นายกฯ อิ๊งค์ ถึงสภา บอกสดชื่นดี เชื่อไม่น่ามี’งูเห่า’โหวตให้

นายกฯ อิ๊งค์ ถึงสภา บอกสดชื่นดี เชื่อไม่น่ามี'งูเห่า'โหวตให้

นายกฯ อิ๊งค์ ถึงสภา บอกสดชื่นดี เชื่อไม่น่ามี’งูเห่า’โหวตให้

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.30 น.

นายกฯอิ๊งค์ เข้าสภาฟังผลลงมติไม่ไว้วางใจ บอกสดชื่นดี เชื่อไม่น่ามีงูเห่าโหวตให้

เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 26 มี.ค. 68 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งวันเดียวกันนี้เป็นการลงมติญัตติไม่ไว้วางใจ โดยนายกฯมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม 
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า “สดชื่นดีค่ะ” เมื่อถามอีกว่า เห็นว่าจะมีงูเห่ามาโหวตให้นายกฯ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ไม่น่ามีนะ ” -002

‘นิพิฏฐ์’เสียดาย! ฝ่ายค้านเหมือนมอเตอร์ไซค์ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน แต่ให้คะแนนความพยายาม

'นิพิฏฐ์'เสียดาย! ฝ่ายค้านเหมือนมอเตอร์ไซค์ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน แต่ให้คะแนนความพยายาม

‘นิพิฏฐ์’เสียดาย! ฝ่ายค้านเหมือนมอเตอร์ไซค์ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน แต่ให้คะแนนความพยายาม

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.21 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ให้คะแนนความพยายามของฝ่ายค้าน” ระบุว่า ว่าจะแสดงความเห็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ความเห็นผมอาจจะไม่เป็นกลางเท่าไหร่ เพราะผมไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ไม่ชอบตั้งแต่สมัยพ่อของนายกฯ แพทองธารนั่นแหละ

ในอดีตเคยสู้รบกันมาอย่างหนักกับพรรคเพื่อไทย จะให้ไปยืนโค้งคำนับนายกรัฐมนตรีและชื่นชมนายกรัฐมนตรีลูกคุณทักษิณ ชินวัตร เหมือนพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ทำไม่ได้ เพราะเหมือนการทรยศเพื่อนที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา

ผมเป็นนักรบประเภทต้องแบกศพเพื่อนร่วมรบกลับบ้าน มิใช่นักรบที่ทิ้งศพเพื่อนร่วมรบให้ตกเป็นเหยื่อแร้งกาในสนามรบ

ขณะเดียวกันผมก็แอบให้กำลังใจ“พรรคประชาชน”ที่เป็นฝ่ายค้านให้เป็นมืออาชีพ เพราะข้อมูลส่วนหนึ่งที่ผมมี ผมก็แกล้งทำให้หลุดไปจนถึงมือฝ่ายค้านนี่แหละ แต่ด้วยความด้อยประสบการณ์ของฝ่ายค้าน ก็เหมือนมอเตอร์ไซค์ที่ “ดังแต่ท่อล้อไม่หมุน” แถมสร้างศัตรูรายทางไปซะอีก วันนี้ ให้คะแนนความพยายามของฝ่ายค้านไปก่อน แต่ให้คะแนนรัฐบาล และ ฝ่ายค้านเท่าไหร่ค่อยว่ากัน

สภาฯเผยยอด สส.ในสภาฯล่าสุด 493 คน

สภาฯเผยยอด สส.ในสภาฯล่าสุด 493 คน

สภาฯเผยยอด สส.ในสภาฯล่าสุด 493 คน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.13 น.

สภาฯ เผยยอด สส.ในสภาฯล่าสุด 493 คน ฝ่ายค้าน 171 เสียง  ฝ่ายรัฐบาล 322 คน ก่อนโหวตไม่ไว้วางใจ ตามรธน.กำหนดต้องได้เสียงไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 248 เสียงขึ้นไป

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นัดประชุมเป็นพิเศษ ในวันนี้ (26 มี.ค.) เวลา 10.00 น. เพื่อลงมติว่าจะไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามญัตติของพรรคฝ่ายค้านที่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หลังจากที่เมื่อวันที่ 24-25 มี.ค. นั้นการอภิปรายในรายละเอียดนั้นเสร็จสิ้นแล้ว

ทั้งนี้ในการลงมติดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสี่ ระบุว่า มติไม่ไว้วางใจต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึงของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯ ซึ่งล่าสุดนั้นสำนักการประชุมสภาฯ ได้แจ้งยอดสส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ รวม 493 คน  ดังนั้นการลงมติไม่ไว้วางใจต้องได้คะแนน 248 คะแนนขึ้นไป สำหรับการลงคะแนนนั้นจะใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผยผ่านการกดบัตรออกเสียงลงคะแนน.

สำหรับรายละเอียดของสส.แต่ละพรรค แบ่งเป็นสส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 5 พรรค จำนวน 171 คน แบ่งเป็น พรรคประชาชน 143 คน พรรคพลังประชารัฐ 20 คน พรรคไทยสร้างไทย 6 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน และพรรคไทยก้าวหน้า 1 คน

ขณะที่สส.พรรคร่วมรัฐบาล จาก 11 พรรค มียอดรวม 322 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 142 คน พรรคภูมิใจไทย 69 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 คน พรรคประชาธิปัตย์ 25 คน พรรคกล้าธรรม  24 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 10 คน พรรคประชาชาติ 9 คน พรรคชาติพัฒนา 3 คน พรรคไทรวมพลัง 2 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน และ พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน 

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ส่ายหัว! บอกฝ่ายค้านหลงยุค แทนที่จะอภิปรายขุดคุ้ย ฉีกแผล ‘อุ๊งอิ๊ง’ ดันแว้งถึง’ลุงตู่’

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'ส่ายหัว! บอกฝ่ายค้านหลงยุค แทนที่จะอภิปรายขุดคุ้ย ฉีกแผล 'อุ๊งอิ๊ง' ดันแว้งถึง'ลุงตู่'

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ส่ายหัว! บอกฝ่ายค้านหลงยุค แทนที่จะอภิปรายขุดคุ้ย ฉีกแผล ‘อุ๊งอิ๊ง’ ดันแว้งถึง’ลุงตู่’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.42 น.

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ลั่นฝ่ายค้านหลงยุค  แทนที่จะอภิปรายขุดคุ้ย ฉีกแผล ‘อุ๊งอิ๊ง’ ดันแว้งถึง’ลุงตู่’

วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า

ฝ่ายค้านหลงยุค
นายกชื่อแพทองธารแทนที่ฝ่ายค้านจะเน้น
อภิปรายขุดคุ้ย ฉีกแผล อุ๊งอิ๊ง
แต่ดันแว้งไปอภิปรายลุงตู่ถึงสองวัน
ตกลงฝ่ายค้านอยากให้ลุงตู่กลับมาเป็นนายกมั้ง
ฟังฝ่ายค้านสองวัน สอบผ่านเรื่องเดียว
ตั๋ว PN. ของนายกในการซื้อขายหุ้น
แต่แทนที่ฝ่ายค้านจะทำการบ้านให้มากกว่านี้
ขยี้แผลเอาให้ตายเรื่องตั๋ว PN.
แบบที่หมอวรงค์ อภิปรายจำนำข้าว
จนนำมาสู่การฟ้องร้องทำให้รัฐมนตรีติดคุก

นายกฯ’อิ๊งค์’ เย้ย ยุทธการโรยเกลือ บอกโซเดียมดี แต่เยอะเกินไปก็ไม่ดี มั่นใจตอบครบทุกประเด็น

นายกฯ'อิ๊งค์' เย้ย ยุทธการโรยเกลือ บอกโซเดียมดี แต่เยอะเกินไปก็ไม่ดี มั่นใจตอบครบทุกประเด็น

นายกฯ’อิ๊งค์’ เย้ย ยุทธการโรยเกลือ บอกโซเดียมดี แต่เยอะเกินไปก็ไม่ดี มั่นใจตอบครบทุกประเด็น

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.20 น.

นายกฯ เย้ย ยุทธการโรยเกลือ บอกโซเดียมเป็นสิ่งดี มั่นใจตอบครบทุกประเด็น  เผยให้ กห. ดูหลังตกเป็นเป้าไอโอกองทัพ 

วันที่ 25 มี.ค. 68 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สอง โดยผู้สื่อข่าวแซวนายกฯ ว่าดูอารมณ์ดี นายกฯ ตอบกลับว่า แซวเก่ง ดีค่ะดี 

เมื่อถามถึง การอภิปรายเป็นอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เมื่อสักครู่ก็เห็นว่ามีวุ่นวายนิดหน่อยในสภาฯ เป็นเรื่องข้อบังคับ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อถามการชี้แจงรอบสุดท้ายที่ดูเหมือนจะดุเดือด นายกฯ กล่าวว่า ที่เราชี้แจงไปเป็นการตอบทั้งหมดแล้วก็ปิด 

เมื่อถามว่า อภิปรายมาแล้ว 2 วัน ตามยุทธการโรยเกลือของฝ่ายค้านรู้สึกแสบ ๆ หรือไม่ น.ส.แพทองธาร หัวเราะก่อนกล่าวว่า โรยเกลือใช่ไหมคะ ก็ดีค่ะโซเดียมเป็นสิ่งดี แต่เยอะเกินไปก็ไม่ดี 

เมื่อถามว่า กรณีที่สส.พรรคประชาชนอภิปรายว่า นายกฯ ก็ตกเป็นเป้าของไอโอ กองทัพเรื่องการแต่งกาย และเรื่องการทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ตอนแรกไม่ได้สงสัยอะไร ใครจะว่าก็มีคนว่าอยู่แล้ว เดี๋ยวให้กระทรวงกระทรวงกลาโหมไปดูเรื่องนี้เพิ่ม

เมื่อถามถึง เป้าโจมตีของฝ่ายค้านที่พุ่งประเด็นเรื่องของการเลี่ยงภาษีมรดก กับโรงแรมที่เขาใหญ่ นายกฯ กล่าวว่า เห็นทุกหน่วยออกมาช่วยชี้แจงแล้ว ประชาชนน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีและตนพยายามตอบให้มากที่สุด และคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรที่ยังไม่ได้ตอบ และเมื่อเราได้เวลาที่ค่อนข้างน้อย ก็ประสานกันทุกกระทรวงว่าถ้าจะต้องชี้แจงเพิ่ม ก็ใช้เวทีด้านล่างชี้แจงเพิ่ม จะได้ไม่กวนเวลาสภาฯ คิดว่าน่าจะตอบหมดแล้ว 

‘ครม.–ฝ่ายค้าน’ ชื่นมื่น ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหลังจบศึกอภิปรายตลอด 2 วัน

‘ครม.–ฝ่ายค้าน’ ชื่นมื่น ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหลังจบศึกอภิปรายตลอด 2 วัน

‘ครม.–ฝ่ายค้าน’ ชื่นมื่น ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหลังจบศึกอภิปรายตลอด 2 วัน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.33 น.

“ครม. – ฝ่ายค้าน” ชื่นมื่น ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหลังจบศึกอภิปรายตลอด 2 วัน ด้าน “รมต.”แห่ใหกำลังใจ “นายกฯอิ๊งค์” 

วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 22.25น. ผู้สื่อข่าวรายงานงานจากรัฐสภาว่า ทันทีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้  ได้สั่งปิดการประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค.นี้ เวลา 10.00น.  เพื่อลงมติไม่วางใจในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หลังจากตลอดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 2 วัน คือวันที่  24 – 25 มี.ค.68 ใช้เวลาอภิปรายทั้งสิ้น จำนวน 32 ชั่วโมง 32นาที

หลังปิดประชุม บรรดารัฐมนตรี ได้เข้ามาให้กำลังใจ กับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านศึกอภิปรายเรียบร้อยแล้ว อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม  นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและการกีฬา  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย   นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา  และรัฐมนตรีจาพรรคเพื่อไทย    รวมไปถึงบรรดา สส.พรรคเพื่อไทย ต่างได้เข้ามาแสดงความยินดีกับ น.ส.แพทองธาร  เช่นเดียวก่น พร้อมให้สื่อมวลชนถ่ายรูปหมู่ เป็นที่ระลึก  บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

ขณะเดียวกันทางฝั่งพรรคประชาชน  บรรยากาศก็เป็นไปอย่างชื่นมื่น หลัง ได้อภิปรายเสร็จสิ้นลง ต่างเข้าไปจับมือแสดงความยินดีกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่อภิปรายสรุปเป็นคนสุดท้าย   
 

ซักฟอกขยี้แผลปมชั้น14-ป่วยทิพย์ จัดหนัก‘ทักษิณ’ ‘โรม’ชำแหละดีลต่างตอบแทน

ซักฟอกขยี้แผลปมชั้น14-ป่วยทิพย์  จัดหนัก‘ทักษิณ’  ‘โรม’ชำแหละดีลต่างตอบแทน

ซักฟอกขยี้แผลปมชั้น14-ป่วยทิพย์ จัดหนัก‘ทักษิณ’ ‘โรม’ชำแหละดีลต่างตอบแทน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.10 น.

ซักฟอกขยี้แผลปมชั้น14-ป่วยทิพย์ จัดหนัก‘ทักษิณ’ ‘โรม’ชำแหละดีลต่างตอบแทน แฉมี‘2ไอ้โม่ง’คอยเป็นตัวช่วย นายกฯโต้ฝ่ายค้านปัด‘ดีลปีศาจ’ โวย‘พ่อ’เจอแต่ความอยุติธรรม

ซักฟอกวันที่ 2 “รังสิมันต์”ถล่มยับ “ป่วยทิพย์-ชั้น 14” ซัดนายกฯประจักษ์พยานและตัวการสำคัญในการทำผิดก.ม.ชั้น 14 ชำแหละดีลปีศาจแลกปท. ปกปิดอาการป่วยมุ่งช่วยพ่อไม่ให้นอนคุกแม้แต่วันเดียว แฉทำเป็นกระบวนการทำลายกระบวนการยุติธรรม ต่างตอบแทนอวยยศให้จนท. ซัดหลอกลวง ขาดความซื่อสัตย์ เข้าข่ายผิดกม.อาญา “อั้งยี่-ซ่องโจร” ด้าน “ทวี”โต้กลับโรมมโนสร้างวาทกรรม ป้อง “อิ๊งค์”ไม่เกี่ยว เพราะแม้วเข้าเรือนจำก่อนรับตำแหน่ง ขณะที่นายกฯลุกขึ้นแจงยาวโอด20ปี “พ่อ”เจอสารพัดความ ’อยุติธรรม‘ เล่นงานติดหนึ่งในท็อป ต้องจากไปอยู่ไกลครอบครัวสุดเจ็บปวด เย้ยถ้า‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ จับมือตั้งรัฐบาลสำเร็จ ยังไงก็กลับมาอยู่ดี ปณิธานแรงกล้า ขอใช้ชีวิตบั้นปลายที่ไทย ขอรอผลสอบ‘แพทยสภา’ออก แจงปม’ป่วยชั้น14‘ไปยังไงก็ไม่เชื่อ

เมื่อวันที่ 25มีนาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเริ่มขึ้นเวลา 08.00 น. โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล(น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี) ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และคณะเป็นผู้เสนอญัตติ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

เปิดฉากจวกนายกฯลอยตัวเหนือปัญหา

โดยน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกเนื้อหาสรุปว่า น.ส.แพทองธารไม่มีคุณสมบัติผู้นำประเทศ ขาดความรู้ความสามารถไม่มีวุฒิภาวะผู้นำ ไม่มีเจตจำนงรับใช้ประชาชน ทุกวันนี้ไทยมีโจทย์ยากมากมายที่ต้องทำให้สำเร็จไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จีนเทา ไทยเทา ปัญหาคอรัปชั่น การศึกษา การแข่งขันทางการค้าในภูมิภาค ไปจนถึงโครงสร้างทางการเมือง เช่นกระบวนการยุติธรรมและรัฐธรรมนูญ วันนี้ประชาชนติดตามการแก้ปัญหาของนายกฯอย่างจดจ่อและจริงจัง แต่นายกฯกลับลอยตัวเหนือปัญหา การตอบคำถามของนายกฯ ในงานสัมมนาเศรษฐกิจ มักตอบคำถามแบบผิวเผิน เลื่อนลอย ไม่ตรงเป้าหมาย ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประเทศได้หรือพูดจาจับสาระอะไรไม่ได้เลยนอกจากนี้ นายกฯไม่มีกาลเทศะในการใช้โซเชียลมีเดีย จนสังคมวิจารณ์ว่าอ่านไอแพดมากเกินไป และโพสภาพพร้อมแคปชันที่ไม่เหมาะสมช่วงที่ประชาชนต้องเผชิญความยากลำบากในหลายเหตุการณ์

อิงค์นั่งนายกฯทำไทยเสียโอกาศอื้อ

“ระยะเวลาที่น.ส.แพทองธาร ดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้อะไรไปเยอะได้พาพ่อกลับบ้าน ได้โปรไฟล์ ได้ยกระดับสถานะทางสังคมของตัวเองให้สูงขึ้นอีก แต่คนไทยต้องเสียโอกาสที่จะมีผู้นำขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า เสียภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาชาติ เสียโอกาสทวงคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตคดีตากใบ เสียจุดยืนในหลักการสากล เสียโอกาสได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสียโอกาสได้เห็นว่ารัฐบาลพลเรือนมีน้ำยากว่ารัฐบาลทหาร”น.ส.ภตคมนกล่าว และย้ำว่า สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนั้นเชื่อว่าไม่เกินเลยความรู้สึกของประชาชนเลย คุณสมบัติของนายกฯที่พูดมา เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดว่าประชาธิปไตยกำลังถูกย้ำยีให้อ่อนแอ และไร้เกียรติ สะท้อนให้เห็นโครงสร้างการเมืองไทย หากมีอำนาจต่อรองมากพอ ขึ้นมาเป็นนายกฯโดยไม่มีคุณสมบัติเลยก็ได้

รังสิมันต์ถล่มชั้น14ซัดดีลปีศาจ

ต่อมานายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนลุกขึ้นอภิปรายถึงการทำลายกระบวนการยุติธรรมกรณีให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในฐานะบิดาของน.ส.แพทองธาร นายกฯ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น14ว่า น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้ นายกฯ คือ ประจักษ์พยานและตัวการสำคัญต่อการทำผิดกฎหมายในเรื่องชั้น 14 เพราะมีชื่อ1 ใน 10 ที่สามารถเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลตำรวจได้ อย่างไรก็ดี ต้องย้อนกลับไปช่วงที่นายทักษิณลี้ภัยต่างประเทศ 15 ปี ก่อนได้กลับไทยช่วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ซึ่งการกลับประเทศดังกล่าวตนเชื่อว่ามีดีลลังกาวีเกิดขึ้น และภาพที่เดินทางมาถึงประเทศไทยคือคนที่สุขภาพแข็งแรง แต่ผ่านไปสองวันพบว่าทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพแถลงถึงอาการป่วย4โรคร้ายแรงและมีอาการวิกฤตที่ต้องส่งไปยังโรงพยาบาลตำรวจ

“มีไอ้โม่ง2ตัวใจดี ลดแลกแจกแถมให้บิดานายกฯออกจากเรือนจำเพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ หากวันนั้นไอ้โม่งขัดขวาง ไม่มีทางที่นายใหญ่จะได้ไปโรงพยาบาลตำรวจ จนกว่านายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯมีอำนาจเต็ม ซึ่งเรื่องนี้น.ส.แพทองธารรู้เห็นทั้งหมด รวมถึงไม่ดำเนินคดีกับไอ้โม่งตามที่สัญญากับประชาชน เพราะพ่อได้กลับบ้านแล้ว นี่คือดีลแลกประเทศดีลปีศาจที่นายกฯสมคบเพื่อช่วยเหลือพ่อตัวเองไม่ให้นอนคุกแม้แต่วันเดียว” นายรังสิมันต์ อภิปราย

ปิดอาการป่วยไม่ให้พ่อติดคุกแม้แต่วันเดียว

นายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่านอกจากนั้นยังพบการร้องขออภัยโทษเฉพาะราย หลังจากที่นายทักษิณพักในโรงพยาบาลตำรวจแล้ว7 วัน ซึ่งน.ส.แพทองธารอกตัญญู ไม่ดำเนินการ ทำให้นายทักษิณต้องดำเนินการด้วยตนเอง ทั้งที่มีอาการป่วยหนักปางตาย ต้องเตรียมเอกสารเพื่อร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษด้วยตนเอง ทั้งนี้ตนมองว่านายกฯรู้ว่าพ่อไม่ป่วย จึงให้เขียนขออภัยโทษเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวมีรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ระบุว่ามีอาการป่วยวิกฤตสลับปกติ จึงเป็นการย้อนแย้ง และนายกฯ ทำเรื่องตบตาประชาชน เรื่องอาการป่วยเพื่อได้อภิสิทธิของการพักรักษาตัวระดับวีวีไอพีที่โรงพยาบาลตำรวจ

ซัดอวยยศปูนบำเหน็จคนช่วยพ่อ

“นายกฯ ปกปิดอาการป่วยเพื่อให้ไม่ให้คนติดคุกแม้แต่วันเดียว และมีการสมคบคิด ซึ่งเป็นนายกฯ จอมหลอกลวง ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงแต่งตั้งบุคคลที่ช่วยเหลือพ่อให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง อวยยศ หน้าที่การงาน รวมถึงได้รับการปูนบำเหน็จเพิ่มเติมในรอยต่อรัฐบาล นายเศรษฐาและน.ส.แพทองธาร คือ โดยเฉพาะแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ที่ได้นั่งให้เป็นกรรมกรอิสระของบอร์ดไออาร์พีซีได้เงินนับล้านบาทต่อปี และเป็นตัวเต็งรองผบ.ตร.ก่อนเกษียณ นอกจากนั้นยังให้หมอที่ลงนามในใบความเห็นแพทย์เพื่อรักษาตัวต่อ ซึ่งชื่อย่อ พล.ต.ท.ส.ม. ซึ่งเป็นพี่ชายของอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยมีส่วนได้เสียหรือไม่ ซึ่งคิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าเป็นการตอบแทนทางการเมือง เอาความยุติธรรมและผลประโยชน์แลกเพื่อคนในครอบครัว” นายรังสิมันต์ อภิปราย

งงมีมือถือใช้ละเมิดกม.ราชทัณฑ์

นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเกิดก่อนที่เป็นนายกฯ แต่เมื่อเป็นนายกฯแล้ว กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ ทั้งยังพบข้อมูลว่าระหว่างรักษาตัว มีบุคคลนอกชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส เข้าเยี่ยม มีรายละเอียดว่ามีการกินอยู่ระดับหรู นอกจากนั้นยังมีประเด็นว่านายทักษิณแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งหนึ่งวันให้หลังจากที่แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์แถลงว่ามีอาการป่วยหนัก แสดงให้เห็นว่านายทักษิณที่แพทย์บอกว่าป่วยหนักสามารถมีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้ได้ ซึ่งไม่ถูกจำกัดสิทธิ ทั้งนี้คนที่มีมือถือไว้ใช้ได้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าพ่อค้ายาเพื่อสั่งการ ซึ่งกรณีนี้นายใหญ่ถือเป็นเจ้าพ่อเครือข่ายทางการเมืองที่ชั้น 14หรือไม่

ย้ำป่วยทิพย์-สมคบคิดทุบระบบยุติธรรม

“นายกฯ อาจเอาโทรศัพท์ไปให้ใช้ระหว่างควบคุมตัว คือการละเมิดกฎหมายราชทัณฑ์ และยืนยันว่าไม่มีการป่วยวิกฤต แต่คือ ป่วยทิพย์ และหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่พบมีการเข้ารักษาตัวต่อ ถือเป็นการโกหก เพราะทราบดีว่าบิดาไม่ได้ป่วย ส่วนการพักโทษนั่นไม่ตรงกับความจริง กรณีชั้น14 นายกฯ ปฏิเสธไม่ได้ถึงการสมคบคิดเพื่อทำลายระบบยุติธรรม อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ซึ่งถูกคาดหวังต่อการตรวจสอบต่อความยุติธรรม อย่าให้การเข้าเรียนหลักสูตร บยส.23 ที่แพทย์ใหญ่กับประธาน ป.ป.ช.ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมาเป็นอุปสรรคตรวจสอบ” นายรังสิมันต์ อภิปราย

ผิดฐานอั่งยี่ซ่องโจรพานักโทษแหกคุก

นายรังสิมันต์อภิปรายด้วยว่าการกระทำของนายกฯและคณะไม่ต่างจากพานักโทษแหกคุก และสิ่งที่นายกฯและพวกดำเนินการคือ การสมรู้ร่วมคิดของหน่วยงานโรงพยาบาลตำรวจและราชทัณฑ์ สิ่งที่นายกฯ ทำครบองค์ประกอบกฎหมายอาญามาตรา 209 และมาตรา 210 ฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งบทบัญญัติกำหนดโทษร้ายแรง เชื่อถ้ามีการทลายซ่องโจรจันทร์ส่องหล้าสามารถเอาผิดคนจำนวนมากได้เหตุที่นายทักษิณไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว เป็นเพราะการกระทำผิดกฎหมาย ที่นายกฯและลูกสมุนทำดีลแลกประเทศ จนทำลายหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นการละเมิดกฎหมาย ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของนายรังสิมันต์นั้นพบว่า มีสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ และ สส.พรรคเพื่อไทยลุกประท้วงกรณีพาดพิงถึงบุคคลภายนอกอยู่เป็นระยะ ซึ่งประธานในที่ประชุมได้พยายามควบคุมโดยย้ำถึงเวลาที่มีจำกัดที่ต้องยุติการอภิปรายก่อนเที่ยงคืน เพื่อให้สามารถลงมติได้ในวันถัดไป.

“ทวี”ป้อง“อิ๊งค์”ไม่เกี่ยวยังไม่เป็นนายกฯ

ต่อมาเวลา 12.00น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมลุกขึ้นชี้แจงว่า ตนถูกพาดพิงโดยนายรังสิมันต์โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ระบุว่ารมว.ยุติธรรม อยู่ในตำแหน่งอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากเรื่องไม่โปร่งใสชั้น 14 และยืนยันกระทรวงยุติธรรมต้องเชื่อมั่น เข้าถึงเป็นที่พึ่งประชาชน ซึ่งตนแอบหวังว่าท่านน่าจะเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศ แต่สิ่งที่ท่านมาพูดตนก็เสียใจ เพราะท่านช่างตัดตอน จินตนาการและใช้วาทกรรม ในกรณีนายทักษิณไม่ได้เกี่ยวกับน.ส.แพทองธารเลย เพราะนายทักษิณ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม2567ตอนนั้นน.ส.แพทองธาร ยังไม่ได้เป็นนายกฯ และที่ท่านอ้างว่ามีดีลแลกประเทศ และขยายว่ามีดีลปีศาจตนไม่รู้ว่าก้นบึ้งของจิตใจท่าน ท่านจะหมายถึงอะไร ถ้านายรังสิมันต์ดูให้ดีเป็นวาทกรรม และเป็นเรื่องที่นายรังสิมันต์จินตนาการเอง ท่านต้องยอมรับว่าหลังจากการยุบสภาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดคือพรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นพรรคประชาชน

โต้ดีลแลกปท.ซัด“โรม”มโนสร้างวาทกรรม

“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นดีลแลกประเทศ ส่วนท่านจินตนาการอย่างไรเชิงลึก ผมไม่ใช่คนแบบท่าน ผมรู้อะไรลึกกว่าท่าน พูดไปคนของท่านก็จะเสียหาย ผมจะไม่พูด ส่วนกรณีนายทักษิณ ตอนที่ท่านเข้ามา รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสินยังไม่ได้เป็นรัฐบาล และผมไม่รู้ว่าเป็นรมว.ยุติธรรมหรือไม่ นายทักษิณเข้ามาก็มีอาการที่เล่าว่าป่วยและส่งโรงพยาบาลตำรวจ แต่สิ่งที่น่าเสียใจคือนายรังสิมันต์ จบนิติศาสตร์ และทราบหรือไม่ว่าในกฎหมายราชทัณฑ์ คนที่เจ็บป่วยต้องไปส่งรักษาพยาบาลเขาให้ถือว่าสถานที่รักษาพยาบาลคือเรือนจำ ท่านสะใจใช่หรือไม่ต้องการให้ถูกทรมานหรืออย่างไร เราถือว่าโรงพยาบาลที่ไปรักษาตอนนี้ปีหนึ่งมีผู้ต้องขังเกือบแสนคนที่ต้องไปพักเราถือว่าสถานที่เหล่านั้นเราถือเป็นที่ควบคุม กฎกระทรวงก็เขียนว่าเป็นที่ควบคุมพิเศษ เป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาลจะจัด และถ้าท่านเกิดหนีจากที่ควบคุมเหมือนหนีจากเรือนจำ”รมว.ยุติธรรมชี้แจง

ชี้รักษาพยาบาลเป็นสิทธิ์ไม่ใช่อภิสิทธิ์

และว่า ที่บอกว่าไม่มีสักวันเดียวที่นายทักษิณติดคุก ต้องการวาทะกรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดใช่หรือไม่ การคุ้มครองสิทธิ์พื้นฐานของคนท่านบอกว่าเป็นอภิสิทธิ์ ท่านพูดไม่จบ คือเมื่อนายทักษิณ เข้าไป ตนเข้ามาสัก1 เดือน ตนก็คิดว่าระหว่างนี้ท่านอยู่โรงพยาบาลตลอดสังคมจะมองว่าเป็นการช่วยเหลือกันหรือไม่ ท่านทราบหรือไม่ว่าในรัฐธรรมนูญหมวดหน้าที่ของรัฐ บอกว่าประชาชนเจ็บป่ายก็ต้องไปรักษาพยาบาล นายทักษิณเป็นประชาชนก็ต้องได้รับการรักษา แต่ท่านถูกควบคุมอยู่ไปไหนไม่ได้ เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนให้รัฐต้องปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตนคิดว่าจะเอาท่านกลับมาได้หรือไม่ กฎหมายไม่มีให้เลย ต้องทำตามความเห็นของแพทย์ เมื่อครบ 120 วันต้องมีเรื่องรายงานมาที่นายกฯ

เตือนอย่าทำตัวใหญ่กว่ากม.-พร้อมแจงปปช.

รมว.ยุติธรรมกล่าวต่อว่า ทราบหรือไม่อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นมืออาชีพ ไม่รู้จักกับนายทักษิณ และเมื่อครบวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพตั้งคณะแพทย์ 5 คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ต้องไปดูว่ากลับมาเรือนจำได้หรือไม่ ปรากฏว่าคณะก็ให้ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์ผู้รักษา และอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีหนังสือโต้ตอบรพ.ตำรวจ ก็อนุมัติให้อยู่โรงพยาบาลต่อเพราะหมอที่โรงพยาบาลมีความเห็นให้อยู่ต่อ ส่วนกรณีเจ้าพนักงานกระทำชอบหรือไม่นั้น อยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และเรื่องของนายทักษิณ องค์กรอิสระเกือบทุกองค์กรเข้ามาตรวจสอบ

“ท่านต้องเข้าใจว่า การที่นายทักษิณอยู่รพ.ตำรวจ ที่กฎหมายได้เขียนว่าเป็นเรือนจำแล้วถูกควบคุม แต่ท่านบอกว่าไม่ถูกควบคุม ท่านทำตัวใหญ่กว่ากฎหมายใช่หรือไม่ ที่ผมไม่อยากพูดมากไปกว่านี้ แพทยสภา เรื่องของหมอ ความเจ็บป่วยท่านกับผมก็ไม่มีใครรู้ดี และมีกฎหมายเรื่องจรรยาบรรณแพทย์ เรื่องอยู่ที่แพทยสภา รับเรื่องไว้ปีกว่าแล้ว ยังต้องสอบสวน แต่ท่านรับเรื่องไปแป๊บเดียว ท่านวินิจฉัยหมดเลย ว่าดีลปีศาจ ท่านมีอะไรอยู่ในใจใครคือปีศาจของท่าน“ รมว.ยุติธรรม กล่าว และย้ำว่า ที่ท่านโน้มน้าวอะไรมาทั้งหมด ท่านสมมุติเอาเอง เพราะวันนี้เราเตรียมไปให้การกับป.ป.ช. ซึ่งยังไม่เรียกราชทัณฑ์เลย อย่าไปดูแคลนป.ป.ช. ท่านอย่าเข้าใจว่าแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่มีความรู้ ไม่อยากให้ด้อยค่าคนอื่น ความจริงไม่มีอะไรเมื่อเรื่องเข้าป.ป.ช. แม้แต่กรรมการป.ป.ช. ยังเอาเรื่องมาเปิดเผยไม่ได้แต่วันนี้ท่านสมมุติไปทั่ว

“ไหม”ซัดทำเสียของ-คนร้องหาลุงตู่

เวลา 14.00 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนอภิปรายไม่ไว้วางใจน.ส.แพทองธารตอนหนึ่งว่า สิ่งที่รัฐบาลงน.ส.แพทองธารบริหารประเทศย่ำแย่ แต่ความผิดมหันต์ที่ให้อภัยไม่ได้ในการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดล้มเหลว เพราะทำให้คนร้องหาและคิดถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ แบบนี้เรียกว่าเสียของที่ประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งที่ฉันทามติอยากได้รัฐบาลประชาธิปไตย ดังนั้นให้อภัยไม่ได้ทำให้คนลืมภาพร้ายของรัฐประหาร และมีความคิดว่าสมัยพล.อ.ประยุทธ์ยังดีกว่านี้

น.ส.ศิริกัญญาอภิปรายด้วยว่าขณะนี้ประชาชนเผชิญกับภาวะค่าครองชีพสูง สินค้าขึ้นราคา ค่าไฟฟ้าสูงที่บอกว่าจะลดค่าไฟเป็นแค่ราคาคุย ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ที่บอกว่าจะขึ้นค่าแรง 400 บาทปี2567ทำไม่ได้จริง ทั้งที่มีอำนาจเต็มมือ ถือเป็นการหลอกลวงเพื่อหวังคะแนนเสียง

น.ส.ศิริกัญญายังยกสถิติช่วงที่น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯมีบริษัทปิดกิจการ 11% มีเปิดใหม่ 4% ทำให้มีคนงานตกงานจำนวนมาก ขณะที่เอสเอ็มอีจมกองหนี้ ส่วนตลาดทุนตกต่ำ เพราะการบริหารที่ไม่ได้เรื่อง ทั้งนี้เดือนมีนาคม2568 ตั้งเป้าให้จีดีพีโต 3.5% ขณะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงใช้มาตรการเดิม ทำให้เป็นคำถามว่าจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร หากยังบริหารผิดพลาดซ้ำซาก ซึ่งไม่เห็นแผนภาพรวมของรัฐบาลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีแต่การขายผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้น

อิ๊งค์ลุกแจงปมรร.เขาใหญ่ทำถูกกม.

กระทั่งเวลา 15.40 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิงเป็นครั้งแรกของการอภิปรายวันที่สอง เริ่มจาก เรื่องการครอบครองที่ดินเทมส์วัลลีย์ (THAMES VALLEY)เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยยืนยันบริษัทครอบครัวตนทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายกิจการโรงแรมทุกประการ ส่วนกรณีแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลดำเนินการไปมากพอสมควรแล้ว มีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ จีน เมียนมาและกัมพูชา เรื่องจับกุม ปราบปราม การตัดไฟ นายสีจิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนชื่นชม ที่ไทยดำเนินการเด็ดขาด รวดเร็ว วันนี้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่มาตรการซีลชายแดนต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านเราทำงานเป็นทีม จนได้ผลดี หวังว่าฝ่ายค้าน จะเข้าใจการทำงานแบบทีมเวิร์ค และให้เกียรติซึ่งกันและกัน

โวปราบแก๊งคอลฯได้ผลคดีลด67%

นายกฯยังชี้แจงการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่รัฐบาลเดินหน้าต่อเนื่อง มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC สายด่วน 1441 รับแจ้งเหตุจากประชาชนตลอด24 ชั่วโมง ระงับบัญชีม้าไปแล้ว 1.92 ล้านบัญชี สถิติการแจ้งความคดีอาชญากรรมออนไลน์ทั้งหมดของประเทศไทยลดลงไปถึง 20% โดยเฉพาะคดีคอลเซ็นเตอร์อย่างเดียว ลดลงถึง 67% ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนลดลงกว่า 50% จากวันละ 100 ล้านบาท เหลือ 50 ล้านบาท แต่ตัวเลขยังไม่เป็นที่น่าพอใจ รัฐบาลจะทำให้เข้มข้นมายิ่งขึ้น“ น.ส.แพทองธาร กล่าว

ดิจิทัลวอลเล็ตตรงปกโดนเป้า

ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต นายกฯกล่าวว่า เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล ที่เผชิญมรสุมการคัดค้านจากหลายองค์กร แต่รัฐบาลพยายามประคับประคองให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจตามเป้าหมาย ดำเนินมาเฟส 3 กำลังมาถึงเป็นดิจิทัลวอลเล็ตเต็มรูปแบบ กำลังทดลองพัฒนาระบบ เป้าหมายระยะยาวคือ ยกระดับสังคมไทยเป็นสังคมดิจิทัล ตนมั่นใจว่าภายใน 1 วาระของรัฐบาลนี้จะเกิดผลเป็นรูปธรรมปกก็ตรง เป้าก็โดน

โอดกลางสภาฯพ่อไม่ได้รับความยุติธรรม

ส่วนประเด็นชั้น 14 นั้น นายกฯชี้แจงว่า ตนอยากชี้แจงในฐานะลูกสาว ตั้งแต่พ่อของตนเดินทางกลับมาประเทศไทย จนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาลชั้น14 ตนยังไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่อยากให้ท่านอภิปรายให้เกิดความสับสนเหมือนว่าตนเป็นนายกฯแล้ว และมีอำนาจสั่งข้าราชการหรือใครๆ ตอนนั้นตนเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และไม่มีอำนาจใดๆเลย การจะอภิปรายอะไรแบบนี้ ต้องเห็นค่าของผู้ที่รักษากฎหมาย คนที่เป็นข้าราชการ การพูดแบบนี้เหมือนเป็นการด้อยค่า

”ดิฉันเชื่ออย่างยิ่ง ไม่ว่าลูกคนไหนก็ตาม ที่เห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อที่ผ่านมาเกือบ20ปี ไม่มีใครอยากให้เกิด สถานการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาในรอบ 20 ปีของประเทศเรา ในเรื่องความอยุติธรรม ถ้าจะหาใครสักคนที่เผชิญความไม่ยุติธรรม ดิฉันมั่นใจว่าดร.ทักษิณ คือหนึ่งคนท็อปๆเลย ที่ได้รับความไม่ยุติธรรม ท่านได้ถูกยึดอำนาจทางการเมือง แล้วยังถูกยึดทรัพย์สิน ถูกลอบสังหารหลายรอบ ดิฉันตอนนั้นอยู่มหาวิทยาลัยก็ทราบว่าคุณพ่อถูกลอบสังหาร แต่สมัยนั้นเครื่องมือสื่อสารไม่ดีเหมือนสมัยนี้ พอเราได้ยินมา เด็กอายุ 18-19 คนหนึ่งที่ทราบว่ามีคนตั้งใจจะสังหาร ก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่ดี เป็นเหตุการณ์ที่ต้องลุ้นแบบนี้หลายครั้ง เป็นสิ่งที่เกิดความเจ็บปวดในครอบครัว นอกจากนี้ ยังต้องถูกพลัดพรากไปไกลกัน อยู่คนละประเทศเสมอ ดิฉันพยายามเดินทางไปหาคุณพ่อบ่อยๆ กระทั่งช่วงโควิด ดิฉันท้องลูกคนแรก 6 เดือน เดินทางยากลำบาก ไปอยู่กับท่าน 1 เดือน กลับมาก็ 7 เดือน ตอนนั่งเครื่องบินก็เสียน้ำตา ไม่รู้ว่าโควิดจะหยุดเมื่อไหร่ เราเดินทางท้องโตจะติดหรือไม่ ช่วงนั้นวัคซีนก็ไม่มี“ น.ส.แพทองธาร กล่าว

และว่า ความไม่ยุติธรรมเหล่านี้เกิดขึ้น ทำให้ครอบครัวที่เราสนิทกันอยู่แล้วรักกันมากขึ้น ทำให้ตนเติบโตขึ้นมาอย่างมีสติ ทราบว่าอะไรควรไม่ควร ต้องเห็นใจซึ่งกันและกันอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ตนได้ฝึกฝนตัวเองมา ในความลำบากก็มีข้อดีที่ซ่อนอยู่ในนั้น

โต้ดีลปีศาจ-ถึงพท.เป็นพรรคร่วมพ่อก็กลับ

ส่วนที่มีสมาชิกกล่าวหาว่าคุณพ่อตนกลับมาเพราะมีดีลกับปีศาจผ่านการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ยืนยัน100% ว่า ไม่ใช่ความจริง เป็นการตัดสินใจของท่านเต็มรูปแบบว่าจะกลับมา ตนก็ไม่อยากให้ท่านกลับมาต้องติดคุก หรือถูกจำกัดที่ทาง จึงบอกคุณพ่อไปว่าไม่เป็นไร อยู่เมืองนอกก็เจอกันได้ แต่ท่านอยากใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวที่ประเทศไทย ท่านรักและห่วงประชาชนมาก จะคิดแต่เรื่องเศรษฐกิจ คิดให้ประชาชนรวย ตนฟังท่านแล้วก็รู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจในการทำงาน เพราะรู้สึกว่าคนเราเจอเรื่องมากมายขนาดนี้ แต่ยังคิดเรื่องดีๆกับคนอื่นได้ ต้องใช้พลังบวกในใจอย่างมาก ตนก็ได้อะไรตรงนี้มา

”ถ้าวันนั้นทางเพื่อไทย และก้าวไกลจับมือกันสำเร็จแล้วตั้งรัฐบาลได้ ท่านเป็นผู้นำรัฐบาล ส่วนพวกเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ยังไงดร.ทักษิณก็กลับมาอยู่ดี แม้ว่ารัฐบาลนั้นจะจัดตั้งโดยใคร คือเรื่องจริงที่คุณพ่อตั้งใจแล้วว่าจะกลับมาให้ได้ ส่วนกระบวนการของพระราชทานอภัยโทษ เป็นสิทธิของผู้ต้องคดีความทุกคน ที่มีขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ดิฉันขอไม่ก้าวล่วง” นายกฯกล่าว

ปมชั้น14ให้รอฟังแพทยสภา-ตอบไปก็ไม่เชื่อ

และว่า ถ้าจะบอกท่านป่วยจริง ป่วยหลอก เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าคุณพ่อป่วยต้องรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นสิ่งที่ชัดเจน ถ้าตนจะบอกท่าน คุณพ่ออายุ 70 กว่าป่วย ท่านจะเชื่อดิฉันหรือไม่ ก็ไม่เชื่อ แต่ยืนยันว่าป่วยจริงๆต้องได้รับการผ่าตัด ช่วงโควิดเป็นโควิดหนักมาก น้ำหนักลดไป10กว่ากิโล ผมร่วง มีจุดที่ปอด ท่านเชื่อหรือไม่ ก็ไม่เชื่อ ถ้าจะบอกว่าคนอายุ70กว่าต้องผ่าตัด แล้วการผ่าตัดมันไม่ได้ง่ายเหมือนคนอายุน้อย ท่านเชื่อหรือไม่ ก็ไม่เชื่อ ตนก็ไม่ทราบว่าต้องอธิบายแบบไหน ดังนั้น ขอให้รอการตรวจสอบของแพทยสภา เชื่อว่าผลสรุปจะออกมาในอีกไม่นาน หวังว่าทุกฝ่ายจะยอมรับ เพราะถามจากตน ตนตอบท่านก็ไม่เชื่ออยู่ดี

ยันไม่เคยแทรกแซงขรก.

น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยว่า เมื่อมีกระบวนตรวจสอบกรณีนายทักษิณ ในฐานะลูกสาว ตนห่วงใยแน่นอน ตนเป็นลูกสาวที่รักคุณพ่อ แต่ในฐานะนายกฯ ตนไม่เคยใช้อำนาจไปแทรกแซงหน่วยงานใดเลย อย่าดูถูกข้าราชการไทย อย่าดูถูกระบบกระบวนการของราชการไทย ยุคสมัยนี้ทุกอย่างตรวจสอบได้ ส่วนที่มีการเรียกร้องให้ตนลาออก ถือเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำไม่ได้คือขอให้ตนลาออกจากความเป็นลูกสาว หรือความเป็นแม่ ตนลาออกไม่ได้ ตนพร้อมทำงานให้กับคนทุกกลุ่ม ทุกคน ทุกจังหวัด ทุกที่ เพราะสวมหมวกนายกฯไทย ตนทำหน้าที่นี้เต็มที่สุดความสามาระแน่นอน แต่ในฐานะลูกสาวของนายทักษิณ ตนพูดคำนี้ด้วยความภูมิใจตั้งแต่ตนสามารถพูดได้ ขอให้ดูและพิสูจน์ที่ความสามารถตน และความตั้งใจในการทำหน้าที่นายกฯของตน หากจะมีการวิพากษ์วิจารณ์หรืออภิปรายใดๆ ก็ขอให้วิจารณ์การทำงาน น่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสภาฯ และประเทศ

“บิ๊กอ้วน”ตอบสนุกดี-ชี้พูดยาวไม่เป็น

ด้านน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงสภาเวลา 10.25 น. เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สองโดยให้สัมภาษณ์ภาพรวมการอภิปรายฯวันแรกว่า ก็ดีนะ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบสนุกดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านคาดหวังให้นายกฯตอบชี้แจงยาวๆ เช่น ประเด็นโรงแรมที่เขาใหญ่ นายกฯ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่เนื้อหา และต้องรักษาเวลาของสภา ตนเป็นคนที่พูดตรงพ้อยท์ พูดยืดยาวไม่ค่อยเป็น แต่ก็จะพยายามพูดให้ยาวขึ้น

มั่นใจตอบเคลียร์-เมินหมัดเด็ดฝ่ายค้าน

ถามว่า การชี้แจงเมื่อวันที่ 24 มีนาคมมั่นใจว่าเคลียร์หรือไม่อย่างไร นายกฯกล่าวว่า เคลียร์และดีใจที่หลายฝ่ายออกมาขยายผล ส่วนกรณีโรงแรมที่เขาใหญ่ ตนนั่งดูอยู่ นายวราวุธศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ชี้แจงถือว่าละเอียดพอสมควร และตนไม่อยากเสียเวลาสภา ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุวันนี้จะมีไฮไลท์การอภิปรายกลัวจะมีหมัดเด็ดอะไรหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่กลัว ไม่น่ามีอะไรที่เราทำผิดหรือไม่โปร่งใส เพราะอย่างที่บอกบัญชีทุกอย่างของบ้านเรา ดูตั้งแต่ปี2549 ตั้งแต่รัฐประหารคุณพ่อ ทุกอย่างก็โปร่งใสบัญชีเล็กบัญชีน้อยต่างๆไม่มีอะไรผิดอยู่แล้ว การแจ้งบัญชีทรัพย์สิน เราก็ทำตามกฎตามเกณฑ์ทั้งหมด และถามตลอดด้วยว่าถ้าซื้อใหม่จะทำอย่างไร เราพยายามให้เคลียร์ตลอดอยู่แล้ว การอภิปรายเมื่อวันที่ 24 มีนาคมคิดว่าอธิบายให้ประชาชนฟังครบแล้ว แต่ถ้ามีอะไรก็บอกได้ เผื่อยังเก็บไม่ครบ

ปมภาษียื่นสอบตามกระบวนการได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่าเห็นจะมีการยื่นตรวจสอบเรื่องภาษีต่อกรมสรรพากรและยื่นสอบจริยธรรมด้วย นายกฯกล่าวว่า ก็ยื่นตามกระบวนการได้เลย เพราะในส่วนของตนทำตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง จะตรวจสอบอะไรก็ได้เลย เพราะตอนที่เข้าการเมืองก็รู้อยู่แล้วว่าต้องถูกตรวจสอบ

ถามถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายนายทักษิณกรณีชั้น14 จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงเลยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรื่องชั้น14ขอไปรวบรวมประเด็นก่อนว่ามีตรงไหนควรตอบหรือไม่ตอบ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมตอบในรายละเอียดทั้งหมด เรื่องชั้น 14ตอนนั้นตนยังไม่ได้เป็นนายกฯ ตอนคุณพ่อกลับก็ยังไม่ได้เป็นนายกฯ คุณพ่อออกมาจากโรงพยาบาลแล้วสักพักถึงได้เป็นนายกฯ ต้องดูว่าการที่ฝ่ายค้านอภิปรายตั้งแต่เมื่อวันแรก เป็นผลงานรัฐบาลอื่น ตนก็งงเหมือนกัน ว่าทำไมมาอภิปรายที่ตัวแพทองธาร ชินวัตร

ตลกพ่อมอนิเตอร์ตลอดคอมเม้นท์มาหา

เมื่อถามว่าได้รับรายงานหรือไม่ตามที่แกนนำพรรคกล้าธรรมระบุมี 10 เสียงจากฝ่ายค้านจะมาสนับสนุนนายกฯ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่เลย พรรคร่วมฯ แข็งแรงอยู่แล้ว ถามต่อว่า นายทักษิณระบุจะมอนิเตอร์การอภิปรายตลอดได้มีคำแนะนำหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า สิ่งที่ตลกอีกเรื่องคือคุณพ่อมอนิเตอร์ตลอดเวลาและส่งข้อความมาหาตนเยอะมาก แต่ตนไม่ได้อ่าน เพราะตนยุ่งมากเตรียมประเด็นอยู่ เลยไม่ได้ตอบอะไรใคร แต่ก็มีโทรศัพท์มาหาตนถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง พ่อก็ส่งคอมเม้นต์มาแต่ละช่วงก็ตลกดี คุณพ่อก็เหมือนชาวบ้านท่านหนึ่งที่คอมเม้นต์ ไม่มีอะไรพิเศษ

ถามถึงกรณีนายกฯลุกขึ้นชี้แจงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ สิ่งที่พูดไม่เป็นความจริง ทำไมถึงชี้แจงเช่นนั้น นายกฯกล่าวว่า ก็เป็นอย่างนั้น เอาสั้นๆก่อน ยาวๆเอาทีหลัง เพราะมีหลายคนพูดยาว ตนก็ไม่อยากพูดยาวเกินไป ส่วนโซเชียลมองว่าสิ่งที่ชี้แจงไปอาจทำให้เสียคะแนนให้พล.อ.ประวิตร นายกฯมองว่า ก็แบ่งๆกันไป

บี้สรรพากรสอบตั๋วPN-ยื่นปปช.ฟันอาญา

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการยื่นเอาผิดกรณีการเลี่ยงภาษี 218 ล้านบาท โดยวิธีออกตั๋วPN ของน.ส.แพทองธารว่า สังคมยังรอให้นายกฯออกมาชี้แจง ซึ่งเป็นพิธีกรรมการซื้อหุ้นของคนในครอบครัว โดยนายกฯยอมรับกลางสภาว่าจริง และจะจ่ายกันปีหน้า และสังคมรอคำตอบจากนายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากรด้วยเช่นกัน และนายกฯก็ยอมรับเป็นเรื่องปกติที่คนในแวดวงธุรกิจทำกัน ตนจึงอยากเรียกร้องใครที่ทำแบบนี้ช่วยแสดงตัว ซึ่งตนสอบถามบุคคลอื่นแล้ว ไม่มีใครกล้าแสดงตัวเพราะกลัวกรมสรรพากรตรวจสอบ

“อธิบดีกรมสรรพากรต้องมาตอบว่านายกฯทำแบบนี้ได้หรือไม่ กำลังมีเจ้าของกิจการ เจ้าของห้างร้านอีกจำนวนมาก ที่กำลังจะโอนหุ้นโอนทรัพย์สินให้ลูก เขาจะได้นำพฤติกรรมของน.ส.แพทองธาร ไปเป็นแบบอย่าง โดยไม่ต้องให้เงินแต่ให้ออกเป็นตั๋วPN ไม่ต้องกำหนดจ่ายวันไหนและไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้อง ชำระภาษีการรับให้ ผมยังรอคำตอบ เพื่อให้การจัดเก็บภาษีการรับให้ร้อยละ 5เสมอภาคกันทั้งประเทศ” นายวิโรจน์ กล่าว และยืนยันว่าเรื่องนี้ มีความผิดทางอาญาแน่ ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร และจะยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมสรรพากร หลังเสร็จการอภิปรายภายในสัปดาห์นี้ ส่วนการจะยื่นความผิดอาญาและผิดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต่อป.ป.ช.นั้น ทำได้ทันที เพราะมีแนวคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเคยตัดสินไปแล้ว ส่วนจะยื่นวันไหนขอหารือกับพรรคก่อน แต่ยืนยันว่ายื่นแน่นอน

​จับตา 10 งูเห่าฝ่ายค้าน! เลื้อยโหวตหนุนนายกฯ ‘เด็กพรรคเสรี-ปูอัด’ยกให้ด้วย

​จับตา 10 งูเห่าฝ่ายค้าน! เลื้อยโหวตหนุนนายกฯ 'เด็กพรรคเสรี-ปูอัด'ยกให้ด้วย

​จับตา 10 งูเห่าฝ่ายค้าน! เลื้อยโหวตหนุนนายกฯ ‘เด็กพรรคเสรี-ปูอัด’ยกให้ด้วย

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 มี.ค.พบว่า ปัจจุบันสภาฯ มี สส.ทั้งหมด 492 คน แบ่งเป็นรัฐบาล 320 เสียง ฝ่ายค้าน 172 เสียง ซึ่งก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกมาระบุว่า จะมีเสียงจาก สส.ฝ่ายค้าน จำนวน 10 เสียง มายกมือสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้น มีรายงานว่า ในจำนวนดังกล่าว ส่วนหนึ่งคือ น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ออกมาร่วมกิจกรรมกับพรรค กธ.แล้ว

ขณะที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ที่มี 6 เสียง จะยกมือให้ 5 เสียง โดยมี 2 พรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรค กธ.ต่างอ้างว่าเป็นคนดึงมา ส่วนที่เหลือจะมาจากพรรคเล็ก ได้แก่ 1 เสียง จากพรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง จากพรรคประชาธิปไตยใหม่ ที่ย้ายมาอยู่พรรคร่วมรัฐบาล พร้อมกับพรรค กธ.รวมไปถึง นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคไทยก้าวหน้า จะทำให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนมากถึง 329 เสียง

นอกจากนี้ ในวันที่ 26 มี.ค.พรรคร่วมรัฐบาลได้นัดประชุมกันก่อนลงมติที่ชั้น 6 อาคารรัฐสภา ในเวลา 08.00 น.

‘บิ๊กอ้วน’ขอให้อดทน-ยึดสันติวิธี ผู้นำรบ.คุยกันได้ ไม่ซีเรียสเขมรสร้างเพิงพักชายแดน

‘บิ๊กอ้วน’ขอให้อดทน-ยึดสันติวิธี ผู้นำรบ.คุยกันได้ ไม่ซีเรียสเขมรสร้างเพิงพักชายแดน

‘บิ๊กอ้วน’ขอให้อดทน-ยึดสันติวิธี ผู้นำรบ.คุยกันได้ ไม่ซีเรียสเขมรสร้างเพิงพักชายแดน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘บิ๊กอ้วน’ขอให้อดทน-ยึดสันติวิธี ผู้นำรบ.คุยกันได้ ไม่ซีเรียสเขมรสร้างเพิงพักชายแดน ไม่อยากให้ลามไปสู่สงคราม มีปัญหาต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์

รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ขอให้ไทย-กัมพูชา อดทนอดกลั้นปมพิพาทชายแดน หลังทหารเขมรสร้างเพิงพักในพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ ตาม MOU 43 วอนอย่ามองว่าเป็นการยั่วยุ หวั่นลามสู่สงคราม รับแต่ละฝ่ายอารมณ์เดือด เพราะต่างอ้างสิทธิ์พื้นที่ ย้ำจุดยืนสันติวิธี เดินหน้าเจรจาขณะนี้ในระดับผู้นำรัฐบาลยังสามารถพูดคุยกันได้

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความไม่สงบเรียบร้อยชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ จ.สระแก้ว หลังทหารกัมพูชาสร้างเพิงที่พักในพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ ตาม MOU43 ว่าอย่ามองประเด็นดังกล่าวให้เป็นเรื่องน่ากังวลใจเกินไป ปัญหาชายแดนเป็นเรื่องที่คุยกันไม่จบ ทั้งพื้นที่บนบกและพื้นที่ทางทะเล เพราะเราใช้แผนที่คนละฉบับ ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิขีดเส้นพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งมีพื้นที่ที่ทับกัน ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นชายแดนไทย-เมียนมา ชายแดนไทย-ลาว ก็มีปัญหายืดเยื้อ เช่นเดียวกับชายแดนไทย-กัมพูชา

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ดังนั้นพื้นที่ล้ำกันไปมา ให้เจรจาด้วยสันติวิธี ซึ่งความอดทนอดกลั้นของแต่ละประเทศ มีไม่เท่ากัน เพราะต่างฝ่ายต่างมองว่าเป็นพื้นที่ของตัวเอง จึงจำเป็นต้องใช้การเจรจาอย่างสันติวิธี พื้นที่ไหนมีปัญหาแล้วคุยกันยังไม่ได้ ก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อน หากรุกล้ำเข้ามาก็ต้องพูดคุยกัน ใช้ความอดทนอดกลั้นแก้ปัญหา ไม่อยากให้ไปขยาย เพราะเรื่องนี้มีทางออกสองแนวทางเท่านั้น คือเจรจาโดยสันติวิธี และต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใครและเคลื่อนกำลังออกมา เพื่อเข้ายึดพื้นที่ ก็จะนำไปสู่สงครามและใช้ความรุนแรง เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ยังมองว่าต้องเจรจากันต่อ ผ่านคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางหาทางออก ตนมองว่ายังไม่ซีเรียสอะไร ระดับผู้นำของรัฐบาลยังพูดคุยกันได้

เมื่อถามว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ตาม MOU43 แต่ทหารกัมพูชาได้ละเมิดโดยการไปสร้างเพิงที่พักถือเป็นการยั่วยุหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราอย่าไปมองว่าเป็นการยั่วยุ เพราะจะทำให้เกิดสงครามมีการรบกัน เราปกป้องอธิปไตยของเรา แต่ไม่อยากให้ไปถึงการสู้รบ เพราะความสูญเสียจะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนี้ตลอด เมื่อรุกล้ำเข้ามาเราก็จะทำหนังสือประท้วงและมีการเจรจาผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ แต่ถ้ายอมรับกันไม่ได้ก็ให้หยุดประเด็นพิพาทกันไว้ก่อน จะไม่หยิบยกคุยกัน

“อยากให้ระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะสงครามไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับใคร มีแต่การทำร้ายชีวิตและทรัพย์สิน อย่ามองไปไกลถึงขนาดว่าเป็นการยั่วยุ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของอารมณ์คน เพราะมีความคิดที่แตกต่างกัน อารมณ์ก็จะรุนแรง” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อถามว่า แต่ละฝ่ายต้องอดทนอดกลั้นต่อข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทน-กัมพูชาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนเรียกร้องกับทุกภาคส่วน เรื่องปัญหาข้อพิพาทว่าให้ใช้ความอดทนอดกลั้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม เช่น ทะเลจีนใต้ การสู้รบยูเครน-รัสเซีย การสู้รบอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ให้ใช้การเจรจาอย่างสันติวิธี ไม่อยากให้เกิดสงคราม เรามีจุดยืนชัดเจนในเรื่องนี้ ไม่อยากให้ไปไกล

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ดูเหมือนทุกอย่างแย่ คนไม่อาจคาดหวัง สรุปแบบนั้นไม่ได้ ต้องมีความหวังแม้จะยากลำบาก ผมเห็นด้วยที่เศรษฐกิจไม่ดีมายาวนาน เพราะเติบโตแค่ 1.9% มานาน อย่างไรก็ดีการตั้งตัวเลขจีดีพีไว้ 3% เพราะคาดหวัง และเชื่อว่าจะเติบโตแม้จะช้า”

นายพิชัย ชุณหวชิร

รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง