‘ก่อแก้ว’โชว์ตัวเลขเชิงบวก ที่คนไทย-ประเทศจะได้รับจาก’เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

'ก่อแก้ว'โชว์ตัวเลขเชิงบวก ที่คนไทย-ประเทศจะได้รับจาก'เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์'

‘ก่อแก้ว’โชว์ตัวเลขเชิงบวก ที่คนไทย-ประเทศจะได้รับจาก’เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.04 น.

“ก่อแก้ว”โชว์ตัวเลขเชิงบวก ที่คนไทยและประเทศจะได้รับจาก”เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” แนะ”กลุ่มค้านหน้าเดิม”ควรเอาความจริงมาคุยกัน อย่าให้ความจริงเพียงด้านเดียว

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ถึงกรณีการออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รัฐบาลจะผลักดันเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยระบุว่า กลุ่มขาประจำที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ยังคงพยายามสร้างกระแสต่อต้านรัฐบาลในทุกประเด็น ล่าสุดได้เคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 9 เมษายนนี้ โดยพยายามตีความและนำเสนอว่าเป็นการเปิดเสรีกาสิโน

เอาข้อเท็จจริงมาคุยกันก่อนครับว่า

1.ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์เพื่อการท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการลงทุนในแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท รวม 5 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่าประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างการจ้างงานประมาณ 50,000 – 100,000 คนต่อปี หลักๆสร้างงานให้ลูกหลานเรานี่แหละ รวมถึงเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางแบบครอบครัว ซึ่งปัจจุบันหันไปยังประเทศที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แม้จะด้อยกว่าไทยในจุดอื่นๆ ก็ตาม

2.การกำหนดให้ผู้ดำเนินโครงการต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อบริษัท เป็นเครื่องยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่ามิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อเปิดกาสิโน เพราะหากต้องการทำเพียงเท่านั้น การลงทุนระดับหลักสิบล้านบาทก็สามารถดำเนินการได้แล้ว ดังที่ปรากฏในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ตรงนี้สำคัญมาก

รัฐบาลชุดนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยให้เทียบเท่าประเทศอื่นๆ โดยมุ่งหวังให้เกิดรายได้เข้าประเทศในหลายมิติ เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต รายได้จากภาษีสินค้าระหว่างการก่อสร้าง ภาษีเงินได้จากแรงงาน และภาษีที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงแรม ร้านค้า และบริการต่างๆ ที่จะเติบโตตามจำนวนนักท่องเที่ยว

การโจมตีโครงการนี้ด้วยการให้ข้อมูลด้านลบด้านเดียว พร้อมไปกับบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ทั้งที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาการพนันและการค้าบริการทางเพศที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในกรุงเทพฯ ที่ปรากฏอย่างเปิดเผยมาเป็นเวลานาน และ “หวยใต้ดิน” ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน

“ภาษีบาป” ที่ควรจัดเก็บเพื่อพัฒนาสวัสดิการสังคม กลับตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผู้มีอำนาจหรือบุคคลบางกลุ่มแทน

ทุกครั้งที่มีความพยายามจะนำธุรกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบที่ถูกกฎหมาย ก็มักจะมีผู้ที่ไม่ยอมรับความเป็นจริงของสังคมไทยออกมาคัดค้านอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการคัดค้านร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในครั้งนี้ เข้าใจได้ว่าอาจมีหลายท่านที่ยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและรอบด้าน แต่อีกด้านหนึ่งก็อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า บางกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหว อาจมีแรงจูงใจทางการเมือง หรือมีความสัมพันธ์กับผลประโยชน์ของประเทศคู่แข่งที่ไม่ต้องการเห็นไทยรุดหน้าในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวหรือไม่?

หรือในบางกรณี การคัดค้านอาจไม่ได้เกิดจากเนื้อหา หากแต่เป็นเพราะอคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทย ไม่ว่านโยบายใดก็ตาม หากไม่ได้มาจากฝ่ายตนเอง ก็จะถูกป้ายสีว่าเป็นสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องทันทีอย่างไม่มีเหตุใดๆ มารองรับ

‘เพื่อนเก่า’เล่าความหลัง! ‘มูฮัมหมัด ยูนูส’เจ้าของรางวัลโนเบล เผยภาพคุย‘ทักษิณ’

‘เพื่อนเก่า’เล่าความหลัง! ‘มูฮัมหมัด ยูนูส’เจ้าของรางวัลโนเบล เผยภาพคุย‘ทักษิณ’

‘เพื่อนเก่า’เล่าความหลัง! ‘มูฮัมหมัด ยูนูส’เจ้าของรางวัลโนเบล เผยภาพคุย‘ทักษิณ’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.57 น.

“มูฮัมหมัด ยูนูส”เจ้าของรางวัลโนเบล เผยภาพคุย”ทักษิณ”ระหว่างเข้าร่วมประชุมบิมสเทค บอกเพื่อนเก่า เล่าย้อนความหลังโครงการสินเชื่อรายย่อยในอดีต

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวงานความเคลื่อนไหว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา นายมูฮัมหมัด ยูนูส (His Excellency Professor Muhammad Yunus) ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลบังกลาเทศ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2006 (พ.ศ.2549) ได้โพสต์ภาพหารือกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไทย ที่โรงแรมแชงกรีลา ระหว่างที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ร่วมประชุมบิมสเทค พร้อมข้อความระบุว่า “โดยตนเองได้สอบถามเกี่ยวกับสุขภาพของทักษิณ เพื่อนเก่าเมื่อครั้งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2549 ไม่นานหลังจากเข้ารับตำแหน่งในปี 2544 นายกรัฐมนตรีทักษิณในขณะนั้นได้เดินทางไปเยือนบังกลาเทศและธนาคารกรามีน (ธนาคารเพื่อการพัฒนาชุมชนโดยเฉพาะด้านการเงินรายย่อยที่ก่อตั้งขึ้นในบังกลาเทศ) พร้อมกับเพื่อนร่วมงาน และออกแบบโครงการสินเชื่อขนาดเล็กสำหรับประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของโครงการสินเชื่อขนาดเล็กของธนาคารกรามีน ซึ่งตนเองได้รับคำเชิญจากนายทักษิณให้เป็นแขกหลักในการเปิดตัวโครงการระดับชาติในปีนั้น”

นายมูฮัมหมัด ยูนูส ระบุต่อว่า นอกจากนี้ ยังหารือถึงการเปิดเส้นทางการบินใหม่ระหว่างเชียงใหม่ และจิตตะกอง ซึ่งทำให้ระยะเวลาเที่ยวบินระหว่างบังกลาเทศ และไทย เหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง โดยนายทักษิณ เล่าว่า นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นางคาเลดา เซีย บินจากจิตตะกอง ไปเชียงใหม่ ด้วยกันในเที่ยวบินปฐมฤกษ์

นายมูฮัมหมัด ยูนูส ระบุด้วยว่า ตนเองและนายทักษิณได้หารือกันในประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจร่วมกัน ที่ปรึกษาหลักได้ขอให้ทักษิณสนับสนุนแผนการของบังกลาเทศที่จะเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งตนเองยังได้กล่าวขอบคุณอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย สำหรับความพยายามในการขยายการค้าและความร่วมมือระหว่างไทย – บังกลาเทศ ในช่วงเวลานั้น ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกันยังได้ขอการสนับสนุนอันมีค่าในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และเพื่อช่วยแก้ไขวิกฤตโรฮิงญา และนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคดังกล่าว

นายมูฮัมหมัด ยูนูส ระบุอีกว่า ในระหว่างการประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับปัญหาการค้าโลก และการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยและธุรกิจเพื่อสังคมในชนบทของประเทศไทยด้วย

– 006

‘คนดัง-ดารา’ตบเท้ารวมพลัง! ปลุกค้าน’ร่าง พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

'คนดัง-ดารา'ตบเท้ารวมพลัง! ปลุกค้าน'ร่าง พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร'

‘คนดัง-ดารา’ตบเท้ารวมพลัง! ปลุกค้าน’ร่าง พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.55 น.

‘คนดัง-ดารา’ตบเท้ารวมพลัง! ปลุกค้าน’ร่าง พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

7 เม.ย.68 จากกรณีที่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของกระทรวงการคลัง จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุม ในวันที่ 11 เม.ย.68 นั้น 

ล่าสุด ได้มีเหล่าบรรดาคนดัง ดารานักแสดงออกมาแสดงจุดยืนคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อาทิ  สินจัย เปล่งพานิชย์,  เดือนเต็ม สาลิตุล , คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งนิตยสารอิมเมจ , พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ สื่อมวลชนอาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนตร์ , อุ๋ย (Buddha Bless) หรือ นที เอกวิจิตร ศิลปินชื่อดัง , ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์

009

‘โรม’เตือนทุกพรรค! ระวังตราบาป ปม‘ร่างกฎหมายกาสิโน’

‘โรม’เตือนทุกพรรค! ระวังตราบาป ปม‘ร่างกฎหมายกาสิโน’

‘โรม’เตือนทุกพรรค! ระวังตราบาป ปม‘ร่างกฎหมายกาสิโน’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.32 น.

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายงานข่าวเรื่อง “นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขู่พรรคร่วมรัฐบาลให้โหวตรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พรรคไหนแตกแถวจะถูกให้ออกจากรัฐบาลทันที” ว่า ข่าวลือดังกล่าวสะท้อน 2 อย่าง คือ 1.พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ร่วมกันบนพื้นฐานของนโยบายตั้งแต่ต้น อีกทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไม่ได้มีวุฒิภาวะในการควบคุมเสียงรัฐบาล ต้องให้พ่อในฐานะที่เป็นเจ้านายเก่าๆ เข้ามาบัญชาการเอง สะท้อนความอ่อนแอของรัฐบาลที่อยู่กันแค่เพียงเพราะว่าอยากจะเป็นรัฐบาล โดยไม่ได้มีจุดร่วมอะไรสักอย่าง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า 2.มันแสดงให้เห็นความร้อนรน ว่าเรื่องนี้เสียไม่ได้ ต้องเอาให้ได้ ทั้งที่ความเป็นจริง มันไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ ร้อนรนอะไรเลย ตนคิดว่า การสร้างความยอมรับของประชาชนต่อนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ควรจะเป็นวาระเร่งด่วน มากกว่าที่จะต้องผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้ผ่านสภาฯ วาระ 1 ให้ได้

“เมื่อนายใหญ่เข้ามาบัญชาการเอง โดยข่มขู่พรรคร่วมรัฐบาล ยิ่งส่อพิรุธ ส่อผลประโยชน์ที่มีอยู่ ต้องตั้งคำถามว่า หลายพรรคก่อนหน้านี้ที่คัดค้านแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ถ้าแปลี่ยนจุดยืนเรื่องนี้ ระวังประชาชนเขาจะตั้งข้อสังเกตว่า พวกคุณเปลี่ยนจุดยืนเพราะผลประโยชน์ในเรื่องการแลกเปลี่ยน และอย่าลืมว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือ กาสิโน มันมีแนวโน้มที่สูงมากถึงความที่อาจจะผิดพลาดต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกพรรคจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าสุดท้ายเรื่องนี้มันสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ มันจะเป็นตราบาปต่อทุกพรรคอย่างแน่นอน” นายรังสิมันต์ กล่าว

‘ทักษิณ’ติวเข้ม! แชร์ประสบการณ์‘ทีม กทม.เพื่อไทย’ แนะลงพื้นที่ฟังปัญหาปชช.

‘ทักษิณ’ติวเข้ม! แชร์ประสบการณ์‘ทีม กทม.เพื่อไทย’ แนะลงพื้นที่ฟังปัญหาปชช.

‘ทักษิณ’ติวเข้ม! แชร์ประสบการณ์‘ทีม กทม.เพื่อไทย’ แนะลงพื้นที่ฟังปัญหาปชช.

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.17 น.

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดกิจกรรม “RE-UNITE เพื่อไทยกรุงเทพ” โดยมี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย และ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม ในฐานะหัวหน้าโซนรับผิดชอบ กทม.รวมถึง สก.กทม.พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง

โดยเวลา 14.30 น.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นวิทยากรพิเศษ ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “เรียนรู้จากผู้รู้” โดย นายดนุพร เปิดเผยว่า นายทักษิณ ในฐานะผู้มีประสบการณ์เคยไปอยู่เมืองหลวงใหญ่ๆ หลายประเทศ ได้มาเล่าประสบการณ์การพัฒนาเมือง ให้กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย รับฟังตัวอย่าง เช่น การพัฒนาเมืองใหญ่ให้เป็นสมาร์ทซิตี้ โดยนำ AI มาเชื่อมโยงวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อบริหารจัดการความเรียบร้อยของเมือง เช่น การจัดการขยะ จราจร สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และแก้ปัญหาอาชญากรรม

นายดนุพร กล่าวว่า นายทักษิณ ยังให้กำลังใจ สส.และ สก.พรรคเพื่อไทย ว่า เนื่องจากขณะนี้พรรคเพื่อไทย มี สก.จำนวน 28 คน จาก 50 เขต ถือว่ามีทหารราบเยอะ จึงต้องช่วยรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ อะไรที่สภา กทม.แก้ไขได้ก็ให้ดำเนินการ แต่ถ้าอะไรทำไม่ได้ก็ให้ส่งข้อมูลมายังส่วนกลาง คือ รัฐบาล โดยประสานผ่าน น.ส.ธีรรัตน์ ในฐานะ รมช.มหาดไทย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการเป็นวิทยากรพิเศษ นายทักษิณ ได้เดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

– 006

‘พิชิต’ซัด‘กิตติรัตน์’สิ้นคิด! ยุส่งไปบอก‘นายกฯ-ลูกพี่ขี้โม้’จัดการเลย

‘พิชิต’ซัด‘กิตติรัตน์’สิ้นคิด! ยุส่งไปบอก‘นายกฯ-ลูกพี่ขี้โม้’จัดการเลย

‘พิชิต’ซัด‘กิตติรัตน์’สิ้นคิด! ยุส่งไปบอก‘นายกฯ-ลูกพี่ขี้โม้’จัดการเลย

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.08 น.

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol ระบุว่า ถึง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง

อย่าน่าคิดเลยครับ ว่าผู้ชุมนุมออกมาเพื่อปกป้องบ่อนเถื่อน แค่คุณคิด ผมก็น่าคิดแทนว่า คุณคิดได้แค่นี้จริงหรือ

ผู้นำศาสนาทุกศาสนา คณะแพทย์ ประชาชนที่เขาแสดงจุดยืน คนเหล่านี้คงมาปกป้องบ่อนเถื่อนซินะ คุณเอาอะไรคิด

หรือถ้าคุณรู้ว่าบ่อนเถื่อนเสียประโยชน์ แสดงว่าคุณรู้ว่าบ่อนเถื่อนอยู่ที่ไหน

แล้วทำไมคุณไม่บอกนายกฯที่คุณใกล้ชิด หรือ บอก ทักษิณ ชินวัตร ลูกพี่คุณไปจัดการเลยละครับ ลูกพี่คุณยิ่งขี้โม้จะปราบโน่นปราบนี่อยู่ ถ้ารู้ก็รีบจัดการ หรือถ้ามีข้อมูลว่า ผู้ชุมนุมรับเงินบ่อนเถื่อนก็รีบจัดการ

อย่ามัวแต่คิด เดี๊ยวมันจะกลายเป็นคน สิ้นคิด

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก “Kittiratt Na Ranong” ระบุว่า น่าคิด … “ไม่เห็นใครเดินขบวน ต้านบ่อนเถื่อนทั่วกรุงเลย แต่พอรัฐจะสร้างกาสิโน นำรายได้มาพัฒนา กลับดิ้นค้านกันใหญ่เลย คุณปกป้องบ่อนเถื่อนรึ” (อ่านข่าวประกอบ : ระดับ‘อดีตรองนายกฯ’เขาว่างี้!! ‘กิตติรัตน์’ถามพวกค้าน‘กาสิโน’ไม่เห็นมีใครต้านบ่อนเถื่อน)

อย่าปล่อยข่าวเท็จ! ‘สรวงศ์’ถามหาหลักฐานปูด‘ทักษิณ’ขู่พรรคร่วม

อย่าปล่อยข่าวเท็จ! ‘สรวงศ์’ถามหาหลักฐานปูด‘ทักษิณ’ขู่พรรคร่วม

อย่าปล่อยข่าวเท็จ! ‘สรวงศ์’ถามหาหลักฐานปูด‘ทักษิณ’ขู่พรรคร่วม

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.46 น.

“สรวงศ์”เผยข่าว”ทักษิณ”แจ้งพรรคร่วม ถ้าไม่เห็นด้วย”กม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ”ขับพ้นรัฐบาล เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง พร้อมถามหาหลักฐานอยู่ไหน

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายงานข่าวว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล หากไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกวันที่ 9 เม.ย.นี้ หากพรรคไหนแตกแถวจะพิจารณาให้ออกจากการร่วมรัฐบาลทันที ว่า เดี๋ยวนี้ใครก็บอกได้ว่าเป็นแหล่งข่าว การพูดเช่นนี้ใครก็พูดลอยๆ ได้ และความเสียหายก็เกิดขึ้นกับพรรค พท.ซึ่งตนถามว่ามีหลักฐานอะไร และไม่มีความเป็นธรรมให้พวกตนเลย ในฐานะพรรคการเมือง เมื่อมีข่าวออกมา พวกตนก็ต้องมานั่งแก้ข่าวกัน ซึ่งไม่โอเค

“เอาตามที่สบายใจ เพราะพวกผมทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่มีข่าวออกมาแล้ว พวกเราก็ต้องมานั่งแก้ข่าวว่า ไม่ใช่ความจริง ส่วนคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อในส่วนนี้พวกผมก็ไปห้ามไม่ได้ ฉะนั้นเวลาที่มีการบอกว่าแหล่งข่าวรายงานว่า ถามว่าแหล่งข่าวไหน แบบนี้พวกผมก็บอกว่าแหล่งข่าวรายงานว่า พวกผมคุยกับฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้วได้ แต่ความจริงเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จึงบอกว่าการทำการเมืองเช่นนี้มันย้อนกลับไป อยู่ดีๆ คิดจะพูดอะไรก็พูดได้ มันไม่ถูก สื่อต้องเข้มแข็งและเป็นหลัก เพราะทุกวันนี้ สื่อหลักเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่สื่อออนไลน์ก็อีกอย่าง เข้าใจว่าสื่อต้องทำงานเร็วเพราะมีการแข่งขันกันสูง แต่เมื่อข่าวออกมาเช่นนั้น พวกผมเสียหาย แล้วใครรับผิดชอบพวกผม แหล่งข่าวที่ว่าหาตัวให้ผมหน่อย ผมจะได้เอามายืนยัน เพราะมั่นใจว่าท่านทักษิณไม่ได้ไปให้สัมภาษณ์ที่ไหน แต่เมื่อข่าวออกมาเช่นนี้คนที่เจ็บก็คือพวกผม” นายสรวงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลจะต้องมีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นหรือไม่ เพราะเหมือนพรรคประชาชาติ (ปช.) มีความกังวลกับเรื่องดังกล่าว นายสรวงศ์ กล่าวว่า เรื่องที่พรรค ปช.มีความกังวล เราทราบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาเป็นพรรคที่มีฐานอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาชิกในพรรคส่วนใหญ่ในพรรคก็เป็นชาวมุสลิม เป็นอิสลาม แต่ทั้งหมดก็คือกฎหมาย ทุกอย่างสามารถทำความเข้าใจกันได้

ถามย้ำว่า ต้องมีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้มีการพูดคุยกันแล้ว อย่าเอานายทักษิณเข้ามาเกี่ยว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พท.ก็ได้มีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาพูดคุยกันแล้ว เมื่อมีข่าวออกมาว่านายทักษิณประกาศว่าหากใครไม่เห็นด้วยจะขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ถามว่าหลักฐานอยู่ไหน และไม่มีใครมาพูดเช่นนี้อยู่แล้ว (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สะพัด!‘ทักษิณ’ฮึ่มพรรคร่วมฯ ไม่โหวต‘ร่างกม.กาสิโน’ขับพ้นรัฐบาล จับตาท่าที 3 พรรค)

ต้องขจัดให้สิ้น! ‘เสรี’ออกโรงค้าน ย้ำไม่เอา‘กาสิโน’

ต้องขจัดให้สิ้น! ‘เสรี’ออกโรงค้าน ย้ำไม่เอา‘กาสิโน’

ต้องขจัดให้สิ้น! ‘เสรี’ออกโรงค้าน ย้ำไม่เอา‘กาสิโน’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.45 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารประเทศ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน

รัฐบาลต้องหาวิธีเลือกวิธีให้ประชาชนมีงานทำมีรายได้ อยู่ดีมีสุข

อะไรที่เป็นการบ่อนทำลาย ทำร้ายประชาชนต้องขจัดให้สิ้น

การพนันเห็นๆอยู่ว่าเป็นอบายมุข ทำให้ผู้คนสิ้นเนื้อประดาตัวได้ เรื่องแบบนี้ นโยบายแบบนี้รัฐบาลต้องไม่ทำ จึงขอยืนยันคัดค้านการออกกฎหมายกาสิโน เพื่อไม่ให้เป็นภัยแก่บ้านเมืองและทำลายชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะลูกเด็กเล็กแดงที่ติดการพนันออนไลน์งอมแงมอยู่ในปัจจุบัน

ดัดหลังทักษิณ! ‘พ่อภราดร’ยุ‘หัวหน้าพรรคร่วมฯ’ถอนตัว ดีกว่าร่วมสร้างบาดแผลให้ประเทศ

ดัดหลังทักษิณ! ‘พ่อภราดร’ยุ‘หัวหน้าพรรคร่วมฯ’ถอนตัว ดีกว่าร่วมสร้างบาดแผลให้ประเทศ

ดัดหลังทักษิณ! ‘พ่อภราดร’ยุ‘หัวหน้าพรรคร่วมฯ’ถอนตัว ดีกว่าร่วมสร้างบาดแผลให้ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

ดัดหลังทักษิณ! ‘พ่อภราดร’ยุ‘หัวหน้าพรรคร่วมฯ’ถอนตัว ดีกว่าร่วมสร้างบาดแผลให้ประเทศ

7 เมษายน 2568 จากกรณีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขู่จะเขี่ยพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ออกจากรัฐบาล (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สะพัด!‘ทักษิณ’ฮึ่มพรรคร่วมฯ ไม่โหวต‘ร่างกม.กาสิโน’ขับพ้นรัฐบาล จับตาท่าที 3 พรรค)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาฯ และอดีต สส.หลายสมัย บิดาของนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาฯคนที่ 2 และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somsak Pris แสดงความคิดเห็นให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลถอยออกจากการร่วมรัฐบาล ระบุว่า…

#เห็นภาพข่าวนี้แล้ว

ใจคอหดหู่ยิ่งนัก

93 ปีของระบอบประชาธิปไตยมันถอยหลังไปกว่าที่คิด

ถ้าเป็นพรรคแกนนำแล้วมีตรรกะแค่นี้

ท่านหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลครับ

ผมว่าท่านถอยมาเถอะครับ

ไม่ฟังเหตุผล ไม่เคารพให้เกียรติกัน

จะอยู่ร่วมกันอย่างไร

อยู่ร่วมกัน แล้วสร้างตราบาปและบาดแผลให้ประเทศ

ถอยมาเถอะครับท่านหัวหน้าทั้งหลาย

ระวัง‘วงจรอุบาทว์3ป.’ อย่าดื้อดัน‘กาสิโน’ให้ประเทศบอบช้ำ ชี้บทเรียน‘นิรโทษสุดซอย’มีแล้ว

ระวัง‘วงจรอุบาทว์3ป.’ อย่าดื้อดัน‘กาสิโน’ให้ประเทศบอบช้ำ ชี้บทเรียน‘นิรโทษสุดซอย’มีแล้ว

ระวัง‘วงจรอุบาทว์3ป.’ อย่าดื้อดัน‘กาสิโน’ให้ประเทศบอบช้ำ ชี้บทเรียน‘นิรโทษสุดซอย’มีแล้ว

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

7 เม.ย. 2568 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee” เนื้อหาดังนี้

ภายใต้สภาวะโลกรวนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความเสี่ยง วิกฤต และภัยคุกคาม อย่างที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ในหลากหลายมิติ

การเมืองไทย ณ ขณะนี้ มี “ความบกพร่องในธรรมาภิบาล” อย่างรุนแรง ที่มิเพียงส่งผลทำให้ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Clean & Clear) เสรีภาพและความเป็นธรรม (Free & Fair) ตลอดจนการเกื้อกูลและแบ่งปัน (Care & Share) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมไทยแล้ว

ความบกพร่องในธรรมาภิบาลที่เกิดขึ้น ได้ก่อให้เกิดระบอบ “ประชาธิปไตยเทียม“ (Pseudo-Democracy) การมี ”รัฐบาลที่ไม่น่าเชื่อถือ“ (Low-Trust Government) ที่ขาดซึ่งความชอบธรรม (Legitimacy) คุณธรรมจริยธรรม (Integrity)และความรู้ความสามารถ (Capability) ในการขับเคลื่อนประเทศ

การเมืองไทยน่าจะได้รับบทเรียนจากความพยายามในการผลักดันนิรโทษกรรมสุดซอยในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา ขออย่าได้หย่ามใจที่จะดื้อด้านผลักดัน Casino ให้เกิดขึ้นกับประเทศนี้ แผ่นดินนี้

ระวัง “วงจรอุบาทว์ 3 ป.” ของการมีประชาธิปไตยเทียม ที่ก่อให้เกิดการประท้วงต่อต้าน จนเกิดการก่อการปฏิวัติรัฐประหาร เกิดเป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำซาก อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในเร็ววันนี้

ประเทศเราบอบช้ำมากพอแล้ว ขออย่าให้เกิดประวัติศาสตร์เลยนะครับ

ขอบคุณเรื่องจาก