‘ทวี’ป้อง‘ทักษิณ’ไร้ความคิด‘ขับออก’ ยันดัน‘กม.กาสิโน’ไม่เกี่ยวหลักศาสนา

‘ทวี’ป้อง‘ทักษิณ’ไร้ความคิด‘ขับออก’ ยันดัน‘กม.กาสิโน’ไม่เกี่ยวหลักศาสนา

‘ทวี’ป้อง‘ทักษิณ’ไร้ความคิด‘ขับออก’ ยันดัน‘กม.กาสิโน’ไม่เกี่ยวหลักศาสนา

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.12 น.

‘ทวี’พลิ้วดัน‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ไม่เกี่ยวหลักศาสนา เชื่อทำความเข้าใจฐานเสียงที่เป็นมุสลิมได้ ชี้ สส.ทุกคนมีอิสระ ป้อง‘ทักษิณ’ไร้ความคิด‘ขับออก’พรรคร่วมรัฐบาลที่เห็นต่าง

8 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชาติต่อร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาซึ่งอยู่ในข้อ 7 เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ต่อยอดจากมาตรการฟรีวีซ่า เพื่อให้เกิดสถานบันเทิงครบวงจร และส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ให้มีการจับจ่ายใช้เงิน ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาล สิ่งที่รัฐบาลเสนอเข้ามา มี 3 วาระ วาระแรก เราจะพิจารณาเฉพาะหลักการ คือจะให้มีกฎหมายสถานบันเทิงฯ ทั้งนี้ รัฐบาลต้องปฏิบัติตามนโยบายแถลงต่อสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในส่วนของ สส. มีหน้าที่พิจารณากฎหมาย  และสามารถแก้ไขได้หมด ไม่ว่าจะตัดหรือจะเพิ่ม แต่ที่แก้ไม่ได้อย่างเดียวคือเรื่องหลักการ และอยากให้ไว้ใจสภา เพราะกฎหมายที่ผ่านสภาน่าจะดีกว่ากฎหมายที่ผ่านการยึดอำนาจ เพราะไม่ได้ฟังเสียงใครเลย แต่กฎหมายนี้ฟังเสียงประชาชน อีกทั้งไม่ใช่เป็นเรื่องศาสนา แต่เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่ง สส.ทุกคนมีอิสระ

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าจะให้ สส.ประชาชาติ ฟรีโหวตใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สส. ก็ต้องไปพิจารณา อีกทั้งเป็นเพียงขั้นตอนรับหลักการ แม้จะมีเรื่องการพนัน แต่เราก็มีการกำหนดเงื่อนไขคือ ต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาท ซึ่งตรวจสอบแล้ว คนไทยมีเงินฝากจำนวนนี้ประมาณ 26,000 คน ดังนั้นเราเปิดให้ต่างชาติเข้า

เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทุกคนมีอิสระ เราเข้าใจในเรื่องศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยที่อยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเรามีกฎหมายในลักษณะนี้ก็อยากให้ทำความเข้าใจ ยืนยันว่ารับฟังความเห็นของทุกคน แต่เรามีสภาซึ่งก็อาจจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ แม้จะแก้หลักการไม่ได้ แต่อาจจะมีกฎหมายเรื่องการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงฯ ส่วนเรื่องเหตุผลแต่ละรายมาตรา สามารถปรับแก้ได้ ส่วนจะรับหรือไม่ให้ดูวาระที่ 3

เมื่อถามว่า มีคนคัดค้านจำนวนมาก กังวลหรือไม่ว่าจะกระทบต่อฐานเสียงของพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี และได้แสดงจุดยืนแล้วว่า คนมุสลิมจะทำอะไรที่ขัดหลักศาสนาไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติคนมุสลิมก็ต้องอยู่ร่วมกัน เพราะในวันนี้ เรามีกฎหมายที่มีดอกเบี้ยเป็นจำนวนมาก และมีการตั้งธนาคารอิสลาม ในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อมีพื้นที่ให้พี่น้องได้ใช้ช่องทางนี้

เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการมีกาสิโน ช่วยเรื่องเศรษฐกิจใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำความเข้าใจ แต่ในส่วนของ สส. ต้องพิจารณากฎหมาย อะไรที่เห็นว่าขัดหลักการ ก็สามารถแก้ไขได้ เราต้องอยู่ในสังคมที่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง

เมื่อถามต่อว่า ยอมรับกับผลที่จะตามมาหากเห็นด้วยกับรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมายที่คุ้มครองปกป้องประชาชน และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ซึ่งกฎหมายนี้ก็ผ่านการรับฟังความเห็นประชาชนมา 4 รอบ โดยวันพรุ่งนี้ก็ต้องมีการพูดคุยในสภา

ส่วนที่มีข่าวนายทักษิณ ขู่ขับพรรคร่วมออกจากรัฐบาล หากไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎหมายดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทางเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกำลังหาตัวคนที่ปล่อยข่าว เชื่อว่านายทักษิณไม่มีความคิดอย่างนี้ เราต้องมีความเข้าใจ เรายืนอยู่บนระบอบประชาธิปไตย สังคมก็เข้าใจว่านายกฯ ได้แถลงนโยบายต่อสภาว่าจะมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งวันนั้นไม่มีใครค้าน และวันนี้กฎหมายกำลังเข้าสู่สภา ซึ่งเป็นการรับหลักการ ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ก็สามารถแก้ไขได้

เมื่อถามว่า วันนี้จะขอความชัดเจนจากนายกฯ อีกครั้งหรือไม่ ว่าถ้าไม่เห็นด้วยจะถึงขั้นขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายกฯ ชัดเจนแล้ว การเป็นรัฐบาลเราอยู่ร่วมกันแบบให้เกียรติและเคารพกัน อย่างกระทรวงยุติธรรม ก็ยึดกฎหมายเป็นหลัก และเห็นว่าร่างกฎหมายนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอของผู้นำศาสนาต่างๆ เราก็ต้องรับฟัง หาก สส. ไม่รับผิดชอบไม่พิจารณากฎหมาย แม้อาจทำสุดโต่งไม่ได้ทั้งหมด แต่ต้องรักษาพื้นที่ เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม จะไม่ใช้ในพื้นที่ที่มีการใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก ดังนั้นกฎหมายสมรสเท่าเทียมจึงไม่บังคับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ จ.สตูล นี่คือตัวอย่าง หน้าที่ของ สส. ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเมื่อมาด้วยประชาชนก็ต้องปกป้องประชาชน

ส่วนที่นักวิชาการออกมาระบุว่าเรื่องนี้อาจขัดรัฐธรรมนูญรวมไปถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วยนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ประชาชนและสมาชิกรัฐสภาได้อ่าน ไม่มีตรงไหนที่บิดเบือน ส่วนความเหมาะสมหรือไม่นั้น เหตุใดตอนแถลงนโยบายถึงไม่ต่อต้าน อะไรที่เกินไปก็รับฟัง และขอบคุณนักวิชาการที่ห่วงใย ก็อยากให้ส่งข้อมูลกับกรรมาธิการ จะได้ร่วมกันพิจารณา

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องม็อบหรือไม่ เพราะมีคนคัดค้านหลายส่วน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องประชาธิปไตยเราต้องเคารพ  การออกมาเรียกร้องก็ต้องรับฟัง

ส่วนที่ สว. เสนอให้มีการทำประชามติ ว่าควรมีกาสิโนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในข้อบังคับการประชุมกฎหมายสามารถเปิดรับฟังความเห็นได้ในระหว่างพิจารณา

‘สมศักดิ์’ ยันร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ 9 เม.ย.นี้ แค่วาระแรก เชื่อพรรคร่วมยังคุยกันได้

‘สมศักดิ์’ ยันร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ 9 เม.ย.นี้ แค่วาระแรก เชื่อพรรคร่วมยังคุยกันได้

‘สมศักดิ์’ ยันร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ 9 เม.ย.นี้ แค่วาระแรก เชื่อพรรคร่วมยังคุยกันได้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.08 น.

“สมศักดิ์” บอก ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ ถกสภาฯ 9 เม.ย.นี้ แค่วาระแรก ชี้ พรรคร่วมยังคุยรายละเอียดกันได้ในวาระสอง เชื่อ จะผ่านไปได้ด้วยดี

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 09.45 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร หรือ ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ ว่า ร่างที่จะเข้าสภายังเป็นเพียงวาระแรก ซึ่งคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ส่วนที่ยังมีคนไม่เห็นด้วย หากดูรายละเอียดในวาระสองทุกพรรคยังสามารถพูดคุยปรับปรุงแนวทางต่างๆได้ ซึ่งกาสิโนถือเป็นเรื่องเล็กมากในร่างกฎหมายฉบับนี้ เป้าหมายหลักเราต้องการเอาการท่องเที่ยวเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ จะเป็นแม่เหล็กตัวหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว 

ส่วนกรณีที่แพทย์ และ 153 จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แถลงจุดยืนไม่เห็น ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าพี่น้องประชาชนในชนบท เชื่อว่าหากมีเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ไปตั้งจะเกิดการพัฒนาได้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะนำสิ่งต่างๆเข้ามา ซึ่งเข้าใจว่าในร่างกฎหมายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนในส่วนที่เกรงว่าจะติดการพนัน ซึ่งกรมสุขภาพจิตจะมีบทบาทดำเนินการดูแลส่วนต่างๆ ตนจึงอยากให้หมอดูเรื่องการเยียวยาดูแล โดยที่วันนี้ขอให้มองภาพรวม เชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี 

‘ประเสริฐ’เผยพ.ร.ก.ไซเบอร์เข้าครม.วันนี้ ก่อนรอประกาศราชกิจจานุเบกษา ยันมีผลทันที

'ประเสริฐ'เผยพ.ร.ก.ไซเบอร์เข้าครม.วันนี้ ก่อนรอประกาศราชกิจจานุเบกษา  ยันมีผลทันที

‘ประเสริฐ’เผยพ.ร.ก.ไซเบอร์เข้าครม.วันนี้ ก่อนรอประกาศราชกิจจานุเบกษา ยันมีผลทันที

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.05 น.

‘ประเสริฐ’เผยกฤษฎีกาแยกร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์ เป็นสองร่างป้องกันเงินดิจิทัลไหลออกนอกระบบ ชี้ เข้า ครม.วันนี้ ก่อนรอประกาศราชกิจจานุเบกษา  ยันมีผลทันที

เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 8 เมษายน  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ พ.ร.ก.ไซเบอร์ จะเข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยก่อนหน้านี้เคยเข้าครม. ไปแล้ว และทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจสอบร่าง พ.ร.ก. อีกครั้ง เมื่อได้ตรวจสอบเสร็จแล้วได้แยกออกเป็น 2 ร่าง คือ ร่างพ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 1ร่าง และ ร่างพ.ร.ก. ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อีกร่าง ซึ่งดูแล้วถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะ ร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีมาตรการหลายอย่างที่ควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล คือ กำหนดผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ต่างประเทศ แต่มาทำธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเดิม พ.ร.ก. นี้ไม่ได้ควบคุมดูแล หลังจากที่มีการแก้จะมีการกำหนดคุณลักษณะของบริษัทประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ว่ามีคุณสมบัติอย่างไร และจะมีมาตรฐานกำกับดูแลออกมา ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเงินที่ไหลออกทางสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีทางควบคุม ถือเป็นการปิดช่องทางที่สำคัญ และตัดช่องทางการเงินของมิจฉาชีพ

นายประเสริฐกล่าวว่า ร่างพ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี ที่เสนอไปก่อนหน้านี้เป็นอีกร่างหนึ่ง โดยหลักการเกี่ยวกับการมีส่วนรับผิดชอบของธนาคาร และแพลตฟอร์มต่างๆ พร้อมย้ำว่า จะเข้าสู่ที่ประชุมครม. การพิจารณาในวันนี้ นอกจากนี้  เงินปกติ และเงินดิจิทัล จะถูกโฮลไว้ซึ่งมีการกำหนดดูแลส่วนนี้ ส่วนบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลมีจำนวนเท่าใดนั้น ก็ต้องตรวจสอบกับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ก่อน พร้อมระบุว่า หลังจากนี้ไม่ต้องให้กฤษฎีกาดูอีกครั้งแล้ว โดยหากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันนี้ ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

‘นภินทร’ เผย ‘พาณิชย์’ ทำหน้าที่ส่งข้อมูลนอมินีให้ดีเอสไอตรวจสอบ ยันหลังสงกรานต์ลงพื้นที่เข้มข้น

‘นภินทร’ เผย ‘พาณิชย์’ ทำหน้าที่ส่งข้อมูลนอมินีให้ดีเอสไอตรวจสอบ ยันหลังสงกรานต์ลงพื้นที่เข้มข้น

‘นภินทร’ เผย ‘พาณิชย์’ ทำหน้าที่ส่งข้อมูลนอมินีให้ดีเอสไอตรวจสอบ ยันหลังสงกรานต์ลงพื้นที่เข้มข้น

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.03 น.

นภินทร เผย ก.พาณิชย์ ทำหน้าที่ส่งข้อมูลนอมินีให้ดีเอสไอตรวจสอบ ระบุ หลังสงกรานต์ลงพื้นที่เข้มข้น ย้ำ ให้ดีเอสไอฟันทุกฐานความผิด

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิยช์ กล่าวถึงความคืบหน้า กล่าวถึงการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์ป้อนข้อมูลให้ดีเอสไอดำเนินการ เบื้องต้นเราทราบดีแล้วว่าคนไทยถือหุ้น 49%และเป็นต่างชาติถือหุ้น 51% โดยต่างชาติเป็นกรรมการในการลงนาม และพื้นฐานของคนไทย 3 คนที่ถือหุ้นไม่น่าจะมีฐานะในการถือหุ้นได้ และขณะนี้ดีเอสไอกำลังตามหาทั้ง 3 คนอยู่แต่ยังไม่พบ อย่างไรก็ตาม ต้องใช้วิธีการหาหลักฐานเพิ่มเติม เช่น ให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของทั้ง 3 คน ตรวจสอบบัญชีการเงินต่างๆว่า ทั้ง 3 คนมีรายได้เงินฝากเพียงพอในการลงทุนหรือไม่ สิ่งนี้เป็นหลักฐานที่ดีในการดำเนินคดี แต่เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นนอมินีจริง รอหลักฐานบางอย่างเท่านั้นเอง อยู่ระหว่างรอดีเอสไอรวบรวมหลักฐาน

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบผู้ถือหุ้นบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เกี่ยวพันกับอีก 13 บริษัทหรือไม่ ซึ่งเราตรวจสอบอยู่และส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ ส่วนบริษัทเหล็ก เรามีข้อมูลว่าเกี่ยวพันกับอีก 20 กว่าบริษัท ซึ่งให้ดีเอสไอตรวจสอบเหมือนกัน

เมื่อถามว่านอกจากส่งข้อมูลให้ดีเอสไอกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการเอาผิดอื่นๆหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า อำนาจอยู่ที่ดีเอสไอ เรามีหน้าที่ส่งข้อมูลในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว(นอมินี) ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเข้มข้นสำหรับนอมินีอื่น ซึ่งหลังจากสงกรานต์จะมีการลงพื้นที่อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอมินีหรือสินค้าด้อยคุณภาพ หลังสงกรานต์นี้จะได้เห็น ตนตั้งคณะทำงานไว้ 5 คณะด้วยกัน ทั้งนี้ สำหรับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจในการระงับการจดทะเบียน ถ้าเขายื่นเอกสารได้ครบเราต้องจดทะเบียนให้ แต่เมื่อเราสงสัยว่าบริษัทใดเป็นนอมินี เราจะส่งข้อมูลนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ในการติดตามการตรวจสอบบัญชีต่อ ซึ่งเราส่งข้อมูลหลายบริษัทให้ ขอให้เข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้งานบริการ อำนาจในการสืบสวนสอบสวนเอาผิดทางอาญา เราไม่มีอำนาจ เราไม่ใช่พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แต่เราส่งข้อมูลที่เราสงสัยให้หน่วยงานที่มีอำนาจ และการส่งข้อมูลก็ไม่ได้ล่าช้า ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ อย่างไรก็ตามเรากำชับว่าหากหน่วยงานตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีความผิดฐานใดก็ให้ดำเนินการทุกฐานอย่างถึงที่สุด

‘พิชัย’ยังไม่ชัดวันบินเจรจาสหรัฐฯปมกำแพงภาษี รอประชุมร่วมนายกฯ

'พิชัย'ยังไม่ชัดวันบินเจรจาสหรัฐฯปมกำแพงภาษี รอประชุมร่วมนายกฯ

‘พิชัย’ยังไม่ชัดวันบินเจรจาสหรัฐฯปมกำแพงภาษี รอประชุมร่วมนายกฯ

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.59 น.

“พิชัย” ยังไม่ชัดวันบินเจรจาสหรัฐฯ ปมกำแพงภาษี ขอรอตอนบ่ายหลังประชุมร่วมนายกฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เมษายน  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพิชัย  ชุณหวชิร  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปเจรจากับสหรัฐอเมริกาหลังถูกตั้งกำแพงภาษีนำเข้าของประเทศไทยว่า ขอรอฟังความชัดเจนหลังประชุมติดตามมาตรการการค้าสหรัฐอเมริกา ช่วง 13.00 น. ร่วมกับนายกรัฐมนตรีก่อน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีกำหนดการเดินทางไปกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) วันที่ 17 เมษายนใช่หรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า ตนสับตารางได้ ว่าอะไรสำคัญไม่สำคัญเมื่อถามถึงกรณีที่ประชุม ครม.วันนี้มีวาระพิจารณาเสนอมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย นายพิชัย กล่าวว่า จะมีการพิจารณาวันนี้

ถามความคืบหน้าการเสนอชื่อประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) นายพิชัย เปิดเผยว่า จะยังไม่มีการเสนอ ครม. สัปดาห์นี้ เพราะยังไม่ทัน

‘สว.’ยกโขยงจี้‘รัฐบาล’ถอนร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯพ้นสภาฯ

'สว.'ยกโขยงจี้‘รัฐบาล’ถอนร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯพ้นสภาฯ

‘สว.’ยกโขยงจี้‘รัฐบาล’ถอนร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯพ้นสภาฯ

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.42 น.

หยุดกม.บ่อนกาสิโน! ’สว.’ ยกโขยงแถลง จี้ ‘รัฐบาล’ ถอนร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ออกจากการพิจารณาในสภาฯ แนะทำประชามติ  ขู่หากโหวตรับหลักการ จ่อยื่น‘ปปช.-ศาลรธน.’สอบจริยธรรม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 เมษายน ที่รัฐสภา สว.กว่า 50 คน นำโดยนายพิสิษฐ์  อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การวุฒิสภา แถลงคัดค้านการนําร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งรวมถึงคาสิโน ที่จะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 เมษายนนี้

โดยนายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เราเห็นด้วยกับสถานบันเทิงครบวงจร แต่เราไม่เห็นด้วยกับคาสิโน และขอบอกว่า หยุดร่างกฎหมายบ่อนกาสิโน ก่อนที่ความมั่นคงชาติจะถูกรื้อถอนโดยกระบวนการนิติบัญญัติที่ขาดความชอบธรรม  ฉะนั้น พวกตนสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง จึงขอแถลงจุดยืนคัดค้านการนําร่างดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 เมษายนนี้  เนื่องจากการดําเนินการดังกล่าวเป็นการเร่งรัด ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า มีสว.เกิน 100 คน มีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวที่กำหนดให้มีกาสิโน ร่วมกับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงและขอคัดค้าน พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการออกเสียงประชามติต่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ตามที่กฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติกำหนดให้ต้องทำคือการดำเนินการสิ่งที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง และประโยชน์โดยรวมของประเทศ

นายพิสิษฐ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ หากไม่ทำอาจเข้าข่ายทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 172 รวมถึงพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) มาตรา 123/1 หากพบการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใดมิชอบ นอกจากนั้น ในเหตุผลทางจริยธรรมถือว่าการเปิดกาสิโนขัดต่อหลักศีลธรรมของศาสนา รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม

 “กาสิโนไม่ใช่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงไม่ใช่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แท้จริง เนื่องจากปัจจุบันมีคนนิยมเที่ยวในประเทศไทยเพราะมีจุดเด่นเรื่องวัฒนธรรม นอกจากนั้นแล้วกาสิโนอาจทำให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติ และเปิดช่องให้เกิดการฟอกเงิน เกิดทุจริตคอร์รัปชั่น” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจจะทำขอความเห็นตามเว็บไซต์ law.go.th. อ้างถึงผลการรับฟังความคิดเห็นว่ามีประชาชนเห็นด้วย 87% ผ่านเว็บไซต์นั้น ตนได้ตรวจสอบและได้เข้าเว็บไซต์ดังกล่าว พบว่าตนเพียงคนเดียวสามารถแสดงความเห็นกี่ครั้งก็ได้ เพราะไม่มีการยืนยันตัวตน ดังนั้น จึงถือว่าเป็นเว็บไซต์ดังกล่าวจะอ้างว่าเป็นของรัฐบาลไม่ได้ เพราะหลอกลวงไม่น่าเชื่อถือ 

 “ฉะนั้น ขอหยุดการเสนอและถอนจากระเบียบวาระ หากเดินหน้าต้องทำประชามติและทำเวทีรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ที่รวมกาสิโน แม้อ้างผลประโยชน์ประเทศ แต่แฝงด้วยความเสี่ยงรอบด้าน รวมถึงจริยธรรม ขอให้เคารพเสียงประชาชนหยุดกระบวนการผลักดันร่างกฎหมายก่อนที่ประเทศไทยจะเกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ และหาก สภาฯ โหวตรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว สว.จะขอดำเนินการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรม“ นายพิสิษฐ์ กล่าว

‘ไฮโซเก๊’อ่วม!‘เพื่อไทย’เล็งฟันหากทำพรรคเสียหาย ‘ประเสริฐ’ยันไม่เคยเห็น

‘ไฮโซเก๊’อ่วม!‘เพื่อไทย’เล็งฟันหากทำพรรคเสียหาย ‘ประเสริฐ’ยันไม่เคยเห็น

‘ไฮโซเก๊’อ่วม!‘เพื่อไทย’เล็งฟันหากทำพรรคเสียหาย ‘ประเสริฐ’ยันไม่เคยเห็น

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.31 น.

‘ประเสริฐ’เผยนั่ง‘เลขาฯเพื่อไทย’ 3 ปีไม่เคยเห็น‘ไฮโซเก๊’ ชี้พรรคเป็นพื้นที่เปิดอาจผู้ไม่หวังดีเข้าไปก็ได้ หากพรรคเสียหายต้องดำเนินการ

เมื่อเวลา 08.55 น.วันที่ 8 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์กรณีนางสาวริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ หรือคะน้า ดารานักแสดง ถูกไฮโซเก๊ หลอกลวง และมีแชทแอบอ้างว่าพ่อเป็นคนก่อตั้งพรรคเพื่อไทย เคยถูกทาบเป็นรัฐมนตรี รวมถึงปรากฏภาพไฮโซเก๊ใส่เสื้อไทยตั้งแต่ในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ช่วงเวลา 3 ปีกว่าที่นั่งเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ไม่เคยเห็นบุคคลดังกล่าว

เมื่อถามว่า พอมีข่าวนี้ออกไปรู้สึกตกใจหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นสถานที่เปิด อาจจะมีกลุ่มไม่หวังดีเข้าไปก็ได้ ยืนยันว่าตนไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าว

เมื่อถามว่าจะต้องย้อนไปตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ หากทำให้พรรคเพื่อไทยถูกพาดพิง นายประเสริฐ กล่าวว่า อันนี้ก็ต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

‘วราวุธ’ไม่รู้ข่าว‘ทักษิณ’ห้ามพรรคร่วมแตกแถว ดันกม.กาสิโน

‘วราวุธ’ไม่รู้ข่าว‘ทักษิณ’ห้ามพรรคร่วมแตกแถว ดันกม.กาสิโน

‘วราวุธ’ไม่รู้ข่าว‘ทักษิณ’ห้ามพรรคร่วมแตกแถว ดันกม.กาสิโน

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.05 น.

‘วราวุธ’ไม่ทราบกระแสข่าว ‘ทักษิณ’ กำชับพรรคร่วมห้ามแตกแถว ดันกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ลั่นยึดมติวิปรัฐบาล

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 8 เมษายน  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ  ศิลปอาชา  รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวถึงกระแสข่าวนายทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำชับพรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้แตกแถวในการโหวตร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)  ไม่เช่นนั้นจะขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า  อันนี้ตนไม่ทราบ และยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ตนรอดูในส่วนของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)ว่าจะมีแนวทางอย่างไร  ส่วนข่าวที่ออกมาเห็นเมื่อวันที่ 7 เมษายน ทางพรรคเพื่อไทยออกมาปฏิเสธข่าวแล้ว ส่วนตนยังไม่ทราบอะไร ยังไม่ได้มีการประสานมา เพียงแต่รอที่ประชุมวิปรัฐบาลว่าจะมีข้อสรุปออกมาอย่างไร  เพราะที่ประชุมวิปมีตัวแทนของแต่ละพรรคการเมือง จะดูว่าวิปรัฐบาลมีแนวทางออกมาอย่างไร เราก็จะดำเนินการตามมติวิปรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า อันนี้ต้องให้มีการประชุมวิปรัฐบาลกันก่อน คาดว่าจะมีการประชุมในวันที่ 9 เมษายนด้วย จึงต้องรอฟังแนวทางของวิปรัฐบาลจะเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อร่างกฏหมายดังกล่าว นายวราวุธกล่าวว่า รอฟังแนวความคิดของที่ประชุมวิปรัฐบาล ซึ่งจะมีการหารือกัน   เมื่อถามว่า เรื่องขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีจริงใช่หรือไม่  นายวราวุธกล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบข่าว

ถามว่ากังวลหรือไม่ ที่มีประชาชนลุกฮือออกมาต่อต้าน  นายวราวุธกล่าวว่า เห็นจากข่าว แต่ในส่วนของเรารอดู เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องหารือกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ยึดมติของวิปรัฐบาล    

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือในเรื่องนี้ นายวราวุธกล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ครป.คัดค้านกฎหมายกาสิโนเสรี ชี้ถ้ามีต้องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น

ครป.คัดค้านกฎหมายกาสิโนเสรี ชี้ถ้ามีต้องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น

ครป.คัดค้านกฎหมายกาสิโนเสรี ชี้ถ้ามีต้องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.46 น.

ครป. คัดค้านกฎหมายกาสิโนเสรี ชี้ถ้ามีต้องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น

วันที่ 8 เมษายน 2568 นายเมธา มาสขาว รักษาการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวว่า การที่อดีตรัฐมนตรีคลังออกมากล่าวว่า ไม่เห็นมีการเดินขบวนคัดค้านบ่อนการพนันใต้ดินบ้าง ถือว่าเป็นความคิดที่สับสน เพราะบ่อนการพนันผิดกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการกำจัดและบังคับใช้กฎหมาย แต่การนำบ่อนการพนันผิดกฎหมายมาไว้บนดิน ยังมีข้อกังวลอย่างกว้างขวาง ถ้ามีเพื่อการท่องเที่ยวและนำรายได้เข้าประเทศ ก็ควรบังคับให้ชาวต่างประเทศเข้าได้เท่านั้น เหมือนกาสิโนในหลายประเทศไม่อนุญาตให้คนภายในประเทศเข้าเล่น ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจรากฐานจะพังทลายและคนไทยส่วนใหญ่จะสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะเสพติดการพนัน

สำนักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เคยศึกษาว่าการพนันไม่นับรวมเป็นรายได้ประชาชาติ เนื่องจากเป็นการโอนเงินจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง โดยไม่ก่อให้เกิดการผลิตใดๆ รายได้ของคนทั้งหมดรวมกันจะเท่าเดิม ยิ่งจะเป็นการผันเงินจากคนจนไปให้คนรวยเจ้าของกาสิโนมากขึ้น และจ่ายคืนให้รัฐในฐานะภาษีไม่มากมายจากรายได้ของประชาชนมหาศาล ซึ่งรัฐก็จะต้องมารับผิดชอบอีกเป็นวัฎจักร รัฐบาลบอกว่าจะทำให้รายได้ของประเทศสูงขึ้นอย่างมากมายเป็นเพียงข้ออ้างสำหรับการสัมปทานความร่ำรวยโดยการถ่ายโอนรายได้อย่างถูกกฎหมายของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ระบบรัฐและราชการขาดความโปร่งใสและต้องการปฏิรูปครั้งใหญ่

ผมเห็นว่า การเปิดสถานบันเทิงครบวงจร” (Entertainment Complex) เพื่อช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและลดการพนันใต้ดินตามรายงานของสภาฯ ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องผลกระทบทางสังคมได้ โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การปล่อยเงินกู้นอกระบบ ส่วย ธุรกิจสีเทา ปัญหายาเสพติดและแหล่งการฟอกเงิน และอีกด้านหนึ่งหากมีการอนุญาตให้คนไทยเล่นได้อย่างเสรีอาจนำมาซึ่งปัญหาเศรษฐกิจฐานรากของไทยล่มสลายได้ โดยรัฐบาลได้เพียงเงินภาษีเพิ่มจากรายได้ของกาสิโนที่กอบโกยเอาเงินของคนไทยไปจ่ายเพิ่มเติม ส่วนจะให้คนที่มีบัญชีเกิน 50 ล้านบาทเข้าได้เท่านั้น ควรเพิ่มเป็นหลายร้อยล้านแต่กลัวว่าจะมีการแปรญัตติ และคนรวยเหล่านั้นเขาเล่นการพนันในตลาดหุ้นอยู่แล้ว

ครป.เคยออกแถลงการณ์ว่า การพนันถือเป็นหนึ่งในบรรดากิเลสของมนุษย์ที่ต้องถูกควบคุม มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตการดำรงอยู่ของมนุษย์และสังคม ศาสนาพุทธจึงบัญญัติให้เป็นหนึ่งในศีลห้า ที่ต้องห้ามมิให้กระทำมิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นบาป สังคมไทยจึงได้กำหนดให้การพนันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายมาช้านาน อย่างไรก็ตาม เราทราบกันดีอยู่โดยทั่วไปว่า ถึงแม้จะมีกฎหมายควบคุม แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการพนันได้ เพราะมนุษย์นั้นมีความโลภเป็นสันดานมาแต่เกิดโดยปกติ เป็นธรรมชาติที่มนุษย์จะมีทั้งธรรมชาติที่ดี และธรรมชาติที่มืดบอดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมีปัจจัยในการส่งเสริมธรรมชาติที่ดีของมนุษย์ และควบคุมธรรมชาติที่มืดมอด การปล่อยให้ธรรมชาติที่มืดบอดเข้าครอบงำ และกระตุ้นให้ธรรมชาติที่มืดบอดเจริญงอกงาม ย่อมส่งผลกระทบต่อคนผู้นั้นๆ และต่อสังคมที่ดีโดยส่วนรวม จึงต้องมีมาตรการในการควบคุมป้องปราม มิให้ธรรมชาติที่มืดบอดครอบงำวิถีการดำรงชีวิตอันปกติสุขของสังคม

การมีกฎหมายควบคุมการพนันจึงเป็นมาตรการป้องกันและบรรเทา มิให้สิ่งชั่วร้ายในใจมนุษย์เจริญเติบโตกล้าแข็งจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกว้างขวาง ต่อการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขในสังคม การทำให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย จะเท่ากับเป็นการส่งเสริมการกระทำผิดในการดำรงชีวิต กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมเป็นไฟลามทุ่งที่จะเผาผลาญธรรมที่สถิตย์ดำรงอยู่ในใจมนุษย์และในจิตวิญญาณของสังคม สังคมจึงไม่ควรปล่อยให้การกระทำผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อเห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้คนในสังคมและเยาวชนลูกหลาน และโดยเฉพาะกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตอันดีงามที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมที่เราได้สั่งสมกันมาเป็นเวลาช้านาน

นายกฯถกติดตามผลสอบตึกสตง.ถล่ม ย้ำใช้กม.ดำเนินการเด็ดขาด

นายกฯถกติดตามผลสอบตึกสตง.ถล่ม ย้ำใช้กม.ดำเนินการเด็ดขาด

นายกฯถกติดตามผลสอบตึกสตง.ถล่ม ย้ำใช้กม.ดำเนินการเด็ดขาด

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.40 น.

นายกฯเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าผลสอบตึกสตง.ถล่ม ย้ำใช้กระบวนการกฎหมายดำเนินการเด็ดขาด ยึดหลักกม. หาคำตอบบอกชาวโลก

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 8 เมษายน  ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมเพื่อรับฟังรายงานผลการตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่ถล่มหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว  โดยมีนายอนุทิน  ชาญวีรกูล  รองนายกฯและรมว.มหาดไทย  น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และคณะกรรม นายพิศุทธิ์ สุขุม วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง  นายธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ นายเอนก ศิริพานิชกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย  และนาวาเอกณัชฐ์  ลิ้มสุวรรณ์  ผู้แทนสภาวิศวกร เข้าร่วม  

นายกฯกล่าวว่า เราต้องอัพเดทต่อเนื่องเรื่องตึกถล่ม ซึ่งกำหนดเวลาประมาณ 7 วันบวกลบเพื่อคุยในเรื่องนี้ โดยตนได้ไปที่เกิดเหตุ  เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อยู่หลายครั้ง ขอเน้นย้ำอีกทีเรื่องนี้ให้เราสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด ขอรายละเอียดทุกอย่างให้ชัดเจน เพื่อให้ได้คำตอบไม่ใช่เฉพาะประเทศเรา แต่ตอบได้ทั่วโลกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีจุดไหนที่ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดขอให้ใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการให้เด็ดขาด รวบรวมข้อมูลให้ครบ  ขอเน้นย้ำว่าเรื่องนี้จริงจังให้ทุกคนร่วมมืออย่างเต็มที่ตนพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงาน