ท่องเที่ยวเกาหลี จัดเต็มความมันส์เอาใจสาวก K-Pop ในงาน Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025

ท่องเที่ยวเกาหลี จัดเต็มความมันส์เอาใจสาวก K-Pop ในงาน Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025

ท่องเที่ยวเกาหลี จัดเต็มความมันส์เอาใจสาวก K-Pop ในงาน Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.11 น.

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization)  สร้างความทรงจำสุดประทับใจ! Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025 ระเบิดความมันส์! ขนทัพศิลปิน K-POP สุดฮอต ไม่ว่าจะเป็น วง ENHYPEN , YOUNGJAE , JAYB , TWS , KISS OF LIFE , EVNNE , WHIB , และ MINNIE ทั้งโชว์และ เป็น MC คู่กับ BAE HYEON SEONG นำโชว์สุดอลังการ สู่เวทีในไทย ส่งตรงความสนุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์เอาใจแฟนๆ K-Pop ในคอนเสิร์ต Golden Wave in Bangkok 2025

“Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025” งานนี้จัดขึ้นโดย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization – KTO) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของ กระแสHallyu ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย โดยมีกิจกรรมทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของแฟน ๆ และส่งเสริมความสนใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวเกาหลีให้มากยิ่งขึ้น

เปิดตัวด้วยกิจกรรมออนไลน์ “Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025” ระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ – 16 มีนาคม 2025 เอาใจคนที่กำลังจะไปเที่ยวเกาหลี หรือมีแพลนจะไปเที่ยวเกาหลี โดยมอบโอกาสในการลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ต “Golden Wave in Bangkok 2025” ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ที่รักการเดินทางและคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก

อีกหนึ่งกิจกรรมออนไลน์ที่จัดขึ้น “Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025 ชวนเพื่อนไปมันส์ ลุ้นบัตรคอนฯฟรี” ให้คุณและเพื่อนๆ มาลุ้นบัตรคอนเสิร์ตฟรี! แค่ชวนเพื่อนที่ยังไม่มีตั๋วมาร่วมกิจกรรมก็มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ตฟรีถึง 10 รางวัล รางวัลละ 2 ใบ กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม 2025 โดยผู้ที่มีตั๋วเครื่องบินยังมีโอกาสพาเพื่อนมาสนุกกับคอนเสิร์ตได้ด้วยกัน

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมออฟไลน์ในงานคอนเสิร์ต “Golden Wave in Bangkok 2025” ที่จัดขึ้นที่ Thunderdome Stadium, กรุงเทพฯ ในวันที่ 22 มีนาคม 2025 ซึ่งจะมีบูธพิเศษจาก KTO   ผู้สนับสนุนหลักในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พร้อมกับ 3 โซนกิจกรรมสุดเร้าใจ เริ่มจากโซน Ticket ที่เปิดให้ผู้ที่ชนะจากกิจกรรมออนไลน์ “Feel the Beat of Korea in Bangkok 2025” มาแลกรับบัตรคอนเสิร์ตและเข้าร่วมชมการแสดงจากศิลปินชื่อดังในวันงานได้ทันที

โซนถัดไปคือ KTO และ KKday โซน ซึ่งนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวเกาหลีพร้อมกิจกรรมสนุกๆ ที่จะมอบของที่ระลึกสุดพิเศษให้กับผู้เข้าร่วม ต่อไปคือโซน K-Experience ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลายที่น่าตื่นเต้น เช่น โฟโต้บูธที่มีฉากหลังเป็นต้นพ็อตกต ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิซึ่งจะทำให้ทุกคนได้เก็บภาพความทรงจำและโชว์ชุดสวยๆ ในวันคอนเสิร์ตได้อย่างเต็มที่ ภายในโซนนี้ยังทำให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีผ่านการเล่นเกมส์พื้นบ้านอย่าง ตั๊กจี ทูโฮ และกงกี โดยผู้เล่นจะได้รับแสตมป์สะสมเพื่อลุ้นของรางวัลพิเศษจากการสุ่ม Lucky Ball Mahine ที่มีรางวัลสุดพิเศษมากมายให้ทุกคนได้สุ่มกัน และนอกจากนี้แล้วก็ยังมีกิจกรรมลุ้นรางวัลพิเศษหรือ Special Lucky Draw ที่จะแจก KKday Voucher จำนวน 40 รางวัลแบบจุกๆ

ความประทับใจที่ไม่รู้จบนี้เกิดขึ้นได้ที่งานนี้เท่านั้น เพราะงานนี้สร้างทั้งความประทับใจและความสนุกสนานให้กับแฟนๆ K-Pop และยังโปรโมทการท่องเที่ยวเกาหลีในประเทศไทยอีกด้วย ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนนอกจากจะสนุกสุดมันส์ไปกับคอนเสิร์ตแล้วยังได้สร้างความทรงจำดีๆผ่านการเล่นเกมส์พื้นบ้านเกาหลีและถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนๆในงานอีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งสนุก เต็มอิ่ม และฟินไปกับของรางวัลมากมายในงาน Golden Wave in Bangkok 2025 กันเลยทีเดียว โดยความสำเร็จนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟนๆ ชาวไทย และทาง KTO Thailand ก็พร้อมที่จะจัดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้อีกมาหมายในอนาคต

038

ซัมเมอร์นี้ต้องรอด! เคล็ดลับอวดผิวสวยตะโกน ไม่หวั่นแสงแดด

ซัมเมอร์นี้ต้องรอด! เคล็ดลับอวดผิวสวยตะโกน ไม่หวั่นแสงแดด

ซัมเมอร์นี้ต้องรอด! เคล็ดลับอวดผิวสวยตะโกน ไม่หวั่นแสงแดด

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.25 น.

หน้าร้อนที่คนไทยต่างก็กลัว เพราะแสงแดดเมืองไทยไม่เคยปรานีใคร นอกจากอุณหภูมิที่สูงเดือดจนร้อนแทบไม่ไหว แสงแดดและรังสี UV ยังเป็นตัวร้ายทำลายผิว โดยรังสี UVA เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว ถ้าไม่ป้องกัน ผิวจะดูหมองคล้ำ ขาดความกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ และหากรังสี UVA สามารถทะลุเข้าสู่ชั้นลึกของผิวหนัง ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ทำให้ผลผิวหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยก่อนวัย และหากอยู่กลางแดดเป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกันจะเกิดอาการผิวแสบร้อน แดง จากรังสี UVB ที่เป็นตัวการของอาการผิวไหม้แดด

สารพัดอุปกรณ์ที่ป้องกันแสงแดดได้ ทั้งครีมกันแดด สเปรย์กันแดด ร่ม หมวก แว่นกันแดด เสื้อกันรังสี UV สเปรย์เย็น ไปจนถึงพัดลมพกพาที่มีไว้ช่วยคลายร้อนคงจะเป็นของที่ห่างตัวไม่ได้ในซัมเมอร์นี้ แต่นอกจากการป้องกันจากภายนอก ต้องอย่าลืมปกป้องผิวจากภายในด้วยเช่นกัน

กิฟฟารีน มาแชร์เทคนิคดูแลผิวซัมเมอร์ ด้วยตัวช่วยปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ แสงแดดจะแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวอย่างฉลาด

อากาศร้อนยิ่งทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย ตัวช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ชั้นผิวเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ไฮยาลูรอน (Hyaluron) ซึ่งช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิว อย่าง กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่งพรี-ซีรั่ม (GIFFARINE HYA-INTENSIVE WHITENING PRE-SERUM) ซีรั่มสูตรเข้มข้น เนื้อบางเบา อุดมด้วยไฮยาลูรอนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Natural Hyaluron 100% (Ecocert Cosmetic) จากเยอรมนี รวมทั้ง Flower Extract สารสกัดจากดอกไม้ 3 สายพันธุ์จากฝรั่งเศส ร่วมด้วย Caviar Lime Extract สารสกัดมะนาวคาเวียร์จากออสเตรเลียที่เป็น Natural AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูสดใส เสริมด้วย Sakura Extract สารสกัดจากดอกซากุระจากเกาหลี ช่วยยับยั้งกระบวนการเกิด AGEs (Advanced Glycation End Products) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว ป้องกันการเกิดริ้วรอย และ Niacinamide ให้ผิวแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้เป็นขั้นตอนแรกก่อนการบำรุงผิวหน้า

สำหรับผิวกายต้องมีตัวช่วยเช่นกัน เชื่อว่าหน้าร้อนไม่มีใครชอบให้ผิวเหนอะหนะ กิฟฟารีน ซีเคร็ท ไวท์ บอดี้ โลชั่น (Giffarine Secret White Body Lotion) ตอบโจทย์การบำรุงผิวด้วย เนื้อสัมผัสที่ซึมเร็ว บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ โดยมีส่วนผสมของสารสกัดจาก NaturaI BHA (Willow Bark) ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และลดปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่เรียบเนียน ผสานวิตามินบี 3และสารสกัดโยเกิร์ต ที่ช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำให้แลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี รวมทั้งมีสารปกป้องผิวจากรังสียูวี ลดปัญหาผิวที่เกิดจากแสงแดด ใช้แล้วผิวมีความชุ่มชื้น น่าสัมผัส

ปกป้องผิวจากการบำรุงแล้ว มาดูแลผิวจากภายใน เสริมด้วยกันแดดแบบทานได้ ตัวช่วยที่ไม่ควรมองข้าม ช่วยให้ผิวแข็งแรงสู้แดด ปกป้องรังสี UV ให้ผิวจากภายใน ด้วย กิฟฟารีน ไลท์อะเวย์ มิกซ์ แคโรทีนอยด์ (Giffarine Lightaway Mixed Carotenoids) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำมันมะกอกธรรมชาติ ผสมมิกซ์ แคโรทีนอยด์ อุดมไปด้วย 5 แคโรทีนอยด์จากธรรมชาติ 100% โดยแคโรทีนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ช่วยลดการเกิดผิวแสบแดงเมื่อสัมผัสรังสี UVA และช่วยลดการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีในชั้นผิว เมื่อสัมผัสรังสี UVB พร้อมปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า ซึ่งความอันตรายจากแสงสีฟ้า กว่า 50% ของตัวการทำลายผิวที่ลึกกว่ารังสียูวี เป็นสาเหตุของการอักเสบในระดับชั้นหนังแท้ คอลลาเจนถูกทำลาย เกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ผิวเสื่อม หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยได้ง่าย

สำหรับ กิฟฟารีน ไลท์อะเวย์ มิกซ์ แคโรทีนอยด์ (Giffarine Lightaway Mixed Carotenoids) ประกอบด้วยแคโรทีนอยด์หลายชนิด ได้แก่ แอลฟาแคโรทีน และเบต้าแคโรทีน จากผลปาล์ม Non-GMO เป็น Natural Pro Vitamin A หรือสารตั้งต้นในการสังเคราะห์วิตามินเอที่มาจากธรรมชาติ, ลูทีน ซีแซนทีน จากดอกดาวเรือง Non-GMO ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงาน Nutra Ingredient Asia 2022 สาขา Healthy Aging, ไลโคพีน จากมะเขือเทศโดยในรูปแบบน้ำมัน สามารถดูดซึมได้ดีกว่าการได้รับจากมะเขือเทศสด เนื่องจากไลโคพีนจะจับกับใยอาหารในมะเขือเทศทำให้ดูดซึมไปใช้ได้ยาก

นอกจากนี้ ยังผสานสารสำคัญที่ช่วยเสริมให้ผิวแข็งแรง ได้แก่ โทโคไตรอีนอลจากผลปาล์ม ที่เป็นแหล่งของโทโคไตรอีนอลมากที่สุด และเป็น Super Vitamin Eต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า Vitamin E ถึง 60 เท่า โดยผลิตด้วยเทคโนโลยีที่มีการจดสิทธิบัตร ดูดซึมได้ดีกว่าโทโคไตรอีนอลทั่วไปถึง 300% นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันมะกอกธรรมชาติ ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคโรทีนอยด์ไปใช้ได้เพิ่มขึ้น 1-5 เท่า และ Vitamin E ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น

อย่าปล่อยให้แสงแดดเป็นตัวร้ายทำลายผิว เพราะผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู แต่ถ้าเริ่มดูแลและปกป้องผิวด้วยความใส่ใจ ผิวไบรท์และแข็งแรงจะอยู่กับเราตลอดไป

แค่ยกมือขึ้นก็ปวด สัญญาณเตือนก่อนเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

แค่ยกมือขึ้นก็ปวด สัญญาณเตือนก่อนเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

แค่ยกมือขึ้นก็ปวด สัญญาณเตือนก่อนเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลายกแขนสูงๆ ถึงรู้สึกปวดไหล่ หรือปวดไหล่จนทำให้นอนไม่หลับ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด โรคที่ค่อยๆ กัดกินคุณภาพชีวิตให้แย่ลง ซึ่งบางคนอาการอาจรุนแรงจนไม่สามารถใช้แขนได้เหมือนเดิม

นายแพทย์รัฐภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ – เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่และข้อเข่า โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่าเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่ใช้งานหัวไหล่อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา ผู้ที่ต้องทำงานยกของหนัก หรือผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อและเอ็นอ่อนแอลงตามวัย หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ ปัญหานี้สามารถส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต

อาการเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด จะทำให้ปวดไหล่เวลานอนโดยเฉพาะตอนนอนตะแคงทับ, ปวดไหล่เวลายกแขนขึ้นหรือลงในบางท่า, อ่อนแรงในขณะยกหรือหมุนหัวไหล่ และเสียงเสียดสีในขณะขยับบางท่าของไหล่

เอ็นหัวไหล่ฉีกขาดมีหลายสาเหตุ ดังนี้ การใช้งานไหล่ที่มากเกินไป คือ การใช้ไหล่ทำงานซ้ำๆ เช่น ยกของหนัก หรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แขนมาก เช่น เทนนิส ว่ายน้ำ แบดมินตัน, อาการบาดเจ็บ เช่น การล้ม การสะดุด หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดท่าจนอาจทำให้เอ็นหัวไหล่ฉีกขาดทันที, ความเสื่อมตามวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เอ็นหัวไหล่อาจเสื่อมสภาพ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดเพิ่มขึ้น, โครงสร้างร่างกาย ความผิดปกติในโครงสร้างข้อไหล่อาจทำให้เอ็นเกิดการเสียดสีจนเสียหาย

การวินิจฉัยเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินอาการเจ็บปวดและความผิดปกติ จากนั้นแพทย์อาจพิจารณาการทำ MRI เพื่อให้ได้ภาพรายละเอียดของโครงสร้างในบริเวณไหล่อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การรักษาเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดจะขึ้นอยู่กับอาการและระดับความรุนแรง สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้ ระยะอักเสบหรือฉีกขาดบางส่วน แพทย์จะให้รับประทานยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัด และพักการใช้งานไหล่หากรับประทานยาและกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ฉีดสเตียรอยด์หรือยาต้านอักเสบ เพื่อลดการอักเสบ และระยะฉีกขาดรุนแรงหรือฉีกขาดทั้งหมด แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเพื่อซ่อมแซมเส้นเอ็น ซึ่งผู้ป่วยจะมีแผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปใช้งานไหล่และแขนได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติเร็วขึ้น

แต่ในผู้ป่วยที่มีเส้นเอ็นขาดขนาดใหญ่ หลังเย็บซ่อมเส้นเอ็น อาจมีโอกาสฉีกขาดซ้ำได้ปัจจุบันจึงมีวิธีการต่างๆ มากมายเพื่อลดโอกาสในการฉีกขาดซ้ำ การใช้ Biologic collagenpatch มาช่วยเสริมความแข็งแรงในการเย็บซ่อมเส้นเอ็น สามารถกระตุ้นให้เกิดการสมานเส้นเอ็นกับกระดูกได้ดีขึ้น ถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่า สามารถช่วยลดการฉีกขาดซ้ำหลังผ่าตัด รวมทั้งช่วยลดระยะเวลาการกายภาพหลังผ่าตัด สามารถกลับไปใช้หัวไหล่ได้เร็วขึ้นส่งผลให้ผู้ป่วยได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น

หลังจากการผ่าตัดเอ็นไหล่ฉีก ขั้นตอนการฟื้นฟูเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้งานได้เต็มที่ โดยทั่วไปจะแบ่งการฟื้นฟูเป็น 3 ระยะดังนี้ 1.ระยะพักฟื้นเริ่มต้น 1-6 สัปดาห์แรกในช่วงนี้ต้องให้ไหล่อยู่ในสลิงเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้แผลฉีกขาดอีก หลีกเลี่ยงการใช้งานหนัก อาจจะขยับเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เช่น การหมุนข้อมือ หรือการยืดกล้ามเนื้อเบื้องต้น 2.ระยะฟื้นฟูกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว 6-12 สัปดาห์ เมื่อแผลเริ่มสมานดีแล้ว ให้เริ่มกายภาพบำบัดฝึกการเคลื่อนไหวไหล่แบบเบาๆ และเพิ่มการยืดหยุ่นของข้อไหล่ รวมถึงการเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่เพื่อให้มั่นคงขึ้น 3.ระยะฟื้นตัวเต็มที่ 3-6 เดือน เน้นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว โดยระยะเวลาฟื้นตัวทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการฉีกขาด ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนในการกลับมาใช้ชีวิตปกติ

อย่างไรก็ตาม เอ็นหัวไหล่ฉีกเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อหัวไหล่และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง หากคุณมีอาการเจ็บปวดหรือข้อไหล่ติดแข็ง ควรรีบมาพบแพทย์ เพราะถ้าหากปล่อยไว้อาจทำให้อาการปวดเรื้อรังและเส้นเอ็นบาดเจ็บมากขึ้น กลายเป็นความทรมานที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

นพ.รัฐภูมิ วัชโรภาส

คริสตัล MILLENIA จากสวารอฟสกี้เติมประกาย คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 ของทอม บราวน์

คริสตัล MILLENIA จากสวารอฟสกี้เติมประกาย คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 ของทอม บราวน์

คริสตัล MILLENIA จากสวารอฟสกี้เติมประกาย คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 ของทอม บราวน์

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สวารอฟสกี้ (Swarovski) เติมประกายให้กับคอลเลคชั่น Ready-to-Wear ฤดูใบไม้ร่วง 2025 ของ ทอม บราวน์ (Thom Browne) ที่นิวยอร์ก ด้วยชุดหลากหลายสไตล์ที่ประดับด้วยเครื่องประดับตระกูล Millenia อันเป็นเอกลักษณ์ของสวารอฟสกี้ แบรนด์เครื่องประดับจากประเทศออสเตรีย

จิโอวานน่า อิงเกอเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลกของสวารอฟสกี้ ร่วมมือกับ บราวน์ รังสรรค์ชุดเดรสทรงคอลัมน์แบบ trompe-l’œil สุดตระการตาที่พลิกนิยามแฟชั่นการตัดเย็บแบบหลอกตา ดีไซน์อันประณีตแยบยลทำให้ตัวเดรสดูเหมือนเสื้อโค้ทสุดเนี้ยบที่สวมทับเชิ้ตเดรส และเนกไท แต่แท้จริงแล้ว ทุกองค์ประกอบล้วนรังสรรค์ขึ้นจากคริสตัลสวารอฟสกี้

ชิ้นงานระดับกูตูร์นี้ถูกประกอบขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยใช้ระยะเวลากว่าสองสัปดาห์ และรังสรรค์ด้วยคริสตัลทรงแปดเหลี่ยมเจียระไนสุดประณีตกว่า 3,500 เม็ด ในเฉดสี Silver Night, Jet Black และ White โดยเหล่าช่างฝีมือแห่งห้องเสื้อชั้นสูงในปารีส สะท้อนถึงความชำนาญในงานศิลปะอันไร้ที่ติของสวารอฟสกี้

คริสตัล Millenia อันเป็นเอกลักษณ์ของสวารอฟสกี้ทอประกายระยิบระยับบนรันเวย์ เสริมมิติให้ลุคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ทผ้าวูลที่ปักประดับด้วยสายโซ่คริสตัล Millenia-cut ทรงแปดเหลี่ยมที่พลิ้วไหวอย่างโดดเด่น กระโปรงลวดลายนกแม็กพาย ซึ่งรังสรรค์ด้วยคริสตัล และเสื้อแจ๊กเกตผ้าวูลลายตารางที่ตกแต่งด้วยจี้คริสตัลในโทนสี แดง ขาว และน้ำเงิน อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทอม บราวน์ (Thom Browne)

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’เสด็จงานผ้าไทยแห่งปี ‘Colors of Buriram’ เส้นทางสายไหม สายใยวัฒนธรรม คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’เสด็จงานผ้าไทยแห่งปี ‘Colors of Buriram’ เส้นทางสายไหม สายใยวัฒนธรรม คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’เสด็จงานผ้าไทยแห่งปี ‘Colors of Buriram’ เส้นทางสายไหม สายใยวัฒนธรรม คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการในงานผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Colors of Buriram” และทรงร่วมงาน Gala Dinner (เป็นการส่วนพระองค์) เพื่อสืบสานและต่อยอดจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดโดย จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับภาคเอกชน นำเสนอผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและหัตถกรรมพื้นถิ่นในรูปแบบนิทรรศการที่ทันสมัยและไฮแฟชั่นสุดอลังการ ผ่านนิทรรศการแห่งกาลเวลาที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จากเส้นไหม การทอการสาวไหม และการย้อมผ้าไหม สู่การพัฒนาเป็นเสื้อผ้าไทยประยุกต์ สะท้อนอัตลักษณ์ผ้าไหมเมืองบุรีรัมย์ซึ่งแฝงไว้ด้วยความผูกพันทางสายใยจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ซาบีดา ไทยเศรษฐ์, สุภานัน นิราษิท, โชติชนกชิดชอบ, อธิวัฒน์ ตู้ทองคำ และนักแสดงชื่อดังอย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ พร้อมกับนักฟุตบอลจากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาทิ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม มาร่วมชมนิทรรศการครั้งนี้

ไชยชนก ชิดชอบ และ ชิดชนก ชิดชอบ คณะผู้จัดงาน Colors of Buriram ร่วมกันกล่าวว่า “งาน Colors of Buriram เป็นงานนิทรรศการผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี ซึ่งในปี 2568 นี้ งาน Colors of Buriram ตั้งใจที่จะถ่ายทอดผ้าไทยในมุมมองใหม่ ให้มีความทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวันและเหมาะสำหรับทุกช่วงวัย โดยภายในงานยังได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และกระบวนการหัตถกรรมในการทอผ้า อันเป็นเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของชาวบุรีรัมย์ เพื่อส่งต่อวัฒนธรรมของคนหลากหลายเจนเนอเรชั่นภายใต้แนวคิดโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก”

คอนเซ็ปต์ของงานในครั้งนี้คือ “The Gradients” เป็นแนวคิดที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันภายในนิทรรศการ “Colors of Buriram” ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อพาผู้เข้าชมเดินทางผ่านเรื่องราวอันรุ่มรวยของวิวัฒนาการผ้าไหมไทย การเดินทางครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านห้องจัดแสดงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยแต่ละโซนนำเสนอแง่มุมที่แตกต่างกัน ได้แก่ The Traditions ดินแดนแห่งมรดกอันทรงคุณค่าของผ้าไหมไทยเผยโฉมอย่างงดงาม เปิดประสบการณ์ดื่มด่ำไปกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์และพัฒนาการทางศิลปะของผ้าไหมไทย The Cultivation in Fashion วิวัฒนาการอันพลิ้วไหวของผ้าไหมไทยในโลกแฟชั่นร่วมสมัย โดยเน้นการผสมผสานเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และสร้างเสน่ห์ให้กับแฟชั่นยุคปัจจุบัน

The Cultivation in Creative Lifestyle นวัตกรรมการนำผ้าไหมไทยมาประยุกต์ใช้กับเครื่องประดับและของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเน้นแนวคิด Up-cycling และการสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ เพื่อต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน The Reclamation and Innovation แนวคิดสำคัญสองประการ คือ การอนุรักษ์ผ้าไหมไทยโบราณ ควบคู่ไปกับการค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมผ้าไหมในยุคปัจจุบันทั่วประเทศไทย See Now, Buy Now Section ดื่มด่ำกับโลกแห่งสิ่งทอไทยผ่านการคัดสรรผืนผ้าไหมคุณภาพเยี่ยมจากช่างทอท้องถิ่นโดยตรง ที่นี่คุณจะได้มีโอกาสเลือกซื้อผ้าไหมลวดลายพิเศษที่จัดแสดงในนิทรรศการ เมื่อลงทะเบียนสั่งซื้อเสร็จสิ้น ผลิตภัณฑ์จะถูกบรรจุและจัดส่งถึงบ้านอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณได้สัมผัสมรดกแห่งงานฝีมือไทยได้อย่างเต็มที่

งาน Colors of Buriram จัดแสดงผ้าทอนานาชนิดและงานหัตถกรรมผ้ากว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งคัดสรรมาจากทั้ง 23 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยออกแบบและตัดเย็บอย่างสวยงามให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัยและถักทอด้วยความประณีต เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ผ้าไทยใส่ให้สนุกให้คงอยู่ และสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมและช้อปกับอลังการงานผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Colors of Buriram” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16 เมษายน 2568 เวลา 10.00-21.00 น. ณ สนามฟุตบอล ช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 094-4764899 หมายเลขสำหรับติดต่อสอบถามข้อมูลงาน Colors of Buriram 081-6699966, 084-8740634, 085-4125738, 064-1807193

คณะผู้จัดงาน ไชยชนก-ชิดชนก-โชติชนก ชิดชอบ

คณะผู้จัดงาน ไชยชนก-ชิดชนก-โชติชนก ชิดชอบ

ธนนนท์ นรามิษ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ธนนนท์ นรามิษ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

อธิวัฒน์ ตู้ทองคำ

อธิวัฒน์ ตู้ทองคำ

ไทยเบฟ เตรียมจัดใหญ่ Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ‘มหาสงกรานต์ มหาสนุก’ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย

ไทยเบฟ เตรียมจัดใหญ่ Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ‘มหาสงกรานต์ มหาสนุก’ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย

ไทยเบฟ เตรียมจัดใหญ่ Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ‘มหาสงกรานต์ มหาสนุก’ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568 นี้ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการสืบสาน รักษา ต่อยอดมรดกอันทรงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม และประเพณีดีงามของไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยผสานความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,กระทรวงวัฒนธรรม, กองทัพเรือ,กรุงเทพมหานคร, พันธมิตรท่าน้ำ, ชุมชนในพื้นที่การจัดงานทุกภูมิภาคและเครือข่ายทุกภาคส่วน สนับสนุนนโยบายภาครัฐที่ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบวิถีไทย พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จการจัดงานที่คำนึงถึงการบริหารจัดการงานอย่างยั่งยืนทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อ “บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก”

ภาคกลาง จัดที่กรุงเทพมหานครวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร,วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม, ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน),คลองโอ่งอ่าง-วัดบพิตรพิมุขวรวิหารโดยปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังใจกลางเยาวราช “ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ตเฉลิมบุรี” ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น นอกจากความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช็อปปิ้งสินค้าและเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล สายมูต้องไม่พลาดกับกิจกรรมมหามงคล 10 ประการให้เดินสายสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมมงคล และความปังรับปีใหม่ไทย

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “กระทรวงมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก และผลักดันให้ปี 2568เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และส่งออก Soft Power การท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย 5 มาตรการ คือการค้นหาเสน่ห์ไทยในพื้นที่ต่างๆ การดูแลความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทุกกลุ่ม ผลักดันการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค และบริหารจัดการสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

สุรพล เศวตเศรนี ประธานจัดงานฯกล่าวว่า “ไฮไลท์ของงาน คือ การแห่พระพุทธรูปประจำพระอารามทางน้ำ จาก5 พระอารามหลวง, ลอดอุโมงค์
น้ำพระพุทธมนต์, สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวัด,รดน้ำดำหัวตามประเพณีโบราณ, เก็บภาพที่ระลึกสุดประทับใจกับฉายานิติกร, ช็อปสินค้าชุมชน, การแสดงดนตรีและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม, กิจกรรมการประชันงานกีฬาแบบไทยและการละเล่นแบบไทย เป็นต้น รวมถึงกิจกรรม “Bike Tours Bangkok ปั่นเพลินวิถีไทย” ลัดล่องเรียนรู้เกร็ดเรื่องราวย่านวิถีเก่า ผ่านการล่องเรือและเดินชม หรือปั่นผ่านย่านชุมชนเก่า ฟังเรื่องเล่าของวันวานพร้อม Guide Routes และกิจกรรม “Kayak Half Day Trip” พายเรือคายัคสุด Exclusive รอบคลองผดุงกรุงเกษม เส้นทางจากท่าตลาดเทวราชถึงท่าหัวลำโพงก่อนที่จะไปแวะชิมของอร่อยร้านดังย่านเยาวราชที่เฉลิมบุรี ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต”

นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “การจัดงานดังกล่าวมุ่งเน้นการบริหารจัดการงานให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของไทยเบฟที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน โดยต่อยอดความสำเร็จของกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ อาทิ เก็บกลับรีไซเคิล SX REPARTMENTSTORE รวมทั้งการขยายเครือข่ายพันธมิตรไปยังพื้นที่การจัดงานสำคัญต่างๆ ที่เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในทุกปี ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดหลักต่างๆ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายด้วยชุดไทยผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ และเสน่ห์ความเป็นพื้นถิ่นของแต่ละแห่ง ให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงพลัง Soft Power อันเลื่องชื่อของประเทศไทยที่ควรค่าแก่การเป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” อันทรงคุณค่าของโลก ที่จัดขึ้นมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ

พร้อมกันนี้ไทยเบฟฯ มุ่งมั่นส่งเสริมคนรุ่นใหม่ในการสืบสานวัฒนธรรมผ่านโครงการ “เยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม” ตลอด 10 ปี มีเยาวชนร่วมโครงการจำนวน 120 คน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหาคร ปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 78 คน ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่าย อาทิ Beta Young ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเยาวชน และสร้างเครือข่ายเยาวชนเจ้าบ้านที่แข็งแกร่งในทุกพื้นที่ เสริมสร้างทักษะ และองค์ความรู้ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ที่จะบอกเล่าอัตลักษณ์อันดีงามในแต่ละพื้นถิ่นของประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ ของเทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ที่จัดขึ้นเป็นประจำรับปีใหม่ไทยในช่วงเดือนเมษายนของทุกๆ ปี

เตรียมปักหมุดเที่ยว “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอันดีงาม กับบรรยากาศ “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ที่คุณไม่ควรพลาดได้ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายนนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : Water Festival Thailand

ไทยเบฟ เตรียมจัดใหญ่ Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ‘มหาสงกรานต์ มหาสนุก’ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย

ไทยเบฟ เตรียมจัดใหญ่ Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ‘มหาสงกรานต์ มหาสนุก’ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย

ไทยเบฟ เตรียมจัดใหญ่ Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ‘มหาสงกรานต์ มหาสนุก’ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568 นี้ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการสืบสาน รักษา ต่อยอดมรดกอันทรงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม และประเพณีดีงามของไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยผสานความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,กระทรวงวัฒนธรรม, กองทัพเรือ, กรุงเทพมหานคร, พันธมิตรท่าน้ำ, ชุมชนในพื้นที่การจัดงานทุกภูมิภาคและเครือข่ายทุกภาคส่วน สนับสนุนนโยบายภาครัฐที่ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบวิถีไทย พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จการจัดงานที่คำนึงถึงการบริหารจัดการงานอย่างยั่งยืนทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อ “บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก”

ภาคกลาง จัดที่กรุงเทพมหานครวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร,วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม, ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน),คลองโอ่งอ่าง-วัดบพิตรพิมุขวรวิหารโดยปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังใจกลางเยาวราช “ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ตเฉลิมบุรี” ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น นอกจากความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช็อปปิ้งสินค้าและเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล สายมูต้องไม่พลาดกับกิจกรรมมหามงคล 10 ประการให้เดินสายสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมมงคล และความปังรับปีใหม่ไทย

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “กระทรวงมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก และผลักดันให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา AmazingThailand Grand Tourism and Sports Year 2025 เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และส่งออก Soft Power การท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย 5 มาตรการ คือการค้นหาเสน่ห์ไทยในพื้นที่ต่างๆ การดูแลความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทุกกลุ่ม ผลักดันการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค และบริหารจัดการสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

สุรพล เศวตเศรนี ประธานจัดงานฯกล่าวว่า “ไฮไลท์ของงาน คือ การแห่พระพุทธรูปประจำพระอารามทางน้ำ จาก 5 พระอารามหลวง, ลอดอุโมงค์น้ำพระพุทธมนต์, สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวัด,รดน้ำดำหัวตามประเพณีโบราณ, เก็บภาพที่ระลึกสุดประทับใจกับฉายานิติกร, ช็อปสินค้าชุมชน, การแสดงดนตรีและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม, กิจกรรมการประชันงานกีฬาแบบไทยและการละเล่นแบบไทย เป็นต้น รวมถึงกิจกรรม “Bike Tours Bangkok ปั่นเพลินวิถีไทย” ลัดล่องเรียนรู้เกร็ดเรื่องราวย่านวิถีเก่า ผ่านการล่องเรือและเดินชม หรือปั่นผ่านย่านชุมชนเก่า ฟังเรื่องเล่าของวันวานพร้อม Guide Routes และกิจกรรม “Kayak Half Day Trip” พายเรือคายัคสุด Exclusive รอบคลองผดุงกรุงเกษม เส้นทางจากท่าตลาดเทวราชถึงท่าหัวลำโพงก่อนที่จะไปแวะชิมของอร่อยร้านดังย่านเยาวราชที่เฉลิมบุรี ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต”

นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “การจัดงานดังกล่าวมุ่งเน้นการบริหารจัดการงานให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของไทยเบฟที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน โดยต่อยอดความสำเร็จของกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ อาทิ เก็บกลับรีไซเคิล SX REPARTMENTSTORE รวมทั้งการขยายเครือข่ายพันธมิตรไปยังพื้นที่การจัดงานสำคัญต่างๆ ที่เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในทุกปี ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดหลักต่างๆ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายด้วยชุดไทยผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ และเสน่ห์ความเป็นพื้นถิ่นของแต่ละแห่ง ให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงพลัง Soft Power อันเลื่องชื่อของประเทศไทยที่ควรค่าแก่การเป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” อันทรงคุณค่าของโลก ที่จัดขึ้นมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ

พร้อมกันนี้ไทยเบฟฯ มุ่งมั่นส่งเสริมคนรุ่นใหม่ในการสืบสานวัฒนธรรมผ่านโครงการ “เยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม” ตลอด 10 ปี มีเยาวชนร่วมโครงการจำนวน 120 คน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหาคร ปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 78 คน ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่าย อาทิ Beta Young ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเยาวชน และสร้างเครือข่ายเยาวชนเจ้าบ้านที่แข็งแกร่งในทุกพื้นที่ เสริมสร้างทักษะ และองค์ความรู้ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ที่จะบอกเล่าอัตลักษณ์อันดีงามในแต่ละพื้นถิ่นของประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ ของเทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ที่จัดขึ้นเป็นประจำรับปีใหม่ไทยในช่วงเดือนเมษายนของทุกๆ ปี

เตรียมปักหมุดเที่ยว “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอันดีงาม กับบรรยากาศ “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ที่คุณไม่ควรพลาดได้ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายนนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : Water Festival Thailand

คุณแหน : 25 มีนาคม 2568

คุณแหน : 25 มีนาคม 2568

คุณแหน : 25 มีนาคม 2568

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● สัปดาห์ที่แล้วเขียนถึง กรณีอดีตประธานาธิบดีคนดังของฟิลิปปินส์ DUTERTE ถูกเจ้าหน้าที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับกุมตัวที่สนามบินกรุงมะนิลา คนในวงการต่างฉงนว่าอินซิเดนท์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกประเทศเขาต้องคุ้มครองบุคคลสำคัญของเขาทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศฟิลิปปินส์ลาออกจากการเป็นสมาชิก ICC ไปแล้วจึงไม่ใช่เขตอำนาจปกครองของ ICC เป็นปรัศนีใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบจนถึงบัดนี้… แต่จากประสบการณ์โดยตรงของ “บารอนเนส” หลายปีก่อนนักการทูตอาวุโสของฟิลิปปินส์เคยปรารภกับเราอย่างเป็นการภายในว่า, “เราทั้งสองต่างรู้ดีว่าทั้งประเทศไทยและฟิลิปปินส์มีคอร์รัปชันทั่วทุกหัวระแหง… แต่ดิฉันประหลาดใจว่าทำไมประเทศไทยถึงได้เจริญรุ่งเรืองดี” เท่านี้พอจะนำไปตีความได้ชัดเจนแล้วว่าอะไรคือความแตกต่าง…

●● การเมืองไทยร้อนระอุ สืบเนื่องจากการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ในวาระวันที่ 24/3 นี้ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างเพิ่มความหวาดระแวงทุกอย่างล้วนแต่เป็นความลับระดับ “NEED TO KNOW” เท่านั้น… พัลลภ บัวสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการช่อง 9 อสมท ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการการถ่ายทอดสดทีวีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ยืนยันว่า การเมืองไทยปัจจุบันมีระเบียบวินัยดีขึ้นเยอะ ในยุคของท่าน ผอ.มีการใช้เล่ห์เหลี่ยมกันมากมาย เพื่อให้การอภิปรายไม่ราบรื่นหรือล่มไปเลย ครั้งหนึ่ง ผอ.ได้รับคำสั่งจากทำเนียบฯ ให้ดำเนินการถ่ายทอดสดทีวีการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯได้ ก็รีบสั่งการให้องคาพยพเตรียมงานทุกอย่างทั้งในเรื่องงบประมาณ, อุปกรณ์และเทคนิค, บุคลากรและการประสานงานกับทุกหน่วยราชการ ต่อมาก็มีคำสั่งลับเรื่องให้ระวังการ SABOTAGE การถ่ายทอดสดจากฝ่ายผู้ไม่ประสงค์ดี อาทิ สายเคเบิลของทีวีที่เดินรอบตึกรัฐสภายาวหลายร้อยเมตร อาจจะมีการวางแผนทำลายปลั๊กจุดเชื่อมต่อเพื่อให้การถ่ายทอดสดล้มเหลวโดยพลัน และจะเอาสาเหตุนี้โจมตีความผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันนี้เหตุการณ์ “ชกใต้เข็มขัด” เช่นนี้ก็ไม่เคยได้ยินแล้ว…

●● พล.อ.วินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมทหารนอกประจำการ ขอเชิญชวนนายทหารนอกประจำการทั้ง 3 เหล่าทัพ ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 26 มี.ค. 10.00 น. ณ ห้องประชุม เทวกรรมรังรักษ์ สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีฯ โดยร่วมรับฟัง นโยบายการดำเนินงาน กิจกรรม และผลงานของสมาคม พร้อมขอเชิญชวนสมัครเป็นสมาชิก สอบถามได้ที่ พล.อ.มณฑล บำรุงพฤกษ์โทร.091-7064133…

●● “วันสายใจไทย” 2 เม.ย.พวงทอง อานันทนะสุวงศ์ ผอ.มูลนิธิสายใจไทยฯ เชิญผู้สนใจชมและอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์งานฝีมือของสมาชิกสายใจไทยและครอบครัว 1-5 เม.ย. 09.30-17.30 น. ณ ศูนย์การค้าดิโอลด์สยาม พลาซ่า ชั้น 1…

●● ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าชวนพูดคุยเรื่องภาวะโลกเดือด กับ ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในกิจกรรม “Green Up the World” วันที่ 29 มี.ค.ที่ชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมทาง https://bit.ly/4irNpS8…

●● พิธีสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่เพ็ญศรี มารดา ของ ไพศาล หาญบุญตรง ศิษย์เก่า มธ. วันที่ 24-28 มี.ค. 18.30 น. ณ ศาลาชวลิตธำรง ศาลา 6 วัดธาตุทอง ฌาปนกิจ วันที่ 29 มี.ค.17.00 น….

●● เพื่อนๆ วัฒนาฯ รุ่น 93 นัดเลี้ยง Farewell Lunch ที่ร้านฮอตช็อป ให้ พันศรี-นิยม นิตยางกูร ก่อนกลับฟลอริด้า…มิตรสหายติดใจมะปรางหวาน จากระยอง ที่ ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร นำมากำนัลคนละถุง ส่วน รุ่งนภา จักรพันธุ์ฯ มีเค้กมะยงชิด สุดแสนอร่อย พร้อมขนมเปี๊ยะ ให้เพื่อนๆ ชิมแล้ว ติดใจ…ปัญหาก็คือจะหาทานต่อที่ไหน ถ้าไม่ได้นัดเจอกันอีก !!…●●

บารอนเนส

‘JASPAL’s Slushy Summer’ ผสานสีสันฤดูร้อนของอิตาลี เข้ากับลวดลายศิลปะของอาหาร สู่แฟชั่นไอเทม Picnic in Sicily

‘JASPAL’s Slushy Summer’ ผสานสีสันฤดูร้อนของอิตาลี เข้ากับลวดลายศิลปะของอาหาร สู่แฟชั่นไอเทม Picnic in Sicily

‘JASPAL’s Slushy Summer’ ผสานสีสันฤดูร้อนของอิตาลี เข้ากับลวดลายศิลปะของอาหาร สู่แฟชั่นไอเทม Picnic in Sicily

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

JASPAL (ยัสปาล) เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุด “JASPAL’s Slushy Summer” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสันฤดูร้อนของอิตาลี และไอเดียของ Food in fashionหยิบยกลวดลายศิลปะของอาหาร อาทิ เลมอน เชอร์รี่ มะเขือเทศ พาสต้า รวมถึงล็อบสเตอร์ นำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน สู่แฟชั่นไอเทมโทนสีสดใส แดง ส้ม เหลือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Picnic in Sicily ให้คุณดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของการมาเที่ยวพักผ่อนริมชายหาด และมิกซ์แอนด์แมทช์ลุคสนุกด้วยไอเทมหลากหลายดีไซน์ตลอดซัมเมอร์นี้

จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้คือการดีไซน์ไอเทมให้เข้าเซตกัน แต่ยังสามารถนำไปแมทช์กับชิ้นอื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเดรส กระโปรง เสื้อครอป กางเกงขาสั้น กางเกงขายาว เสื้อคลุม และยีนส์ และคอมพลีทลุคด้วยแอคเซสซอรี่สำหรับซัมเมอร์นี้ กิ๊บติดผมรูปทรงเลมอน มะเขือเทศ และผ้าโพกหัว ไฮไลต์ไอเทมที่ห้ามพลาด! สำหรับผู้หญิง อาทิ เดรสอันเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลคชั่นที่เอาสีสันลวดลายของการปิกนิกริมชายหาดอิตาลีมาออกแบบแต่งระบายชายกระโปรงและผูกโบที่ไหล่, เดรสผ้าฝ้ายลายตารางสีแดง, ชุดเข้าเซตลายทางขาวแดงและกางเกงยีนส์แต่งลายด้วยพริกกับเลมอน ในส่วนไอเทมสำหรับผู้ชายจะเน้นที่สไตล์แคชชวลเน้นการสวมใส่สบายแต่ยังคงแฝงความสมาร์ทด้วยดีไซน์เสื้อฮาวายรีสอร์ทสีเบจมาพร้อมดีเทลพิมพ์ลายล็อบสเตอร์บริเวณด้านหลัง หรือจะเป็นเสื้อยืดแต่งลายซิกเนเจอร์ในคอลเลคชั่นนี้ ที่สามารถนำไปแมทช์กับไอเทมชิ้นอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วได้สนุกสนานตลอดทั้งปี

พร้อมพบกับโปรโมชั่นที่ JASPAL ได้ร่วมกับ Boost แบรนด์เครื่องดื่มสำหรับสายรักสุขภาพ ที่ออกแบบเครื่องดื่มสมูทตี้ 3 รสชาติพิเศษเพื่อเพิ่มความสดชื่นตลอดซัมเมอร์นี้ ได้แก่ JASPAL Paradise, JASPAL Breeze และ JASPAL Picnic ที่จะวางขายที่ Boost ทั้ง 88 สาขาทั่วประเทศ สำหรับลูกค้า Boost เพียงสั่งซื้อสมูทตี้รสชาติใดก็ได้รับฟรี! Voucher มูลค่า 500 บาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดเมื่อช้อปสินค้าที่ JASPAL ทุกสาขา และสำหรับลูกค้าเมื่อช้อปสินค้าชิ้นใดก็ได้ที่ JASPAL ก็สามารถรับคูปองมูลค่า 50 บาท เพื่อนำไปเป็นส่วนลดที่ร้าน Boost ได้ทุกสาขา และห้ามพลาด! กับโปรโมชั่นและของขวัญสุดพิเศษจากคอลเลคชั่น JASPAL’s Slushy Summer รับสิทธิ์แลกซื้อ JASPAL Folding Chair ในราคาเพียง 795 บาท เมื่อช้อปสินค้าครบ 3,500 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และได้รับสิทธิ์จับคูปอง 15-25% เมื่อซื้อครบ 1,500 บาท เพื่อใช้ในบิลถัดไป ได้ที่ร้าน JASPALทุกสาขา (สามารถตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย)

สนุกสนานไปกับซัมเมอร์ด้วยสีสันจากแฟชั่นไอเทมในคอลเลคชั่น “JASPAL’s Slushy Summer” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน JASPAL ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ที่ www.jaspal.com

แอดไวซ์ส่งมอบโอกาสการเรียนรู้ผ่านแคมเปญ Advice Pay IT Forward

แอดไวซ์ส่งมอบโอกาสการเรียนรู้ผ่านแคมเปญ Advice Pay IT Forward

แอดไวซ์ส่งมอบโอกาสการเรียนรู้ผ่านแคมเปญ Advice Pay IT Forward

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.คณิตา ขันธชัย

บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) มอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที ผ่านมูลนิธิกระจกเงา รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท มุ่งหวังเสริมสร้าง และพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีเพื่อเตรียมความพร้อมแก่น้องๆ เยาวชน ได้มีโอกาสนำไปใช้ต่อยอด การศึกษาในอนาคต โดยโครงการนี้เริ่มต้นที่โรงเรียนวัดช้าง ตำบลปากกราน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มุ่งมั่นในการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อมุ่งหวังให้นักเรียน สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.คณิตา ขันธชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดช้าง ต.ปากกราน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “โรงเรียนวัดช้างเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 51 คน โดยเป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาล และประถมศึกษาทางโรงเรียนและคณะครู ขอกล่าวขอบคุณในการอนุเคราะห์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในการเรียนรู้ต่างๆ ที่ทางบริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) ได้มอบให้ในครั้งนี้ ซึ่งทางโรงเรียน จะนำมาส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีให้แก่นักเรียนของเราอย่างเต็มที่

นอกจากการมอบอุปกรณ์ไอทีที่จำเป็นต่อการเรียนรู้แล้ว แอดไวซ์ยังได้จัดกิจกรรม “สอนน้องใช้ AI” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่นักเรียน โดยมุ่งเน้นการปูพื้นฐาน ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่ต้องการในโลกปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่อนาคตของเยาวชนไทย สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศที่ต้องการแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่

มณทิชา ศรีอิ่ม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แอดไวซ์มุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาไทย ผ่านการส่งมอบเทคโนโลยี ที่ทันสมัย โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการศึกษาและทำงานมากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนไทยจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ และเราหวังว่าโครงการ Advice Pay IT Forward จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนไทยในทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างครอบคลุม”

ทั้งนี้ โครงการ Advice Pay IT Forward มีแผนระยะยาวในการขยายโอกาสไปยังโรงเรียนในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าสร้างโครงข่ายกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

มณทิชา ศรีอิ่ม

มณทิชา ศรีอิ่ม