‘สุริยะ’โต้ลั่น!ไม่มีส่วยรถบรรทุก สั่งกรมทางหลวงกวดขันตั้งด่านตรวจเข้ม

'สุริยะ'โต้ลั่น!ไม่มีส่วยรถบรรทุก สั่งกรมทางหลวงกวดขันตั้งด่านตรวจเข้ม

‘สุริยะ’โต้ลั่น!ไม่มีส่วยรถบรรทุก สั่งกรมทางหลวงกวดขันตั้งด่านตรวจเข้ม

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.11 น.

‘สุริยะ’โต้ลั่น! ยันไม่มีส่วยรถบรรทุก  สั่งกรมทางหลวงกวดขันหนัก ตั้งด่านตรวจเข้มทั้งเส้นทางหลัก-ทางรอง  

เมื่อวันที่ 8 เมษายน  เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคมให้สัมภาษณ์กรณีนายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลรถบรรทุกที่ติดสติ๊กเกอร์ตัว T ขนสินค้าจากลาวได้ โดยไม่ต้องมีพาสปอร์ตรถทำประเทศเสียหาย ทางกระทรวงรับทราบหรือไม่ว่า  เรื่องส่วยทางหลวงเคยมีประเด็นเมื่อปีที่ผ่านมา  ตนสั่งการให้กรมทางหลวงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกวดขันเรื่องนี้ ยืนยันไม่มีแน่นอน โดยมีการตั้งด่านในเส้นทางหลักต่างๆ ขณะที่รถบรรทุกที่หลบเส้นทางหลักเราก็คอยกวดขันอยู่

‘เอกนัฏ’ ส่งยิ้ม อุบตอบ หลังถูกถาม ‘ทักษิณ’ เขี่ยพ้นรัฐบาล หากไม่โหวตกฎหมาย ‘กาสิโน’

'เอกนัฏ' ส่งยิ้ม อุบตอบ หลังถูกถาม 'ทักษิณ' เขี่ยพ้นรัฐบาล หากไม่โหวตกฎหมาย 'กาสิโน'

‘เอกนัฏ’ ส่งยิ้ม อุบตอบ หลังถูกถาม ‘ทักษิณ’ เขี่ยพ้นรัฐบาล หากไม่โหวตกฎหมาย ‘กาสิโน’

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.02 น.

8 เม.ย.68 เวลา 9.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงท่าทีของพรรคต่อกระแสข่าวที่ระบุว่า หากไม่ลงมติเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์) จะถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า เดี๋ยวจะมีการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอประชุมพรรคก่อน

ส่วนเรื่องการตรวจสอบบริษัทเหล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาคารสำนักงานที่กำลังก่อสร้างสตง.ที่ถล่มนั้น ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะเป็นคดีพิเศษแล้ว ในส่วนของกระทรวงจะมีการแถลงข่าวในวันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน 2568 

เมื่อถามย้ำถึง ประเด็นที่มีกระแสข่าวว่ามี คำขู่ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อพรรคร่วมรัฐบาล นายเอกนัฏยิ้มแต่ไม่ตอบคำถามแล้วเดินขึ้นตึกบัญชาการ

‘ภูมิธรรม’ให้ฟังจากปาก‘นายกฯ’กระแสเขี่ยพรรคร่วมฯ ‘ประชาชาติ’ยังไม่แจ้งโหวตอย่างไร

‘ภูมิธรรม’ให้ฟังจากปาก‘นายกฯ’กระแสเขี่ยพรรคร่วมฯ ‘ประชาชาติ’ยังไม่แจ้งโหวตอย่างไร

‘ภูมิธรรม’ให้ฟังจากปาก‘นายกฯ’กระแสเขี่ยพรรคร่วมฯ ‘ประชาชาติ’ยังไม่แจ้งโหวตอย่างไร

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.01 น.

‘ภูมิธรรม’ขอให้ฟังจากปาก‘นายกฯ’หลังมีกระแสข่าวเขี่ย‘พรรคร่วมรัฐบาล’พ้นครม.หากไม่เห็นด้วย‘กฎหมายกาสิโน’ ชี้ยกเลิกนโยบายได้ หากมีน้ำหนักพอว่า‘ไม่ใช่’ มั่นใจพรรคร่วมเห็นตรงกัน ไม่มีปัญหา เผย‘ประชาชาติ’ยังไม่แจ้งว่าจะโหวตอย่างไร

8 เมษายน 2568 ที่แหล่งชุมนุมข้าราชการ กรมทหารสื่อสารกองบัญชาการกองทัพไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สภาฯ จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ในวันที่ 9 เมษายน นี้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลว่า หากพรรคใดไม่เห็นด้วยจะขับพ้นคณะรัฐมนตรีนั้น ว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน หากออกจากปากนายกรัฐมนตรี ถึงจะโอเค เพราะเป็นบุคคลที่มีอำนาจ ส่วนที่นายทักษิณมีความเห็น ก็เป็นความเห็นของนายทักษิณ สำหรับการพูดคุยของรัฐบาล ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในเบื้องต้นเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายของประเทศ และของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์กับประเทศได้ ซึ่งรัฐบาลรับฟ้งข้อขัดค้าน หรือแถลงการณ์ต่าง ๆ ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักทั้งหมดว่า เสียงเป็นอย่างไร โดยที่ทุกอย่างยังต้องเดินหน้า ไปพร้อมกับรับฟังความคิดเห็น หากรับฟังแล้วมีน้ำหนักเพียงพอ หรือมีปัญหาเยอะ ก็สามารถจบกระบวนการเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ระหว่างนี้มีเสียงสนับสนุน และเสียงคัดค้าน ก็ต้องเดินหน้าไปก่อน

ส่วนที่พรรคประชาชาติ แจ้งว่าจะโหวตไม่เห็นด้วย กับร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลักศาสนา นายภูมิธรรม ระบุว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ และยังไม่มีการแจ้งว่า จะโหวต หรือไม่โหวต ซึ่งมีแต่ข่าว

ขณะที่กฎหมายดังกล่าวจะเดินไปต่อได้หรือไม่ เพราะวันนี้สมาชิกวุฒิสภาก็แถลงข่าวคัดค้านแล้ว นายภูมิธรรม ระบุว่า เป็นสิทธิของ สว. ซึ่งสังคมระบอบประชาธิปไตยต้องรับฟังทุกฝ่าย โดยหากดุลพินิจของรัฐบาลทราบว่า ความเห็นต่าง ๆ มีความเพียงพอ และรู้สึกว่า ไม่ใช่ รัฐบาลก็อาจจะต้องทบทวนก็ได้

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นตรงกัน ในการโหวตการวาระแรก ด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า เท่าที่ได้รับฟังในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยกัน ก็เห็นตรงกันไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งปล่อยให้เป็นขบวนการของสภาฯ ซึ่งยืนยันได้ว่า นโยบายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยหากเข้าไปดูที่เนื้อหา เช่น ที่กำหนดว่า บุคคลที่จะเข้าไปเล่นกาสิโน ต้องมีเงินฝากในบัญชีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหากคนเหล่านี้เข้ามาเล่นกาสิโน ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือไปเล่นข้างนอก ก็จะมีความเหมือน ๆ กัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการนำของใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางภาษี เพราะเงินใต้ดินที่อยู่นอกระบบมีจำนวนมาก ก็ต้องหยิบขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และเงินเหล่านี้ไม่ใช่ว่า เป็นเมืองพุทธ และจะเป็นเมืองบาป เพราะความจริง ไม่ได้สนับสนุนเห็นด้วย ซึ่งหากไปดูตามชนบท หวย 2 ตัว 3 ตัว ก็ระบาดเต็มไปหมด ซึ่งต้องทำให้ชัดเจน โดยมีการกำหนดกฎเกณฑ์ ไม่ให้บุคคลที่ไม่มีอำนาจเกี่ยวข้องเข้าไปใช้

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า วันนี้เกิดความท้าทายใหม่ สหรัฐอเมริกาได้ขึ้นภาษีนำเข้า ส่งผลกระทบต่อการค้าโลกทั้งหมด และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ประสบปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะเพิ่มวงเงินหมุนเข้าไปในระบบ ซึ่งคนมองไม่ได้มองที่เศรษฐกิจ แต่ไปมองวิกฤตทางสังคม ซึ่งรัฐบาลก็พยายามแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว

ส่วนที่ฝ่ายต่อต้านพยายามชูประเด็น กาสิโน ที่มีอยู่ไม่เกิน 10% แต่อีก 90% ไม่ถูกพูดถึง รัฐบาลจะเร่งประชาสัมพันธ์อย่างไร นายภูมิธรรม ระบุว่า ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องประชาสัมพันธ์ เพราะ 90 % เป็นเรื่องของการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็น Man Made Destination หรือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หากไปดูตัวอย่างที่ต่างประเทศ ก็จะเห็นว่า จะมีคนเข้าไปใช้ชีวิต หรือรับประทานอาหาร มาเล่นสวนสนุก แต่กาสิโน เป็นของกลุ่มบุคคลนิดเดียว ที่มีอยู่ 10 % ซึ่งหากนักเล่นเหล่านี้อยากเข้ามา ประเทศก็จะได้ภาษีจาก บุคคลเหล่านั้น พร้อมเชื่อว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตสังคมมากเท่าไหร่ เพราะไม่ได้มีโอกาสง่าย ๆ ที่จะเข้าไป จากฐานที่กำหนดต้องมีเงินในบัญชี 50 ล้าน จึงเชื่อว่า ไม่น่ากังวล

เผยผลสอบ 2 สห. รับเป็นรถส่วนตัวดัดแปลงหารายได้เสริม นำขบวน’ไฮโซเก๊’

เผยผลสอบ 2 สห. รับเป็นรถส่วนตัวดัดแปลงหารายได้เสริม นำขบวน'ไฮโซเก๊'

เผยผลสอบ 2 สห. รับเป็นรถส่วนตัวดัดแปลงหารายได้เสริม นำขบวน’ไฮโซเก๊’

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.48 น.

“ภูมิธรรม ”เผยผลสอบ 2 สห.รับสารภาพปมรถนำขบวนไฮโซเก๊ เป็นรถส่วนตัวดัดแปลงหารายได้เสริม รอแถลงผลสอบวันนี้ รับยากห้ามใครขอถ่ายรูป เหตุ เป็นบุคคลสาธารณะ เผยมีคนแอบอ้างนำชื่อไปใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดี

วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีไฮโซเก๊หลอกลวงดาราสาว โดยมีการปรากฏภาพร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน และยังมีการสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยด้วยว่า มันพูดยากมากเพราะเสื้อผ้าที่มีตราพรรคการเมือง คนที่นิยมชมชอบเขาก็สามารถมาซื้อได้และก็เปิดขายทั่วไป อีกอย่างเวลาเราไปทุกที่ ทุกจังหวัด ทำเนียบรัฐบาล หรือแม้แต่พรรค ก็มีบางคนเขาอยากถ่ายรูปด้วย ซึ่งเราเป็นบุคคลสาธารณะมันก็ยาก และมีหลายรายที่เป็นอย่างนี้ ซึ่งตนก็โดนส่วนหนึ่ง เอาไปอ้าง ซึ่งได้มีการร้องเรียนเข้ามา และตนก็ได้จัดการไป 1-2 รายแล้ว โดยขณะนี้มีหมายจับและกำลังมีคำพิพากษาตัดสิทธิ์ ก็จะเอาติดคุก เอาชื่อไปใช้ เพราะฉะนั้นเราเองจะไประวังหรือไม่ระวัง มันก็ยาก ซึ่งเวลาเข้ามาขอถ่ายรูปก็ต้องถ่าย ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นพอเรารับรู้ อย่างกรณีของตนก็ให้ตำรวจตามเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้เวลาถ่ายรูป ขอเซลฟี่พูดยาก หลายๆ คนที่เราไม่แน่ใจก็ดึงคนอื่นเข้ามาถ่ายรูปด้วย

เมื่อถามว่า ได้มีการตรวจสอบหรือไม่กรณีมีข่าวมีนายทหารเข้าไปช่วยเคลียร์ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย. ตนได้สั่งให้ตรวจสอบแล้วก็ได้นายทหารที่เป็นสารวัตรทหารใส่เครื่องแบบเอามาตรวจสอบ วันนี้คงจะได้มีการแถลงเรื่องนี้ ซึ่งเขาก็รับสารภาพทั้งหมด เรื่องว่ามีนายทหารมาช่วยเคลียร์ตนไม่ทราบขนาดนั้น แต่ทราบเพียงว่ามีการนำรถทหารสห.เข้าไป เราก็ตรวจสอบว่ามันเป็นอย่างไร ซึ่งทราบว่ารถที่นำมาใช้ไม่ใช่รถราชการ เป็นรถส่วนตัวที่ไปดัดแปลง ทั้งนี้ หากเป็นรถราชการก็ต้องถูกปลดเลย เดี๋ยวก็ไปตรวจสอบดูว่าแค่ไหนอย่างไร เกี่ยวข้องอย่างไร ก็จะดำเนินการเต็มที่เข้าใจว่าวันนี้ผลสอบน่าจะออก เมื่อคืนก็สั่งขังแล้ว

เมื่อถามว่า ไม่ถึงกับขั้นต้องถูกให้ออกจากราชการใช่หรือไม่ เนื่องจากไม่ได้นำรถหลวงไปใช้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอบอย่างนั้นไม่ได้ ต้องไปดูในรายละเอียดซึ่งเท่าที่ทราบเบื้องต้นเป็นพฤติกรรมที่หารายได้เสริม แต่ก็เป็นการทำที่ผิดกฎหมาย เข้าใจว่ามีหลายกรรมอยู่ก็ว่าตามนั้น

‘สุริยะ’ปัด‘ทักษิณ’ขู่ขับพรรคร่วมรัฐบาล ชี้เป้า‘ท่าเรือคลองเตย’เหมาะผุด‘กาสิโน’

‘สุริยะ’ปัด‘ทักษิณ’ขู่ขับพรรคร่วมรัฐบาล ชี้เป้า‘ท่าเรือคลองเตย’เหมาะผุด‘กาสิโน’

‘สุริยะ’ปัด‘ทักษิณ’ขู่ขับพรรคร่วมรัฐบาล ชี้เป้า‘ท่าเรือคลองเตย’เหมาะผุด‘กาสิโน’

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.48 น.

‘สุริยะ’ปัด‘ทักษิณ’ขู่พรรคร่วมรัฐบาล ขวางร่าง‘กม.กาสิโน’ เชื่อ‘คนเห็นต่าง’คุยรายละเอียดกันได้ในสภา แย้ม‘ท่าเรือคลองเตย’องค์ประกอบครบ หากใช้เป็นที่ตั้ง‘กาสิโน’

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เม.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกระแสคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า หลังจากสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้การค้าของไทยจะต้องเปลี่ยนโฉม เพราะถูกกำแพงภาษี จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลไทยต้องหารายได้ใหม่ๆ ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญมากที่สุด ดังนั้น เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จึงตอบโจทย์การสร้างรายได้ใหม่ๆ ผู้ที่จะมาลงทุนจะต้องนำเงินมาให้ 1 แสนล้านบาท เพื่อทำให้จีดีพี่สูงขึ้น และในเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ยังจะมีการสร้างศูนย์การประชุมที่ใหญ่โต เพื่อที่จะได้มีการจัดแสดงนิทรรศการสินค้านานาชาติได้ ขณะที่ ศูนย์ประชุมอย่างเมืองทองธานีหรือไบเทคบางนา มีเพียงศูนย์ประชุมเท่านั้น แต่ไม่มีองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งแตกต่างจากเอ็ฯนตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกิจกรรมอื่นๆสามารถพาครอบครัวมาได้ ตนจึงคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน

นายสุริยะ กล่าวว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องการติดการพนัน ยอมรับว่าน่าเป็นห่วง ตนเคยไปประเทศสิงคโปร์และเคยคุยกับผู้บริหารของมารีน่า เบย์ แซนด์ส ผู้บริหารได้เล่าให้ฟังว่า สิงคโปร์จะมีองค์กรหนึ่งหากสมาชิกในครอบครัวเข้าไปเล่นแล้วมีคนในครอบครัวไม่เห็นด้วย สามารถเข้าไปร้องเรียนได้ที่องค์กรนี้ ซึ่งจะมีการแบล็กลิสต์ไม่ให้คนนั้นเข้าไปอีก ซึ่งประเทศไทยจะมีหน่วยงานลักษณะนี้เช่นกัน ตนคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลไทยคิดรอบคอบ ส่วนรายละเอียดอื่นๆคุยในสภาได้ ส่วนเสียงคัดค้าน ตนคิดว่าหากเรื่องนี้มีการพูดกันในสภา สส.ที่สนับสนุนจะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ และมองครบทุกมิติ แต่หากเราไม่ทำอะไรจะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องบ่อนการพนันผิดกฎหมาย รวมถึงมีคนไทยไปเล่นบ่อนตามแนวชายแดน

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วยจะขับจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะท่านไม่มายุ่งเรื่องนี้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องของรัฐบาล

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวจะนำพื้นที่ท่าเรือคลองเตยมาทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จริงหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมารายได้ของท่าเรือคือการที่เรือมาจอดเทียบท่า จึงอยากพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้มากกว่าเดิม สมมติถ้ามีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อยู่ตรงนั้นก็จะมีรายได้เพิ่ม

เมื่อถามว่า สรุปว่าเรื่องนี้มีอยู่ในแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือคลองเตยหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ถ้าใครจะมาทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ก็ต้องดูว่าท่าเรือคลองเตยจะได้ประโยชน์อย่างไร หรือจะเอาพื้นที่ไปให้เช่าทำอย่างอื่นแล้วมีรายได้ดีกว่า ก็เป็นเรื่องที่การท่าเรือต้องพิจารณาให้รอบคอบ

ต้านกาสิโน! ‘อดีตครูวีระ’นัดรวมพล แต่งขาวหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษเย็นนี้

ต้านกาสิโน! 'อดีตครูวีระ'นัดรวมพล แต่งขาวหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษเย็นนี้

ต้านกาสิโน! ‘อดีตครูวีระ’นัดรวมพล แต่งขาวหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษเย็นนี้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.39 น.

อดีตครูวีระนำทีมต้าน ‘กาสิโน’ ชวนแต่งขาว รวมพลหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษเย็นนี้

วันที่ 8 เมษายน 2568 นายวีระ สุดสังข์ หรือ “ฟอน ฝ้าฟาง” ศิลปินมรดกอีสาน ปี 2558 อดีตครูสอนภาษาไทย นักเขียนอิสระ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลและสโมสรนักเขียนภาคอีสาน

โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ประกาศอย่างเป็นทางการ ด้วยสามัญสำนึกของความเป็นครู, สามัญสำนึกของความเป็นนักประพันธ์และสามัญสำนึกของความเป็นนักบวช เมื่อเห็นสิ่งวิปริตวิปลาสจะอุบัติขึ้นในสังคมอย่าง “บ่อนกาสิโน” อันสวนทางกับคำสอนของพระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยสามัญสำนึก 3 ประการหลักนั้น ข้าพเจ้าจึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ 

อนึ่ง สิทธิ เสรีภาพ ในสังคมที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ มีเสียงโต้แย้ง คัดค้าน ต่อต้านนโยบายของรัฐบาลที่ปฏิบัติตนขัดกับศีลธรรมอันดีงามของทุกศาสนาและหวังว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศและรัฐสภาจะมีสามัญสำนึกนี้ไปพร้อมๆกัน เพื่อยุติการก่อเกิดของบ่อนกาสิโน

ข้าพเจ้า ไม่มีอคติใด ๆ กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แต่ “ข้าพเจ้ามีอคติกับความคิดที่นำสังคมไปสู่ความเสื่อมทราม” เพราะข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า “บ่อนการพนันทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายจะนำพาความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติได้”

 นี่คือการต่อสู้บนถนนการเมืองของข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผลแพ้ชนะข้าพเจ้ามิอาจประเมินได้ แต่เป็นจุดยืนที่ยืนยันว่า “ในฐานะครู ในฐานะนักประพันธ์ ในฐานะนักบวช ข้าพเจ้ามิอาจนิ่งดูดายกับเหตุการณ์นี้ให้เป็นที่คลางแคลงใจของลูกศิษย์ เป็นที่สงสัยของนักอ่าน เป็นที่กังขาของพุทศาสนิกชน”

วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 – 18.00 น. ณ ลานสถานีรถไฟศรีสะเกษ “ชาวศรีสะเกษนัดชุมนุมประท้วงแสดงสัญลักษณ์คัดค้านบ่อนกาสิโน” ขอเชิญชาวศรีสะเกษทุกท่าน ชาวอุบลราชธานี ชาวยโสธร ชาวร้อยเอ็ด ชาวสุรินทร์ที่อยู่ใกล้เคียงติดเขตศรีสะเกษ ร่วมพบปะกันตามวันเวลาดังกล่าว (เน้นแต่งกายด้วยชุดสีขาว)

ทั้งนี้เจ้าตัวได้โพสต์อีกว่า เย็นวันนี้ที่ศรีสะเกษ ใครพร้อมมาร่วมใจกัน ใครไม่พร้อมไม่เป็นไร “ระบอบประชาธิปไตย เราเลือกมาได้ก็ไล่กลับได้”

‘ปธ.วิปค้าน’ยกธรรมเนียมบี้‘นายกฯ’ หากสภาฯคว่ำร่าง’กม.กาสิโน’ต้อง’ยุบสภา-ลาออก’

‘ปธ.วิปค้าน’ยกธรรมเนียมบี้‘นายกฯ’ หากสภาฯคว่ำร่าง'กม.กาสิโน'ต้อง'ยุบสภา-ลาออก'

‘ปธ.วิปค้าน’ยกธรรมเนียมบี้‘นายกฯ’ หากสภาฯคว่ำร่าง’กม.กาสิโน’ต้อง’ยุบสภา-ลาออก’

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.39 น.

ต้องลาออก-ยุบสภา! ‘ปธ.วิปค้าน’ ยกธรรมเนียมการเมืองฟาด ‘นายกฯ’ หากร่าง ’กม.สถานบันเทิงครบวงจร’ร่วงสภาฯตั้งแต่วาระแรก  เหตุคุมเสียงพรรคร่วมรบ.ไม่อยู่ เตรียมขอมติ ‘ฝ่ายค้าน’ เปิดจุดยืน เผย ‘ปชน.’ ไม่รับหลักการตะเพิด ‘กิตติรัตน์’ กลับไปอ่าน ‘ตรรกะวิบัติ101’

เมื่อวันที่ 8 เมษายน  ที่รัฐสภา  นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่อการลงมติในวาระรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ที่จะมีการพิจารณาในวันที่ 9  เมษายนว่า  เบื้องต้นพรรคประชาชนหารือแล้วจะไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์  ส่วนพรรคการเมืองฝ่ายค้านจะขอมติในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง โดยเห็นว่าการเร่งรีบผลักดันของรัฐบาล เป็นประเด็นหนึ่งที่พรรคประชาชนจะไม่เห็นชอบกับร่างฉบับนี้

 “หนึ่งเหตุผลแรกคือความเร่งรีบจนผิดปกติ  ที่ไม่แน่ใจว่าจะรีบไปขนาดนี้ทำไม ในเมื่อต่อให้ผ่านไปแล้ว เอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์ที่อยากเห็นทั้งหมดกว่าจะเสร็จใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 ปี  ดังนั้น เหตุใดจึงรอ 2-3เดือน เพื่อให้เนื้อหารายละเอียดรอบคอบกว่านี้ไม่ได้  และนำไปสู่เหตุผลถัดไปว่าในรายละเอียดและสิ่งที่รัฐบาลพูดกลับไปกลับมาไม่มีความชัดเจนใดใด ทั้งเรื่องวัตถุประสงค์ และใบอนุญาตจะโปร่งใสเพียงพอหรือไม่ หากให้อำนาจกับคณะกรรมการนโยบายตกลงใครจะได้รับใบอนุญาต“ นายปกรณ์วุฒิกล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบายตอนหาเสียงเลือกตั้งของพรรคก้าวไกล และชี้แจงว่าสิ่งที่ได้นำเสนออยู่ภายใต้เงื่อนไข การศึกษาอย่างรอบคอบ  โดยอ้างว่ามีสำนักข่าวหนึ่งที่มีช่องดิจิทัลเป็นของตัวเองเอาคลิปไปลง และอ้างว่าตนเองเคยดันเรื่องสุดตัว แต่ตัดคลิปบางช่วงบางตอน โดยย้ำถึงการอภิปรายครั้งนั้นว่า 1.จะต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟอกเงิน และ 2.จะต้องศึกษาให้แน่ชัดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นเป็นไปได้จริงหรือไม่  ซึ่งสื่อมวลชนดังกล่าวที่ได้ตัดตอนบางช่วงไปเผยแพร่ ถือว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง ไร้จรรยาบรรณของสื่อมวลชน

นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีหากร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรกว่า ตามธรรมเนียมทางการเมือง หากร่างถูกส่งมาจาก ครม. โดยธรรมเนียมฯ นายกฯต้องลาออก หรือยุบสภา เพราะไม่สามารถคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลได้ และกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายการเงิน ทั้งนี้ การโหวตวาระแรกพรุ่งนี้ (9 เมษายน) จะต้องติดตามดูว่าจะมีพรรคร่วมรัฐบาลใดบ้าง เนื่องจากมีบางพรรคไม่เห็นด้วย แต่ไม่แน่ใจว่ามีการต่อรองหรือไม่ในการผ่านกฎหมายฉบับนี้

 “ยอมรับว่าเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ห่างจากเสียงรัฐบาลมากพอสมควร แต่ไม่ได้กังวลความวุ่นวายจากกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้าน  ซึ่งเป็นสิทธิ์ความชอบธรรมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรนำไปคิดทบทวนว่าจำเป็นต้องเร่งรีบให้ผ่านวาระที่หนึ่งในวันพรุ่งนี้และในสมัยประชุมนี้จริงหรือไม่” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าวานนี้(7 เมษายน) มีกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาข่มขู่พรรคร่วมรัฐบาล หากไม่โหวตสนับสนุนร่างกฎหมายหมายเอ็นเตอร์เมนต์คอมเพล็กซ์ ให้ถอนตัวออกไปจากพรรคร่วมรัฐบาล มองว่าเป็นคนนอกครอบครัวรัฐบาลหรือไม่  นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมเนื่องจากไม่ทราบว่าแหล่งข่าวเป็นใคร และเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ขอให้พรรคเพื่อไทย เป็นคนชี้แจง เพราะไม่สามารถตัดสินได้ว่านายทักษิณพูดจริงหรือไม่

เมื่อถามว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.คลัง ออกมาระบุการคัดค้านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นเพราะอีกฝ่ายปกป้องบ่อน ไม่ให้นำขึ้นมาบนดิน นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ให้กลับไปอ่านตรรกะวิบัติ  

‘นายกฯ’สั่งตรวจตึกเอกชน-ราชการ’ใหม่ทั้งหมด ทำโมเดล‘ตึก สตง.’ถล่ม ขีดเส้น 90 วันฟันคนผิด

‘นายกฯ’สั่งตรวจตึกเอกชน-ราชการ’ใหม่ทั้งหมด ทำโมเดล‘ตึก สตง.’ถล่ม ขีดเส้น 90 วันฟันคนผิด

‘นายกฯ’สั่งตรวจตึกเอกชน-ราชการ’ใหม่ทั้งหมด ทำโมเดล‘ตึก สตง.’ถล่ม ขีดเส้น 90 วันฟันคนผิด

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.30 น.

‘นายกฯ’สั่งทบทวนตรวจตึก-อาคารใหม่‘เอกชน-ราชการ’ทั้งหมด เพิ่มมาตรการรองรับ‘แผ่นดินไหว’ดึง 4 สถาบันวิศวะ-กรมโยธาธิการฯ ร่วมทำโมเดลเหตุ‘ตึก สตง.’ถล่ม ขีดเส้น 90 วัน ลั่นต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน

เมื่อเวลา 09.55 น.วันที่ 8 เม.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังรับฟังรายงานผลการตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ จากคณะกรรมสอบสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง.) ว่า วันนี้ได้หลายข้อสรุป คือ ขอให้ความมั่นใจประชาชนกฎหมายที่ออกมาเกี่ยวกับการสร้างอาคารสามารถรองรับในเรื่องแผ่นดินไหวแบบที่เกิดขึ้นมาได้ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงเท่าเดิมก็จะไม่ทำให้ตึกเกิดการถล่ม

แต่ตึกเหล่านั้นต้องทำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งเราจะเห็นว่าไม่มีตึกไหนจะมีความเสียหายที่มากมีเรื่องของการกะเทาะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตึกที่ถล่มมีเพียงตึกเดียวที่เราเอามาดูในเรื่องข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเมื่อสักครู่พอได้คุยกันก็ได้ข้อสงสัยหลายเรื่องเป็นข้อสงสัยที่ค่อนข้างสำคัญอย่างมากตั้งแต่เริ่มต้นและในกระบวนการด้วย และอีกอย่างที่ต้องทำคือว่าไซต์งานก่อสร้างที่เกิดเหตุยังต้องใช้เวลาในการเคลียร์พื้นที่ 1 เดือน

นายกฯ กล่าวต่อว่าโดยที่ประชุมฯในวันนี้ได้ข้อเราจะใช้ 4 สถาบันการศึกษาและกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อทำโมเดลจำลองเหตุการณ์ตึกถล่มที่เกิดขึ้นจริง เพื่อที่จะให้รับทรายว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตึกถล่ม เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตคน ทั้งนี้ รัฐบาลติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และพูดคุยกับคณะทำงานแล้วบอกว่าโมเดลที่จะทำจากแต่ละสถาบันใช้เวลาประมาณ 90 วัน แต่ดิฉันบอกว่าเร็วกว่านี้ได้หรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องละละเอียดและมีหลายข้อที่ทำให้ตึกถล่ม เพื่อความแน่ชัด ผู้เกี่ยวข้องจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน  เพื่อให้เกิดความร่วมมือและความโปร่งใสในการตรวจสอบ ให้ประชาชนได้เข้าใจว่าเราใช้วิศวกรจาก 4 สถาบันการศึกษาต่างๆกัน เข้ามาทำแยกกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและมั่นใจได้

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตึกทุกตึกที่สร้างตามกฎหมายที่กำหนดขอบเขตครอบคลุมมาเป็นอย่างดีไม่อยากให้ประชาชนต้องหวาดกลัวว่าตึกของเราจะเป็นอย่างไร เราจะเห็นเลยว่าทุกตึกที่เกิดแผ่นดินไหวไม่มีตึกถล่มมีเพียงจุดเดียวเท่านั้น ตนขอให้ความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตามข้อสงสัยที่ได้รับมาในตอนนี้ รอให้ชัดเจนกว่านี้ก่อน และอีกอย่างเมื่อเคลียร์พื้นที่ไซต์ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วก็จะได้ข้อมูลเพิ่มเติม และเก็บข้อมูลไปพร้อมกันๆ นอกจากนี้จะต้องทบทวนกระบวนการตรวจสอบเรื่องของตึกและอาคารใหม่ทั้งหมดทั้งของเอกชนและของราชการ ซึ่งดิฉันบอกแล้วว่าเคยสร้างตึกในภาคเอกชน มีข้อต้องได้รับการอนุมัติมากมาย เราต้องมาทบทวนกันใหม่ว่าการอนุมัติเรานั้นปลอดภัยใช่หรือไม่ กระบวนการต่างๆเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่  และอาคารของราชการเราต้องดูต้องเพิ่มอะไรเข้าไปหรือไม่ แต่อาคารของเอกชนและราชการเราสามารถเพิ่มในเรื่องมาตรการรองรับแผ่นดินไหวเข้าไปเพิ่มได้ด้วย

“ฉะนั้นการทบทวนกระบวนการเหล่านี้ทำให้คล่องตัวและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น ไม่อยากให้มีกระบวนการมากมายเกินไปและไม่เกิดประโยชน์ ส่วนการจะเพิ่มมาตรการอย่างไรเพื่อรองรับตึกที่สร้างในอนาคตไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก นี่คือ ข้อสรุปจากการประชุมฯ” น.ส.แพทองธาร กล่าว

เมื่อถามว่ามีข้อสงสัยเรื่องคุณภาพเหล็ก ที่นำมาใช้ก่อสร้างได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ว่ามีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน นายกฯกล่าวว่า ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยอันนี้เป็นข้อมูลเรื่องของวัสดุต่างๆเกี่ยวข้องแน่นอน  โดยสถาบันต่างๆมาช่วยกันดูประกอบว่า สิ่งใดบ้างที่ทำให้เกิดเหตุนี้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในเรื่องโครงสร้าง จะให้ทางคณะกรรมการวิชาชีพชี้แจง

“ผลการตรวจสอบสาเหตุจะต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน และเราได้ดูแล้วว่าระหว่างทางกว่าที่จะได้โมเดลจำลองจำลองเหตุการณ์ตึกถล่มใน 90 วัน เราจะดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่ทำแล้วผิดกฎหมายบ้าง หรือหากมีการผิดมาตรฐานหรือผิดกระบวนการก็ผิดกฎหมายอยู่ดี เรื่องไหนที่ผิดกฎหมายเราดำเนินคดีควบคู่กันไปอยู่แล้ว แต่ผลสรุป 100 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ทราบว่าทั้งตึกเป็นเพราะอะไรจึงเกิดการถล่ม”นายกฯ กล่าว

เมื่อถามอีกว่าจะมีการดำเนินการกับบริษัทที่ผลิตเหล็กหรือไม่ ภายหลังจากที่ออกมาข่มขู่จะย้ายรมว อุตสาหกรรม ที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว นายกฯ ย้อนถามว่าใครจะย้ายรัฐมนตรีอุตสาหกรรม บริษัทจะย้ายรัฐมนตรีอาจจะไม่ถูกต้องในเรื่องกฎหมายหรืออำนาจความจริงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่มีใครโอเค กลับเรื่องการวิ่งเต้น และไม่สนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งตอนยังไม่เคยพูดคุยกับบริษัท บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการก็ต้องพูดคุย

‘โฆษกวันนอร์’ยันปธ.สภาฯ ‘งดออกเสียง’เท่ากับ ‘ไม่สนับสนุน’ แจงเลื่อนวาระประชุมเป็นมติสส.

‘โฆษกวันนอร์’ยันปธ.สภาฯ ‘งดออกเสียง’เท่ากับ ‘ไม่สนับสนุน’ แจงเลื่อนวาระประชุมเป็นมติสส.

‘โฆษกวันนอร์’ยันปธ.สภาฯ ‘งดออกเสียง’เท่ากับ ‘ไม่สนับสนุน’ แจงเลื่อนวาระประชุมเป็นมติสส.

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.23 น.

“เลขาสภาฯ” ป้อง”วันนอร์”เลื่อนร่างพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ เป็นมติที่ประชุม ไม่ใช่การตัดสินใจของประธาน  ด้าน”คัมภีร์” ยัน ประธานสภาฯ “งดออกเสียง” เท่ากับ “ไม่สนับสนุน”

เมื่อวันที่ 8 เมษายน เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา  ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … เป็นลำดับแรก ต่อด้วยร่างพ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข  ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข  ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ…  และ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ… มาพิจารณาในวันที่ 9 เมษายนว่า  เรื่องดังกล่าวทำให้สังคมเข้าใจประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าใช้อำนาจเลื่อนหรือเปลี่ยนระเบียบดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่ความเป็นจริงคือ เป็นอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุม ที่มีการเสนอญัตติให้เลื่อนระเบียบและวาระขึ้นมา เป็นผลให้การพิจารณาในวันที่ 9 เมษายน มีการพิจารณากฎหมาย 5 ฉบับเป็นวาระแรก 

 “จึงเป็นการยืนยันว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ใช้อำนาจของประธานแต่เป็นไปตามมติในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าว 

ด้านนายคัมภีร์  ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ว่า จากที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรถูกกล่าวหา ว่าเป็นมุสลิมแต่ไม่ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม สนับสนุนให้มีการเลื่อนร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิง ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจผิด จึงขอชี้แจงว่า การเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมนั้นเป็นหน้าที่ของสมาชิกที่เสนอเข้ามาในที่ประชุมมีมติเป็นอย่างไร ก็ดำเนินการตามมตินั้น 

โฆษกประธานสภาฯกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นใดที่เกี่ยวกับศาสนา ประธานสภาฯก็จะใช้วิธีการงดออกเสียง เช่นเดียวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ก็ใช้วิธีการงดออกเสียงคือการไม่เห็นด้วย หากเห็นด้วยพี่น้องมุสลิมทั้งประเทศคงจะกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม เพราะในเรื่องของอบายมุขมอมเมาประชาชน คนไทยส่วนรวมก็ไม่เห็นด้วย รวมถึงพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่มีมุสลิมเป็นหลักก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

 “ดังนั้นการไม่เห็นด้วยของประธานสภาฯ คือการงดออกเสียง เพราะหากบอกว่าไม่เห็นด้วย จะถือว่าเป็นการไม่เห็นด้วยแค่บางส่วน จึงต้องใช้วิธีการงดออกเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการของศาสนาที่อิสลาม”โฆษกประธานสภาฯ กล่าว

‘นายกฯอิ๊งค์’ แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ปมไฮโซเก๊แอบอ้างแชทไลน์ปลอม

'นายกฯอิ๊งค์' แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ปมไฮโซเก๊แอบอ้างแชทไลน์ปลอม

‘นายกฯอิ๊งค์’ แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ปมไฮโซเก๊แอบอ้างแชทไลน์ปลอม

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.14 น.

 “นายกฯ” แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ปม ไฮโซเก๊แอบอ้างแชทไลน์ปลอม

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีไฮเก๊แอบอ้างว่ามีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีผ่านทางแชทไลน์ ว่าในเรื่องนี้คณะทำงานตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าไลน์ที่นายกรัฐมนตรีใช้กับไลน์ปลอมของไฮโซเก๊ ไม่เกี่ยวข้อง และไม่เหมือนกัน ที่สำคัญคือการเจรจาหรือการพูดคุยกันในไลน์ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน นอกจากนี้ คณะทำงานได้ตรวจสอบไปที่พรรคเพื่อไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีบุคคลดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมยืนยันด้วยว่า ตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีทั้งหมด 3 คน คือตน นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส่วนที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีเพียง 5 คน 

นายจิรายุ กล่าวว่า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และคณะทำงานได้ลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าการแอบอ้างนายกรัฐมนตรี หรือการมีบทสนทนาที่ก๊อปหน้าจอไปแอบอ้างผู้เสียหายไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขอยืนยันอีกครั้งว่านายกรัฐมนตรี และทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการพิมพ์นามบัตรใช้โลโก้ตราสัญลักษณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีในระบบ