โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีต สส. 4 ราย

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีต สส. 4 ราย

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีต สส. 4 ราย

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.26 น.

วันที่ 8 เมษายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน 4 ราย

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา เนื่องจากได้กระทำความผิดในขณะดำรงตำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ดังนี้

‘หมอวรงค์’จี้รัฐบาลไม่ใช่แค่เลื่อน แต่ต้องยุติ ‘กาสิโน’ ชี้ถ้านำเข้ามาอีก การต่อต้านหนักกว่าเดิมแน่

'หมอวรงค์'จี้รัฐบาลไม่ใช่แค่เลื่อน แต่ต้องยุติ 'กาสิโน' ชี้ถ้านำเข้ามาอีก การต่อต้านหนักกว่าเดิมแน่

‘หมอวรงค์’จี้รัฐบาลไม่ใช่แค่เลื่อน แต่ต้องยุติ ‘กาสิโน’ ชี้ถ้านำเข้ามาอีก การต่อต้านหนักกว่าเดิมแน่

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.16 น.

วันที่ 9 เมษายน 2568 น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก ภายหลังรัฐบาลให้เลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร(เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ )  ในการประชุมสภาวันที่ 9 เม.ย.นี้

โดยระบุว่า #ไม่ใช่แค่เลื่อนกาสิโนแต่ต้องยุติ

ได้เห็นอุ๊งอิ๊งแถลงกับพรรคร่วม เพื่อชะลอกฏหมายกาสิโน โดยให้เหตุผลว่า

“ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว การเยียวยาผู้ประสบภัย และกรณีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งหาทางออกอย่างเร่งด่วน”
ผมฟังแถลงแล้วมันแปร่ง เพราะก่อนหน้านี้ ที่มีปัญหาแผ่นดินไหว ประชาชนก็เตือนรัฐบาลแล้วว่า ปัญหาแผ่นดินไหวประชาชนยังเดือดร้อน แทนที่รัฐบาลจะรับฟัง กลับให้สภาเดินหน้าเลื่อนวาระ พิจารณาในวันที่ 9 เมษายน

ส่วนปัญหาขึ้นภาษีนำเข้า รัฐมนตรีบางคน ยังเอาเรื่อง การที่ทรัมพ์ขึ้นภาษี มาเป็นข้ออ้าง ต้องเร่งผลักดันกฏหมายกาสิโน ดังนั้นเหตุผลที่ต้องเลื่อน จึงไม่ใช่ตามที่อ้าง เหตุผลที่ต้องเลื่อนเพราะ ฝืนไม่ไหว ประชาชนส่วนใหญ่ออกมาคัดค้าน ประชาชนทั้งแผ่นดินไม่เอากาสิโน แต่รัฐบาลไม่ยอมรับความจริง

ขอเตือนรัฐบาลว่า พวกท่านนั่นแหละคือผู้ที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชน อยากทำอะไรก็ทำ ประชาชนเตือนแล้วเตือนอีก ยังมีการออกมาเยาะเย้ยประชาชน จนเกิดกระแสไม่เอากาสิโน ไปทุกภาคส่วน ทั้งประเทศ

สิ่งที่ดีที่สุดคือรัฐบาล ต้องประกาศยุติเรื่องกาสิโนนี้ การที่บอกว่าเลื่อนไปก่อน วันที่ท่านจะนำเข้ามาอีก การต่อต้านของประชาชนจะหนักกว่าเดิม ดังนั้นวันที่ 9 เมษายนนี้ เรายังเจอกันหน้าสภาเหมือนเดิม

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแถลงจุดยืน ร่วมต้านกาสิโน!

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแถลงจุดยืน ร่วมต้านกาสิโน!

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแถลงจุดยืน ร่วมต้านกาสิโน!

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.00 น.

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยไม่เอาด้วย แถลงการณ์จุดยืนร่วมต้านกาสิโน

วันที่ 9 เมษายน 2568  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์จุดยืนราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องการปกป้องเด็กและเยาวชนจากผลกระทบของการพนันและการประกอบธุรกิจกาสิโน ระบุว่า

ตามที่ สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ….. ที่รวมถึงการประกอบธุรกิจกาสิโนนั้น ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย มีความห่วงใยผลกระทบที่จะมีต่อสวัสดิภาพของเด็กและครอบครัว รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศชาติ จึงขอแสดงจุดยืนคัดค้านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

1.การเล่นการพนันในเด็กและเยาวชนไทยเป็นปัญหาที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การให้มีการประกอบธุรกิจกาสิโนอย่างถูกกฎหมายตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ถึงแม้จะมีการกำหนดไม่ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใปในสถานประกอบการกาสิโน แต่ก็เป็นการส่งเสริมให้มีการเล่นการพนันเพิ่มขึ้นในสังคม และเป็นแบบอย่างให้แก่เด็กและเยาวชน ทำให้ปัญหาการเล่นการพนันในเด็กและเยาวชนยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ทั้งทางด้านสุขภาพและด้านสังคมที่มากขึ้นตามมา

2.การให้มีการประกอบธุรกิจกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการพนันได้ง่ายและมีโอกาสติดพนันมากขึ้น การติดพนันของประชากรย่อมมีผลกระทบที่กว้างขวางและรุนแรงในมิติต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาเศรษฐกิจที่อาจถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของเด็กที่กำลังจะเจริญเติบโตเป็นอนาคตของประเทศชาติ โดยเฉพาะเด็กในครอบครัวที่มีพ่อแม่หรือสมาชิกอื่นในครอบครัวติดพนัน จะมีความเสี่ยงที่จะถูกละเลยทอดทิ้ง ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือมีปัปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตใจที่รุนแรง

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จึงขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ที่จะทำให้มีประกอบธุรกิจกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย รวมทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการที่เข้มข้นในการปราบปรามธุรกิจการพนันที่ผิดกฎหมายด้วย ทั้งนี้เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยที่จะเติบโตเป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป

‘สว.’เห็นชอบตั้งกมธ.วิสามัญฯ ศึกษา’สถานบันเทิงครบวงจร’ ตั้ง 12 คนนอกร่วมวง

'สว.'เห็นชอบตั้งกมธ.วิสามัญฯ ศึกษา'สถานบันเทิงครบวงจร' ตั้ง 12 คนนอกร่วมวง

‘สว.’เห็นชอบตั้งกมธ.วิสามัญฯ ศึกษา’สถานบันเทิงครบวงจร’ ตั้ง 12 คนนอกร่วมวง

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.36 น.

‘สว.’ เข้มถกญัตติ ‘สถานบันเทิงครบวงจร’ ลากยาว 3 ชั่วโมง ตั้ง ‘กมธ.วิสามัญ’ ศึกษา 180 วัน สัดส่วนคนนอก12คน ‘แก้วสรร-คำนูณ-จรัญ-เจิมศักดิ์-ผู้ช่วยผบ.ตร.-อธิบดีปกครอง’ มีชื่อร่วมวง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 เมื่อเวลา20.00น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) จำนวน 3 ญัตติ คือ ญัตติ ขอให้ตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาการเปิดสถาบันเทินครบวงจรเสนอโดย นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. เสนอโดย นายวีระพันธุ์ สุวรรณามัย และ ญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อมีข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทำการออกเสียงประชามติก่อนการเสนอร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ต่อสภาฯ เสนอโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของสว. ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการทำนโยบายดังกล่าว หากคิดจะทำต้องจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน หรือ สมัชชา 77 จังหวัดเพื่อรับฟังความเห็นรวมไปถึงการเสนอให้ทำประชามติ พร้อมกับเสนอให้ถอนร่างกฎหมายเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกจากวาระการพิจารณาของสภาฯแทนการเลื่อนระเบียบวาระ

อย่างไรก็ดีในเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่ ครม. เสนอต่อสภาฯ นั้น  สว.มีความกังวลต่อประเด็นที่อาจเกิดผลกระทบทางสังคม ก่อให้เกิดอาชญากรรมร้ายแรง เกิดทุนเทาทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เนื่องจากปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง ขณะที่ในประเด็นที่รัฐบาลตั้งโจทย์ในแง่กระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ไม่มีข้อบ่งชี้ใดว่าจะทำให้รายได้เข้าประเทศตามเป้าหมาย เพราะมีข้อจำกัดของผู้เข้าเล่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมวุฒิสภา ได้ใช้เวลาอภิปรายเรื่องดังกล่าวนานถึง 3 ชั่วโมง  และมีผู้อภิปรายกว่า 20 คนและหลังจากที่อภิปรายแล้วเสร็จ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้ถามกับที่ประชุมว่ามีผู้ใดขัดข้องต่อการตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรหรือไม่ ซึ่งไม่มีใครคัดค้าน จึงอาศัยตามข้อบังคับ ตั้งกมธ. จำนวน 35 คนโดยมีสัดส่วนบุคคลภายนอก 12 คน ได้แก่  นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการด้านกฎหมาย นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสว. นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสว. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ท.บุญชัย เกษตรตระการ รองจเร กอ.รมน. นายภูมิรักษ์ ธีรัชกิจไพศาล นายวุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายสมคิด เลิศไพทูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายแสนศักดิ์ ศิริพานิช อดีตข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยวางกรอบศึกษา 180 วัน

ทั้งนี้นายมงคล ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานที่ประชุมอีกครั้ง พร้อมแจ้งว่าในส่วนของข้อสังเกตของสว. นั้นจะส่งไปยังหน่วยงานและรัฐบาลเพื่อดำเนินการ รวมถึงส่งรายละเอียดไปยังกมธ.ที่ตั้งขึ้น พร้อมสั่งปิดประชุมในเวลา 23.05 น. 

เลื่อนถกพรบ.กาสิโนไปสมัยประชุมหน้า รัฐบาลถอยกรูด! ‘อิ๊งค์’อ้างทำเรื่องสำคัญก่อน

เลื่อนถกพรบ.กาสิโนไปสมัยประชุมหน้า  รัฐบาลถอยกรูด!  ‘อิ๊งค์’อ้างทำเรื่องสำคัญก่อน

เลื่อนถกพรบ.กาสิโนไปสมัยประชุมหน้า รัฐบาลถอยกรูด! ‘อิ๊งค์’อ้างทำเรื่องสำคัญก่อน

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เลื่อนถกพรบ.กาสิโนไปสมัยประชุมหน้า รัฐบาลถอยกรูด! ‘อิ๊งค์’อ้างทำเรื่องสำคัญก่อน เสียงแข็งไม่ถอนร่างพรบ.ฉาว ‘ประชาชาติ’ใจเด็ดไม่รับก.ม. ม็อบคปท.นัดบุกสภา9เม.ย.

คปท.ย้ำเดินหน้าบุกสภา 9 เมษายนแม้รัฐบาลประกาศเลื่อนพิจารณาร่างพ.ร.บ.กาสิโนออกไปก่อน ชี้แค่แหกตาประชาชน ด้าน“อิ๊งค์”อ้างที่ต้องเลื่อนเพราะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่า พ้อเบื่อข่าวปล่อยจนทำงานไม่ได้ ด้าน“แม้ว”ควันออกหู โวถ้าทำไม่ได้ในรัฐบาลชุดนี้ก็ทำในรัฐบาลชุดหน้าที่ยังเป็นพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิมส่วนพรรคประชาชาติ ใจถึงออกแถลงการไม่รับ ร่างพรบ.กาสิโนล่วงหน้า ทั้งยำใหญ่เป็นอบายมุขมอมเมาประชาชน ฝ่ายพรรคเท้ง จี้รัฐบาลยุบสภา-ลาออก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าได้หารือร่วมกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และมีมติเห็นตรงกันให้เลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หรือ “ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว การเยียวยาผู้ประสบภัย และกรณีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งหาทางออกอย่างเร่งด่วน

“เรื่องนี้ไม่ใช่การซื้อเวลา แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญ” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมยืนยันว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงอยู่ ไม่ได้ถอนออก เพียงแต่ขอเวลาสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นที่หลายฝ่ายเข้าใจว่าเป็นการเปิดทางให้กาสิโนถูกกฎหมายทั่วประเทศ

“เราไม่ได้ทำเพื่อกาสิโน แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่มีความบันเทิงหลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัย การให้ใบอนุญาตกาสิโนในพื้นที่นั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด” นายกฯ ระบุ

ปัดแม้วบังคับพรรคร่วม

ทั้งนี้ ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดดันให้พรรคร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว โดยย้ำว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังอยู่ครบ ไม่มีใครถูกขับออก และตนในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องการให้ทุกฝ่าย “เห็นพ้องด้วยใจ ไม่ใช่แค่ตามมติ”

เมื่อถามย้ำว่า การชะลอพิจารณาในสภาคือการยอมถอยจากแรงต้านใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน แต่ต้องดูบริบทและปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการก่อน เช่น เรื่องเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

“เรามองว่ากฎหมายนี้จะช่วยสร้างเม็ดเงิน กระตุ้นการท่องเที่ยว และการจ้างงาน แต่หากยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน รัฐบาลก็จะเร่งชี้แจงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

“อิ๊งค์”เบื่อข่าวปล่อยทำงานไม่ได้

การแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) หารือร่วมกันที่ห้องรับรองชั้นหนึ่งตึกบัญชาการ โดยช่วงหนึ่งน.ส.แพทองธาร ได้พูดถึงเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ตอนหนึ่งว่า “เบื่อกับข่าวต่างๆที่ออกมา ตื่นมาแล้วต้องเจอโน่นนี่ ไม่ไหว ทำงานไม่ได้ ต้องเลิกกันได้แล้ว” ทำให้นายอนุทิน กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเราไม่มี รู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นนโยบายรัฐบาลพร้อมขับเคลื่อน”

ทำให้น.ส.แพทองธาร ตอบกลับไปว่า ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไรตนพร้อมรับ แต่ไม่อยากให้โยนกันไปมา เพราะอยากทำงาน แล้วงานมีเยอะ ถ้ามากันคนละคำสองคำไม่ไหว ตนพร้อมรับทุกเรื่องอยากตั้งใจทำงาน ไม่อยากให้มีข่าวอะไรออกมาเพราะมันไม่จบ และเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ยืนยันเราไม่ถอย แต่ตอนนี้บังเอิญมีเรื่องด่วนเข้ามา เช่นเรื่องแผ่นดินไหว ที่เราต้องเยียวยาดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังต้องแก้ปัญหาเอาเรื่องสำคัญก่อน อยากทำเรื่องนี้ให้แข็งแรง ถ้าเช่นนั้นเอาเรื่องสำคัญก่อนดีกว่า

พร้อมทั้งยอมรับว่า “เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ อธิบายน้อยไป ก็จะใช้เวลา 2 เดือนระหว่างปิดสมัยประชุมสภาฯ ไปอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนให้ดี”

ประชาชาติไม่เอาบ่อนกาสิโน

ด้านพรรคประชาชาติ (ปช.) ออกแถลงการณ์เรื่อง “จุดยืนต่อร่างพระราชบัญญัติเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กช์” ระบุว่า พรรคประชาชาติขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่สามารถรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ได้เนื่องจากเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาอิสลามและอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสังคม วัฒนธรรม และศีลธรรมของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นมิติสำคัญที่พรรคประชาชาติให้ความสำคัญมาโดยตลอด

พรรคประชาชาติขอยืนยันว่า ทุกการตัดสินใจของพรรคมุ่งยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความสงบสุขของสังคม และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างเท่าเทียมกันเป็นสำคัญ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ที่นายกฯประกาศเลื่อนพรบ.กาสิโนออกไปก่อน คงไม่มีอะไรมากเนื่องจากนายกฯไม่สามารถคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลได้

ป้อง”วันนอร์”ไม่ได้ทำผิด

ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … เป็นลำดับแรก ต่อด้วย ร่างพ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ… และ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ… มาพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย. ว่า เรื่องดังกล่าวทำให้สังคมเข้าใจประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าใช้อำนาจเลื่อนหรือเปลี่ยนระเบียบดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่ความเป็นจริงคือเป็นอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุม ที่มีการเสนอญัตติให้เลื่อนระเบียบและวาระขึ้นมา เป็นผลให้การพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย.มีการพิจารณากฎหมาย 5 ฉบับเป็นวาระแรก จึงเป็นการยืนยันว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ใช้อำนาจของประธานแต่เป็นไปตามมติในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร

อัดกาสิโนเป็นอบายมุข

ดัานนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ว่า จากที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรถูกกล่าวหา ว่าเป็นมุสลิมแต่ไม่ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม สนับสนุนให้มีการเลื่อนร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิง ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจผิด จึงขอชี้แจงว่า การเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมนั้นเป็นหน้าที่ของสมาชิกที่เสนอเข้ามาในที่ประชุมมีมติเป็นอย่างไร ก็ดำเนินการตามมตินั้น

โฆษกประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นใดที่เกี่ยวกับศาสนาประธานสภาฯ ก็จะใช้วิธีการงดออกเสียง เช่นเดียวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ก็ใช้วิธีการงดออกเสียงคือการไม่เห็นด้วย หากเห็นด้วยพี่น้องมุสลิมทั้งประเทศคงจะกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม เพราะในเรื่องของอบายมุขมอมเมาประชาชน คนไทยส่วนรวมก็ไม่เห็นด้วย รวมถึงพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่มีมุสลิมเป็นหลักก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ดังนั้นการไม่เห็นด้วยของประธานสภาฯ คือการงดออกเสียง เพราะหากบอกว่าไม่เห็นด้วย จะถือว่าเป็นการไม่เห็นด้วยแค่บางส่วน จึงต้องใช้วิธีการงดออกเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการของศาสนาที่อิสลาม

ม็อบยังดินหน้าบุกสภา

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) โพสต์ภายหลัง น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลมีมติให้เลื่อนพิจารณาร่าง พรบ.สถานบันเทิงคบวงจร ซึ่งรวมถึงเรื่องกาสิโน ออกจากวาระการประชุมในวันที่ 9เมษายน นายพิชิต ระบุว่า การเลื่อนออกไปไม่ใช่การยุติหรือยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าว แต่เป็นเพียงการลดกระแสต่อต้านจากประชาชนเท่านั้น พร้อมกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่ากำลัง “เลื่อนหลอกประชาชน” นายกฯ บอกให้เลื่อนการเสนอวาระ พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรออกไปก่อน ข้อเสนอของประชาชนคือให้ ‘หยุด’ ไม่ใช่แค่เลื่อน เราไม่เอากาสิโนและพนันออนไลน์” นายพิชิตระบุ ยืนยันว่า การชุมนุมเพื่อคัดค้านร่างกฎหมายกาสิโนจะยังคงเดินหน้าต่อ โดยในวันที่ 9 เมษายน จะเดินทางไปที่รัฐสภาตามกำหนดเดิม และเรียกร้องให้ประชาชนจากต่างจังหวัดร่วมแสดงพลังในพื้นที่นัดหมายของแต่ละจังหวัดเช่นเดิม เราไม่ใช่ให้เลื่อน เราต้องการไม่ให้มีกาสิโนในเมืองไทย พี่น้องต่างจังหวัดก็ร่วมกันเช่นเดิมครับ

สว.ขู่ยื่นสอบจริยธรรม

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าที่รัฐสภา กลุ่มสว.กว่า 50คน นำโดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว.ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการ การวุฒิสภา แถลงคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ.…. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งรวมถึงคาสิโน ที่จะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ทั้งยังบรรยายสรรพคุณความเลวร้ายของร่างกฎหมายดังกล่าว ที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและธรรมมาภิบาล ฉะนั้นขอหยุดการเสนอและถอนจากระเบียบวาระ หากเดินหน้าต้องทำประชามติและทำเวทีรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ทั้งนี้ ร่างพรบ.ฉบับดังกล่าว ที่รวมกาสิโน แม้อ้างผลประโยชน์ประเทศ แต่แฝงด้วยความเสี่ยงรอบด้าน รวมถึงจริยธรรม ขอให้เคารพเสียงประชาชนหยุดกระบวนการผลักดันร่างกฎหมายก่อนประเทศไทยจะเกิดความเสียหายและหากสภาฯโหวตรับร่างพรบ.ดังกล่าว สว.จะขอดำเนินการยื่นเรื่องต่อ ปปช.รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรม

สภาวัฒนธรรมฉะยับ

สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นำโดย นายประยงค์ แก่นลา รองประธานสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ภาคีเครือข่ายสภาวัฒนธรรมทั่วประเทศ รวมเข้ายื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิโนเป็นส่วนประกอบ อีกด้วย ทั้งยกเหตุผลประกอบถึง 10 ประเด็น อาทิ ผลกระทบต่อคุณธรรมและจริยธรรมของสังคม การอนุญาตให้เปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย จะส่งเสริมวัฒนธรรมการเสี่ยงโชค ซึ่งขัดต่อหลักศีลธรรมของสังคมไทย และจะส่งผลให้พฤติกรรมการพนันแพร่กระจายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ฯลฯ เช่นเดียวกับ กลุ่มแพทย์จุฬารุ่นที่ 23 และเพื่อนร่วมรุ่น-นิสิตเก่าจุฬาฯ รุ่น 2510 และเครือข่าย จำนวน 455 คน ออกแถลงการณ์ คัดค้านร่างพรบ.กาสิดนอีกด้วย เนื่องจากกระทบเด็กและและเยาวชน อาชญากรรมจะตามมาอีกมากมาย ฯลฯ

ปชน.ไม่เอากฎหมายเปิดบ่อน

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวยืนยืนว่า พรรคประชาชนไม่เห็นชอบกับร่างพรบ.กาสิโนฉบับนี้ หากร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรกว่าตามธรรมเนียมทางการเมือง หากร่างถูกส่งมาจาก ครม. โดยธรรมเนียมฯ นายกฯต้องลาออก หรือยุบสภา เพราะไม่สามารถคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลได้ และกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายการเงิน

แม้วไม่ได้ขู่ขับพรรคร่วม

เย็นวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ปฎิเสธข่าวข่มขู่พรรคร่วมให้โหวดรับร่างพรบ.กาสิโน หากไม่ทำตามจะให้ออกจากรัฐบาบลว่า เป็นการพูดกันไปเรื่อยเปลื่อย ไม่มีการพูดข่มขู่ใคร แต่ยอมรับว่ามีคุยกับน้องๆที่เจอกัน ว่าเป็นอย่างไรซึ่งเป็นเพียงการถามความคิดเห็น ไม่มีเรื่องข่มขู่ว่าใครไม่สนับสนุนแล้วต้องพ้นจากการร่วมรัฐบาลไม่มี และที่ผ่านมามีการหารือทั่วไปกับพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเพียงการถามความคิดเห็น แต่ละคนก็ไม่ได้ขัดข้อง วันนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้บอกว่าจะพิจารณาเรื่องเร่งด่วนทางเศรษฐกิจก่อน คือเรื่องการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ต้องนำเรื่องนี้มาคุยกันเพราะประชาชนอยากรู้เรื่องนี้ ความสำคัญจึงต้องลดลงไป แต่ไม่ได้ยกเลิกเพียงแต่ขอเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนส่วนที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคทำให้การทำร่างกฎหมายดังกล่าวยากหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า พรรคร่วมมากก็นานาจิตตัง เราไม่สามารถชี้ให้ไปทางเดียวกันได้ ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่ก็ไม่เหนือวิสัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลบ่อยๆ ก็น่าจะคุยกันรู้เรื่อง

ทุกอย่างต้องประมูลโปร่งใส

ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการวางตัวผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจรไว้ล่วงหน้าไว้แล้วนั้น นายทักษิณ กล่าว ยืนยันว่า ไม่มี ต้องมีการประมูลอย่างโปร่งใส มีกรรมการจากภายนอกวางไว้ จึงทำไม่ได้ ไม่มีใครสามารถจัดสรรได้นอกจากมีการประมูล ก่อนย้ำว่าไม่มีคำว่ากาสิโนมีแต่คำว่า เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ กาสิโนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆในนั้น เพราะหลายอย่างที่เราอยากมีก็มีไม่ได้ ต้องให้เอกชนมาลงทุน เช่น ฮอลล์ หรือ อารีน่า จัดคอนเสิร์ต หรือสวนสนุกขนาดใหญ่ ที่จะเข้ามาลงทุน เราต้องการการลงทุนและการจ้างงาน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น และต้องการภาษีอย่างถูกต้องโครงการนี้เป็นการพัฒนาประเทศ ตามปกติไม่มีอะไรซ่อนเร้น

“อย่างว่า ก็มีขี้อิจฉาริษยากัน มองคนนั้นคนนี้ได้นั่นคนนี้ได้นี่ คนที่เห็นด้วยเยอะแต่เงียบ ที่ไม่เห็นด้วยแล้วออกมา บางครั้งก็ถูกชี้นำในทางที่ผิด เช่น ไปเปรียบเทียบกับบ่อน ของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตรงนั้นเป็นกาสิโนจริงๆ เพราะไม่มีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์เลย แต่ของเราไม่ได้ทำแบบนั้น ถ้าเราทำแบบนั้นประเทศก็พัง” นายทักษิณ กล่าวและว่า อย่าไปหวั่นไหวหากคิดว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้รัฐบาลต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ต้องอะไรบางพรรคที่เคยเห็นด้วยเมื่อก่อน เชียร์เต็มที่มีนโยบายพรรค แต่วันนี้เป็นฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยแล้ว คือจุดยืนไม่มี เป็นฝ่ายค้านก็ต้องค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาลต้องเชียร์ ไม่ได้

ต้องทำความเข้าใจทุกฝ่าย

ส่วนจะต้องมีการทำความเข้าใจกับฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ต้องพูดกันด้วยเหตุผล นี่คือประชาธิปไตย ใครอยากจะค้านก็ค้าน แต่ในที่สุด ก็ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผล พร้อมยกตัวอย่างสมัยก่อนเพื่อไทยแข็งแรงจะตาย แต่ถูกค้า เรื่องการซื้อลิเวอร์พูล ซึ่งวันนั้นลิเวอร์พูลถูกจะตาย วันนี้สู้ไม่ได้ ส่วนตัวแปรหลักทั้งพรรคภูมิใจไทยและรวมไทยสร้างชาติ ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว นายทักษิณ กล่าวว่า บางคนก็เห็นด้วยครึ่ง ไม่เห็นด้วยครึ่ง ไม่เป็นไร ถ้าเมื่อถึงเวลาที่ต้องเสนอกฎหมาย ก็ต้องเสนอ โหวตรัฐบาลก็ผ่าน เพียงแต่รัฐบาลไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆ ระหว่างพักร่วมรัฐบาล

ส่วนที่มีการวิเคราะห์กันว่าพรรคเพื่อไทย มีการยื่นหมูยื่นแมวกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว นายทักษิณยืนยันว่า ไม่มีหมู ไม่มีแมว ส่วนการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวล่าช้าจะทันกับอายุของรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า เราก็วางไว้ถ้าไม่ทันรัฐบาลหน้ามาทำต่อได้ ขั้นตอนกระบวนการเราก็คาดหวังว่า อาจจะไปช้าที่ชั้นสว.ส่วนถ้ารัฐบาลหน้าไม่ใช่พรรคเพื่อไทย กฎหมายนี้จะถูกตีตกหรือไม่ นายทักษิณยืนยันอย่างมั่นใจว่า รัฐบาลหน้าก็พรรคเพื่อไทย ซึ่งในส่วนของสว. หากไม่เห็นด้วยก็มีเวลา 180วันทั้งนี้ หากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านแล้ว สว.จะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. จะต้องทำความเข้าใจกับสว.หรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า”วันนี้ปัญหามันเกิดขึ้นระหว่าง สว.กับกระทรวงยุติธรรม ก็เลยเป็นปฏิกิริยา เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องActionหรือReaction”

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“รัฐบาลไม่ได้จะฟังเฉพาะคนที่พูดแล้วเป็นไปในแนวทางเดียวกับรัฐบาลเท่านั้น แต่คนเห็นต่างก็ต้องฟังทั้งหมด เพราะเราเป็นรัฐบาล จะไปเลือกที่จะห่วงใยและให้ความสำคัญกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย

‘อิ๊งค์’ถกทีมนโยบายการค้าสหรัฐ รับมือ‘ภาษีทรัมป์’ อ้างฝ่ายมะกันตอบรับแล้ว

‘อิ๊งค์’ถกทีมนโยบายการค้าสหรัฐ  รับมือ‘ภาษีทรัมป์’  อ้างฝ่ายมะกันตอบรับแล้ว

‘อิ๊งค์’ถกทีมนโยบายการค้าสหรัฐ รับมือ‘ภาษีทรัมป์’ อ้างฝ่ายมะกันตอบรับแล้ว

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘อิ๊งค์’ถกทีมนโยบายการค้าสหรัฐ รับมือ‘ภาษีทรัมป์’ อ้างฝ่ายมะกันตอบรับแล้ว เตรียมส่ง‘พิชัย’บินเจรจา

นายกฯ ประชุมทีมนโยบายการค้าสหรัฐ คุยฟุ้งให้ความสำคัญเรื่องนี้มานาน เตรียมตัวมาก่อนหน้านี้ 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่“ทรัมป์”ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่ง เผยขณะนี้ USTR ตอบรับการเจรจาแล้ว รอเคาะวันก่อนส่ง“พิชัย”บินเจรจาสหรัฐ ระบุ วางยุทธศาสตร์ “รู้เขา-รู้เรา-เร็ว-แม่นยำ” รับมือ“ภาษีทรัมป์” ชี้เจรจาไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ชี้ต้องมีมาตรการรับมือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ยืนยันรัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการการค้าสหรัฐอเมริกา โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.การคลัง, นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โวเตรียมพร้อมมา3เดือนแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมตั้งแต่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว การประชุมในวันเดียวกันนี้ จะเป็นการเตรียมการสถานการณ์ที่จะกำหนดก้าวต่อไปว่าจะเดินทางอย่างไรต่อไป เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและการเจรจาตรงนี้ต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลเน้นย้ำ รวมทั้งการวางยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ต้องวางแผน รู้เขารู้เรา เราอาจจะเป็นประเทศที่เล็กกว่าก็จริงแต่เราจะทำเจรจาอย่างดีที่สุด

USTRตอบรับแล้ว/รอกำหนดวันคุย

นายกฯ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์รวดเร็วไม่ได้เราต้องแม่นยำด้วย รีบไปมันไม่เกิดประโยชน์อะไร การที่เราไม่ได้รีบส่งจดหมายกลายเป็นว่าเราได้รับการตอบกลับมา จาก สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา USTR ในการรับนัดในการร่วมพูดคุยแล้ว ไม่แน่ใจใจว่าเราเป็นชาติแรก ๆ หรือไม่ ที่มีการติดต่อกับทางสหรัฐอเมริกาแล้วว่าสามารถเข้าไปคุยได้ เหลือแค่กำหนดวันคุย ซึ่งจะมีการส่ง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ไปเจรจา ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยกระทรวงพาณิชย์จะรับผิดชอบต่อไป ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าเราดำเนินการมาอย่างดี อย่างมีนัยสำคัญ

นายกฯ ระบุอีกว่า ส่วนผลกระทบและการเยียวยา ระยะยาวเราจะมองในเรื่องของการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ พร้อมกับหาตลาดใหม่เข้ามา เพื่อแก้ไขปัญหา ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ชูยุทธศาสตร์‘รู้เขา-รู้เรา-เร็ว-แม่นยำ’

จากนั้น น.ส.แพทองธาร โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า การวางยุทธศาสตร์รับมือมาตรการ Reciprocal Tariff และ liberation day ต้อง “รู้เขา-รู้เรา-เร็ว-แม่นยำ” ซึ่งการประชุมวันนี้จะติดตามสถานการณ์ กำหนดก้าวต่อไปอย่างรอบคอบและแม่นยำ เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทย ตามที่ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการ Reciprocal Tariff และ liberation day เมื่อวันที่ 2 เมษายน ถือเป็นการกำหนดกติกาการค้าโลกใหม่ สร้างผลสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจของโลก รวมทั้งผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาเอง ตามรายงานข่าวที่ทุกท่านได้ติดตามรับทราบโดยทั่วกัน รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ระบุให้เป็นวาระสำคัญ โดยแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อ 6 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ เป็นที่ปรึกษา เพื่อศึกษารายละเอียด หารือและกำหนดแนวทางร่วมกับภาครัฐและเอกชนมาตลอด

ลั่นยึดประโยชน์สูงสุดของคนไทย

โดยในที่ประชุม ครม.เมื่อเช้านี้ ได้มอบหมายให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นหัวหน้าคณะ เจรจากับทางอเมริกา พร้อมด้วย รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ร่วมคณะเจรจา มีการประสานนัดหมาย เพื่อพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น USTR และหน่วยงานอื่นๆ ของอเมริกา เพื่อนำเอาข้อเสนอของไทยไปพูดคุย การประชุมวันนี้จะเป็นการติดตามสถานการณ์ เพื่อกำหนดก้าวต่อไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยอย่างรอบคอบและแม่นยำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การวางยุทธศาสตร์และมาตรการต่างๆ คือต้อง “รู้เขา” และ“รู้เรา”วันนี้ เราเห็นนอกจากรูปแบบการตอบโต้ และรับมือต่อนโยบายทรัมป์จากประเทศต่างๆ มีอะไรบ้าง และยังได้เห็นปฏิกิริยาการเคลื่อนไหวตอบโต้ของประชาชนภายในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้อีกด้วย

ประสานงานกับสหรัฐมาโดยตลอด

น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ยุทธศาสตร์และกระบวนการทำงานของรัฐบาลต้องทั้ง “เร็ว และ แม่นยำ” เร็ว ขอย้ำว่าเรามีการจัดตั้งคณะทำงานมาตั้งแต่เดือนมกราคม เราตั้งก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งเป็นทางการเมื่อ 20 มกราคม และได้ประสานงานกับฝั่งสหรัฐอเมริกามาตลอด แม่นยำ เรามีการเตรียมข้อมูลที่ครบและรอบด้าน มีการติดตามความเคลื่อนไหวจากทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบเพื่อประเมินและหาข้อสรุปในการเจรจาที่จะมีต่อไปจากนี้

ต้องมีมาตรการรับมือระยะสั้น-ยาว

“ขอย้ำว่า การเจรจาไม่ใช่แค่ครั้งเดียวจบ แต่การเจรจาจะต้องใช้เวลา และมีการเจรจาในหลายระดับที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดผลกระทบเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ จึงต้องการเตรียมมาตรการรับมือและเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวเราจะต้องมองถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการหาตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เศรษฐกิจไทยไปต่อได้อย่างเข้มแข็ง ขอยืนยันว่า รัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง เราจะดำเนินการทุกอย่างโดยรอบคอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ และไม่ให้เสียเปรียบมากที่สุด” นายกฯ ระบุ

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯไม่นิ่งนอนใจ

ก่อนหน้านี้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความเคลื่อนไหวรัฐบาลในการแก้ปัญหากำแพงภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกาว่า มาตรการดังกล่าวสร้างผลกระทบไปทุกประเทศทั่วโลก โดยรัฐบาลตั้งคณะทำงานมากตั้งแต่ 6 มกราคม 2568 ก่อนการรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม 2568 แล้ว โดยคณะทำงานได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเป็นระยะ ในการศึกษาและหามาตรการต่าง ๆไว้เจรจา และเตรียมมาตรการที่จะลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งปรับตัวตามมาตรการใหม่นี้ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและดำเนินการมาตลอด และจะดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นที่ตั้ง

ยันไม่แลกผลประโยชน์เกษตรกรไทย

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ถึงข้อเสนอของกระทรวงฯ ต่อการประชุมติดตามมาตรการการค้าสหรัฐฯ ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ก่อนที่ทีมไทยจะเดินทางไปเจรจา ว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ต้องดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกร และให้ข้อคิดเห็นกับผู้ที่จะเดินทางไปเจรจา เพราะกระทรวงเกษตรฯ ไม่ใช่ผู้เจรจา จึงจำเป็นต้องให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรต่อเกษตรกร ส่วนการคัดค้านของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร เป็นส่วนหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการสะท้อนข้อมูล รวมถึงผลวิจัยผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จะเป็นประเด็นการประกอบการตัดสินใจของทีมเจรจาที่จะไปเสนอต่อสหรัฐฯ เพราะเมื่อเราจะไปเจรจาอะไรต้องดูผลประโยชน์คนไทยเป็นหลัก แต่กระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกร และส่วนตัวไม่ต้องการให้เอาภาคเกษตรไปแลกให้ภาคอื่นๆ ซึ่งเจ้าของอาจไม่ใช่คนไทยด้วยซ้ำ

70 โรงเรียนกทม.กระทบเล็กน้อย สนศ.การันตีปลอดภัยเปิดเรียนปกติ

70 โรงเรียนกทม.กระทบเล็กน้อย สนศ.การันตีปลอดภัยเปิดเรียนปกติ

70 โรงเรียนกทม.กระทบเล็กน้อย สนศ.การันตีปลอดภัยเปิดเรียนปกติ

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สนศ. ตรวจก่อสร้างอาคารเรียน ย้ำ’โรงเรียนกทม.‘  ปลอดภัย 100% ทุกโรงเรียนใช้งาน-เปิดเรียนได้ตามปกติ

นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ได้ลงพื้นตรวจเยี่ยมติดตามการก่อสร้างอาคารเรียน โครงการก่อสร้างอาคารเรียน 5 ชั้น โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) สำนักงานเขตคลองสามวา เพื่อตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้าง และความปลอดภัย รวมทั้งผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งผู้ควบคุมงานได้รายงานการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายกับอาคารเรียนที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง โดยมีนายธีระวุธ พุทธศรี ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครูโรงเรียนพระยาสุเรนทร์ (บุญมีอนุกูล) นำตรวจเยี่ยม

ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (ผอ.สนศ.) ได้เน้นย้ำความปลอดภัยในการดำเนินการก่อสร้างอาคาร และให้ผู้ควบคุมงานติดตามตรวจสอบความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อให้แน่ชัดถึงความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ให้มีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัยและไม่มีผลกระทบใดๆ และหากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งโดยด่วน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตราย

พร้อมกันนี้ผู้บริหารสำนักการศึกษาได้ลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยของอาคารเรียนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยนายทรงศร กัลยา ณ สุนทร รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดทองธรรมชาติ ตรวจความปลอดภัยของอาคารเรียน และผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว นายสิทธิชัย พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รายงานผลการตรวจประเมินฯ โครงสร้างของอาคารไม่ได้รับความเสียหาย พบเพียงปูนแตกและหลุดร่วงจากบริเวณเพดาน ห้องโถง ชั้น 1 ซึ่งได้ย้ำความปลอดภัยเป็นสำคัญ และให้โรงเรียนประสานสำนักงานเขตคลองสาน ให้วิศวกรสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร และกำหนดวิธีการซ่อมแซมที่เหมาะสม

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ในส่วนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 437 โรงเรียน ได้มีการตรวจสอบความเสียหายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น พบว่า มีโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบเล็กน้อย จำนวน 70 โรงเรียน อยู่ในพื้นที่กรุงเทพตะวันออก 29 แห่ง (คลองสามวา3, บางกะปิ3, บึงกุ่ม4, มีนบุรี2, สะพานสูง1, ประเวศ5, ลาดกระบัง5, หนองจอก6) กรุงเทพเหนือ 7 แห่ง (จตุจักร1, ดอนเมือง2, บางเขน2, หลักสี่2) กรุงเทพกลาง 3 แห่ง (ดุสิต1, ห้วยขวาง2) กรุงเทพใต้ 12 แห่ง (บางรัก1, พระโขนง1, วัฒนา1, สวนหลวง2, บางนา3, ปทุมวัน4) กรุงธนใต้ 10 แห่ง (บางแค1, ราษฏร์บูรณะ1, หนองแขม1, ทุ่งครุ2, ภาษีเจริญ2, บางขุนเทียน3) และ กรุงธนเหนือ 9 แห่ง (จอมทอง1. ทวีวัฒนา1, บางพลัด1, บางกอกน้อย2, ตลิ่งชัน4)  ทั้ง 70 แห่ง วิศวกรได้เข้าตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า โครงสร้างของอาคารต่าง ๆ ในโรงเรียนทั้ง 70 แห่ง “ปลอดภัย” ผ่านการประเมินความปลอดภัย 100% พบเพียงจุดเล็กน้อยที่ต้องซ่อมแซมโดยไม่กระทบต่อการใช้งานอาคาร ทุกโรงเรียนสามารถใช้งานและเปิดเรียนได้ตามปกติ

นายกฯบี้ผลสอบตึกสตง.ถล่ม ขีดเส้น90วัน ต้องรู้สาเหตุ-ผู้รับผิดชอบ

นายกฯบี้ผลสอบตึกสตง.ถล่ม  ขีดเส้น90วัน  ต้องรู้สาเหตุ-ผู้รับผิดชอบ

นายกฯบี้ผลสอบตึกสตง.ถล่ม ขีดเส้น90วัน ต้องรู้สาเหตุ-ผู้รับผิดชอบ

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายกฯบี้ผลสอบตึกสตง.ถล่ม ขีดเส้น90วัน ต้องรู้สาเหตุ-ผู้รับผิดชอบ สั่งรื้อกระบวนการอนุมัติ

‘กทม.’สรุปยอดตาย21ศพ คาด1เดือนเคลียร์ซากเสร็จ

นายกฯนั่งหัวโต๊ะถกติดตามผลสอบตึกสตง.ถล่ม ได้ข้อสรุปถึง 4 สถาบันการศึกษาร่วมกับกรมโยธาฯทำโมเดลวิเคราะห์สาเหตุ ขีดเส้น 90 วันรู้สาเหตุ ลั่นต้องมีผู้รับผิดชอบ พร้อมสั่งรื้อกระบวนการตรวจอนุมัติการก่อสร้างตึกรัฐ-เอกชน ด้านดีเอสไอลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมหารือกทม.รวบรวมพยานหลักฐานเหตุอาคาร สตง.ถล่ม นำไปพิจารณาคดีนอมินีรองผู้ว่าฯกทม.อัปเดตยอดผู้เสียชีวิต 21 ศพ เร่งนำรถแบ๊กโฮเปิดทางเข้ากู้ผู้สูญหายใต้ซากตึกคาดใช้เวลา 1 เดือนเคลียร์ซากไซต์งาน

เมื่อวันที่ 8เมษายน2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังรับฟังรายงานผลการตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) แห่งใหม่ จากคณะกรรมสอบสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่(สตง.)ว่า วันนี้ได้หลายข้อสรุป คือ ขอให้ความมั่นใจประชาชนกฎหมายที่ออกมาเกี่ยวกับการสร้างอาคารสามารถรองรับเรื่องแผ่นดินไหวแบบที่เกิดขึ้นมาได้ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงเท่าเดิมจะไม่ทำให้ตึกถล่มแต่ตึกเหล่านั้นต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเราจะเห็นว่าไม่มีตึกไหนเสียหายที่มากมีเรื่องการกะเทาะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตึกที่ถล่มมีเพียงตึกเดียวที่เราเอามาดูเรื่องข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเมื่อคุยกันก็ได้ข้อสงสัยหลายเรื่องเป็นข้อสงสัยที่ค่อนข้างสำคัญมากตั้งแต่เริ่มต้นและในกระบวนการ อีกอย่างที่ต้องทำคือไซต์งานก่อสร้างที่เกิดเหตุยังต้องใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ 1 เดือน

ดึง4สถาบันวิศวะทำโมเดลวิเคราะห์สาเหตุ

นายกฯกล่าวต่อว่าที่ประชุมฯวันนี้ได้ข้อสรุปเราจะใช้ 4 สถาบันการศึกษากรมโยธาธิการและผังเมือง ทำโมเดลจำลองเหตุการณ์ตึกถล่มเพื่อให้ทรายว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตึกถล่ม เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตคน รัฐบาลติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิด พูดคุยกับคณะทำงานแล้วบอกว่าโมเดลที่จะทำจากแต่ละสถาบันใช้เวลาประมาณ 90 วัน แต่ตนบอกว่าเร็วกว่านี้ได้หรือไม่ ซึ่งความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดมีหลายข้อที่ทำให้ตึกถล่ม เพื่อความแน่ชัด ผู้เกี่ยวข้องจะใช้เวลาประมาณ 90 วันให้เกิดความร่วมมือและความโปร่งใสในการตรวจสอบ ให้ประชาชนเข้าใจว่าเราใช้วิศวกรจาก 4 สถาบันการศึกษมาทำแยกกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและมั่นใจได้

รื้อกระบวนการตรวจอนุมัติตึกทั้งหมด

นายกฯกล่าวอีกว่า ทุกตึกที่สร้างตามกฎหมายกำหนดไม่อยากให้ประชาชนต้องหวาดกลัวว่าตึกของเราจะเป็นอย่างไร เราจะเห็นว่าทุกตึกที่เกิดดินไหวไม่มีตึกถล่มมีเพียงจุดเดียวเท่านั้น ตนขอให้ความเชื่อมั่น และอีกอย่างเมื่อเคลียร์พื้นที่ไซต์ก่อสร้างเสร็จก็จะได้ข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ต้องทบทวนกระบวนการตรวจสอบเรื่องตึกและอาคารใหม่ทั้งหมดทั้งของเอกชนและของราชการ ซึ่งตนบอกแล้วว่าเคยสร้างตึกในภาคเอกชน มีข้อต้องได้รับการอนุมัติมากมาย เราต้องมาทบทวนกันใหม่ว่าการอนุมัตินั้นปลอดภัยใช่หรือไม่ กระบวนการเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ และอาคารราชการต้องดูอะไรเพิ่มหรือไม่ แต่อาคารของเอกชนและราชการเราสามารถเพิ่มเรื่องมาตรการรองรับแผ่นดินไหวเข้าไปเพิ่มได้ด้วย

“การทบทวนกระบวนการเหล่านี้ทำให้คล่องตัวและตรงประเด็นมากขึ้น ไม่อยากให้มีกระบวนการมากมายเกินไปและไม่เกิดประโยชน์ ส่วนการจะเพิ่มมาตรการอย่างไรเพื่อรองรับตึกที่สร้างในอนาคตไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก นี่คือ ข้อสรุปจากการประชุมฯ” น.ส.แพทองธาร กล่าว

ลั่น90วันรู้สาเหตุ-ต้องมีผู้รับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อสงสัยเรื่องคุณภาพเหล็กที่นำมาใช้ก่อสร้างได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่คืบหน้ามากน้อยแค่ไหน นายกฯกล่าวว่า ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเป็นข้อมูลเรื่องวัสดุก่อสร้าง เกี่ยวข้องแน่นอน สถาบันต่างๆมาช่วยกันดูสิ่งใดบ้างทำให้เกิดเหตุนี้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเรื่องโครงสร้างให้คณะกรรมการวิชาชีพชี้แจง

“ผลตรวจสอบสาเหตุต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน และเราได้ดูแล้วว่าระหว่างทางกว่าที่จะได้โมเดลจำลองเหตุการณ์ตึกถล่มใน 90 วัน เราจะดูมีสิ่งใดบ้างที่ทำแล้วผิดกฎหมายบ้าง หรือหากผิดมาตรฐานหรือผิดกระบวนการก็ผิดกฎหมายอยู่ดี เรื่องไหนผิดกฎหมายเราดำเนินคดีควบคู่กันไปอยู่แล้ว แต่ผลสรุป 100% จะทำให้ทราบว่าทั้งตึกถล่มเพราะอะไร”นายกฯ กล่าว

บริษัทจะย้ายรมต.ไม่ถูกกม.

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการกับบริษัทที่ผลิตเหล็กหรือไม่ หลังออกมาข่มขู่จะย้ายรมว. อุตสาหกรรมที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว นายกฯย้อนถามว่าใครจะย้ายรัฐมนตรีอุตสาหกรรม บริษัทจะย้ายรัฐมนตรีอาจไม่ถูกต้องเรื่องกฎหมาย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่มีใครโอเคกับเรื่องการวิ่งเต้น และไม่สนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว ยังไม่เคยคุยกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการต้องพูดคุย

DSIถกกทม.เก็บหลักฐานฟันนอมินี

ด้านพ.ต.ต.วรณันศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่จุดเกิดเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ถล่ม พร้อมหารือร่วมกับน.ส.ทวิดา กมลเวช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเก็บวัตถุพยานของโครงสร้างต่างๆ ในการขยายผลประกอบสำนวนคดีพิเศษ เรื่องการฝ่าฝืนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือนอมินี ซึ่งการลงพื้นที่วันนี้เพื่อประสานงานเบื้องต้นในการขอรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวน เตรียมเชิญ 3 หน่วยงานคือ สถาบันนิติเวชวิทยาศาสตร์กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้ามาสอบสวนร่วมกัน

พ.ต.ต.วรณันกล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลที่ได้รับจากกรุงเทพมหานครวันนี้ จะนำกลับไปประชุมพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือนอมินี ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่อาจมีกฎหมายเกี่ยวกับการเสนอราคาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งต้องดูรายละเอียดว่าเกี่ยวกับเรื่องการลดราคา แล้วนำไปสู่การใช้เหล็กหรืออุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ รวมถึงพิจารณาเรื่องผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ส่วนความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหลักฐานพร้อมกัน เพื่อไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่

ดับแล้ว21-คาดเจอเยอะชั้น20-30

ขณะที่รศ.ทวิดา กมลเวช รอง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าภารกิจการค้นหาผู้สูญหายที่ติดอยู่ใต้ซากตึกสตง.ว่า เบื้องต้นยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต 21 ราย เนื่องจากช่วงเช้าที่ผ่านมาพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย นำออกมาจากโซน C ส่วนการรื้อถอนก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะบริเวณโซน A ที่ถมดินสูงขึ้นจนสามารถนำรถแบ็คโฮขึ้นไปได้ เป้าหมายคือนำรถแบ็คโฮขึ้นไปยังโซน D ให้ได้ โดยใช้เทคนิคบีบปูนให้แตกและตัดเหล็กเส้น เพื่อให้จุด Eลดระดับลงมา 5 เมตร เพราะเราเจอผู้สูญหายในจุด C และD เป็นส่วนใหญ่ ยังเชื่อว่าทั้งสองจุด เป็นจุดที่คาดว่ามีคนงานจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ระหว่างชั้นที่ 20-30อีกทั้งจุดC เป็นจุดที่เราเจาะโพรงไว้แล้วตั้งแต่วันแรก ยืนยันว่าจะดำเนินแผนการนี้ต่อไปจนกว่าความสูงของจุด E จะลดน้อยลงมา โดยจากการประเมินกับคนงานที่รอดชีวิตและวิศวกร เชื่อว่าถ้าเปิดโพรงนี้ได้สำเร็จ จะเจอร่างผู้สูญหายมากขึ้น

สอบผู้ถือหุ้นคนไทยเชื่อเป็นนอมินีจริง

นายนภินทรศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัท ไชน่า เรลเวย์นัมเบอร์ 10 ว่า หลังดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ กระทรวงพาณิชย์ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ DSI ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า พื้นฐานของรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัท ไชน่า เรลเวย์นัมเบอร์10 ไม่มีฐานะเพียงพอต่อการลงทุนได้ จึงต้องหาหลักฐานเพิ่ม เช่น การตรวจสอบบัญชีการเงิน การเสียภาษี ซึ่งสิ่งนี้เป็นหลักฐานที่ดีในการดำเนินคดี เชื่อว่าคนไทยที่ถือหุ้นเป็นนอมินีจริง เพียงแต่รอหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบบริษัทอื่น ที่อาจเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว และอีก 37 บริษัทที่เชื่อมโยงกันจะตรวจเช่นกัน และจะส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ รวมถึง 13 บริษัทที่เกี่ยวกับไชน่า เรลเวย์ฯก็ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอเช่นกัน

‘นายกฯ’ตื่นเต้น! ร่วมงานเลี้ยง‘กองทัพอากาศ’ 88 ปี

‘นายกฯ’ตื่นเต้น! ร่วมงานเลี้ยง‘กองทัพอากาศ’ 88 ปี

‘นายกฯ’ตื่นเต้น! ร่วมงานเลี้ยง‘กองทัพอากาศ’ 88 ปี

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.26 น.

“นายกฯ”ตื่นเต้น! ร่วมงานเลี้ยง”กองทัพอากาศ” 88 ปี เป็นกำลังใจ-ขอบคุณ ทอ.ทำงานหนักช่วยเหลือประชาชนทุกวันตลอดทั้งปี

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ ดอนเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส ร่วมงานเลี้ยงรับรอง “วันกองทัพอากาศ” ครบรอบ 88 ปี โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม , พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พร้อมด้วย นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ทูตและทูตทหารต่างประเทศ ร่วมงาน

พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า วันที่ 9 เมษายน ของทุกปี เป็นวันกองทัพอากาศ นับเป็นโอกาสสำคัญ ที่กำลังพลกองทัพอากาศทุกคน จะได้น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย รวมถึงบุพการีทหารอากาศ อดีตผู้บังคับบัญชา และวีรชนทหารอากาศ ผู้บุกเบิกและวางรากฐานกองทัพอากาศ ให้เจริญก้าวหน้ามั่นคง มาตราบเท่าทุกวันนี้ตลอดระยะเวลา 88 ปีที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้พัฒนากำลังทางอากาศ ให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และนโยบายของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนไปสู่วิสัยทัศน์ กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค

ทั้งนี้ ตั้งแต่ผมเข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ผมมีปณิธานที่จะเสริมสร้างกองทัพอากาศ ให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายที่รัฐบาล และอดีตผู้บังคับบัญชาที่ได้ริเริ่มไว้ ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ผบ.ทอ.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยและนานาประเทศ กำลังเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาไฟป่าที่ลุกลามในหลายพื้นที่ ภัยแล้งรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อการเกษตร และการดำรงชีพ ตลอดจนวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่คุกคามสุขภาพของประชาชน กองทัพอากาศได้ระดมสรรพกำลังและอากาศยาน ปฏิบัติภารกิจบรรเทาสาธารณภัยอย่างเต็มกำลัง โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งการบินโปรยน้ำดับไฟป่า การลำเลียงน้ำสู่พื้นที่ประสบภัยแล้ง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนภารกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ อาทิ การส่งหน่วยบินปฏิบัติภารกิจฝนหลวงกองทัพอากาศ รวมถึงการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ ทุกโอกาส ทุกเวลา เพื่อให้สามารถดำรงชีพได้อย่างปกติสุข กองทัพอากาศยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมสากล พร้อมปฏิบัติภารกิจทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ การลำเลียงผู้ป่วยและผู้ประสบภัยในพื้นที่ห่างไกล การส่งกำลังพลร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในต่างประเทศ ’ผบ.ทอ.ระบุ

พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวว่า ซึ่งแสดงถึงขีดความสามารถและความพร้อมของกองทัพอากาศ ในการปฏิบัติการร่วมกับมิตรประเทศทั่วโลก กองทัพอากาศ ได้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับมิตรประเทศ ผ่านความร่วมมือทางทหารในทุกระดับ การฝึกร่วมผสม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีการบิน ตลอดจนการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับมิตรประเทศเหล่านี้ มีส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพอากาศ และสร้างความเชื่อมั่นในเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาค กองทัพอากาศมีความมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ตามเจตนารมณ์ “อธิปไตยเหนือน่านฟ้า ผ่านความร่วมมืออันแข็งแกร่ง” เพื่อปกป้องคุ้มครองผืนแผ่นดินและน่านฟ้าไทย ตลอดจนผลประโยชน์แห่งชาติ รวมถึงธำรงไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตย และราชบัลลังก์ ไว้ให้มั่นคง ผมและกำลังพลกองทัพอากาศทุกคน มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ที่จะปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกองทัพไทย อย่างเต็มกำลังความสามารถ  เพื่อความร่มเย็นผาสุกของประชาชน และเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับกองทัพอากาศ ว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมงาน ขอบคุณที่ได้เชิญมามีส่วนร่วมกับกองทัพอากาศ ตั้งแต่เข้างานมารู้สึกตื่นเต้น ในการจัดแสดงโชว์ จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ที่ทำงานหนัก ช่วยเหลือประชาชนมาทุกวัน ตลอดทั้งปี

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง มีพลังกาย พลังใจ ในการทำเพื่อประชาชนไปนานๆ ขอให้มีความสุข ได้กลับไปอยู่กับคนที่รักและครอบครัว

– 006