ร่วมแสดงความยินดี ‘ดร.ณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด’ ในโอกาสที่ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

ร่วมแสดงความยินดี ‘ดร.ณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด’ ในโอกาสที่ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

ร่วมแสดงความยินดี ‘ดร.ณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด’ ในโอกาสที่ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.10 น.

ภรณี  ลีนุตพงษ์  วิษา เจริญวัฒนานนท์  พวงทอง ปาละกูล  อารยา ชัยวัฒนศิริกูล   มารยาท พัธนพันธุ์  สกุลรัตน์ วัฒนสิทธิสิน  พลเรือตรีหญิง พันธุ์ทิพย์ ศรีวรนาถ ร่วมแสดงความยินดี กับ ดร.ณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด ในโอกาสที่ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และในโอการได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดี สถาบันปัญญาภิวัฒน์ ที่ร้านเชฟแมนราชดำริ เมื่อเร็วๆนี้

-(016)

‘Intelligent Asia Thailand 2025’ เปิดเวทีเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ เชื่อมโยงซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘Intelligent Asia Thailand 2025’ เปิดเวทีเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ เชื่อมโยงซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘Intelligent Asia Thailand 2025’ เปิดเวทีเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ เชื่อมโยงซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.08 น.

ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย งาน Intelligent Asia Thailand 2025 กำลังจะเปิดเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำระดับโลกจากหลากหลายสาขา อาทิ ระบบควบคุมอุตสาหกรรม การประกอบชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์กำลัง เครื่องจักร CNC และระบบอัตโนมัติในโรงงาน โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2025 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC) บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 10,000 ตารางเมตร

เวทีสำคัญของอุตสาหกรรม งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้จัดงานชั้นนำ ได้แก่ Yorkers Trade & Marketing Service Co., Ltd., Messe Frankfurt (HK) Ltd., Taiwan Branch และ GMTX Company Limited พร้อมการเข้าร่วมจากผู้แสดงสินค้ากว่า 300 บริษัท จากทั่วโลก เช่น จีน เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย ตุรเคีย และสหรัฐอเมริกา ที่จะนำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อเสริมศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมในภูมิภาค

Intelligent Asia Thailand: แพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรม Intelligent Asia Thailand เป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ค้นพบโซลูชันล้ำสมัยและสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ภายในงานจะมี 2 อีเวนต์สำคัญ ได้แก่:

•             PCB Thailand – เวทีเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรม PCB ที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต ระบบอัตโนมัติ การทดสอบ และวัตถุดิบ

•             Automation Thailand – ศูนย์กลางสำหรับโซลูชันระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ที่จะช่วยยกระดับการผลิตสู่โรงงานอัจฉริยะ

เวทีสัมมนาและโซนจัดแสดงเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เข้าถึงองค์ความรู้และเทรนด์ล่าสุด งานนี้จะมีเวทีสัมมนาหลัก ได้แก่:

•             PCB Stage – เจาะลึกนวัตกรรม PCB การลงทุนในอุตสาหกรรม และแนวโน้มของโรงงานสีเขียว

•             SPS Stage Bangkok – รวมผู้นำด้านระบบอัตโนมัติ เช่น Beckhoff Automation, Phoenix Contact และ Pilz South East Asia พร้อมแสดงโซลูชัน AI และ IT/OT Integration

•             Tech Stage – นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดในระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ IIoT และดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ไฮไลต์เทคโนโลยีจากผู้แสดงสินค้า ผู้แสดงสินค้าชั้นนำจะนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่ล้ำสมัย เช่น:

•             Shenzhen Han’s CNC Technology และ World Wide PCB Equipments – ระบบเลเซอร์ดริลลิ่งและการเจาะ PCB

•             Huizhou CEE Technology และ Dongwei Technology (Thailand) – เทคโนโลยี High-Density Interconnect (HDI) และอุปกรณ์ชุบโลหะ

•             Delta Electronics (Thailand) – โซลูชันด้านพลังงานและระบบจัดการความร้อนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

•             Nidec Advance Technology (Thailand) – ระบบตรวจสอบความแม่นยำสูงสำหรับ EV

•             Long Long Clean Room Technology – ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงงาน

โอกาสสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมไทย งาน Intelligent Asia Thailand 2025 ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยและนานาชาติในการเชื่อมต่อเครือข่ายธุรกิจ ค้นหาโซลูชันที่ตอบโจทย์อนาคต และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน:

•             วันที่จัดงาน: 6 – 8 มีนาคม 2025

•             สถานที่: ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC)

•             พื้นที่จัดแสดง: 10,000 ตารางเมตร

•             จำนวนผู้แสดงสินค้า: 300 ราย จากหลากหลายประเทศ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีในอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ และก้าวไปสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมไปพร้อมกัน!

ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : Intelligent Asia Thailand

โรงพยาบาลพญาไทคว้ารางวัลที่ 1 สุดยอดโรงพยาบาลที่ทำผลงานยอดเยี่ยม ครองใจชาวโซเชียล

โรงพยาบาลพญาไทคว้ารางวัลที่ 1 สุดยอดโรงพยาบาลที่ทำผลงานยอดเยี่ยม ครองใจชาวโซเชียล

โรงพยาบาลพญาไทคว้ารางวัลที่ 1 สุดยอดโรงพยาบาลที่ทำผลงานยอดเยี่ยม ครองใจชาวโซเชียล

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

โรงพยาบาลพญาไท เครือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในประเทศไทยสร้างปรากฎการณ์บนโลกออนไลน์กับการสร้างสรรค์คอนเทนต์สุขภาพที่เข้าใจง่าย เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมชาวโซเชียล และสร้างมาตรฐานใหม่ในการสื่อสารคอนเทนต์สุขภาพที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับและครองใจชาวโซเชียล จนสามารถคว้ารางวัลโรงพยาบาลที่ทำผลงานเป็นเลิศในการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ (BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA) จากการนำองค์ความรู้ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการแพทย์มาผลิตคอนเทนต์สุขภาพที่มีคุณภาพ เข้าใจง่าย และยังสามารถต่อยอดเป็นคอนเทนต์ที่หลากหลายสื่อสารได้กับทุกวัย ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์คนอ่านในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ตอกย้ำความเป็นผู้นำโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าใจพฤติกรรมชาวโซเชียลและนำเสนอความรู้สุขภาพที่เข้าถึงง่ายตรงกับไลฟ์สไตล์ของทุกเจนเนอเรชั่น

จากสถิติของชาวโซเชียลพบว่ากว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ค้นหาข้อมูลสุขภาพและอ่านข่าว โรงพยาบาลพญาไทจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คอนเทนต์สุขภาพที่มีคุณภาพ อ่านง่าย และมีความน่าเชื่อถือ โดยนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึกในการค้นหาข้อมูลสุขภาพของชาวโซเชียล ทำให้สามารถออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย 

คุณอัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้ความรู้สุขภาพที่มีคุณภาพนับว่าเป็นอีกหนึ่งในการให้บริการของโรงพยาบาลพญาไท ที่ทำให้โรงพยาบาลพญาไทเปลี่ยนจากคนรู้จักกลายเป็นคนไว้ใจที่เป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่ผู้คนเชื่อถือและเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งการให้ความรู้สุขภาพที่แตกต่างไปตามช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ทำให้คนเข้าถึงคอนเทนต์ได้มากขึ้น เราเห็นความสำคัญของเสียงจากชาวโซเชียลทั้งคอมเมนต์ คำถาม และคำแนะนำต่างๆ ที่เป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาคอนเทนต์และบริการให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณทุกความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของพนักงานทุกคนในโรงพยาบาล ทำให้ประชาชนทุกคนได้รับประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมาโดยตลอด รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นบนโลกออนไลน์แม้จะเป็นความท้าทายแต่โรงพยาบาลพญาไทมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคอนเทนต์เป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่ทุกคนเชื่อถือได้ 

โรงพยาบาลพญาไทขอขอบคุณประชาชนคนไทยและผู้รับบริการทุกคนที่ให้ความไว้วางใจ และทำให้เราอยู่ในใจชาวโซเชียลจนได้มีโอกาสคว้ารางวัลสุดยอดโรงพยาบาลที่มีผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย (BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA) สาขากลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชน ในงานประกาศรางวัล Thailand Social Awards ครั้งที่ 13 ครั้งนี้

คุณวัชราภรณ์ เจริญธรรมวัชณ์ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดสื่อดิจิตอลและพัฒนาธุรกิจองค์กร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลกล่าวว่า ทีมงานยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเท้นต์ด้านสุขภาพ ให้มีความน่าเชื่อถือของผู้ใช้บริการและคนไทยตลอดไป

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร บอกลาโรคอ้วน สู่สุขภาพที่แข็งแรง

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร บอกลาโรคอ้วน สู่สุขภาพที่แข็งแรง

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร บอกลาโรคอ้วน สู่สุขภาพที่แข็งแรง

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.05 น.

โรคอ้วน เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพกว่าที่คิด ไขมันส่วนเกินไม่ได้แค่ทำให้ดูอ้วนขึ้นแต่ยังเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงที่ค่อยๆกัดกินร่างกายจากภายใน โดยไม่รู้ตัว จนก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง

นายแพทย์วรพงศ์ อนุพงศ์อนันต์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคอ้วน (Obesity) คือภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินปกติจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคข้อเสื่อม และโรคมะเร็ง

การวินิจฉัยโรคอ้วนสามารถทำได้โดยการวัดดัชนีมวลกาย (BMI – Body Mass Index) ซึ่งคำนวณจากน้ำหนัก (กิโลกรัม)หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ซึ่งคนทั่วไปควรมีค่า BMI อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 kg/m2 หากค่าเกินกว่า 25 จะถือว่าผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน และหากว่าค่าเกินกว่า 30 ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ ควรเข้าสู่กระบวนการลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน

หนึ่งในวิธีการรักษาโรคอ้วนที่นิยมในปัจจุบันคือ การผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Bariatric Surgery) ซึ่งเป็นการรักษาทางการแพทย์ที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคอ้วนขั้นรุนแรงและไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยวิธีอื่นๆ

ปัจจุบันการผ่าตัดกระเพาะอาหารจะใช้วิธีการผ่าตัดโดยใช้เทคโนโลยีการส่องกล้อง (Laparoscopic surgery) เป็นเทคนิค แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว โดยมี 2 วิธีดังนี้

1.การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy : LSG) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน โดยจะเป็นการตัดกระเพาะอาหารออกประมาณ 75-80% ให้เหลือปริมาตรประมาณ 150 cc พร้อมกับตัดกระเพาะส่วนที่ผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความหิวออกไปด้วย วิธีนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ไม่ค่อยหิว และทำให้น้ำหนักลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

2.การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Roux-en Y Gastric bypass) เป็นการปรับโครงสร้างกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กใหม่ โดยทำให้กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลงและเชื่อมต่อกับลำไส้โดยตรง วิธีนี้จะทำให้การดูดซึมอาหารลดลงและลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายสามารถรับได้ แต่ในระยะยาวอาจต้องได้รับการฉีดวิตามินบางชนิดเสริม เนื่องจากร่างกายดูดซึมวิตามินได้ไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้อง Laparoscope  จะต้องทำการรักษาโดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป, คนที่มีภาวะอ้วน หรือมีดัชนีมวลกายสูงกว่า 32.5 กก./ตร.ม. ขึ้นไป, ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ทั้งควบคุมอาหารและออกกำลังกายมาแล้วแต่ไม่ได้ผล

หลังจากที่ผ่าตัดกระเพาะอาหาร จะต้องมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแผลผ่าตัด และวางแนวทางการกินอาหารในระยะแรกอย่างเหมาะสม โดยในสัปดาห์ที่ 1 จะให้รับประทานอาหารเหลวใสที่รับประทานได้ง่ายเพื่อปรับสภาพกระเพาะ, สัปดาห์ที่ 2 จะให้รับประทานอาหารที่ข้นขึ้น เช่น ซุป, สัปดาห์ที่ 3จะให้รับประทานอาหารอ่อนนุ่ม เช่น เยลลี่ คัสตาร์ดไข่ตุ๋น และสัปดาห์ที่ 4 สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันไม่ให้กลับมามีภาวะอ้วนลงพุงได้อีก

ทั้งนี้ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนเป็น ทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นได้และกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน สำหรับผู้ที่สนใจควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

นพ.วรพงศ์ อนุพงศ์อนันต์

รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ‘Central Tham Give Blood Give Love’

รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ‘Central Tham Give Blood Give Love’

รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ‘Central Tham Give Blood Give Love’

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ “หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินการจัดหาโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง”

ทุกๆ 10 วินาที มีผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต 1 ถุง เพื่อรักษาชีวิต เพราะโลหิตไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ การบริจาคโลหิตจึงเป็นของขวัญล้ำค่าที่สามารถช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย กลุ่มเซ็นทรัลตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการ “Central Tham Give Blood Give Love-รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปี โดยได้ส่งมอบโลหิต ไปแล้วกว่า 300 ล้านซีซี และในปี 2568 ตั้งเป้ารับบริจาคเพิ่มอีก 25 ล้านซีซี เพื่อช่วยเติมเต็มคลังโลหิตของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยทั่วประเทศ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้ารายแรกที่เปิดพื้นที่เป็นจุดรับบริจาคโลหิต สนับสนุนการให้ชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม เรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมมาโดยตลอด ผ่านโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล เรามองว่าการบริจาคโลหิตเป็นพลังแห่งการให้ที่ทรงคุณค่า เพราะช่วยชีวิตคนได้จริง จึงไม่เพียงแต่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาบริจาคโลหิตเท่านั้นแต่ยังรณรงค์ให้พนักงานของเรามีส่วนร่วมผ่านแคมเปญ “Central Tham Give Blood Give Love-รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการให้และสามารถมีส่วนร่วมในภารกิจนี้ได้

ตลอด 38 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล สามารถส่งมอบโลหิตให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลทั่วประเทศได้มากกว่า 300 ล้านซีซี นี่คือหลักฐานของความมุ่งมั่นและจุดยืนของเราในการเป็นผู้นำแห่งการสร้างคุณค่าร่วมกันในสังคม”

หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ “พนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล” ที่ร่วมสร้างปรากฏการณ์การบริจาคโลหิตในประเทศไทย ได้แก่ ความสำเร็จในการแมทช์ “คู่แท้สเต็มเซลล์” สเต็มเซลล์มีความสำคัญที่ใช้รักษาโรคทางโลหิตให้หายขาดได้ แต่การจับคู่สเต็มเซลล์ที่ตรงกันเป็นเรื่องยาก โดยมีโอกาสเพียง 1 ใน 50,000 คนเท่านั้น เมื่อปี 2565ที่ผ่านมาได้เกิดคู่แท้สเต็มเซลล์ครั้งแรกของพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล โดย ดร.เมธประจักษ์เติมกิจขจรสุข ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารภายในองค์กร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลผู้ที่บริจาคสเต็มเซลล์ ประสบความสำเร็จในการจับคู่ผู้รับบริจาคได้ตรงกัน เป็นเคสที่หายาก และนับเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จในฐานะผู้บริจาค ผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยาวนาน กลุ่มเซ็นทรัล จัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัลกว่า 200 คน ที่ร่วมบริจาคโลหิตมาต่อเนื่องยาวนาน ไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งมีผู้สร้างสถิติสูงสุด คือ สมชาย จงเลขา พนักงานจาก บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)สามารถสร้างสถิติบริจาคโลหิตต่อเนื่องยาวนานกว่า 250 ครั้ง ความภูมิใจในฐานะองค์กรที่สนับสนุนการดำเนินการจัดหาโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือได้รับเกียรติจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย เพื่อเข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ “หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินการจัดหาโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง” อาทิ บริษัท เตียง จิราธิวัฒน์ จำกัด, บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด, บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) และท็อปส์ พลาซา, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต, บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟู้ด รีเทล จำกัด ปี 2568 กับ ภารกิจพิเศษ 70 พรรษา 70 ล้านซีซี เนื่องในปี 2568 เป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทยทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา กลุ่มเซ็นทรัลได้ร่วมมือกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสนับสนุนโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตตลอดปี 2568 โดยตั้งเป้าหมายให้มีการบริจาคโลหิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้บริจาคเพียง 1 ครั้งต่อปี เพิ่มความถี่เป็น 2-3 ครั้งต่อปี ผ่านแคมเปญของหน่วยบริการเคลื่อนที่ กลุ่มเซ็นทรัล “Central Tham Give Blood Give Love-รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” โดยจะขยายจุดรับบริจาคเคลื่อนที่ ควบคู่ไปกับการรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชน ทราบถึงจุดรับบริการบริจาคโลหิต และความสะดวกสบายในการเดินทางมาบริจาคโลหิตกับหน่วยบริการภายในศูนย์การค้าเครือกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อให้มีโลหิตสำรองในคลังเพียงพอสำหรับรองรับการขาดแคลนโลหิตในอนาคตต่อไป

ในปีที่ 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลสามารถส่งมอบโลหิตให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รวมทั้งโรงพยาบาล เหล่ากาชาดจังหวัดต่างๆ และภาคีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 20,254,330 ซีซี จากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ประชาชน กว่า 50,000 คนทั่วประเทศและ ในปี 2568 นี้ กลุ่มเซ็นทรัลขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้ผู้ที่มีความต้องการร่วมกัน โดยเรามุ่งหวังว่า จะสามารถรับบริจาคโลหิตได้ตามเป้าหมาย 25 ล้านซีซี ภายใต้โครงการ “Central Tham Give Blood Give Love-รวมพลังทำดีบริจาคโลหิต” โดยจะมีการขยายวัน-เวลาให้บริการ เพิ่มจุดบริการหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) และหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริจาคอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ เชื่อว่า การบริจาคโลหิตไม่เพียงช่วยชีวิตผู้อื่น แต่ยังช่วยสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ความเมตตา และความหวังที่ยั่งยืน อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ เนื่องจากการบริจาคโลหิต 1 ครั้ง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ที่มีคุณภาพ ส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และช่วยให้สุขภาพแข็งแรง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯและสร้างสังคมแห่งการให้ไปด้วยกัน ติดตามข้อมูลและตารางหน่วยรับบริจาคได้ที่ Facebook CENTRAL GROUP หรือ Facebook CENTRAL Tham

สมชาย จงเลขา พนักงานจาก รร.เซ็นทารา สร้างสถิติบริจาคโลหิตต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ครั้ง

สมชาย จงเลขา พนักงานจาก รร.เซ็นทารา สร้างสถิติบริจาคโลหิตต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ครั้ง

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล

โครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติฯ”

โครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติฯ”

Central Tham Give Blood Give Love

Central Tham Give Blood Give Love

ร่วมบริจาคโลหิต ต้นหยาง-ธีรัตม์ นิลวดี, พิชัย จิราธิวัฒน์
และ บอย-ตรัย ภูมิรัตน

ร่วมบริจาคโลหิต ต้นหยาง-ธีรัตม์ นิลวดี, พิชัย จิราธิวัฒน์ และ บอย-ตรัย ภูมิรัตน

แนตตี้-จิรุตถ์ ตันติวรอังกูร ร่วมบริจาคโลหิต

แนตตี้-จิรุตถ์ ตันติวรอังกูร ร่วมบริจาคโลหิต

หน่วยบริการบริจาคโลหิต

หน่วยบริการบริจาคโลหิต

หน่วยบริการแบบเคลื่อนที่ ณ จุดจอดบริเวณ Groove Central World

หน่วยบริการแบบเคลื่อนที่ ณ จุดจอดบริเวณ Groove Central World

‘JASPAL Edit x PROUD ORANICHA’ ร้อยเรียงเรื่องราวบรรยากาศของกรุงปารีส สู่แฟชั่นไอเทม

‘JASPAL Edit x PROUD ORANICHA’  ร้อยเรียงเรื่องราวบรรยากาศของกรุงปารีส สู่แฟชั่นไอเทม

‘JASPAL Edit x PROUD ORANICHA’ ร้อยเรียงเรื่องราวบรรยากาศของกรุงปารีส สู่แฟชั่นไอเทม

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

JASPAL Edit คอลลาบอเรชั่นแคมเปญการทำงานร่วมกับบุคคลในวงการแฟชั่นไทยที่ทรงอิทธิพลและมีสไตล์อันโดดเด่น เพื่อตอกย้ำผลงานและโชว์ศักยภาพของแฟชั่นไทย ครั้งนี้นับเป็นการเดินทางคอลลาบอเรชั่นครั้งที่ 3 กับผลงานล่าสุดระหว่างแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พราว-อรณิชา กรินชัย หรือที่คุ้นเคยในชื่อ พราว โอลีฟส์ สาวสวยมากความสามารถที่มีเอกลักษณ์การแต่งตัวและสไตล์ที่ชัดเจน นับว่าเป็นอีกหนึ่งสไตล์ลีดเดอร์ของวงการแห่งยุค ผลงานการคอลลาบอเรชั่น “JASPAL Edit x PROUD ORANICHA” ในครั้งนี้ พราว-อรณิชา ได้นำเอาความชื่นชอบผนวกเข้ากับแรงบันดาลใจจากการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงปารีส นำมาร้อยเรียงสู่แฟชั่นไอเทม ที่มอบกลิ่นอายของความเป็นสาวปารีเซียงในโทนสีอบอุ่นกับสไตล์ที่สนุกสดใส

วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือ ยัสปาล กรุ๊ป เล่าถึง JASPAL Edit คอลลาบอเรชั่นแคมเปญว่า ทางแบรนด์ JASPAL ได้เล็งเห็นถึงความสามารถและศักยภาพของผู้นำด้านแฟชั่นในเมืองไทย ที่มีความครีเอทีฟในด้านดีไซน์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เราจึงอยากชวนเหล่าสไตล์ลีดเดอร์ชั้นนำของไทยมาร่วมสะท้อนสไตล์ มุมมองด้านแฟชั่น และความเป็นตัวตนของตัวเองผ่านแคปซูลคอลเลคชั่นสุดพิเศษ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบในผลงานและแฟนๆ ของ JASPAL ได้สนุกกับการครีเอทลุคแบบใหม่ๆ อย่างเต็มที่ ในครั้งนี้ก็เช่นกันที่ทางแบรนด์ได้มีโอกาสร่วมงานกับคุณพราว ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสไตล์ที่ชัดเจนและโดดเด่น และการแต่งตัวที่มิกซ์แอนด์แมทช์ออกมาในแต่ละลุคได้อย่างน่าสวมใส่ มีความครีเอทีฟ และมีความใส่ใจในทุกๆ ดีเทล

ด้าน พราว-อรณิชา กรินชัย เล่าถึงแรงบันดาลใจในการร่วมออกแบบคอลเลคชั่นนี้ขึ้นว่า ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าตัวเองได้มีโอกาสไปทำงานที่ปารีสอยู่บ่อยๆ ทำให้หลงใหล และค่อนข้างมีความอินกับปารีส โดยที่กรุงปารีสนับเป็นแรงบันดาลใจหลักในคอลเลคชั่นนี้ แต่ก็จะมีองค์ประกอบบางอย่างที่ตัวเองชื่นชอบใส่เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโบเชอร์รี่ มาเบลนด์อินเข้าไปกับคอลเลคชั่นนี้ ส่วนน้องหมา และครัวซองต์ เป็นสิ่งที่เห็นแล้ว พราวจะนึกถึงปารีสทุกครั้ง แถมทุกๆ ชิ้น ที่ตั้งใจทำเรียกว่าเป็นตัวเราอย่างแท้จริง เพราะสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ตามสไตล์ของพราว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นเบสิก ชิ้นคลาสสิก ที่สามารถนำมาแมทช์กันได้ และไอเทมที่เป็นโอเวอร์ไซส์ก็สามารถใส่ได้แบบยูนิเซ็กส์

ในคอลเลคชั่นนี้ทุกไอเทมมีความโดดเด่น เพราะสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ในแบบที่เป็นคุณได้ แต่ขอแนะนำไอเทมที่ห้ามพลาด! อาทิ แจ๊กเกตเชอรี่ครัวซองต์ สีออฟไวท์ที่มีดีเทลโก้สุดๆ ทั้งงานปักและงานพริ้นต์เรียกว่าใช้หลายเทคนิคไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีแดงตรงขอบ ก็ทำให้มีดีเทลแบบคิวท์ๆหรือจะเป็น กางเกงเดนิม ปักลายเชอร์รี่ที่สามารถแมทช์กับเสื้อยืดสบายๆ ก็ช่วยเสริมลุคให้มีความแฟชั่นได้แบบง่ายๆ หรือคนที่ชอบสไตล์ลิ่งแบบเลเยอร์ ต้องไม่พลาดกับ สเวตเตอร์น้ำเงินลายหัวใจ ที่จะเป็นไอเทมชิ้นตัวโปรดอย่างแน่นอน สามารถนำมาเลเยอร์ในช่วงอากาศเย็นสบายได้อีกด้วย ส่วนใครที่เป็นสายเบสิก ก็สามารถหยิบเสื้อลายทางที่มีให้เลือกทั้ง 2 สี สีแดงปักลายเชอร์รี่และโบและสีน้ำตาลฟ้า ปักลายครัวซองต์ ที่นับเป็นคู่สีที่ถูกต้องที่สุดอีกด้วย

เติมเต็มสีสันสดใสในบรรยากาศของสาวปารีเซียงกับคอลเลคชั่น “JASPAL Edit x PROUD ORANICHA” หนึ่งในแคมเปญซีรี่ส์คอลลาบอเรชั่น “JASPAL Edit” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน JASPAL ทุกสาขา หรือผ่านช่องทางออนไลน์ www.jaspal.com

วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ และ พราว-อรณิชา กรินชัย

วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ และ พราว-อรณิชา กรินชัย

โบว์-เมลดา สุศรี

โบว์-เมลดา สุศรี

เตย-สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ

เตย-สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ

เบลล์-เขมิศรา พลเดช

เบลล์-เขมิศรา พลเดช

อาย-กมลเนตร เรืองศรี

อาย-กมลเนตร เรืองศรี

ซาร่า เล็กจ์

ซาร่า เล็กจ์

แทน-ธารณ ลิปตพัลลภ

แทน-ธารณ ลิปตพัลลภ

คุณแหน : 3 มีนาคม 2568

คุณแหน : 3 มีนาคม 2568

คุณแหน : 3 มีนาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร แก่ พระปลัดเอกลักษณ์ ปญฺญาคโม เจ้าอาวาสวัดพุทธพรหมยาน จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาประเภท ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมประจำปี 2567 วันจันทร์ 3 มี.ค.16.00 น. ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม…

●● ครบ 94 ปี 25 ก.พ. คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ทำบุญใหญ่ในพิธียกช่อฟ้ายกฉัตรศาลาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพิธีสืบชะตาอบรมสมโภชพระประธานเบิกเนตรพระประธาน ที่วัดนาคาสถิตย์ ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ แวดล้อมด้วยลูกๆ หลานๆ และญาติมิตรไปร่วมบุญพร้อมหน้า…

●● พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา แจ้งข่าวสำหรับแฟนคลับ “ข้าวแช่ดอยคำ” ชุดละ 600 บาท มี ลูกกะปิ, พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้งสับ, หัวไชโป๊วผัดหวานอย่างเมืองเพชร, หอมแดงสอดไส้ปลาแห้ง, พริกบางช้างสอดไส้ปลายี่สน, เนื้อฝอยหรือหมูฝอย,หมูสับปลากุเลาชุบไข่ทอด, กระชายต้นหอมมะม่วง, ข้าวขัดและน้ำลอยดอกไม้หอม เปิดให้จองล่วงหน้า วันที่ 18 มี.ค., 2 เม.ย., 25 เม.ย., 7 พ.ค.และ 28 พ.ค. สั่งจองได้ที่ 065-9402461…

●● ยินดีกับ ดร.นฤมล ล้อมทอง ได้รับรางวัลคุณค่าแห่งบุคคล “กินรีทองมหาชน” ครั้งที่ 10 ปี 2568 “รางวัลต้นแบบบุคคลตัวอย่างในสังคม สาขาเสริมสร้างและสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย” จัดโดย องค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและชมรมปันน้ำใจ อุ่นไอรัก…

●● ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร ไปชื่นชมความงดงามของ “วังวิทยุ” ซึ่งเป็นวังที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทรต้นราชสกุลรังสิต .. ได้พบกับ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต เจ้าของวังวิทยุ ที่ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวของครอบครัว ไม่เปิดให้คนนอกเข้าชมง่ายๆ แต่ก็ได้มีโอกาสรับเชิญไปร่วมงาน Exclusive ของแบรนด์ High Jewelry Boghossian เป็นกรณีพิเศษจริงๆ…

●● ชมรมสมองใสใจสบาย รพ.จุฬาฯ เชิญชวนเปิด YouTube : Happybrain Happymind ติดตามชม“ฮาวทูสมองใส ใจสบาย” ตอนล่าสุด EP.14ฝึกทรงตัวป้องกันล้ม ให้ผู้สูงอายุ โดย ขนิษฐา ตียะพาณิชย์ นักกายภาพบำบัด ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม รพ.จุฬาฯ รวมทั้งทางช่องทาง TikTok และ Facebook…

●● ผู้ให้ย่อมมีความสุขเสมอแต่ทำบุญต้องไม่เดือดร้อนตนเองสำหรับผู้ที่เกิดเดือนมีนาคม เชิญร่วมทำบุญประจำเดือนเกิดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-รังสิต เลขที่บัญชี 091-0-20188-8 หรือ ผ่านระบบออนไลน์ https://tuh.hospital.tu.ac.th:8027/ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า…

●● เวทีแรกที่คัดเลือกสุภาพสตรีในการเป็นทูตด้านสุขภาพให้กับประเทศ มีหัวเรือใหญ่ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เป็นประธานกองประกวด เวที Miss Wellness World Thailand 2025 เพื่อหาสาวงามที่จะเป็นกระบอกเสียงในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยเป็น “เมืองหลวงสุขภาพโลก”…●●

คุณแหน

โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง นิทรรศการเดี่ยว โดย ชรินทร ราชุรัชต

โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง นิทรรศการเดี่ยว โดย ชรินทร ราชุรัชต

โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง นิทรรศการเดี่ยว โดย ชรินทร ราชุรัชต

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การค้นคว้าเกี่ยวกับการทำลายความทรงจำของรัฐต่อการปฏิวัติสยามของคณะราษฎรในปี 2475 ทำให้ ชรินทร ราชุรัชต หลงใหลในภาพถ่ายของสตรีจากยุคสมัยนั้น ในช่วงรุ่งอรุณของประชาธิปไตย เมื่อฟ้าเป็นสีทอง และประชาชนได้ก้าวขึ้นเป็นเจ้าของอำนาจ “นางสาวสยาม” การประกวดนางงามระดับชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญ ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านสิทธิสตรีของไทยในยุคสมัยใหม่ อันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้หญิงเริ่มมีสิทธิเลือกตั้ง มีอิสระในการแสวงหาการศึกษาและอาชีพ และได้ปลดปล่อยตัวตนจากขนบธรรมเนียมของระบอบเก่า

แต่เรื่องราวของพวกเธอกลับถูกทำให้เลือนหายไป หลังคณะราษฎรล่มสลายจากการรัฐประหารปี 2490 งานฉลองรัฐธรรมนูญก็ถูกยกเลิก การประกวดนางงามจึงสูญเสียความหมายทางการเมืองและความเชื่อมโยงกับการปฏิวัติ อนุสาวรีย์และอาคารที่สร้างขึ้นโดยคณะราษฎรค่อยๆ ถูกทุบทิ้ง ดังที่ เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน ได้กล่าวไว้ “การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งในจิตสำนึกทั้งปวง ย่อมนำมาซึ่งความหลงลืมอันมีลักษณะเฉพาะ” เพื่อปลูกฝังความทรงจำใหม่ให้แก่ประชาชนการปฏิวัติสยามได้ถูกวาดภาพว่าเป็นการชิงสุกก่อนห่าม เป็นการกระทำอันด่างพร้อย เป็นสัญลักษณ์ของรอยด่างที่ลบไม่ออกบนหน้าประวัติศาสตร์

“Beauty on the Golden Sky โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง” เป็นดั่งบทกวีภาพถ่ายที่ชรินทรทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสตรีในยุคปฏิวัติสยาม เธอทำงานโดยใช้เทคนิคคินสึงิ (Kintsugi) ซึ่งเป็นศิลปะการซ่อมแซมเซรามิกด้วยทองของญี่ปุ่น ในการวาดรอยด่างสีทองลงบนภาพถ่าย เพื่อท้าทายประวัติศาสตร์ชาติที่เขียนโดยรัฐ และรื้อฟื้นมรดกทางวัฒนธรรมที่สูญหาย แผ่นทองคำเปลวแต่ละแผ่นที่ได้ติดด้วยความเคารพต่อประวัติศาสตร์และสตรีในยุคสมัยนั้น ทำให้รอยด่างสีทองของเธอเป็นทั้งสัญลักษณ์ของการต่อต้านและความหวังที่จะนำท้องฟ้าสีทองกลับคืนมา

ชรินทร ราชุรัชต เป็นศิลปินภาพถ่ายชาวไทยที่ทำงานเกี่ยวกับการเมือง ความไม่เท่าเทียมทางเพศ เเละประเด็นทางศาสนาชรินทร มีผลงานภาพถ่ายจัดแสดงทั่วโลก เเละได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการศิลปินพำนัก ทั้งในประเทศออสเตรเลีย เเคนาดา ไต้หวัน เเละญี่ปุ่น ที่ซึ่งเธอได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคคินสึงิ โดยในปี 2565 เธอเป็นช่างภาพหญิงชาวไทยคนเเรกที่ได้รับรางวัล World Press Photo, Southeast Asia and Oceania, Open Format จากผลงานชุด The Will to Remember ถึงแม้จะไม่ได้จัดแสดงในประเทศไทย ผลงานชุดนี้ได้ถูกจัดแสดงใน 25 ประเทศ ผ่าน World Press Photo Exhibition Worldwide Tour

“Beauty on the Golden Sky โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง” นิทรรศการเดี่ยว โดย ชรินทร ราชุรัชต จัดแสดงระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-3 พฤษภาคม 2568 ณ Head High Second Floor เชียงใหม่ 28/1 ถ.สิงหราช ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 061-686-0660 และ http://www.head-high-second-floor.com

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : งูสวัด เป็นได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : งูสวัด เป็นได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : งูสวัด เป็นได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอ

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันก่อนเพื่อนผู้เขียนไปฉีดวีคซีนไข้หวัดใหญ่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เห็นป้ายโฆษณาเชิญชวนฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด โดยป้ายบอกว่าวัย 50 ปีขึ้นไปควรฉีดวัคซีนนี้เขาจึงกลับมาถามผู้เขียนว่า ควรฉีดหรือไม่ ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมีเท่าไร หากเป็นโรคนี้แล้วอันตรายถึงตายไหม เพราะเคยได้ยินว่าถ้าแผลงูสวัดพันรอบตัว แล้วจะตายจริงไหมผู้เขียนจึงเห็นว่าน่าจะนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังในคอลัมน์นี้

งูสวัด หรือ Shingles แต่ในภาษาวิชาการเรียกว่า Herpes Zoster เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชื่อว่า Varicella-Zoster Virus  คือไวรัสชนิดเดียวกันที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส แต่หลังจากที่ผู้ป่วยหายจากอีสุกอีใสแล้วไวรัสนี้จะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท และเมื่อร่างกายของคนที่เคยเป็นอีสุกอีใสอ่อนแอลง ก็สามารถเป็นงูสวัดได้

โรคงูสวัดในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป อุบัติการณ์ทั่วโลก อยู่ที่ 3-5 รายต่อประชากร1,000 คนต่อปี ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี อัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นเป็น 7-12 รายต่อประชากร 1,000 คนต่อปีผู้หญิง มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายเล็กน้อย 

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เรามีโอกาสเป็นงูสวัดคือ

(1) อายุ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังอายุ 50 ปี และสูงสุดในกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป 

(2) ภาวะภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง หรือบกพร่อง ได้แก่ ผู้ป่วย HIV ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยอื่นๆ ที่ต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน หรือทานยาที่มีผลไปลดภูมิคุ้มกัน เช่น โรคทางออโตอิมมูน หรือแพ้ภูมิตัวเอง 

(3) ภาวะเครียดและการบาดเจ็บต่างๆ ทั้งความเครียดทางร่างกาย หรือจิตใจ อาจกระตุ้นให้ไวรัสที่ซ่อนอยู่ทำให้เราเป็นงูสวัดได้

อาการของโรคงูสวัดมักเริ่มต้นด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน หรือคันในบริเวณที่ผื่นจะปรากฏ จากนั้นจะมีผื่นแดง และตุ่มน้ำใสขึ้นตามแนวเส้นประสาท ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือ แผลเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน และอาการปวดตามแนวเส้นประสาท หลังเป็นงูสวัด  ซึ่งอาการปวดดังกล่าวมีแนวโน้มพบมากขึ้นในผู้ป่วยในผู้สูงอายุ และอาการปวดนี้สามารถเป็นในระดับรุนแรง และต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือน หรือเป็นปีหลังหายจากงูสวัดไปแล้ว

โรคงูสวัดสามารถรักษาได้โดยใช้ยาต้านไวรัส และเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ผู้ป่วยต้องรับประทานยาภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากเริ่มมีผื่น โดยต้องรับประทานยานาน 7 วันและในบางรายอาจต้องรับประทานนาน 10 วัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ตอบสนองต่อการรักษาช้า โดยชนิดและขนาดของยาขึ้นกับความรุนแรง และการทำงานของไตของผู้ป่วยแต่ละราย 

ดังนั้นจึงต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ทุกครั้ง แต่ก็สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการคัน และในผู้ป่วยที่มีอาการปวดตามแนวเส้นประสาท สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือยาระงับปวดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอื่นๆ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงอาจจำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันเพื่อควบคุมอาการ และผู้ป่วยควรเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอและลดความเครียด

เนื่องจาก เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับของเหลวจากตุ่มน้ำ ซึ่งสามารถทำให้ผู้อื่นที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส หรือไม่เคยได้รับวัคซีนอีสุกอีใส โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ก็จะมีโอกาสติดเชื้อเป็นอีสุกอีใสได้ ดังนั้น จึงควรปิดแผลให้มิดชิดด้วยผ้าปิดแผลแบบไม่ติดแผล ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังสัมผัสบริเวณที่เป็นแผล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส

ปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด ซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคงูสวัด ตัวอย่างวัคซีนป้องกันงูสวัดได้แก่วัคซีน ซึ่งแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่อายุ 18 ปีขึ้นไป มีประสิทธิภาพมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในการป้องกันโรคงูสวัดและภาวะปวดประสาทหลังงูสวัด โดยต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน

ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของวัคซีนนี้คือราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย วัคซีนก็ลดโอกาสเป็นงูสวัด และลดความเสี่ยงการมีอาการปวดเส้นประสาทหลังการเป็นงูสวัด ซึ่งในบางรายอาจจะทรมาน และเสียค่ารักษาพยาบาลมากกว่าค่าฉีดวัคซีน

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

24 Years Golden Place ครบรอบการเดินทาง 24 ปี‘ตู้เย็นของประชาชน’

24 Years Golden Place ครบรอบการเดินทาง 24 ปี‘ตู้เย็นของประชาชน’

24 Years Golden Place ครบรอบการเดินทาง 24 ปี‘ตู้เย็นของประชาชน’

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นเวลากว่า 24 ปี ที่ โกลเด้น เพลซ มุ่งมั่นรักษาเจตนารมณ์ที่จะเป็น “ตู้เย็นของประชาชน” เพราะสินค้าที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของร้านเราคือ “ผักและผลไม้สดปลอดภัยจากสารพิษ” ที่มีการตรวจสอบสารพิษตกค้างเป็นประจำทุกวัน สินค้าจากโครงการหลวงและสินค้าโอท็อป ที่สนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตรายย่อย นอกจากนี้ ยังมีร้านกาแฟ โกลเด้น คอฟฟี่ (Golden Coffee) ที่ใช้วัตถุดิบสำคัญอย่างเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าจากดอยแม่สลองจังหวัดเชียงราย รวมถึงร้านอาหารโกลเด้น คิทเช่น (Golden Kitchen) ที่ใช้วัตถุดิบมีคุณภาพจากร้านโกลเด้นเพลซ มารังสรรค์เป็นเมนูหลากหลายที่ปลอดภัย “นึกถึงสุขภาพ นึกถึงโกลเด้น เพลซ”

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ร้านโกลเด้น เพลซ ภายใต้ บริษัท สุวรรณชาดจำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างต้นแบบร้านค้าปลีกของคนไทย เพื่อจำหน่ายสินค้าจากโครงการส่วนพระองค์โครงการในพระราชดำริ โครงการหลวงสินค้าแปรรูปหรือสินค้า OTOP จากชุมชนต่างๆ ตลอดจนสินค้าการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระราชบิดา และพระราชทานพระราโชบายที่จะพัฒนาร้านค้า “โกลเด้น เพลซ” อันเปรียบเสมือน “ตู้เย็นของประชาชน” ให้คงอยู่อย่างเข้มแข็ง เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จากกลุ่มเกษตรกรในชุมชนต่างๆ

ปัจจุบันโกลเด้น เพลซ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 24 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 21 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายใต้ความท้าทายด้านสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้โกลเด้น เพลซ มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ปัจจุบันโกลเด้น เพลซ ได้ดำเนินการปรับปรุงร้านค้าอย่างต่อเนื่อง ในหลายสาขา โดยเพิ่มโซนร้านค้าให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ อาทิ ร้านกาแฟ โกลเด้น คอฟฟี่ (Golden Coffee) และ ร้านอาหารโกลเด้น คิทเช่น (Golden Kitchen) ตลอดจนเลือกสรรสินค้าดีสินค้าเด่นของแต่ละพื้นที่มารวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเป็นแหล่งช้อป ชิม ชิล

ยกตัวอย่าง โกลเด้น เพลซ สาขาพระราม 9 ซึ่งเป็นสาขาแรก ตั้งแต่ปี 2544 ปัจจุบันเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด มีโซนร้านค้าทุกชนิดครบครัน ทั้งโกลเด้น คิชเช่น, โกลเด้น คอฟฟี่,โซนอาหารทะเล, โซนผักสด-ผลไม้,สินค้าวิสาหกิจชุมชน, สินค้าจากโครงการหลวง และโครงการในพระราชดำริต่างๆ ตลอดจนมีมุมสำหรับนั่งรับประทานอาหารภายในร้านพร้อมเพิ่มมุมอาหารญี่ปุ่น และมุมสลัดบาร์ ที่จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ ภายนอกร้านยังเปิดให้ผู้ประกอบการ คู่ค้า นำอาหารมีชื่อในพื้นที่ต่างๆ มาจำหน่าย ในราคายุติธรรมรวมทั้งมีโซนร้านค้าเช่าที่มาเสริม ทั้งนี้ยังมีที่จอดรถจำนวนมาก รวมทั้งมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หลังคาอาคารและที่จอดรถ เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โกลเด้น เพลซ มีเป้าหมายที่จะขยายสาขา เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งต้องการรองรับกลุ่มผู้ค้ารายย่อยจากพื้นที่ต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพภายใต้สโลแกน “นึกถึงสุขภาพ นึกถึงโกลเด้น เพลซ”

ร้านโกลเด้น เพลซ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม http://www.goldenplace.co.th, FB : Golden Placeโกลเด้น เพลซ และ IG : Goldenplace.official