ถอดรหัสไชยชนก!‘เนวิน’อ่านเกมขาด ‘เพื่อไทย’ไม่กล้ายุบสภา

ถอดรหัสไชยชนก!‘เนวิน’อ่านเกมขาด ‘เพื่อไทย’ไม่กล้ายุบสภา

ถอดรหัสไชยชนก!‘เนวิน’อ่านเกมขาด ‘เพื่อไทย’ไม่กล้ายุบสภา

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.22 น.

ถอดรหัสไชยชนก!‘เนวิน’อ่านเกมขาด ‘เพื่อไทย’ไม่กล้ายุบสภา

11 เมษายน 2568 นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “เนวินอ่านเกมขาด เพื่อไทยไม่กล้ายุบสภา” ระบุว่า…

เนวินอ่านเกมขาด เพื่อไทยไม่กล้ายุบสภา

การประกาศกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอันดับ2 เพื่อแสดงท่าทีจุดยืนไม่เอากาสิโน ซึ่งเป็นพรบ.สถานบันเทิงครบวงจร เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล  ถ้าการเมืองในอดีตที่ผ่านมา การที่พรรคร่วมรัฐบาลหักหน้าพรรคแกนนำรัฐบาลกลางสภาแบบนี้  มีทางออกอยู่ 2 ทาง คือ

1.ปรับพรรคร่วมรัฐบาลที่ มีความเห็นขัดแย้งกับพรรคแกนนำออกจากรัฐบาลไป

2.ยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน จากเหตุผลพรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นที่แตกต่าง ขัดแย้งกัน ส่วนการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตัดออกไปได้เลย

แต่การประกาศท่าทีของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะพรรคการเมืองนั้น บุคคลที่สามารถพูดแทนพรรคได้มีอยู่ 2 คนคือ หัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรคเท่านั้น

เมื่อคนระดับเลขาธิการพรรคแสดงจุดยืนกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเช่นนี้ ก็เท่ากับการประกาศจุดยืนของพรรคในทันที

ซึ่งเกมนี้นายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย อ่านขาดว่าพรรคเพื่อไทยไม่กล้ายุบสภา และไม่กล้าปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะถ้าหากพรรคเพื่อไทยยุบสภาในตอนนี้ โอกาสแพ้มีสูงมาก คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยยังไม่ฟื้น ผลงานรัฐบาลยังไม่มีเป็นที่ประจักษ์

ในขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทย มีความได้เปรียบกว่าพรรคเพื่อไทย มีความพร้อมตั้งแต่การจัดระเบียบอำนาจรัฐของกระทรวงมหาดไทย กลุ่มทุนสนับสนุน มีเพียงพอ กระแสนิยมของฝ่ายอนุรักษ์นิยมเทให้กับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคการเมืองอื่นในฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ถ้ายุบสภาก็เป็นโอกาสของพรรคภูมิใจไทยที่จะได้อันดับ 1 ในขั้วอนุรักษ์นิยมทันที

ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยจะปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคเพื่อไทยย่อมรู้ดีว่า เบื้องหลังของพรรคภูมิใจไทย มีอะไรเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กอยู่

ถ้าพรรคเพื่อไทยคิดจะปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาลวันใด ก็ให้นับถอยหลังวันยุบสภาทันที พรรคเพื่อไทยยังไม่พร้อมลงสนามเลือกตั้งด้วยประการทั้งปวง และเมื่อการเมืองแบ่งออกเป็น2ขั้ว ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะเลือกพรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนฝ่ายประชาธิปไตยจะเลือกพรรคประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยยังหาตลาดคะแนนที่แท้จริงไม่ได้

ถ้าหากยุบสภาตอนนี้ ก็เท่ากับฆ่าตัวตายทางการเมือง คุณเนวินอ่านเกมขาด นายไชยชนกจึงกล้าฉีกหน้านางสาวแพทองธารกลางสภา

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด  เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘ทรัมป์’ประกาศยืดเวลาอีก90วัน เลื่อนรีดภาษีโหด เปิดช่องหลายปท.เข้าเจรจา ‘อิ๊งค์’เผยมะกันตอบรับแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันพูดคุย 10ชาติอาเซียนนัดหารือด่วน

นายกฯเผยไทยต่อคิวคุยสหรัฐ หลัง“ทรัมป์”เบรกกำแพงภาษี 90 วัน รับต้องเตรียมตัวทุกมิติ ระบุ“พิชัย”ยังไม่ได้กำหนดวันเจรจา ชี้ปมจับนักวิชาการ คดี ม.112 ต้องต่อรองแฟร์-แฟร์ขณะที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหารือทางไกลนัดพิเศษเตรียมออกแถลงการณ์ร่วม เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจกับสหรัฐ พร้อมตั้งคณะทำงานพิเศษ ASEAN Geoeconomics Task Force ติดตามนโยบายสหรัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมดึงโอกาสเศรษฐกิจใหม่เข้าอาเซียน รับมือมาตรการภาษี

เมื่อวันที่ 10เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศระงับมาตรการการเก็บกำแพงภาษีหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยออกไป 90 วัน ว่า ในเรื่องของเวลา ตนเข้าใจว่าหลาย ๆ ประเทศ ก็ต้องต่อคิวกันคุย เพราะมีเยอะ ซึ่งแพลนของเราเอง เราก็ต้องเตรียมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มองทุกมิติ และก็ค่อนข้างครบอยู่แล้ว เหลือเวลาที่เข้าไปคุย มากกว่า

เมื่อถามว่า นายพิชัย ชุนหวชิระ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มีกำหนดการเดินทางไป สหรัฐอเมริกาเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิว แต่เขาตอบรับกลับมาแล้วว่าจะให้นัด แต่วันที่ยังไม่ได้ลง

เมื่อถามว่า การที่แต่ละประเทศต่อคิวไปคุยกันกับการที่กลุ่มประเทศอาเซียนจับกลุ่ม แล้วเข้าไปคุยจะมีพลังมากกว่าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราจะทำทุกรูปแบบทุกอย่างที่จะช่วยทั้งเราและอาเซียนอะไรที่จับกับอาเซียนแล้วมีพลังกว่าก็ดี แต่เราก็ต้องทำประเทศของเราด้วย คิดว่าทุกประเทศก็ทำแบบนี้เช่นกัน

เมื่อถามว่า กรณีการที่มีการจับกุมนักวิชาการสหรัฐ ในคดี มาตรา112 จะทำให้การเจรจายากขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์เขาเปิดเจรจาด้วยความแฟร์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ต้องต่อรองกับด้วยความแฟร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกลับลำเมื่อวันพุธตามเวลาสหรัฐ หรือไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่มาตรการภาษีใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 11.01 น.วันที่ 9 เมษายนตามเวลาไทย การพักการขึ้นภาษีแก่ 75ประเทศ ที่จะเก็บกับสินค้านำเข้าของประเทศต่างๆอัตราร้อยละ11-50 คาดว่าเพื่อเปิดช่องยืดเวลาให้แก่การเจรจา แต่เขาได้ประกาศปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก จากร้อยละ104 เป็นร้อยละ125 เพิ่มการเผชิญหน้ากันระหว่าง2ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

ด้านทำเนียบขาวสหรัฐแถลงว่า การพักการใช้ภาษีใหม่จะไม่ครอบคลุมถึงเม็กซิโกและแคนาดาที่ถูกสหรัฐเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 25 ไปก่อนหน้านี้จากเรื่องผู้อพยพและเฟนทานิลที่ผู้นำสหรัฐอ้างว่าทั้ง 2 ประเทศนี้ปล่อยให้ทะลักเข้าสหรัฐ และจะไม่ครอบคลุมถึงภาษีนำเข้ายานยนต์ เหล็กและอลูมิเนียมที่บังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ส่วนการจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้าทั่วไปในอัตราร้อยละ10% กับสินค้านำเข้าทั้งหมดของทุกประเทศมาตั้งแต่วันที่ 5เมษายนยังคงบังคับใช้ต่อไป

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 10 เม.ย. ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนนัดพิเศษ ผ่านระบบทางไกล กับรัฐมนตรีเศรษฐกิจจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และติมอร์-เลสเต เพื่อหารือแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียนในการรับมือกับนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ ที่ใช้มาตรการจัดเก็บภาษีแบบเพิ่มขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา แม้ว่า ล่าสุดสหรัฐฯ ได้ประกาศระงับการขึ้นภาษีแบบตอบโต้ เป็นการชั่วคราว 90 วัน ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในภูมิภาค ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานโลก และการดำเนินธุรกิจของเอกชน โดยเฉพาะ SMEs และเกษตรกรของอาเซียน

การประชุมครั้งนี้ อาเซียนมีมติจะออกถ้อยแถลงร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อแสดงจุดยืนของอาเซียน ในฐานะ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน” กับสหรัฐฯ พร้อมเสนอการเจรจาเชิงสร้างสรรค์ ลดความขัดแย้งทางการค้า และหาทางออกที่สมดุลร่วมกัน ภายใต้กรอบ ASEAN-US Strategic Trade and Investment Partnership (STIP) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคงทางห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค โดยอาเซียนจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือในสาขาศักยภาพสูงกับสหรัฐฯ เช่น ดิจิทัลAI อาหาร พลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมขั้นสูง รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ สุขภาพ โลจิสติกส์ รวมถึงเกษตรกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ภูมิภาค และย้ำถึงความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคี โดยอาเซียนจะไม่ตอบโต้ทางการค้าต่อสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะทำงานพิเศษ “ASEAN Geoeconomics Task Force” ทำหน้าที่ติดตาม ประเมิน และเสนอแนะนโยบายในการรับมือและใช้ประโยชน์จากทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอาเซียน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือทั้งระดับรัฐและเอกชน

นายพิชัยกล่าวว่า ได้ติดต่อกับนายจามิสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ในเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน USTR ได้ตอบรับที่จะหารือกับไทยแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างนัดหมายวันประชุม เพื่อต่อยอดแนวทางความร่วมมือระหว่างไทย-สหรัฐฯ สำหรับประเทศที่แสดงความประสงค์เจรจาปรับสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้เตรียมหารือเชิงลึกกับสหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2567 แล้ว

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากจีน โดยมีมูลค่าการค้ารวมในปี 2567 ราว 476,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาเซียนส่งออกสินค้าสำคัญไปสหรัฐฯ 5 อันดับแรก คือ ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง รองเท้า เครื่องนุ่งห่มและเครื่องประดับเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร และนำเข้าจากสหรัฐฯ 5 อันดับแรก คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักร วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และยานยนต์ ชิ้นส่วน และเครื่องยนต์

สำหรับการส่งออกของไทยนั้น สหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 โดยในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับสหรัฐฯ อยู่ที่ 74,484 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 54,956 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 19,528 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินดุลการค้ากว่า 35,427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มท.เปิดศูนย์7วันอันตราย ช่วงสงกรานต์11-17เมษาฯ

มท.เปิดศูนย์7วันอันตราย  ช่วงสงกรานต์11-17เมษาฯ

มท.เปิดศูนย์7วันอันตราย ช่วงสงกรานต์11-17เมษาฯ

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มท.1 เปิดศูนย์ศปถ.มอนิเตอร์ “7 วันอันตราย” รับช่วงสงกรานต์11-17 เมษายน ตั้งเป้า“ลดเจ็บ-ตาย”ตั้งแต่ต้นทาง กำชับทุกหน่วยเกี่ยวข้องคุมเข้มดูแลปชช.รณรงค์“ดื่มไม่ขับ”ส่วนถนนมิตรภาพหนาแน่นปชช.เริ่มทยอยเดินทางกลับอีสาน ช่วงหยุดยาวสงกรานต์แล้วไม่รอเปิดมอเตอร์เวย์M6‘หินกอง สระบุรี-โคราช’

เมื่อวันที่ 10เมษายน 2568 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.)ช่วงเทศกาลสงกรานต์พ.ศ.2568ภายใต้แนวคิด“ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”กำหนดช่วงควบคุมเข้มข้น7วัน ระหว่างวันที่11-17เม.ย.2568โดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย คณะทำงาน รมว.มหาดไทย คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน

โดยนายอนุทินกล่าวว่าการเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการตระหนักถึงช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน รัฐบาลมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จัดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ อำนวยการ ติดตามและสนับสนุนการปฏิบัติงาน ให้แก่ส่วนกลางและระดับพื้นที่และเช่นเดียวกับทุกปีที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนซึ่งจะมีทั้งการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตัว เตรียมความพร้อมยานพาหนะ สุขภาพของผู้ขับขี่ มีการตรวจความปลอดภัยของพื้นผิวจราจร การป้องกันอุบัติเหตุในรูปแบบต่างๆรวมถึงการเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

นายอนุทินกล่าวว่ารัฐบาลมีเป้าหมายจะลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด โดยป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทางจึงให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนนำแผนบูรณการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการและให้นำข้อมูลสภาพปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ที่ผ่านมาอาทิจุดที่มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจุดเสี่ยงจุดอันตรายในพื้นที่ รวมถึงพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงต่างๆมากำหนดมาตรการ

“แนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์2568นี้ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีความมั่นใจและมีความสุขในการสัญจรและเดินทางท่องเที่ยว ขอให้ทุกภาคส่วนได้มีการรณรงค์ด้านต่างๆทั้งด้านการแพทย์ โดยให้มีเครือข่ายเพื่อส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้ได้รับการรักษาโดยเร็วให้มีโรงพยาบาลศูนย์ในเครือข่ายต่างๆที่สามารถประเมินอาการและส่งต่อให้ถึงมือของแพทย์อย่างทันท่วงที ตลอดจนเรื่องการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงภัยอันตรายของการดื่มสุราโดยยึดหลัก”ดื่มไม่ขับ”และรณรงค์ให้ผู้ที่สัญจรและผู้ขับขี่ต้องไม่มีอาการมึนเมา ตลอดจนถึง”ง่วงไม่ขับ”โดยจัดให้มีจุดพักหรือการสลับสับเปลี่ยนผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินระบุว่าในนามของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ขอให้กำลังใจเป็นพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ต่อความเสียสละการทำงาน ความสุขของท่าน ในวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับความปลอดภัยในการเดินทางกลับคืนสู่ภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ของปีนี้

“ขอย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่คอยดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนได้คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วยในบริเวณจุดตั้งด่าน ขอให้ตื่นตระหนักตื่นรู้ มีการจัดเวรและมาตรการความปลอดภัยในที่ตั้งอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมานั้นเคยมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นให้ถือเป็นบทเรียนและต้องถอดบทเรียนว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทำงานเต็มที่ดูแลประชาชนและตระหนักว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และอาจส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนได้ ดังนั้นขอกำชับว่าไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเด็ดขาดโดยต้องเพิ่มความระมัดระวังและความเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่”นายอนุทิน กล่าว

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกได้สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศ ดูแลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี2568บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กระทรวงมหาดไทย,สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสาธารณสุขในพื้นที่โดยจัดตั้งจุดบริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางกลับภูมิลำเนาตามเส้นทางหลักและเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยง หรือพบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตั้งแต่วันที่ 11- 17เม.ย.นี้ตลอด 24 ชั่วโมง รวม 70 จุด ทั่วประเทศ ในพื้นที่ กรุงเทพและปริมณฑล 7 จุด ภาคเหนือ 11 จุด ภาคกลาง 15 จุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จุด ภาคตะวันออก 7 จุด ภาคตะวันตก 13 จุด และภาคใต้ 4 จุด

ขณะที่ในหลายจังหวัดทุกภาคทั่วประเทศได้เปิดศูนย์เปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัย และจุดให้บริการทั่วไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการใช้เส้นทางในการเดินทางตลอดจนป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าวันนี้สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพมุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคอีสาน มีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ไทยเทศกาลสงกรานต์เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดพบว่าตั้งแต่ กม.36ขึ้นมอกลางดง ต. กลางดง อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถเริ่มสะสมเพิ่มจำนวนขึ้นมากเต็มทั้ง3ช่องทาง บางช่วงขึ้นเนินเขาก็วิ่งช้าลงและจอดแวะซื้อผลไม้ตลาดกลางดงและมาขึ้นถนนมอเตอร์เวย์M6ปากช่องช่วง กม.63 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง พบประชาชนส่วนใหญ่ไม่รอใช้ถนนมอเตอร์เวย์M6ที่กรมทางหลวงจะเปิดให้ใช้ตั้งแต่ ต.หินกอง อ.หนองแค จ.สระบุรีถึง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 163 กม.ในช่วงเช้าพรุ่งนี้(11เม.ย.)ประชาชนก็กลัวรถจะติดมากจึงกลับกันตั้งแต่วันนี้

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรทั้ง3 สถานี .พ.ต.อ.จรินทร์ จินตพละ ผกก.สภ.ปากช่อง ,พ.ต.อ.วิทวัส แสงสว่างสถิตย์ผกก.สภ.กลางดง, ,พ.ต.อ.ศุภชัย วิบูรณ์สุขสันต์ ผกก.สภ.หนองสาหร่ายร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา(สาขาปากช่อง) เตรียมออกมาตั้งจุดอำนวยความสะดวกริมถนนมิตรภาพให้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ช่วง7วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์

วางตัวเป็นกลาง ปธ.ศาลรธน.ลั่น ช่วยแก้ไขปัญหา ปมพิพาทการเมือง

วางตัวเป็นกลาง  ปธ.ศาลรธน.ลั่น  ช่วยแก้ไขปัญหา  ปมพิพาทการเมือง

วางตัวเป็นกลาง ปธ.ศาลรธน.ลั่น ช่วยแก้ไขปัญหา ปมพิพาทการเมือง

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประธานศาลรธน.ย้ำระบุสถาบันต่างๆหมดยุคเผชิญหน้ากันแล้วยันศาลวางตัวเป็นกลาง เป็นที่พึ่งปชช.แก้พิพาทการเมืองเป็นผู้ช่วยแก้ไม่ใช่ผู้สร้างปัญหา ชี้ร้องเรียนกลั่นแกล้งไม่น้อย สุดท้ายศาลใช้ดุลพินิจหลักเกณฑ์ก.ม.เผยไม่ติดหากจะแก้รธน.เรื่องที่มา แต่ต้องมีองค์กรกลั่นกรองอีกขั้น ปธ.กกต.แจงคดียุบ ‘เพื่อไทย-6พรรคร่วมฯปม‘ทักษิณ’ครอบงำ คืบหน้ามากแล้ว รอเลขาฯพิจารณาชงที่ประชุมใหญ่หรือไม่

เมื่อวันที่ 10 เมษายน2568 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายนครินทร์ เมฆไตรรัตรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญให้สัมภาษณ์ถึงวาระครบรอบ 27ปีศาลรัฐธรรมนูญกับความคาดหวังของประชาชน”ว่าศาลรัฐธรรมนูญตั้งมา 27 ปี ย่างเข้าปีที่ 28 ในวันที่ 11 เมษายน ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลพิเศษตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยมีระเบียบวิธีพิจารณาคดีที่ชัดเจน เชื่อว่าความคาดหวังของประชาชนมีมากขึ้น เพราะขณะนี้มีเรื่องร้องตรงมาจากประชาชนมากขึ้นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ที่ไม่เคยลดน้อยลง แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความเดือดร้อนจากการถูกละเมิดสิทธิแต่ไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือเขียนคำร้องอย่างไรจึงหารือในตุลาการว่าจะต้องมีการปรับปรุง ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการเขียนคำร้องให้ถูกต้องตามกระบวนการ ซึ่งหากเรื่องใดที่ศาลรับได้ก็จะรับไว้พิจารณา แต่หากรับไม่ได้ก็จะไม่รับ

การร้องตรงบางคนเรียกว่าการร้องทุกข์ตามรัฐธรรมนูญ เรียกว่าเป็นตัวบ่งชี้ว่าประชาชนเชื่อมั่นใจศาลรัฐธรรมนูญเช่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพการยื่นฟ้องชู้ ให้สิทธิ ผู้หญิงและผู้ชายเท่าเทียมกันในการยื่นร้องแต่ละฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงฝ่ายชายที่ยื่นฟ้องฝ่ายหญิง แต่ศาลชี้ชัดว่าการฟ้องชู้ของผู้หญิงสามารถยื่นฟ้องได้ ไม่ว่าชู้นั้นจะเป็นหญิงหรือชายซึ่งศาลได้แก้ไขสิทธิตรงนี้ให้ใช้อย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน

นายนครินทร์ กล่าวว่าอีกมุมหนึ่งคือหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องที่มาจากองค์กรทางการเมือง เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้โดดเดี่ยว อยู่ร่วมกับสถาบันต่างๆ ทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐสภา องค์กรอิสระ การที่ยื่นเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหา เมื่อพูดถึงความรักสามัคคีไม่ใช่เฉพาะในมิติบุคคลเท่านั้น แต่ยังมีมิติขององค์กร หรือสถาบันทางการเมืองต้องมีความเชื่อมโยงกันและมีความรัก สามัคคี มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน

“ศาลจะพิจารณารับเรื่องที่มาจากสถาบันต่างๆซึ่งยื่นถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภา หรือรัฐสภาก็รับอย่างที่ปรากฏให้เห็นแสดงให้เห็นว่าในทางหนึ่งสถาบันข้างเคียงไม่ได้ปฏิเสธอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ การเผชิญหน้ากันของสถาบันต่างๆหมดไปแล้ว คาดว่าจะถึงยุคที่จะพัฒนาไปสู่ความร่วมมือระหว่างสถาบันต่างๆ”นายนครินทร์ย้ำ

เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญหนักใจหรือไม่ด้วยถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการล้มล้างรัฐบาลเช่นล่าสุดส.ว.ประกาศว่าจะฟ้องจริยธรรมสภาหากรับหลักการร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายนครินทร์กล่าวว่าการที่องค์กรต่างๆมีปัญหากันเองและแก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ต้องหาองค์กรภายนอกเข้ามาช่วยและองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่สามารถช่วยได้ก็มีแต่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลมีหน้าที่ควบคุมความชอบด้วยกฎหมายให้สังเกตว่าคนพยายามยื่นเรื่องก็จะใช้วิธีการขู่ว่าจะยื่นศาล แต่ศาลจะพิจารณาด้วยความระมัดระวังรอบคอบว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นร้องหรือไม่หรือศาลมีอำนาจที่จะตัดสินเรื่องนั้นหรือไม่หากไม่ใช่ก็จะไม่ยื่นมือไปเกี่ยวข้อง

เมื่อถามย้ำว่าหนักใจหรือไม่ที่จะต้องตัดสินคดีทางการเมือง ชี้ขาดผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากหน้าที่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ความหนักใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องการเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้พยายามบอกกับทุกคนว่าศาลเป็นองค์กรควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ส่วนการตัดสินคดีทางการเมือง เป็นหน้าที่เสริมเท่านั้น แต่คนสนใจแค่อำนาจหน้าที่เสริม เช่นเมื่อไม่กี่วันศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีก็ตัดสินให้ประธานาธิบดีพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เพราะมีกลไกพิจารณา ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้มาจากการเลือกตั้งทางตรงจากประชาชน ไม่ได้มาจากรัฐสภา ไม่ได้มาจากพรรคการเมือง เป็นตัวอย่างให้เห็น

เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายมองว่ามีคนใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง นายนครินทร์ กล่าวว่าเป็นธรรมดา เพราะต่างฝ่ายต่างช่วงชิง แต่ศาลวางตัวเป็นกลางตั้งมั่นอยู่ในกฎกติกาศาลรัฐธรรมนูญเวลามีคำร้องเข้ามาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกลั่นแกล้ง ซึ่งมีคนส่งเข้ามาเยอะแยะ แต่ศาลก็จะดูว่าผู้ร้องมีสิทธิร้องหรือไม่ ถูกขั้นตอนหรือไม่ ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายก็ตัดออก เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมาก็มีให้เห็น ในคำร้องที่ 1 ที่ศาลได้ออกเอกสารข่าวมา เขากลั่นแกล้งกันเต็มที่เราก็ตัดออก ทั้งนี้ ตนไม่ขอให้รายละเอียดข่าว

เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายนครินทร์ กล่าวว่า เรื่องที่มาหากอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องไปแก้ที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายกำหนดว่าการสรรหาเห็นชอบต้องผ่านวุฒิสภา แต่มีที่มา 2 ส่วน คือผู้แทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และที่ประชุมใหญ่ศาลปกครอง 2 คนก็ต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา และกรรมการสรรหาอีก 4 คน ก็ต้องผ่านวุฒิสภา

“ผมไม่ขัดข้องหากจะแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มา แต่อย่างไรก็ตาม ควรที่จะมีองค์กรที่ให้การรับรองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่กรรมการสรรหาได้ลงมติไปแล้ว” นายนครินทร์ กล่าว

ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคำร้องยื่นยุบพรรคเพื่อไทยและ 6 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคว่าเลขาธิการกกต.ได้สั่งให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานและสอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเรื่องนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เข้าใจว่าคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจะสามารถเสนอเรื่องให้เลขาธิการกกต.พิจารณาได้ในเร็ววันนี้ว่ากรณีนี้เป็นเหตุอันควรยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคหรือไม่

“ถ้าหากเลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นเช่นนั้นก็จะต้องเสนอเรื่องให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาถ้ากกต.เห็นด้วยกับทางเลขาธิการกกต.เราก็จะส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญถ้าเลขาธิการกกต.เห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอเชื่อถือได้ว่าการกระทำนี้ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมืองนั่นก็จะสั่งยุติเรื่อง”ประธานกกต.ย้ำ

จวกแหลกขาดวุฒิภาวะไม่รอบคอบ ‘ภูมิธรรม’ขยํ้าลูกเนวิน หลังประกาศจุดยืนค้านกาสิโน

จวกแหลกขาดวุฒิภาวะไม่รอบคอบ  ‘ภูมิธรรม’ขยํ้าลูกเนวิน  หลังประกาศจุดยืนค้านกาสิโน

จวกแหลกขาดวุฒิภาวะไม่รอบคอบ ‘ภูมิธรรม’ขยํ้าลูกเนวิน หลังประกาศจุดยืนค้านกาสิโน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จวกแหลกขาดวุฒิภาวะไม่รอบคอบ ‘ภูมิธรรม’ขยํ้าลูกเนวิน หลังประกาศจุดยืนค้านกาสิโน ถามกลับใครหัวหน้าภท.กันแน่ ‘อนุทิน’เต้นขออภัย‘อิ๊งค์’แล้ว

เพื่อไทยยังไม่หายแค้น หลังลูก “เนวิน” ยี้กาสิโนฉีกหน้ากลางสภา“ภูมิธรรม”เดือดสอนเรื่องวุฒิภาวะ ถามกลับใครกันแน่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ด้าน“เสี่ยหนู”ส่งไลน์แจงนายกฯอิ๊งค์ ลอยแพลูกครูใหญ่ชี้เป็นความเห็นส่วนตัวไม่ใช่มติพรรค ขณะที่จังหวัดตรัง-น่าน ต้านนโยบายเปิดบ่อน “หมอวรงค์” ย้ำ หากยังดันทุรังจะเจ็บตัวยิ่งกว่านิรโทษกรรมสุดซอย

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึง กรณีนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศกลางสภาไม่รับร่าง พรบ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีการซุกเรื่องการเปิดป่อยกาสิโนไว้ด้วย ได้มีการพูดคุย ทำความเข้าใจกันกับนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ ว่าตนได้ไลน์ไปแจ้งท่านแล้วว่าสิ่งที่นายไชยชนกได้อภิปราย เป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งพรรคก็มีแนวทางในเรื่องนี้แล้ว เมื่อถามว่า นายกฯโอเคและไม่ได้ติดใจอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันก็ไม่ดีหรอก เพราะก่อนที่สมาชิกพรรคจะขึ้นอภิปราย พรรคต้องอนุมัติก่อน ซึ่งกรณีเมื่อวานพรรคไม่ได้มีการอนุมัติ เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ได้มีการเคลียร์กับนายไชยชนก แล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ต้องเคลียร์ รู้สึกว่าเขามีความเครียดเยอะ ซึ่งนายไชยชนกก็ไม่ได้แจ้งตนว่าจะขึ้นอภิปราย นี่คือเหตุผลที่พรรคจะมีการประชุมทุกครั้งก่อนที่จะประชุมสภา เพื่อที่จะรู้ได้ว่าสมาชิกคนไหนจะพูดเรื่องอะไรบ้าง เราไม่ได้มีมติว่าวันพรุ่งนี้จะให้มีใครขึ้นมาพูด ฉะนั้นตนก็ไม่รู้ เพราะถ้าพรรคมีมติให้นายไชยชนกขึ้นมาพูดเรื่องอย่างนี้ ตนก็ต้องอยู่ในที่ประชุมสภา แต่นี่ตนไปทำงานอยู่ข้างนอก

ชี้ลูกเนวินพูดในนามส่วนตัว

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ในฐานะบิดาของนายไชยชนก แล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็คุยแต่อย่างที่ตนบอกว่านายไชยชนก เขาพูดในนามของเขาเอง อย่าไปมองว่าเขาเป็นลูกชายของใคร ทุกคนสามารถมีความคิดเป็นของตัวเองได้ ถ้าเขาพูดในนามพรรคเมื่อไหร่ค่อยเป็นประเด็น แต่นี่เขาพูดในนามส่วนตัวของเขา ก็เหมือนกับพรรคอื่นที่ร่วมรัฐบาล ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยเยอะแยะ บางพรรคก็มี3-4คนที่ไม่เห็นด้วย บางพรรคก็มีสมาชิกอีกหลายคนถึงขั้นออกแถลงการณ์มา ส่วนพรรคภูมิใจไทยตอนแรกคิดว่าจะไม่มี แต่ก็ดันมีแล้วคนนึง ซึ่งคิดว่าตนต้องไปแก้ไข แต่ยืนยันว่าไม่ใช่มติของพรรค ย้ำว่าแนวทางพรรคภูมิใจไทยยังเหมือนเดิม คือสนับสนุนรัฐบาล

เมื่อถามว่ารู้สึกอึดอัดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าอึดอัดเมื่อวานแต่วันนี้ไม่อึดอัดแล้ว ตอนที่นายไชยชนกขึ้นพูดตนรู้สึกอึดอัดเพราะเป็นห่วง ลุ้น แต่ตอนนี้ไม่อึดอัดแล้วเพราะมีความชัดเจนแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยมีหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้นโยบายนี้ ซึ่งตนก็ต้องไปแก้ไข ต้องให้ไม่มีคนที่สอง คนที่สาม ส่วนกรณีความเห็นของนายชาดา ไทยเศรษฐ สส. อุทัยธานีพรรคภูมิใจไทย นั้นเป็นเรื่องของศาสนา

ทุกอย่างต้องทำตามมติพรรค

ส่วนที่มีคนมองว่านายไชยชนก อภิปรายนั้น เป็นเลขาธิการพรรค ไม่ใช่สมาชิกธรรมดา นายอนุทินย้ำว่า นายไชยชนกไม่ได้พูดในนามพรรค ถ้าเป็นเลขาธิการพรรคนั้นพูดแบบนี้ เพราะพรรคไม่ได้มีมติ ย้ำว่าพรรคมีแนวทางที่ชัดเจนจะสนับสนุนนโยบายต่างๆของรัฐบาล กรณีนี้ก็เช่นกัน ร่างพระราชบัญญัติทุกอย่างที่เข้าสู่สภาได้ ก็ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยมีตั้ง 8 คน หนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อร่างนี้ผ่านครม. เข้าสู่สภาก็เท่ากับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เห็นชอบแล้ว ซึ่งแบบนี้ถือเป็นมติพรรค แต่การที่อยู่อยู่มีสส.คนหนึ่ง ที่พอดีท่านเป็นเลขาธิการพรรค แล้วลุกขึ้นอภิปรายในสิ่งที่ไม่ได้หารือกับพรรค อันนี้ต้องถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ เขามีสิทธิ์ตนห้ามเขาไม่ได้

ยังไม่ได้คุยกับทักษิณ

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนต้องพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อน ซึ่งตนได้เขียนข้อความผ่านไลน์ไปขออภัยท่านนายกฯแล้ว ตนคิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย อย่างที่ตนบอกถ้าเรื่องสำคัญแบบนี้ ถ้าตนทราบว่าจะมีการอภิปรายแบบนี้ ถ้าเขาบอกตนก่อน ตนก็ต้องอยู่ในสภาด้วย แต่เมื่อวานตนมีภารกิจสำคัญมาก และไม่คิดว่าจะมีคิวที่นายไชยชนกพูด

ถามอีกว่าที่เกิดความสบายใจเพราะได้ชี้แจงกับนายกฯให้เกิดความเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สบายใจขึ้น แต่ถ้าถามในฐานะเลขาธิการพรรคและลูกหลานก็ไม่สบายใจเต็มที่ ซึ่งตอนนายไชยชนกพูดตนนั่งอยู่ในรถ ไม่ได้เห็นภาพก็นั่งเกร็งอยู่หลายระลอกเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เร่งไปที่สภาฯ ดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าจำเป็น อาจจะต้องลุกขึ้นแถลงว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีแนวคิดแบบนั้น แต่เรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเมื่อเข้าสภาฯเจอผู้สื่อข่าวก่อน ก็มีโอกาสได้พูดให้ผู้สื่อข่าวฟัง

ยันภูมิใจไทยไม่มีปัญหา

ถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่ากระแสที่จะนำออกจากพรรคร่วมกลับมาอีกครั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นตนไม่ห่วง อย่างที่บอก แนวทางของพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้ผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปแล้ว และเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่นายกฯเรียกพรรคร่วมรัฐบาลคุยก็มีการแจ้งกันหมดแล้ว มีบางพรรคที่ 4-5 คนไม่เห็นด้วยก็แจ้งไว้ ซึ่งหัวหน้าพรรคบางพรรคบอกไม่มีปัญหา แต่ก็มีแถลงการณ์ออกมาไม่สามารถรับได้ ส่วนตนก็บอกว่า ไม่ได้มีปัญหาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีปัญหาแบบนี้ แต่ตอนนี้มีปัญหา 1 คนก็ต้องแจ้งท่านนายกฯ และเป็นหน้าที่ของตนที่จะไปบอกส.ส.ทุกคนของพรรค อย่าไปมองว่า นายไชยชนกเป็นลูกชายนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีย์รัมย์ยูไนเต็ดและเลขาธิการพรรค เพราะนายไชยชนกพูดในสภาฯว่าเป็นราษฎรคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งตรงนี้เราห้ามเขาไม่ได้ หน้าที่ตนตอนนี้ก็ต้องไปคุยกับเขา คุณได้แสดงท่าทีออกไปแล้ว แต่ถ้าพรรคมีมติคุณต้องโหวต จะสวนมติพรรคไม่ได้ ถ้าสวนกับพรรคพรรคก็มีกฎระเบียบที่จะดำเนินการเหมือนสมาชิกพรรคทุกคน

ขู่ดำเนินการพวกแหกคอก

เมื่อถามว่าเป็นคนกลางลำบากใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนลำบากใจซิ เวลาต้องมาเป็นกันชนลำบากใจแน่นอน เพราะตนเป็นกันชนถูกชนก่อน เราจะให้คู่กรณีไปชนกันไม่ได้ ลำบากใจ แต่ตนก็เป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องทำตามตน เมื่อถามว่า ปัญหานี้ถึงขั้นต้องปรับเปลี่ยนอะไรในพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวเราไปพูดคุยกัน เพราะเอกลักษณ์ของพรรคที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจ เวลาไปพูดหรือเจรจากับใคร ตนให้ความมั่นใจกับพรรคร่วมรัฐบาล ตนก็บอกว่า ไม่ต้องกังวล อย่างเช่น ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนที่จะรู้ว่านายกฯโดนอยู่คนเดียว ตนก็ได้แสดงความมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนทุกคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพราะฉะนั้นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และเอกภาพ ซึ่งตนเป็นหัวหน้าพรรคจะให้ใครมาทำลายและแตะไม่ได้ ถ้าใครมาแตะตรงนี้แล้วมีตำแหน่งก็ต้องดำเนินการ

นายกฯเผยหนูยอมขอโทษแล้ว

เวลา 09.00น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังสักการะศาลพระพรหม ตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ยืนอยู่ด้านหลัง โดยผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเลขาธิการพรรค อภิปรายคัดค้านกาสิโนในสภา เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับนายอนุทินแล้วหรือยัง โดยนายกฯหันไปกระเซ้า นายอนุทินว่าคุยกันหรือยัง ก่อนจะตอบว่า คุยกันแล้ว เมื่อถามว่า แล้วเข้าใจสิ่งที่นายไชยชนกพูดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ได้กราบขออภัยท่านนายกฯแล้ว” ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า นายอนุทินชี้แจงแล้วว่าไม่ใช่มันมติพรรค ตนเข้าใจทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เมื่อถามต่อว่าเมื่อถึงเวลาโหวตพรรคภูมิใจไทย จะให้เป็นเอกสิทธิ์สส.ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ เราสนับสนุนรัฐบาล นายไชยชนกต้องปฏิบัติตามมติพรรคเป็นเรื่องที่เข้าใจกันอยู่แล้ว

เมื่อถามอีกว่าได้พูดคุยกับนายไชยชนกแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า นายไชยชนกมีความเครียดอยู่ให้เขาได้พักวันสองวัน

ต้องทำความเข้าใจกันต่อไป

เมื่อถามต่อว่านายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่ติดใจในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า จริงๆแล้วคิดว่าไม่น่ามีอะไร อย่างนายไชยชนกเคยพูดคุยกันนอกรอบ ทราบว่าเป็นห่วงเรื่องภัยพิบัติต่างๆ เขาเป็นห่วงจริงๆ และการอภิปรายเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมามีหลายเรื่องหลายประเด็นอาจทำให้เกิดความสับสนได้ให้เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทยไปเคลียร์กันเอง แต่ตนเข้าใจว่าเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเคยมาพูดส่วนตัวว่าเป็นห่วงในเรื่องนี้ เข้าใจว่าเป็นแบบนั้นแต่มีหลายประเด็น

เมื่อถามย้ำว่าในฐานะคนรุ่นใหม่เหมือนกับนายไชยชนกจะมีโอกาสพูดคุยกันหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า พูดคุยได้อยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไรกัน แต่ต้องบอกกับประชาชนว่าการไปอยู่หน้ากล้องหรือในสภามีแรงกดดัน ตนไปพูดก็ตื่นเต้นอาจ มีหลายประเด็นที่พูดถึงได้อาจไม่ได้ออกมาอย่างที่ตั้งใจ มันเกิดขึ้นได้

เมื่อถามต่อว่ายังเชื่อมั่นว่าพรรคภูมิใจไทยจะคุยกันได้ นายกฯกล่าวว่า ”ค่ะ ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนั้น คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลนโยบายต่างๆก็เสนอต่อรัฐสภาด้วยกัน คิดว่าน่าจะพูดคุยกันทำความเข้าใจอะไรอยากให้ปรับลด ตนไม่สนับสนุนเรื่องความขัดแย้งอยู่แล้ว เพราะประเทศจะไปต่อยาก อะไรคุยกันได้ก็คุยเป็นแบบนั้นดีกว่า ไม่อยากจะสมมุติต้องทะเลาะกัน ตื่นมาเราทำงานก็ไม่สดชื่น ไม่สดใส เจอหน้ากันก็จะแปลกๆ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

บอกข่าวลือมีมากเหลือเกิน

เมื่อถามอีกว่ามีการมองกันว่าวันนึงเป็นอีกอย่าง อีกวันนึงก็อีกอย่าง เราจะรับสภาพตรงนี้อย่างไร นายอนุทิน ที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบกล่าวว่า“ผมดีตลอด ไม่มีวันไหนไม่ดี ด้านนายกฯ กล่าวว่า”บางทีมันเป็นข่าวมากกว่า เป็นสิ่งที่เป็นข่าวลือได้ยินมา สถานการณ์อาจจะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย ทั้งสองพรรค ทั้งสองฝั่ง ซึ่งเราเป็นฝั่งเดียวกัน ทุกพรรคจะมีข่าวดีพรรคนั้นทำอย่างนั้นพรรรนี้ทำอย่างนี้ ฝ่ายค้านทำอย่างนั้นรัฐบาลทำอย่างนี้ มีข่าวลือตลอดเวลาอยู่แล้วมันเป็นเรื่องของการเมือง เราต้องพูดคุยกันเยอะๆ เข้าใจกันเยอะๆก็จะช่วยได้

ถามใครหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ในประเด็นดังกล่าว นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ได้แสดวงความหงุดหงิดกับพรรคภูมิใจไทย

“กรณีของ คุณไชยชนก ผมไม่แน่ใจว่าตกลงแล้ว คุณอนุทิน หรือ คุณไชยชนก ใครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะในที่ประชุมหัวหน้าพรรคต่างๆเราคุยกันชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่เราทำ เราพยายามสร้างรายได้เข้าประเทศ แล้วมันจะไม่กระทบกระเทือนศีลธรรมทั้งหลายทั้งปวง เพราะเป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนคนไทยก็มีเงื่อนไขจริงๆ คุณไชยชนก ก็เป็นเลขาธิการพรรคอยู่แล้ว ความเป็นเลขาธิการพรรค การร่วมมือกันด้วยหลักการ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว อยู่ๆประกาศ ผมชื่อไชยชนก เป็นลูกนายเนวินกับแม่กรุณา ถามว่าคุณไชยชนก ประกาศตัว กำลังจะบอกอะไร อยากถามจะบอกอะไร แล้วระหว่างคุณไชยชนกกับคุณอนุทิน ผมควรจะเชื่อใคร เพราะวันนั้นที่ไปแถลง คุณอนุทิน เป็นหัวหน้าพรรค ก็คุยกันและเห็นพ้องกัน แต่ที่เราเลื่อนเพราะว่ามีปัญหาประเทศชาติ การเป็นเลขาธิการพรรคควรมีความเข้าใจ ไม่อยากจะบอกว่าวุฒิภาวะนะ ควรจะมีความเข้าใจมากกว่านี้ และควรทำอะไรที่มีความสุขุมรอบคอบมากกว่านี้“ นายภูมิธรรม กล่าว

เตรียมไล่บี้พรรคประชาชาติ

เมื่อถามว่า จะทำให้สังคมสับสนหรือไม่ เพราะนายภูมิธรรมเองก็ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องบทบาท และสงสัยในบทบาทภาคร่วมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า สังคมก็คงเข้าใจตามคุณ(หมายถึงสื่อ) ตนเชื่อว่าสื่อเข้าใจอยู่แล้ว ส่วนที่พรรคประชาออกแถลงการณ์ว่าในฐานะที่เป็นพรรคของคนมุสลิม ไม่สามารถรับเรื่องแบบนี้ได้ และน่าจะมี สส. มุสลิม อีกหลายคนที่รับไม่ได้เช่นกัน จะทำอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นกระบวนการที่แต่ละพรรคต้องไปคุยกัน อย่าลืมว่าที่มาตกลงร่วมรัฐบาลกัน ตอนที่ทำนโยบายนี้ก็นั่งทำด้วยกัน ไม่ใช่เราทำคนเดียว เมื่อร่วมทำด้วยกัน แถลงต่อสภาด้วยกัน ยกมือด้วยกันแล้ว ถึงตอนนี้ถ้าจะมีเป็นอย่างอื่น ก็คงต้องเข้าไปทำความเข้าใจสิ่งที่ตัวเองเคยพูด เคยทำไว้

คนน่านไม่เอากาสิโน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี พร้อมด้วย นางสาวกรรญดา ณ หนองคาย หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมประชุมเมล็ดพันธุ์ใหม่ไทยภักดี สัญจร ครั้งที่ 2 ณ วัดศรีดอนชัย ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.นาน โดยมีสมาชิกกว่า 500 คนเข้าร่วม พร้อมแสดงพลังประกาศไม่เอากาสิโน

นพ.วรงค์ กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีรวมทั้งพลพรรคหลายคนจะออกมาไว้เชิงว่า รัฐบาลยังพร้อมที่จะเดินหน้ากาสิโน และจะใช้เวลาช่วงปิดสภานี้ ชี้แจงทำความเข้าใจประชาชน ตนคิดว่า แทนที่จะเอาเวลาชี้แจงประชาชน นายกรัฐมนตรีน่าจะเอาเวลา ไปอ่านร่างกฏหมายกาสิโนด้วยตนเอง จะได้เข้าใจประเด็นความเลวร้ายของกฏหมายฉบับนี้ เช่น กฏหมายนี้มี 65 มาตรา เกือบทุกมาตราพูดแต่เรื่องกาสิโน แต่ประเภทของสถานบันเทิงอยู่ในบัญชีแนบท้าย มีแผ่นเดียวเท่านั้น จึงเป็นกฏหมายกาสิโนชัดเจน ประเภทสถานบันเทิง มี 10 ประเภทให้เลือกสร้าง 4 ประเภท ก็ไม่มีคอนเสิร์ตฮอลล์จุได้ 50,000 คน ตามที่เคยพูด แสดงว่าฟังเขามาพูด รายละเอียดที่สำคัญ ก็ไม่เขียนให้ชัดเจน แต่ให้อำนาจกรรมการนโยบาย เช่น จะให้ใบอนุญาตกี่ใบ จะเก็บภาษีเท่าไร กี่เปอร์เซนต์ หรือแม้แต่ที่พูดว่า พื้นที่กาสิโนไม่เกิน 10% ก็ยังหาอ่านไม่เจอ มาตรการป้องกันการฟอกเงินก็ไม่เขียนให้ชัด บางมาตราตั้งใจให้เล่นหมดกระเป๋ายังไม่พอ ยังปล่อยสินเชื่อให้เล่น แถมมีกฏหมายคุ้มครองด้วย คงกะเล่นให้หมดตัว

ไม่อยากให้ลูกหลานติดการพนัน

นพ.วรงค์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจว่า ประชาชนเป็นห่วงลูกหลาน เยาวชนจะติดพนัน เพราะการบังคับใช้กฏหมายแย่มาก รวมทั้งทุจริตคอรัปชั่น คนไทยชอบพนันเป็นพื้นอยู่แล้ว กลัวปัญหาอาชญากรรม ครอบครัวแตกแยก เป็นหนี้เป็นสิน สังคมเสื่อมทราม อย่ามองมิติเศรษฐกิจแบบลมแล้งๆ เพียงอย่างเดียว

“ย้ำอีกทีนะว่าไม่ต้องไปอธิบายชี้แจงประชาชนหรอก ยังไงวันนี้คนไทยก็ไม่ยอมให้รัฐบาลเปิดบ่อน อีกสองเดือนเปิดสภา ถ้ายังดื้อดึง ขอเตือนไว้เลยนะ ให้นึกถึงการขืนใจประชาชนออก พรบ.นิรโทษกรรมสุดซอย แต่รอบนี้จะหนักกว่าเดิม ทางออกที่ดีที่สุดคือยกเลิกไปเลย” ประธานพรรคไทยภักดีระบุ

ตรังร่วมต้านกาสิโน

เวลาประมาณ 15.30น.ที่ลานอเนกประสงค์ หน้าสวนทับเที่ยง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรังกลุ่มเครือข่ายพลเมืองตรัง และประชาชนในพื้นที่ นำโดย ชัยพร จันทร์หอม แกนนำกลุ่ม ได้เดินทางจัดกิจกรรมแสดงจุดยืนคัดค้านบ่อนกาสิโน ทั้งนี้ มีการยืนชูป้ายข้อความกระดาษจำนวน 5 ป้าย ระบุข้อความเช่น ”หยุดกาสิโน หยุดพนันออนไลน์ หยุดหายนะประเทศ“ , ”พรรคการเมืองไทยสนับสนุนกาสิโน เลือกตั้งครั้งหน้าอย่าไปเลือกมัน“ เป็นต้น และมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ดำเนินการก่อนจัดทำร่าง พ.ร.บ.ฯ ประกอบด้วย 1.จัดทำประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นประชาชน 2.มอบหมายนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทำวิจัยศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ และได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมขึ้นมาพูดคุยสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการคัดค้านการเกิด กาสิโน ในประเทศไทย พร้อมร่วมกันชูมือ และกล่าวข้อความ ”คนตรังไม่เอากาสิโน“ ก่อนร่วมกันร้องเพลง เมืองตรัง เพื่อสร้างความปรองดอง ปลุกใจให้ร่วมกันออกมาคัดค้านกาสิโน

ปิดสมัยประชุม! ‘พิเชษฐ์’ขอบคุณเพื่อนสมาชิก เสียสละเวลา-ทำหน้าที่ตัวแทนปชช.

ปิดสมัยประชุม! ‘พิเชษฐ์’ขอบคุณเพื่อนสมาชิก เสียสละเวลา-ทำหน้าที่ตัวแทนปชช.

ปิดสมัยประชุม! ‘พิเชษฐ์’ขอบคุณเพื่อนสมาชิก เสียสละเวลา-ทำหน้าที่ตัวแทนปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.26 น.

สภาฯรูดม่านปิดสมัยประชุม! “พิเชษฐ์”ขอบคุณเพื่อนสมาชิก เสียสละเวลา-ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน ขอรักษา”มารยาท-ความเป็นไทย”เวลาไปต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของวาระการประชุม นายพิเชษฐ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกที่เสียสละเวลาและทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน ถือว่าสมัยประชุมนี้เราประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาและเสนอแนะปัญหาต่างๆ ต่อที่ประชุม ขอให้การประชุมในสมัยหน้าเรียบร้อยแบบนี้ หนักนิดเบาหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา ขอให้ปิดสมัยนี้ไปหาประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะหลายท่านต้องออกเดินทางไปต่างประเทศ ขอให้รักษากิริยามารยาทและความเป็นไทย

จากนั้นได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 พ.ศ.2568 โดยให้สมาชิกทุกคนยืนรับฟังพระบรมราชโองการ โดยรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการ ก่อนที่นายพิเชษฐ์ จะสั่งปิดประชุมในเวลา 19.06 น.

ปักธง‘อีสาน’ ‘ธรรมนัส-นฤมล’เปิด สนง.พรรคกล้าธรรมชัยภูมิ

ปักธง‘อีสาน’ ‘ธรรมนัส-นฤมล’เปิด สนง.พรรคกล้าธรรมชัยภูมิ

ปักธง‘อีสาน’ ‘ธรรมนัส-นฤมล’เปิด สนง.พรรคกล้าธรรมชัยภูมิ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.08 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ที่บ้านเลขที่ 69/25-29 ถนนนิเวศน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้จัดพิธีเปิดสำนักงานสาขาพรรคกล้าธรรม ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างเป็นทางการ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เขต 1 และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด

โดยมีสมาชิกพรรค กรรมการบริหาร และ สส.เข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรค , นายจำลอง ภูนวนทา สส.กาฬสินธุ์ เขต 3 และ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 ซึ่งทำหน้าที่โฆษกพรรค

นายอร่าม โล่ห์วีระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้การต้อนรับ พร้อมเผยว่า ตนรู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส มายาวนานกว่า 30 ปี และชื่นชมการทำงานของพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะการนำงบประมาณมาช่วยพัฒนา จ.ชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นการปลุกพลังใจให้ประชาชนในพื้นที่ได้ลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาความแห้งแล้งและความยากลำบาก

ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมกำลังสร้างบ้านใหม่ที่แข็งแกร่งในภาคอีสาน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการคว้าที่นั่ง สส.ใน จ.ชัยภูมิ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 คน พร้อมย้ำว่า การทำงานการเมืองของพรรคจะยึดมั่นในหลัก “ให้เกียรติ เคารพ และเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน” ไม่ใช่การเมืองที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชน

“ท่านธรรมนัสเป็นคนรักษาคำพูด ถ้าให้สัญญาแล้วต้องทำให้ได้ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากมีอุปสรรคก็จะชี้แจงตรงไปตรงมา เราทำงานการเมืองด้วยความจริงใจ เพื่อประชาชน และเพื่อสมาชิกพรรคทุกคน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว พร้อมปิดท้ายด้วยความมั่นใจว่า สาขาพรรคกล้าธรรม ที่ จ.ชัยภูมิ จะเป็นต้นกล้าแห่งความหวังของชาวอีสาน ที่จะเติบโตอย่างมั่นคง และออกผลเป็นความสุขของประชาชนในอนาคตอันใกล้

– 006

‘สมชาย’ซัด‘รบ.อิ๊งค์’ ดันทุรัง!เลื่อนแต่ไม่เลิก‘พรบ.บ่อนกาสิโน’

‘สมชาย’ซัด‘รบ.อิ๊งค์’ ดันทุรัง!เลื่อนแต่ไม่เลิก‘พรบ.บ่อนกาสิโน’

‘สมชาย’ซัด‘รบ.อิ๊งค์’ ดันทุรัง!เลื่อนแต่ไม่เลิก‘พรบ.บ่อนกาสิโน’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.01 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “รัฐบาลอุ๊งอิ๊งสทร ยังดันทุรัง เลื่อนแต่ไม่เลิก พรบ.บ่อนคาสิโน สั่งการหัวหน้าหน่วยขรก.ปลัดทุกกระทรวง อธิบดีทุกกรม ให้สื่อ เดินหน้า เกลี้ยกล่อมประชาชนต่อ #เรื่องดีคิดไม่เป็น #เก่งมอมเมา”

‘แพทยสภา’แจงยิบ! ยันไม่แทรกแซงอนุฯสอบจริยธรรมหมอรักษา’ทักษิณ’ชั้น 14

'แพทยสภา'แจงยิบ! ยันไม่แทรกแซงอนุฯสอบจริยธรรมหมอรักษา'ทักษิณ'ชั้น 14

‘แพทยสภา’แจงยิบ! ยันไม่แทรกแซงอนุฯสอบจริยธรรมหมอรักษา’ทักษิณ’ชั้น 14

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.03 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ที่อาคารแพทยสภา ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา พร้อมด้วย รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา และ รศ.นพ.ต่อพล วัฒนา กรรมการแพทยสภา แถลงข่าวภายหลังการประชุมแพทยสภาประจำเดือน ครั้งที่ 4/2568 ถึงการสอบสวนจริยธรรมทางวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ และแพทย์ รพ.ตำรวจ กรณีการพักรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี เป็นประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ และอยู่ในห้องแถลงข่าวดังกล่าวด้วย แต่ไม่ได้ร่วมมีการแถลงในรายละเอียด

รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี กล่าวว่า ตามกรอบการพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ถึง 6 เดือน หรือ 180 วัน ตามกรอบและขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งจะนับเวลาภายหลังได้รับเอกสารชี้แจง ดังนั้น คดีที่เป็นประเด็นตอนนี้ ยังอยู่ในลำดับที่ 4 คือ การพิจารณาของอนุกรรมการสอบสวน และยังไม่สิ้นสุด จึงยังไม่ได้มีการบรรจุวาระใดๆ เข้ามาในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เพียงแต่อาจเป็นความคลาดเคลื่อนของการสื่อสาร

สำหรับขั้นตอนการพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีแพทย์ถูกร้องเรียน เริ่มต้นจากเมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามา ก็จะมีการส่งเรื่องไปยังลำดับที่ 1 คณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณา ซึ่งมีกรอบเวลาในการทำงาน 4 เดือน ขยายเวลาได้ 2 เดือน จากนั้นจะนำมติเข้าสู่ลำดับที่ 2 อนุกรรมการกลั่นกรอง ให้ความเห็นเพิ่มเติมประกอบในสำเนา มีกรอบเวลาทำงาน 1 – 2 เดือน จากนั้นก็จะส่งมายังลำดับที่ 3 คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ที่มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง โดยขั้นตอนนี้มีกรอบเวลา 1 – 2 เดือน ในการพิจารณาว่าคดีที่ถูกร้องมีมูลหรือไม่ หากไม่มีมูลก็จะจบไป แต่ถ้ามีมูลก็ต้องสอบสวนเพิ่มเติมในลำดับที่ 4 อนุกรรมการสอบสวนพิจารณาคดีต่อ ซึ่งมีการกำหนดกรอบเวลาชัดเจนว่าจะต้องสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยนับเวลาตั้งแต่วันที่อนุกรรมการสอบสวนได้รับเอกสาร จะให้เวลาประมาณ 180 วัน หรือ 6 เดือน ให้มีมติว่ามีการ “ยกข้อกล่าวหา” หรือ “ผู้ถูกร้องมีความผิด”

จากนั้น สำเนาจะถูกส่งไปยังลำดับที่ 5 อนุกรรมการกลั่นกรองที่มีบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่แพทย์ แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายระดับประเทศ ให้ความเห็นต่อคดีเพื่อให้มีความแน่นหนาต่อการทำสำนวน ต่อมาก็จะส่งมาลำดับที่ 6 คณะกรรมการแพทยสภาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่ามีผู้ถูกร้องมีความผิด ต้องลงโทษอย่างไร หรือต้องมีการยกข้อกล่าวหาไป สุดท้ายจะเป็นลำดับที่ 7 เสนอต่อสภานายกพิเศษ ซึ่งถ้ามีการพิจารณาโต้แย้ง ก็จะต้องย้อนกลับมายังคณะกรรมการแพทยสภาลงความเห็น ถ้า 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิม ก็จะมีการยื่นต่อศาลปกครองต่อไป แต่ถ้าเสียงไม่ถึง 2 ใน 3 ก็จะถือว่ายึดตามความเห็นของสภานายกพิเศษ

“กรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ ถ้าเห็นว่าสอบสวนไม่ทัน เช่น ต้องใช้เวลารอเอกสาร ติดต่อไม่ได้ จะมีการขยายเวลาได้ครั้งละ 1 เดือน เต็มที่ไม่เกิน 120 วัน 4 เดือน ดังนั้น ระยะเวลาที่อยู่ในอนุกรรมการสอบสวน ถ้าไม่มีการต่ออายุจะจบสิ้นภายใน 6 เดือน ขยายเต็มที่ก็ไม่ให้เกิน 4 เดือน” รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี กล่าว

ด้าน ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าแพทยสภาทำตามกระบวนการ และพยายามกำกับให้อยู่ในระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งท่าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ที่เป็นประธานอนุกรรมการสอบสวนฯ ยังทำหน้าที่เต็มที่และมีอิสระในการทำงาน ดังนั้น ข้อมูลต่างๆ จะไม่มีการเผยแพร่ออกมาก่อน เพื่อให้สอบสวนเป็นไปตามที่ควรเป็น ย้ำว่า ถ้าสำนวนยังไม่สิ้นสุด ก็จะไม่มีการเสนออะไรใดๆ เข้ามาในคณะกรรมการแพทยสภาแน่นอน

เมื่อถามกรณีที่มีการส่งเอกสารเข้ามาเพิ่มเติม ภายหลังจากที่อนุกรรมการสอบสวนมีการทำสำนวนเสร็จแล้วสามารถทำได้หรือไม่ ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยวิธีพิจารณาจริยธรรมฯ ระบุว่า อนุกรรมการสอบสวนต้องรับพยานหลักฐานจากผู้ถูกร้องที่ยื่นมาให้ “ยกเว้น” พยานหลักฐานนั้นไม่ได้เกี่ยวกับคดี หรือมีลักษณะที่เป็นการประวิงเวลา ก็จะไม่รับ ซึ่งถ้าอนุกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่าจะรับเอกสารเพิ่ม ก็จะมีการรายงานเรื่องเหล่านี้ในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 6

“ส่วนกรณีดังกล่าวนี้ ทางอนุกรรมการสอบสวนได้ออกแถลงการณ์มาแล้วว่า เอกสารที่สำคัญต่อการพิจารณาคดีนั้นเพียงพอครบถ้วนแล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการแพทยสภาก็ยังไม่ได้เห็นข้อมูลอะไรใดๆ ทั้งสิ้น” ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า การพิจารณาคดีของนายทักษิณ จะมีกรอบเวลาที่สิ้นสุดแน่นอนในเดือนใด ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ตามกรอบเวลาที่ได้แจ้งทั้งหมดแล้วนั้น ต่อให้อนุกรรมการสอบสวนขอขยายเวลาจาก 6 เดือน เพิ่มอีก 4 เดือน ก็คิดว่าไม่ควรเกินปีนี้ แต่ก็ไม่อยากให้เป็นการแทรกแซงอนุกรรมการสอบสวน ดังนั้น เราก็จะไม่เที่ยวไปสอบถาม

ทั้งนี้ ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ซึ่งนั่งอยู่ในห้องแถลงข่าว ไม่ได้มีการกล่าวในรายละเอียดใดๆ แต่ได้มีการแจกแถลงการณ์ในนามประธานคณะอนุกรรมการสอบสวน ชุดเฉพาะกิจ แพทยสภา ให้กับผู้สื่อข่าว โดยรายละเอียดแถลงการณ์ระบุว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า ในวันที่ 10 เม.ย.2568 แพทยสภาจะมีการตัดสินจริยธรรมของแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ และแพทย์ รพ.ตำรวจ ที่ให้การดูแลรักษา นายทักษิณ ชินวัตร แต่ยังไม่สามารถตัดสินได้ เนื่องจากมีเอกสารสำคัญเพิ่มเติมจาก รพ.ดังกล่าวนั้น ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวน ชุดเฉพาะกิจ แพทยสภา ขอชี้แจงว่า เอกสารที่ได้รับมาเพิ่มจากทั้ง 2 หน่วยงาน เป็นเอกสารสำคัญซึ่งมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี และคณะอนุกรรมการสอบสวนเป็นผู้ร้องขอเพิ่มเติมในเดือน มี.ค.ทางคณะอนุกรรมการสอบสวน จึงได้นำเอกสารจำนวนหลายร้อยหน้าดังกล่าวมาพิจารณา และเห็นว่าเอกสารมีความครบถ้วนเพียงพอแล้ว โดยขณะนี้ อยู่ในระหว่างการให้ความเห็นและสรุปสำนวนการสอบสวน เพื่อเสนอตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งยังคงเป็นไปตามกรอบการทำงานที่กฎหมายกำหนดไว้

ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวน ทราบดีว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจและมีความห่วงใย พร้อมทั้งขอยืนยันว่า มีความเป็นอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะผู้รับผิดชอบในขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาของแพทยสภา ซึ่งมีทั้งสิ้น 7 ขั้นตอน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 4 แล้ว และในอีก 3 ขั้นตอนที่เหลือนั้น จะต้องผ่านการพิจารณาจากกรรมการแพทยสภา ซึ่งเป็นแพทย์ จำนวน 70 ท่าน ที่มาร่วมกันทำงานในนามของแพทยสภา เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์ และให้ความคุ้มครองประชาชนผู้รับบริการทางการแพทย์อย่างดีที่สุด

‘นายกฯ’ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสภาพจราจร’เหนือ-อีสาน-ใต้’ รับปชช.กลับภูมิลำเนา

'นายกฯ'ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสภาพจราจร'เหนือ-อีสาน-ใต้' รับปชช.กลับภูมิลำเนา

‘นายกฯ’ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสภาพจราจร’เหนือ-อีสาน-ใต้’ รับปชช.กลับภูมิลำเนา

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.06 น.

‘นายกฯ’ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสภาพจราจร’เหนือ-อีสาน-ใต้’รับปชช.กลับภูมิลำเนา ช่วงสงกรานต์ ก่อนทดลองใช้เส้นทางM82 บางช่วงที่เสร็จ

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม จาก อ.บางปู จ.สมุทรปราการ เพื่อดูสภาพการจราจรในช่วงวันหยุดยาว ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยดูการจราจรถนนบางนา-ตราด ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน ต่อด้วยเส้นทางพหลโยธิน เส้นทางขึ้นไปภาคเหนือ ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี เส้นทางไปภาคตะวันตก และเส้นทางถนนพระราม 2 เพื่อดูเส้นทางลงใต้ 

จากนั้นนายกฯ เดินทางมายังจุดโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วถนนพระรามที่ 2  โดยนายกฯเดินมาดูสภาพการจราจรถนนด้านล่าง พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2568  จากนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงรับฟัง รวมถึงรับฟังการก่อสร้างที่จะเริ่มทำงานเวลา 21.00 น. – 05.00 น. ของแต่ละวัน และในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการจะมีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรออกจากพื้นที่มรวมถึงคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนสามารถเดินทางเดินทางสัญจรกับภูมิลำเนาได้อย่างสะดวก  

ต่อมาเวลา 16.10 น. ที่บริเวณโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว (M82) กิโลเมตรที่ 20 อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร นายกฯ ตรวจติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 และการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก และปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568  พร้อมทดลองใช้เส้นทางโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ในบางช่วงที่แล้วเสร็จ ก่อนเดินทางกลับ