‘ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว’ รีแบรนด์ใหม่! ยกระดับประสบการณ์พักผ่อนริมน้ำสุดหรูที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

‘ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว’ รีแบรนด์ใหม่! ยกระดับประสบการณ์พักผ่อนริมน้ำสุดหรูที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

‘ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว’ รีแบรนด์ใหม่! ยกระดับประสบการณ์พักผ่อนริมน้ำสุดหรูที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.19 น.

สู่มิติใหม่แห่งการพักผ่อน! ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว โรงแรมระดับหรูริมแม่น้ำแควน้อย พร้อมยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือกว่าในทุกรายละเอียด ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นและบริการสุดประทับใจ  เพื่อให้ทุกการเข้าพักเป็นความทรงจำอันแสนพิเศษแบบ See it. Feel it. Xcape it.

ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความร่วมมือระหว่าง เธียรชัย เตชวัฒนสุข เจ้าของและวิศวกรผู้มีชื่อเสียง และ ยูนิคอร์น ฮอสพิทาลิตี้ (Unicorn Hospitality) ทำให้ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว (The Xcape River Kwai Hotel) ได้รับการพลิกโฉมรีสอร์ทสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวแบบไลฟ์สไตล์  ที่มีทั้งความสนุกสนาน การผจญภัย และความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการผสานนวัตกรรมการออกแบบที่แสดงออกถึงสถาปัตยกรรมและวิถีทางสังคมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี ให้เข้ากับประสบการณ์ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทำให้ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว มิใช่เพียงสถานที่พักผ่อน แต่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเดินทางที่สร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าจดจำแก่ทุกท่านที่มาเยือน

นอกจากการรีแบรนด์แล้ว ยูนิคอร์น ฮอสพิทาลิตี้ ยังได้เข้ามาบริหารจัดการโรงแรมอย่างเต็มรูปแบบ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านบริการที่ให้ความสำคัญกับผู้เข้าพักเป็นหลัก และการพัฒนาการดำเนินงานของรีสอร์ทให้เป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น เรื่องราวที่น่าประทับใจ และความมุ่งมั่นในการมอบบริการอันเหนือระดับของ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว  ทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมกันเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างและน่าจดจำ ที่ซึ่งผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับเรื่องราวแห่งอดีต ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และสัมผัสห้วงเวลาแห่งแรงบันดาลใจ

เปิดพิกัด! รีสอร์ทริมน้ำสุดชิค กิจกรรมสุดโดนใจ สำหรับผู้หลงใหลความแปลกใหม่

ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว รีสอร์ทหรูสุดชิค ตั้งอยู่ริมโค้งน้ำอันงดงามของแม่น้ำแควน้อยในจังหวัดกาญจนบุรี เมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ธรรมชาติที่สวยงามและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว จึงเป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดหมายแห่งการเดินทางที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ครบทุกมิติ ทั้งการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น การพักผ่อนที่เหนือระดับ ท่ามกลางธรรมชาติอันตระการตาที่เชื่อมโยงเข้ากับการออกแบบอันโดดเด่น ทุกรายละเอียดของรีสอร์ทแห่งนี้ ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งการสร้างแรงบันดาลใจใหม่และความทรงจำอันล้ำค่าให้กับแขกผู้มาเยือน

#FeedMeNow สัมผัสรสชาติอาหารชั้นเลิศ ท่ามกลางทิวทัศน์อันน่าประทับใจ ที่ เดอะ บริดจ์ บาร์ แอนด์ บิสโทร (The Bridge Bar & Bistro) ทุกเมนูคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น มาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอาหารไทยยอดนิยมที่คุ้นเคยและอาหารนานาชาติชั้นเลิศ แขกจะได้ลิ้มลองอาหารไทยร่วมสมัยและอาหารนานาชาติจานโปรดในระหว่างที่เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของสายน้ำได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะมารับประทานอาหารเช้าแบบสบาย ๆ จิบค็อกเทลชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หรือดื่มด่ำกับอาหารค่ำสุดพิเศษใต้หมู่ดาว

#XcapeLifestyle ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว นำเสนอประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การพายซับบอร์ดท้าทายสายน้ำในแม่น้ำแควน้อย ไปจนถึงทริปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมพร้อมไกด์ ที่จะนำท่านไปค้นพบความงดงามที่ซ่อนเร้นของเมืองกาญจนบุรี นอกจากนี้ รีสอร์ทยังมีพื้นที่สำหรับการประชุมที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ที่ช่วยสร้างสรรค์บรรยากาศและแรงบันดาลใจให้กับทุกงานอีเวนท์ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหรืองานจัดเลี้ยงระดับองค์กร หรืองานสังสรรค์ส่วนตัวเพื่อการพักผ่อน และการเฉลิมฉลอง #MeetingSuccess #GoodTimes รวมถึงเติมเต็มความสุขให้ชีวิต ด้วยช่วงเวลาแห่งการดูแลตัวเองกับ Mine Wellness สถานที่แห่งการพักผ่อนและฟื้นฟู ด้วยการบำบัดแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อมอบประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบองค์รวม และทรีตเมนต์สปาที่เงียบสงบ ซึ่งช่วยคืนความสมดุลและสร้างเสริมสุขภาพที่ดี #TimeForMe

เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว ได้รังสรรค์แพ็คเกจท่องเที่ยวสุดพิเศษอย่างพิถีพิถัน ที่ปรับแต่งตามไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนสุดโรแมนติก การผจญภัยที่น่าตื่นเต้น หรือการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ทุกการเข้าพักเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง

พิเศษสุด! เตรียมพบกับ ‘Dine on the River’ ประสบการณ์มื้อค่ำสุดชิคแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนแพลอยน้ำใต้แสงดาว @ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว (จำกัดเพียง 10 ท่าน) ที่จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

“ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว เป็นรีสอร์ทไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว การร่วมมือกับ ยูนิคอร์น ฮอสพิทาลิตี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยความเชี่ยวชาญของพวกเขา จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ ยกระดับการบริการและประสบการณ์การเข้าพักให้กับแขกของเรา เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางสู่ความสำเร็จครั้งใหม่นี้ไปด้วยกัน” – เธียรชัย เตชวัฒนสุข เจ้าของโรงแรม ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว รีสอร์ทสไตล์บูทีคสุดหรู เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของ ยูนิคอร์น ฮอสพิทาลิตี้  ด้วยความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมผสานกับความงามของธรรมชาติ จึงทำให้ที่นี่เป็นรีสอร์ทริมน้ำที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราที่มุ่งมั่นในการยกระดับขีดความสามารถการให้บริการลูกค้าไปสู่การให้บริการอันเป็นเลิศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์และความประทับใจที่เหนือความคาดหมายให้กับแขกทุกท่านที่มาเยือน” — ยานน์ กูริยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูนิคอร์น ฮอสพิทาลิตี้

สร้างสรรค์ทุกทริป ให้ตรงใจทุกการเดินทาง

ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว พร้อมมอบประสบการณ์พักผ่อนเหนือระดับ ที่นี่…ทุกการเดินทางถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ในแบบที่เป็นคุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นทริปกระชับความสัมพันธ์ ทริปผจญภัยสุดเร้าใจ หรือพักผ่อนชิล ๆ เราพร้อมพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันพักผ่อนที่น่าจดจำ

เติมความหวานให้ชีวิตคู่กับประสบการณ์ ‘LOVE’ ที่รังสรรค์มาเพื่อคุณและคนพิเศษ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกด้วยอ่างอาบน้ำ Mandala จิบไวน์รสเลิศ ชิมอาหารแบบ Blind Tasting และนวดผ่อนคลายสำหรับคู่รัก หรือเลือกสนุกสุดเหวี่ยงกับประสบการณ์ ‘PLAY’ ที่จัดเต็มด้วยเกมดื่ม ทริปปิกนิกชมวิว และนวดเติมพลัง สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง ‘RELAX’ พร้อมปรนนิบัติคุณด้วยนวดศีรษะและไหล่ เครื่องดื่มยามพระอาทิตย์ตกดิน อาหารค่ำสุดโรแมนติก และล่องเรือชมธรรมชาติ และสำหรับนักเดินทางสายผจญภัย ‘DISCOVER’ ชวนคุณไปสัมผัสความงามของกาญจนบุรีกับทริปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปิกนิกชมวิว กิจกรรมทางน้ำ และเครื่องดื่มยามเย็น

พิเศษ! ฉลองการรีแบรนด์

ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว ฉลองการรีแบรนด์ครั้งใหญ่! มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2568 รับทันที! อาหารเช้าพร้อมแชมเปญทุกวัน และชุดน้ำชายามบ่ายสุดหรู เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาของการพักผ่อนของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ฟินทั้งรสชาติ ฟินทั้งผ่อนคลาย! สำหรับสายกิน รับส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นแอลกอฮอล์) ที่ The Bridge Bistro & Bar หรือสายสุขภาพ จะเลือกผ่อนคลายกับทรีตเมนต์สปา ณ Mine Wellness รับส่วนลด 20% เช่นกัน!

ปิดท้ายอย่างอบอบอุ่น เพื่อความทรงจำดีๆ ที่คุณจะไม่มีวันลืม…ดิ เอ็กซ์เคป ริเวอร์แคว ขอมอบของที่ระลึกสุดพิเศษ ให้คุณเก็บความประทับใจกลับบ้าน

สัมผัสประสบการณ์พักผ่อนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของคุณ ด้วยห้องพักสุดหรู ราคาเริ่มต้นเพียง 4,500 บาท/คืน (ช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว เพิ่ม 1,500 บาท/ห้อง/คืน)

จองง่าย ไร้กังวล! กรุณาสำรองห้องพักล่วงหน้า 7 วัน โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถคืนเงินหรือใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ ราคาที่แสดงรวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

สัมผัสประสบการณ์พักผ่อนสุดพิเศษก่อนใคร! ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองห้องพักได้ที่ https://Xcapehotels.com/  หรือคลิกที่นี่!

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมวันไตโลกปี 2568 ‘Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health’

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมวันไตโลกปี 2568 'Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health'

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมวันไตโลกปี 2568 ‘Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health’

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.42 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมวันไตโลกปี 2568 “Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health” หมั่นดูแลไต ใส่ใจคัดกรอง ป้องกันโรคไต

องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคมของทุกปีเป็น วันไตโลก (World Kidney Day) เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคไต และได้มีความรู้ความเข้าใจถึงแนวทางในการป้องกันและชะลอความเสื่อมของไต ปัจจุบันพบว่าสถานการณ์โรคไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยโรคไตวาย และรอการฟอกไตรายใหม่เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อสืบสานพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้เป็นที่พึ่งแก่ประชาชนชาวไทย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเท่าเทียม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมวันไตโลก ประจำปี 2568 “Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health” หมั่นดูแลไต ใส่ใจคัดกรอง ป้องกันโรคไต โดยมี รศ. นพ.สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรมโรคไต รพ.จุฬาภรณ์ นำโดย นพ.ศุภณัฐ วรวิชชวงษ์ นพ.ปรัชญา พุมอุทัยวิรัตน์ และ นพ.ปิยพันธ์ ประพันธ์วัฒนะ ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไตบนเวทีเสวนาและการดูแลผู้ป่วยโรคไตและยังรวมถึงดูแลผู้บริจาคไต เรียกได้ว่า โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ดูแลทั้งผู้ให้และผู้รับในการติดตามอาการป่วยเป็นอย่างดี  สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ บริเวณ ชั้น 1 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2568

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  เปิดเผยว่า “ ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในฐานะที่เป็นหน่วยให้บริการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร ได้ให้ความสำคัญของการจัดกิจกรรมวันไตโลก (World Kidney Day) พร้อมร่วมรณรงค์ส่งเสริมดูแลสุขภาพไตแก่ประชาชน ภายใต้แนวคิด “Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health” “หมั่นดูแลไต ใส่ใจคัดกรอง ป้องกันโรคไต” เพื่อให้บริการวิชาการด้านสุขภาพและร่วมดูแลรักษาสุขภาพในเชิงป้องกันโดยมุ่งหวังให้ประชาชนรู้ระดับความเสี่ยง หมั่นตรวจร่างกาย และลดพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายลดอัตราการตายจากโรคสำคัญ ทั้งยังสร้างการรับรู้การดูแลรักษาที่เหมาะสมและชะลอการเสื่อมของไต ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตด้วยการบริจาคอวัยวะ เพื่อสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความเข้มแข็ง ประชาชนไทยมีสุขภาพดี ”

สำหรับกิจกรรมภายในงาน วันไตโลก ประจำปี 2568  “Are Your Kidneys OK? Detect Early, Protect Kidney Health” “หมั่นดูแลไต ใส่ใจคัดกรอง ป้องกันโรคไต” โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยศูนย์โรคไต ได้จัดให้มีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไต ในหัวข้อ ปัญหาคาไต ใส่ใจป้องกัน โดย นพ.ศุภณัฐ วรวิชชวงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรคไต รพ.จุฬาภรณ์ หัวข้อ ปลูกถ่ายไต ชีวิตใหม่ของผู้รับ โดย นพ.ปรัชญา พุมอุทัยวิรัตน์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรคไต รพ.จุฬาภรณ์ ซึ่งมีแขกรับเชิญพิเศษ คุณชวัลกร ภู่เจนจบ คนไข้ผู้รับการปลูกถ่ายไตรายแรกของ รพ.จุฬาภรณ์ มาร่วมพูดคุยถึงการปลูกถ่ายไตในโอกาสนี้ด้วย และหัวข้อ ฟอกไต ต่อชีวิต ไตเขาไตเรา โดย  นพ.ปิยพันธ์ ประพันธ์วัฒนะ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรคไต รพ.จุฬาภรณ์

นอกจากนี้ ในงานยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมตรวจคัดกรอง แนะนำ ปรึกษาดูแลสุขภาพไต เช่น การตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ ตรวจวัคความดันโลหิต แพทย์ให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีผลการตรวจโปรตีนในปัสสาวะผิดปกติ  โภชนาการอาหารผู้ป่วยโรคไต  นิทรรศการเรื่องการบำบัดทดแทนไตและรับบริจาคอวัยวะอีกด้วย 

สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกนั้น ต้องรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายไต คือ การบำบัดทดแทนไตในการรักษาภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายวิธีหนึ่ง โดยนำไตที่ยังทำงานดีหนึ่งข้างจากผู้บริจาคที่มีชีวิตหรือผู้บริจาคที่เสียชีวิตภาวะสมองตาย นำมาปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยให้ผลในการรักษาดีกว่าและประสบความสำเร็จมากกว่า การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งประโยชน์ของการปลูกถ่ายไตผู้ป่วยจะมีการทำงานของไตที่ใกล้เคียงกับผู้ป่วยที่มีไตปกติทั้งสองข้าง และเหนือกว่าการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีอื่น ได้แก่ การกรองของเสีย การแลกเปลี่ยนดูดกลับน้ำและเกลือแร่ ผลิตฮอร์โมน เป็นต้น  อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคแทรกซ้อนจากการฟอกไต มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้

การปลูกถ่ายไตมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ 1.การปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคมีชีวิต ผู้บริจาคไตต้องเป็นญาติที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือเป็นสามีภรรยาที่แต่งงานตามหลักเกณฑ์ที่ระบุตามกฎหมาย  การปลูกถ่ายไตโดยวิธีนี้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่มีภาวะไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ยังไม่เข้ารับการบำบัดทดแทนไตโดยการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง 2. การปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตาย ในทางการแพทย์และกฎหมายถือว่าเป็นผู้เสียชีวิตแล้ว ที่มีการทำงานของไตยังปกติ โดยผ่านการบริจาคให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทยซึ่งจะเป็นองค์กรกลางที่จัดสรรให้กับผู้รอรับไตอย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีขึ้น โอกาสประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตสูงกว่าอดีต เพราะมีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการการเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อไตและเลือดของผู้บริจาคและผู้รับบริจาค มีการผ่าตัดโดยใช้วิธีส่องกล้อง มียากดภูมิคุ้มกันชนิดรับประทานที่มีประสิทธิภาพ โดยผลสำเร็จในการปลูกถ่ายไตขึ้นกับหลายปัจจัย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือชนิดของไตที่ได้รับ ถ้าเป็นไตที่มาจากญาติพี่น้องที่เนื้อเยื่อสามารถเข้ากันได้ และมาจากบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ โอกาสที่ไตจะทำงานได้เป็นปกติ และทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้นก็มีสูงขึ้นผลสำเร็จใน 1 ปี และ 5 ปี อยู่ประมาณ 95 เปอร์เซนต์ และ 90 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ แต่ถ้าเป็นไตที่มาจากบุคคลอื่น หรือมาจากผู้ที่เสียชีวิตแล้ว แม้โอกาสที่ไตจะทำงานได้เป็นปกติก็จะลดลง แต่ก็ยังคงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากผลสำเร็จใน 1 ปี และ 5 ปี อยู่ประมาณ 85 เปอร์เซนต์ และ 70 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ผู้ป่วยสัญชาติไทยที่เข้ารับการปลูกถ่ายไต กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จะได้รับการดูแลครอบคลุมทุกสิทธิ์การรักษา และจะได้รับการดูแล ตรวจติดตามอาการของทั้งผู้ป่วยและผู้บริจาคไตไปตลอดชีวิต

สำหรับศูนย์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตทั้งในแบบระยะสั้น และระยะยาวอย่างครบครันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมีทีมบุคลากรซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต ทำงานร่วมกันกับโภชนากร เภสัชกร และพยาบาลประจำศูนย์ในการประเมินการทำงานของระบบไต ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อช่วยในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยชะลอการเสื่อมของไตและช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากไตเสื่อม เปิดให้บริการตรวจรักษาโรคโดยทีมแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคไต อาทิ คลินิกให้คำปรึกษาก่อนบำบัดทดแทนไต การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง การปลูกถ่ายไต  โดยสามารถติดต่อเข้ารับการปรึกษาได้ ที่ศูนย์โรคไต ชั้น 3 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สอบถามเพิ่มเติม โทร 1118 ต่อ 6192-3 หรือปรึกษาการปลูกถ่ายไต ติดต่อ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายไต โทรศัพท์ 1118 ต่อ 6782 และสำหรับผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษา หรือ HN เพื่อความสะดวกและไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN  HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store ได้แล้ววันนี้

-(016)

EssilorLuxottica ส่งต่อความมั่นใจให้พ่อแม่ด้วยเลนส์ Stellest® หลังผลวิจัย 5 ปี ยืนยันประโยชน์ระยะยาวต่อภาวะสายตาสั้นในเด็ก

EssilorLuxottica ส่งต่อความมั่นใจให้พ่อแม่ด้วยเลนส์ Stellest®  หลังผลวิจัย 5 ปี ยืนยันประโยชน์ระยะยาวต่อภาวะสายตาสั้นในเด็ก

EssilorLuxottica ส่งต่อความมั่นใจให้พ่อแม่ด้วยเลนส์ Stellest® หลังผลวิจัย 5 ปี ยืนยันประโยชน์ระยะยาวต่อภาวะสายตาสั้นในเด็ก

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

(ขวา) ดร.มายูมิ ฟาง และ น้องสายลม และ น้องก้อนเมฆ

ท่ามกลางความกังวลของผู้ปกครองที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับปัญหาสายตาของลูกน้อย Essilor® ได้เปิดเผยผลการศึกษาระยะเวลา 5 ปี ยืนยันว่า เลนส์ Stellest® สามารถช่วยชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการนำเสนอข้อมูลนี้ในงาน “Essilor® Stellest® 5-Year Milestone : Shaping the Future of Myopia Management” ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ในงานได้รวมผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาชั้นนำในประเทศไทย อาทิ พญ.เตือนใจ วงวรเศรษฐ์ จาก Vora Visions Clinic และ ดร.มายูมิ ฟาง นักทัศนมาตรและผู้จัดการฝ่ายวิชาการและฝึกอบรมจาก บริษัท เอสซีลอร์ลูซอตติกา โฮลเซล (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมพูดคุยถึงปัญหาสายตาสั้นในเด็กที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ น้องสายลม และ น้องก้อนเมฆจากเพจดัง “เรไรรายวัน” มาแบ่งปันประสบการณ์จริงหลังจากได้ใช้เลนส์ Stellest และผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงการมองเห็นของพวกเขา

พญ.เตือนใจ วงวรเศรษฐ์ จักษุแพทย์จาก Vora Visions กล่าวว่า “เด็กที่มีภาวะสายตาสั้นตั้งแต่อายุยังน้อยมีแนวโน้มที่ค่าสายตาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะสายตาสั้นระดับรุนแรง (High Myopia) เมื่อโตขึ้น และอาจนำไปสู่โรคทางตาที่ร้ายแรง เช่น ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาลอกจุดรับภาพเสื่อม และอาจถึงขั้นตาบอด นอกจากนี้ ภาวะสายตาสั้นยังอาจส่งผลต่อพฤติกรรมและสภาพจิตใจของเด็ก เพราะการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้ผลการเรียนลดลง กระทบความมั่นใจ และนำไปสู่ความเครียดและภาวะขาดความมั่นใจในตัวเอง”

ในงาน “Essilor Stellest 5-Year Milestone” งานวิจัยระยะยาวจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เหวินโจว ยืนยันถึงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องของ เลนส์ Essilor® Stellest® ในการควบคุมสายตาสั้น ตลอดระยะเวลา 5 ปี เลนส์สามารถ ชะลอความก้าวหน้าของสายตาสั้นได้ 1.75D และ ลดความยาวของลูกตาลง 0.72 มม. เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้ใช้เลนส์ควบคุมสายตาสั้นการศึกษานี้เริ่มต้นในปี 2018 กับเด็กอายุ 8-13 ปี และพบว่าประโยชน์ของเลนส์ยังคงต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 18 ปี ปัจจุบันการวิจัยได้ขยายไปสู่ปีที่ 6 และ 7 เพื่อยืนยันว่า เลนส์ Stellest เป็นโซลูชั่นระยะยาวที่เชื่อถือได้ในการดูแลสายตาของเด็ก

ดร.มายูมิ ฟาง นักทัศนมาตรและผู้จัดการฝ่ายวิชาการและฝึกอบรมจาก บริษัท เอสซีลอร์ลูซอตติกา โฮลเซล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวสรุปว่า “เด็กที่ใส่เลนส์ Stellest® ทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง มีอัตราการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นลดลงถึง 67% และอัตราการยืดของลูกตาลดลง 60% โดยเฉลี่ย ภายในระยะเวลา 5 ปี เด็กที่ใส่เลนส์ Stellest® มีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งของเด็กที่ใช้เลนส์สายตาทั่วไป”

หนึ่งในช่วงที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานคือ ชนิดา สุวรรณานนท์ คุณแม่ของน้องสายลม และน้องก้อนเมฆ จากเพจ “เรไรรายวัน” มาแชร์ประสบการณ์ถึงความกังวลและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากลูกชายของเธอได้ใช้เลนส์ Stellest® ว่า “ลูกชายทั้งสองคนมีภาวะสายตาสั้นตั้งแต่ยังเด็ก และถึงแม้พวกเขาจะใส่แว่นสายตาปกติ แต่ค่าสายตาก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 16 เดือน สายลมมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นถึง 4 ระดับ (-1.00 D)และก้อนเมฆมีค่าสายตาแย่ลงในอัตราเดียวกัน ซึ่งตอนนั้นคุณแม่กังวลมาก แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้เลนส์ Stellest® คุณแม่สังเกตเห็นความแตกต่างอย่างมาก ภายใน 17 เดือน ค่าสายตาของน้องทั้งสองแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย มีเพียง 1 ระดับ (-0.25 D) ในดวงตาข้างเดียว การเห็นว่าค่าสายตาสั้นของพวกเขาเพิ่มขึ้นช้าลงมาก และน้องทั้งสองคน สวมใส่เลนส์ Stellest อย่างคุ้นเคย สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เขาแฮปปี้มากๆ ทำให้คุณแม่รู้สึกโล่งใจมาก จึงอยากฝากถึงผู้ปกครองทุกคนให้หมั่นใส่ใจดูแลบุตรหลาน เพราะการมองเห็นที่ชัดมีผลต่อสภาวะอารมณ์ของเด็ก ตลอดจนการเรียนรู้และพัฒนาการของเขาอย่างมากค่ะ”

นอกจากเลนส์ที่ล้ำสมัยแล้ว EssilorLuxottica ยังนำเสนอคอลเลคชั่นแว่นสายตาสำหรับเด็ก Spring/Summer 2025 ที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ใส่สบาย ปรับได้ และทนทาน เหมาะกับทุกกิจกรรมในแต่ละวัน ด้วยวัสดุพิเศษอย่าง ไนลอน ไฟเบอร์ และไบโอเบส เสริมบานพับยืดหยุ่นและปลายขาปรับได้ ช่วยให้แว่นกระชับกับใบหน้า มีน้ำหนักเบา ไม่กดทับ สวมใส่ได้นานแบบไม่อึดอัดตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัยและความสบาย ซึ่งนอกจากแว่นตาจะช่วยให้การมองเห็นชัดขึ้นแล้ว ยังเป็นเสมือนไอเทมแฟชั่นให้เด็กๆ ได้สนุกกับการแสดงตัวตนและสไตล์ในแบบของตัวเอง

พญ.เตือนใจ วงวรเศรษฐ์

พญ.เตือนใจ วงวรเศรษฐ์

มอริส ลาครัวซ์ เผยโฉม‘AIKON’รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 1,000 เรือนในโลก

มอริส ลาครัวซ์ เผยโฉม‘AIKON’รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 1,000 เรือนในโลก

มอริส ลาครัวซ์ เผยโฉม‘AIKON’รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 1,000 เรือนในโลก

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มอริส ลาครัวซ์ (MAURICE LACROIX) เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่! ไอคอน ออโตเมติก วอตโตะ ลิมิเต็ด เอดิชั่น (AIKON Automatic Wotto Limited Edition) เรือนเวลาพิเศษอันน่าทึ่ง!ผลงานชั้นเยี่ยมที่สวมใส่ได้และมีจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือนนี้ไม่เพียงแต่เขย่าวงการนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังทำให้นาฬิกาเรือนนี้โดดเด่นเหนือใครอีกด้วย และจากการผสมผสานกันอย่างสุดยอดระหว่างวัฒนธรรมคนเมือง กับการแกะสลักอย่างมีศิลปะ ของนาฬิกาสวิสนี้ทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนาฬิกาซีรีส์ เออร์เบิน ไทร์ป (Urban Tribe) นั่นเอง

เรื่องราวอันทันสมัยนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 เมื่อศิลปินชาวฮังการี @Timeengraver ได้แกะสลักนาฬิกา AIKONและอวดโฉมให้คนทั้งโลกได้ชื่นชมผ่านทาง Instagram การแสดงออกทางศิลปะอย่างอิสระนี้ได้กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา เมื่อ แบรนด์ มอริส ลาครัวซ์ นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดตัวนาฬิกา AIKON Automatic Urban Tribe และ AIKON Automatic Skeleton Urban Tribe ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงทั้งยังมีจำนวนจำกัด โดยได้รับการยินยอมจากนักออกแบบ และสองปีให้หลัง แบรนด์ก็ได้สร้างผลงานชิ้นใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยในครั้งนี้มีภาพประกอบของ Wotto ศิลปินชาวอังกฤษที่เป็นบุคคลสำคัญในวงการสตรีทอาร์ตร่วมด้วย

AIKON Automatic Wotto Limited Edition เรือนเวลาที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของสวิสเข้ากับจักรวาลแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดของ Wotto นั่นคือพลังของวัฒนธรรมคนเมือง ที่ซึ่งมีบทสนทนาของศิลปะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา นำพาซึ่งแรงบันดาลใจมาบรรจบและตอบสนองซึ่งกันและกัน ด้วยความร่วมมือกันในครั้งนี้ มอริส ลาครัวซ์ ได้ก้าวผ่านเส้นแบ่งระหว่างนาฬิกาและศิลปะไปมากกว่าที่เคย

AIKON รุ่นใหม่นี้เป็นมากกว่านาฬิกาแกะสลัก เพราะดูจะเป็นงานศิลปะที่แท้จริงสำหรับสวมใส่ข้อมือ โดยผสานเอาองค์ประกอบทั้งหมดจากผลงานของ Wotto เข้าไว้ด้วยกัน บนตัวเรือนขนาด 42 มม.สายนาฬิกาและขอบตัวเรือนที่ทำจากสตีลนั้นได้รับการแกะสลักด้วยลวดลายจากจินตนาการอันล้นเหลือของเขา เห็ด หัวใจดวงเล็กๆ ผีที่โลดแล่นบนสเก็ตบอร์ดและสายฟ้าที่ล้อมรอบตัวอักษร W ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ที่เรียงต่อกันเป็นอักษรโบราณบนข้อต่อของสายนาฬิกาอันหรูหราที่เชื่อมติดกันของ AIKON และขยายต่อไปยังตัวเรือนและขอบตัวเรือนข้อต่อแต่ละชิ้นต่างบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองอักษรภาพเหล่านี้โดดเด่นขึ้นด้วยความแตกต่างระหว่างความแวววาวของผิวขัดมันและลายสลักของเครื่องตกแต่ง ทำให้นาฬิกามีมิติขึ้นอย่างชัดเจน

ตามไปอัปเดต AIKON Automatic Wotto Limited Edition ได้ที่ มอริสลาครัวซ์ บูติค ชั้น 2 Gaysorn Village 02-8539742 หรือ LINE Official @MauriceLacroixTH คลิก https://lin.ee/TYO5J3F

เส้นทางความสำเร็จของ PCL Hospitality : ผู้นำด้านการบริหารโรงแรมแบบครบวงจร

เส้นทางความสำเร็จของ PCL Hospitality : ผู้นำด้านการบริหารโรงแรมแบบครบวงจร

เส้นทางความสำเร็จของ PCL Hospitality : ผู้นำด้านการบริหารโรงแรมแบบครบวงจร

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ของ ปฐม ศิริวัฒนประยูร หรือ “คุณทอม” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุด PCL Hospitality ได้เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงแรมในประเทศไทย ด้วยแนวทางที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงมีบทบาทในการช่วยพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของโรงแรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมขยายแนวทางการบริหารไปสู่ตลาดระดับภูมิภาค

แนวคิด One-Stop Service : บริหารครบวงจรเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเจ้าของโรงแรม

ปฐม กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจว่า “เราไม่ได้มองว่าการบริหารโรงแรมเป็นแค่เรื่องของการจัดการห้องพักหรือการให้บริการแขก แต่คือการสร้างความสำเร็จให้กับเจ้าของโรงแรมตั้งแต่จุดเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนพัฒนาโครงการ กลยุทธ์ทางธุรกิจ ไปจนถึงการบริหารจัดการในระยะยาว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”

PCL Hospitality ให้บริการแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การวางกลยุทธ์การดำเนินงาน ไปจนถึงการบริหารโรงแรมทั้งในรูปแบบ Third-Party Operator หรือภายใต้ระบบแฟรนไชส์ของแบรนด์ระดับโลก เจ้าของโรงแรมสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น

ระบบแฟรนไชส์ : แนวทางของ PCL Hospitality ปัจจุบัน ระบบแฟรนไชส์ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการโรงแรม แต่ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อดีและข้อจำกัดของแนวทางนี้ ปฐม อธิบายว่า “แฟรนไชส์เปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมบริหารธุรกิจได้อย่างอิสระมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพลังของแบรนด์ระดับโลกได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโรงแรม”

ทีมของ PCL Hospitality พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ และช่วยเจ้าของโรงแรมประเมินทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารแบบอิสระหรือการเข้าร่วมแฟรนไชส์ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

กลยุทธ์ด้านการบริหาร : ทีมสนับสนุนจากส่วนกลาง

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ PCL Hospitality คือ ทีมสนับสนุนจากส่วนกลาง (Corporate Cluster) ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของแต่ละโรงแรม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ปฐม อธิบายว่า “แทนที่แต่ละโรงแรมจะต้องมีทีมงานครบทุกแผนก PCL Hospitality นำทรัพยากรส่วนกลางมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้สามารถลดต้นทุน พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของโรงแรมได้ในระยะยาว”

PCL Hospitality มีทีมที่ดูแลครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขายและการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ การบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อควบคุมต้นทุน ระบบวิศวกรรมและบำรุงรักษา ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมของลูกค้าจะดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของความสำเร็จ : ความซื่อสัตย์และจริงใจ

นอกเหนือจากกลยุทธ์การบริหาร สิ่งที่ทำให้ PCL Hospitality เติบโตอย่างมั่นคงคือ แนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และจริงใจ

“เรามุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่โปร่งใสกับลูกค้า คู่ค้า และทีมงานของเรา เพราะเราเชื่อว่าความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจากความจริงใจนั้น เป็นรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน” ปฐม กล่าว

ด้วยหลักการนี้ ทำให้ PCL Hospitality ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมมาโดยตลอด และสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ก้าวต่อไปของ PCL Hospitality ในปี 2025

สำหรับปี 2025 PCL Hospitality กำลังขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ของตนเองควบคู่ไปกับการรุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูง “เรากำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับสากลอย่างแข็งแกร่ง” ปฐม กล่าว

อีกหนึ่งปัจจัยที่ PCL Hospitality ให้ความสำคัญคือ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการบริหารจัดการโรงแรม บริษัทได้ลงทุนในระบบอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ด้วยแนวทางที่ชัดเจนและการบริหารแบบครบวงจร PCL Hospitality ยังคงเดินหน้าสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

คุณแหน : 14 มีนาคม 2568

คุณแหน : 14 มีนาคม 2568

คุณแหน : 14 มีนาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม ต้อนรับ กอบเพชร หาญพัฒนพาณิชย์ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเขต 2 ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2568 รอบที่ 1 ณ ศาลากลางจ.นครปฐม..

ll ยินดีกับ พล.ท.นุกูล นรฉันท์ ที่ได้เป็นประธานกรรมการคณะกก.องค์การสะพานปลา โดยมี กก. คือ วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข,ธาราพร สิงหพันธุ์ มหิทธาฟองกุล,อำพันธุ์ เวฬุตันติ,ทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์, ศิริพงษ์ รัสมี..

ll ดร.วิวัฒน์-ทิพพวดี มุ่งการดี มอบเงินบริจาคเพื่ออาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ภัทรพร วิวะรินทร์ รับมอบ..

ll ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ วันเกิดไปทำบุญกับมูลนิธิรามาธิบดี แล้วไปไหว้พระที่อยุธยา..

ll วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ พร้อม พิทักษ์ เหล่าแสงงาม และ ฐิติมา รุ่งผาติ ร่วมต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์นำชาวหลักสูตร Digital CEO#8 กว่า 70 คน ไปดูงานเทคโนโลยีดิจิทัลของ Amazon Web Services (Thailand)..

ll ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์(NER)ชวนพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นปูพื้นยางพาราสำหรับปศุสัตว์ แลกเปลี่ยนไอเดียและต่อยอดธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ในธุรกิจคุณและอัปเดตเทรนด์ ร่วมสัมผัสนวัตกรรมใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ แบบยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐานสากล ในงาน VIV ASIA 2025 เป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ครบทุกมิติ 12-14 มี.ค. 10.00-18.00 น. ณ บูธ 1-2499(NER)ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี..

ll ข่าวดีชาว Digital CEO และ SCL ทุกรุ่น ตอนนี้หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Digital CEO) รุ่นพิเศษ Avantgarde studies เปิดรับศิษย์เก่ามาอัปเดตแนวโน้มเทคโนโลยีด้านดิจิทัลใหม่ๆ 2025 ของ Gartner เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น Agentic AI : ระบบ AI ที่สามารถวางแผนและดำเนินการตามเป้าหมายที่ผู้ใช้กำหนดได้เอง, AI Governance Platforms : แพลตฟอร์มการกำกับดูแล AI ที่ช่วยจัดการด้านกฎหมาย จริยธรรม และประสิทธิภาพของระบบ AI, Disinformation Security : เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง,Adaptive and Autonomous Security : ระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถปรับตัวและควบคุมตนเองได้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ,Internet of Behaviors(IoB) : การใช้ข้อมูลเพื่อติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานอินเตอร์เนต, Bio-Tech and Human Augmentation : การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและการเสริมสมรรถภาพมนุษย์,Industry Cloud Platforms : แพลตฟอร์มคลาวด์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ,Quantum Computing : การใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมเพื่อแก้ปัญหาที่ยากต่อการแก้ได้ด้วยคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม,Digital Twins : การใช้ข้อมูลดิจิทัลเพื่อสร้างแบบจำลองของระบบหรือกระบวนการทางกายภาพเพื่อทำนายและปรับปรุงประสิทธิภาพ, Hyperscale AI : การพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ รายละเอียดโทร.089-1428990 หรือ https://www.depa.or.th/th/article-view/digitalceo_avantgarde..

ll สวด ร.ต.อ.ทวี พานประทีป บิดา พ.ต.อ.ธนะพัฒน์ พานประทีป ศาลา 9วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ ลาดพร้าว 12-14 มี.ค. 18.30 น. ฌาปนกิจ 15 มี.ค. 15.00 น. ..

ll สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมคณะกรรมการ BCC 129 และเพื่อนๆ กว่า 30 คน ร่วมงานแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่ได้รับรางวัล BCC ดีเด่น(รางวัลอารีย์ เสมประสาท)และศิษย์เก่าผู้ทำคุณประโยชน์ ได้แก่ รศ.ทรงกลด จารุสมบัติ,รศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ และ โชติพัฒน์พีชานนท์..ll

น้องไหม่

แบรนด์แฟชั่นไทย‘POEM’โชว์ฝีมืออีกครั้งรังสรรค์ชุดสุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์‘Disney’s Snow White สโนว์ไวท์’

แบรนด์แฟชั่นไทย‘POEM’โชว์ฝีมืออีกครั้งรังสรรค์ชุดสุดพิเศษ  แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์‘Disney’s Snow White สโนว์ไวท์’

แบรนด์แฟชั่นไทย‘POEM’โชว์ฝีมืออีกครั้งรังสรรค์ชุดสุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์‘Disney’s Snow White สโนว์ไวท์’

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฌอน-ชวนล ไคสิริ

แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย “POEM” โดย ฌอน-ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ สร้างสรรค์ชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสโนว์ไวท์และราชินีใจร้าย เตรียมเผยโฉมในงาน Thailand Gala Premiere ของภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่นแห่งปีที่ทุกคนรอคอย “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” 17 มีนาคมนี้ ที่สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จจากครั้งก่อนที่ดิสนีย์และ POEM เคยร่วมกันรังสรรค์ชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละคร Maleficentและจัดแฟชั่นโชว์สุดตื่นตาในการเปิดตัวภาพยนตร์ “Maleficent : Mistress of Evil”เมื่อปี 2019

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ทาง POEMได้ออกแบบชุดพิเศษขึ้นมาใหม่ โดยหยิบเอาองค์ประกอบและรายละเอียดในภาพยนตร์ “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ที่กำลังจะเข้าฉายในวันที่ 20 มีนาคม 2568 มาเป็นแรงบันดาลใจ พร้อมถ่ายทำแฟชั่นเซตสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยช่างภาพชื่อดัง ธาดา วาริช และได้สองนักร้องนักแสดงชื่อดัง โบว์-เมลดา สุศรี ผู้พากย์เสียงภาษาไทยเป็นสโนว์ไวท์ และ นัท-มีเรีย เบนเนเดดตี้ผู้พากย์เสียงภาษาไทยเป็นราชินีใจร้ายมาเป็นนางแบบ

ฌอน-ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ POEM และดีไซเนอร์ผู้ออกแบบชุดที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” กล่าวว่า สโนว์ไวท์เป็นความทรงจำวัยเด็ก และจุดเริ่มต้นของการเป็นแฟนดิสนีย์ของเขา โดยมีภาพจำคือเจ้าหญิงดิสนีย์ที่มีความน่ารักสดใส จนเมื่อได้เห็นตัวอย่างของภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่น “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ก็รู้สึกประทับใจและเกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบชุดให้กับคาแร็กเตอร์ในเรื่อง โดยเชื่อมโยงกับความหลากหลายที่เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบของแบรนด์ POEM  

“หลังจากได้เห็น Disney’s Snow White ครั้งนี้ เราตั้งใจที่จะเน้นให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นเจ้าหญิงของสโนว์ไวท์ที่ทุกคนหลงรักและชื่นชอบ รวมถึงอยากให้ผู้คนได้เห็นว่า ไม่ว่าจะมีรูปลักษณ์ภายนอกหรือคุณลักษณะทางกายภาพอย่างไร POEM ก็สามารถตีความคุณสมบัติแบบเจ้าหญิงที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และทำให้ทุกคนสามารถค้นพบความเป็นเจ้าหญิงที่ซ่อนอยู่ในตัวเองได้”

เมื่อถามแรงบันดาลใจในการออกแบบ ฌอน เผยว่า ได้หยิบเอาองค์ประกอบและรายละเอียดต่างๆ ในภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่น “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์”หลายอย่าง อาทิ สี และ Silhouette มาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยพยายามเลือกชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของแต่ละตัวละครในไลฟ์แอ๊กชั่นมากที่สุด นอกจากนี้ยังยึดวิธีการตามแบบฉบับ POEM ที่จะออกแบบชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของผู้สวมใส่ ซึ่งครั้งนี้เป็นสองนักร้องนักแสดงที่มีความเป็นตัวเองชัดเจนทั้ง “โบว์-เมลดา” ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นสโนว์ไวท์ และ “นัท มีเรีย” ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นราชินีใจร้าย จึงสามารถผสมผสานคาแร็กเตอร์ของทั้งคู่เข้ากับการเล่าเรื่องของสโนว์ไวท์ผ่านชุดเสื้อผ้าได้ไม่ยาก โดยชุดของสโนว์ไวท์ถูกออกแบบให้สะท้อนความเป็นเจ้าหญิงเน้นความนุ่มนวล น่ารัก สดใส ตามคาแร็กเตอร์ของตัวละคร โบว์-เมลดา ส่วนชุดของราชินีมีความเป็นนางพญา เน้นความสง่างามสมกับเป็นควีน ตามต้นแบบราชินีในเรื่องและคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นของ นัท มีเรีย

นาวิน ศรีผดุง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า “สโนว์ไวท์และราชินีใจร้าย เป็นตัวแทนของความคิดและค่านิยมที่แตกต่างกัน เหมือนที่ในภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่นเรื่อง Disney’s Snow White ได้สื่อผ่านสัญลักษณ์อย่างความสว่างสดใส สง่างาม กับความลึกลับ เปี่ยมเสน่ห์ ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยวิสัยทัศน์และแนวทางการออกแบบของ ฌอน ชวนล ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และดีไซเนอร์ของแบรนด์ POEM จะสามารถนำสัญลักษณ์เหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านชุดเสื้อผ้าที่สวยงาม นำเสนอเสน่ห์อันคลาสสิกและไร้กาลเวลาของสโนว์ไวท์ พร้อมกับเสริมความเป็นไทยเข้าไปได้อย่างลงตัว และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือครั้งพิเศษนี้จะทำให้แฟนๆ ดิสนีย์ รวมถึงกลุ่มคนดูหนังในประเทศไทยได้รู้จักกับเจ้าหญิงดิสนีย์คนแรกอย่างสโนว์ไวท์มากขึ้นด้วย”

สามารถติดตามภาพแฟชั่นเซตพิเศษของ “โบว์-เมลดา” และ “นัท มีเรีย”ในชุดของ POEM ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ได้ทาง Facebook : @WaltDisneyStudiosTH และ Instagram : @disneystudiosth และพลาดไม่ได้ เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมชุดฟินาเล่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ในงาน Thailand Gala Premiere “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 นี้ที่สยามพารากอน

นาวิน ศรีผดุง

นาวิน ศรีผดุง

ทริส คอร์ปอเรชั่น จับมือ สถาบันไอเอ็มซี ลงนาม MOU เปิดตัวหลักสูตรส่งเสริมการบริหารจัดการยุคใหม่ผ่าน AI

ทริส คอร์ปอเรชั่น จับมือ สถาบันไอเอ็มซี ลงนาม MOU  เปิดตัวหลักสูตรส่งเสริมการบริหารจัดการยุคใหม่ผ่าน AI

ทริส คอร์ปอเรชั่น จับมือ สถาบันไอเอ็มซี ลงนาม MOU เปิดตัวหลักสูตรส่งเสริมการบริหารจัดการยุคใหม่ผ่าน AI

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สถาบันไอเอ็มซี เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจ โดยมี รศ.ดร.ธนชาตินุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี และ ดร.อัมพร แสงมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการยุคดิจิทัลผ่าน AI โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงบทบาทของ Generative AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ทั้งในภาครัฐและเอกชน

ดร.อัมพร แสงมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและวิทยาการด้านการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กรร่วมกัน สนับสนุนการให้บริการเพื่อสร้างความเติบโตตามเป้าประสงค์ของแต่ละองค์กร โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของบุคลากรและทรัพยากรของทั้งสองฝ่าย ภายใต้เป้าประสงค์ร่วม คือ (1) การให้ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อสร้างความตระหนักรู้อันนําไปสู่การประยุกต์ใช้และพัฒนาองค์กรของผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และ (2) การพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกันผ่านการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และดําเนินงานโครงการต่างๆ ในด้านเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการบริหารจัดการองค์กรที่เกี่ยวข้อง

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรที่เปิดตัวภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้แก่ 1.หลักสูตร Generative AI for Smart Work – เรียนรู้เทคนิคการใช้ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยพนักงานในองค์กรให้เข้าใจและประยุกต์ใช้ Generative AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้และใช้งานเครื่องมือ AI ชั้นนำที่สามารถช่วยในงานหลากหลายประเภทผู้เรียนจะได้ฝึกฝนทักษะผ่าน Workshop ที่ออกแบบมา เพื่อเสริมความเข้าใจและใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี และ อาจารย์ศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นวิทยากร จัดอบรมทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่ วันที่ 8-9 เมษายน 2568, วันที่ 29-30 กรกฎาคม 2568 และวันที่ 9-10 ตุลาคม 2568 สถานที่อบรม ณ ห้อง Executive 1+2, Below Lobby Floor โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส (MBK Center)

2.หลักสูตร Gen AI Strategy for Executive – กลยุทธ์การใช้ AI สำหรับผู้บริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กร หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารรับมือกับความท้าทายของ AI โดยจะช่วยให้เข้าใจ แนวคิดพื้นฐานของ AI มุ่งเน้นไปที่แนวทางการปรับตัวขององค์กรในภาพรวม ไม่เพียงแค่ในมิติทางเทคนิค แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการและการนำ AI มาสนับสนุนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสมกับ ผู้บริหารองค์กรและผู้บริหารด้านกลยุทธ์ ผู้บริหารด้านไอทีและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์และการปรับใช้เทคโนโลยีขององค์กรและงานที่รับผิดชอบและผู้สนใจทั่วไป โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี และ ผศ.ดร.จิรพันธ์ แดงเดชประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและผู้ก่อตั้ง บริษัท อินโนคอป จำกัด ร่วมเป็นวิทยากร จัดอบรมทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่วันที่ 26 มีนาคม 2568, วันที่ 11 มิถุนายน 2568 และ วันที่ 9 กันยายน 2568สถานที่อบรม ณ ห้อง Executive 1+2,Below Lobby Floor โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส (MBK Center)

ทั้ง 2 หลักสูตรเปิดให้สมัครเข้าร่วมอบรมแล้วตั้งแต่วันนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ www.tris.co.th และ https://imcinstitute.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Email : trisacademy@tris.co.th และ contact@imcinstitute.comหมายเลขโทรศัพท์ 064-5961565, 098-4654429, 088-1927975, 099-3479694

ดีน่า นมถั่วเหลือง เปิดตัว ‘ต้าเหนิง’ พรีเซ็นเตอร์ใหม่พร้อมคอนเซ็ปต์ ‘เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า’

ดีน่า นมถั่วเหลือง เปิดตัว ‘ต้าเหนิง’ พรีเซ็นเตอร์ใหม่พร้อมคอนเซ็ปต์ ‘เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า’

ดีน่า นมถั่วเหลือง เปิดตัว ‘ต้าเหนิง’ พรีเซ็นเตอร์ใหม่พร้อมคอนเซ็ปต์ ‘เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า’

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดีน่า นมถั่วเหลืองผสมธัญพืชอันดับหนึ่งของไทย ประกาศเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ “ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง” นักแสดงสาวสุดฮอต พร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ “เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวผ่านทุกอุปสรรค โดยผลิตภัณฑ์ ดีน่า พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ มุ่งขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มเจน วาย (Gen Y) เจน ซี (Gen Z) และเจน อัลฟ่า (Gen Alpha) ให้เติบโตไปคู่กับแบรนด์อย่างแข็งแกร่ง

จิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ดีน่า นมถั่วเหลือง บริษัท แดรี่พลัส จำกัด เปิดเผยว่า “ปีนี้ ดีน่าให้ความสำคัญกับการสร้างสีสันให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านกิจกรรมและแคมเปญใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างโดยเฉพาะการขยายกลุ่มเป้าหมายสู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่า “เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า” จะเป็นแนวคิดที่สามารถเข้าถึงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน” ทั้งนี้ ได้จัดให้มีกิจกรรมเปิดส่งเสริมการตลาด เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง” อย่างยิ่งใหญ่ ณ สยามสแควร์วัน

ในการเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง” ครั้งนี้ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่“เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า” โดยเป็นแนวคิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งภายในงานมีกลุ่มลูกค้า กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมสนุกกับกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้นอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น มุมถ่ายรูปสร้างแรงบันดาลใจสำหรับวัยรุ่น, กิจกรรมเปิดประสบการณ์การดื่มดีน่ารูปแบบใหม่ กับเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นต้น สำหรับ ไฮไลท์ คือการเชิญ เกี๊ยว เจ้าของคณะเชิดสิงโต และ สไมล์ เจ้าของอู่ซ่อมรถร่วมพูดคุยกับครีเอทีฟถึงเบื้องหลังคอนเซ็ปต์ “เชื่อว่าดี #มันต้องดีน่า” กับการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหนังโฆษณาออนไลน์ และการเปิดตัว “ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง”พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ที่จะมาเป็นสื่อกลางในการสะท้อนและสร้างภาพลักษณ์สดใสให้กับแบรนด์ดีน่า

เหตุผลในการเลือก “ต้าเหนิง” รับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ของดีน่า ก็เพราะ “ต้าเหนิง” จัดได้ว่าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่มีพลัง มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดี และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า สอดคล้องกับแบรนด์ดีน่า ที่ต้องการส่งต่อพลังบวกให้กับทุกๆ คน” ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ เตรียมพบกับกิจกรรมและแคมเปญพิเศษตลอดปี 2568 จากผลิตภัณฑ์แบรนด์ “ดีน่า” ได้ทางเฟซบุ๊ก https://web.facebook.com/YoungClubByDNA%5D(https://web.facebook.com/YoungClubByDNA

ต้อนรับซัมเมอร์ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดแคตวอล์กสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่โชว์แบบเสื้อผ้าไทย 4 ภาค

ต้อนรับซัมเมอร์ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดแคตวอล์กสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่โชว์แบบเสื้อผ้าไทย 4 ภาค

ต้อนรับซัมเมอร์ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดแคตวอล์กสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่โชว์แบบเสื้อผ้าไทย 4 ภาค

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเวทีสร้างสรรค์ “Siam Center x Amazing Thailand The Fashion Runway” ตอกย้ำความงามของผ้าไทยในรูปแบบแฟชั่นสไตล์โมเดิร์นต้อนรับซัมเมอร์ 2025 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Combined into one” ซึ่งเป็นการรวมเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยทั้ง 4 ภาคผ่านการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อสร้างมูลค่าให้ผ้าพื้นเมืองก้าวกระโดดสู่งานสากล เป็นการชูพลัง Soft Power ของไทย ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้สนใจภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ

แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ คับคั่งไปด้วยศิลปิน นายแบบ นางแบบรุ่นใหม่ ตัวแทน young generation นำโดยศิลปินจาก ONE TRAINEE ทีม-นอร์ท-พาย-เก้า-โฟโต้-คาณ-ตูน และมาร์ค ร่วมด้วย วิน ทรงสิน, กราฟิค รัชวิศน์, นินน่า ญาณินและชาร์เลท วาศิตา โดยมี อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมเปิดงานและชมแฟชั่นโชว์

กว่า 50 ปีที่ผ่านมา สยามเซ็นเตอร์ คือ ศูนย์กลางแห่งจินตนาการและงานสร้างสรรค์ ไร้ขีดจำกัดในศาสตร์แห่งสุนทรีย์ของศิลปะ แฟชั่น เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ เป็นผู้นำเสนอเทรนด์สุดล้ำมาตลอด อีกทั้ง ยังเป็นต้นแบบแห่งการสนับสนุนนักออกแบบไทยทุกแขนงในแบบ ไทยสร้างสรรค์ หรือ Thai Creative มาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เป็นเวทีแห่งโอกาสสำหรับนักออกแบบและดีไซเนอร์ ทั้งรุ่นใหม่และระดับแนวหน้า ได้นำเสนอผลงานสู่ลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

สำหรับซัมเมอร์ 2025 สยามเซ็นเตอร์ ต้อนรับฤดูร้อนไปพร้อมกับการส่งเสริม Soft Power ไทย ตอกย้ำการเป็นเวทีที่เปิดโอกาสและนำเสนอผลงานไทยสร้างสรรค์ กับงาน SIAM CENTER the Summer Trendsetter 2025นำเสนอแฟชั่นตามแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ กับการร่วมมือกับเหล่าผู้นำเทรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เปิดงานด้วยแฟชั่นโชว์จากเหล่าศิลปินเจนใหม่ตัวแทนยังเจเนอเรชั่น มาร่วมเดินแบบอย่างคับคั่ง และกิจกรรมต่อเนื่องตลอดเดือนมีนาคมนี้ ทั้งแฟชั่นพรีเซนเทชั่น, เสวนาแฟชั่น และ pop up store สินค้าคอลเลคชั่นรับซัมเมอร์จากแบรนด์ดัง

สนุกกับเทรนด์แฟชั่นที่เปี่ยมแรงบันดาลใจไปกับ SIAM CENTER the Summer Trendsetter ตั้งแต่วันนี้-31 มีนาคม 2568 รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook, Instagram: SiamCenter