‘ชวลิต ทสท.’ชี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รัฐบาลควรตระหนัก‘ราชบัณฑิตยสภา’เสนอยุติ‘กาสิโน’

‘ชวลิต ทสท.’ชี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รัฐบาลควรตระหนัก‘ราชบัณฑิตยสภา’เสนอยุติ‘กาสิโน’

‘ชวลิต ทสท.’ชี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รัฐบาลควรตระหนัก‘ราชบัณฑิตยสภา’เสนอยุติ‘กาสิโน’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.02 น.

‘ชวลิต ทสท.’ชี้ไม่เคยเห็น‘ราชบัณฑิตยสภา’มีมติค้านนโยบายรัฐบาล ถึงขั้นเสนอแนะ‘ยุติโครงการกาสิโน’ นับว่ามีนัยสำคัญที่รัฐบาลและสังคมควรตระหนัก

7 เมษายน 2568 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ให้ความเห็นกรณีที่ประชุมราชบัณฑิตยสภาและภาคีสมาชิก ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบกับรายงาน “การประเมินและพัฒนานโยบายสาธารณะกรณีร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. จัดทำโดยศาสตราจารย์ ดร.วรเดช  จันทรศร ราชบัณฑิต ซึ่งที่ประชุมราชบัณฑิตยสภามีมติเห็นชอบกับรายงานดังกล่าวที่ให้ “ยุติ” การนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น

นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่รับราชการมา 27 ปีกับการทำงานการเมืองมากว่า 20 ปี ไม่เคยเห็นราชบัณฑิตยสภามีมติเสนอแนะนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้ยุตินโยบายสาธารณะของรัฐบาลมาก่อน ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก็ว่าได้ ที่สำคัญราชบัณฑิตยสภาถือได้ว่ามี “ความเป็นกลางทางการเมือง” ไม่มีอคติในทางหนึ่งทางใด  มุ่งประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้ ในทางประวัติศาสตร์ความเป็นมาของราชบัณฑิตยสภา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงก่อตั้งราชบัณฑิตยสภาขึ้น เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2469 เพื่อเป็นสมาคมปราชญ์ประจำประเทศสยาม เฉกเช่นเดียวกับในต่างประเทศ ปัจจุบันราชบัณฑิตยสภามีวิสัยทัศน์เป็นสถาบันหลักของเครือข่ายทางปัญญาแห่งชาติ และเป็นองค์การพัฒนาความรู้ที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการได้ โดยมีพันธกิจที่มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ฯลฯ (3) ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ฯลฯ หลังจากราชบัณฑิตยสภาได้มีมติเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมีความเห็นให้ “ยุติ” การนำเสนอร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือคาสิโน ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในทางปฏิบัติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภาก็จะมีหนังสือนำส่งมติดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบ

นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จะรับฟัง หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ “วุฒิภาวะ” แต่ละท่าน ประกอบกับขณะนี้มีองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ ออกมาคัดค้าน “คาสิโนและการพนันออนไลน์” อย่างหลากหลาย อาทิ กลุ่มการเมือง ประกอบไปด้วย กลุ่มอดีต ส.ว.(2539 – 2562) ชมรม สสร.(2550) กลุ่มแพทย์หลายสถาบัน กลุ่มภาคประชาสังคม องค์กรทางศาสนา ทั้งพุทธ คริสต์ มุสลิม กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มนักศึกษา ฯลฯ รวมทั้งเริ่มลุกลามไปยังต่างจังหวัด โดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตรวมกลุ่มเครือข่ายออกมาคัดค้าน เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา จึงสมควรที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ควรนำไปเป็นข้อมูลในการไตร่ตรองการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้รอบคอบ อย่างน้อยเห็นได้ชัดเจนว่า   นโยบายให้มีคาสิโนและการพนันออนไลน์ถูกกฎหมายไม่เคยปรากฏเป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ที่ผ่านมา และไม่เคยรายงานต่อ กกต.

นายชวลิต กล่าวว่า ดังนั้น เมื่อเป็นนโยบายสาธารณะ มีผลกระทบต่อสังคม ประชาชนและประเทศชาติในวงกว้าง ก็ควรจัดให้มีการทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนโดยใช้ กม.ประชามติที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมั่นใจได้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิในการลงประชามติจำนวนมาก เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศอย่างกว้างขวาง

‘จักรภพ’ร่วมไว้อาลัย’คำไต สีพันดอน’ อดีตประธานประเทศลาว

'จักรภพ'ร่วมไว้อาลัย'คำไต สีพันดอน' อดีตประธานประเทศลาว

‘จักรภพ’ร่วมไว้อาลัย’คำไต สีพันดอน’ อดีตประธานประเทศลาว

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.28 น.

อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ร่วมไว้อาลัย ‘คำไต สีพันดอน’ อดีตประธานประเทศลาว ชี้ปรากฎการณ์ใบไม้ร่วงทีละใบของผู้นำ เป็นจุดเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย เพื่อร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พลเอก คำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศลาว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 101 ปี โดยนายจักรภพระบุว่า เป็นวัยที่ถือเป็นอายุมงคล

นายจักรภพกล่าวว่า พล.อ.คำไต เป็นประธานประเทศลาวคนที่ 4 ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2535–2549 ก่อนจะลงจากตำแหน่ง โดยผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าคือ ท่านประธานหนูฮัก พูมสะหวัน ซึ่งเป็นผู้นำเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 1 ในช่วงที่ พล.อ.คำไต อยู่ในตำแหน่ง

ทั้งนี้ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วงเวลาที่ พล.อ.คำไต ดำรงตำแหน่ง เป็นยุคที่ประเทศลาวเริ่มเปลี่ยนผ่านจากระบอบคอมมิวนิสต์แบบเข้มข้น สู่แนวทางเปิดประเทศ ยอมรับกลไกทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม พร้อมกับการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมระหว่างประเทศ โดยยังคงยึดอุดมการณ์ดั้งเดิมบางส่วนไว้ โดยอาจกล่าวได้ว่า ท่านต้องเปลี่ยนประเทศถึง 180 องศา จาก 360 องศา

นอกจากนี้ นายสอนไซ สีพันดอน ซึ่งเป็นบุตรชายของ พล.อ.คำไต ก็ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของลาว ก็ ยิ่งตอกย้ำถึงบทบาทและอิทธิพลของ พล.อ.คำไต ที่ยังมีอยู่ในเชิงโครงสร้างทางอำนาจของประเทศ ซึ่งนายจักรภพระบุว่า สถานการณ์ในลาวอาจเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต แต่ยังไม่สามารถประเมินทิศทางได้แน่ชัด

นักวิชาการแนะบรรจุวิชาบังคับ ‘ความรู้การเงิน’ ป.1-ป.ตรี แก้ ‘หนี้ครัวเรือน-NPL’ ยั่งยืน

นักวิชาการแนะบรรจุวิชาบังคับ ‘ความรู้การเงิน’ ป.1-ป.ตรี แก้ ‘หนี้ครัวเรือน-NPL’ ยั่งยืน

นักวิชาการแนะบรรจุวิชาบังคับ ‘ความรู้การเงิน’ ป.1-ป.ตรี แก้ ‘หนี้ครัวเรือน-NPL’ ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.54 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยไทยต้องผลักดัน ‘ความรู้ทางการเงิน’ เป็นวาระแห่งชาติ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ตัวเลขการออมคนไทยต่ำ รัฐต้องแบกรับภาระงบอุดหนุน-ช่วยเหลือ แนะเร่งจัดทำหลักสูตรความรู้การเงิน ตั้ง ป.1 – ป.ตรี ทันที ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่

รศ. ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องผลักดันเรื่องการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคนไทยขาดทักษะทางการเงินพื้นฐาน ไม่มีวินัยทางการเงิน ตลอดจนขาดความรู้ในการออม การลงทุน และการวางแผนชีวิตทางการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับการให้ความรู้ทางการเงินดังกล่าว ควรกำหนดเป็นหลักสูตรความรู้ทางการเงินเพื่อชีวิตมั่นคงและยั่งยืน (Financial Literacy for Sustainable Living) บรรจุเป็นวิชาภาคบังคับ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมหาวิทยาลัยชั้นปริญญาตรี รวมระยะเวลา 16 ปีเต็ม เพื่อเปลี่ยนทัศนคติทางการเงินของคนไทยทั้งประเทศ โดยในช่วง ป.1 – ป.3 ควรมุ่งเน้นให้รู้จักเงินออมก่อนใช้ ซึ่งต้องแยกแยะให้เห็นถึง ‘ความจำเป็น’ กับ ‘ความอยาก’ และเริ่มบันทึกรายรับ-รายจ่าย

 ขณะที่ การเรียนรู้ในระดับชั้น ป.4 – ป.6 ต้องทำให้นักเรียนเข้าใจว่าดอกเบี้ยคืออะไร และต้องฝึกการวางแผนงบประมาณ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ความเข้าใจองค์ความรู้เรื่องประกันภัย เมื่อเข้าสู่ระดับชั้นมัธยมศึกษา ม.1 – ม.3 ก็สามารถที่จะเสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘หนี้ดี-หนี้เสีย’ ดอกเบี้ยเงินกู้ สวัสดิการ เช่น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น

ถัดมาในระดับชั้น ม.4 – ม.6 เรียนรู้สิ่งซับซ้อนขึ้น อย่างเรื่อง ภาษี หุ้น กองทุนรวม สินทรัพย์ดิจิทัล การวางแผนเกษียณ ฯลฯ สุดท้าย คือผู้ที่อยู่ในระดับอุดมศึกษา และอาชีวะ ต้องยกระดับองค์ความรู้เรื่องการวางแผนภาษี การเงินทั้งชีวิต การลงทุนอย่างมีเป้าหมาย และการสร้างรายได้ที่เกิดจากการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (Passive Income) ไปจนถึงการรู้เท่าทันเศรษฐกิจและวิกฤตการเงิน

รศ. ดร.วิชัย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 16.5 ล้านล้านบาท หรือ 90.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ซึ่งสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก และสูงต่อเนื่องมาตลอดในระยะ 10 ปีหลัง นอกจากนี้ หนี้สาธารณะของไทยเมื่อปลายปี 2566 อยู่ที่ 10.6 ล้านล้านบาท หรือ 61.4% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากภาระใช้จ่ายเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ ตัวเลขการออมของคนไทยในปี 2566 พบว่า คนไทยออมเฉลี่ยเพียง 7-8% ของรายได้เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายเท่า อย่างประเทศ สิงคโปร์ ที่มีอัตราการออมเฉลี่ยเกิน 20% ของรายได้

ทั้งนี้ หากปล่อยสถานการณ์นี้ไว้อีก 5-10 ปี โดยไม่เร่งแก้ไขอะไรเลย จะทำให้ภาครัฐต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นมหาศาล ทั้งเงินอุดหนุน เงินช่วยเหลือ เงินบำนาญ และภาวะเศรษฐกิจเปราะบางและความเหลื่อมล้ำก็จะถ่างออกอย่างรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ ทางออกระยะยาวของเรื่องนี้จึงหนีไม่พ้นการผลักดันเรื่อง Financial Literacy ให้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องเริ่มต้นตั้งแต่ระบบการศึกษา เพราะการปลูกฝังพฤติกรรมทางการเงิน ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง

นักวิชาการธรรมศาสตร์ จึงเสนอว่า หากรัฐและสังคมเห็นถึงความสำคัญและร่วมมือกันลงมือทำอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจะได้คือครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) จะลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะประชาชนมีวินัยทางการเงิน ไม่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ หรือเป็นหนี้นอกระบบ คนไทยจะมีทักษะในการวางแผนอนาคตได้ มีเงินออม มีแผนเกษียณ อีกทั้งภาครัฐจะสามารถลดภาระหนี้สาธารณะจากการที่ประชาชนเข้มแข็งทางการเงิน ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจประเทศระยะยาวโดยตรง

“กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำทันทีไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ ไม่ต้องรอใคร เพราะนี่คือการลงทุนสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ ลงทุนวันนี้ดีกว่าเสียหายวันหน้า ต้องสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีวินัยทางการเงิน รู้จักใช้รู้จักออมรู้จักลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

‘อดีตสส.รัชดา’ท้า‘ทักษิณ’ไล่เลย ให้รู้ไปว่าไม่เอากาสิโน ฟาดทำลายคุณค่าลูกสาวไม่หยุด

‘อดีตสส.รัชดา’ท้า‘ทักษิณ’ไล่เลย ให้รู้ไปว่าไม่เอากาสิโน ฟาดทำลายคุณค่าลูกสาวไม่หยุด

‘อดีตสส.รัชดา’ท้า‘ทักษิณ’ไล่เลย ให้รู้ไปว่าไม่เอากาสิโน ฟาดทำลายคุณค่าลูกสาวไม่หยุด

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.41 น.

‘อดีตสส.รัชดา’ท้า‘ทักษิณ’ไล่เลย ให้รู้ไปว่าไม่เอากาสิโน ฟาดทำลายคุณค่าลูกสาวไม่หยุด

7 เมษายน 2568 จากกรณีมีรายงานข่าวว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กำชับไปที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ให้โหวตรับหลักการในวาระแรก ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก วันที่ 9 เม.ย.นี้ โดยมีข่าวว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนแตกแถว จะขับออกจากรัฐบาลทันที (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สะพัด!‘ทักษิณ’ฮึ่มพรรคร่วมฯ ไม่โหวต‘ร่างกม.กาสิโน’ขับพ้นรัฐบาล จับตาท่าที 3 พรรค)

ล่าสุด นางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีตสส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ระบุว่า…

ไล่เลย ให้มันรู้กันไป #ไม่เอาคาสิโน

ทักษิณเป็นพ่อที่ใจร้ายและเห็นแก่ความสุขสบายของตัวเองเป็นที่ตั้ง ชอบอวดอหังการ์ แต่ละวันมีแต่ทำลายคุณค่าลูกสาว ลำพังลูกจะประคองตัวเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว ได้พ่อมาเสริมเพิ่มความเอือมระอาเกลียดชังอย่างไม่แผ่วเช่นนี้ สุดท้ายจะเหลืออะไร

รทสช.ย้ำชัด คัดค้านร่างนิรโทษกรรมล้างผิด ม.112-คดีโกง

รทสช.ย้ำชัด คัดค้านร่างนิรโทษกรรมล้างผิด ม.112-คดีโกง

รทสช.ย้ำชัด คัดค้านร่างนิรโทษกรรมล้างผิด ม.112-คดีโกง

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.28 น.

“ธนกร” ยันชัด รทสช.ค้านร่างนิรโทษกรรมล้างผิด ม.112-คดีโกง ลั่น ไม่ยอมให้ใครล้างผิดพวกหมิ่นเบื้องสูง ชี้ เห็นด้วยแค่คดีการเมือง-เหตุไม่รุนแรง  พร้อมหนุน ร่าง พ.ร.บ.สร้างสังคมสันติสุข ฉบับรวมไทยฯ

เมื่อวันที่  7 เมษายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ในวันพุธที่ 9 เมษายนนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณา ร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฯ ทั้ง 4 ฉบับ โดยตนและสส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้ง 36 คน พร้อมให้การสนับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ..ที่นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร กับคณะพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นผู้เสนอ อย่างเต็มที่ เพราะร่างของรทสช. ได้พิจารณาจากคดีทางการเมืองที่มีโทษไม่รุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตและพิจารณาให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายการเมือง ไม่เลือกปฏิบัติ และต้องไม่รวมคดีการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมั่นใจว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวของ รทสช.จะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ทางการเมืองทำให้ประเทศชาติเกิดสันติสุขได้จริง

ทั้งนี้ นายธนกร ประกาศย้ำจุดยืน ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองจะต้องไม่มีการล้างผิดยกโทษให้ผู้ที่กระทำความผิดคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ตามที่มีบางพรรคการเมืองเสนอเข้ามา เพราะถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนในฐานะสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ และเชื่อว่าสส.ทุกพรรคผู้ที่มีความจงรักภักดี ไม่เห็นชอบให้ยกโทษแก่คดีร้ายแรงดังกล่าวอย่างแน่นอน

“ผมย้ำจุดยืนชัดเจนมาตลอด คัดค้านไม่เอาด้วยที่จะมีการนิรโทษกรรม ยกโทษความผิดให้กับพวกหมิ่นสถาบันเบื้องสูงเพราะ เป็นความผิดร้ายแรงทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งชาติ  และสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง สส.ทุกคน ทุกพรรคไม่เห็นด้วยแน่นอน ยกเว้นแค่บางพรรคที่เสนอเข้าสภามา ซึ่งก็เชื่อว่าเมื่อถึงวาระพิจารณาของพรรคนี้ ก็จะถูกคว่ำไม่มีใครเห็นชอบแน่นอน หากจะเริ่มต้นการเมืองให้สร้างสรรค์ปรองดองและยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ก็ต้องยึดความถูกต้องด้วย“ นายธนกร ระบุ

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์กรณีนักข่าวสาวถูกข่มขู่ ชี้หลักการทำหน้าที่สื่อต้องไม่ถูกคุกคาม

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์กรณีนักข่าวสาวถูกข่มขู่ ชี้หลักการทำหน้าที่สื่อต้องไม่ถูกคุกคาม

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์กรณีนักข่าวสาวถูกข่มขู่ ชี้หลักการทำหน้าที่สื่อต้องไม่ถูกคุกคาม

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.04 น.

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยกรณีนักข่าวสาวถูกข่มขู่ เรียกร้องใช้กระบวนการยุติธรรมพร้อมยืนยันหลักการเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน-ไม่ถูกคุกคามทุกกรณี

นางอุษา มีชารี อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมนักข่าวฯ รับทราบสถานการณ์และแสดงความห่วงใยต่อกรณีที่นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ถูกข่มขู่และปิดล้อมขณะปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวเหตุยิงกันภายในงานคอนเสิร์ตสงกรานต์ บริเวณลานจอดรถตลาดตะวันนา 2 เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 6 เมษายน 2568

สมาคมนักข่าวฯ โดยฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ รวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ทำให้ทราบข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากวงการสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง และทราบว่านักข่าวหญิงรายดังกล่าวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามในช่วงเย็นวันเดียวกัน เพื่อขอความคุ้มครองและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สมาคมนักข่าวฯ ยืนยันหลักการสำคัญ เสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และต้องไม่ตกเป็นเป้าการคุกคาม ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม หากเกิดความไม่พอใจจากเนื้อหาข่าวหรือพฤติกรรมของผู้สื่อข่าว ขอให้ใช้ช่องทางตามกระบวนการยุติธรรม หรือร้องเรียนต้นสังกัดและองค์กรสื่อ ไม่ควรใช้วิธีการข่มขู่ ขัดขวาง หรือบีบบังคับ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

6 เมษายน 2568

ระดับ‘อดีตรองนายกฯ’เขาว่างี้!! ‘กิตติรัตน์’ถามพวกค้าน‘กาสิโน’ไม่เห็นมีใครต้านบ่อนเถื่อน

ระดับ‘อดีตรองนายกฯ’เขาว่างี้!! ‘กิตติรัตน์’ถามพวกค้าน‘กาสิโน’ไม่เห็นมีใครต้านบ่อนเถื่อน

ระดับ‘อดีตรองนายกฯ’เขาว่างี้!! ‘กิตติรัตน์’ถามพวกค้าน‘กาสิโน’ไม่เห็นมีใครต้านบ่อนเถื่อน

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.04 น.

7 เม.ย. 2568 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก “Kittiratt Na Ranong” ระบุว่า..

“ไม่เห็นใครเดินขบวน ต้านบ่อนเถื่อนทั่วกรุงเลย แต่พอรัฐจะสร้างกาสิโน นำรายได้มาพัฒนา กลับดิ้นค้านกันใหญ่เลย คุณปกป้องบ่อนเถื่อนรึ”

ขอบคุณเรื่องจาก

043…

‘102 สปช.’เตือน‘รัฐบาล-สภา’ ยก 5 ข้อดึงดัน‘กม.กาสิโน’ระวังเป็น‘ผู้นำทรราช’

‘102 สปช.’เตือน‘รัฐบาล-สภา’ ยก 5 ข้อดึงดัน‘กม.กาสิโน’ระวังเป็น‘ผู้นำทรราช’

‘102 สปช.’เตือน‘รัฐบาล-สภา’ ยก 5 ข้อดึงดัน‘กม.กาสิโน’ระวังเป็น‘ผู้นำทรราช’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.29 น.

‘102 สปช.’เตือน‘รัฐบาล-สภา’ ยก 5 ข้อดึงดัน‘กม.กาสิโน’ระวังเป็น‘ผู้นำทรราช’

7 เมษายน 2568 อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ส่งหนังสือเปิดผนึกถึงประธานรัฐสภา หัวหน้าพรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภา เรื่อง “ขอให้พิจารณาไม่ผ่าน ร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิง พ.ศ. …” มีเนื้อหาดังนี้

เรียน ประธานรัฐสภา หัวหน้าพรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภา

ในฐานะผู้เคยทำหน้าที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557-25558 ตามรายนามที่ปรากฏข้างท้ายนี้ ขอแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการที่รัฐบาลและรัฐสภาจะนำร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ซึ่งมีบ่อนกาสิโนสอดแทรกอยู่ในร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันวันที่ 9 เมษายน 2568 และขอให้ยุติการผลักดันร่างกฎหมายนี้ด้วยการไม่รับหลักการ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1) ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปโดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพประชากรและปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อให้สามารถเพิ่มพูน แข่งขันกับนานาชาติได้ แต่การพนันทั้งกาสิโนและพนันออนไลน์เป็นอบายมุขที่เป็นปากเหวแห่งความเสื่อมที่จะบันทอนกำลังกาย กำลังสติปัญญาทั้งของเยาวชนและศักยภาพของประชากรในวัยทำงาน รัฐบาลควรมุ่งหมายในการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ไม่ใช่ส่งเสริมอบายมุขเพื่อทำลายศักยภาพของคนไทย

2) การเปิดบ่อนการพนัน และต่อไปจะมีการพนันออนไลน์อย่างถูกกฎหมายเป็นการส่งสัญญาณการพัฒนาประเทศที่ผิด ก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ตามมาอย่างที่สามารถคาดเดาได้ เช่น จะมีคนสูญเสียหมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสิน การทะเลาะเบาะแว้ง การทอดทิ้งลูกและครอบครัว รวมทั้งเกิดความรุนแรงถึงฆ่าตัวตาย การก่ออาชญากรรมปล้นชิงทรัพย์ชุกชุม ดังที่ได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทย ทำให้ผู้คนหมกมุ่นเล่นการพนัน ไม่อยากประกอบสัมมาอาชีพ

การพนันเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “โรคติดพนัน” เป็นโรคทางจิตที่เสพติดการพนัน มีคำกล่าวว่าฝีร้ายที่สุดคือผีพนัน เป็นการบ่อนทำลายอนาคตของเยาวชนและประชาชน เป็นหายนภัยอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติและต่ออนาคตของลูกหลานคนไทยทั้งปวง

3) ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรดังกล่าว ไม่สามารถสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจได้จริงตามที่กล่าวอ้าง ดังที่สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ชี้ไว้แล้วว่าการพนันไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของ GDP เพราะการโอนย้ายเงินจากผู้เสียพนันไปให้ผู้ได้พนัน ปราศจากการผลิตสินค้าและบริการใดๆ เป็นเพียงการย้ายเงินจากมือคนหนึ่งไปสู่มืออีกคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทำให้คนเล่นหรือเหยื่อหมดเนื้อหมดตัว มีแต่เจ้ามือและกลุ่มธุรกิจสีเทาที่ร่ำรวย

4) บ่อนกาสิโนและการพนันออนไลน์ คือ ที่รวมของการฉ้อฉลคดโกงทั้งปวง เช่น คอลเซนเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าประเวณี โจร นักตีชิงวิ่งราว และเป็นบ่อเกิดและแหล่งรวมอบายมุขทั้งปวง เป็นที่ฟอกเงินผิดกฎหมายทั้งหลายที่อยู่ไต้ดินให้กลายเป็นเงินที่อยู่บนดิน ดังนั้นการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันจะทำได้ยากมากขึ้น

5) พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลไม่เคยประกาศหาเสียงให้สัญญากับประชาชนว่า เมื่อได้อำนาจจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะเปิดบ่อนการพนันขึ้นในพระนครและเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง จึงเป็นการกระทำของรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย เป็นการหลอกลวงเพื่อชิงอำนาจรัฐผ่านการเลือกตั้งได้แล้ว ก็ดำเนินการตามอำเภอใจ ผิดหลักการการเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้ง

ในท่ามกลางความเร่งร้อนของรัฐบาลและรัฐสภาที่ร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายกาสิโนและการพนันออนไลน์เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯนั้น มีประชาชนจากหลายภาคส่วนของสังคมออกมาคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่าประชาชนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับกาสิโนและการพนันออนไลน์ และจะเพิ่มความเข้มชั้นในการต่อต้านยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

สมควรที่รัฐบาลและรัฐสภาจะต้องรับฟัง มิเช่นนั้นแล้วท่านจะกลายผู้นำทรราชที่ไม่รับฟังเสียงคัดค้านของประชาชนที่เลือกพวกท่านขึ้นมาเป็นผู้แทนของประชาชน และจะหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติตามรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล รัฐสภา พรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภา ได้ไปรดรับฟังเสียงคัดค้านของประชาชน โปรดพิจารณาไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ที่มีการสอดแทรกกาสิโนอยู่ในร่างกฎหมายนี้ ซึ่งจะเข้าพิจารณาในวันที่ 9 เมษายน 2568 ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของประชาชนสืบไป

รายนามชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.สถานบริการครบวงจร พ.ศ. ……ที่มีบ่อนกาสิโนอยู่ด้วย

1.ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ (อดีตประธาน สปช.) 2.รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง (อดีตรองประธาน สปช.) 3. รศ.ดร.กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล 4. ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ 5.นางกอบแก้ว จันทร์ดี 6.นายเกริกไกร จิระแพทย์ 7.นายกิตติภณ ทุ่งกลาง 8.นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ 9.นายสุชาติ นวกวงษ์ 10.รศ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 11.น.ส รสนา โตสิตระกูล 12. นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย 13.นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ 14. นายทนงศักดิ์ ทวีทอง 15.นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล 16. นาย หาญณรงค์ เยาวเลิศ 17.นายประสาร มฤคพิทักษ์ 18.นางสีลาภรณ์ บัวสาย 19.นายธวัช สุวุฒิกุล 20.นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ

21.นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ 22.นายพลเดช ปิ่นประทีป 23.นายอาพล จินดาวัฒนะ 24.นายจาลอง โพธิ์สุข 25.นายนาชัย กฤษณาสกุล 26.นายปรีชา บุตรศรี 27.นายคุรุจิต นาครทรรพ 28.นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ 29.นายกาศพล แก้วประพาฬ 30.นายมนู เลียวไพโรจน์ 31.นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ 32.นายจุมพล รอดคาดี 33.พลโทสิระวิตร์ นาคทอง 34.นางเบญจวรรณ สร่างนิทร 35. รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ 36. นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช 37.พลเอกวิชิต ยาทิพย์ 38.นายวิวัฒน์ ศัลยกาธร 39. ผศ.ดร.ดิเรก ถึงฝั่ง 40. พล ต.ต.ปรีชา สมุทระเปารยะ

41.นางเตือนใจ สินธุวณิก 42.นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ 43.น.อ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ 44.ดร.โกวิทย์ ทรงคุณ 45. นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน 46.ว่าที่ ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ 47.นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน 48.ศ.ศุภชัย เยาวะประภาษ 49.นายคำนูณ สิทธิสมาน 50.รศ.ประภาภัทร นิยม 51.นายสรณะ เทพเนาว์ 52.พล ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป 53. รศ.พญ.พรพันธุ์ บุณยะรัตพันธ์ 54.นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ 55.พันตารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ 56.นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ 57.นายเสรี สุวรรณภานนท์ 58.รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน 59.นายศักรินทร์ ภูมิรัตน 60.นายชาลี เจริญสุข

61.นายชาลี เอียดสกุล 62.ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ 63.นายนิอาแซ ซีอูเซ็ง 64.นายไกรราศ แก้วดี 65.ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ 66.นายมีชัย วีระไวทยะ 67.นายมานิจ สุขสมจิตร 68.ดร.ภัทรียา สุมะโน 69.พลเรือเอกชาญชัย เจริญสุวรรณ 70.พลเรือเอกอภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ 71.นายชิตชัย จิวะตุวินันท์ 72.นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน 73. นายเฉลิมพล ประทีปะวณิช 74.นางพรรณวีรินทร์ รัตนวานิช 75.นางอุบล หลิมสกุล 76.นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ 77.รศ.ดร.เปรื่อง จันดา 78.นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 79.นางสาวสารี อ๋องสมหวัง 80.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

81.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 82.ศ.ปรีชา เถาทอง 83.นายนิพนธ์ คาพา 84.นายชัยพร ทองประเสริฐ 85.นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ 86.นายพงศ์โพยม วาศภูติ 87.นางฑิฆัมพร กองสอน 88.นายอุดม ทุมโฆษิต 89.พลเอกจิรพันธ์ เกษมศานติ์สุข 90.นายจรูญ จึงยิ่งเรืองรุ่ง 91.นายประมนต์ สุธีวงศ์ 92. นายประชา เตรัตน์ 93.นายศานิตย์ นาคสุขศรี 94.นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ 95.ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธชีวิน 96. พลเอกประสูตร รัศมีแพทย์ 97.นายสยุมพร ลิ่มไทย 98.นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ 99.นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา 100.นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 101.นายธวัชชัย ยงกิตติกุล 102.นายทิวา การกระสัง

มท.1 เตรียมรายงานผลสอบตึก สตง.ถล่มต่อนายกฯ ก่อนประชุม ครม.

มท.1 เตรียมรายงานผลสอบตึก สตง.ถล่มต่อนายกฯ ก่อนประชุม ครม.

มท.1 เตรียมรายงานผลสอบตึก สตง.ถล่มต่อนายกฯ ก่อนประชุม ครม.

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.07 น.

“อนุทิน” เตรียมเข้ารายงานผลการสอบสวนตึก สตง.ถล่มต่อนายกฯ วันพรุ่งนี้ 8 โมงครึ่งก่อนประชุม ครม. เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมาในการแก้ไขปัญหาแผ่นดินไหว ที่มีอาคารก่อสร้างของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน พังถล่มลงมา โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสรุปผลการสอบสวนภายใน 7 วัน ทั้งนี้ รอง นรม. และ รมว.มท. นายอนุทินฯ จะเข้ารายงานต่อนายกรัฐมนตรี ในเช้าวันพรุ่งนี้ (วันอังคารที่ 8 เมษายน 2568) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะรับฟังข้อมูลผลการตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อหาข้อสรุปให้เกิดบรรทัดฐานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างรัดกุมและนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้ 8 กระทรวง อาทิ กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการจัดทำแผนและมาตรการภัยพิบัติต่างๆ โดยให้มีการแบ่งหน้าที่และกำหนดขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศ เร่งศึกษากับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ที่มีความพร้อมและอยู่ในแนวแผ่นดินไหว อาทิ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศนิวซีแลนด์ หรือบางประเทศในสหภาพยุโรป รวมทั้งประเทศอิสราเอล ให้ กระทรวงสาธารณสุขเตรียมแผนรับมือ ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุบัติเหตุใหญ่ๆ และอุบัติภัยสำคัญ ว่าควรจะดำเนินการในรูปแบบไหนอย่างไร ทั้งระบบโรงพยาบาลสนาม การปฏิบัติตัว การรองรับ และการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นๆอย่างไร

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เร่งสื่อสารกับนักท่องเที่ยวว่า การท่องเที่ยวในประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่อื่นๆ ในประเทศไทยได้ปกติ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ระดมนักวิชาการธรณีวิทยาเพื่อรวบรวมข้อมูลในการจัดทำข้อเสนอแนะและมาตรการที่ถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าใช้การได้มากน้อยเพียงใด เช่น ชายฝั่งอันดามัน ที่เคยเกิดเหตุสึนามิ ที่เคยมีการวางทุ่นในทะเล ให้สำรวจว่ายังใช้การได้อยู่หรือไม่ และให้นำกลับมารายงานที่ประชุมอีกครั้ง

นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรจุเรื่องการปฏิบัติตนในขณะแผ่นดินไหว และการเกิดอุบัติภัยต่างๆ เข้าไปในแบบการเรียนการศึกษาของเด็กและเยาวชนเนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ และไม่เคยเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้มาก่อน

ขณะเดียวกันมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมตรวจสอบการเดินทางทุกมิติ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางเรือ และทางอากาศว่า โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีพี่น้องประชาชนใช้บริการสามารถใช้บริการได้หรือไม่ มีความแข็งแรงและสามารถรองรับภัยธรรมชาติได้มากน้อยเพียงใด

สำนักนายกรัฐมนตรี ให้ร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปมาตรการเยียวยาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต และให้ประชาสัมพันธ์เป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารอย่างถูกต้องและทั่วถึง โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าต่างๆ และผลของการดำเนินคดีในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ด้วย นายจิรายุกล่าว

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดอบรมหลักสูตร ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร” สร้างเครือข่ายผู้บริหารงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA ร่วมผลักดันการพัฒนาผลงานวิจัยคุณภาพที่มุ่งเน้นการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตภาคการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยให้เกิดวิสัยทัศน์ในการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาภาคอุตสาหกรรมเกษตร สร้างการบูรณาการเครือข่ายและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ สถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA โดยได้รับเกียรติจากดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดหลักสูตรฯ

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวจะเน้นการสร้างเครือข่ายงานวิจัยให้ผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สถาบันการศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับ PMU ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง ได้เข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงานวิจัย ตั้งแต่การจัดสรรทุน การบริหารงบประมาณ การวางแผนโครงการวิจัย ไปจนถึงการเชื่อมโยงผลงานวิจัยกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้

ด้าน นายศิริศักดิ์ เปรมปิยะวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรนี้แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยรุ่นที่ 1 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 และ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2568 และรุ่นที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 และ 10 – 12 มีนาคม 2568โดยทางผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทุนวิจัยของ ARDA และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการเกษตรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนและให้ความรู้กับผู้เข้าอบรมตลอดหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาสำคัญใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.ทิศทางงานวิจัยภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการใช้ประโยชน์งานวิจัยในธุรกิจเกษตร , 2.การปฏิรูประบบวิจัย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างโอกาสในการบริหารงานวิจัยร่วมกัน , 3.การวางแผน การจัดการโครงการวิจัย และการเขียนบทสรุปและรายงานวิจัย , 4.การใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการวิเคราะห์โครงการวิจัย และ 5.การทำงานเป็นทีม

ถึงแม้การลงทุน R&D เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก แต่หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต การอบรมหลักสูตรนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างงานวิจัยคุณภาพและเชื่อมโยงงานวิจัยด้านการเกษตรไปขยายผลสู่ภาคเอกชนให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศต่อไป  ดร.วิชาญ กล่าวทิ้งท้าย