พม.แถลงผลงาน6เดือน ลุยพันธกิจ9ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทุกกลุ่ม

พม.แถลงผลงาน6เดือน  ลุยพันธกิจ9ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทุกกลุ่ม

พม.แถลงผลงาน6เดือน ลุยพันธกิจ9ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทุกกลุ่ม

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.21 น.

‘วราวุธ’เผย 9 เม.ย. นี้ แถลงผลงานพม. รอบ 6 เดือน ชู พันธกิจ 9 ด้าน ต่อยอด 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร ยกระดับ คุณภาพชีวิตทุกกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า  เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ตนได้รับพระมหากรุณาที่คุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ได้มุ่งมั่นทำงานขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวง พม. เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยต่อยอดขยายผลจากนโยบาย 5 x5 ฝ่าวิกฤตประชากร เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่เป็นสังคมผู้สูงวัย ในขณะที่อัตราเด็กเกิดน้อย ด้วยการขับเคลื่อน พันธกิจสำคัญ (Flagship projects) 9 ด้าน  รวมถึง ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน(ศรส.) เป็นหน่วยงานกลางในการเร่งรัด จัดการ และช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพประชาชน กลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคม   ศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ(ศบปภ.) เป็นหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนงานให้ความช่วยเหลือ ดูแล และเยียวยากลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติเชิงรุก  ซึ่งในวันที่ 9 เมษายน เวลา 10.00 น. ตนจะแถลงผลงานของกระทรวง พม. รอบ 6 เดือน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมทั้งเสนอทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวง พม. ในอนาคตต่อไป

‘เพื่อไทย’อ้างบทวิเคราะห์! ชี้ไทยอาจขึ้นอันดับ 3 โลก หากมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ

'เพื่อไทย'อ้างบทวิเคราะห์! ชี้ไทยอาจขึ้นอันดับ 3 โลก หากมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ

‘เพื่อไทย’อ้างบทวิเคราะห์! ชี้ไทยอาจขึ้นอันดับ 3 โลก หากมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.48 น.

‘เพื่อไทย’อ้างบทวิเคราะห์ชี้ไทยอาจเป็นอันดับ 3 ของโลก ขึ้นนำสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ หากมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ 

วันที่ 8 เมษายน 2568 เฟซบุ๊กของ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกวันที่ 9 เม.ย.นี้

โดยระบุว่า มอง Entertainment Complex ไปข้างหน้า ด้วยแนวทางจากหลากประเทศ

กิจการรีสอร์ตครบวงจรที่กาสิโนเป็นองค์ประกอบเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาเมืองและพัฒนาเศรษฐกิจที่หลายประเทศใช้ ประเด็นการพัฒนารีสอร์ตครบวงจรคือการพัฒนาที่เปิดการลงทุนที่เริ่มจากกิจการกาสิโน ก่อนจะขยายไปสู่การพัฒนากิจการหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่กว้างขวางขึ้นไม่จำกัดแค่ภาคการท่องเที่ยว แต่ในหลายบริบทนำไปสู่การพัฒนาในระดับเมือง ส่งเสริมไปยังกิจการใหม่ๆ ไปจนถึงเปลี่ยนตัวตนและบรรยากาศของประเทศนั้นๆ

โดยทั่วไปการพัฒนารีสอร์ตขนาดใหญ่ ที่อาจเรียกตั้งแต่รีสอร์ตขนาดใหญ่ (Megaresort) รีสอร์ตครบวงจร (Integrated Resort) ไปจนถึง Entertainment Complex มักเป็นการพัฒนาพื้นที่สันทนาการเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจครบวงจร ซึ่งนอกจากมีกิจการโรงแรมและกาสิโนแล้ว ยังประกอบไปด้วยพื้นที่เพื่อการพักผ่อนที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายเช่น โรงละคร พิพิธภัณฑ์ พื้นที่สาธารณะ สวนลอยฟ้า ฮอลล์จัดคอนเสิร์ต หรือสนามกีฬา

ในปัจจุบัน พื้นที่ที่เติบโตด้วยรีสอร์ตครบวงจรเช่น ลาสเวกัส เราเองจะไม่ได้มองเห็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนแห่งอาชญากรรมหรือเมืองสีเทาอีกต่อไป ทุกวันนี้เรามองลาสเวกัสในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยวพักผ่อนสำหรับครอบครัว สิงคโปร์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่คนไทยคุ้นเคยและทำให้สิงคโปร์กลายเป็นตัวแทนของความล้ำสมัย เป็นกลยุทธ์การพัฒนาที่ทำให้ภาพลักษณ์ของสิงคโปร์กลายเป็นเมืองแห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับคนทุกเพศทุกวัน

ในวันที่ไทยเสนอการพัฒนาด้วย Entertainment Complex และการสร้าง Man-made Destination บทวิเคราห์จากนิเคอิ (Nikkei Asia) เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมาระบุว่าหากเข้าสู่การแข่งขันดังกล่าว เราอาจขึ้นเป็นอันดับสามของโลก รองจากมาเก๊า ลาสเวกัส ขึ้นนำสิงคโปร์ ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ได้ 

ดังนั้น คำถามสำคัญคือ เราจะเรียนรู้จากประวัติศาสตร์และการลงทุนของประเทศอื่นๆ ได้อย่างไร เพื่อที่จะเข้าแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมองให้เห็นก้าวต่อไป มองเห็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นของ ‘รีสอร์ตแบบครบวงจร’ ประเทศส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมเปิดพื้นที่ให้กับกิจการความบันเทิงครบวงจร มีบริบท มีความมุ่งมั่นในการแข่งขัน ใช้พื้นที่การลงทุนในการพัฒนาการท่องเที่ยว รวมถึงยังได้รับประโยชน์จากกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

จากเมือต้นแบบที่เติบโตด้วยแสงสีและความบันเทิงเช่นลาสเวกัส ลาสเวกัสนอกจากจะกลายเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวของครอบครัวแล้ว ยังเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่และกิจการเทคโนโลยี ถึงกลุ่มประเทศที่ล้วนก้าวไปข้างหน้า เช่นสิงคโปร์ที่มีแนวทางรีสอร์ตครบวงจรที่ท้าชิงไทยด้วยศูนย์การประชุม สถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนขอบฟ้าเมือง และล่าสุด คือแผนรีสอร์ตครบวงจรยักษ์ใหญ่บนเกาะจำลองของโอซาก้า

อย่าลืม!!! เปิดตารางนัดรวมพลัง ต้านกาสิโนจุฬาฯวันนี้

อย่าลืม!!! เปิดตารางนัดรวมพลัง ต้านกาสิโนจุฬาฯวันนี้

อย่าลืม!!! เปิดตารางนัดรวมพลัง ต้านกาสิโนจุฬาฯวันนี้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.30 น.

วันที่ 8 เมษายน 2568 นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กำหนดการกิจกรรม ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อังคารที่ 8 เมษายน 2568

17.00 น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าสู่พื้นที่บริเวณสนามหญ้าหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์

17.30 ร้องเพลงชาติ และเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ ร่วมกัน

คุณ วิรังรอง ทัพพะรังสี นิสิตเก่าคณะ รัฐศาสตร์  จุฬาฯ รุ่น 2520 พิธีกร กล่าวต้อนรับและแถลงการณ์วัตถุประสงค์ ภาษาไทย

คุณแก้วใจ นาคสกุล นิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 2527 กล่าวต้อนรับและแถลงการณ์วัตถุประสงค์ ภาษาอังกฤษ

คุณธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์ นิสิตเก่าคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ 2526 กล่าวต้อนรับและแถลงการณ์วัตถุประสงค์ ภาษาจีน

คุณพิมพ์ใจ โพธิภักติ และ คุณพูนศรี อดุลยพิเชฎฐ์  ถวายพานพุ่มหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล

18.00 คุณวิรังรอง กล่าวนำคำถวายสัตย์ปฏิญาณ

คณะแขกผู้มีเกียรติ ผู้ร่วมคัดค้านกาสิโน ขึ้นเวทีตามลำดับ

1. กลุ่มแพทย์จุฬาฯ อาวุโส นำโดย นพ. ปรีดา ทัศนะประดิษฐ์ แพทย์จุฬาฯ รุ่น12 อดีตรองอธิการบดีจุฬาฯ และอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ

2. กลุ่มบัญชีจุฬาฯ 

3. กลุ่ม CU 14 

4. ผู้แทนพุทธสมาคม  คุณ วิษณุสรรค์ ศรีแก่นจันทร์ กรรมการ ธรรมศึกษาและเผยแผ่ พร้อมคณะ 

แนะนำคณะผู้จัดงาน ขอบพระคุณผู้มาร่วมงาน และผู้มีอุปการะคุณ

18.25  คณะกรรมการจัดงาน ถ่ายภาพร่วมกัน 

คณกรรมการและทีมงาน ถ่ายภาพร่วมกัน  

คณะกรรมการ ทีมงาน และแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมเวที ถ่ายภาพร่วมกัน

ปิดกิจกรรม สังสรรค์พูดคุย ถ่ายภาพตามอัธยาศัย

การแต่งกาย: ชาวจุฬาฯ ใส่เสื้อสีชมพู (ตามสมัครใจ)

ประชาชนทั่วไป แต่งกายสุภาพ

#SAYNOTOCASINO

153 จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แถลงจุดยืน ไม่เอากาสิโน พร้อมให้ 3 เหตุผล

153 จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แถลงจุดยืน ไม่เอากาสิโน พร้อมให้ 3 เหตุผล

153 จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แถลงจุดยืน ไม่เอากาสิโน พร้อมให้ 3 เหตุผล

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.06 น.

วันที่  เมษายน 2568 ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ จดหมายแสดงจุดยืนของชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย คัดค้านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …

ระบุว่า ตามที่ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568 นี้นั้น

ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ในนามของจิตแพทย์ผู้มีบทบาทในการดูแลปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นไทย ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. ปัญหาการติดพนันในเด็กและวัยรุ่นไทยมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสื่อออนไลน์ของศูนย์คุณธรรม ปี พ.ศ. 2566 พบว่า เด็กและเยาวชนมากกว่า 20% เคยมีประสบการณ์เล่นพนันออนไลน์ และในจำนวนนี้ กว่า 70% เริ่มเล่นตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ปี นอกจากนี้ยังพบว่าเยาวชนจำนวนมากมีหนี้จากการพนันตั้งแต่อายุยังน้อย ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และผลการเรียน เป็นปัญหาอันหนักหน่วงที่จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นทุกคนต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมากในการทำงานช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา

2. รัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาการติดพนันในเด็กและวัยรุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันยังมีเว็บไซต์พนันเถื่อนจำนวนมากที่เด็กและวัยรุ่นสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยผ่านสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่มีระบบการยืนยันตัวตนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เด็กสามารถเล่นพนันได้แม้ขณะกำลังเรียนหนังสืออยู่ในห้องเรียน ปัญหานี้ยังไม่มีมาตรการควบคุมและป้องกันที่เพียงพอ

3. การเปิดให้มีธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรอย่างถูกกฎหมาย เป็นการขยายพื้นที่ของธุรกิจพนันอย่างเป็นทางการ แม้ร่างกฎหมายจะกำหนดข้อจำกัดต่าง ๆ ในการเข้าถึง แต่ในทางปฏิบัติ การดำเนินธุรกิจย่อมมีแรงจูงใจในการเพิ่มรายได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การทำการตลาดโดยตรงหรือโดยอ้อมกับกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กและวัยรุ่น ไม่ว่าจะผ่านโซเชียลมีเดีย การสร้างภาพลักษณ์ให้การพนันเป็นเรื่องทันสมัย หรือการจัดกิจกรรมสันทนาการควบคู่กับการพนัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะเข้าสู่วงจรของการพนันตั้งแต่อายุยังน้อย

ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาถึงผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพจิตและอนาคตของเด็กและเยาวชนไทย และ ขอคัดค้านการผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในทุกกรณี

1. รศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร ประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย
2. รศ.นพ.ศิริไชย หงส์สงวนศรี รองประธานชมรมฯ
3. ศ.คลินิก พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ อดีตประธานชมรมฯ
4. ผศ.นพ.พนม เกตุมาน อดีตประธานชมรมฯ
5. ผศ.นพ.ชาตรี วิฑูรชาติ ที่ปรึกษาชมรมฯ
6. ศ.นพ.วิฐารณ บุญสิทธิ ที่ปรึกษาชมรมฯ
7. พ.อ.หญิง นวพร หิรัญวิวัฒน์กุล ที่ปรึกษาชมรมฯ
8. ผศ.นพ.อัศวิน นาคพงศ์พันธุ์ กรรมการชมรมฯ
9. รศ.พญ.นิดา ลิ้มสุวรรณ กรรมการชมรมฯ
10. ผศ.นพ.สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข กรรมการชมรมฯ
11. พญ.เบญจพร ตันตสูติ กรรมการชมรมฯ
12. พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ กรรมการชมรมฯ
13. อ.นพ.ธันวรุจน์ บูรณสุขสกุล กรรมการชมรมฯ
14. พญ.วรามิศร์ โอสถานนท์ กรรมการชมรมฯ
15. พญ.อนัญญา สินรัชตานันท์ กรรมการชมรมฯ
16. อ.พญ.พันตรี เกิดโชค กรรมการชมรมฯ
17. อ.พญ.พริมา ปวโรจน์กิจ กรรมการชมรมฯ
18. นพ.เฉลิมพล ฮ้อศิริกุล กรรมการชมรมฯ
19. พญ.ศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ กรรมการชมรมฯ
20. รศ.พญ.วรุณา กลกิจโกวินท์ กรรมการชมรมฯ
21. ผศ.พิเศษ พญ.ปราณี เมืองน้อย กรรมการชมรมฯ
22. พญ.สุภาพร ปิตวิวัฒนานนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
23. พญ.จันทร์เพ็ญ ขวัญศิริกุล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
24. พญ.พลิศรา ธรรมโชติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
25. พญ.เบญจพร อนุสนธิ์พรเพิ่ม จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
26. นพ.อนุพงษ์ สุธรรมนิรันด์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
27. พ.ญ. โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
28. พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
29. พญ.รุ่งรัตน์ ดอกไม้วัฒนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
30. พญ. เกษศิริ เหลี่ยมวานิช จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
31. พญ.วริษา จตุรวัฒนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
32. นพ.ณัฐพล พิพัฒฐาดร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
33. พญ.หทัยภัทร วิทยศักดิ์พันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
34. พญ.เวธนี อุบลศรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
35. พญ ชลทิพย์ กรัยวิเชียร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
36. พญ. อรรัตน์ เชาว์กุลจรัสศิริ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
37. พญ.ศศิธร ปรีชาวุฒิเดช จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
38. พญ.ตวงพร สุรพงษ์พิวัฒนะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
39. พญ.วิวรรณ สุจริต จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
40. พญ.บุษยนาฎ เรืองรอง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
41. พญ. ศุภรา เชาว์ปรีชา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
42. พญ. ฑิฆัมพร หอสิริ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
43. พญ.จุติภัสร์ มโนมัยวิบูลย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
44. พญ.พิชญา พจนโพธา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
45. พญ.ศิริวรรณ ปิยวัฒนเมธา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
46. พญ. พิชาพร มงคลอดิสัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
47. พญ.ปิยะนุช ศรีนวลเอียด จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
48. นพ.เลิศศักดิ์ รุ่งเหมือนพร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
49. พญ.ปิยาภัสร์ จิตภิรมย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
50. พญ.นันทิกา อนันต์ถาวรวงศ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
51. พญ.กุสุมาวดี คำเกลี้ยง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
52. พญ วรวรรณ จงสง่าวิทยาเลิศ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
53. พญ พนิษา กันตจินดา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
54. พญ วิรัลพัชร กิตติธะระพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
55. พญ ภรณี เอื้อจรัสพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
56. พญ.กิตติยา ช่วยชู จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
57. พญ.กิตติกุล เทียมแก้ว จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
58. นพ.ชัยพร วิศิษฎ์พงศ์อารีย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
59. พญ.จินิส สีห์รา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
60. ศ.นพ. ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
61. พญ.พิมพ์ประพันธ์ อุไรกุล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
62. พญ.รัมภ์รดา คันธี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
63. นพ.สุภฤกษ์ อุตรินทร์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
64. พญ.อรุณศิริ โสตติมานนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
65. พญ.กุศลาภรณ์ ชัยอุดมสม จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
66. นพ.ชาญณรงค์ ชัยอุดมสม จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
67. พญ.คคนางค์ แจ่มวิมล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
68. พญ.ชุลีกร สิทธิสันติ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
69. พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
70. พญ.วรรณิสา โกมลไพศาล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
71. พญ.จุฑามาศ เสวตรวิทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
72. พญ. นัดดา พนาคุณากร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
73. พญ.จริยา ทะรักษา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
74. พญ.นภัทร สิทธาโนมัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
75. พญ.ชุตินาถ ศักรินทร์กุล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
76. นพ. พงศกร เอื้อชวาลวงศ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
77. พญ.ระวิวรรณ ศรีสถาพร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
78. พญ.สาวิณี วงศ์เศรษฐี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
79. พญ.ณิชา จันทร์ประเสริฐ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
80. พญ.อภิญญา พงศ์วนัสบดี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
81. นพ.ศรัณญ์ มูลศิลป์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
82. พญ.ศิรัชชรินทร์ มุ่งอ้อมกลาง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
83. ประภัสสร ผลพรไพบูลย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
84. พญ. มนิสสรา เกตุแก้ว จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
85. พญ.ศันสนีย์ นิซู จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
86. พญ.วริษา จุลเสน จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
87. พญ.เพ็ญศิริ มิรัตนไพร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
88. พญ.จรรยพร เจียมเจริญกุล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
89. พญ.สวรรยา เสาวภาพ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
90. รศ.พญ.สุวรรณี พุทธิศรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
91. นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
92. พญ.พงษ์สุดา ป้องสีดา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
93. พญ.จักจิตกอร์ สัจจเดว์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
94. พญ.กษมา เทพรักษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
95. พญ.พิมล การเจริญพงศ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
96. พญ.สิริกร สาททอง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
97. พญ.ฮัสนา จิสวัสดิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
98. พญ.ปารัช ภิรมย์รัตน์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
99. พญ.ชุลีพร ภูวิชยสัมฤทธิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
100. พญ.ณัฏฐา สงวนศักดิ์บารมี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
101. พญ.ภัณฑิลา เลี้ยงผ่องพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
102. นพ.พนธกร บุญเจริญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
103. นพ.ธนวิศว์ จำเนียรกาล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
104. พญ.อภิษฐา ตันติยาภรณ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
105. นพ.แทนทอง รัถยาอนันต์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
106. พญ.ธีราพร วิทิตสิริ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
107. พญ.สุภัจฉรีย์ เพชรวิสัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
108. พญ.สิริกัญญา สมบูรณ์ยิ่ง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
109. พญ.สุทธตา สุทธิศิริ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
110. พญ.สุวรรณี เรืองเดช จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
111. พญ.วันรวี พิมพ์รัตน์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
112. พญ.ยศพิมล จรัสวิมล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
113. นพ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
114. พญ.ทักษิณา ครบตระกูลชัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
115. พญ.เนตรนภิศ กองอุดมการ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
116. พญ.พัชรี พรรณพานิช จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
117. พญ. อัจฉรา ตราชู จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
118. พญ.สิรินัดดา ปัญญาภาส จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
119. พญ. จันทร์อาภา สุขทัพภ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
120. นพ. พิชญ์นันท์ นันตติกูล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
121. พญ ภาระวี ชโลธร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
122. พญ.อัญมณี ลันโทมรัตนะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
123. พญ. ชดาพิมพ์ เผ่าสวัสดิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
124. พญ พรรณนภา อุดมโชติพฤทธิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
125. พญ.บุฑบท พฤกษาพนาชาติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
126. พญ.ภาวิตา จงสุขศิริ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
127. พญ.อธิชาดา อธิพงษ์อาภรณ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
128. นพ.ธันวัน เจริญไชยเนาว์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
129. พญ.กมลวรรณ ตันสกุล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
130. พญ.ขวัญเรือน วิสุทธิศิริ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
131. พญฺ ภัทราภรณ์ กินร จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
132. พญ.ธนาพร แสงพงศานนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
133. พญ.กมลวิสาข์ เตชะพูลผล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
134. พญ.ธัญลักษณ์ วั่นเลี่ยง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
135. พญ.วรางครัตน์ เลาหวัฒน์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
136. พญ. อามานีย์ สาและอารง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
137. พญ.กอร์ปบุญ ภาวะกุล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
138. พญ.บุฑบท พฤกษาพนาชาติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
139. พญ.นันทิยา จีระทรัพย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
140. พญ.พรรณนภา อุดมโชติพฤทธิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
141. พญ วริษา กาญจนชัยภูมิ จิตแพทยเด็กและวัยรุ่น
142. พญ.พรพิมล นาคพงศ์พันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
143. พญ. กมลชนก วุฒิธำรง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
144. พญ.สุจินันท์ น้อยวิไล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
145. พญ.กัลยรัตน์ จงพิทักษ์รัตน์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
146. พญ.พัชราภรณ์ มาลีเวช จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
147. พญ.อังคณา อัญญมณี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
148. พญ.จตุรพร แสงกูล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
149. พญ.วีราณี เจริญวงศ์ศักดิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
150. พญ.ชนิดาภา เหล่าศศิธร แพทย์ประจำบ้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
151. อิสริยา เหมธุวนนท์ แพทย์ประจำบ้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
152. สมพงษ์ เตจะฝั้น แพทย์ประจำบ้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
153. พญ.นัทริญา บรรณาลัย แพทย์ประจำบ้านเด็กและวัยรุ่น

จับตา! สภากำลังจะเปลี่ยนประเทศเงียบๆ ดัน 3 ร่างกฎหมายขึ้นพิจารณาก่อนใคร

จับตา! สภากำลังจะเปลี่ยนประเทศเงียบๆ  ดัน 3 ร่างกฎหมายขึ้นพิจารณาก่อนใคร

จับตา! สภากำลังจะเปลี่ยนประเทศเงียบๆ ดัน 3 ร่างกฎหมายขึ้นพิจารณาก่อนใคร

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.47 น.

วันที่ 8 เมษายน 2568 เพจดังการเมือง “ปราชญ์ สามสี” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 

9 เมษานี้… สภากำลังจะเปลี่ยนประเทศเงียบ ๆ ก่อนวันหยุดยาว พวกเขาเลื่อน 3 ร่างกฎหมายขึ้นมาพิจารณาก่อนใคร ฟังดูธรรมดา แต่เนื้อใน…อันตรายถึงชาติ!

1. ร่าง พ.ร.บ. ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร – รัฐบาลเสนอเอง เปิดทางบ่อนเสรี ….

2. ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมจากความขัดแย้งการเมือง – เสนอโดยชัยธวัช ล้างผิดม็อบรุนแรง

3. ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน – เข้าชื่อ 3 หมื่นกว่า เหมาเข่งคนผิดให้พ้นผิด

เธออาจหยุดไม่ได้ทันที…แต่เธอต้องรู้

เพราะถ้ากฎหมายนี้ผ่าน คนผิดจะกลายเป็นคนดี และบ้านเมืองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

#9เมษาเฝ้าสภา

#หยุดกฎหมายล้างผิด

#ไม่เอาบ่อนในคราบกฎหมาย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ขณะนี้มีองค์กรและภาคส่วนต่างๆ ออกมาคัดค้านกาสิโนและการพนันออนไลน์อย่างหลากหลาย จึงสมควรที่นายกฯ คณะรัฐมนตรี สส. และ สว. ควรนำไปเป็นข้อมูลในการไตร่ตรองการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้รอบคอบ”

นายชวลิต วิชยสุทธิ์

รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

เตือนรัฐบาลดึงดันเข็นกฎหมายกาสิโน ระวัง‘ผู้นำทรราช’ สปช.ออกจม.เปิดผนึกค้าน

เตือนรัฐบาลดึงดันเข็นกฎหมายกาสิโน ระวัง‘ผู้นำทรราช’ สปช.ออกจม.เปิดผนึกค้าน

เตือนรัฐบาลดึงดันเข็นกฎหมายกาสิโน ระวัง‘ผู้นำทรราช’ สปช.ออกจม.เปิดผนึกค้าน

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตือนรัฐบาลดึงดันเข็นกฎหมายกาสิโน

ระวัง‘ผู้นำทรราช’ สปช.ออกจม.เปิดผนึกค้าน สะพัด‘แม้ว’บีบพรรคร่วมฯ หนุนก.ม.กาสิโน/ขู่ขับพ้นรบ. พ่อรองปธ.ยุพรรคร่วมถอนตัว

สะพัด!เทวดาทักษิณ ขู่พรรคร่วมให้อยู่ในคอก โหวตรับกฎหมายกาสิโนในวาระ 1 หากแตกแถวต้องขับออกจากรัฐบาล ด้านเพื่อไทย ปัดทันควัน ยันเคลียร์กันจบแล้ว “โต้ง-กิตติรัตน์”
เหน็บม็อบค้าน“กาสิโน”ไม่เห็นมีใครต้านบ่อนเถื่อน ขณะที่ “102 อดีตสปช.”ยุคคสช.ส่งหนังสือเปิดผนึก เตือน “รัฐบาล-สภา” ถ้ายังดันทุรังระวังเป็น “ผู้นำทรราช” ด้าน “จตุพร”พร้อมลุย 9 เมษายน ไม่เอากฎหมายเปิดบ่อน “เสี่ยตือ-สมศักดิ์” จี้พรรคร่วมฯถอนตัว

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ได้กำชับไปที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ให้โหวตรับหลักการในวาระแรก ร่างพ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรฯ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก วันที่ 9 เม.ย.นี้ หากพบว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนแตกแถว จะพิจารณาให้ออกจากรัฐบาลทันที

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้มีคำสั่งตรงไปที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่ง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรครวมใจสร้างชาติ (รทสช.) จะโหวตกันอย่างพร้อมเพรียงหรือไม่ และต้องจับตาว่า พรรคประชาชาติ (ปช.) ที่มี สส.จำนวน 9 คน โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และหัวหน้าพรรค เป็นชาวพุทธ เพียงคนเดียว ส่วน สส. อีก 8 คน ที่เป็นชาวมุสลิม และมีฐานเสียงหลักอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม จะลงมติร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับดังกล่าว อย่างไร เพราะการพนันขัดต่อหลักศาสนา

โดยเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นวันที่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … โดยระบุว่าติดภารกิจล่วงหน้า นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังไม่นำเรื่องกฎหมายดังกล่าวมาพูดคุยกับ สส.อีกทั้ง 8 คนแต่อย่างใด

สส.มุสลิมไม่เอาบ่อนกาสิโน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ต่อ ครม. และประธานวิปรัฐบาล พร้อมกับโพสต์หนังสือของ พ.ต.อ.ทวี หัวหน้าพรรคที่แจ้งต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อสังเกต อาทิ ข้อกังวลเรื่องอาชญากรรม เพราะจะมีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศจำนวนมาก , ผลกระทบต่อเด็ก และเยาวชน , อาจทำให้เกิดการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ , จะเกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่ จึงเห็นควรให้ไปศึกษาเพิ่มเติมว่าจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ

ขณะเดียว ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี ได้ทำหนังสือถึง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) เรื่อง ความเห็นร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….

หนังสือดังกล่าวมีรายละเอียดว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งมติของ ครม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา เรื่องเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรฯ ของกระทรวงการคลัง ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

ยธ.ทักท้วงหวั่นกระทบเด็ก

กระทรวงยุติธรรมขอเรียนว่าได้ทำหนังสือเรียนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณา ของ ครม.ในเรื่องนี้ไว้ ตามเอกสารสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 ข้อ ซึ่งในข้อ 2ได้ระบุไว้ว่า “การพัฒนาธุรกิจบันเทิงรูปแบบใหม่ให้เป็นสถานบันเทิงครบวงจร อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กหรือเยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศในเรื่องนโยบายทางการศึกษาที่เคยมุ่งเน้นให้เยาวชน เป็นผู้ที่มีศีลธรรมอันดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด อบายมุข ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติหลักการศาสนาอิสลามหรือศาสนาอื่น

ซึ่งกระทรวงยุติธรรม ได้พิจารณาแล้ว เห็นควรให้ความสำคัญกับหลักการที่ต้องห้ามอย่างชัดเจนในด้านศาสนาและวัฒนธรรม จึงเห็นควรให้ร่าง พ.ร.บ.มีบทบัญญัติที่คำนึงถึงหลักการดังกล่าวด้วย โดยอาจเพิ่มเติมในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับขอบเขตพื้นที่การบังคับใช้กฎหมายหรือการเพิ่มข้อพิจารณาด้านศาสนา และวัฒนธรรม ของประชาชนในท้องที่ ที่จะกำหนดให้เป็นพื้นที่ในการอนุญาตภายใต้นโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งนี้ เพื่อให้กฎหมายใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ไม่เป็นธรรม กับเพื่อไทย

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปฎิเสธรายงานข่าวนายทักษิณ บีบพรรคร่วมให้โหวดหนุนกฎหมายกาสิโน ถ้าไม่ทำตามจะขับพ้นรัฐบาล ว่า การพูดเช่นนี้ใครก็พูดลอยๆ ได้ ใครก็บอกได้ว่าเป็นแหล่งข่าว แต่ความเสียหายเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนขอถามว่ามีหลักฐานอะไร และไม่มีความเป็นธรรมให้พวกตนในฐานะพรรคการเมือง เมื่อมีข่าวออกมา พวกตนก็ต้องมานั่งแก้ข่าวกัน ซึ่งไม่โอเค

“เอาตามที่สบายใจ เพราะพวกผมทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่มีข่าวออกมาแล้ว พวกเราต้องมานั่งแก้ข่าวว่าไม่ใช่ความจริง ส่วนคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อในส่วนนี้ พวกผมก็ห้ามไม่ได้ ฉะนั้น เวลาที่มีการบอกว่าแหล่งข่าวรายงานว่านั้น ถามว่าแหล่งข่าวไหน แบบนี้พวกผมก็บอกว่าแหล่งข่าวรายงานว่า พวกผมคุยกับฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้วได้ แต่ความจริงเป็นอย่างไร ก็ไม่รู้ จึงบอกว่าการทำการเมืองเช่นนี้ มันย้อนกลับไป อยู่ดีๆ คิดจะพูดอะไรก็พูดได้ มันไม่ถูก ทั้งนี้สื่อต้องเข้มแข็งและเป็นหลัก เพราะทุกวันนี้ สื่อหลักเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่สื่อออนไลน์ก็อีกอย่าง เข้าใจว่าสื่อต้องทำงานเร็วเพราะมีการแข่งขันกันสูง แต่เมื่อข่าวออกมาเช่นนั้น พวกผมเสียหาย แล้วใครรับผิดชอบพวกผม แหล่งข่าวที่ว่า หาตัวให้ผมหน่อย ผมจะได้เอามายืนยัน เพราะมั่นใจว่าท่านทักษิณไม่ได้ไปให้สัมภาษณ์ที่ไหน แต่เมื่อข่าวออกมาเช่นนี้ คนที่เจ็บคือพวกผม“ นายสรวงศ์ กล่าว

ยอมรับ สส.มุสลิม กังวล

เมื่อถามว่าในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นหรือไม่ เพราะเหมือนพรรคประชาชาติกังวลกับเรื่องนี้ นายสรวงศ์ กล่าวว่า เราทราบเรื่องที่พรรคประชาชาติกังวล ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาเป็นพรรคที่มีฐานอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาชิกในพรรคนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แต่ทั้งหมดก็คือกฎหมาย ทุกอย่างสามารถทำความเข้าใจกันได้ ทั้งนี้ ในคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ได้พูดคุยกันแล้ว จึงขออย่าเอานายทักษิณเข้ามาเกี่ยว ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาพูดคุยกันแล้ว เมื่อมีข่าวว่านายทักษิณ ประกาศว่าจะขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วย ตนขอถามว่าหลักฐานอยู่ไหน และไม่มีใครมาพูดเช่นนี้อยู่แล้ว

ขณะที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก “Kittiratt Na Ranong” ระบุว่า..“ไม่เห็นใครเดินขบวน ต้านบ่อนเถื่อนทั่วกรุงเลย แต่พอรัฐจะสร้างกาสิโน นำรายได้มาพัฒนา กลับดิ้นค้านกันใหญ่เลย คุณปกป้องบ่อนเถื่อนรึ”

เสี่ยตือแนะหน.พรรคร่วมฯถอนตัว

ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าวว่า เห็นภาพข่าวนี้แล้ว ใจคอหดหู่ยิ่งนัก 93 ปีของระบอบประชาธิปไตยมันถอยหลังไปกว่าที่คิดถ้าเป็นพรรคแกนนำแล้วมีตรรกะแค่นี้ ท่านหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลครับ ผมว่าท่านถอยมาเถอะครับ ไม่ฟังเหตุผล ไม่เคารพให้เกียรติกัน จะอยู่ร่วมกันอย่างไร อยู่ร่วมกัน แล้วสร้างตราบาปและบาดแผลให้ประเทศ ถอยมาเถอะครับท่านหัวหน้าทั้งหลาย

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีตสส.กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ระบุว่า…ไล่เลย ให้มันรู้กันไป #ไม่เอาคาสิโน

ทักษิณเป็นพ่อที่ใจร้าย และเห็นแก่ความสุขสบายของตัวเองเป็นที่ตั้ง ชอบอวดอหังการ์ แต่ละวันมีแต่ทำลายคุณค่าลูกสาว ลำพังลูกจะประคองตัวเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว ได้พ่อมาเสริมเพิ่มความเอือมระอาเกลียดชังอย่างไม่แผ่วเช่นนี้ สุดท้ายจะเหลืออะไร

102อดีตสปช.ร่วมต้าน‘กาสิโน’

วันเดียวกัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) 120 คน นำโดย ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์(อดีตประธาน สปช.) ลงนามในหนังสือเปิดผนึก ส่งถึงประธานรัฐสภา หัวหน้าพรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภา เรื่อง ขอให้พิจารณาไม่ผ่าน ร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิง พ.ศ. …มีเนื้อหาดังนี้ว่า ในฐานะผู้เคยทำหน้าที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557–2558 ตามรายนามที่ปรากฏข้างท้ายนี้ ขอแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการที่รัฐบาลและรัฐสภาจะนำร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …ซึ่งมีบ่อนกาสิโนสอดแทรกอยู่ในร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 เมษายน 2568 และขอให้ยุติการผลักดันร่างกฎหมายนี้ด้วยการไม่รับหลักการ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปโดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพประชากรและปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อให้สามารถเพิ่มพูน แข่งขันกับนานาชาติได้แต่การพนันทั้งกาสิโนและพนันออนไลน์เป็นอบายมุขที่เป็นปากเหวแห่งความ เสื่อมที่จะบั่นทอนกำลังกาย กำลังสติปัญญาทั้งของเยาวชนและศักยภาพของประชากรในวัยทำงาน รัฐบาลควรมุ่งหมาย ในการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ไม่ใช่ส่งเสริมอบายมุขเพื่อทำลายศักยภาพของคนไทย

2. การเปิดบ่อนการพนัน และต่อไปจะมีการพนันออนไลน์อย่างถูกกฏหมายเป็นการส่งสัญญาณการพัฒนาประเทศที่ผิด ก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ตามมาอย่างที่สามารถคาดเดาได้ เช่น จะมีคนสูญเสียหมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสิน การทะเลาะเบาะแว้ง การทอดทิ้งลูกและครอบครัว รวมทั้งเกิดความรุนแรงถึงฆ่าตัวตาย การก่ออาชญากรรม ปล้นชิงทรัพย์ชุกชุม ดังที่ได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทย ทำให้ผู้คนหมกมุ่นเล่นการพนัน ไม่อยากประกอบสัมมาอาชีพ

ชี้มหันตภัยต่อชาติร้ายแรง

การพนันเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “โรคติดพนัน” เป็นโรคทางจิตที่เสพติดการพนัน มีคำกล่าวว่าผีร้ายที่สุดคือผีพนัน เป็นการบ่อนทำลายอนาคตของเยาวชนและประชาชน เป็นหายนภัยอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติและต่ออนาคตของลูกหลานคนไทยทั้งปวง

3. ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรดังกล่าว ไม่สามารถสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจได้จริงตามที่กล่าวอ้าง ดังที่สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ชี้ไว้แล้วว่าการพนันไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของ GDP เพราะการโอนย้ายเงินจากผู้เสียพนันไปให้ผู้ได้พนัน ปราศจากการผลิตสินค้าและบริการใดๆ เป็นเพียงการย้ายเงินจากมือคนหนึ่ง ไปสู่มืออีกคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทำให้คนเล่นหรือเหยื่อหมดเนื้อหมดตัว มีแต่เจ้ามือและกลุ่มธุรกิจสีเทาที่ร่ำรวย

4. บ่อนกาสิโนและการพนันออนไลน์ คือ ที่รวมของการฉ้อฉลคดโกงทั้งปวง เช่น คอลเซนเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าประเวณี โจร นักตีชิงวิ่งราว และเป็นบ่อเกิดและแหล่งรวมอบายมุขทั้งปวง เป็นที่ฟอกเงินผิดกฎหมายทั้งหลายที่อยู่ใต้ดินให้กลายเป็นเงินที่อยู่บนดิน ดังนั้นการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันจะทำได้ยากมากขึ้น

เตือนระวังเป็น‘ผู้นำทรราช’

5. พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลไม่เคยประกาศหาเสียงให้สัญญากับประชาชนว่า เมื่อได้อา นาจ จัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะเปิดบ่อนการพนันขึ้น ในพระนครและเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง จึงเป็นการกระทำของรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย เป็นการหลอกลวงเพื่อชิงอำนาจรัฐผ่านการเลือกตั้งได้แล้ว ก็ดำเนินการตามอำเภอใจ ผิดหลักการการเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้งในท่ามกลางความเร่งร้อนของรัฐบาลและรัฐสภาที่ร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายกาสิโนและการพนันออนไลน์เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯนั้น มีประชาชนจากหลายภาคส่วนของสังคมออกมาคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่าประชาชนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับกาสิโนและการพนันออนไลน์ และจะเพิ่มความเข้มข้นในการต่อต้านยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆสมควรที่รัฐบาลและรัฐสภาจะต้องรับฟัง มิเช่นนั้นแล้วท่านจะกลายผู้นำทรราชที่ไม่รับฟังเสียงคัดค้านของประชาชนที่เลือกพวกท่านขึ้นมาเป็นผู้แทนของประชาชน และจะหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติตามรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล รัฐสภา พรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภา ได้โปรดรับฟังเสียงคัดค้านของประชาชน โปรดพิจารณาไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. ที่มีการสอดแทรกกาสิโนอยู่ในร่างกฎหมายนี้ ซึ่งจะเข้าพิจารณาในวันที่ 9 เมษายน 2568

ทั้งนี้ เพื่อความสงบสุขของประชาชนสืบไปรายนามชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมคัดค้าน ร่างพรบ.สถานบริการครบวงจร ที่มีบ่อนกาสิโนอยู่ด้วย

ม็อบเสื้อขาวต้านกาสิโน9เมย.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ปราศรัยเวที คปท. ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 เม.ย.68 ว่า โดยต่อการการที่รัฐบาลผลักดันกฎหมายกาสิธน

“การแสดงพลังของประชาชนทุกวันอังคารการประชุม ครม. ต้องมาเจอหน้าพวกนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล และที่สำคัญคือ ในวันที่ 9 เม.ย. พลังประชาชนต้องเริ่มปรับทัพต่อสู้กันใหม่ โดยเริ่มนำขวดน้ำโพลาลิตรมาเคาะส่งเสียงแทนมือตบ และให้ใส่เสื้อขาว ซึ่งจะเรียกประชาชนอีกฝ่ายเข้ามาร่วมต่อสู้กันมากขึ้น นอกจากนี้สีขาวเป็นสีที่ปลอดจากการเมือง และความขัดแย้ง เมื่อประเทศไทยอยู่ในยุคมืดมนอนธการแล้ว ภาระหน้าที่เราต้องทำประเทศให้เป็นสีขาว ให้กระบวนการยุติธรรมและรัฐบาลเป็นสีขาว และปลอดทุจริตคอร์รัปชั่น ทุกสิ่งก็ให้เป็นสีขาว ถ้าเราไม่ล้างชาติบ้านเมืองให้สะอาด บ้านเมืองก็สกปรกจนคนอยู่ไม่ได้”นายจตุพร ระบุ

และกล่าววถึง สส.ฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยว่า ที่กล่าวหาประชาชนต่อต้านบ่อนกาสิโนบนถนนเป็นพวกคนหน้าเดิมนั้น ตนจึงถามว่า แล้วทักษิณ ชินวัตร เป็นคนหน้าใหม่หรืออย่างไง ฝ่ายจะทำบ่อนก็หน้าเดิม และก็เป็นพวกหน้าเดิมๆ กันทั้งนั้น

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้ากฎหมายบ่อนกาสิโนผ่านวาระหนึ่งใช้เสียงข้างมากลากจนผ่านในวันที่ 9 เม.ย. เท่ากับทักษิณและอุ๊งอิ๊งค์กำลังจุดพลังประชาชนออกมาต้านครั้งใหญ่ เรียกว่าจุดติด แม้วันนี้มีการขู่จากฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยว่า ถ้าสภามีปัญหาก็จะเจอรัฐประหาร แต่คนที่จะเรียกการรัฐประหารตัวจริงก็คือ พวกทำบ่อนกาสิโนและการพนันออนไลน์

“ร.5 ทรงยกเลิกบ่อน แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับมาสร้างบ่อน ซึ่งใครสวนปณิธาน ร.5 ไม่ได้ดีกันสักราย อยากถามคำถามง่ายๆว่า มึงเป็นใคร ไม่ฟัง ร.5 ไม่รู้สึกรู้สาเลยที่คิดมาทำบ่อนกาสิโน แล้วอ้างจะสู้กับอเมริกาขึ้นภาษี” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

ต่อต้านกาสิโนลามทุ่ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ดังนี้…5 เหตุผลที่ทำไมการค้านกาสิโน จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง 1. การเสนอ กม.ขาดความโปร่งใส อ้างการสำรวจความเห็นที่ทำกันลับ ๆ ล่อ ๆ ปั้นแต่งตัวเลขคนเห็นด้วย เพื่อสร้างหลักฐานว่ามีประชาชนเห็นด้วยมากมาย 2. เร่งรีบจนเกินงาม ผ่าน ครม. เพียง ไม่ถึงสัปดาห์ ก็รีบบรรจุวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และยังใช้เสียงข้างมากลากไปเพื่อเลื่อนวาระแซงหน้า กม. อื่น ๆ ที่เข้าคิวก่อนหน้ามากกว่า 60 ฉบับ 3. มีพฤติกรรมเจ้าเล่ห์เพทุบาย มีเจตนาอยากสร้างกาสิโนเสรี เพื่อจูงใจให้ประโยชน์แก่ผู้มาลงทุนสูงสุด แต่ทำเป็นร่าง กม. จำกัดคนไทยเข้าบ่อนต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาท แต่วางแผนไปแก้ไขในขั้นกรรมาธิการให้เหลือแค่มีเงิน 5,000 บาท ก็เข้าไปเล่นได้

4. ไม่เชื่อถือในนักการเมืองว่าจะทำโดยเห็นประโยชน์แก่ประเทศหรือจะเพื่อประโยชน์ของตนเอง ยิ่งระบุใน กม. ให้นักการเมืองเป็นกรรมการนโยบายที่จะตัดสินใจเลือกจำนวน ที่ตั้ง หลักเกณฑ์อนุญาต และตัดสินว่าใครจะได้ ยิ่งไม่เชื่อว่าจะไม่มีผลประโยชน์ใต้โต๊ะ ยิ่งขนาดการลงทุนและผลตอบแทนยิ่งมาก ความเชื่อเรื่องเงินใต้โต๊ะ ยิ่งมาก 5. การจัดความสำคัญบ้าบอเกินเหตุ ในขณะที่ทั่วโลกตื่นตระหนกกับภาษีตอบโต้ของอเมริกาและต้องหาทางแก้ไข นักการเมืองไทยกลับมีตรรกะติงต๊องว่าต้องรีบเปิดบ่อนเพื่อหารายได้เข้าประเทศ ทั้ง ๆ ที่บอกเองว่า กม.กว่าจะผ่านก็ มากกว่า 6 เดือน การยิ่งสักแต่พูด ยิ่งด้อยค่าปัญญาของผู้ออกความเห็น ถอยเองแบบมีสติ ยังดีกว่าถอยเพราะโดนไล่มากมายครับ เลือกเอาเอง

ญาติพฤษภา’35 ร่วมค้านด้วย

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลและสภาจะหลักดันกฎหมายกาสิโน เพราะ การทำบ่อนพนันถูกกฎหมาย ไม่มีความชอบธรรมทั้งด้านกฎหมายและการเมือง ในนโยบายหาเสียงเลือกตั้งสส.ปี 2566 พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่หาเสียงไว้ จึงขอเตือนว่า ท้ายังเดินหน้าเรื่องนี้ ก็จะซ้ำรอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยที่มีการลักหลับผ่านกฎหมายตอนตี4 จะเกิดความขัดแย้งลุกลามไปทั่วประเทศนำไปสู่ความรุนแรงและนองเลือดอีก

ส่วนกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยขู่ว่าประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านกาสิโนจะทำทหารจะออกมารัฐประหารนั้น นายอดุลย์ กล่าวว่า อย่ามาโทษประชาชนต้องโทษรัฐบาลคือต้นเหตุที่ออกนโยบายโคตรโกงทำลายชาติและความสงบสุขของบ้านเมือง เมื่อประชาชนไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิ์ออกมาต่อต้าน แต่ตัวเองกลับไม่สำนึก ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนไม่ได้โง่แล้ว ควรเอาเวลาไปคิดนโยบายเรื่องสงครามการค้าและภูมิศาสตร์โลกมากกว่ามาคิดเรื่องนโยบายที่ล่อแหลมและนำไปสู่ความขัดแย้ง

“บทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภา 35 เป็นตัวอย่างรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ควรเอาบทเรียนในอดีตเป็นอุทาหรณ์ทางการเมือง”นายอดุลย์ กล่าว

วงจรอุบาทว์จะกลับมา

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee” เนื้อหาดังนี้ภายใต้สภาวะโลกรวนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความเสี่ยง วิกฤต และภัยคุกคาม อย่างที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ในหลากหลายมิติ การเมืองไทย ณ ขณะนี้ มี “ความบกพร่องในธรรมาภิบาล” อย่างรุนแรง ที่มิเพียงส่งผลทำให้ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Clean & Clear) เสรีภาพและความเป็นธรรม (Free & Fair) ตลอดจนการเกื้อกูลและแบ่งปัน (Care & Share) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมไทยแล้ว

ความวามบกพร่องในธรรมาภิบาลที่เกิดขึ้น ได้ก่อให้เกิดระบอบ “ประชาธิปไตยเทียม“ (Pseudo-Democracy) การมี ”รัฐบาลที่ไม่น่าเชื่อถือ“ (Low-Trust Government) ที่ขาดซึ่งความชอบธรรม (Legitimacy) คุณธรรมจริยธรรม (Integrity)และความรู้ความสามารถ (Capability) ในการขับเคลื่อนประเทศ

การเมืองไทยน่าจะได้รับบทเรียนจากความพยายามในการผลักดันนิรโทษกรรมสุดซอยในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา ขออย่าได้หย่ามใจที่จะดื้อด้านผลักดัน Casino ให้เกิดขึ้นกับประเทศนี้ แผ่นดินนี้

ระวัง “วงจรอุบาทว์ 3 ป.” ของการมีประชาธิปไตยเทียม ที่ก่อให้เกิดการประท้วงต่อต้าน จนเกิดการก่อการปฏิวัติรัฐประหาร เกิดเป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำซาก อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในเร็ววันนี้ ประเทศเราบอบช้ำมากพอแล้ว ขออย่าให้เกิดประวัติศาสตร์เลยนะครับ

​คนไทยยี้กาสิโน! ‘ไอเอฟดีโพล’ชี้ ปชช. 85.74% ไม่เอากาสิโน หวั่นรัฐคุมไม่ได้

​คนไทยยี้กาสิโน! ‘ไอเอฟดีโพล’ชี้ ปชช. 85.74% ไม่เอากาสิโน หวั่นรัฐคุมไม่ได้

​คนไทยยี้กาสิโน! ‘ไอเอฟดีโพล’ชี้ ปชช. 85.74% ไม่เอากาสิโน หวั่นรัฐคุมไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.01 น.

คนไทยยี้กาสิโน! “ไอเอฟดีโพล”เปิดผลสำรวจคนไทย 85.74 % ไม่เอากาสิโน หวั่นรัฐคุมไม่ได้ ประโยชน์ไม่ถึงคนไทย เปิดทางทุนเทา-อาชญากรรมแฝง-ทุจริต สังคมพัง ขณะที่”ดร.แดน”เตือนแรง! อย่าดันทุรังเปิด”กาสิโน”เสี่ยงรัฐบาลล้ม

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ร่วมแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนไทยตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เรื่อง “คนไทย 85.74 % ไม่เอากาสิโน วิตกหนัก!!! หวั่นรัฐคุมไม่ได้ ประโยชน์ไม่ถึงคนไทย เปิดทางทุนเทา-อาชญากรรมแฝง-ทุจริต สังคมพัง”

โดยสำรวจจาก 1,985 ตัวอย่าง สำรวจ 29 มี.ค. – 1 เม.ย.2568 ใน 6 ภูมิภาค สุ่ม‍ตัวอย่างความน่าจะเป็น Stratified Five-Stage Random Sampling ค่าความผิดพลาด 3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

ผลสำรวจไอเอฟดีโพล ชี้ชัดว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการเปิดกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร (85.74%) โดยประชาชนวิตกอย่างหนักเรื่องผลลัพธ์ที่ตามมา ว่า ทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยแย่‍ลง หรือดีขึ้นน้อยมาก (68.08%) ไม่เกิดประโยชน์/เกิดประโยชน์น้อยมากต่ออนาคตลูกหลาน หรือสร้างผลลบมากกว่า (67.35%)

ทั้งนี้ ประชาชนยังห่วงว่า กาสิโนจะเปิดทางให้ทุนเทาและอาชญากรรมแฝง (61.22%) ผลประโยชน์ไม่ถึงมือประชาชน (50.67%) และอาจนำไปสู่การผูกขาดโดยกลุ่มทุนต่างชาติ (41.48%)

อีกทั้ง ประชาชนวิตกอย่างหนักในมิติด้านกระบวนการที่รัฐบาลดำเนินการ พบว่าประชาชน ระบุว่า รัฐไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลได้ตามที่แถลงหรือประกาศไว้ (77.39%) เกิดการทุจริต-ส่วย-ใต้โต๊ะ (67.80%) มีดีลลับ-ผลประโยชน์เป็นขบวนการ (47.58%) อีกทั้งยัง พบว่า ประชาชนเชื่อว่าโครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ “การเมือง” มากกว่า “ประเทศ” (44.81%) ซึ่งส่งผลต่อความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เตือนรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ว่า ผลโพลล่าสุดสะท้อนชัดเจน ประชาชนไม่เอากาสิโน จึงขอให้รัฐบาลฟังและเคารพเสียงประชาชน และอย่าดันทุรังเดินหน้าฝ่ากระแสต้าน เพราะจะกลายเป็นชนวนทำให้รัฐบาลล้ม แม้จะไม่ล้มในทันที แต่ “ล้มแน่” ในระยะไม่ไกล “ผมเป็นมิตร ไม่ได้คิดร้าย จึงเตือนด้วยความหวังดี”

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ แสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาดกับการมีกาสิโนในประเทศไทย” พร้อมชี้ว่า ปัจจุบันมีหลายประเทศเปิดกาสิโน การมาตั้งกาสิโนในไทยวันนี้ แต่จำนวนคนเล่นเท่าเดิม จึงอย่าไปหวังว่ากาสิโนจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นได้ ประเทศไทยมีเรื่องดีๆ ที่ควรทำอีกมาก อย่าเสียเวลาไปหวังพึ่งกาสิโนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ ดร.แดน ยังเปิดทางให้มีการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่ไม่มีกาสิโน เพื่อให้คนมาท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงิน และรายได้สู่ประเทศ

นอกจากนี้ ดร.แดน ยังเตือนว่า “ความรู้สึกหวาดหวั่นของประชาชน” ต้องให้ความสำคัญมากกว่า “ตัวเลขผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเบื้องหลังการผลักดันกาสิโนอาจมี ผลประโยชน์แอบแฝงที่อันตราย เช่น การฟอกเงินและธุรกิจสีเทา จนทำให้ไทยกลายเป็นเมืองหลวงการฟอกเงินโลกได้

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ยังแสดงความเป็นห่วงว่า กาสิโนอาจไม่ใช่แค่เกมเศรษฐกิจ แต่เป็นชนวนความขัดแย้งในสังคม หากรัฐดื้อรั้นดึงดันเดินหน้า โดยไม่ฟังประชาชน อาจกลายเป็นปัญหาที่ย้อนศรรัฐบาลเอง และกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ล้มได้ในที่สุด

– 006

ลุกฮือ‘ทั้งประเทศ’ คปท.เปิดผัง!พรึ่บจัดเวทีต้าน‘กาสิโน’

ลุกฮือ‘ทั้งประเทศ’ คปท.เปิดผัง!พรึ่บจัดเวทีต้าน‘กาสิโน’

ลุกฮือ‘ทั้งประเทศ’ คปท.เปิดผัง!พรึ่บจัดเวทีต้าน‘กาสิโน’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.25 น.

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก “คปท.” โพสต์ข้อความระบุว่า “พร้อมกันทั้งประเทศ ต้านกาสิโน” พร้อมแสดงผังการจัดเวทีต้านกาสิโน ดังนี้

‘สว.วีระพันธ์’ปลุกประชาชน แสดงจุดยืนค้าน‘กาสิโน’ แนะเลือกตั้งรอบหน้าสั่งสอน สส.ที่เห็นชอบ

‘สว.วีระพันธ์’ปลุกประชาชน แสดงจุดยืนค้าน‘กาสิโน’ แนะเลือกตั้งรอบหน้าสั่งสอน สส.ที่เห็นชอบ

‘สว.วีระพันธ์’ปลุกประชาชน แสดงจุดยืนค้าน‘กาสิโน’ แนะเลือกตั้งรอบหน้าสั่งสอน สส.ที่เห็นชอบ

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.05 น.

“สว.วีระพันธ์”ปลุกประชาชน! แสดงจุดยืนค้าน”กาสิโน” แนะเลือกตั้งรอบหน้าสั่งสอน สส.ที่เห็นชอบ อึ้ง!ข้อมูลวิจัยพบ”ภาษีพนัน”ได้ไม่คุ้มเสีย คนไทยอาจป่วยจิตเวช-สารพัดโรครุมเร้า ดีดปากนั่งร้าน”เพื่อไทย”บ่อนเถื่อนเป็นหน้าที่รัฐต้องปราบ ไม่ใช่ให้ ปชช.ลุกฮือต้าน

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ว่า จากการพูดคุยกับสมาชิกแบบไม่เป็นทางการ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับกาสิโน โดยในวันที่ 8 เม.ย.นี้ สว.ได้ตั้งญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ และวางให้แต่ละ สว.พูดประเด็นต่างๆ ไม่ซ้ำกัน อาทิ ความถูกต้องของการทำประชาวิจารณ์ ท่าทีของประเทศจีน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผลกระทบทางสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจ หรือแม้แต่ยกตัวอย่างต่างประเทศที่มีกาสิโนแล้วเจริญจริงหรือไม่ เป็นต้น

นพ.วีระพันธ์ กล่าวอีกว่า การออกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ รัฐบาลดูลุกลี้ลุกลนเป็นพิเศษ ส่วนตัวคิดว่าพวกเขาน่าจะมีการดีลเกิดขึ้น และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องด่วนที่จะต้องจบในวันที่ 9 เม.ย.แต่เรื่องด่วนในประเทศนี้มีจำนวนมาก เช่น การเยียวยาแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้น สหรัฐฯ ขึ้นภาษีไทย 36 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาปากท้องถือเป็นเรื่องด่วน

เมื่อถามว่า การมีกาสิโนในประเทศส่งผลกระทบอย่างไรต่อสุขภาพ นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า กระทบทั้งใจและกาย ในทางจิตใจคนไทยอาจป่วยเป็นจิตเวช ในอดีตไทยไม่คุ้นเคยไม่รู้จัก โรคนี้ผู้ป่วยจิตเวชจะเล่นแม้กระทั่งหมดตัวแล้ว การเล่นด้วยจำนวนเงินเท่าเดิม ไม่ทำให้พึงพอใจเท่าเดิม เกิดปัญหาเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นโรคจิตที่ต้องรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันในไทยคุ้นๆ ว่ามีเพียง 1 ราย ที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้โดยตรง และต้องใช้สหวิชาชีพช่วยด้วย ซึ่งแน่นอนว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นในสังคมไทยแน่ๆ

“ส่วนปัญหาทางร่างกาย มีงานวิจัยระบุว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขของไทยกำลังต่อสู้ในเรื่องนี้อยู่จะมีมากขึ้นถ้าคนไทยติดพนัน ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดัน หลอดเลือด แม้แต่โรคไตก็จะมากขึ้น และยังมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งบอกว่า การที่เราได้ภาษีจากการพนัน 1 ดอลลาร์ เราจะต้องเสียไปกับค่ารักษาผู้ป่วย คนละ 3 – 7 ดอลลาร์” นพ.วีระพันธุ ระบุ

นพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า กระบวนการทางสมอง การเสพติดการพนันเหมือนกันกับการเสพติดยา ใช้สารสื่อประสาทตัวเดียวกัน เวลาที่เราเกิดความพึงพอใจสารโดพามีนจะหลั่งออกมา ซึ่งเราจะพยายามรักษาระดับสารดังกล่าวในสมองของเรา ฉะนั้น ถ้าใครติดก็จะถอนยากมาก

เมื่อถามว่า นักการเมืองบางกลุ่มพาดพิงถึงกลุ่มต่อต้านกาสิโนถูกกฎหมาย ว่าไม่ยอมประท้วงเรื่องบ่อนเถื่อน นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า ตรรกะไม่ถูกต้อง และตรรกะเช่นนี้ไม่ควรมีในผู้บริหารประเทศ เรื่องไม่ดีต้องจำแนกให้ชัดเจน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้วที่ต้องปราบบ่อนเถื่อน ไม่ใช่หน้าที่ประชาชนที่ต้องลุกฮือปราบบ่อนเถื่อนเหล่านั้น ที่สำคัญ ขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลกำลังจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา ประชาชนทุกองค์กรที่ดูเป็นฝ่ายคุณธรรม เขาเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงลุกฮือคัดค้าน ซึ่งหน้าที่ของรัฐต้องรับฟัง ไม่ควรสุดซอย

ทั้งนี้ นพ.วีระพันธ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า อยากให้ประชาชนแสดงจุดยืนให้รัฐบาลเห็นว่าไม่ต้องการกาสิโนในประเทศไทย โดยสงบและถูกกฎหมาย และอยากให้ประชาชนไปหา สส.ในจังหวัดตัวเอง เพื่อให้ สส.แสดงจุดยืนว่าเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ กับการมีกาสิโน ไปย้ำจุดยืนของเรากับ สส.แล้วถ้าเขาไม่เชื่อ ประชาชนก็จำไว้ว่าผู้แทนฯ จะเอากาสิโนเข้าประเทศไทย จากนั้นเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจะได้ใช้สติปัญญา คิดวิเคราะห์อีกครั้งว่าจะเลือก สส.รายนี้หรือไม่