็กน้อยว่าตัวเองแต่งตัวจัดเต็มไปหรือเปล่า แต่วันนั้นกลับสนุกกว่าที่ไจ๋จินตนาการไว้ แถมยังเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ ๆ แต่ยังคงความเป็นตัวเองไว้อยู่”

แน่นอนว่าเมืองไทย เป็นสวรรค์ของผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ และกรุงเทพฯ ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้เดินทางจากทั่วโลกให้มาสัมผัสเสน่ห์ของเมืองใหญ่และวัฒนธรรมไทยซึ่งผสานกันอย่างลงตัว ส่วนพัทยาและภูเก็ตต่างก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง โดยพัทยาเหมาะกับผู้ที่มองหาความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเต็มไปด้วยความร่ำรวยทางวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม หาดทรายระยิบระยับ ตลอดจนกิจกรรมยามค่ำคืนอันมีชีวิตชีวา ส่วนภูเก็ตอาจเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้เดินทางที่ต้องการสัมผัสความงามจากธรรมชาติและความเงียบสงบ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของทะเลและชายหาดที่งดงาม รวมถึงเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมซึ่งเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ตามต้องการ

“สิ่งที่ไจ๋อยากบอกคนที่ลังเลที่จะเปิดเผยตัวตนขณะเดินทางลองก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยเดิมๆ ของเรา เพราะการเดินทางเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่ทุกคนจะได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และบางครั้งก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ค้นพบตัวตนของเราที่ดีกว่าหรือตัวตนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนขณะออกเดินทาง” ไจ๋ ซีร่า กล่าวและย้ำอีกว่าการเดินทางอย่างเป็นตัวของตัวเองด้วยความมั่นใจคือการสร้างความหมายใหม่ให้กับคำว่า “อิสรภาพ”

อย่าลืมเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางค้นหาตัวตนที่แท้จริงกับ Booking.com ที่พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างง่ายดาย เพียงมองหาป้ายสัญลักษณ์ “Travel Proud” เมื่อจองที่พักบนแพลตฟอร์มก็สามารถพบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจได้แบบไม่ซ้ำใคร!

เชฟรอนมอบเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ สนับสนุนด้านสุขภาวะของคนไทยให้แข็งแรง

เชฟรอนมอบเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ  สนับสนุนด้านสุขภาวะของคนไทยให้แข็งแรง

เชฟรอนมอบเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ สนับสนุนด้านสุขภาวะของคนไทยให้แข็งแรง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เชฟรอนมอบเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ สนับสนุนโครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด มอบเงินบริจาคจำนวน 719,415 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ โดยมี นายสัณฐิติ เกียรติบูรณกุล หัวหน้าสำนักงานศิริราชมูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ เพื่อร่วมสมทบเข้ากองทุน “โครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง” (High Cost High Technology) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงที่เข้าถึงได้ยาก รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคหลายชนิดซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

การมอบเงินบริจาคนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Chevron Humankind : เชฟรอนรวมพลัง ทำดีคูณสาม” ซึ่งจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม โดยการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่างๆ ภายใต้โครงการฯ โดยบริษัทฯ จะสมทบทุนบริจาคให้อีกสองเท่าของยอดเงินที่พนักงานบริจาค ในปี พ.ศ.2567 เชฟรอนได้บริจาคเงินให้กับ 10 องค์กรรวมกว่า 2.8 ล้านบาท ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมาโครงการฯได้มอบเงินบริจาคให้กับองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ รวมแล้วกว่า 28 ล้านบาท

ทั้งนี้ เชฟรอนได้เล็งเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนด้านสุขภาวะของคนไทยให้แข็งแรงสมบูรณ์ ในฐานะรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สมทบทุนบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิอย่างต่อเนื่องผ่านหลากหลายกองทุน และในปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ ได้รับพระราชทานของที่ระลึกเนื่องในวันมหิดล ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง

คุณแหน : 18 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 18 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 18 กุมภาพันธ์ 2568

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ากฎกติกามารยาททางบริหารธุรกิจในไทยขณะนี้น่าจะมีมาตรฐานรัดกุมกว่าในสหรัฐฯ ซึ่งถือเอาว่าเป็นแหล่งรวมปัญญาที่ตลอดมาคนไทยเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนและนำมาปฏิบัติโดยตรง ธีระ วชิรขจร อดีตผู้บริหารบริษัทข้ามชาติลำดับความว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาท่านประธานาธิบดี TRUMP ปฏิบัติการรุกไล่บริษัทโซเชียล แอปพลิเคชั่น ของจีน“TIK-TOK” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงเฉพาะผ่าน โอปอเรชั่นในสหรัฐฯเองมีผู้ใช้บริการถึง 200 ล้านคน ประเด็นอยู่ที่ TRUMP อ้างว่า TIK-TOK ได้รับความนิยมสูงในสหรัฐฯ แต่การเป็นบริษัทของจีนอาจจะมีความเสี่ยงที่ใช้ระบบมาเก็บความลับส่วนบุคคลของอเมริกันชน นับเป็นภัยต่อความมั่นคงสหรัฐฯ ในชั้นแรกจะบังคับให้ยุบบริษัทเลยแต่ต่อมาอนุโลมให้ยืดเวลาอีก 90 วัน เพื่อเจรจาแปลงกายเป็นบริษัทอเมริกันโดยขายกิจการให้ผู้เหมาะสม… น่าแปลกใจช่วงเวลาดังกล่าวปรากฏว่า ELON MUSK อภิมหาเศรษฐีผู้เป็นเพื่อนสนิทและทีมงานคนสำคัญของ TRUMP ได้ดำเนินการเจรจาติดต่อขอซื้อกิจการ TIK-TOK ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยได้…หากเกิดขึ้นรับรองโดนร้องเรียนขรมไปเลย…

●● อีกวาระหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาคือ วันวาเลนไทน์สากล (VALENTINE’S DAY) ทั่ว กทม.และปริมณฑลทั้งโฮเทล-ไนต์คลับ-ร้านอาหารต่างๆ จัดรายการพิเศษเฉลิมฉลองให้คู่รักได้แสดงออกกันอย่างเอิกเกริก เงินทุนถูกหมุนเวียนหล่อลื่นกลไกเศรษฐกิจนับหลายพันล้านบาท…เพื่อนฝรั่งหลายคนที่เคยมาเยือนไทยในช่วงเทศกาลนี้ ถึงกับตะลึงนึกไม่ถึงว่าไทยเราจะ “อิน” ในประเพณีที่ไม่ใช่พื้นฐานวัฒนธรรม แถมยังเกินหน้ากว่าฝรั่งเอง ในวาระนี้ HOTELIER
TYCOON กฤษน์ ศรีชวาลา ร่วมการเฉลิมฉลองด้วยการตกแต่งร้านอาหารอิตาเลียนแห่งใหม่ “OPERA” สุขุมวิท ซ.39 ต้อนรับบรรดาหนุ่มสาวที่มาฉลอง สร้างบรรยากาศตกแต่งภายในอย่างสอดคล้องและจัดเมนูเต็มรูปแบบรอต้อนรับ…

●● ไปฉลองวาเลนไทน์ที่ไต้หวัน ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล บินไปกับสามี สมเกียรติ …ก่อนไปก็ได้ร่วมทำบุญกับเพื่อนๆ มนุษยศาสตร์ 151 มช. ช่วยเพื่อนร่วมรุ่นที่ประสบปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยมี เต็มภักดิ์ จารุประกร เป็นสะพานบุญ ให้เพื่อนช่วยเพื่อน…นางฟ้ามากันตรึมทั้งคณะ…

●● ยังพอ จะมีเรี่ยวแรงพาหลานยาย พี่พอ-ปณัติ ไปเปิดประสบการณ์ เรียนรู้นอกห้องเรียน จุไรรัตน์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ ไปท่องเที่ยวหลายเมืองของญี่ปุ่น เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นาน 1 สัปดาห์กลับ งานนี้ทั้งลูกสาว ดร.นิรัญชา และลูกเขย ดร.ปติ พุทธวิบูลย์ ร่วมเดินทางติดตามดูแลใกล้ชิด โดยไม่ลืมที่จะตระเตรียมจัดยาหลายชนิดติดไปด้วยโดยเฉพาะโควิดที่ต้องระมัดระวังป้องกันอย่างเต็มอัตราศึก…

●● เดือนมี.ค.นี้ ดร.เจริญวิชญ์ หาญแก้ว และ สาวิตรี ศรีสุข เตรียมตัวไปดูแสงเหนือทางยุโรป ที่มูร์มานส์ ตอนบนของรัสเซีย โดยไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนซึ่งรออยู่ที่นั่น…

●● เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ธนิษฐา มณีโชติ ไม่ได้ไปร่วมงานฉลอง 55 ปีที่เรียนจบธรรมศาสตร์ กับมิตรสหายร่วมรุ่น เพราะต้องดูแลมารดา ท่านผู้หญิงธิดา เศวตศิลา อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้…

●● เป็นที่น่ายินดีอีกครั้ง แอนน์ จักรพงษ์ แห่ง JKN ช่อง 18/Top News บอกข่าวดี แก่ประชาชนคนไทยว่า พ.ย. 2568 นี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประกวดนางงามจักรวาล หลังจากที่เคยจัดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งนี้จัดที่อิมแพค เมืองทองธานี…

●● ชาวเมืองไม่ของานยากจากนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ขอเพียงแค่ประกาศดังๆ ทุบโต๊ะในการประชุม ครม. ว่า “ทางม้าลายเมืองไทยต้องศักดิ์สิทธิ์ วันนี้”…คนขับรถ ไม่จอด ไม่หยุดให้คนข้าม ยึดใบขับขี่ทันที รับรองมี Soft Power ให้นักท่องเที่ยวเม้าท์มอยก้องโลกว่า “ทางข้ามถนนเมืองไทยปลอดภัยแล้ว” !!…●●
 

บารอนเนส

ฟิลิปส์เปิดเวทีให้นักรังสีเทคนิคทั่วประเทศ นำเสนอผลงานด้านรังสีวิทยา ดึงศักยภาพและต่อยอดการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ฟิลิปส์เปิดเวทีให้นักรังสีเทคนิคทั่วประเทศ นำเสนอผลงานด้านรังสีวิทยา  ดึงศักยภาพและต่อยอดการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ฟิลิปส์เปิดเวทีให้นักรังสีเทคนิคทั่วประเทศ นำเสนอผลงานด้านรังสีวิทยา ดึงศักยภาพและต่อยอดการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฟิลิปส์ ประเทศไทย ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “Philips Ambition Cup 2024” การประกวดผลงานเทคนิคการใช้เครื่อง MRI
(Magnetic Resonance Imaging) ของนักรังสีเทคนิคจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถให้บุคลากรทางการแพทย์นำไปต่อยอดและพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยผู้ชนะคว้าเงินรางวัลสูงสุด 30,000 บาท งานจัดขึ้น ณ โรงแรมอีสติน พญาไท กรุงเทพฯ

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Philips Ambition Cup เป็นการจัดการแข่งขันที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2022 โดย รอยัล ฟิลิปส์ มีการจัดการแข่งขันในหลายประเทศ อาทิ ประเทศเนเธอร์แลนด์, อินเดีย, ญี่ปุ่น และประเทศไทย สำหรับการแข่งขัน Philips Ambition Cup 2024 ในประเทศไทยได้จัดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เราได้เปิดโอกาสให้นักรังสีเทคนิคทั่วประเทศเข้าร่วมส่งผลงานตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ที่ผ่านมา และได้คัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้ายมาชิงชนะเลิศ โดยเราได้รับเกียรติจากรังสีแพทย์ นักรังสีเทคนิค และคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากโรงเรียนแพทย์ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน

ทั้งนี้ เราเล็งเห็นว่าการแข่งขัน Philips Ambition Cup จะเปิดโอกาสให้นักรังสีเทคนิคทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพการทำงานและใช้เครื่อง MRI อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งยังสามารถนำผลงานหรือเทคนิคของแต่ละโรงพยาบาลมาร่วมแชร์ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลอื่นๆ ได้นำไปปรับปรุงและต่อยอดการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเนื่องจากเครื่อง MRI เป็นเครื่องตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาที่สามารถตรวจได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคทางระบบประสาทและสมอง โรคตับและอวัยวะภายในช่องท้อง หรือโรคเกี่ยวกับกระดูก และมีประโยชน์ในการเป็นเครื่องมือที่ช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น”

สำหรับการแข่งขัน Philips Ambition Cup 2024 ในประเทศไทย มีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 5 ผลงาน ได้แก่ The effect of 4D-PCA compared with CE-MRA on patients with congenital heart disease โดย นายจิณณวัตร รัตนัง และ นายปธานิน จินดารุ่งเรืองกุล นักรังสีการแพทย์ ศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Enhancing clarity : Optimizing inversion time selection for grey-blood LGE cardiac imaging โดย นางสาววัชรี ประเสริฐกุลชัย นักรังสีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี Image quality assessment of compressed sense accelerated MRI of the brain โดย นางสาวจันทราพร นกจันทร์ และ นางสาวภิรมณ คงเจริญ นักรังสีทางการแพทย์ ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า โรงพยาบาลรามาธิบดี Changed workflow to improve image quality of technique CE MRA & MRV โดย นางสาวธนัชชา สกุลศักดิ์ นักรังสีเทคนิค โรงพยาบาลกรุงเทพ

Tip and Trick: Use MRI only for brachytherapy with a carbon fiber couch โดย นายชลคินทร์ ครรชิตชลกุล และ นางสาวชณิดา สถิตวัฒนวิโรจน์ นักรังสีเทคนิคและนักฟิสิกส์ สาขารังสีรังษา ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ยะราช อาจารย์ภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวแทนคณะกรรมการตัดสินของ Philips Ambition Cup 2024 กล่าวว่า “ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมมีความสามารถโดดเด่นและนำเสนอเทคนิคการใช้เครื่อง MRI ที่แตกต่างกัน โดยเกณฑ์การตัดสินพิจารณาจาก 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1)เนื้อหาการวิจัยและเทคนิคการประยุกต์ใช้เครื่อง MRI ซึ่งมีสัดส่วนคะแนนสูงสุด, (2)รูปแบบการนำเสนอ (3)ความคิดสร้างสรรค์ และ (4)ความเป็นไปได้ในการนำไปต่อยอดใช้จริงโดยทีมที่ชนะเลิศในปีนี้ถือเป็นทีมของน้องใหม่ที่มีความโดดเด่นด้วยการนำเสนอสถิติที่ครบถ้วนและจำนวนเคสที่ร่วมวิจัยที่มากพอซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของเทคนิคที่นำเสนอ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับศูนย์ MRI อื่นๆ เพื่อดูแลผู้ป่วยได้จริงในอนาคต ผมมองว่าโครงการ “Philips Ambition Cup” เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการรังสีวิทยาไทย เพราะมีการรับฟังความคิดเห็นจากนักรังสีเทคนิคที่ใช้งานจริง เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง และพัฒนาเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงานได้มากขึ้น”

ผู้ชนะในปีนี้เป็นของ ทีมศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของผลงาน “The effect of 4D-PCA compared with CE-MRA on patients with
congenital heart disease” ที่นำเสนอผลงานเกี่ยวกับการตรวจหัวใจด้วยเครื่อง MRI โดยไม่ต้องสารเพิ่มความเปรียบต่างในเนื้อเยื่อ (Contrast Media)

นายปธานิน จินดารุ่งเรืองกุล และนายจิณณวัตร รัตนัง นักรังสีการแพทย์ศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “ที่เราเลือกหัวข้อวิจัยนี้ในการส่งเข้าประกวด เป็นเพราะว่าเราพบความท้าทายในการตรวจหัวใจด้วยเครื่อง MRI ในเด็ก ผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยที่มีความอ่อนไหวต่อสารเพิ่มความเปรียบต่างในเนื้อเยื่อจำนวนมาก การตรวจด้วยเครื่อง MRI จำเป็นต้องฉีดสารนี้เพื่อให้มองเห็นลักษณะทางกายวิภาคของหัวใจ แต่หากเราใช้เทคนิค 4D-PCA เราก็ไม่จำเป็นต้องฉีดสารดังกล่าว แต่ยังคงมองเห็นลักษณะของหัวใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำและสามารถวิเคราะห์รอยโรคได้ อีกทั้งยังลดเวลาในสแกนลงได้ถึง 30% โดยเคสที่นำมาเก็บข้อมูลงานชิ้นนี้คือผู้ป่วยเด็กซึ่งให้ความร่วมมือในการตรวจได้เป็นอย่างดี และสามารถฝึกกลั้นหายใจได้ก่อนเข้ารับการตรวจ ทั้งนี้ผู้ป่วยเด็กเป็นวัยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพ้สารดังกล่าว และหากต้องตรวจติดตามอาการเป็นประจำ อาจเกิดการสะสมในร่างกายซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพได้ในอนาคตโดยปกติแล้วการทำงานกับผู้ป่วยเด็กจะมีความท้าทายมากกว่าผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่อยู่แล้วด้วยปัจจัยของวัย การควบคุมสมาธิและภาวะอารมณ์ที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ทั้งทีมนักรังสีเทคนิคและผู้ปกครองเองต้องมีวิธีการดึงดูดความสนใจของผู้ป่วยเด็กเพื่อให้ร่วมมือในระหว่างการตรวจจนสิ้นสุดกระบวนการ

การเข้าร่วมแข่งขัน Philips Ambition Cup ของเราได้เข้าร่วมส่งผลงานปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งเราสองคนรู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ยอมรับว่ารู้สึกกดดันมากในช่วงแรกแต่เพราะต้องการมาหาประสบการณ์และอยากนำข้อมูลดีๆ ที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์ในวงการมาแชร์ ประกอบกับเราได้อาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น เรารู้สึกว่าโครงการฯนี้ เป็นโครงการที่ดีต่อวงการรังสีเทคนิคอย่างแท้จริง เพราะเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และปัญหาที่พบในการทำงานจริง รวมถึงการหาแนวทางแก้ไข ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโดยตรง เราก็หวังว่าผลงานวิจัยของเราจะเป็นประโยชน์ต่อนักรังสีท่านอื่นๆในการนำเครื่อง MRI ไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นายจิณณวัตร รัตนัง และนายปธานินจินดารุ่งเรืองกุล กล่าวสรุป

Closeup ชวนมาฉลองความรักทุกรูปแบบอย่างมั่นใจ ในงาน ‘Closeup For Love รักยิ่งใช่ ต้องใกล้ชิด’

Closeup ชวนมาฉลองความรักทุกรูปแบบอย่างมั่นใจ  ในงาน ‘Closeup For Love รักยิ่งใช่ ต้องใกล้ชิด’

Closeup ชวนมาฉลองความรักทุกรูปแบบอย่างมั่นใจ ในงาน ‘Closeup For Love รักยิ่งใช่ ต้องใกล้ชิด’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Closeup (ใกล้ชิด) ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันจากยูนิลีเวอร์อินเตอร์เนชันแนล ร่วมเฉลิมฉลองความรักที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมส่งต่อความมั่นใจในการใกล้ชิดกัน ผ่านกิจกรรมที่ทำให้ทุกความสัมพันธ์ได้แสดงออกความรักและใกล้ชิดกันมากกว่าที่เคย ที่งาน “Closeup For Love รักยิ่งใช่ ต้องใกล้ชิด” ลุ้นเป็น 14 ผู้โชคดี ถ่ายรูปโพลารอยด์สุดเอกซ์คลูซีฟ มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย ในกิจกรรม Closeup For Love with MewTul ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ช่องขายสินค้าหมวดยาสีฟันล็อกที่ 23 กูร์เมต์ มาร์เก็ต พารากอน 

กิจกรรม “Closeup For Love รักยิ่งใช่ต้องใกล้ชิด” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ใกล้ชิด ยิ่งชิด ยิ่งใช่” เดินหน้าสานต่อความตั้งใจของแบรนด์ที่จะช่วยส่งเสริมความมั่นใจให้ทุกคนได้เข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการแสดงความรักทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับจุดเด่นของยาสีฟัน Closeup (ใกล้ชิด) ที่ช่วยมอบลมหายใจหอมสดชื่นยาวนาน 12 ชั่วโมง พร้อมช่วยให้ฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความมั่นใจในทุกช่วงเวลาในการใกล้ชิดกับคนรอบตัว

Closeup (ใกล้ชิด) ได้สร้างบรรยากาศบริเวณพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้เปี่ยมไปด้วยห้วงอารมณ์แห่งความรัก พร้อมจัดกิจกรรมที่พาให้ทุกความสัมพันธ์ได้ร่วมสร้างความทรงจำที่ลืมไม่ลง และร่วมประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มด้วยตู้ Squeezed Photobooth ที่ถูกออกแบบใหม่ให้มีพื้นที่ถ่ายรูปแคบกว่าปกติ เปิดโอกาสให้ทุกคู่ได้เก็บภาพความรักที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้เพียงกดไลค์และติดตามเฟซบุ๊กและติ๊กต็อก Closeup Thailand เพื่อรับยาสีฟันใกล้ชิดสูตร Red Hot ขนาด 30 กรัมและสติ๊กเกอร์สุดน่ารัก และซื้อผลิตภัณฑ์ Closeup สูตรหรือขนาดใดก็ได้ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต พารากอนเท่านั้น เพื่อรับสิทธิ์ถ่ายรูปกับตู้ Squeezed Photobooth ตู้ที่ออกแบบมาให้มีพื้นที่จำกัดเป็นพิเศษ เปิดโอกาสให้คุณได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น พร้อมกรอบรูปอะคริลิก ยิ่งไปกว่านั้น เพียงโพสต์ภาพกิจกรรมของงานลงโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็ก #CloseupForLove ก็จะได้รับพวงกุญแจดีไซน์เฉพาะงานนี้อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น Closeup (ใกล้ชิด) ได้ชวน มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ ตุลย์- ภากร ธนศรีวนิชชัย มาส่งต่อความรักที่ใกล้ชิดนี้ให้กับแฟนคลับ ด้วยการถ่ายรูปโพลารอยด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของสองคนเป็นของที่ระลึกให้กับแฟนๆ ในกิจกรรม Closeup For Love with MewTul โดยสามารถร่วมลุ้นเป็น 14 ผู้โชคดี ได้เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Closeup สูตรหรือขนาดใดก็ได้ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ตพารากอนเท่านั้น เพื่อถ่ายรูปที่ตู้ Squeezed Photobooth โพสต์ภาพกิจกรรมลงโซเชียลมีเดีย พร้อมเขียนแคปชั่นในหัวข้อ “เหตุผลที่คุณอยากใกล้ชิดกับมิว-ตุลย์” และติดแฮชแท็ก #CloseupForLovewith MewTul #CloseupForLove เพื่อรับสิทธิ์หมุนวงล้อลุ้นรับพวงกุญแจรูปคู่โพลารอยด์ที่ถ่ายและตกแต่งโดยมิว-ตุลย์ วันละ 1 ภาพ และรางวัลอื่นๆ จาก Closeup (ใกล้ชิด)

ติดตามรายละเอียดของกิจกรรม ข่าวสารที่น่าสนใจ และรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษจาก Closeup ได้ที่ Facebook : Closeup Thailand และ TikTok :
Closeup Thailand

เปิดแล้ว!! อาณาจักร ‘MEGA HARBORLAND AQUA WORLD’ ครั้งแรกของสวนน้ำลอยฟ้า สนามเด็กเล่นมาตรฐานโลก ใหญ่ที่สุดในไทย

เปิดแล้ว!! อาณาจักร ‘MEGA HARBORLAND AQUA WORLD’  ครั้งแรกของสวนน้ำลอยฟ้า สนามเด็กเล่นมาตรฐานโลก ใหญ่ที่สุดในไทย

เปิดแล้ว!! อาณาจักร ‘MEGA HARBORLAND AQUA WORLD’ ครั้งแรกของสวนน้ำลอยฟ้า สนามเด็กเล่นมาตรฐานโลก ใหญ่ที่สุดในไทย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ A Happy Place to Live Life : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว ร่วมกับ HarborLand Group ผู้นำด้านสวนสนุกในร่มระดับเอเชีย จัดงานเปิดตัว “MEGA HARBORLAND AQUA WORLD” (เมก้า ฮาร์เบอร์แลนด์ อควา เวิลด์) ครั้งแรกกับการรวมอาณาจักรแห่งความสนุกที่รวมสวนน้ำลอยฟ้า และ สนามเด็กเล่นในร่มขนาดมหึมายิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 11,000 ตร.ม. ในคอนเซ็ปต์ Aqua World (อควา เวิล์ด) พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก แลนด์มาร์คความสุขแห่งใหม่ให้ทุกคน
ในครอบครัวทุกวัน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานพร้อมด้วย อัจฉรา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด,สมควร นกหงษ์ ประธานกรรมการ, ปราการ นกหงส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาร์เบอร์แลนด์ จำกัด วรลักษณ์ ตุลาภรณ์, ปัญจภัทร อังคสุวรรณ, กุล สุสังกรกาญจน์, อัญชลี พัฒนอนันต์สุข รวมทั้งคุณแม่เซเลบริตี้ โบว์-ชมพูนุทโรจน์ศิริรัตน์ และลูกชาย ณ บริเวณสวนน้ำ Harbor Island ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

อัจฉรา อัมพุช เผยว่า ด้วยความตั้งใจให้ศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก จึงได้ผนึกกำลังพันธมิตร ฮาร์เบอร์แลนด์ กรุ๊ป รังสรรค์ MEGA HARBORLAND สวนน้ำลอยฟ้าและสนามเด็กเล่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 11,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ให้เป็นศูนย์กลางความมหัศจรรย์แห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE ” ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมา เดอะมอลล์ เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่บุกเบิกสร้างสวนน้ำบนชั้นดาดฟ้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และได้ต่อยอดความสำเร็จนั้นให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อยกระดับความสนุก เป็นศูนย์กลางแห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกครอบครัว

สำหรับ “MEGA HARBORLAND AQUA WORLD” ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ อาณาจักร สวนน้ำและสวนสนุกบนห้างสรรพสินค้าในคอนเซ็ปต์ใหม่ Aqua World (อควา เวิลด์) ที่แรกบนพื้นที่กว่า 11,000 ตร.ม.ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกใต้ท้องทะเลอันสวยงามทางภาคใต้ของประเทศไทย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก แบ่งเป็น 2 โซนใหญ่ ได่แก่ Harbor Island (ฮาร์เบอร์ ไอส์แลนด์) ครั้งแรกกับ สวนน้ำลอยฟ้ามหึมา ใหญ่ที่สุดในไทย และ HarborLand (ฮาร์เบอร์แลนด์) สวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ รวมทุกความสนุกและท้าทายที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดของโลก ออกแบบและผลิตภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยเครื่องเล่นและพื้นสนามเด็กเล่น EN-1069 / EN-13451 จากยุโรป พร้อมต้อนรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่อายุ 2-60 ปีขึ้นไป

นอกจากพื้นที่ความสุขบริเวณสวนน้ำกลางแจ้งแล้ว โซนสวนสนุกในร่มยังคงเปิดให้บริการ มอบความท้าทายให้ทุกวัย และเสริมพัฒนาการให้เด็กๆ อย่างเต็มที่ กับ 4 โซนเครื่องเล่น
ไฮไลท์ ได้แก่ Little Ville (ลิตเดิ้ล วิลล์) โซนสำหรับเด็กเล็กที่มีของเล่นเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการ, Toys Room (ทอยส์ รูม) รวมของเล่นเสริมพัฒนาการ จำลองอาชีพในฝัน พร้อมเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ Kids Island (คิทส์ ไอส์แลนด์) โซนเครื่องเล่นแบบอิสระที่มีทั้ง สไลเดอร์ เทมโพลีน บ้านบอล ฯลฯ ให้เลือกเล่นมากมาย และ Junior Jungle (จูเนียร์ จังเกิ้ล) ฐานผจญภัยที่เหมาะกับเด็กๆ ทุกช่วงวัยโดยทุกเครื่องเล่นและทุกพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ชำนาญการ ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ยกให้เป็นสถานที่ “Your Family Happy Moments” ความสุขของทุกคนในครอบครัว

คุณแม่เซเลบริตี้ โบว์ – ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ ได้พา น้องเฟนเดอร์ ลูกชายวัย 3 ขวบ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสนุก กับสวนน้ำโซนทอยส์ ไอส์แลนด์ อาร์ต ไอส์แลนด์ และ ลิตเติ้ล ไอส์แลนด์ สำหรับเด็กเล็ก เล่าว่า ปกติแล้วลูกชายเป็นเด็กที่ชอบออกไปข้างนอก วันเสาร์ -อาทิตย์ จะพาน้องไปวัด ให้อาหารปลา เล่นสนามเด็กเล่น และอ่านหนังสือ ที่ฮาร์เบอร์แลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่โปรดของทั้งตัวเองและลูกชาย เพราะมีเครื่องเล่นแบ่งเป็นโซนตามวัย เขาได้เล่นและเจอเพื่อนวัยใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะโซนงานคราฟต์ วาดรูป น้องเฟนเดอร์ สามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน และจากการที่ได้เข้ามาเล่นน้ำที่ ฮาร์เบอร์ ไอส์แลนด์ สัมผัสได้ว่าพื้นของสวนน้ำที่นี่เป็นยางนิ่ม ซัพพอร์ตการล้มของเด็กๆ ได้ดี มีเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กๆ เยอะทุกจุด เลยรู้สึกถึงความปลอดภัย ให้ลูกเล่นได้อย่างสบายใจ

MEGA HARBORLAND AQUA WORLD ศูนย์การค้า เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ชั้น 3 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.themall.co.th http://www.harborlandgroup.com Facebook : harborlandplayground และ themalllifestorebangkapi

ไข้หวัดใหญ่ น่ากลัวกว่าที่คิด อาจเสียชีวิตหากเกิดภาวะแทรกซ้อน

ไข้หวัดใหญ่ น่ากลัวกว่าที่คิด อาจเสียชีวิตหากเกิดภาวะแทรกซ้อน

ไข้หวัดใหญ่ น่ากลัวกว่าที่คิด อาจเสียชีวิตหากเกิดภาวะแทรกซ้อน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 05.30 น.

โรคไข้หวัดใหญ่ กลับมาระบาดอีกระลอก แพทย์เตือนอย่ามองข้าม เพราะเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่มีความรุนแรงมากกว่าไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆ แพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม หากอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย อาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตหรือเสียชีวิตได้โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุเด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว

แพทย์หญิงวรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วง
เปลี่ยนฤดูกาล ไข้หวัดใหญ่ต่างจากไข้หวัดทั่วไป เพราะมีอาการรุนแรงกว่าและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคปอดเรื้อรัง ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยขนาดเล็กจากการไอหรือจาม และสามารถติดต่อได้ทางการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น ลูกบิดประตู โทรศัพท์ มือถือ หรือโต๊ะทำงาน แล้วนำมือไปสัมผัสใบหน้า (ตา, จมูก, ปาก) ระยะฟักตัวของไข้หวัดใหญ่อยู่ที่ 1-4 วัน โดยผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ ตั้งแต่ 1 วันก่อนแสดงอาการ ไปจนถึง 5-7 วันหลังจากมีอาการแรกเริ่ม สำหรับเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจแพร่เชื้อได้นานกว่านี้

ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีอาการหลัก ดังนี้ ไข้สูง (38-40°C) เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน ขา ปวดศีรษะรุนแรง รู้สึกหนักศีรษะหรือหรือเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง อาการอาจคงอยู่นานหลายวัน ไอแห้ง หรือไอมีเสมหะ อาจมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย น้ำมูกไหล คัดจมูก แต่ไม่เด่นชัดเท่ากับไข้หวัดทั่วไป หนาวสั่น เหงื่อออก เนื่องจากไข้ขึ้นสูง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน พบได้บ่อยในเด็ก

อาการส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายใน 7-10 วัน แต่ในบางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้โดยมีกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่าย คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง (เบาหวาน โรคหัวใจโรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคตับ) และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ติดเชื้อ HIV

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ควรระวังมีดังนี้ ปอดอักเสบ (Pneumonia) : เชื้อไวรัสสามารถลุกลามเข้าสู่ปอด ทำให้หายใจลำบาก อาจเกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เอง หรือจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน, กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis): ทำให้หัวใจอ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว, สมองอักเสบ (Encephalitis) : ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง ชัก หรือหมดสติ,ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว (Sepsis) : ทำให้ความดันโลหิตต่ำจนเป็นอันตรายถึงชีวิต, กล้ามเนื้ออักเสบและไตวาย : บางรายอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง (Rhabdomyolysis) และเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน, ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome – ARDS) เป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยวิกฤต

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์จะช่วยลดโอกาสป่วย ลดอัตราการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังแนะนำให้ดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัดหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดใช้ของส่วนตัวร่วมกัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ ภัยเงียบที่อาจพรากชีวิต

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ ภัยเงียบที่อาจพรากชีวิต

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ ภัยเงียบที่อาจพรากชีวิต

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 05.00 น.

อาการผิดปกติบางอย่างที่ดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป เช่น ปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาการชักเกร็งเฉียบพลัน ปวดศีรษะในบางจุดอย่างไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม (AVM) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่รีบมารักษา

นายแพทย์พงศกร พงศาพาส ประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม (AVM – Arteriovenous Malformation) เกิดจากเส้นเลือดที่เชื่อมกับเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำในสมองพันกัน โดยเส้นเลือดแดงมีหน้าที่ลำเลียงเลือดที่มีออกซิเจนสูงจากหัวใจไปหล่อเลี้ยงสมอง ขณะที่เส้นเลือดดำมีหน้าที่ลำเลียงเลือดที่มีออกซิเจนต่ำจากทุกส่วนของร่างกายไหลกลับเข้าสู่หัวใจ เมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็มขึ้น เลือดก็จะไม่สามารถลำเลียงได้ตามปกติ และหากเกิดภาวะหลอดเลือดสมองที่ผิดปกติเบียดผนังหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำอย่างแรง หลอดเลือดเหล่านี้ก็จะเปราะบางและแตกได้ง่าย จนนำไปสู่การเกิดภาวะเลือดออกในสมอง

งานวิจัยหลายฉบับพบว่า โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอเอ็มวี ผู้ป่วยสามารถเป็นได้ตั้งแต่กำเนิด และอาจเริ่มเป็นในช่วงการพัฒนาของทารกในครรภ์ ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็มพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกทางกรรมพันธุ์(Hereditary Hemorrhagic Telangiectasia : HHT) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่ง คือ ภาวะ Osler-Weber-Rendu ซึ่งภาวะนี้มักจะส่งผลต่อกระบวนการสร้างหลอดเลือดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมอง ทั้งนี้โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็มเป็นโรคที่ไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดโรคได้อย่างแน่ชัด

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ซึ่งอาการของโรคนี้มักค่อยๆ ปรากฏในช่วงอายุ 10-40 ปี โดยจะแสดงออกชัดเจนในวัยผู้ใหญ่ หรืออาจไม่มีอาการจนกว่าหลอดเลือดแดงจะเกิดการแตกจนเลือดออกในสมอง สำหรับบางรายอาจเริ่มมีอาการเมื่อเกิดภาวะเลือดออกในสมองแล้ว อาการร่วมที่อาจพบ ได้แก่ ชักกระตุก ปวดหัวที่บริเวณหนึ่งของศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือชาที่บริเวณหนึ่งของร่างกาย หรือ อัมพฤกษ์ อัมพาต สูญเสียการมองเห็น พูดไม่ชัดอาการสับสน มึนงง ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ สูญเสียสมดุลการเคลื่อนไหวอย่างสิ้นเชิง

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม สามารถตรวจได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี (Cerebral Angiography) ซึ่งเป็นการตรวจวินิจฉัยที่มีความละเอียดสูงสุด และมีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งและลักษณะของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจแบบ CT Scan และ MRI

การตรวจแบบ MRI จะสามารถบ่งบอกถึงตำแหน่งของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็มและสามารถแสดงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อสมอง โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด เนื่องจากไม่ต้องใส่อุปกรณ์สวนหลอดเลือด และผู้ป่วยจะไม่ได้รับรังสี

สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็มมีหลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับช่วงอายุและสุขภาพร่างกายของผู้ป่วย จุดประสงค์หลักในการรักษา คือการทำให้ไม่ให้เกิดภาวะเลือดออกในสมอง ซึ่งการผ่าตัดนำเส้นเลือดที่ผิดปกติออกอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงต่ำต่อการเลือดออกในสมองหรือการชักกระตุก โดยแพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดส่องกล้อง นอกจากนี้ ยังมีวิธีการอื่นๆ ในการรักษาโรคนี้ เช่น การใส่ขดลวดเพื่ออุดหลอดเลือด (Endovascular Embolization) และ การฉายรังสีร่วมพิกัด (Stereotactic radiosurgery)

ทั้งนี้ หากมีอาการเข้าข่าย โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็มและมีภาวะเลือดออกในสมองร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะนั่นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แถลงข่าว‘งานมหกรรมการประกวดพระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องราง ครั้งที่ 1’

แถลงข่าว‘งานมหกรรมการประกวดพระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องราง ครั้งที่ 1’

แถลงข่าว‘งานมหกรรมการประกวดพระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องราง ครั้งที่ 1’

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.31 น.

‘ชมรมเปิดตำนานพระกริ่งปวเรศ’ พร้อมกับ ‘สมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเศก’ ร่วมกันแถลงข่าว  ‘งานมหกรรมการประกวดพระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องราง ครั้งที่ 1’ จัดขึ้นในวันที่ 16 มีนาคมนี้ –  ‘อ.แหม่ม’ ต้องการให้ เป็นเวทีเพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และทราบถึงพุทธคุณของพระเครื่อง และเป็นการสืบทอดพระศาสนา รวมทั้งเผยแผ่ซอฟเพาเวอร์ทางด้านพระเครื่องของเมืองไทยด้วย – ทางด้าน ‘นายกฯ ศิษย์เก่าทวีธาฯ ’ เผยนอกจากเป็นการสนับสนุนกิจการของโรงเรียน ยังเป็นการตอบแทนพระศาสนา ที่ทางโรงเรียนได้ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอด 138 ปีด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต เขตหลักสี่  นางเกณิกา เสตะปุระ หรือ อ.แหม่ม ประธานชมรมเปิดตำนานพระกริ่งปวเรศ และผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนา พร้อมด้วย  รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเศก นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา  พล.ท. คงศักดิ์ รวมทรัพย์ อดีต ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 ค่ายพนัสบดีศรีอุทัย พลเอก ไมตรี เตชานุบาล อดีตเจ้ากรมสารบรรณทหารบก ดร. จักรพันธ์จันทรัศมี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวโครงการงานมหกรรมการประกวดพระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องราง ครั้งที่ 1 ในวันที่ 16 มีนาคม 2568 ที่ห้องแสตมป์ทอง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยมีบรรดาผู้คร่ำหวอดในวงการพระเครื่อง เซียนพระ ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมการแถลงข่าวเป็นจำนวนมาก 

โดยนางเกณิกา กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางชมรมฯ ได้มีการจัดอบรมการศึกษาเรียนรู้พระกริ่งปวเรศ รุ่นพิเศษ  ซึ่งได้ให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับพุทธคุณและการดูพุทธลักษณะของพระกริ่งปวเรศ และมีการมอบใบประกาศนียบัตร พร้อมกับมอบพระชัยวัฒน์ วัดสุทัศนเทพวราราม ให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียบร้อยแล้ว ในช่วงบ่ายนี้ ทางชมรมฯ จึงได้มีการจัดการแถลงข่าวกิจกรรมงานมหกรรมการประกวดพระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องราง ครั้งที่ 1 ชิงถ้วย  6 นายพล  โดยทางชมรมฯ ร่วมด้วยสมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเษก เป็นผู้จัดการประกวด โดยวัตถุประสงค์ของการประกวด เพื่อต้องการให้เซียนพระทุกรุ่นได้มาพบปะประกวดและแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของพระเครื่อง รวมทั้ง ถือเป็นเวทีเพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และทราบถึงพุทธคุณของพระเครื่องต่างๆ ที่มาประกวดภายในงาน และสามารถสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยต่อไปในอนาคต รวมทั้งเผยแผ่ซอฟเพาเวอร์ทางด้านพระเครื่องของไทย ด้วย

นางเกณิกา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ 6 นายพล ผู้มอบถ้วยเกียรติยศสำหรับการประกวดพระเครื่องในครั้งนี้  เป็นนายทหารที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทยเป็นอันมาก ได้แก่ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์  องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของทางชมรมฯ พลเอกจรัล กุลละวณิชย์  อดีตราชองครักษ์พิเศษ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอกวิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก   พล.ท. คงศักดิ์ รวมทรัพย์ อดีต ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 ค่ายพนัสบดีศรีอุทัย พลเอก ไมตรี เตชานุบาล อดีตเจ้ากรมสารบรรณทหารบก พลเอก เอี่ยม น้ำจันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ส่วนคณะกรรมการการตัดสิน ก็มาจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายแวดวง รวมทั้ง เซียนพระรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์สูงในวงการ ได้ให้เกียรติกับทางชมรมฯ เป็นกรรมการตัดสินและเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องๆ เซียนพระรุ่นใหม่ ที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ รวมทั้ง ยังมีถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศในแต่ละโต๊ะที่ทำการประกวด ซึ่งมีความล้ำค่าและสูงส่งเหมาะสมกับรางวัลที่ได้รับเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ทางชมรมฯ จึงขอเชิญให้บรรดาเซียนพระและประชาชนทั่วไป ได้มาร่วมงานประกวดพระเครื่องฯ ซึ่งทางชมรมฯ หวังว่า จะเป็นกิจกรรมที่เป็นการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างเซียนพระทุกรุ่น คนรุ่นใหม่และองค์กรภายนอกโดยถ้วนหน้ากัน 

พล.อ.ไมตรี ระบุว่า ตนถือเป็นน้องใหม่ในวงการพระเครื่อง ซึ่งยังต้องศึกษาเรียนรู้กับผู้รู้ในวงการพระอีกมาก  โดยการประกวดพระเครื่องในครั้งนี้ ตนในฐานะเป็นสมาชิกของชมรม และลูกศิษย์ อจ.ทางด้านพระสมเด็จและพระกริ่ง รวมทั้งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนทวีธาภิเศก ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน และได้สร้างบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างมากมายให้กับประเทศไทย จึงได้สนับสนุนในการจัดการประกวดพระเครื่อง ฯ ในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จ พระกริ่งปวเรศ และพระเกจิคณาจารย์ ให้กว้างขวางมากขึ้นแล้ว ถือเป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ ให้กับโรงเรียน พร้อมกับจัดสวัสดิการให้กับครูเก่าของโรงเรียน เพราะที่มีทุกวันนี้ได้ เพราะโรงเรียนเป็นผู้ให้ เพราะฉะนั้น อยากให้เซียนพระหรือประชาชนทั่วไปร่วมส่งพระมาประกวดในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทย 

รศ.ดร.บัญชา ระบุว่า โรงเรียนทวีธาภิเศก ถือเป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำเนิด ซึ่งในปีนี้ ก็ครบรอบ 138  ปีของโรงเรียน ทั้งนี้ นามของโรงเรียนมาจากพิธีทวีธาภิเศก เนื่องในงานพระราชกุศลทวีธาภิเศกที่พระองค์ครองราชย์สมบัติมานานเป็นสองเท่าของพระบรมอัยกาธิราช คือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่ความผูกพันของโรงเรียนกับวัดก็ความแนบแน่นมาตั้งแต่อยู่วัดอรุณราชวราราม รวมทั้ง ที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบันนี้ ก็เป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดนาคกลางวรวิหาร ดังนั้น การร่วมสนับสนุนการจัดประกวดพระเครื่องในครั้งนี้ เพื่อหารายได้จากการจัดงาน นำไปพัฒนาโรงเรียน ทั้งการพัฒนาห้องเรียนให้มีความทันสมัย (Smart ClassRoom) และเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ในโรงเรียน  และถือเป็นการตอบแทนพระศาสนา ที่ทางโรงเรียนได้มาอาศัยเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน  พร้อมทั้ง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นหลักชัยในการดำรงชีวิตของลูกศิษย์ที่มาเรียนในโรงเรียนทวีธาภิเศก ด้วย 

ด้าน ดร. จักรพันธ์ ระบุว่า ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ประจวบเหมาะเป็นอย่างยิ่ง โดยถือเป็นครั้งแรกของทางชมรม ฯ ที่ได้จัดงานประกวดพระเครื่องฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางชมรมฯ ได้จัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ความรู้ของพระกริ่งปวเรศ จนเป็นที่แพร่หลายมาแล้ว รวมทั้ง เป็นครั้งแรกของทางสมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเศก ที่ร่วมจัดการประกวดพระเครื่องฯ ด้วย ทั้งนี้ บุคคลที่ส่งพระเครื่องฯ  เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเผยแพร่พระพุทธคุณของพระเครื่องแต่ละองค์แล้ว ยังถือเป็นการสนับสนุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทย ถือเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต โดยการประกวดพระเครื่องฯ ครั้งนี้ ทาง อ.แหม่ม เกณิกา และทางชมรม ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการที่มีคุณภาพผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสามารถสร้างความสบายใจให้กับผู้เข้าประกวดทุกท่านได้ว่า จะได้รับการพิจารณาตัดสินอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม อีกทั้ง ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมประกวด แต่เป็นผู้ร่วมเข้าชมงานก็สามารถศึกษาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันได้ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทั้งเซียนพระรุ่นเก่า เซียนพระรุ่นใหม่ ผู้สนใจศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานประกวดพระเครื่อง ฯ ที่ทางชมรมเปิดตำนานพระกริ่งปวเรศ จัดขึ้น ในวันที่ 16 มีนาคม 2568 นี้ ที่ห้องแสตมป์ทอง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป

‘เชฟนิโคลัส เรย์นัล’ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟคนใหม่ โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ

‘เชฟนิโคลัส เรย์นัล’ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟคนใหม่ โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ

‘เชฟนิโคลัส เรย์นัล’ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟคนใหม่ โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.50 น.

โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ ประกาศแต่งตั้ง เชฟนิโคลัส เรย์นัล ดำรงตำแหน่ง เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ คนใหม่ ซึ่งจะมาดูแลประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารภายในโรงแรม

เชฟชาวฝรั่งเศส นิโคลัส เรย์นัล มีความหลงใหลในสภาพแวดล้อมแบบพหุวัฒนธรรมและมีประสบการณ์ด้านการทำอาหารในอุตสาหกรรมบริการกว่า 20 ปี โดยสั่งสมความเชี่ยวชาญจากร้านอาหารมิชลินสตาร์ และโรงแรมหรูในฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และล่าสุดประเทศไทย ซึ่งเชฟเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมพรีโอเพนนิ่ง และดำรงตำแหน่งเฮดเชฟของห้องอาหาร Brasserie Palmier ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯอีกด้วย

เชฟนิโคลัส พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์และยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารของโรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ เพื่อตอบรับครบรอบโรงแรม 10 ปี อย่างมีชีวิตชีวา ด้วยวิสัยทัศน์ด้านการทำอาหารที่มุ่งถ่ายทอดแนวคิดของโรงแรมผ่านเมนูที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน เขาตั้งเป้าที่จะดึงดูดแขกให้กลับมาเยือนทุกพื้นที่ของโรงแรม ตั้งแต่ริมสระว่ายน้ำไปจนถึงชาร์ รูฟท็อป บาร์

“การรับประทานอาหารเป็นประสบการณ์สากล และเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเชื่อมโยงผู้คน และเรียนรู้เรื่องราวของพวกเขา” เชฟนิโคลัสกล่าว “เมนูใหม่ที่เราคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจะเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับแขกของเรา ให้พวกเขาได้สัมผัสรสชาติที่น่าประทับใจในทุกคำ”

ห้องอาหารชาร์ต้อนรับแขกของโรงแรมและลูกค้าทุกท่านให้มาสัมผัสรสชาติแห่งความอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Brasserie ที่ผสมผสานรสชาติอาหารสุดคลาสสิกเข้ากับลูกเล่นที่น่าประทับใจ เมนูแนะนำที่ต้องลอง ได้แก่ Scallop Tiradito ให้ความสดชื่น และกลมกล่อม, Chicken Cordon Bleu สูตรต้นตำรับ, Steak Frites & Café de Paris Butter ที่ใช้เนื้อวากิวออสเตรเลียระดับพรีเมียม เสิร์ฟพร้อมเนยสไตล์ฝรั่งเศส และตบท้ายด้วยของหวานอย่าง Profiteroles โฮมเมดที่อบใหม่สดทุกวัน

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เชฟนิโคลัส และความเชี่ยวชาญของเขามาร่วมทีม ในโอกาสที่เรากำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 10 ปี ด้วยประสบการณ์ด้านอาหารสุดพิเศษในห้องอาหาร และบาร์ของเรา นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการบอกเล่าเรื่องราวของเราอีกครั้ง และสร้างความประทับใจให้กับนักชิมทั่วกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดยคุณนิโคลัส เมอร์ซิเอร์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ

พบกับโปรเจ็กต์พิเศษที่ห้องอาหารชาร์ ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์สุดโรแมนติกต้อนรับวันวาเลนไทน์ เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสำหรับนักธุรกิจ Four Hands Dinnerสุดพิเศษ และเมนูตามฤดูกาลที่คัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมอย่างพิถีพิถัน

สำหรับชาร์ รูฟท็อป บาร์ ก็ไม่พลาดที่จะอัปเกรดเมนูอาหารใหม่ นำเสนอของว่างสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนานาชาติ พร้อมจับคู่กับค็อกเทลซิกเนเจอร์ของทางบาร์ เช่น Marinated Sardines Tartine, Pork Rillette with Fresh Green Peppers และ Citrus Madeleines นอกจากนี้ ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส และ22 สเต็ปส์ คราฟต์ เฮ้าส์ ยังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังจะเปิดตัวภายในปีนี้อีกด้วย!

ห้องอาหารชาร์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 22.30 น. และกำลังจะเพิ่มเวลาเปิดทำการเร็วๆนี้ ชาร์ รูฟท็อป บาร์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – เที่ยงคืนในวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี และ 17.00 น. – 01.00 น. สำหรับวันศุกร์ และวันเสาร์ สามารถสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ทาง http://wly.sg/pngzABFu อีเมล charbangkk@ihg.com เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE Official Account @charbangkok หรือโทรเบอร์ 02-207-4999