Honda LPGA Thailand 2025 จัดกิจกรรม ‘จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก’ ติวเข้มสวิงเยาวชนไทยสู่เวทีนักกอล์ฟอาชีพในอนาคต

Honda LPGA Thailand 2025 จัดกิจกรรม 'จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก' ติวเข้มสวิงเยาวชนไทยสู่เวทีนักกอล์ฟอาชีพในอนาคต

Honda LPGA Thailand 2025 จัดกิจกรรม ‘จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก’ ติวเข้มสวิงเยาวชนไทยสู่เวทีนักกอล์ฟอาชีพในอนาคต

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.35 น.

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ มอบโอกาสให้กับเยาวชนไทยได้ร่วมกิจกรรม “จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก” ในโครงการ Honda LPGA Thailand 2025 Junior Golf Program กับ มร. มัลคอล์ม โจเซฟ โค้ชของไอเอ็มจี อะคาเดมี  (IMG Academy) ที่สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลล์ พัทยา จ.ชลบุรี  คัดเลือกสวิงรุ่นเยาว์ 4 คนในรุ่น 10-16 ปี  เดินทางไปฝึกทักษะกอล์ฟที่ ไอเอ็มจี อะคาเดมี กอล์ฟ แคมป์  ประเทศสหรัฐอเมริกา  

 โครงการ Honda LPGA Thailand 2025 Junior Golf Program ได้เปิดรับสมัครนักกอล์ฟรุ่นเยาว์ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและมอบประสบการณ์สุดพิเศษในการฝึกอบรมกีฬากอล์ฟกับโค้ชจาก ไอเอ็มจี อะคาเดมี  ซึ่งเป็นสถาบันฝึกสอนกอล์ฟและกีฬาชั้นนำระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงสัปดาห์การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี 

นักกอล์ฟเยาวชนระดับเริ่มต้นหรือมีพื้นฐานแล้ว ในรุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี และรุ่นอายุระหว่าง 10-16 ปี ซึ่งได้ผ่านการอบรมและทดสอบสะสมคะแนนรวม 3 สนามแข่งขัน ได้แก่ ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้, J.BLK อะคาเดมี และ All Thailand Golf Centerกอล์ฟคลับ ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงเดือนมกราคม 2568 จำนวนทั้งหมด 25 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมจูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก กับ มร. มัลคอล์ม โจเซฟ  ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคการสอนของไอเอ็มจี อะคาเดมี  ที่ได้มาให้คำแนะนำการพัฒนาทักษะการเล่นกอล์ฟตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงเทคนิคต่าง ๆ แก่นักกอล์ฟเยาวชนของไทย เพื่อไปสู่เป้าหมายในการเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพ พร้อมทั้งคัดเลือกนักกีฬา 4 คนในรุ่น 10-16 ปี ที่จะได้รับสิทธิ์ในการเดินทางไปเสริมประสบการณ์กับ ไอเอ็มจี อะคาเดมี กอล์ฟ แคมป์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2025 นี้อีกด้วย

มร.มัลคอล์ม โจเซฟ  เผยว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Honda LPGA Thailand 2025 Junior Golf Program ผ่านกิจกรรม Junior Golf Clinic ในครั้งนี้ ไอเอ็มจี อะคาเดมีมุ่งมั่นพัฒนาทักษะกอล์ฟของนักกีฬารุ่นเยาว์ด้วยหลักสูตรที่ผสานความรู้เชิงเทคนิคและการฝึกซ้อมในระดับสูง สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเยาวชนไทย รวมถึงการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่จะสามารถเติบโตสู่เส้นทางอาชีพ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักกอล์ฟเยาวชนที่เข้าร่วมในวันนี้จะได้รับแรงบันดาลใจ และต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงยิ่งขึ้น พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันวงการกอล์ฟไทยให้ก้าวไกลและสดใสยิ่งขึ้นในอนาคต”นอกจากนี้ นักกอล์ฟเยาวชนทุกคนในโครงการ Honda LPGA Thailand 2025 Junior Golf Program ยังจะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษ นั่นคือ บัตรเข้าชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025  พร้อมกับได้พบกับนักกีฬาระดับโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับการเป็นนักกีฬากอล์ฟในอนาคตต่อไป

การแข่งขัน   ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 แฟนกีฬากอล์ฟสามารถติดตามชมได้ทางการถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ทั้งหน้าจอและทุกแพลทฟอร์ม ทางเว็บไซต์ http://www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก : PPTVHD36 และ YouTube ชSports  ส่วนบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพี พร้อมเปิดจำหน่าย ทาง hondalpgathailand.com ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทาง hondalpgathailand.com 

-(016)

เรื่องราววันวาเลนไทน์สุดซาบซึ้ง! คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล แคมเปญฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า

เรื่องราววันวาเลนไทน์สุดซาบซึ้ง! คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล แคมเปญฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า

เรื่องราววันวาเลนไทน์สุดซาบซึ้ง! คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล แคมเปญฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.29 น.

เรื่องราววันวาเลนไทน์สุดซาบซึ้ง! คู่รักเพศเดียวกันคว้ารางวัล แคมเปญฮันนีมูนในฝันจากอโกด้า เตรียมบินลัดฟ้าเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ฉลองวันแห่งความรักด้วยการประกาศผู้ชนะกิจกรรมชิงรางวัลทริปฮันนีมูนในฝัน โดย คุณวิสุทธินีย์ และ พัทธ์ธีรา คู่สมรสคู่ใหม่ คว้ารางวัลสุดพิเศษ เตรียมบินลัดฟ้าสู่ โตเกียว สัมผัสความงดงามของฤดูซากุระ ซึ่งนับเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของทั้งคู่ พร้อมรับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท เพื่อเฉลิมฉลองการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย

แคมเปญ #AgodaLoveWins เปิดโอกาสให้คู่รักจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศร่วมแบ่งปันเรื่องราวความรักและจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับฮันนีมูน เพื่อลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 350,000 บาท โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมหลายสิบคู่ ทำให้คณะกรรมการต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่งในการคัดเลือกผู้ชนะ

ปิติโชค จุลภมรศรี ผู้อำนวยการอาวุโสของอโกด้า เผยว่า “หลังจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนที่แล้ว ฤดูกาลฮันนีมูนของคู่รักเพศเดียวกันในประเทศไทยก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เราจึงอยากร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ด้วยแคมเปญ #AgodaLoveWins และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเรื่องราวความรักสุดประทับใจจากคู่รักมากมาย การเลือกผู้ชนะเป็นเรื่องที่ยาก เพราะทุกเรื่องราวเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แต่ในบรรดาทุกเรื่องราว คุณวิสุทธินีย์ และ พัทธ์ธีรา คือคู่ที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจที่สุด”

เส้นทางรัก 10 ปีสู่ฮันนีมูนในฝัน – เรื่องราวของ คุณวิสุทธินีย์ และ พัทธ์ธีรา คู่รักจากจังหวัดลำพูน ผู้ชนะกิจกรรมทริปฮันนีมูนในฝันของอโกด้า เริ่มต้นจากมิตรภาพในชมรมแฟนคลับ K-POP ที่พูดคุยกันมายาวนานโดยไม่เคยพบหน้ากันจริง ๆ ความรักของทั้งคู่เติบโตขึ้นท่ามกลางความท้าทายของรักระยะไกลและอุปสรรคในชีวิตส่วนตัว แม้เส้นทางจะไม่ง่าย แต่สุดท้ายทั้งสองได้เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น เรื่องราวของพวกเขาสะท้อนให้เห็นว่าความรักแท้คือการอยู่เคียงข้างกันในช่วงเวลาที่ไม่สมบูรณ์แบบ และทริปฮันนีมูนครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญของชีวิต ทั้งคู่เตรียมสัมผัสความงดงามของดอกซากุระ สนุกสนานกับสวนสนุกโตเกียว และดื่มด่ำกับพิธีชงชาแบบดั้งเดิมในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ติดตามเรื่องราวของทั้งคู่ได้ที่นี่ (https://www.instagram.com/reel/DGCSJoFvbmr/?igsh=ODQxNTlxbWpkb2Fh)

คุณวิสุทธินีย์ กล่าวว่า “ตอนที่พวกเรารู้ว่าชนะแคมเปญนี้ แทบไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ เราไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศเลย แคมเปญนี้ทำให้เราได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น บินชั้นธุรกิจกับการบินไทย นอนโรงแรมสุดหรูในโตเกียว ตอนนี้คงต้องรีบไปทำพาสปอร์ตแล้วค่ะ ปีนี้ถือเป็นปีที่โชคดีมากสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย และเรารู้สึกพิเศษมากจริง ๆ ค่ะ”

ฮันนีมูนในฝันของคุณวิสุทธินีย์ และ พัทธ์ธีรา จะเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของ ฤดูซากุระในญี่ปุ่น ทั้งคู่จะได้ใช้เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์เต็มใน โตเกียว ดื่มด่ำกับความงดงามของดอกซากุระและสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองได้อย่างเต็มที่

ปิติโชค จุลภมรศรี กล่าวเสริมว่า “ที่อโกด้า เราเชื่อว่าทุกคนควรได้รับประสบการณ์การฮันนีมูนในฝัน เราพร้อมสนับสนุนคู่รักทุกเพศไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศ ให้สามารถค้นหาที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และกิจกรรมที่ดีที่สุดเพื่อวางแผนการเดินทางที่น่าจดจำในชีวิต”

งานวิจัยเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ได้ประเมินถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะได้รับจากการบังคับใช้กฎหมายสมรสเพศเดียวกันในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองกฎหมายนี้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชีย รองจากไต้หวันในปี 2562 และเนปาลเมื่อปีที่แล้ว กฎหมายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIA+ ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

โก โฮลเซลล์ เปิด ‘ตลาดนัดชุมชน’ เพื่อคนหาดใหญ่ หนุน SME เพิ่มแบรนด์เลิฟในชุมชน

โก โฮลเซลล์ เปิด 'ตลาดนัดชุมชน' เพื่อคนหาดใหญ่ หนุน SME เพิ่มแบรนด์เลิฟในชุมชน

โก โฮลเซลล์ เปิด ‘ตลาดนัดชุมชน’ เพื่อคนหาดใหญ่ หนุน SME เพิ่มแบรนด์เลิฟในชุมชน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.56 น.

โก โฮลเซลล์ เปิดพื้นที่ “ตลาดนัดชุมชน เพื่อคนหาดใหญ่” หนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย เติมสีสันเปิดสาขา เพิ่มแบรนด์เลิฟในชุมชน
 
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร จุดหมายใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ “ตลาดนัดชุมชน เพื่อคนหาดใหญ่” ที่ โก โฮลเซลล์ สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้กับเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน โอท็อป และผู้ประกอบการรายย่อยในหาดใหญ่ สงขลา จำนวน 55 บูท จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยได้รับเกียรติจาก นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา ร่วมเยี่ยมชมบูธผู้ประกอบการ โดยมี  นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายอย่างคึกคัก

สำหรับ “ตลาดนัดชุมชนฯ” เป็นกิจกรรมการเปิดพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก เอสเอ็มอี โอท็อป ได้มีโอกาสสร้างรายได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่ง โก โฮลเซลล์ จะจัดทุกครั้งที่มีการเปิดสาขาใหม่ เพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าในท้องถิ่นให้มีช่องทางจำหน่าย ตอกย้ำการเป็นธุรกิจค้าส่งเพื่อผู้ประกอบการ และช่วยผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

-(016)

อว.เผยความสำเร็จพัฒนา ‘เซรั่มน้ำยางพารา’ สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

อว.เผยความสำเร็จพัฒนา 'เซรั่มน้ำยางพารา' สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

อว.เผยความสำเร็จพัฒนา ‘เซรั่มน้ำยางพารา’ สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.53 น.

“ศุภมาส” เผยไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนา “เซรั่มน้ำยางพารา” สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีสารต้านอัลไซเมอร์ มะเร็ง ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคเบาหวาน ชี้เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมยางพาราไทย ผลงานกระทรวง อว.สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท/ปี เดินหน้าจัดตั้งโรงงานผลิตระดับอุตสาหกรรมตามมาตรฐาน GMP

18 กุมภาพันธ์ 2568 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง) ที่จังหวัดสงขลา ว่า  ขณะนี้กระทรวง อว.โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) รวมทั้งภาคเอกชนได้สนับสนุนให้ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเซรั่มน้ำยางพารา (CERB) มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ พัฒนานวัตกรรมการใช้เซรั่มน้ำยางพาราเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ ซึ่งเป็นการนำเซรั่มน้ำยางพารามาผ่านกระบวนการได้เป็นสารต้านอัลไซเมอร์ มะเร็ง ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคเบาหวาน โดยผลิตภัณฑ์นี้ สามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากเดิมได้ไม่น้อยกว่า 100 เท่า สามารถเพิ่มมูลค่าราคายางพาราแก่ผู้ประกอบการได้มากขึ้น คาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ภูมิภาค ได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทในปี 2570 ทั้งยังส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและสิทธิบัตรนานาชาติเกี่ยวกับเทคโนโลยี การสกัดสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพมูลค่าสูงหลายรายการ

รมว.กระทรวง อว.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ แต่เดิมที่อุตสาหกรรมยางพารามุ่งเน้นการส่งออกในรูปวัตถุดิบต้นน้ำ ต่อมา CERB ได้ศึกษาคุณสมบัติของเซรั่มน้ำยางพารา ซึ่งเป็นองค์ประกอบของน้ำยางประกอบด้วยเซรั่มน้ำยางพาราคิดเป็น 65% ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมผลิตยาง เพื่อพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพและการแพทย์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยแบ่งออกเป็น 2 เเพลตฟอร์มเทคโนโลยี ได้แก่ 1. แพลตฟอร์มการสกัดแยกส่วน (Separation-based technology) โดยการแยกสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเซรั่มน้ำยางพารา และ 2. แพลตฟอร์มการย่อยด้วยเอนไซม์ (Digestion-based technology) โดยการใช้เอนไซม์เฉพาะเพื่อสกัดสารชีวภาพที่มีมูลค่าสูง เพื่อนำสารสำคัญมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ อาทิ สารสกัด Hb-extract เพื่อใช้ในเวชสำอาง มีสารพฤกษเคมีช่วยบำรุงผิว, Hevea latex oligosaccharides (HLOs) มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกส์ คล้าย Human Milk Oligosaccharides (HMO) และช่วยต้านอัลไซเมอร์และมะเร็ง, Beta-glucan oligosaccharide (BGOs) มีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอย และต้านมะเร็ง, Quebrachitol มีศักยภาพช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และป้องกันโรคเบาหวานและ5’-Methylthioadenosine (MTA) มีฤทธิ์ต้านมาลาเรีย วัณโรค และมะเร็ง เป็นต้น

“ปัจจุบัน CERB ได้พัฒนาโรงงานต้นแบบผลิตสารชีววัตถุจากเซรั่มน้ำยางพาราซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท อินโนซุส จำกัด ซึ่งมีการลงทุนแล้วกว่า 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรมในอนาคต โดยโครงการดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท/ปี แน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำแล้ว ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้ก้าวสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสุขภาพระดับสากล ที่สำคัญยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการแพทย์ของประเทศ นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้ภาคเกษตรกรมีช่องทางรายได้เพิ่มขึ้น ผ่านการจำหน่ายเซรั่มน้ำยางพาราไปยังโรงงานแปรรูป ตลอดจนกระตุ้นการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น อาหารเสริม ยาชีวภาพ และเวชสำอาง ที่มีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า

สำหรับแผนในอนาคต CERB ตั้งเป้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสารชีวภาพจากเซรั่มน้ำยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และส่งเสริมการจัดตั้งโรงงานผลิตระดับอุตสาหกรรมตามมาตรฐาน GMP โดยคาดว่าภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะสามารถสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากทรัพยากรยางพาราได้อย่างยั่งยืน

NSM จัด ‘คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.เฉลิมฉลอง 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – สปป.ลาว’ สร้างสังคมและวัฒนธรรมวิทย์ในอาเซียน

NSM จัด 'คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.เฉลิมฉลอง 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย - สปป.ลาว' สร้างสังคมและวัฒนธรรมวิทย์ในอาเซียน

NSM จัด ‘คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.เฉลิมฉลอง 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – สปป.ลาว’ สร้างสังคมและวัฒนธรรมวิทย์ในอาเซียน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.45 น.

NSM จัด “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.เฉลิมฉลอง 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – สปป.ลาว” สร้างสังคมและวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ในอาเซียน

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดงาน “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – สปป.ลาว” ร่วมกับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายไซยะลาด ซงมีไซ รองหัวหน้ากรมสามัญ กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว เป็นประธานเปิดงาน มีผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.อพวช. และนายทองพัน อุไลทอน ผอ.โรงเรียนมัธยมศึกษาสมบูรณ์เวียงจันทน์ น.ส.วจิรัสยา พีรานนท์ อุปทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมเปิดงาน

นายไซยะลาด กล่าวว่า ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาประเทศ การจัดงานคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – สปป.ลาว ในครั้งนี้เป็นประโยชน์ ต่อเยาวชน สสป.ลาว ฝากครูและนักเรียนที่มาเข้าร่วมงานว่าให้ศึกษาและนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเองรวมถึงการจัดกิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ภายในประเทศต่อไป

ขณะที่ ผศ.ดร.รวิน ในฐานะผู้แทนกระทรวง อว.กล่าวว่า กิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.ฯ ครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลของการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย และ สปป.ลาว นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ อพวช.ในการสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้กับเยาวชนและประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ อพวช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.ฯ ครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนและประชาชน สปป.ลาว สร้างสังคมและวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ในอาเซียนต่อไป

ด้านนายทองพัน กล่าวว่า มีความรู้สึกยินดี และขอบคุณกระทรวง อว. อพวช. มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และหน่วยงานร่วมจัด ที่นำกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.ฯ มาจัดให้กับโรงเรียนเป็นครั้งที่ 2 กิจกรรมนี้จะช่วยจุดประกายความสนใจวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้กับเยาวชน สปป.ลาว พวกเราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักเรียนของโรงเรียนได้รับโอกาสเข้ารับการอบรมเป็นอาสาสมัครแนะนำชิ้นงาน นิทรรศการ และกิจกรรมต่าง ๆ ในคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.ฯ ซึ่งเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเป็นนักสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ ที่สามารถอธิบายเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่เข้าใจยากให้แก่ผู้เข้าชมได้อย่างสนุกสนานและเข้าใจง่ายถือเป็นการพัฒนาเยาวชนให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต

สำหรับคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – สปป.ลาว นำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ ชุด Science On The Move และ Science Project นิทรรศการสนุกกับอาชีพวิทย์ นิทรรศการ Taxidermy การแสดงทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรม Explorium กิจกรรมเกมและของเล่นวิทยาศาสตร์ กิจกรรมเปิดฟ้ามองดาว กิจกรรมมุมนักประดิษฐ์ กิจกรรมจรวดขวดน้ำ โดยงานมีตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ก.พ.2568

-(016)

‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ ครีเอทลุคสดใสรับร้อนของ Lee | Smiley

‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ ครีเอทลุคสดใสรับร้อนของ Lee | Smiley

‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ ครีเอทลุคสดใสรับร้อนของ Lee | Smiley

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.29 น.

Lee แบรนด์แฟชั่นที่มาพร้อมคุณภาพ นวัตกรรม และความคงทน สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการแฟชั่นอีกครั้งด้วยการชวนแฟชั่นนิสต้าทั้งชายหญิงไปสนุกสนานกับการครีเอทลุคสดใสต้อนรับฤดูร้อนก่อนใครกับคอลเลคชั่นล่าสุด ‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ โดย Lee ได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษร่วมกับ Smiley ไอคอนหน้ายิ้มสีเหลืองสดใส สัญลักษณ์แห่งการคิดบวกและเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก การร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ทุกวันของหนุ่มสาวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความร่าเริง พร้อมส่งต่อพลังบวกให้กับคนรอบตัว

 ‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ การ Collaboration ร่วมกันของ Lee และ Smiley เพื่อสร้าง Soft Power ความเป็นไทยผ่านแฟชั่นและคาแรคเตอร์รอยยิ้ม ที่พร้อมจะบอกชาวโลกถึงความเป็น “ยิ้มสยาม” ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น สถานที่แลนด์มาร์คชื่อดัง อาหารไทย ข้าวเหนียวมะม่วง รถตุ๊กตุ๊ก แม้กระทั่งอักษรไทย ได้ถูกสร้างสรรค์ลงบนเสื้อผ้า Lee และรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของ Smiley

‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ ในดินแดนแห่งความสุข สดใส คอลเลคชั่นนี้ผสมผสานความน่าตื่นเต้นและสนุกสนานจากยุค 90s สร้างกลิ่นอายเรโทรผสมผสานกับความไฮเปอร์โมเดิร์น ด้วยเทคนิคการสร้างสรรค์สร้างความน่าตื่นเต้นให้ดีไซน์ด้วย ผ้ายีนส์ทอลาย smiley เสื้อมัดย้อม tie-dye และงานปักผสม patch work บนตัวเสื้อ มาครบทั้งเดนิม ทีเชิ้ต เสื้อยืด ไม่ว่าจะเป็น แจ๊คเก็ตยีนส์ กางเกงยีนส์ขายาว กางเกงยีนส์ขาสั้น กระโปรงยีนส์สั้นของสาวๆ หมวก กระเป๋าสะพายข้าง และครอสบอดี้เดนิม 

โดยครั้งนี้ยังได้แบรนด์แอมบาสเดอร์สุดฮอต ที่แค่ยิ้มก็ทำให้โลกนี้สดใสอย่าง หมาก – ปริญ สุภารัตน์ มาร่วมเดินทางไปใน ‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการครีเอทลุคจากคอลเลคชั่นนี้อย่างสนุกสนานให้กับเหล่าเดนิมเลิฟเวอร์อีกด้วย

Lee เป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ นวัตกรรม และความคงทน เริ่มจากการก่อตั้ง ‘เอช.ดี. Lee Mercantile Company’ โดย Henry David Lee ในแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา Lee กลายเป็นแบรนด์เดนิมในตำนานที่หลงใหลในการพัฒนาแฟชั่นและนวัตกรรมมาตลอด 130 ปี จนก้าวมาเป็นผู้นำด้านแฟชั่นร่วมสมัยและที่อยู่ในกระแสตลอดมา เฉกเช่นเดียวกันกับ Smiley® ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการคิดบวกและเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกมาเกือบจะ 50 ปีแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่นำมาใช้ในแวดวงดนตรี การเต้น และศิลปะอยู่เสมอ แค่เพียงได้เห็น Smiley® ก็ทำให้คุณยิ้มได้อย่างมีความสุข

ยินดีต้อนรับสู่ ‘Lee | Smiley: Smile Lee Smile Land’ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของไทยในแบบที่คุณสัมผัสได้! เตรียมพบกับคอลเลคชั่นสุดพิเศษต้อนรับซัมเมอร์นี้ ที่จะทำให้คุณสดใสและมาร่วมเดินทางไปกับรอยยิ้มของ Lee | Smiley ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Lee ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ www.lee.co.th และอย่าพลาดกับ Lee Smiley showcase สุดพิเศษที่จะจัดขึ้นที่ Central World โซน Dazzle ชั้น 1 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2568 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองความสุขและรอยยิ้มนี้กันเถอะ

ตามคำเรียกร้องกับเมนู’ขาปูอลาสก้า’โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

ตามคำเรียกร้องกับเมนู'ขาปูอลาสก้า'โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

ตามคำเรียกร้องกับเมนู’ขาปูอลาสก้า’โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.21 น.

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับเมนู “ขาปูอลาสก้า” เกรดพรีเมียมแบบออนไอซ์ สดใหม่ ใหญ่ยักษ์ให้ได้ลิ้มลอง เฉพาะวันพุธจนถึงเดือนมีนาคม ศกนี้เท่านั้น ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์คนรักอาหารทะเลต้องไม่พลาดกับ “Alaskan King Crab Night” ทุกมื้อเย็นวันพุธ (วันที่ 19, 26 กุมภาพันธ์ และ 5,12,19,26 มีนาคม 2568) ระหว่าง เวลา 18.00 – 22.00 น. ที่บริการรวมวัตถุดิบนานาชาติชั้นนำให้อร่อยได้ไม่อั้นทั้ง ขาปูอลาสก้า หอยนางรม กุ้งเม่น้ำ หอยหวาน ปูม้า ฯลฯ และยังมีอาหารญี่ปุ่นมากมาย โดยเฉพาะสายปลาดิบกับซาชิมิ “ทูน่าบลูฟิน” ปลาฮามาจิ ซูชิฟัวกราส์ วากิว แซลมอน ปลาไหลญี่ปุ่น ความอร่อยที่พลาดไม่ได้

นอกจากนี้ยังมุม “ข้าวต้มกุ๊ย” “Carving Station 7 วัน 7 เมนู” ขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์ ข้าวต้มปลากะพง พาสต้าพรีเมียม ซุปเห็ดทรัฟเฟิล เทมปุระ เทปปันยากิ เครื่องดื่มน้ำอัดลม ชา-กาแฟ ของหวานทั้งไทย เบเกอรี่ ไอศกรีม และผลไม้ตามฤดูกาล รับประกันความคุ้มค่า ในราคาเพียงท่านละ 1,700++ บาทพิเศษกับโปรโมชั่นส่วนลด! เหลือเพียงท่านละ 1,299++ บาท ทานได้ไม่จำกัดเวลาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413 หรือ ไลน์ @theemeraldhotel  และ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop

‘รันแห่งความรัก อยุธยา 21K’ ระดมทุนมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กไทย

‘รันแห่งความรัก อยุธยา 21K’  ระดมทุนมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กไทย

‘รันแห่งความรัก อยุธยา 21K’ ระดมทุนมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กไทย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.21 น.

แอสเซทไวส์ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักงานวิ่งการกุศล “รันแห่งความรัก อยุธยา 21K” เพื่อส่งต่อโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ผ่านโครงการ “ก้าวเพื่อน้องปีที่ 5” ของมูลนิธิก้าวคนละก้าว และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมี กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด(มหาชน) นำทีมผู้บริหาร พนักงาน ร่วมด้วย โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒิ  แบรนด์พรีเซนเตอร์ของแอสเซทไวส์ ร่วมวิ่งส่งต่อแรงบันดาลใจ พร้อมจัดพื้นที่นั่งพักเติมพลังสำหรับนักวิ่ง และกิจกรรมแจกของที่ระลึกเติมเต็มประสบการณ์ดีๆ ให้กับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ทั้งสุขภาพ มิตรภาพ และร่วมสร้างสังคมแห่งโอ กาสไปพร้อมกัน

ภายในงานได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักวิ่งใจบุญกว่า 10,000 คน เริ่มสตาร์ท ณ บริเวณลานข้างวัดพระ รามหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีจัดเต็มยามค่ำคืนในเมืองเก่าอยุธยา นำโดย ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย และศิลปินดาราอีกมากมายที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและพลังบวกให้กับทุกคนในงาน ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตฟังเพลงเพราะๆ จากศิลปินดัง อาทิ ตูน บอดี้สแลม และ บุ๋นแบนด์

Traces of Sunlight & February ชวนค้นหาความทรงจำของชีวิตผ่านแสงแดด

Traces of Sunlight & February ชวนค้นหาความทรงจำของชีวิตผ่านแสงแดด

Traces of Sunlight & February ชวนค้นหาความทรงจำของชีวิตผ่านแสงแดด

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.17 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนค้นหาความงดงามและความทรงจำผ่านร่องรอยแห่งแสงแดด  เปรียบเสมือนความรู้สึก ความสุข ความอบอุ่นหรือช่วงเวลาที่อ่อนไหว คงเหลือร่องรอยแห่งการเติบโต ความหวัง และการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในห้วงของเวลานั้น นิทรรศการงานศิลปะ “Traces of Sunlight & February” เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น สะท้อนถึงขบวนการเติบโตของดอกไม้ทั้ง 5 สายพันธุ์ จาก 5 ศิลปินที่ออกแบบขึ้นโดยใช้แสงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ที่งอกเงยไปจนถึงช่วงเวลาที่ผลิบานอย่างเต็มที่ ร่องรอยของแสงแดดไม่ได้เป็นเพียงรูปธรรม แต่ยังเป็นตัวแทนของ พลังชีวิต ความหวัง และ การเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่วันนี้ – 5 มีนาคม 2568  ณ ICON Art and Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

Arumilike flower  by ORON  จักรกฤษณ์ โสมหิรัญ หรือ โอร่อน พูดถึงความรักในช่วงวัยเด็ก บอกเล่าเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์ ชื่อ Paper  เกิดจากคอนเซปต์ “รักเรียบง่าย” สื่อถึงความรักที่ไม่ต้องการคำตอบ ไม่ต้องการเหตุผล แค่ความรู้สึก ‘Like’ ที่บริสุทธิ์และตรงไปตรงมา เหมือนความรักในวัยเด็กที่ทุกอย่างดูง่ายดาย ไม่ซับซ้อน ไม่มีการคาดหวัง แต่กลับลึกซึ้งและอบอุ่นจนยากจะลืม เหมือนกับความรักที่เราได้ลองสัมผัสครั้งแรก ง่ายดายแต่ลึกซึ้ง ดอกไม้แห่งจินตนาการที่งอกงามจากความสงสัยใคร่รู้อันแสนเรียบง่ายของหัวใจในวัยเด็ก

จักรกฤษณ์ โสมหิรัญ

“Morning Glory by Tomato Head พรพพิน หล้าทา หรือ พิมพ์ กับ รักรุ่งโรจน์ ที่บานสะพรั่งบนความไม่จีรัง” บอกเล่าเรื่องราวผ่าน Morning Glory ดอกผักบุ้งที่บานสะพรั่งในยามเช้าตรู่ เผยความงามราวกับอัญมณีท่ามกลางแสงแรก ช่างน่าเสียดาย ที่เจ้าร่วงโรยลงอย่างรวดเร็วเมื่อตะวันกำลังลับฟ้า สัญลักษณ์ของ “ความรุ่งโรจน์ที่เปราะบาง” ย้ำเตือนเราว่า ความสำเร็จ ชื่อเสียง หรืออำนาจ อาจหอมหวานเพียงชั่วครู่ ดั่งดอกไม้ที่มีเวลาเบ่งบานในเวลาอันสั้น และเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านั้นอาจเสื่อมสลาย เหลือทิ้งไว้เพียง “ความผูกพัน และ ความทรงจำ”

พรพพิน หล้าทา

“Rose by 29 Art-Studio วุฒิภัทร วงศ์ดี หรือ ภัทร สภาวะความผูกพันในความรัก“ นำเสนอผ่านคาแรคเตอร์ Ruby ของภัทร  เป็นงาน doodle art เป็นการวาดรูปลายเส้นขยุกขยิกไปตาม อารมณ์ไม่มีจุดประสงค์แน่ชัดว่า จะวาดรูปอะไร ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้สึก นึกคิดของผู้วาดในช่วงเวลานั้น เป็นศิลปะบำบัดที่ช่วยให้ผ่อนคลาย พัฒนาความ ว่า เพิ่มสมาธิ และควบคุมอารมณ์

วุฒิภัทร วงศ์ดี

“Rosemary by Captain MOZMO โดย ณัฐชา ลีวันแสงทอง หรือ มากิ ความทรงจำ รักตลอดกาล” นำเสนอดอก Rosemary ที่ไม่ได้เป็นเพียงพืชสมุนไพร แต่เป็น “ผู้เก็บความทรงจำ” พลังแห่งการระลึกถึง ความรัก ความผูกพันอันแสนอบอุ่น ที่เคยได้สัมผัสจากบุคคลอันเป็นที่รักในอดีต ไม่ว่าความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงด้วยการจากลาหรือระยะทางที่ไกลแสนไกล Rosemary จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ และ รักอันเป็นนิรันดร์ แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งในทุกกลีบ กลิ่นหอมของมันคือความรักที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แม้ร่างกายจะแยกจากกันไป แต่หัวใจและจิตวิญญาณยังคงอยู่ตลอดกาล

“Lily of the Valley โดย อรญา ลัดดากลม หรือ  Lookplu8 (ลูกพลับ) ความสมหวังเรื่องความรัก“ ลูกพลับ นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบคาแรคเตอร์ และ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ผู้มีลายเส้นตัวการ์ตูนที่น่ารักสดใส โดยใช้กลุ่มตัวละครนามว่า “Karoke” เหล่ากระรอก และ ผองเพื่อน บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลัก “Yui (ยุ้ย)” เจ้ากระรอกสีขาวแก้มแดงผู้ชื่นชอบขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจโดย เฉพาะคุ้กกี้ ด้วยลายเส้นที่แสนน่ารักของเจ้า Yui และผองเพื่อน ทําให้ลูกพลับ ถูกรับเชิญเข้าร่วมงานคาแรคเตอร์ระดับประเทศมากมาย อีกทั้งยังได้ร่วม คอลแลปกับแบรนด์ดังอย่าง Astro Boy Go!, Garfield และ Devilcase อีกด้วย

อรญา ลัดดากลม 

Special Guest : นริศรา เพียรวิมังสา โดดเด่นด้านการใช้สีอะคริลิกสร้างสรรค์จิตรกรรมเชิงสัญลักษณ์ บุคคลลึกลับพร้อมดวงตาเบิกกว้างที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้ รวมถึงงานปักผ้า (Embroidery) ที่มีความละเอียดอ่อน อัตลักษณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใครคือการลดทอนความสมบูรณ์แบบทางกายวิภาค โดยเน้นผสานการสื่อความหมายจากสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของผู้คนร่วมสมัย ทั้งหลากหลายและซับซ้อน มีทั้งด้านดีและร้าย ปะปนกันไป

นริศรา เพียรวิมังสา 

ร่วมค้นหาร่องรอยแห่งแสงแดด ผ่านนิทรรศการศิลปะ จาก 5 ศิลปิน ได้ในงาน “Traces of Sunlight & February” ตั้งแต่วันนี้  – 5 มีนาคม 2568  ณ ICON Art and Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

CEA ผนึกกำลัง กทม. และ ม.ศิลปากร พร้อมบวกการออกแบบเพื่อขับเคลื่อนย่านสร้างสรรค์

CEA ผนึกกำลัง กทม. และ ม.ศิลปากร พร้อมบวกการออกแบบเพื่อขับเคลื่อนย่านสร้างสรรค์

CEA ผนึกกำลัง กทม. และ ม.ศิลปากร พร้อมบวกการออกแบบเพื่อขับเคลื่อนย่านสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.07 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดงานช่วงที่ 2 “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025” (BKKDW2025) ภายใต้แนวคิด “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นกิจกรรมงานเปิดย่านพระนครและบางลำพู – ข้าวสาร ผ่านการนำเสนอเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าที่ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์และความทันสมัย เพื่อสร้างพลังของการออกแบบที่สะท้อนโอกาสใหม่ ๆ ให้กับกรุงเทพฯ พร้อมโปรแกรมส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศสร้างสรรค์” ที่แข็งแกร่งสำหรับเมือง พร้อมสนับสนุนและขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านการออกแบบ  ปีนี้ ย่านพระนครและข้าวสารยังคงร่วมเป็นพื้นที่หลักของเทศกาลฯ เช่นเคย พร้อมกับย่านข้าวสารที่เข้าร่วมเป็นย่านน้องใหม่ ทั้งย่านพระนครและบางลำพู – ข้าวสาร เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความหลากหลายและอัตลักษณ์ที่โดดเด่น รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นย่านสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“ทั้ง 2 ย่านนี้นำเสนอโปรแกรมน่าสนใจมากมาย เช่น MEGA MAT โดย CEA, สถานทูตเนเธอร์แลนด์, PTT Global Chemicals และ MVRDV Architects ซึ่งเป็นเสื่อพลาสติกรีไซเคิลขนาดใหญ่จากพลาสติกรีไซเคิล ให้ทุกคนสามารถแวะเข้ามานั่งพักผ่อน เป็นเสมือน ‘ห้องนั่งเล่นของเมือง’, Boundless Pleasure งานออกแบบ Projection Mapping ฉายบนศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หนึ่งในอาคารและพื้นที่สาธารณะสำคัญของย่านพระนคร ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของนักสร้างสรรค์ที่ทุกคนจะได้เห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ด้านการออกแบบ และ บางลำพู’s Art & Craft Market สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างนักสร้างสรรค์ ชุมชน และภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง นอกจากนี้ ยังมีการทดลองแนวคิดใหม่ๆ อย่างการปรับพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในย่าน ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองในอนาคต กรุงเทพมหานครพร้อมนำแนวคิดเหล่านี้ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้จริง เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่น่าอยู่ เต็มไปด้วยโอกาส และแรงบันดาลใจสำหรับผู้คนทุกกลุ่ม เพราะเราเชื่อว่าออกแบบดี กรุงเทพฯ ดี”

ด้าน ศ.ดร. ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า “ปีนี้มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมจัดงานเทศกาลฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในย่านพระนคร โดยกลุ่มมิตรเมือง (Urban Ally) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเพิ่มย่านบางลำพู – ข้าวสารในปีนี้ที่ได้พาร์ทเนอร์ใหม่ขับเคลื่อนพื้นที่ให้ผสมผสานประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตัวอย่างโปรแกรม ได้แก่ Little Local Beyond Ordinary ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินศึกษาถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชุมชน ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ที่ผสานอดีตเข้ากับปัจจุบันอย่างลงตัว และ MinutePocket_UrbanBed ที่ทดลองเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นพื้นที่พักผ่อน ส่วนย่านบางลำพู-ข้าวสาร มีโปรแกรมเช่น บางลำพู’s RUNWAY กับงานออกแบบที่สะท้อนรากเหง้าของบางลำพูและ Banglamphu’s Story ที่ใช้ Projection Mapping ถ่ายทอดวิวัฒนาการของย่าน มหาวิทยาลัยศิลปากรเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาเมืองให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อเมืองที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน”

ดร.ชาคริต พิชญากูร

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านการออกแบบ  (UCCN – Bangkok City of Design) ซึ่งได้รับการประกาศมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเทศกาลฯ มุ่งประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและสากล ตลอดจนสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

“ช่วงที่ 2 ของเทศกาลฯ จัดขึ้นที่ย่านพระนคร และย่านบางลำพู – ข้าวสาร โดยปีนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่า 46 โปรแกรมในย่านพระนคร และอีก 42 โปรแกรมในย่านบางลำพู -ข้าวสาร ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและแสดงให้เห็นศักยภาพของงานออกแบบในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก ที่เต็มไปด้วยโอกาสและพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง”

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 จัดงานในกว่า 7 ย่านทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงจุดจัดกิจกรรมมากกว่า 180 แห่ง โดยย่านสำคัญในช่วงที่ 2 ได้แก่ ย่านพระนคร,บางลำพู-ข้าวสาร และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ขอเชิญทุกคนมาสำรวจการผสมผสานระหว่างงานดีไซน์กับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของย่านเมืองเก่าที่สะท้อนพลังบวกของงานออกแบบในฐานะเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง นอกจากนี้ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่  22-23 กุมภาพันธ์ 2568 ยังมีย่านหัวลำโพง และบางโพ มาร่วมจัดโปรแกรมสร้างสรรค์ เติมพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจผ่านงานออกแบบในเทศกาลฯ อีกด้วย

ตามเก็บโปรแกรมต่างๆ ของเทศกาลฯ ให้ครบทุกพื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ แล้วมาดูกันว่าพลังของงานดีไซน์ จะบวกความเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน? มาร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ทุกคนอยากอยู่ไปพร้อมกัน