‘ยาจิวะเฮิร์บ’ ยกระดับความสำเร็จในปี 2024 พร้อมมุ่งสู่ปี 2025อย่างมั่นคง

'ยาจิวะเฮิร์บ' ยกระดับความสำเร็จในปี 2024 พร้อมมุ่งสู่ปี 2025อย่างมั่นคง

‘ยาจิวะเฮิร์บ’ ยกระดับความสำเร็จในปี 2024 พร้อมมุ่งสู่ปี 2025อย่างมั่นคง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.14 น.

ปี 2024 เป็นปีที่ ยาจิวะเฮิร์บ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรน้องใหม่ ภายใต้การนำของ พท.ว.ภ.รังษิยา จิวะรังสรรค์ หรือ หมอจอย นักธุรกิจหญิงที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่น ได้ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเติบโตที่โดดเด่นในหลายด้าน ทั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการขยายช่องทางการขายในตลาดทั้ง MT (Modern Trade) และ TT (Traditional Trade) เพิ่มขึ้นถึง 29,544 ร้านค้า ทั่วประเทศ ดันยอดขายในปีนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 204.53% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตลาดจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตที่มีเสถียรภาพ

พท.ว.ภ.รังษิยา จิวะรังสรรค์ หรือ หมอจอย รองประธานกรรมการ บริษัท กู๊ดแกนิค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ ภายในปี 2568 โดยมี ‘จิวะเฮิร์บ’ เป็นหนึ่งเรือธงสำคัญในการนำบริษัทไปสู่เป้าหมายครั้งนี้ โดยยอดขายในปีนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 204.53% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมี ROI หรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 112.87% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการลงทุนที่มีความคุ้มค่า รวมถึงการวางแผนพัฒนาธุรกิจในด้านอื่นๆ ที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น รวมทั้งการขยายตลาดในประเทศที่มีศักยภาพเติบโตสูงอีกด้วย 

และแน่นอนว่า การคว้ารางวัลเกียรติยศระดับประเทศและสากล ถือเป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของแบรนด์ในปีนี้ หมอจอยได้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นนักธุรกิจหญิงที่เป็นแพทย์และเภสัชแผนไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น  มอบโดย หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ รางวัลจาก องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ UN WOMEN ได้คัดเลือกให้หมอจอย เป็น 1 ใน 9 นักธุรกิจหญิงต้นแบบขับเคลื่อน SHEconomy แห่งวงการธุรกิจ ในปีเดียวกัน ซึ่งเป็นการยกย่องในผลงานที่สร้างประโยชน์ต่อวงการสมุนไพรไทยโดยรวม ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ จึงยืนยันถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้เติบโตในระดับประเทศและในระดับสากลได้เป็นอย่างดี

สำหรับแผนการในปี 2025 “หมอจอย” ตั้งเป้าหมายขยายช่องทางขายทั้งใน MT (Modern Trade) และ TT (Traditional Trade) โดยมีแผนเพิ่มจำนวนร้านค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ต่ำกว่า 35,000 ร้านค้า  เพิ่มการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ตอบโจทย์ด้านความต้องการของตลาด โดยการพัฒนาสมุนไพร แก้ท้องเสีย ธรรมชาติ และ สมุนไพร คลาย เส้น ตึง รวมไปจนถึง สมุนไพร แก้ โรคผิวหนัง ผื่นคัน ตลอดจนเน้นการให้ความรู้การใช้ยาสมุนไพรที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพคนไทย ให้มีสุขภาพที่ดีจากภายในด้วยวิถีจากธรรมชาติ มีการสร้างตอนเทนต์ต่างๆในการสื่อสาร ให้น่าสนใจมากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้นบนทุกแพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน และหมอจอยยังเตรียมพร้อมขยายการผลิต เพื่อเป้าหมายในการส่งออกสินค้าไปยัง ตลาดเพื่อนบ้าน CLMV โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานรับรองคุณภาพ GMP ASEAN

นอกจากที่ “จิวะเฮิร์บ” เราเน้นมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อให้ตอบโจทย์ในเรื่องสุขภาพอย่างต่อเนื่องเสมอมา เรายังพัฒนาในทุกๆด้านอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเราได้ร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM สถาบันอุดมศึกษาจัดตั้งโดย CP ALL ได้ลงนามร่วมกับ บริษัท กู๊ดแกนิค จำกัด ทำสัญญาวิจัยเพื่อศึกษาธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพรไทย โดยหวังว่าการศึกษาวิจัยนี้จะเกิดประโยชน์ต่อวงการสมุนไพรไทยในภายภาคหน้า

ติดตามผลิตภัณฑ์ จิวะเฮิร์บ และยาสมุนไพรไทยอื่นๆ ของกู๊ดแกนิค หรือหากสนใจนำสินค้าไปจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ : +66 851994459 (สำนักงานใหญ่) อีเมล : goodganicthailand@gmail.com เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/jiwaherb   (จิวะเฮิร์บ JIWA HERB) เว็บไซต์ : https://goodganicthailand.com/th/food-supplement/

“Daily Smoothie” เสิร์ฟความเฟรช รับเทรนด์เครื่องดื่มสมูทตี้มาแรง

“Daily Smoothie” เสิร์ฟความเฟรช รับเทรนด์เครื่องดื่มสมูทตี้มาแรง

“Daily Smoothie” เสิร์ฟความเฟรช รับเทรนด์เครื่องดื่มสมูทตี้มาแรง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.59 น.

ท็อปส์ เดลี่ ในเครือเซ็นทรัล  รีเทล สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการร้านสะดวกซื้อ เปิดตัว “Daily Smoothie” ครั้งแรกกับเครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติในไทย มอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการเลือกสมูทตี้ผลไม้แท้ 100% ด้วยตนเอง 3 รสชาติ 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นทรอปิคอล ซันไชน์  สมูทตี้ (Tropical Sunshine Smoothie) เบอร์รี่ลิเชียส สมูทตี้ (Berrylicious Smoothie) กรีนพาราไดซ์ สมูทตี้ (Green Paradise Smoothie) ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยล่าสุดได้นำร่องเปิดตัวในท็อปส์ เดลี่ 4 สาขา ได้แก่สาขา ดิ ออฟฟิศเซส แอท เซ็นทรัลเวิลด์, สาขาศูนย์ราชการ  แจ้งวัฒนะ, สาขากรุงเทพกรีฑา 32 และสำนักงานใหญ่  เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 17) และจะขยายเพิ่มเติมไปที่จังหวัดภูเก็ตในเร็วๆ นี้

เมทินี พิศุทธิ์สินธพ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น จากปัจจัยด้านสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อม โรคระบาด รวมถึงการดูแลรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ส่งผลให้เครื่องดื่มสมูทตี้จากผักและผลไม้สดได้รับความนิยมเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ด้วยรสชาติอร่อย ดื่มง่าย สดชื่น และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินและแร่ธาตุ ท็อปส์ เดลี่ จึงเล็งเห็นโอกาสพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้ ได้สำรวจเทรนด์และเทคโนโลยีจากร้านสะดวกซื้อทั่วโลกซึ่งพบว่า เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่และน่าสนใจ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า รวมถึงโอกาสในการทำตลาดให้กับท็อปส์ เดลี่ จึงได้นำมาต่อยอดเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าด้วยสมูทตี้ที่ดีต่อสุขภาพ รสชาติอร่อย พร้อมราคาที่เข้าถึงได้ นับเป็นการยกระดับร้านสะดวกซื้อที่จะส่งมอบความสนุกมากยิ่งขึ้นตามคอนเซ็ปต์ Joy-venience Store ของท็อปส์ เดลี่”

สำหรับ Daily Smoothie จาก ท็อปส์ เดลี่ เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติ สุดเฟรช พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ลูกค้าคนพิเศษได้เพลิดเพลินกับการเลือกเครื่องดื่มสมูทตี้ด้วยตนเอง เพียงกดปุ่มเดียวก็ได้สมูทตี้ผลไม้แท้ 100% ปั่นสดเนียนละเอียดภายในเวลาไม่กี่นาที พร้อมเติมความสดชื่นให้ทุกวันด้วย 3 เมนูสมูทตี้สุดเฟรชจาก Daily Smoothie ได้แก่ Tropical Sunshine Smoothie สดชื่นเต็มแม็กซ์กับสมูทตี้รสชาติเปรี้ยวหวานจากมะม่วง เสาวรส และสับปะรด ให้ความรู้สึกเหมือนได้จิบความสดใสของฤดูร้อน เหมาะสำหรับคนรักผลไม้เขตร้อนตัวจริง Green Paradise Smoothie เฮลตี้แบบเต็มขั้นกับกีวี่ แอปเปิ้ลเขียว และสับปะรด รสหวานละมุน ดื่มง่าย ได้ประโยชน์ เหมาะสำหรับสายสุขภาพที่มองหาเครื่องดื่มดีๆ ตลอดวัน Berrylicious Smoothie สดชื่นไปกับความเปรี้ยวอมหวานของสตรอว์เบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ ผสานความกลมกล่อมจากกล้วยหอม อร่อย  ลงตัว อุดมไปด้วยวิตามินจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

สัมผัสความสดชื่นแบบเต็มรสชาติไปกับ Daily Smoothie เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติสุดล้ำ ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสดใหม่ในทุกแก้ว เลือกฟินได้กับสมูทตี้ 3 รสชาติ 3 สไตล์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สายเฮลตี้ พบกับประสบการณ์สุดเฟรชได้แล้ววันนี้ ที่ ท็อปส์ เดลี่ สาขาที่ร่วมรายการ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

038

เมทินี พิศุทธิ์สินธพ

เมทินี พิศุทธิ์สินธพ

“Hair Renaissance” ธนาคารแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชีย

“Hair Renaissance” ธนาคารแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชีย

“Hair Renaissance” ธนาคารแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชีย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.51 น.

“เมดีซ กรุ๊ป” เปิดตัว “MEDEZE Hair Renaissance” ธนาคารแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชียบริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์รากผม พร้อมดูแลยาวนานถึง 60 ปี ตั้งเป้าลูกค้า 500 เคสในปี 2568 และ 5,000 เคสในปี 2573

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว “MEDEZE Hair Renaissance” ธนาคารแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชีย ภายใต้แนวคิด THE INNOVATION OF CONFIDENCE นวัตกรรมแห่งความมั่นใจ เติมเต็มทุกความเป็นไปได้เรื่อง “ผม” ที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์รากผม ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด ช่วยเก็บเซลล์รากผมในช่วงที่แข็งแรง และสมบูรณ์ที่สุด เหนือกว่าด้วยกระบวนการเฉพาะบุคคล ที่คัดแยก เพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวน และจัดเก็บแช่แข็งเซลล์ได้อย่างปลอดภัย สามารถรองรับการเก็บเซลล์ในบุคคลทุกช่วงวัย สามารถเก็บเซลล์ไว้ใช้ในอนาคตได้ เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผมร่วง ผมบาง หรือสุขภาพเส้นผมที่เปลี่ยนไป โดยบริษัทตั้งเป้าให้บริการลูกค้า 500 เคส ภายในปี 2568 และเพิ่มเป็น 5,000 เคส ภายในปี 2573

โดยบริษัทเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแช่แข็งเซลล์รากผม ซึ่งเทคโนโลยีแแช่แข็งเซลล์รากผมถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยมาตรฐานระดับสากล รองรับนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต ด้วยเทคโนโลยี Cryopreservation ที่สามารถออกแบบเฉพาะบุคคลสำหรับเซลล์รากผม เป็นกระบวนการแช่แข็ง และเก็บรักษาเซลล์รากผมในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ปราศจากการปนเปื้อน ด้วยระบบความปลอดภัยระดับสูงและการตรวจสอบคุณภาพอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะใช้ผมเพียง 50 เส้น สามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ได้มากถึง 50 ล้านเซลล์ เพื่อรักษาคุณภาพ และความสามารถในการเจริญเติบโตของเซลล์เมื่อถูกนำมาใช้ในอนาคต ทุกกระบวนการจะดำเนินการในห้องปฏิบัติการ CLEANROOM CLASS 100 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสำหรับความสะอาด และปลอดเชื้อ ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการรับรองโดย National Environmental Balancing Bureau หรือ NEBB จากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีการตรวจสอบสถานะเซลล์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์จะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ของลูกค้าอย่างเคร่งครัด สามารถจัดเก็บเซลล์รากผมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้นานถึง 60 ปี

“นวัตกรรมเซลล์รากผมมีประสิทธิภาพสูง ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องเส้นผม และนวัตกรรมนี้จะสามารถทำให้ลูกค้ามั่นใจ เพราะเราเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีแแช่แข็งเซลล์รากผมแห่งแรกในเอเชีย มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่ออกแบบโดยเฉพาะ ถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย การันตีด้วยมาตรฐานสากลระดับโลก” นายแพทย์วีรพลกล่าว

Tiger® รวมพลระเบิดความมันส์ในศึกพรีเมียร์ลีก “สเปอร์ส – แมนยูฯ”

Tiger® รวมพลระเบิดความมันส์ในศึกพรีเมียร์ลีก “สเปอร์ส – แมนยูฯ”

Tiger® รวมพลระเบิดความมันส์ในศึกพรีเมียร์ลีก “สเปอร์ส – แมนยูฯ”

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.42 น.

ไทเกอร์ (Tiger®) ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลระดับโลก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) และ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ (Tottenham Hotspur) เปิดพื้นที่ร่วมกับ RED CAFÉ คาเฟ่นี้ปีศาจแดง คอมมูนิตี้ของแฟนบอลแมนยู ประเดิมแมตช์สุดระทึก “Tiger® แมตช์นี้…ทีมเสือใส่สุด” โอกาสสำคัญที่ “สเปอร์ส” เปิดบ้านรับ “แมนยูฯ” ในรายการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก โดยมี ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทีเอพี เทรดดิ้ง จำกัด (กลาง)
พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง อำนวย ยารังษี ตัวแทนจากฝั่งสเปอร์สพร้อมเหล่าแฟนบอลที่มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ เดอะแทร็ป เกษตร (The Trap Kaset)

สามารถติดตามกิจกรรมครั้งต่อไปเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้แฟนบอลในแมตช์สุดมันส์อีกมากมาย ได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Tiger Beer TH

038

ภัททภาณี เอกะหิตานนท์

ภัททภาณี เอกะหิตานนท์

“Encounter” นิทรรศการภาพถ่ายวัฒนธรรม ฉลอง 50 ปีไทย-จีน

“Encounter” นิทรรศการภาพถ่ายวัฒนธรรม ฉลอง 50 ปีไทย-จีน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.30 น.

Reignwood Park ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการภาพถ่าย “Encounter” ผลงานชิ้นเอกของ Michael Yamashita ช่างภาพระดับโลกจาก National Geographic ที่จะพาผู้ชมดื่มด่ำไปกับความงดงามของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมรดกทางศิลปะของสองชาติ นิทรรศการพิเศษนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งสายสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยเรื่องราว

เพื่อเป็นเกียรติแก่โอกาสสำคัญทางวัฒนธรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก จิราภรณ์ สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ฯพณฯ หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความร่วมมือทางการทูต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ

Michael Yamashita ช่างภาพผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 40 ปี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเอเชียผ่านเลนส์ได้อย่างน่าทึ่ง ภาพถ่ายของเขาสะท้อนถึงเส้นทางแห่งอารยธรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและประเทศเพื่อนบ้านที่สืบทอดมายาวนาน นิทรรศการอันทรงคุณค่าครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตก ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการเรนวูด ปาร์ค (Reignwood Park) โดยได้คัดสรรผลงานที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งสายใยทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งระหว่างจีนและไทย ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

วรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Reignwood Group ได้กล่าวถึงความสำคัญของนิทรรศการนี้ว่า “เรนวูด กรุ๊ป รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองห้าทศวรรษแห่งมิตรภาพระหว่างไทยและจีน ผ่านศิลปะและวัฒนธรรม ภารกิจของเราคือการส่งเสริมความเข้าใจ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ผ่านเลนส์ของ Michael Yamashita โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสถึงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงไทยและจีนทั้งในด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี และประวัติศาสตร์”

“Encounter” นิทรรศการภาพถ่ายวัฒนธรรม ฉลอง 50 ปีไทย-จีน จัดแสดงตั้งแต่วันนี้  – 10 มีนาคม 2568 ณ  ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตก โครงการ เรนวูด ปาร์ค Reignwood Park ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเรื่องราวของเส้นทางสายไหมและการเดินทางอันยาวนานของประวัติศาสตร์ ซึ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน และอารยธรรมอันทรงคุณค่า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.reignwoodpark.com หรือ https://www.facebook.com/ReignwoodPark/?locale=th_TH

038

ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ‘ความทรงจำครั้งใหม่’ สุดยิ่งใหญ่ สมการรอคอย

ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ‘ความทรงจำครั้งใหม่’ สุดยิ่งใหญ่ สมการรอคอย

ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ‘ความทรงจำครั้งใหม่’ สุดยิ่งใหญ่ สมการรอคอย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.39 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งปีนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “Dawn of Memory ความทรงจำในวันใหม่” ผลการแข่งขันทีมธรรมศาสตร์สามารถทวงถ้วยคืนสำเร็จ ครองแชมป์สมัยที่ 25 ชนะจุฬาฯ ไปด้วยคะแนน 2-1 ประตู เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ

 ในการนี้ มีคณะกรรมการจัดงานทั้งฝั่งเจ้าภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย  ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ ฝ่าย มธ., สมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมฟุตบอล มธ. ด้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ, ลวรณ แสงสนิท ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ ฝ่ายจุฬาฯ ให้การต้อนรับ

บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความคึกคักของน้องๆ นิสิต นักศึกษาที่มาร่วมขึ้นแสตนด์เชียร์ ด้านศิษย์เก่าโดยเฉพาะศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมาร่วมงานกันอุ่นหนาฝาคั่ง นำโดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ศิษย์เก่าจุฬาฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร,  อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, สารัชถ์ รัตนาวะดี  CEO บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ สุพัฒนพงศ์ พันธุ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ส่วนศิษย์เก่า มธ. ที่มาร่วมให้กำลังใจรุ่นน้อง นำโดย พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ CEO บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เป็นต้น

งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ภายใต้แนวคิด “Dawn of Memory ความทรงจำในวันใหม่” ซึ่งทั้งสองสถาบันจัดใหญ่จัดเต็ม อลังการงานสร้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ยกทัพขบวนผู้นำเชียร์ คทากร ขบวนสะท้อนสังคม พร้อมด้วยการแปรอักษรที่มีการตอบโต้กันไปมาแบบจุก ๆ และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนๆ งานบอลรอชมนั่นคือขบวนล้อการเมือง เจ็บแสบ เสียดสีอย่างสร้างสรรค์ โดนกันทุกฝ่าย

ภายหลังจบการแข่งขันเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อแสดงความขอบคุณคณะทำงานทั้งสองฝ่ายที่ได้รวมแรงร่วมใจทำงานจนงานออกได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ การรวมพลังแห่งมิตรภาพ ความรัก รอยยิ้ม เพื่อส่งต่อถึงพลังแห่งความสามัคคี เกียรติและศักดิ์ศรี ตลอดจนความภาคภูมิใจ ของชาวจุฬาฯ  และธรรมศาสตร์ทุกคน

038

ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี ชวนสักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี  ชวนสักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี ชวนสักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เขาคิชฌกูฏ มีชื่อเสียงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาสักการะรอยพระพุทธบาท และหนึ่งปีจะเปิดให้ขึ้นไปสักการะเพียงครั้งเดียว โดยปี 2568 จะสิ้นสุดในวันที่ 29 มีนาคม 2568

ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์สายบุญที่มาพร้อมกับการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเขาสอยดาวกับ แพ็กเกจ “Divine Peaks” พร้อมให้บริการตั้งแต่ 21 กุมภาพันธ์-29 มีนาคม 2568 แพ็กเกจสุดพิเศษนี้จะพาเดินทางสู่เขาคิชฌกูฏ สถานที่
ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทย พร้อมมอบการพักผ่อนอย่างหรูหราและเงียบสงบกลางขุนเขา

แพ็กเกจ “Divine Peaks” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มความสงบทางใจและสัมผัสธรรมชาติ ด้วยห้องพักแบบ Deluxe Mountain View ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 3,999 บาทต่อคืนในวันธรรมดา และ 4,499 บาทต่อคืนในวันสุดสัปดาห์ โดยแพ็กเกจนี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้ท่านสามารถดื่มด่ำกับความศักดิ์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏอย่างเต็มที่ พร้อมการดูแลจากทางรีสอร์ทในระดับพรีเมียม

สิทธิประโยชน์ของแพ็กเกจ ประกอบด้วย อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ฟรีทุกวัน มินิบาร์ต้อนรับในวันเข้าพัก บริการรถรับ-ส่งจากรีสอร์ทไปยังเขาคิชฌกูฏ บัตรเข้าชมเขาคิชฌกูฏฟรี ตั๋วรับ-ส่งจากจุดสูงสุดของเขาคิชฌกูฏไปยังจุดลงรถ บริการดูแลตลอดการเข้าพัก ด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียม ชุดปิกนิกสำหรับสองท่าน ให้ได้เพลิดเพลินกับมื้ออาหารท่ามกลางธรรมชาติ

ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามของจังหวัดจันทบุรี เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อนและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางจิตวิญญาณและเติมเต็มความสงบของจิตใจไปกับ แพ็กเกจ “Divine Peaks” ในช่วงเวลาจำกัดนี้ จองแพ็กเกจสุดพิเศษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่โทร.+66(0)39460960 หรืออีเมล info.sdao@chatrium.com

คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล‘ฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า’ เตรียมบินลัดฟ้าจูงมือเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก

คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล‘ฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า’  เตรียมบินลัดฟ้าจูงมือเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก

คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล‘ฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า’ เตรียมบินลัดฟ้าจูงมือเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ฉลองวันแห่งความรักด้วยการประกาศผู้ชนะกิจกรรมชิงรางวัลทริปฮันนีมูนในฝัน โดย วิสุทธินีย์ และ พัทธ์ธีรา สมรสคู่ใหม่ คว้ารางวัลสุดพิเศษ เตรียมบินลัดฟ้าสู่โตเกียว สัมผัสความงดงามของฤดูซากุระ ซึ่งนับเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของทั้งคู่ พร้อมรับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท เพื่อเฉลิมฉลอง
การบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย

แคมเปญ #AgodaLoveWins เปิดโอกาสให้คู่รักจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศร่วมแบ่งปันเรื่องราวความรักและจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับฮันนีมูน เพื่อลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 350,000 บาท โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมหลายสิบคู่ ทำให้คณะกรรมการต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่งในการคัดเลือกผู้ชนะ

ปิติโชค จุลภมรศรี ผู้อำนวยการอาวุโสของอโกด้า เผยว่า “หลังจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนที่แล้ว ฤดูกาลฮันนีมูนของคู่รักเพศเดียวกันในประเทศไทยก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เราจึงอยากร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ด้วยแคมเปญ #AgodaLoveWins และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเรื่องราวความรักสุดประทับใจจากคู่รักมากมาย การเลือกผู้ชนะเป็นเรื่องที่ยากเพราะทุกเรื่องราวเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แต่ในบรรดาทุกเรื่องราว วิสุทธินีย์ และ พัทธ์ธีรา คือคู่ที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจที่สุด”

เส้นทางรัก 10 ปี สู่ฮันนีมูนในฝัน-เรื่องราวของ วิสุทธินีย์ และพัทธ์ธีรา คู่รักจากจังหวัดลำพูนผู้ชนะกิจกรรมทริปฮันนีมูนในฝันของอโกด้า เริ่มต้นจากมิตรภาพในชมรมแฟนคลับ K-POP ที่พูดคุยกันมายาวนานโดยไม่เคยพบหน้ากันจริงๆ ความรักของทั้งคู่เติบโตขึ้นท่ามกลางความท้าทายของรักระยะไกลและอุปสรรคในชีวิตส่วนตัว แม้เส้นทางจะไม่ง่าย แต่สุดท้ายทั้งสองได้เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น เรื่องราวของพวกเขาสะท้อนให้เห็นว่าความรักแท้ คือการอยู่เคียงข้างกันในช่วงเวลาที่ไม่สมบูรณ์แบบ และทริปฮันนีมูนครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญของชีวิต ทั้งคู่เตรียมสัมผัสความงดงามของดอกซากุระ สนุกสนานกับสวนสนุกโตเกียว และดื่มด่ำกับพิธีชงชาแบบดั้งเดิมในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ติดตามเรื่องราวของทั้งคู่ได้ที่นี่ (https://www.instagram.com/reel/DGCSJoFvbmr/?igsh=ODQxNTlxbWpkb2Fh)

‘Reflection You’งานศิลป์สุดครีเอทที่ทุกคนร่วมสนุกได้ หนึ่งในไฮไลท์งาน Bangkok Design Week 2025

‘Reflection You’งานศิลป์สุดครีเอทที่ทุกคนร่วมสนุกได้  หนึ่งในไฮไลท์งาน Bangkok Design Week 2025

‘Reflection You’งานศิลป์สุดครีเอทที่ทุกคนร่วมสนุกได้ หนึ่งในไฮไลท์งาน Bangkok Design Week 2025

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โกลบอลเดสติเนชั่นกลุ่มวันสยาม ทั้ง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมสนับสนุนการจัดงาน Bangkok Design Week 2025 (BKKDW2025) จัดโชว์เคสผลงานศิลปินและนักออกแบบทั้งชาวไทยและระดับโลก รวมทั้งกิจกรรมมากมาย สร้างปรากฏการณ์งานอาร์ตและดีไซน์ ที่สะท้อนการเป็นขุมพลังความคิดสร้างสรรค์ (Creative Powerhouse) บุกเบิกการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่เหนือระดับและแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือน ร่วมส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของโลก

สำหรับ สยามพารากอน และสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดโชว์เคสผลงานศิลปินแถวหน้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์ศิลปะจัดวางที่เต็มไปด้วยสีสันและความลึกซึ้งกับผลงาน “Reflection You” งานศิลปะจัดวางอันน่าตื่นเต้นของ Cheese Arnon หรือ อานนท์ เนยสูงเนิน ศิลปินกราฟิตี้ชาวของไทย ที่ร่วมกับ Art Tank Group นำโดย เสริมคุณ คุณาวงศ์ สร้างสรรค์ผลงานใจกลางสยาม ที่จะพาผู้ชมดำดิ่งสู่มิติใหม่แห่งการสะท้อนตัวตนผ่านกล่องทรงลูกบาศก์ที่นำเสนอภาพสะท้อนในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร

นิทรรศการนี้นำเสนอตัวตนที่หลากหลายของผู้ชมผ่านการสะท้อนภาพภายในกล่องอันมีชีวิตชีวา ซึ่งจะเผยให้เห็นตัวคุณในมุมมองที่แตกต่างและเหนือความคาดหมาย โดยมีตัวละครสุนัขจิ้งจอกสุดไอคอนิก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน Cheese Arnon คอยสร้างสีสันและบอกเล่าเรื่องราวผ่านท่วงท่าที่หลากหลาย เชื่อมโยงพื้นที่จาก สยามพารากอน สู่ สยามดิสคัฟเวอรี่ อย่างไร้รอยต่อ เพื่อสะท้อนถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างศิลปะ ผู้คน และไลฟ์สไตล์ที่ไม่จำกัดเพียงแค่การช้อปปิ้ง แต่ยังเปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจให้กับทุกคน โดยพื้นที่จัดแสดง ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน และดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่เป็นไพรม์โลเกชั่นใจกลางกรุงเทพฯมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมากที่จะได้สัมผัสกับผลงานชิ้นพิเศษนี้

อานนท์ เนยสูงเนิน หรือที่รู้จักในนาม Cheese Arnon เป็นศิลปินกราฟิตี้แนวหน้าของเมืองไทย ผู้ฝากฝีมือไว้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยตัวละคร สุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจ้าเล่ห์ แสนกล และการปรับตัว ที่สะท้อนถึงแนวคิดของศิลปินในการเรียนรู้ เติบโต และอยู่รอดในทุกสถานการณ์ จากจุดเริ่มต้นในฐานะศิลปินสตรีทอาร์ทสู่การเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ Cheese Arnon ได้สร้างผลงานที่ผสานความสนุกสนานและความหมายลึกซึ้งเข้าด้วยกัน ทำให้ศิลปะของเขาเป็นที่จดจำและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

“Reflection You” เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ตอกย้ำความสามารถของเขาในการนำเสนอศิลปะผ่านสื่อที่แตกต่าง และสร้างบทสนทนาระหว่างศิลปะกับผู้ชมในรูปแบบที่แปลกใหม่และน่าประทับใจเปิดให้เข้าชมฟรี ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน และดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 มีนาคม ณ สยามพารากอน และ สยามดิสคัฟเวอรี่

‘มาดามแป้ง’ร่วมเสวนา‘Future Thailand : Soft Power’ เผย‘คนไทย’คืออาวุธที่สำคัญที่สุดที่เป็น Soft Power

‘มาดามแป้ง’ร่วมเสวนา‘Future Thailand : Soft Power’  เผย‘คนไทย’คืออาวุธที่สำคัญที่สุดที่เป็น Soft Power

‘มาดามแป้ง’ร่วมเสวนา‘Future Thailand : Soft Power’ เผย‘คนไทย’คืออาวุธที่สำคัญที่สุดที่เป็น Soft Power

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI ร่วมเสวนา Future Thailand : Soft Power ร่วมกับ นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศรีจันทร์สหโอสถ และนางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ในงาน Chula Thailand Presidents Summit 2025 จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดเวที “Chula Thailand Presidents Summit 2025” เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กรชั้นนำของประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อันมีค่า พร้อมนำเสนอกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปี 2568

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย เสวนาในหัวข้อ “Future Thailand : Soft Power” กล่าวอย่างน่าสนใจว่า ประเทศไทยมีอาวุธที่สำคัญที่สุดที่เป็น Soft Power คือ “คนไทย” โดยปีที่แล้วกรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก นั่นก็เพราะคนไทยมีเอกลักษณ์และอุปนิสัยที่ดี มีความน่ารัก ความใจดี และรอยยิ้ม และที่สำคัญคือเรื่องของ Service mind ความมีใจให้บริการ

“โอกาสและความท้าทายของ Soft Power จะถูกพัฒนาจากคนในประเทศเป็นหลัก ซึ่งไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ พร้อมกับการมีอัตราการเกิดที่ต่ำ อัตราการเสียชีวิตสูง
จำนวนประชากรที่เริ่มลดลง และขาดแคลนแรงงาน ดังนั้น Soft Power จึงถือว่าเป็นความท้าทายที่ต้องทำไปพร้อมกับการพัฒนาคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่า Soft Power จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีองค์กร ภาครัฐ/เอกชน ผลักดันให้การสนับสนุน แป้งขอเรียกว่าเป็น “Smart Power” นั่นคือ Soft บวกกับ กำลังของภาครัฐ และเอกชน ลงทุนได้ถูกจุด ถูกเวลา”

ส่วนสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยนั่นคือกีฬา กีฬาฟุตบอล คือ Soft Power ที่จะขยับเป็น Super Soft Power จนสามารถปลุกกระแสท้องถิ่นนิยมได้ นำไปสู่การเชื่อมโยงทุกมิติของสังคม ผู้คน เกิดการสร้างอาชีพ มีผลทางตรงกับเศรษฐกิจประเทศ ทั้งนี้ต้องเชื่อมโยงทุกภาคส่วนตั้งแต่จุดที่เล็กที่สุดไปใหญ่สุดด้วย

ด้านความท้าทายของ Soft Power ของไทยในวันนี้นางนวลพรรณ มองว่า ขณะนี้ได้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเกิดขึ้นแล้ว ความท้าทายคือ ทำอย่างไรให้คณะทำงานนี้ยังคงอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติและสามารถทำงานตามแผนต่อไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล แต่แผนยุทธศาสตร์ Soft Power จะยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเราปักหมุดหมายแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปหมุดหมายที่เรามั่นใจว่าถูกต้องจะต้องเดินต่อไปให้ได้อย่างยั่งยืน ประเทศไทย ถือเป็นประเทศพรั่งพร้อมไปด้วยวัฒนธรรม ทั้ง อาหาร ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนศิลปะไทย นี่คือข้อได้เปรียบของคนไทย แน่นอนว่าเราต้องดำรงความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยไว้ให้ได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นางนวลพรรณ กล่าว

“เงื่อนไขสำคัญของการขับเคลื่อน Soft Power คือ ความต่อเนื่อง ความเชื่อมโยง และการดูแลพัฒนาคน” นางนวลพรรณ กล่าวทิ้งท้าย