ทีเอ็มบีธนชาต สานต่อพลังแห่ง ‘การให้’ มอบรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาด ประจำปี 2567 แก่สภากาชาดไทย

ทีเอ็มบีธนชาต สานต่อพลังแห่ง 'การให้' มอบรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาด ประจำปี 2567 แก่สภากาชาดไทย

ทีเอ็มบีธนชาต สานต่อพลังแห่ง ‘การให้’ มอบรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาด ประจำปี 2567 แก่สภากาชาดไทย

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

ทีเอ็มบีธนชาต สานต่อพลังแห่ง “การให้”  มอบรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาด ประจำปี 2567 กว่า 9 ล้านบาท แก่สภากาชาดไทย หนุนภารกิจช่วยเหลือสังคมและสาธารณกุศล

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าส่งต่อการให้ โดยนายปิติ ตัณฑเกษม (ด้านขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาดทีทีบี ประจำปี 2567 จำนวน 9,023,942.16 บาท ให้แก่สภากาชาดไทย โดยมีนายขรรค์ ประจวบเหมาะ (ด้านซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ ทีทีบี สำนักงานใหญ่ โดยรายได้ดังกล่าว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือสังคม ทั้งด้านการแพทย์ สาธารณสุข และการบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย

การมอบรายได้จากการจำหน่ายสลากกาชาดทีทีบีในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของทีทีบีว่า “การให้” ไม่ใช่เพียงแค่การบริจาค แต่คือการสร้างโอกาสให้สังคมเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยจุดประกายให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสังคมคุณภาพ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน

ติดตามกิจกรรมดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

MBK – สนข.ปทุมวัน ผนึกกำลังเดินรณรงค์เชิญชวนลูกค้า-ร้านค้าในศูนย์ฯ ร่วมกิจกรรม ‘EARTH HOUR’ ลดโลกร้อน

MBK - สนข.ปทุมวัน ผนึกกำลังเดินรณรงค์เชิญชวนลูกค้า-ร้านค้าในศูนย์ฯ ร่วมกิจกรรม 'EARTH HOUR' ลดโลกร้อน

MBK – สนข.ปทุมวัน ผนึกกำลังเดินรณรงค์เชิญชวนลูกค้า-ร้านค้าในศูนย์ฯ ร่วมกิจกรรม ‘EARTH HOUR’ ลดโลกร้อน

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.09 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผนึกกำลัง สำนักงานเขตปทุมวัน เดินรณรงค์เชิญชวนลูกค้า-ร้านค้าในศูนย์ฯ ร่วมกิจกรรม EARTH HOUR  ปิดไฟ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก เพื่อลดโลกร้อน

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด MBK Care ร่วมแสดงพลังรักษ์โลก และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน โดยร่วมกับ สำนักงานเขตปทุมวัน เดินรณรงค์แจกใบปลิวเชิญชวนให้ลูกค้าในศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  ร่วมปิดไฟที่ไม่ใช้ในกิจกรรม EARTH HOUR  ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2025) พร้อมกันทั่วโลกในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 20.30 น. – 21.30 น. เพื่อช่วยลดโลกร้อน

โดยในกิจกรรมรณรงค์ EARTH HOUR  ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2025) ในศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นำโดย นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด นำทีมพนักงานเอ็ม บี เค จากคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน เข้าร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์ พร้อมให้การต้อนรับ ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และ คณะผู้ร่วมกิจกรรมรณรงค์ EARTH HOUR  ปิดไฟ 1 ชั่วโมงจากสำนักงานเขตปทุมวัน ซึ่งได้แจกใบปลิวและรณรงค์เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้า พนักงานร้านค้า รวมถึงลูกค้าที่มาใช้บริการในศูนย์ฯ โดยรับความสนใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม EARTH HOUR  ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน อย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสานต่อแนวทางปฏิบัติและมีมาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์เช่น การติดตั้ง EV Charging Station และ Solar Rooftop การประหยัดพลังงานของระบบบำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงานของระบบปรับอากาศ และอีกมากมาย เพื่อขับเคลื่อนการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘Unleashing the Art of Thai Ghosts วิญญาณแห่งศิลป์ ตำนานท้องถิ่นผีไทย’ เปลี่ยนตำนานผีไทยให้กลายเป็นงานศิลป์และคาแรคเตอร์ สร้างสรรค์สู่เวทีระดับโลก

‘Unleashing the Art of Thai Ghosts วิญญาณแห่งศิลป์ ตำนานท้องถิ่นผีไทย’ เปลี่ยนตำนานผีไทยให้กลายเป็นงานศิลป์และคาแรคเตอร์ สร้างสรรค์สู่เวทีระดับโลก

‘Unleashing the Art of Thai Ghosts วิญญาณแห่งศิลป์ ตำนานท้องถิ่นผีไทย’ เปลี่ยนตำนานผีไทยให้กลายเป็นงานศิลป์และคาแรคเตอร์ สร้างสรรค์สู่เวทีระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.07 น.

บริษัท ซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดตัวโครงการ“Unleashing the Art of Thai Ghosts วิญญาณแห่งศิลป์ ตำนานท้องถิ่นผีไทย” เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับเรื่องราวลี้ลับของไทย นำตำนานผีท้องถิ่นมาถ่ายทอดผ่านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้ศิลปิน นักออกแบบและผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในโครงการกับกิจกรรมประกวดออกแบบคาแรคเตอร์และสินค้าสร้างสรรค์ “Spirit of Art: Thai Ghost Creator” ที่นำตำนานความเชื่อเรื่องผีมาออกแบบใหม่ให้กลายเป็นคาแรคเตอร์ร่วมสมัย สร้างมูลค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

“ผีไทย” ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าลี้ลับ แต่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมและประเพณีที่สะท้อน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตและความเชื่อของคนไทย ซึ่งได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านนิทานพื้นบ้าน พิธีกรรม และประเพณีต่างๆ  อย่างไรก็ตาม ยังมีตำนานท้องถิ่นที่น่าสนใจจำนวนมากที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และกำลังจะเลือนหายไป โครงการนี้จึงมุ่งส่งเสริมให้นักออกแบบ นำความเชื่อและเรื่องเล่าผีไทยมาสร้างสรรค์เป็นคาแรคเตอร์และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ของที่ระลึก ของตกแต่ง ในรูปแบบที่เข้ากับยุคสมัย เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่และสร้างเป็น Soft Power ที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นสินค้า สร้างมูลค่าและเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และขยายไปสู่ตลาดโลกได้

โดยกิจกรรมหลักในโครงการ Unleashing the Art of Thai Ghosts นี้ประกอบด้วย การประกวดออกแบบคาแรคเตอร์และสินค้าสร้างสรรค์ โดยผู้เข้าประกวดสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม–17 เมษายน 2568 โดยผลงานที่ได้รับเลือกรอบ 10 อันดับจะได้นำผลงานไป Showcase ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยามเป็นระยะเวลา 10 วัน รวมถึงได้เดินทางไปร่วมงาน Symposium เพื่อฟังการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องผีและตำนานประจำถิ่นและได้ทำกิจกรรม Workshop ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

การประกวดออกแบบคาแรคเตอร์ “Spirit of Thai Ghosts” มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสร้างโอกาสให้นักออกแบบไทยได้แสดงศักยภาพสู่ระดับโลก เปิดเวทีให้ศิลปิน นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ได้ใช้ศิลปะและจินตนาการในการเล่าเรื่องราวของผีไทยในมุมมองใหม่ โดยร่วมออกแบบตัวละครผีไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าตำนานความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัย มีเอกลักษณ์ และสามารถต่อยอดสู่สินค้าทางวัฒนธรรม ที่นอกจากจะเป็นการสืบสาน ต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับศิลปินไทยอีกด้วย

040

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธเพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ในงาน’เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส’

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธเพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ในงาน'เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย - ฝรั่งเศส'

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธเพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ในงาน’เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส’

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.47 น.

ดร.ขวัญไชย สันติภราภพ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม ได้มอบหมายให้นางเครือวรรณ์ บุญญาธนานุรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วยนางสาวบวรรัตน์ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานกักกันนครปฐม นำเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ร่วมออกบูธเพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ และจัดชุดอาหารว่างที่มีสไตล์ในธีมสีธงชาติฝรั่งเศส ฝีมือผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครปฐม ในงาน”เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส” ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพฤตินิสัย ด้านการฝึกวิชาชีพ เป็นการเผยแพร่ภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย และประชาสัมพันธ์ผลงานการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังสู่สังคม นอกจากนี้ คุณสุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ ได้เข้าร่วมเสวนา Soft Power และการพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมสู่เวทีโลก:มุมมองของฝรั่งเศสและไทย ก็ได้นำผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน จังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแสดงและจำหน่ายภายในงาน โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ หม่อมราชวงศ์วไลวัฒนา สวัสดิ์-ชูโต,คุณเกรียงไกรมาศ พจนสุทร,คุณวรวรรณ ติณสูลานนท์, คุณนันทินี พิธานสมบัติ ฯลฯ

นิตยสาร Business+ จับมือ วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล มอบรางวัล ‘สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568’

นิตยสาร Business+ จับมือ วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล มอบรางวัล ‘สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568’

นิตยสาร Business+ จับมือ วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล มอบรางวัล ‘สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568’

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.29 น.

นิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025” เพื่อเชิดชูองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างโดดเด่น ครอบคลุม 6 ประเภทสินค้าและบริการ รวมทั้งสิ้น 24 รางวัล ซึ่งพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วย คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน), รศ. ดร. ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดี วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกับองค์กรที่ได้รับรางวัลอย่างสมเกียรติ

ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี กล่าวว่า สินค้าและบริการในชีวิตประจำวันทุกชิ้นล้วนเกิดจากความต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเวลานั้น โดยใช้ทรัพยากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่มีอยู่ในแต่ละยุคสมัย พร้อมนำ นวัตกรรม มาพัฒนาต่อยอดให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ผ่านมาเน้นเศรษฐกิจเป็นหลัก จนบางครั้งอาจละเลยผลกระทบต่อ สังคม ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่ปัญหาหลายด้าน เช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความยากจน และปัญหาสิ่งแวดล้อม อาทิ สภาพอากาศที่แปรปรวนและมลพิษทางอากาศ

ในปัจจุบัน ภาคธุรกิจเริ่มตระหนักถึงผลกระทบเหล่านี้ และหันมาดำเนินธุรกิจอย่าง มีความรับผิดชอบ พัฒนา สินค้า และ บริการ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมให้ความสำคัญกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแบ่งปันโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส เพื่อร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้นผ่านนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ สำหรับประเทศไทยได้มุ่งเน้นการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ จนสามารถ ขยับอันดับ ในดัชนีนวัตกรรมโลก ปี 2567 (Global Innovation Index 2024) จากอันดับที่ 43 เป็นอันดับที่ 41 จาก 133 ประเทศ และยังคงรั้งอันดับ 3 ในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับงาน มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด และกระตุ้นการตื่นตัวในสังคมไทย และโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับทุกองค์กรธุรกิจที่ได้รับรางวัลในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานนี้จะประสบความสำเร็จในการช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเติบโตทางนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นิตยสารBusiness+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำด้านธุรกิจที่นำเสนอข่าวสารเชิงลึกเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการตลาด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของลูกค้าในฐานะผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการของตนเอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดมีความต้องการสินค้าและบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สินค้าและบริการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรธุรกิจจึงต้องมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองตลาด แต่ยังมีบทบาทในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก ด้วยเหตุนี้นิตยสาร Business+ จึงได้จัดงาน Product Innovation Award 2025 ขึ้น เพื่อเชิดชูองค์กรธุรกิจที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม โดยร่วมมือกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจสมัยใหม่ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ดำเนินการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่พิจารณาจากแนวคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพ และคุณค่าต่อสังคม นิตยสารBusiness+ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รางวัล Product Innovation Award 2025 จะเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจขององค์กรธุรกิจ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการที่สร้างสรรค์ ตอบโจทย์ตลาด และยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น”

ด้าน รศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า “ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางขององค์กรและธุรกิจทั่วโลก สิ่งที่เคยนำมาซึ่งความสำเร็จในอดีต อาจไม่เพียงพอสำหรับอนาคตอีกต่อไป งานในวันนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนแนวคิดใหม่ๆ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นวัตกรรมทางธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง สำหรับรางวัลที่มอบให้ในวันนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า องค์กรของท่านเป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าทำ และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และเศรษฐกิจโดยรวม

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจของ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เรามีความยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจาก นิตยสาร Business+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ในการร่วมกันเฟ้นหาองค์กรที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม จนเป็นที่มาของ รางวัล Business+ Product Innovation 2025 ซึ่งเป็นเวทีเชิดชูองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านนวัตกรรมสินค้าและบริการ และในนามของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ดิฉันขอแสดงความชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่งกับทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญของนวัตกรรม และร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ขอขอบคุณทุกองค์กรที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อยกระดับธุรกิจไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับสากลต่อไป”

สำหรับองค์กรที่ได้รับรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568”  BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025  ได้แก่

ผลิตภัณฑ์และบริการกลุ่มการประกันภัย

1.             บริการ Application MTL Click บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

2.             ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการขยายระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์  บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน)

3.             บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกัน ผ่านระบบ AI บนมือถือ V-INSPACTION บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ผลิตภัณฑ์และบริการกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่ง                                 

4.             รถยนต์อเนกประสงค์  ครอสโอเวอร์เอสยูวี  NEW MAZDA CX-5  บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

5.             รถยนต์พลังงานไฟฟ้า Mercedes-Benz EQE SUV บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด      

6.             ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 5 บริษัท สยามมิชลิน จำกัด

7.             ผลิตภัณฑ์ EV Charging  บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด

ผลิตภัณฑ์และบริการกลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์                          

8.             สุขภัณฑ์อัจฉริยะ e-Lite จากแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ด โดย บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

9.             วัสดุตกแต่ง จระเข้ คิ้วกรีน บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

10.          โครงการบ้านเดี่ยว The Palm Thawi Wattana บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

11.          HEKA Ai Mattress ที่นอน AI

ผลิตภัณฑ์และบริการกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค                              

12.          ผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำแร่และน้ำด่าง ALKAMAG  บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)

13.          ผลิตภัณฑ์ฟลาวมันสำปะหลัง สำหรับทอดกรอบ ภายใต้แบรนด์ ทาสุโกะ (Tasuko) บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด

14.          ผลิตภัณฑ์ ไอซ์ป๊อป (ICE POP) ไอศกรีมน้ำผลไม้แท้ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

15.          ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม QminC Smoothie Probiotic บริษัท เทรา ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด

16.          ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เอสโคโค่แมนซี่ กลิ่นมะพร้าวและส้มคาลาแมนซี่ บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด

ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า                              

17.          เครื่องปรับอากาศ ไฮเออร์ UV Cool Voice Series บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

18.          Hisense Refrigerator RQ667 Vacuum Pure Fresh Series บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

19.          เครื่องซัก-อบผ้า TOSHIBA  รุ่น TWD-T25BZU115MWT(MG) บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด

20.          ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอัจฉริยะ Tineco Floor One S Series S6 Stretch Pro และ One S9 Artist บริษัท ทิเนโค่ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี จำกัด

สินค้าและบริการเพื่อสุขภาพและความงาม                        

21.          ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนักและเพิ่มการเผาผลาญ Dr.Jel LF บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด

22.          “Dr.master” The master of HAIR SOLUTIONS บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)

23.          ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเม็ดฟู่ บริษัท วิตาซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

24.          Ultherapy PRIME – นวัตกรรมแห่งการยกกระชับผิว บริษัทเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย

รพ.วิชัยยุทธ ตั้งเป้าหมายใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง 100% ภายในปี 2568

รพ.วิชัยยุทธ ตั้งเป้าหมายใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง 100% ภายในปี 2568

รพ.วิชัยยุทธ ตั้งเป้าหมายใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง 100% ภายในปี 2568

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

โรงพยาบาลวิชัยยุทธ หนึ่งในผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขชั้นนำของไทยที่ให้บริการทางการแพทย์มาอย่างยาวนานและเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ให้บริการผู้ป่วยได้ถึง 321 เตียง ได้รับคำชื่นชมจาก Lever Foundation องค์กรไม่แสวงหากำไรระดับนานาชาติ หลังจากประกาศเป้าหมายเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง (Cage-Free Eggs) 100% ในทุกกระบวนการด้านโภชนาการภายในปี 2568 ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหาร ความยั่งยืน และแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่มีจริยธรรมในภาคสาธารณสุข

นายแพทย์ไพบูลย์ จิตติวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กล่าวว่า “เราได้ตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง 100% ภายในปี 2568 เพื่อสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน และยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ ในฐานะสถานพยาบาล เราตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างสวัสดิภาพสัตว์ ความปลอดภัยของอาหาร และสุขภาพของมนุษย์ เราเชื่อมั่นว่าแนวทางนี้จะช่วยให้เราสามารถมอบการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยของเราได้”

ด้าน Lever Foundation ซึ่งได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลวิชัยยุทธในการกำหนดเป้าหมายนโยบายนี้ ได้แสดงความชื่นชมต่อโรงพยาบาลในการผลักดันแนวทางการจัดหาอาหารให้เป็นไปตามมาตรฐานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

ภูฬิฎา ศยาวอรานนท์ ผู้จัดการโครงการด้านความยั่งยืนของ Lever Foundation กล่าวว่า “เราขอชื่นชมโรงพยาบาลวิชัยยุทธที่เป็นผู้นำในภาคสาธารณสุขของไทยในการปรับเปลี่ยนไปสู่แนวทางการจัดหาอาหารที่มีมนุษยธรรมมากขึ้น การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นแบบอย่างที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทย และยังสะท้อนให้เห็นว่าสถานพยาบาลสามารถส่งเสริมทั้งสวัสดิภาพของผู้ป่วยและระบบอาหารที่มีจริยธรรมได้ควบคู่กัน”

ปัจจุบันการผลิตไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง ซึ่งเปิดโอกาสให้แม่ไก่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในโรงเรือนแบบเปิด ถือเป็นแนวทางที่ช่วยยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหารเมื่อเทียบกับการผลิตไข่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงในกรง โดยงานวิจัยจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority) ระบุว่า ฟาร์มไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลาต่ำกว่าฟาร์มที่ใช้กรงถึง 25 เท่า

ขณะเดียวกัน หลายประเทศทั่วโลก เช่น สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ ภูฏาน รวมถึงบางส่วนของอินเดีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ได้ออกกฎหมายห้ามการผลิตไข่จากแม่ไก่ที่ถูกเลี้ยงในกรงแล้ว นอกจากนี้ กระแสของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลายคนเลือกงดบริโภคไข่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของแม่ไก่

Lever Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ โดยมีพันธกิจหลักในการทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำ เพื่อช่วยพัฒนาแนวทางการจัดหาอาหารให้มีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนระบบอาหารที่มีมนุษยธรรมและยั่งยืนผ่านการส่งเสริมโปรตีนทางเลือกจากพืชและแนวทางการจัดหาอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีร่วมปล่อยลูกปูม้า 200,000 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ ตามโครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย ปีที่ 13

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีร่วมปล่อยลูกปูม้า 200,000 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ ตามโครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย ปีที่ 13

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีร่วมปล่อยลูกปูม้า 200,000 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ ตามโครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย ปีที่ 13

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.09 น.

นายธีรุตม์  ศุภวิบูลย์ผล  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เป็นประธานเปิดกิจกรรม “โครงการปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” ปีที่ 13  โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด  นำโดยนายวิเศษ  วิศิษฏ์วิญญู  กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีพีแรม จำกัด  ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ  และประชาชนในพื้นที่  จัดขึ้น ณ บริเวณแหลมโพธิ์  ต.พุมเรียง  อ.ไขยา จ.สุราษฎร์ธานี  เพื่อเพิ่มปริมาณปูม้า  สร้างความสมดุลระบบนิเวศทางทะเล  ก่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนทางอาหาร  รวมถึงการสร้างอาชีพของคนไทย  โดยปล่อยลูกพันธ์ปูม้าในระยะ Young  Crab  ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมกับการปล่อยลงสู่ทะเล  ที่มีโอกาสรอดชีวิตสูง

ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีเปิดโครงการแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงเรือเดินทางไปปล่อยลูกปูม้า จำนวน 200,000 ตัว  คืนสู่ท้องทะเล  ณ เกาะเสร็จ อำเภอไชยา ซึ่งได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 13 ปี เป็นหนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร ตามแนวทาง FOOD 3S ของซีพีแรม ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคมไทย ด้วยหลักธรรมาภิบาล อีกทั้งส่งมอบอาหารที่ดีมีคุณภาพสู่ผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้กับสังคมรอบด้าน ซึ่งคาดหวังว่าการดำเนินการในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เกิดความยั่งยืนสืบไป

-(016)

เตรียมพบกับ ‘เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2568’ ครั้งที่ 43 ปักหมุดของเด็ดทั่วไทย

เตรียมพบกับ 'เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2568' ครั้งที่ 43 ปักหมุดของเด็ดทั่วไทย

เตรียมพบกับ ‘เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2568’ ครั้งที่ 43 ปักหมุดของเด็ดทั่วไทย

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.00 น.

Must See : เตรียมพบกับ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2568 ครั้งที่ 43”  ในวันที่ 26-30 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ที่จะมาสร้าง Grand Moment  มหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ ขนไฮไลต์พิเศษจาก 9 โซนกิจกรรมหลัก ที่จะพาดื่มด่ำกับเสน่ห์ของประเทศไทยครบทุกมิติ ทั้งแลนด์มาร์ก จุดถ่ายภาพสุดปัง ของดีของเด็ดจากทั่วประเทศ นวัตกรรมการท่องเที่ยวล้ำสมัย รวมถึงโชว์ศิลปวัฒนธรรมและการแสดงจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจเดินทางรับความสุขทันที ที่เที่ยวไทยตลอดทั้งปี

ททท. จัดเต็มนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวตามแนวคิด “5 Must Do in Thailand” ควบคู่กับแนวคิด Carbon Neutral Tourism สอดคล้องกับปีท่องเที่ยวไทย “Amazing Thailand Grand Tourism & Sport Year 2025”  ให้งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย เป็นหนึ่งใน Grand Festivity ที่จะสร้างแรงบันดาลใจเดินทางไปพบกับ Grand Moment พร้อมรับความสุขทันที ที่เที่ยวไทยตลอดทั้งปี ทั้งยังคง DNA ของหน่วยงานส่งเสริมแนวทางการท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ผ่านกิจกรรม ลดโลกเลอะ Zero Waste to Landfillsตั้งเป้าหมายท้าทายการลดปริมาณขยะที่ไม่ได้แยกสูงสุดที่ 10% สะท้อนความตั้งใจให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง

พบกับ 9 โซนกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ ได้แก่ 5 โซนหมู่บ้านภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ ททท. ยกขบวนเสน่ห์ไทย 5 ภูมิภาค  ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ แต่ละโซนจัดเต็มนำเสนอแลนด์มาร์กสุดไอคอนิก จุดถ่ายภาพ อาหารและสินค้าท้องถิ่นจากทั่วประเทศ กิจกรรมสาธิตและ DIY และเพิ่มความสนุกตื่นตาตื่นใจไปพบโชว์วัฒนธรรมและร่วมสมัยที่ไม่ควรพลาด  เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนออกเดินทางรับ“สุขทันที ที่เที่ยวไทย” และ 4 โซนกิจกรรมสำคัญ Amazing Thailand : สุขทันที 65 ปี ททท., พันธมิตรท่องเที่ยวไทย รวมทั้งรวบรวมดีลสุดพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว 8 หน่วยงาน เสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่าน “ห้าง ททท.” โซนที่ 8 เวทีกลาง แน่นอนว่า ททท.จัดเต็มทุกความบันเทิง เอาใจทุกเจนเนอเรชันผ่านการแสดงดนตรีของศิลปินที่มีชื่อเสียง โซนที่ 9 Sustainable Tourism Goals ตอกย้ำหมุดหมายของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals: STGs) สู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิ เป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Tourism)

การเดินทาง

-รถยนต์ส่วนตัว  มีบริการที่จอดรถถึง 3,000 คัน 

-เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ขึ้นรถไฟใต้ดิน MRT ลงสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

#เทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งที่43 #AmazingThailand #AmazingThailandGrandTourismandSportsYear2025 #GrandFestivity

-(016)

โรงแรม W Bangkok – Smiling Gecko ร่วมผลักดันความหลากหลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

โรงแรม W Bangkok - Smiling Gecko ร่วมผลักดันความหลากหลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

โรงแรม W Bangkok – Smiling Gecko ร่วมผลักดันความหลากหลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ (W Bangkok) ประกาศความร่วมมือพิเศษกับ สไมลิง เกกโก (Smiling Gecko) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่อุทิศการทำงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคมในกัมพูชา โดยความร่วมมือครั้งในครั้งนี้จะนำเสนอเป็นการจัดงานแบบอิมเมอร์ซีฟเต็มรูปแบบ ผ่านงานศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร ซึ่งจะมีงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อการกุศลที่ห้องจัดเลี้ยง The Conservatory เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 และปิดท้ายด้วยกิจกรรม Cross Culture Weekend – Cambodia Edition ที่ The House on Sathon ระหว่างวันที่ 22 – 23 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

ความร่วมมือนี้จะแสดงให้เห็นถึงพลังของการเปลี่ยนแปลงผ่านเรื่องเล่าที่อยู่ทั้งในจานอาหารและวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยมี ฮันเนส ชมิด ช่างภาพผู้มีวิสัยทัศน์และผู้ก่อตั้ง สไมลิง เกกโก และ มารียา อน นูน (Mariya Un Noun) หัวหน้าเชฟชื่อดังของ Farmhouse Resort & Spa และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากการกำหนดนิยามใหม่ของอาหารกัมพูชา มาร่วมในงานนี้

เฉลิมฉลองแบบพหุประสาทสัมผัสเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

การจัดงานในครั้งนี้จะเน้นย้ำถึงวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของประเทศกัมพูชาผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปนี้

กิจกรรม Rooftop Farm Cocktail & SGC Charity Dinner ที่ห้องจัดเลี้ยง The Conservatory: 21 มีนาคม 2568

•             งานเลี้ยงต้อนรับแบบค็อกเทลที่ ฟาร์มบนดาดฟ้า (Rooftop Farm) ของโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์ด้านความยั่งยืนที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้เข้าร่วมงานก่อนรับประทานอาหารค่ำ

•             ดินเนอร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับเมนู 7 คอร์ส โดยเชฟมารียา อน นูน ในคอนเซ็ปต์ Symphony of Flavour จำกัดจำนวนเพียง 30 ท่านเท่านั้น

•             ไวน์และค็อกเทลสุดพิเศษที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารแต่ละจาน

•             การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของ สไมลิง เกกโก โดย ฮันเนส ชมิด เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานขององค์กร

•             ร่วมประมูลผลงานเพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของ สไมลิง เกกโก

•             บัตรเข้าร่วมงานราคา 6,900 บาทสุทธิต่อท่าน รวมเครื่องดื่มทุกชนิด และสิทธิการเข้าร่วมประมูลผลงาน

กิจกรรม Cross Culture Weekend – Cambodia Edition ที่ The House on Sathon: 22 – 23 มีนาคม 2268

•             อีเวนต์สุดสัปดาห์เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของประเทศกัมพูชาผ่านงานศิลปะ ดนตรี และอาหาร โดยเชฟมารียา อน นูน และเชฟโจ จากห้องอาหารพาย

•             คลาสเรียนถ่ายภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ฮันเนส ชมิด โอกาสพิเศษที่จะได้เรียนรู้จากศิลปินชื่อดังระดับโลก

•             มิกโซโลจิสรับเชิญจากประเทศกัมพูชา ที่จะมารังสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษที่บาร์ สาทร ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พบกับ Sam และ Daniel จากบาร์ Samai Distillery และ Kt Lam จาก บาร์ Sora

•             การแสดงผลงานของ สไมลิง เกกโก และการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนในกัมพูชาผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และความคิดริเริ่มด้านการทำอาหาร

ความมุ่งมั่นต่อการสร้างผลกระทบทางสังคม

รายได้จากดินเนอร์และการประมูลเพื่อการกุศลจะนำไปสนับสนุนโดยตรงในโครงการฝึกอบรมด้านการศึกษา และอาชีวศึกษาของ สไมลิง เกกโก เพื่อส่งเสริมชุมชนชาวกัมพูชาผ่านแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน โครงการนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ ในการให้บริการเพื่อสร้างผลกระทบที่ดีต่อโลก สังคม และเสริมสร้างวัฒนธรรมของชุมชน

มร.อเล็กซานเดอร์ เคลเลอร์แมนน์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับ สไมลิง เกกโก เพื่อทำให้ประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น นับเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้เข้าร่วมงานของเราจะได้มีส่วนร่วมกับเรื่องราวอันทรงพลัง เพลิดเพลินไปกับอาหารชั้นเลิศ และเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม”

มร. ฮันเนส ชมิด ผู้ก่อตั้ง สไมลิง เกกโก กล่าวว่า “อาหารไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำหรับการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย การสร้างความร่วมมือกับ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงจะเป็นช่วยนำเสนอวัฒนธรรมอาหารกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสให้กับชุมชนที่เราสนับสนุนอีกด้วย โครงการ สไมลิง เกกโก มุ่งเน้นที่การสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืน และการนำภารกิจของเราไปสู่เวทีระดับโลกนั้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเดินทางครั้งนี้กับ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ รวมถึงทุกคนที่เชื่อมั่นในพลังของอาหารและวัฒนธรรมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง”

-(016)

พาลูกวิ่งดะ Obstacle on the beach 2025 Little Pirate run โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด

พาลูกวิ่งดะ Obstacle on the beach 2025   Little Pirate run  โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด

พาลูกวิ่งดะ Obstacle on the beach 2025 Little Pirate run โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.03 น.

เสียงหัวเราะและความสนุกดังกึกก้องตลอดงาน พาลูกวิ่งดะ Obstacle on the beach 2025 / Little Pirate run / โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม ณ Seapine Golf and Resort Hua Hin ครอบครัวนักวิ่งจิ๋วพร้อมใจกันฝ่าด่านอุปสรรคทั้ง 15 ด่าน ระยะทาง 3.5K ท่ามกลางสายลม แสงแดด และคลื่นทะเลที่เป็นใจ

ตะลุยด่านสนุกแบบจัดเต็ม

 • สะพานผิวน้ำ – โจรสลัดจิ๋วต้องเดินบนทางลอยน้ำสุดท้าทาย

 • อุโมงค์โจรสลัด – ลอดอุโมงค์กลางน้ำ ฝ่าคลื่นให้ได้

 • กับดักตาข่าย – วิ่งมุดฝ่าตาข่ายยักษ์กลางชายหาด

 • โจรสลัดจิ๋วกล้ามโต – ทดสอบความแข็งแกร่งด้วยการแบกกระสอบยักษ์

โซนกิจกรรมแน่น สนุกกันทั้งครอบครัว

 • ลุ้นรางวัลสนุกๆ จาก The Laughing Cow, แมกโนเลีย ยูเอชที, และเพียวรีนคิดส์โยเกิร์ตและเบบี้ไวพส์

 • ดื่มด่ำความสดชื่นจาก Pocari Sweat, น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย ไวตามิ้ลค์แชมป์ และน้ำดื่มสปริงเคิล

 • ทดลองใช้พลาสเตอร์ Neoplast และรับของที่ระลึกสุดน่ารัก

 • เปิดโลกความรู้ไปกับ Thai PBS Kids และ ALTV

เสียงตอบรับจากเหล่าโจรสลัดตัวน้อยและคุณพ่อคุณแม่ “ลูกสนุกมาก วิ่งไปหัวเราะไป ตื่นเต้นกับทุกด่าน”

“ครั้งแรกที่ลูกได้วิ่งบนชายหาด แถมได้ฝ่าด่านแบบโจรสลัด สนุกสุดๆ” “ขอบคุณทีมงาน ปีหน้ามาอีกแน่นอน”

แล้วพบกันใหม่ในปี 2026ขอบคุณทุกครอบครัวที่มาร่วมผจญภัยด้วยกัน ปีหน้ารอเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ รับรองว่ามันส์กว่าเดิม

ติดตามข่าวสารกิจกรรมต่อไปที่ FB: พาลูกเที่ยวดะ Line: พาลูกเที่ยวดะ#พาลูกวิ่งดะ #พาลูกวิ่งดะObstacleOnTheBeach #LittlePirateRun #โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด #พาลูกเที่ยวดะ