บู๊ลั่นสนั่นจอ!รวมหนังแอคชั่น7เรื่องที่คุณห้ามพลาดชมทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

บู๊ลั่นสนั่นจอ!รวมหนังแอคชั่น7เรื่องที่คุณห้ามพลาดชมทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

บู๊ลั่นสนั่นจอ!รวมหนังแอคชั่น7เรื่องที่คุณห้ามพลาดชมทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.02 น.

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมส่งความมันส์เต็มจอในโปรแกรมพิเศษ “รวมหนังแอคชั่น 7 เรื่องรวด” ดูกันให้ฉ่ำวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ พบกับสุดยอดหนังแอคชั่นที่คัดมาแบบเน้นๆ ทั้งความระห่ำ ฉากบู๊เดือด และนักแสดงระดับแนวหน้าที่พร้อมกระชากใจคุณ!

ปิดกรุงเทพปล้น เวลา 8.30 น. กลุ่มโจรวางแผนปล้นครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อยับยั้งการชำระหนี้คืน IMF โดยมีการวางระเบิดทั่วเมืองและการต่อสู้กับหน่วยปราบปรามการก่อการร้าย นาวิน (อำพล ลำพูน) นำทีมโจรที่ต้องเผชิญหน้ากับปกรณ์ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) หัวหน้าหน่วยปราบปราม

ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ พยัคร้ายพันธุ์ดุ เวลา 12.30 น. แซนเดอร์ เคจ (วิน ดีเซล) สายลับสุดระห่ำที่ต้องแฝงตัวเข้าสู่แก๊งอาชญากรในปรากเพื่อหยุดยั้งแผนการทำลายล้างโลก เขาต้องเผชิญหน้ากับยอร์กี้ (มาร์ตัน โซคาส) และเยเลน่า (เอเชีย อาร์เจนโต้) ในภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตราย

คู่ระห่ำ ไถ่ข้ามโลก เวลา 14.55 น. มินจุน (ฮาจองอู) นักการทูตเกาหลีใต้ที่ต้องร่วมมือกับพันซู (จูจีฮุน) โชเฟอร์แท็กซี่ในเลบานอนเพื่อช่วยชีวิตนักการทูตที่ถูกลักพาตัว ทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายเพื่อพาตัวประกันกลับบ้าน

ซุ้มมือปืน เวลา 16.50 น. สหายแทนไท (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) มือปืนรับจ้างที่ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งในโลกอาชญากรและการต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลในสังคม พบกับเรื่องราวสะท้อนถึงอำนาจและอิทธิพลมืดในสังคมไทย

จอมขมังเวย์ เวลา 18.40 น. ณ เรือนจำแห่งหนึง อิทธิ  (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกพิพากษาว่ากระทำความผิดทางอาญา และมีอาคมมนต์ดำ ได้หลบหนีออกจากคุก ทำให้ตำรวจหนุ่มอย่าง สันติ (พุฒิชัย อมาตยกุล) ถูกมอบหมายให้ตามล่าอิทธิ และในการเผชิญหน้ากันทุกครั้ง ทำให้สันติหมกมุ่นอยู่กับการได้มาซึ่งมนต์ดำ  เพื่อเอาชนะอิทธิให้ได้

เสือโจรพันธุ์เสือ เวลา 21.00 น. เสือใบ (อำพล ลำพูน) จอมโจรที่ปล้นคนรวยเพื่อช่วยคนจน ต้องเผชิญหน้ากับผู้กองยอดยิ่ง (ดอม เหตระกูล) ที่ถูกส่งมาปราบเขาโดยเฉพาะ เสือใบมีลูกน้องคู่กายชื่อ เสือยอด สิงห์ปืนคู่ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) ผู้ใช้ปืนคู่เป็นอาวุธ

2508 ปิดกรมจับตาย เวลา 23.00 น. ภาพยนตร์แอคชั่นเกี่ยวกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เมื่อโจรผู้ร้ายจำนวนสามแก๊ง นำโดยเสือขาว เสือใบ เสือละมาย และเสือศักดิ์ ร่วมมือกันก่อการปล้นตลาดอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างอุกอาจ ดูสนุกชมฟรีทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ true4u.com/live.

‘ยัวร์บอยทีเจ’ชวนแฟน ๆ นับถอยหลังสู่ ‘Movie on the Beach’ครั้งที่ 10 พร้อมระเบิดความสนุก

'ยัวร์บอยทีเจ'ชวนแฟน ๆ นับถอยหลังสู่ 'Movie on the Beach'ครั้งที่ 10 พร้อมระเบิดความสนุก

‘ยัวร์บอยทีเจ’ชวนแฟน ๆ นับถอยหลังสู่ ‘Movie on the Beach’ครั้งที่ 10 พร้อมระเบิดความสนุก

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.56 น.

นับเวลาถอยหลังเตรียมตัวพบความสนุกกันอีกครั้ง สำหรับเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์ริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ Movie on the Beach” ครั้งที่ 10 โดย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ร่วมกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด ร่วมกันจัดงานเพื่อเป็นการฉลอง 10 ปี โดยภายในงานจะได้พบศิลปินตัวท็อปของวงการเพลง อย่าง BODYSLAM (บอดี้สแลม), URBOYTJ (ยัวร์บอยทีเจ), Paradox (พาราด็อกซ์), LIPTA (ลิปตา),  MEAN BAND (วงมีน) และ Moderndog (โมเดิร์นด็อก) พร้อมโปรดักชั่น แสง สี เสียง แบบจัดเต็ม และการฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลสุดพิเศษ ที่จะจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 68   ณ ริมชายหาด Triple Tree Beach Resort (ใกล้ครัวเม็ดทราย) ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยเปิดเข้าพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

  URBOYTJ (ยัวร์บอยทีเจ) ตัวแทนศิลปิน พร้อมชวนแฟน ๆ มาร่วมสนุกว่า “อีกไม่กี่วันแล้วนะครับ ที่จะได้เจอทุกคนที่ Movie on the Beach ครั้งที่ 10 ในงานนี้ผมเตรียมโชว์พิเศษสุด ๆ ไว้ให้ทุกคน รับรองว่าสนุกแน่นอน แล้วเจอกันในวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคมนี้ ที่ชะอำ นะครับ”

นับถอยหลังไปด้วยกัน! แล้วมาสนุกไปกับ URBOYTJ (ยัวร์บอยทีเจ) และกองทัพศิลปินที่ Movie on the Beach” ครั้งที่ 10 ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ สามารถเข้าชมและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ฟรีตลอดงาน เพียงติดตามกิจกรรมแจกบัตรหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  Facebook : ME by Major CineAd / Facebook : Chang World

#ช้างกับเพื่อนซี้ที่ #MOB10

#Changเติมเต็มคำว่าเพื่อน

#MajorGroup

‘อนุทิน’เชื่อศาลฯ นัดฟังคำสั่งคดี​‘พ่อทักษิณ’ชั้น14 ไร้แรงกระเพื่อมลาม’รัฐบาลลูกอิ๊งค์’

'อนุทิน'เชื่อศาลฯ นัดฟังคำสั่งคดี​‘พ่อทักษิณ'ชั้น14 ไร้แรงกระเพื่อมลาม'รัฐบาลลูกอิ๊งค์'

‘อนุทิน’เชื่อศาลฯ นัดฟังคำสั่งคดี​‘พ่อทักษิณ’ชั้น14 ไร้แรงกระเพื่อมลาม’รัฐบาลลูกอิ๊งค์’

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.16 น.

‘อนุทิน’เชื่อศาลฯ นัดฟังคำสั่งคดี​‘ทักษิณ’รักษาตัวชั้น14 ไร้แรงกระเพื่อมการเมืองลามกระทบ’รัฐบาลลูกอิ๊งค์’ ยันทุกอย่างอยู่ในกระบวนการถูกต้อง-เหมาะสม

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่วันนี้ (30เม.ย.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำสั่ง ตามคำร้องที่ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นขอให้ไต่สวนกรณีกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี​ ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้ารับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลว่า ไม่ทราบเรื่อง เพราะเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ เลยไม่ได้ติดตาม 

เมื่อถามว่าจะมีผลหรือแรงกระเพื่อมใดทางการเมืองหรือไม่​ นายอนุทิน ร้องอุ้ย​ ก่อนกล่าวว่า รัฐบาลนี้มีพรรคร่วมตั้ง 5-6 พรรค หัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาล คือน.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้ว ไม่มีปัจจัยภายนอกอะไรที่จะทำให้เกิดการกระเพื่อม รัฐบาลทำงานอยู่ทุกวัน

‘กกต.’เชือด‘หมอเกศ’ ชงศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อ้างจบด็อกเตอร์ ม.แคลิฟอร์เนีย

‘กกต.’เชือด‘หมอเกศ’ ชงศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อ้างจบด็อกเตอร์ ม.แคลิฟอร์เนีย

‘กกต.’เชือด‘หมอเกศ’ ชงศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อ้างจบด็อกเตอร์ ม.แคลิฟอร์เนีย

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.08 น.

‘กกต.’เชือด‘หมอเกศ’ชงศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อ้างจบด็อกเตอร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เข้าข่ายหลอกลวง

30 เมษายน 2568 มีรายงานว่าที่ประชุมกกต.ได้มีการพิจารณาและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตามมาตรา62 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 เพื่อวินิจฉัยสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.)​ กรณีกระทำการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงเกียรติคุณตามมาตรา 77(4)ของกฎหมายเดียวกัน จากเหตุแจ้งว่ามีคุณสมบัติ ด็อกเตอร์ จาก california university ในการยื่นสมัครสว. ตามที่สำนักงานกกต.โดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นว่า การจะใช้คำนำหน้าด็อกเตอร์ จะต้องเป็นการไปเรียนจริง และเรียนจบได้วุฒิบัตรมาแล้ว อีกทั้ง california university เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้วิธีให้ส่งรายงาน และการเทียบโอนเกรด ซึ่งยังไม่ได้มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย

สำหรับคดีนี้หลังมีผู้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบ กกต.มีมติสั่งรับเป็นสำนวนเมื่อ5 ก.ค.67จากนั้นสำนักงานฯได้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนและนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมกกต.ครั้งแรก เมื่อ31ต.ค.67 และอีกครั้งในวันที่5พ.ย.67แต่กกต.เห็นว่าข้อมูลยังไม่ครบถ้วนจึงให้สำนักงานฯไปดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.จะให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่าจะพิจารณาคดีนี้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้

ทั้งนี้มาตรา 77(4)ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 กำหนดว่าผู้ใดกระทำการหลอกลวง บังคับขู่เข็ญใช้อิทธิพลคุกคามใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้สมัครใด เพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปีปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ซึ่งหากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง พญ.เกศกมล จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สว.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

อย่างไรก็ตาม พญ.เกศกมล ยังถูกร้องในเรื่องของฮั้วเลือกสว.ซึ่งกกต. ยังไม่ได้พิจารณา คาดว่าจะถูกรวมพิจารณากับกรณีที่กกต.มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกับเจ้าหน้าที่ DSI สอบกระบวนการฮั้วเลือกสว.ทั้งหมด

สวดยับผู้ว่าฯปราจีน! ‘อนุทิน’สับตั้ง‘ที่ปรึกษาจีน’เปลืองกระดาษราชการ สั่งสแกนพื้นที่อื่น

สวดยับผู้ว่าฯปราจีน! ‘อนุทิน’สับตั้ง‘ที่ปรึกษาจีน’เปลืองกระดาษราชการ สั่งสแกนพื้นที่อื่น

สวดยับผู้ว่าฯปราจีน! ‘อนุทิน’สับตั้ง‘ที่ปรึกษาจีน’เปลืองกระดาษราชการ สั่งสแกนพื้นที่อื่น

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.03 น.

พูดจริงๆเปลืองกระดาษราชการ! ‘มท.1’สวด‘ผู้ว่าฯปราจีนฯ’ชุดใหญ่ ปมตั้ง‘ชาวจีน’เป็นที่ปรึกษา ไม่เหมาะสม ต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ จะมาบอกว่าทำเพื่อเกียรติยศมาประดับบารมีไม่ได้ กระตุกสำนึกต้องรับใช้ประชาชนเท่านั้น อัดไร้เหตุผล อ้างมาช่วยทำ‘นิคมอุตสาหกรรม’ คนพร้อมให้คำแนะนำมีเยอะแยะ แจงไม่ต้องตั้งกรรมการสอบ เหตุไม่ใช่ความผิด แต่เป็นเรื่องความเหมาะสม มอบ‘ปลัดมท.’สแกนตรวจสอบพื้นที่อื่น ขออย่าเพิ่งมองแง่ร้าย ลามสมประโยชน์‘ข้าราชการ-เอกชน’ ออกตัวขอโทษประชาชนทำให้ไม่สบายใจ

30 เมษายน 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มีคำสั่งแต่งตั้งชาวจีนเข้ามาเป็นที่ปรึกษาฯ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในโลกโซเชียล และต่อมาในวันที่ 29 เม.ย. ผู้ว่าฯปราจีนบุรี ได้เซ็นคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งที่ปรึกษาฯชาวจีน ว่า ก็ควรมีการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะไม่เหมาะสม แต่ผู้ว่าฯปราจีนบุรี ได้ยกเลิกคำสั่งไปแล้ว วานนี้(29เม.ย.) หลังจากที่ตนได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย ตนก็ฝากตำหนิไปว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ทางปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็คงได้ตักเตือนไป ตนต้องขอโทษประชาชนด้วย ที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ส่วนจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่นั้น เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิด จะมาบอกว่า ตั้งที่ปรึกษาแล้วเพื่อให้เป็นเกียรติยศ ไม่ได้ เพราะเกียรติยศของผู้ว่าฯ ต้องรับใช้ประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเป็นเกียรติยศเพื่อมาประดับบารมีเป็นที่ปรึกษา

“การไปแต่งตั้งที่ปรึกษา ผมพูดจริงๆ เปลืองกระดาษราชการ คนเราจะปรึกษา อย่างผมก็ให้คำปรึกษาได้ ไม่ต้องมาแต่งตั้งผมหรอก ถ้าเรามีเจตนาที่ดีต่อกัน เรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร ผมพูดแค่นี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็คงทราบแล้วว่า ควรจะต้องทำอะไร สำหรับผมผมถือว่าเรื่องแค่นี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการได้ ประชาชนไม่ต้องกังวลอะไรมาก เราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ตั้งที่ปรึกษาชาวจีนเนื่องจากต้องการพัฒนาเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีไม่มีเหตุผล ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นระดับซี10 ก็เทียบเท่ากับอธิบดี เมื่อถามย้ำว่าที่บอกว่าไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสมในเรื่องของการตั้งที่ปรึกษา หรือไม่เหมาะสมในการตั้งชาวจีนมาเป็นที่ปรึกษา นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ปรึกษาแบบนี้ไม่มีอัตรา ไม่มีเงินเดือนอยู่ในสารบบราชการ เป็นถึงผู้ว่าฯ อยากจะปรึกษาใครมีคนพร้อมจะให้คำปรึกษาอยู่แล้วโดยเฉพาะคนที่บอกว่ามาทำนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี ยิ่งเขาให้คำปรึกษาผู้ว่าฯ เขาก็ได้ประโยชน์ทางอ้อมด้วย แต่ไม่ใช่ผลประโยชน์ ดังนั้น จะทำอะไรต้องตั้งเป็นที่ปรึกษาก่อนหรือ มันไม่จำเป็น อย่างตน วันๆปรึกษาคนไม่รู้เท่าไหร่ ยิ่งคนที่มีความรู้สูงๆ ยิ่งขอร้องอย่าตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาเป็นอันขาด คุยกันเงียบๆไม่ต้องบอกอะไรใคร มันจึงฟังไม่ขึ้น ก็ต้องขอโทษประชาชนด้วย

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า อย่างน้อยก็เห็นแล้วว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากที่ได้รับคำตำหนิจากตนฝากไปประกาศแต่งตั้งที่ปรึกษาก็ถูกยกเลิกไปแล้ว ขณะที่จังหวัดอื่นๆจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีการตั้งที่ปรึกษาอย่างไรหรือไม่นั้น ก็เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็คงไม่มีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาคนไทย หรือต่างชาติ

เมื่อถามถึงข้อสังเกตจากสังคมที่อาจมีผลประโยชน์แอบแฝงระหว่างข้าราชการ กับภาคเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่าอย่าเพิ่งไปมองในแง่ร้ายขนาดนั้น ถ้าเขามีผลประโยชน์อะไรกันจริง คงไม่กล้าทำอะไรที่เปิดเผยขนาดนี้ เราต้องให้ความเป็นธรรมให้มากที่สุด มันเป็นเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมมากว่า

‘อนุทิน’ชี้แกนนำพรรคร่วมฯ ต้องจับเข่าคุย’กม.กาสิโน‘ ยันสุดท้ายต้องผนึกโหวตไปในทิศทางเดียวกัน

'อนุทิน'ชี้แกนนำพรรคร่วมฯ ต้องจับเข่าคุย’กม.กาสิโน‘ ยันสุดท้ายต้องผนึกโหวตไปในทิศทางเดียวกัน

‘อนุทิน’ชี้แกนนำพรรคร่วมฯ ต้องจับเข่าคุย’กม.กาสิโน‘ ยันสุดท้ายต้องผนึกโหวตไปในทิศทางเดียวกัน

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.02 น.

‘อนุทิน’ชี้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล’ ต้องจับเข่าคุย ’กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์‘ อย่างเป็นทางการ ยันสุดท้ายแล้วต้องผนึกโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ใครเห็นต่างต้องทำความเข้าใจ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา11.00น.ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการให้ สส.ทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. หรือร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯว่า หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีการมาพูดคุยกัน เนื่องจากขณะนี้ทุกพรรคยังไม่ได้หารืออย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าในคณะพรรคร่วมรัฐบาลจะสนับสนุนดำเนินตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี​ ซึ่งจากการที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงถอนร่างกฎหมายจากการเตรียมเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ ก็มีหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยในทิศทางเดียวกัน ว่าให้ถอนเรื่องออกมาก่อน และเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่อาจจะต้องโหวต ก็ต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกัน 

“ไม่ใช่ว่ามีพรรคใดพรรคหนึ่งบอกติดข้อจำกัดอะไร แล้วขอไม่โหวต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคัดค้าน หากจะต้องโหวต ก็ต้องโหวตทั้งหมด หากพรรคใดพรรคหนึ่งไม่โหวตก็ต้องนั่งคุยกันใหม่ จะเห็นได้ว่ามีพรรคประชาชาติออกแถลงการณ์มาว่ายังไม่เห็นด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าอย่างไร เพราะหัวหน้าพรรคบอกว่ายังไม่ใช่ แต่พรรคภูมิใจไทยพูดชัดเจนตั้งแต่แรกหากทุกพรรคเห็นพ้องกันหมด ก็ต้องนั่งหารือกัน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินยัง ยังกล่าวถึงการดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลว่า​ เจ้าภาพครั้งต่อไปคือพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนพรรคภูมิใจไทย เป็นเจ้าภาพไปแล้ว 

​บุกถามจุดยืน ปชป.? ‘คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม’จี้ปม’นิรโทษฯ-กาสิโน-พนันออนไลน์’

​บุกถามจุดยืน ปชป.? 'คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม'จี้ปม'นิรโทษฯ-กาสิโน-พนันออนไลน์'

​บุกถามจุดยืน ปชป.? ‘คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม’จี้ปม’นิรโทษฯ-กาสิโน-พนันออนไลน์’

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.58 น.

“คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม”บุกหน้าพรรค”ปชป.” ทวงถามจุดยืน”นิรโทษกรรมฯ-กาสิโน-พนันออนไลน์” ชี้อย่าทำให้ ปชช.คิดว่า ปชป.เป็นสาขาหนึ่งของระบอบทักษิณ ด้าน ปชป.รับเรื่องขอรอมติพรรค

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลุ่มผู้ชุมนุมจาก คปท. , กองทัพธรรม และ ศปปส.นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.ร่วม 200 คน เดินทางมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทวงความชัดเจนจุดยืนของพรรคในเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….

โดย นายพิชิต กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยมีอุดมการณ์จะปฏิรูปประเทศไทย วันนี้มีจุดยืนอย่างไรกับการตั้งบ่อนกาสิโน พรรคที่เคยร่วมต่อสู้กับระบอบทักษิณ แต่วันนี้นโยบายรัฐบาลที่ไม่ใช่นโยบายร่วมของรัฐบาล แต่เป็นนโยบายเร่งด่วนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เร่งผลักดันนโยบายเร่งด่วนเรื่องนี้ ทั้งที่ผู้นำศาสนา นิสิต นักศึกษา ประชาชน ครูบาอาจารย์ คณะแพทย์ทั้งประเทศ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการตั้งกาสิโน และพนันออนไลน์ วันนี้จึงต้องมาถามพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี สส.ในสภา ว่าพรรคท่านจะยืนหยัดบนผลประโยชน์ของประชาชน หรือยืนยันบนผลประโยชน์ของฝ่ายการเมืองกันแน่

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่พรรค ปชป.ยืนยันมาตลอดที่ผ่านมาว่า จะไม่ร่วมโหวตในเรื่องนี้ และการขยายไปถึงพนันออนไลน์ที่มอมเมาประชาชน ว่าทั้ง 3 เรื่องนี้ จุดยืนของพรรค ปชป.ในยุคหัวหน้าพรรคชื่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และเลขาธิการพรรคชื่อ นายเดชอิศม์ ขาวทอง จะคัดค้านหรือสนับสนุน หรือพรรค ปชป.จะเป็นสาขาหนึ่งของพรรคเพื่อไทย (พท.) มีเวลาอีก 2 เดือน เมื่อเปิดสภาสมัยประชุมหน้าวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลก็จะเร่งผลักดันเรื่องเหล่านี้เข้า เราจึงต้องมาทวงถามจุดยืนจากพรรคการเมืองต่างๆ ว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร เพื่อบอกกล่าวสังคมและประชาชนเจ้าของอำนาจว่าแต่ละพรรคยึดพี่น้องประชาชนเป็นหลัก หรือจะหนุนนายทุนเป็นหลักกันแน่

“กาสิโนจะทำให้พี่น้องอยู่ดี มีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้อย่างนั้นหรือ การจัดตั้งกาสิโนมาจะทำให้ผู้เล่นร่ำรวย หรือกาสิโนทำให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปาก มีกินมีใช้แบบนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นพรรคการเมืองทุกพรรคจัดตั้งกาสิโนประจำท้องที่ของตัวเองเลย ถ้ากาสิโนไม่ได้ช่วยให้พี่น้องอยู่ดีกินดี พรรคการเมืองก็ต้องร่วมมือกับพี่น้องประชาชน คัดค้านอบายมุขกาสิโน การพนันออนไลน์ ทำลายศีลธรรมอันดีของชาติ อย่าอ้างว่าจะสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เพราะเป็นวงจรธุรกิจสีเทา การฟอกเงินทุจริต จะล้างให้เป็นสีขาวไม่ได้ และสัปดาห์หน้าเราจะไปทวงถามจุดยืนเรื่องนี้ จากพรรคภูมิใจไทย” นายพิชิต กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีแกนนำสลับสับเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัยบนหลังรถกะบะ กล่าวโจมตีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนการเปิดบ่อนกาสิโน และพนันออนไลน์ให้ถูกกฎหมายว่าเป็นการสร้างปัญหาใหม่ใหญ่กว่าเดิมให้สังคมไทยในอนาคตถ้าร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาฯ

จากนั้น นายพิชิต และบรรดาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายกาสิโน และทวงถามจุดยืนของพรรค ปชป.ต่อ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผอ.พรรค ปชป.โดย นายธนิตพล กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้รายงานต่อหัวหน้าพรรค และ กก.บห.พรรค และ สส.ของพรรค เพื่อพิจารณา และหากมีมติร่วมกันในนามพรรคออกมาอย่างไรจะแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบต่อไป

– 006

‘จิรายุ’ชี้’มูดี้ส์’ด่วนใจเร็วไปนิด ผลการเจรจาสหรัฐยังไม่จบ ปรับลดความน่าเชื่อถือไทยลง

'จิรายุ'ชี้'มูดี้ส์'ด่วนใจเร็วไปนิด ผลการเจรจาสหรัฐยังไม่จบ ปรับลดความน่าเชื่อถือไทยลง

‘จิรายุ’ชี้’มูดี้ส์’ด่วนใจเร็วไปนิด ผลการเจรจาสหรัฐยังไม่จบ ปรับลดความน่าเชื่อถือไทยลง

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.15 น.

‘จิรายุ’ชี้ ‘มูดี้ส์’ด่วนใจเร็วไปนิด ปรับลดความน่าเชื่อถือไทยลง ผลการเจรจาสหรัฐยังไม่จบ แต่กลับปรับเร็วเกินไป มั่นใจการเจรจาจะเป็นผลดีต่อประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตแม้จะปรับลดหนึ่งสเตปจากปัญหาภาษีสหรัฐฯ วอน ฝ่ายค้าน ”ธีรชัย พปชร.“เบาได้เบา”

เมื่อวันที่ 30.เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบริษัท เอกชนที่รับจัดอันดับต่างๆ อย่าง บริษัท มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ออกมาปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลงไปหนึ่งระดับ แต่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้สกุลเงินบาท แบบไม่มีหลักประกันของไทย อยู่ที่ระดับ Baa1  และคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้น สกุลเงินต่างประเทศของไทยอยู่ที่ระดับ P-2    

โดย มูดี้ส์ระบุว่า การปรับลดมาจากมาตรการ เรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเก็บภาษีเพิ่มเติม  ซึ่งเป็นการวิเคราะห์คาดการณ์ของบริษัทเอกชนอย่างมูดีส์ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายในทุกประเทศทั่วโลก เพราะปัจจัยที่ปรับลด มูดี้ส์เองก็ระบุว่ามาจากกำแพงภาษีของสหรัฐ  ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยนี้จะทำให้บริษัทเอกชนที่จัดอันดับ จะปรับลดอีกหลายประเทศจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบเดียวกัน 

“ผมคิดว่าการปรับลดครั้งนี้เร็วเกินไป เพราะทั้งประเทศไทยและประเทศทั่วโลกก็อยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุย ยังไม่มีผลใดๆ ออกมาชัดเจน หากผลออกมาเป็นบวก มูดี้ส์ จะปรับอย่างไร“

ในปัจุบัน มีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แบบมูดี้ส์ ทั้งในระดับ โลกจำนวนมาก อาทิ  Kroll Bond Rating Agency  ,  CRISIL (Credit Rating Information Services of India Limited) ,Japan Credit Rating Agency (JCR) ,S&P Global Ratings และ ภูมิภาคมากกว่าร้อยบริษัท   และชุดข้อมูลที่ปรับลดเป็นเรื่องเดียวกันทั่วโลก ที่เกือบทุกประเทศได้รับผลระทบนี้ 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในการรับมือแล้วในทุกมิติในเรื่องกำแพงภาษี ขณะที่นโยบายการกระตุ้นเศษฐกิจในครึ่งปีหลังนี้จะเน้นเครื่องยนต์ใหญ่สำคัญ 4 เครื่อง ที่รัฐบาลจะออกมากระตุ้น อาทิ  การบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศ  การค้าต่างประเทศ  การใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุนภาคเอกชน(Private Investment) และการลงทุนภาครัฐ

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า รายงานของมูดี้ส์ ยังให้ความเชื่อมั่นด้วยการคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Baa1  ซึ่งสะท้อนถึงสถาบันการเงินและระบบธรรมาภิบาลของไทย ที่ยังมีความแข็งแกร่ง ความสามารถในการชำระหนี้ได้ดี และสถานะด้านต่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงการมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศในระดับสูง ทำให้เห็นว่าแม้ทั่วโลกจะโดนปัญหารุมเร้าจาก นโนบายภาษีสหรัฐ ฯ  แต่เชื่อมั่นว่าในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อสถาณการณ์คลี่คลายประเทศไทยจะมี GDP ที่ดีขึ้น แม้ว่าจากเดิมในปีที่ผ่านมา “มูดี้ส์ ”คาดการณ์ไว้ว่า ไทยจะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ  2.9 แต่เมื่อมีเหตุการณ์สหรัฐฯ ก็ปรับลดการคาดการณ์ไว้ที่ 2.0 ซึ่งประเทศไทยยังถือเป็นตัวเลขที่อยู่ในกราฟ GDP เติบโต  ไม่ได้ติดลบเหมือนบางประเทศ ทำให้มั่นใจว่า
นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในครึ่งปีหลังนี้จะ ทำให้ GDP ของประเทศมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน 
          ส่วนกรณีที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมากล่าวโทษที่ไทยถูกปรับลด เป็นเพราะนโยบายรัฐบาล ตนอยากเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้าน ”เบาได้เบา“วันนี้ เป็นเรื่องของโลกที่ได้รับผลกระทบซึ่งต้องช่วยกัน  และข้อมูลก็ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจากปัญหาภาษีสหรัฐ ถ้าลดการเมืองลงได้บ้างก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะอย่างน้อยท่านก็เคยเป็นรัฐมนตรีคลังในสมัยนายกยิ่งลักษณ์พรรคเพื่อไทยมาก่อน 

ดิ่งเหว! เปิด‘ดัชนีการเมืองไทย’เดือนเมษายน 25 ตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน

ดิ่งเหว! เปิด‘ดัชนีการเมืองไทย’เดือนเมษายน 25 ตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน

ดิ่งเหว! เปิด‘ดัชนีการเมืองไทย’เดือนเมษายน 25 ตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.26 น.

ดิ่งเหว! เปิด‘ดัชนีการเมืองไทย’เดือนเมษายน 25 ตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน

30 เมษายน 2568 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,208 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-29 เมษายน 2568 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่าง ๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้

1. “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้  4.82 คะแนน (เดือนมีนาคม 2568 ได้ 4.95 คะแนน)

2. ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัด “ดัชนีการเมืองไทย” โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้

3. นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทโดดเด่นในเดือนเมษายน 68

4. ผลงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบในเดือนเมษายน 68

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า สถานการณ์การเมืองไทยเดือนเมษายนแม้ภายนอกจะมีความชุ่มฉ่ำของเทศกาลสงกรานต์ แต่ในแวดวงการเมืองกลับร้อนระอุไม่แพ้แสงแดดของเดือนเมษา ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมเพื่อไทย-ภูมิใจไทยที่ยังไม่แน่นอนจนมีเสียงว่าอาจมีการปรับ ครม. รวมถึงการที่รัฐบาลพยายามเร่งแก้ปัญหาเรื่องภัยพิบัติ แต่การตรวจสอบตึกถล่มกลับเป็นไปด้วยคำถามของทั้งฝ่ายค้านและประชาชน สะท้อนได้จากผลคะแนนของฝ่ายรัฐบาลที่ลงไปอยู่ อันดับ 15 จาก 25 ดัชนี นอกจากนี้คะแนนผลงานนายกรัฐมนตรีก็ลงไปอยู่อันดับ 10 ด้วยคะแนน 4.91 ไม่ผ่านครึ่งเป็นครั้งแรกของนายกฯแพทองธาร

ด้าน ดร.มุทิตา มากวิจิตร์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายปกครองและการบริหารงานภาครัฐ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเมษายน 2568 พบว่า คะแนนภาพรวมลดน้อยลงจากเดือนก่อนหน้านี้ในทุกๆด้านอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความกังวลของประชาชนที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะทางเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งถือว่ายังเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามความคาดหวังของประชาชน

ทั้งนี้ รวมทั้งประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจและคาดหวังให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ก็คือการตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และติดตามตรวจสอบเรื่องอาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ควบคู่กับความต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือประชาชนโดยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

อนิจจาประเทศไทย! ใช้เรือเก่า-กัปตันใหม่ ไถ IPad เด็กฝึกหัดเล่นขายของ

อนิจจาประเทศไทย! ใช้เรือเก่า-กัปตันใหม่ ไถ IPad เด็กฝึกหัดเล่นขายของ

อนิจจาประเทศไทย! ใช้เรือเก่า-กัปตันใหม่ ไถ IPad เด็กฝึกหัดเล่นขายของ

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.07 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า พายุใหญ่ ศก.โลกโหมกระหน่ำ เรือทุกลำผู้นำทุกชาติพร้อมรับศึก เร่งปิดทุกรูรั่ว ปรับยุทธวิธี เปลี่ยนขุนพล อนิจจาประเทศไทย ใช้เรือเก่า กัปตันใหม่ ไถIPad เด็กฝึกหัดเล่นขายของ รู้บ้างมั้ย #เรือจะล่มกี่โมง