‘โรม’ผ่า3ประเด็นกม.’เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’มีปัญหา แทงกั๊กรอ’ปชน.’เคาะเอาด้วยหรือไม่

'โรม'ผ่า3ประเด็นกม.'เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์'มีปัญหา แทงกั๊กรอ'ปชน.'เคาะเอาด้วยหรือไม่

‘โรม’ผ่า3ประเด็นกม.’เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’มีปัญหา แทงกั๊กรอ’ปชน.’เคาะเอาด้วยหรือไม่

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.19 น.

‘โรม’ย้ำ 3 ประเด็นกฎหมาย‘เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’มีปัญหา ชี้ ‘พรรคประชาชน’ ไม่เห็นด้วยรัฐบาลเร่งผลักดัน  ย้ำส่วนตัวไม่เห็นชอบแน่นอน รอที่ประชุมพรรคเคาะมติ 8 เม.ย.นี้ ซัดอ่านเกมออก ‘เพื่อไทย’เอากฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’เป็นตัวประกัน 


5 เมษายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ว่า เบื้องต้นลำดับแรกก็คือตั้งแต่ขั้นตอนการนำเสนอกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิโนเป็นองค์ประกอบสำคัญอันขาดไม่ได้ การเสนอของรัฐบาลมีปัญหาหลายส่วน ตั้งแต่การเร่งรีบผิดปกติ และความเร่งรีบนี้ก็เต็มไปด้วยความไม่ละเอียดรอบคอบ ซึ่งต้องยอมรับว่ามันนำไปสู่ปัญหาในเรื่องของการยอมรับของพี่น้องประชาชนต่อเรื่องของกาสิโน หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สองคือในแง่ธุรกิจที่บอกว่ามันจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญมันจะนำไปสู่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจต่างๆ ต้องยอมรับว่าเรื่องกาสิโนไม่ใช่เรื่องใหม่บนโลกใบนี้ มันมีหลายประเทศที่มีกาสิโนแล้วหลายประเทศที่มีกาสิโนก็มีปัญหา และเศรษฐกิจอาจไม่ได้ดีอย่างที่รัฐบาลเพ้อฝัน จึงจำเป็นต้องสำรวจถึงความเป็นไปได้ทางธุรกิจ แต่ว่าก็ยังไม่มีการทำในเรื่องของรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility study) อย่างที่ควรจะเป็น หลายประเทศที่มีการทำกาสิโนเขาต้องมีการทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ แต่ประเทศไทยยังไม่มีและรัฐบาลก็หวังว่าจะผ่าน พ.ร.บ.นี้แล้วค่อยไปทำ ซึ่งตนคิดว่ามันผิดกระบวนการ ซึ่งรายงานการศึกษาความเป็นไปได้มันควรเอามาใช้ในการประกอบการพิจารณาว่าเราจะผ่านกฎหมายในเรื่องของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนด้วยหรือไม่ 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่สามคือเรื่องผลกระทบทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการพนันที่อาจจะทำให้คนติดการพนันรวมไปถึงเรื่องของบรรดาทุนเท่าต่างๆ ที่เข้ามา ตรงนี้ก็ไม่ได้มีรายละเอียดชัดเจน ดังนั้นจากผลกระทบหลายๆ อย่างยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้มันไม่ได้ทำให้สังคมไว้วางใจต่อเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ได้เลย และเราต้องยอมรับว่ากาสิโนหากมีการสร้างขึ้นมาแล้วจะอยู่กับเราอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 30 ปีแน่นอน และยังต่ออายุได้อีกครั้งละ 10 ปี ดังนั้นมันอาจจะอยู่เป็นหลายเจเนอเรชั่น  เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นวงกว้างได้ 

“ดังนั้นด้วยหลายๆ อย่าง ผมคิดว่ากระบวนการลำดับแรกของรัฐบาลมีปัญหาจริงๆ และทำให้พรรคประชาชนเราไม่ได้เห็นด้วยกับความเร่งรีบในการที่จะผลักดันเรื่องนี้ ส่วนในระยะยาวตกลงจะเห็นเป็นอย่างไรนั้น พอเราดูในเรื่องของกระบวนการและปัญหาต่างๆ ข้อพิรุธต่างๆ ที่มันมีไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ซึ่งทำให้เราเกิดความไม่สบายใจว่าหรือมันอาจจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน อาจจะมีทุนสีเทา อาจจะมีสิ่งสกปรกต่างๆ เข้ามาผ่านกาสิโนเกิดขึ้นได้ ตัวผมเองคงไม่สามารถที่จะยอมรับในตัวพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้อย่างแน่นอน”นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคจะไม่ให้กฎหมายนี้ผ่านสภาใช่หรือไม่  นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในภาพรวมเราคงต้องสรุปอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เม.ย.นี้ แต่อย่างที่ตนได้กล่าวไปว่าทั้งในกระบวนการและเนื้อหาสาระ ความรัดกุม ตนคิดว่ามันมีปัญหาหลายส่วนจริงๆ สำหรับตนคงไม่เห็นชอบแน่นอน แต่ถ้าต้องการคำตอบอย่างเป็นทางการของพรรคคงต้องรอการประชุมในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ซึ่งตนคิดว่าเราทุกคนในสังคมได้เห็นภาพตรงกันว่าเรื่องกาสิโนที่ทางพรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันมันจะนำมาสู่ปัญหาอย่างไร 

เมื่อถามว่ามีการมองว่าพรรคเพื่อไทยจะใช้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่จะเข้าสู่การพิจารณาต่อจาก พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มาบีบพรรคก้าวไกลนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว คือก็ดูรู้ว่าพรรคเพื่อไทยพยายามที่จะเล่นการเมืองเรื่องนี้โดยแบ่งออกเป็น 2 ขยัก เรื่องแรกก็คือเขารู้ว่าพรรคประชาชนเราเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของเรื่องการนิรโทษกรรมซึ่งในความเป็นจริงเรื่องนิรโทษกรรมมันไม่ใช่วาระที่จะคุยกันได้อย่างรวดเร็วด้วยซ้ำ ต้องมีการถกเถียงกันเยอะ เพราะว่ายังมีรายละเอียดหลายประเทศที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือทางพรรคเพื่อไทยเอาเรื่องนี้มาต่อรอง โดยเอามาปิดท้าย คงจะตั้งใจให้ไม่มีการอภิปรายเรื่องกาสิโน หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อย่างกว้างขวาง พยายามจะบอกว่าถ้ามีการอภิปรายอย่างกว้างขวางก็จะเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายว่าทางพรรคประชาชนไม่ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม อันนี้คือเกมทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทยวางเอาไว้
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นอกจากนั้นสมมติว่าหาก  พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านเข้าไปด้วย ตนก็เชื่อว่าทางพรรคเพื่อไทยวางเอาไว้แล้วว่าการนิรโทษกรรมจะไม่ได้เกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่มซึ่งแม้จะมีจุดมุ่งหมายในเรื่องทางการเมือง แต่แน่นอนว่าจะมีคนบางกลุ่มเท่านั้นที่อาจจะนิรโทษกรรมสำเร็จ ขณะที่หลายๆ กลุ่มอาจจะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม เหตุผลแบบนี้ตนเชื่อว่าเพื่อไทยเขาวางเกมนี้ไว้เป็นขยักที่สอง ทั้งหมดนี้แค่ต้องการที่จะดิสเครดิตพรรคประชาชนว่าเราไม่จริงจังกับเรื่องของการนิรโทษกรรม โดยเอาเรื่องนิรโทษกรรมมาเป็นตัวประกัน 

ม็อบพม่ากระเจิง!!! ‘ศปปส.’บุกปะทะขวาง’กลุ่มแรงงานเมียนมา’จัดชุมนุมไล่ผู้นำหน้า UN

ม็อบพม่ากระเจิง!!! 'ศปปส.'บุกปะทะขวาง'กลุ่มแรงงานเมียนมา'จัดชุมนุมไล่ผู้นำหน้า UN

ม็อบพม่ากระเจิง!!! ‘ศปปส.’บุกปะทะขวาง’กลุ่มแรงงานเมียนมา’จัดชุมนุมไล่ผู้นำหน้า UN

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.55 น.

หน้า UN เดือด!!! กลุ่มแรงงานข้ามชาติพม่านัดชุมนุมประท้วงกรณีเชิญผู้นำเผด็จการเมียนมาร่วมประชุม BIMSTEC ในไทย แต่เจอ ศปปส.บุกขวางจนเกิดการปะทะชุลมุน 

วันที่ 5 เม.ย.68  กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทย  ภายใต้การนำของนายวีระ แสงทอง หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Bright Future ได้นัดหมายใส่เสื้อสีดำรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในเวลา 10.00 น. เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ประท้วงไม่พอใจกรณีเชิญพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเผด็จการทหารพม่า ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุม BIMSTEC ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3-4 เมษายนที่ผ่านมา

ต่อมาได้มีกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน  (ศปปส.)  นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานกลุ่ม ศปปส., นายธนเดช  ตุลยลักษณะ ประธานกลุ่มอาชีวะพ่อกูวิษณุกรรม และนายทรงชัย เนียมหอม ประธานประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ได้นำรถเครื่องเสียงมายังบริเวณหน้า UN และรวมตัวชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าว  เนื่องจากเห็นว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ใช่คนไทย ไม่มีสิทธิในการชุมนุม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งดูแลรักษาความสงบอยู่ด้วย

เวลาประมาณ 10.45 น. ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเมื่อ ปรากฏว่ากลุ่ม ศปปส.ได้พยายามเข้าทำร้ายร่างกายผู้จัดกิจกรรมรายดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ต้องเข้าทำการคุ้มกันและรักษาความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน และรีบนำตัวนายวีระผู้จัดกิจกรรมของกลุ่มแรงงานต่างชาติออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ขณะที่กลุ่มศปปส.ได้กลับไปรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้า UN ตามเดิม

สำหรับวีระ แสงทอง เป็นนักกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในเมียนมามาตั้งแต่ปี 2021 หลังเกิดรัฐประหาร

จากนั้นกลุ่มผู้จัดกิจกรรม ได้ย้ายพื้นที่ชุมนุมจากหน้า UN มาชุมนุมประท้วงกันต่อที่หน้าสถานทูตเมียนมาร์แทน เพื่อยืนยันในการขับไล่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลภาพ คลิป : ไข่แมวชีส  , Pod Nathaphob

‘ธรรมนัส’เปิดแข่งขันว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปี68

'ธรรมนัส'เปิดแข่งขันว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปี68

‘ธรรมนัส’เปิดแข่งขันว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปี68

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

‘ธรรมนัส’เปิดแข่งขันว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปี68 ชมนักกีฬาเข้าร่วมกว่า1,000 คน สะท้อนสมาคมกีฬาทางน้ำมีมาตรฐาน พร้อมพัฒนาศักยภาพนักกีฬาว่ายน้ำไทย สร้างชื่อเสียงสู่ระดับนานาชาติ

5 เมษายน 2568 ที่ศูนย์กีฬาทางน้ำ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.เขต 1 จ.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 (Thailand Age Group Swimming Championships 2025) วันที่ 5 – 10 เมษายน 2568 โดยมีคณะผู้บริหารสมาคมสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง รวมทั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และนักกีฬา ร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันในวันนี้ ซึ่งการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เป็นรายการที่สำคัญของสมาคมฯ ที่จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ซึ่งการแข่งขันในปีนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากถึง 1,018 คน แสดงให้เห็นว่าเยาวชนคนไทย ให้ความสำคัญกับกีฬาว่ายน้ำเป็นอย่างมาก และเป็นกีฬาสากลที่ได้รับความนิยมในเกือบทุกประเทศ ทั่วโลก การที่มีนักกีฬาต่างประเทศให้ความสนใจ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ถือว่าสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย สามารถจัดการแข่งขันได้อย่างมีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจจากประเทศ อื่น ๆ

“การจัดการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย นับว่าเป็นการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาว่ายน้ำไทยสู่ความเป็นเลิศ ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับทีมชาติไทย ผมเชื่อว่านักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองทุกท่าน ณ ที่นี้ เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนานักกีฬาว่ายน้ำของไทย จากเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ผ่านการฝึกซ้อมอย่างมีวินัย เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกลายนักกีฬาทีมชาติไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศในระดับนานาชาติ “ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ถก3ยักษ์ใหญ่ค่ายมือถือ!ยกเครื่องCell Broadcastแจ้งเตือนภัย

ถก3ยักษ์ใหญ่ค่ายมือถือ!ยกเครื่องCell Broadcastแจ้งเตือนภัย

ถก3ยักษ์ใหญ่ค่ายมือถือ!ยกเครื่องCell Broadcastแจ้งเตือนภัย

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

‘ปภ.’ เรียก ‘3ยักษ์ใหญ่ค่ายมือถือ’ คุยซักซ้อม-ปรับข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS – Cell Broadcast

วันที่5เมษายน2568 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมด่วนผู้ให้บริการเครือข่าย 3 ค่าย เพื่อหารือซักซ้อมและปรับกระบวนการส่งข้อมูลให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชนผ่านระบบข้อความสั้น (SMS) และระบบ Cell Broadcast โดยมีผู้แทนบริษัท เอไอเอส จำกัด (มหาชน)  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) เข้าร่วมการประชุม

โดยนายภาสกร กล่าวว่า วันนี้เป็นการพูดคุยร่วมกันระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนภัย กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ค่าย ในการเซ็ตกระบวนการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ โดยในระหว่างที่รอการพัฒนาระบบ Cell Broadcast ให้ครบสมบูรณ์และพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ปภ. และผู้ให้บริการเครือข่ายได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกันที่ชัดเจนในกระบวนการแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Virtual Cell Broadcast ทั้งกรณีแผ่นดินไหวและภัยพิบัติอื่น ๆ  

“ในส่วนของ ปภ. วันนี้เราเดินหน้าเต็มที่ในการทำให้ระบบการแจ้งเตือนภัยมีประสิทธิภาพและเข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อให้ทุกคนทราบสถานการณ์และปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง โดย ปภ. ได้เตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน (emergency case) เพื่อให้การประสานงานร่วมกันกับทุกหน่วยงานในการแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องตามแนวทางการปฏิบัติงาน (SOP) ที่กำหนดไว้ โดยในวันนี้ช่วงบ่าย ทาง ปภ. จะเดินทางไปทดสอบระบบ Cell Broadcast ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนถึงความพร้อมในการแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยระบบ Cell Broadcast” อธิบดี ปภ. กล่าว

ระวังประชาชนเบื่อ! ‘วิสุทธิ์’ กระพือเล่นเกมการเมืองมากเดี๋ยวทหารออกมาอีก

ระวังประชาชนเบื่อ! ‘วิสุทธิ์’ กระพือเล่นเกมการเมืองมากเดี๋ยวทหารออกมาอีก

ระวังประชาชนเบื่อ! ‘วิสุทธิ์’ กระพือเล่นเกมการเมืองมากเดี๋ยวทหารออกมาอีก

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.46 น.

‘วิสุทธิ์’ ซัด ‘ฝ่ายค้าน’ อย่าเล่นเกมโยนบาป ‘รัฐบาล’ ทำประชาชนหน่ายการเมือง จนทหารออกมาอีก ยันไม่มี ‘นายทุนหน้าโง่’ คนไหนอยู่เบื้องหลัง ‘กาสิโน’

วันที่ 5 เมษายน 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงความวุ่นวายในสภาฯ เกี่ยวกับการเสนอญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหว และการเสนอเลื่อนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขึ้นมาเป็นญัตติแรกในสัปดาห์ถัดไปว่า เรื่องแผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลเตรียมพร้อมพิจารณาเช่นเดียวกับฝ่ายค้าน เราตั้งใจให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบการสร้างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่ถล่มลงมา รวมไปถึงตรวจสอบบริษัทก่อสร้าง

“ที่มีข่าวว่าได้รับงานภาครัฐจำนวนมากว่าสร้างอะไรที่ไหนบ้างเรื่องนี้ฝ่ายค้านก็ทราบดี แต่มีปัญหาเรื่องการเสนอญัตติซ้อนกัน ซึ่งถ้าเราไม่เล่นเกมการเมือง เรื่องนี้สามารถจบได้ใน 10 นาที แต่ฝ่ายค้านต้องการให้เป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ เพื่อให้ญัตติแรกที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนตกไปแล้วให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้รับบาป” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า เราต้องใช้เวลาเถียงกันในห้องประธานสภาฯ 1 ชั่วโมง แล้วมาเถียงกันในสภาฯต่ออีก 2 ชั่วโมง ประชาชนเห็นพฤติกรรมทั้งหมด ไม่เข้าใจว่าตกลงแล้วฝ่ายค้านอยากอภิปรายเรื่องแผ่นดินไหวจริงหรือไม่ หรืออยากให้เรื่องนี้ตกเป็นบาปของรัฐบาล พฤติกรรมอย่างนี้เข้าใจได้ว่าฝ่ายค้านเจตนาให้ญัตตินี้ตกไปหรือไม่ ประชาชนเห็นพฤติกรรมว่าเขาอยากให้ญัตตินี้ตก แบบนี้ต้องตั้งคำถามว่าสรุปแล้วคุณรักประเทศชาติบ้านเมืองจริงหรือไม่

ประธานวิปรัฐบาล กล่าวต่อว่าเราต้องทำงานร่วมกันอีกสองปี ถ้าเล่นกันอย่างนี้มันจะดีหรือ ถ้าฝ่ายรัฐบาลจะเล่นเกมบ้างมันไม่เหมาะ อย่าเอาความทุกข์อยากประชาชนมาเป็นเกมการเมือง เพราะประชาชนที่รับฟังการอภิปรายอยู่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นสุดท้ายการเล่นเกมการเมืองที่ทำลงไปไม่ได้ดีต่อใครเลย การเป็นนักการเมืองอย่าใช้สภาฯมาชิงเหลี่ยมการเมืองประชาชนจะเบื่อหน่ายเขาไม่อยากเห็นสส.ทะเลาะกัน ถ้าจะใช้สภาฯตรวจสอบการทำงานรัฐบาลเราเปิดกว้าง การเมืองใหม่ต้องสร้างสรรค์ ถ้าจะเล่นกันอย่างนี้ก็ได้ใส่กันเต็มที่แล้วประชาชนจะได้อะไร เสียค่าแอร์ค่าอาหารไปมันคุ้มหรือไม่กับสิ่งที่ทำ ใครคิดทำอะไรไม่ดีในสภาฯตนตำหนิหมด

“อย่าให้ประชาชนเบื่อการเมือง ถ้าเบื่อมากๆเดี๋ยวทหารออกมาอีก อยากให้เป็นเช่นนั้นหรือ” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เมื่อถูกถามถึงฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าเพราะมีนายทุนอยู่เบื่องหลัง นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ใครเป็นนายทุน ยังไม่ทันออกกฎหมายนายทุนจะออกแล้วหรือ อย่าลืมว่าเรื่อง เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ วันที่ 28 มี.ค. 67 สภาฯรับทราบผลการศึกษามาแล้ว วันที่ 12 ก.ย. 67 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯก็แถลงต่อสภาฯ มีการรับฟังความคิดเห็นกันหลายรอบ ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-14 มี.ค. มีประชาชนแสดงความคิดเห็น 7 หมื่นกว่าคน 80% เห็นด้วย

“กว่ากฎหมายฉบับนี้จะออกต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน จะมีนายทุนหน้าโง่ที่ไหนมาจ่ายให้ อย่าจินตนาการเกินจริง กาสิโนมีแค่ 10% ที่พูดว่าตั้งกาสิโนต้องพูดให้หมดว่ามีอะไรบ้าง การทำให้เศรษกิจดีต้องมีการลงทุน การสร้างสวนน้ำ ที่ประชุม โรงหนัง อย่างเดียวแล้วถ้าไม่มีกาสิโนอยู่ด้วยใครจะมาลงทุน อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาคิดว่าจะมีกำไร คนไทยไม่ได้เข้าไปง่ายๆ ต้องลงรายละเอียด ฝ่ายค้านก็เข้ามาเป็นกรรมาธิการมาตรวจสอบตีแผ่ให้ประชาชนเห็นได้ ขอให้มาร่วมกันสร้างเงื่อนไขในกฎหมายสำหรับการเข้าไปใช้บริหารได้” นายวิสุทธิ์ กล่าว

‘พุทธสมาคม’ไม่เอาด้วย! ค้านกาสิโน แนะ’นายกฯอิงค์’ ควรยึดหลัก 5 ข้อ

'พุทธสมาคม'ไม่เอาด้วย! ค้านกาสิโน แนะ'นายกฯอิงค์' ควรยึดหลัก 5 ข้อ

‘พุทธสมาคม’ไม่เอาด้วย! ค้านกาสิโน แนะ’นายกฯอิงค์’ ควรยึดหลัก 5 ข้อ

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.40 น.

วันที่ 5 เมษายน 2568 พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า พระพุทธศาสนาซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑ แห่งรัตนโกสินทร์ทรงสังคายนาพระไตรปีอก ครั้งที่ ไว้เป็นหลักฐานจนทุกวันนี้ มีพระพุทธธรรมเป็นคำสอนเป็น ที่ประจักษ์ต่อวงวิชาการและวิทยาศาสตร์ ว่าเป็นกระบวนการค้ายันให้สังคมมนุษย์ชาติ ไม่จำกัดเพศ ผิวพรรณ เชื้อชาติ ให้มีความเจริญพัฒนารุ่งเรือง อย่างสถาพรมั่นคง เป็นอารยธรรมของมนุษย์ มีความศิวิไลซ์และอนาคตตราบนานเท่านาน

ความเจริญรุ่งเรือง ความมั่นคงของชาติ มีได้อาศัยเพียงการกระตุ้นเศรษกิจด้วย การชี้นำประชาชนให้หลงไหลในกิเลสหรือเครื่องเศร้าหมอง คือ อบายมุข แต่ให้ทุกคนมีศีลธรรมจากคำสอนในพระพุทธธรรม มากำกับตนเองให้มีคุณธรรม จากนั้นจึงแสดงออกมาให้คนอื่นหรือชาติอื่น 1 รู้ว่าเราเป็นมนุษย์ เป็นชาติแห่งอารยธรรม คือ มีจริยธรรมนั้นเอง 

นายกรัฐมนตรี เป็นสุภาพสตรี มีบุตรและธิดาในวัยเด็กที่น่ารักเหมือนน้ำใสสะอาดกำลังเจริญเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ จะเป็นคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล จะเป็นเยาวชนผู้กุมอนาคตของชาติ จักได้เข้าใจว่า ชาติจะเจริญขึ้นนั้นกับการทำตามคำสอนของพระพุทธธรรม เช่น วุฒิธรรม โดยเฉพาะข้อ ๔ คือ ธรรมานุธรรม-ปฏิบัติ (ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม) คือธรรมะที่ค้ำยันให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง โดยปัจเจกบุคคล ใช้ธรรมะนำทางชีวิต มีไข่การมี อาชีพด้วยกิจกรรมที่ตรงข้ามกับศีล ๕ โดยเฉพาะในศิลข้อ ๒ และข้อ ๕ อันจะนำความเสื่อมมาสู่ปวงชนชาวไทยและชาติไทยในที่สุด

การที่รัฐบาลจะดำเนินการให้มี Entertainment Complex (EC) โดยอ้างว่ามีใน ต่างประเทศและมีประโยชน์นั้นเป็นการรับรู้ข้อมูลด้านแคบและขาดวิสัยทัศน์ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ต้องพึ่งเศรษฐกิจจาก EC เลย แต่ประเทศไทยมีแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ หรือ สุวรรณภูมิมีทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นเอกลักษณ์ของโลก การชี้นำเศรษฐกิจนี้จะเป็นการให้วิสัยทัศน์ที่เบี่ยงเบนต่อลูกหลานของท่านนายกรัฐมนตรีให้เข้าใจผิดว่า ปัจจัย ๔

ไม่สำคัญ และเห็นว่ากิจการ EC ซึ่งขัดต่อศีล-ธรรม และมีผลเสียต่อคุณธรรมนั้น เป็นเรื่องดีแต่ในหลักพระพุทธธรรม EC คือหนทางแห่งความเสื่อม คือ อบายมุข ไม่ควรจะเกิดในแผ่นดินไทยที่มีพระพุทธธรรม ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นศาสนาที่สอนความจริง ความมีเหตุมีผลตามอริยสัจ ๔ ประการ และนำสังคมสู่ความเจริญ

การพัฒนาชาติให้เจริญ ควรใช้ยุทธศาสตร์ของมรรคมีองค์ ๘ ในกรอบปัญญา ศีล และสมาธิ ด้วยการประยุกต์หลักการสัมมาปฏิบัติ ทั้ง ข้อ มาแก้ปัญหาของชาติด้วยวิถีแห่งพระพุทธธรรม

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเครือสมาคมทั่วราชอาณาจักร ได้ร่วมกันมีปฏิญญากรุงเทพมหานคร ๒๕๖๖ ไว้แล้ว ๕ ประการ (ฉบับย่อ) และ ได้นำเสนอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 คนไทยควรยึดหลักว่า

1. เดินตามรอย รัชกาลที่ ๙
2. ปลุกเร้าการไม่โกง
3. จรรโลงพระพุทธศาสนา
4. ศรัทธาทำตามพระพุทธธรรม
5. น้อมนำศีล สู่สังคม

ในนามพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และเครือสมาคมพระพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร จึงขอคัดค้านการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลอกซ์ พ.ศ. …..(ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ่วง “กาสิโน”) ฉบับนี้

นางศุลีมาศ สิทธิสัมพัน

นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

‘จิรายุ’ชี้ ประชุม BIMSTEC ไทยได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

‘จิรายุ’ชี้ ประชุม BIMSTEC ไทยได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

‘จิรายุ’ชี้ ประชุม BIMSTEC ไทยได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.32 น.

ปิดฉากอย่างคุ้มค่า ไทยเจ้าภาพจัดความร่วมมืออ่าวเบงกอล 7 ชาติ สะท้อนการขับเคลื่อนความร่วมมือในภูมิภาคอย่างเข้มแข็ง ทั้งการค้าการลงทุน การคมนาคมสำคัญระหว่างอ่าวเบงกอลสู่ไทย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติระหว่างประเทศบรรลุผล

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปภาพรวมผลสำเร็จของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำบิมสเทค (BIMSTEC)  ครั้งที่ 6  หรือประเทศอนุภูมิภาคอ่าวเบงกอล 7 ประเทศ  ตั้งแต่วันที่ 3 -4 เมษายน 2568

โดยที่ ประชุมเปิดเวทีให้ผู้นำจาก 7 ประเทศสมาชิกร่วมถกประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล การบริหารจัดการภัยพิบัติ และปัญหาเร่งด่วนของภูมิภาค พร้อมทั้งรณรงค์วิสัยทัศน์ “PRO BIMSTEC” ที่มุ่งสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ฟื้นคืน และเปิดกว้าง

ทั้งนี้ การเป็นประธานการประชุมของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในฐานะเจ้าภาพ ได้นำประเทศสมาชิกมารวมตัวกันเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค ทั้งยังเป็นการพบปะระหว่างผู้นำ 7 ชาติ จากทั้งบังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล และศรีลังกา ประชุมเต็มคณะและการประชุมพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกในรอบ 7 ปี

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่าสำหรับความสำเร็จของการประชุมฯ ครั้งนี้ ผู้นำบิมสเทคได้รับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญถึง 6 ฉบับ ประกอบไปด้วย วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 ที่เป็นแผนยุทธศาสตร์ในการสร้าง “PRO BIMSTEC” ภายในปี 2573 ปฏิญญาการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6   กฎระเบียบสำหรับกลไกการดำเนินงานภายใต้กรอบบิมสเทค  รายงานของคณะผู้ทรงคุณวุฒิทิศทางอนาคตของบิมสเทค  ความตกลงความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเล รวมถึงแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมียนมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกในการขับเคลื่อนความร่วมมือและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาค

สำหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการประชุม BIMSTEC ครั้งนี้ จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนไทย ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก ช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดและการลงทุนใหม่ ๆ รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจผ่านเครือข่ายการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น จะช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้  ในช่วงก่อนการประชุมฯ นายกรัฐมนตรียังได้ให้การต้อนรับผู้นำเนปาลและอินเดียในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ยกระดับความสัมพันธ์และมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ พร้อมยังได้หารือทวิภาคีกับผู้นำระหว่างการประชุม ได้แก่ ผู้นำบังกลาเทศ ศรีลังกา ภูฏาน และเมียนมา ที่ได้มีการหารือการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ call center และยาเสพติด รวมทั้งข้อสรุปการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติระหว่างพรมแดนของทั้งสองประเทศ รวมทั้งการติดตามการคมนาคมที่เคยมีข้อตกลงในอดีตที่จะเป็นเส้นทางจากไทยไปยังประเทศเมียนมาและเข้าสู่ประเทศอินเดียเพื่อเป็นช่องทางการค้าขายในตลาดมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นต้น

“ภารกิจครั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในฐานะเจ้าภาพและผู้นำเวทีภูมิภาคที่เข้มแข็ง ทั้งในด้านการเจรจา การบริหารจัดการ และการสร้างความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทยและประเทศสมาชิก BIMSTEC ทั่วภูมิภาค” นายจิรายุ กล่าว

หยันฝ่ายค้าน! นายกฯสั่งตั้ง คกก. แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ตั้งแต่’ทรัมป์’ยังไม่ได้รับตำแหน่ง

หยันฝ่ายค้าน! นายกฯสั่งตั้ง คกก. แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ตั้งแต่'ทรัมป์'ยังไม่ได้รับตำแหน่ง

หยันฝ่ายค้าน! นายกฯสั่งตั้ง คกก. แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ตั้งแต่’ทรัมป์’ยังไม่ได้รับตำแหน่ง

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.51 น.

‘จิรายุ’บอกฝ่ายค้านบางพรรคน่าจะตกข่าวเพิ่งมาเสนอให้นายก ฯ ตั้งคกก.แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ทั้งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปธน. ทรัมป์ยังไม่ได้รับตำแหน่ง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรคออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งตั้งคณะทำงานพิเศษ (Special Task Force) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อรับมือกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตราสูงนั้น 

ขอยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามมาตรการด้านการค้ากับสหรัฐอเมริกา มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก่อนการรับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียด้วยซ้ำ

สำหรับข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านบางพรรค ที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งตั้งคณะทำงานพิเศษ (Special Task Force) นั้น คงล่าช้าไม่ทันการอย่างแน่นอนอาจเป็นเพราะพรรคฝ่ายค้านบางพรรคไม่ได้ติดตามข่าวสาร ว่ารัฐบาลมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบแล้ว

โดยนายกรัฐมนตรีคาดคะเนล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จึงได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้วในวันที่ 6 มกราคม 2568  ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วย นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายฉันทานน์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร รองอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ นางขวัญนภา ผิวนิล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ และนายโอม บัวเขียว คณะทำงานประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า ล่าสุดจากแถลงการณ์นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมายังได้กำหนดแนวทางความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อรับมือผลกระทบอย่างเป็นระบบ ดังนี้

รัฐบาลพร้อมหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในโอกาสแรก เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและจัดเตรียม “ข้อเสนอเพื่อปรับดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีสาระสำคัญเพื่อให้สหรัฐฯ ได้เจรจากับไทย” ที่เหมาะสม 
      
นอกจากนี้คณะกรรมการยังได้เร่งประสานเอกชนปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้อุตสาหกรรมไทย และวางมาตรการรองรับในการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก แสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว

“รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และได้วางมาตรการรองรับในการเยียวยา และบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก ซึ่งนายกรัฐมนตรียังติดตามผลการประชุมอย่างต่อเนื่องมาตลอดกว่า 4 เดือน และในวันอังคารที่ 8 เมษายนนี้ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรการการค้าสหรัฐอเมริกา เวลา 13.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมด เข้าร่วมประชุม 

ขอย้ำว่า “รัฐบาลได้เตรียมความพร้อม เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด และขอขอบพระคุณที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรคให้คำแนะนำ” นายจิรายุ กล่าว

‘เพิ่มพูน-ธนุ’ ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ม.1 เน้นปลอดภัย ยืนยันนักเรียนมีที่เรียนทุกคน

‘เพิ่มพูน-ธนุ’ ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ม.1 เน้นปลอดภัย ยืนยันนักเรียนมีที่เรียนทุกคน

‘เพิ่มพูน-ธนุ’ ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ม.1 เน้นปลอดภัย ยืนยันนักเรียนมีที่เรียนทุกคน

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.37 น.

วันที่ 5 เมษายน 2568 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ชั้น ม.1 ณ สถานศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ได้แก่  โรงเรียนหอวัง  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา และโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เพื่อติดตามการดำเนินการจัดสอบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว และการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ ตามแนวปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกรณีหากเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จัดสอบ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้

พลตำรวจเอก เพิ่มพูน  กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบในวันนี้ พบว่าทางโรงเรียนได้จัดสนามสอบตามแนวปฏิบัติฯ เพื่อรับมือกรณีหากเกิดแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี อาทิ มีการตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารสถานที่ที่ใช้จัดสอบ โดยเลือกใช้อาคารที่ปลอดภัย แข็งแรง ไม่มีความสูงมาก ภายในโรงเรียนมีการระบุจุดรับส่ง จุดพักคอย อาคารสอบ ทางออกฉุกเฉิน จุดรวมพล ฯลฯ อย่างชัดเจน พร้อมประสานโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อการดูแลส่งต่อ ส่วนการใช้ห้องเรียนหรืออาคารอเนกประสงค์เป็นสถานที่จัดสอบ ต้องเตรียมทางออกฉุกเฉินจากอาคาร กำจัดสิ่งกีดขวางทางเดินและบันได และห้ามมีสิ่งของวางบนที่สูงเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น โดยทุกกระบวนการต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมทั้งได้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแบบเสมือนจริงก่อนถึงวันสอบในโรงเรียนที่เป็นสถานที่จัดสอบทุกแห่ง และในวันสอบจริงนี้ ได้มีการแจ้งนักเรียนที่มาสอบ ถึงการปฏิบัติตนตามแผนเผชิญเหตุ ก่อนเริ่มการสอบด้วย  ซึ่งโดยภาพรวมทุกโรงเรียนสามารถดำเนินการจัดสอบได้เรียบร้อยดี จึงขอเป็นกำลังใจให้นักเรียนที่มาสอบในวันนี้ทุกคนด้วย

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของการสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.1 ทั่วประเทศในปีนี้ มีการจัดสอบใน 76 จังหวัด รวม 99 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนที่จัดสอบ จำนวน 561 โรงเรียน มีนักเรียนรวม 270,888 คน ซึ่งทาง สพฐ. ได้กำชับเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ และให้ดำเนินการตามมาตรการและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด ในส่วนโรงเรียนทั้ง 3 แห่งที่เราได้มาตรวจเยี่ยมวันนี้ สำหรับโรงเรียนหอวัง วางแผนรับนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 10 ห้องเรียน รวม 400 คน มีผู้สมัครสอบ จำนวน 503 คน อัตราการแข่งขัน 1 : 1.26 ส่วนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา วางแผนรับนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 6 ห้องเรียน รวม 240 คน มีผู้สมัครสอบ จำนวน 969 คน อัตราการแข่งขัน 1 : 4.04 และโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี วางแผนรับนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 10 ห้องเรียน รวม 400 คน มีผู้สมัครสอบ จำนวน 449 คน อัตราการแข่งขัน 1 : 1.20 โดยหลังจากเสร็จสิ้นการสอบแล้ว จะประกาศผลภายในวันที่ 7 เมษายน และรายงานตัว/มอบตัวภายในวันที่ 10 เมษายน 2568 ต่อไป

“ทั้งนี้ หากนักเรียนคนใดพลาดหวัง ไม่สามารถสอบเข้าเรียนยังโรงเรียนที่ตั้งใจได้  สพฐ. มีศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2568 โดยผู้ปกครองสามารถยื่นความจำนง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 17-22 เมษายน ประกาศผลการจัดสรรภายในวันที่ 24 เมษายน และรายงานตัว/มอบตัวภายในวันที่ 27 เมษายน 2568 ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนจะมีที่เรียนในโรงเรียนคุณภาพที่พร้อมสร้างนักเรียนให้เป็นคนดี เป็นคนเก่ง “เรียนดี มีความสุข” อย่างแน่นอน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

พร้อมกันนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ สพม.กาญจนบุรี, นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี และโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม สพม.ปทุมธานี, นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ สพม.ฉะเชิงเทรา, นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สพม.นนทบุรี, นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และโรงเรียนเทพศิรินทร์ สพม.กท.1, รวมทั้งคณะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. ที่กระจายลงพื้นที่ ณ โรงเรียนต่าง ๆ พร้อมกันในแต่ละภูมิภาค

‘สมชัย’ตั้งข้อสงสัย? ‘แพทยสภา’เหมือนเล่นขายของกัน หลังเลื่อนลงมติชั้น 14

'สมชัย'ตั้งข้อสงสัย? 'แพทยสภา'เหมือนเล่นขายของกัน หลังเลื่อนลงมติชั้น 14

‘สมชัย’ตั้งข้อสงสัย? ‘แพทยสภา’เหมือนเล่นขายของกัน หลังเลื่อนลงมติชั้น 14

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.49 น.

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’อดีต กกต. ข้องใจ ระดับแพทยสภาหรือเล่นขายของกัน หลังเลื่อนลงมติชั้น 14 

วันที่ 5 เมษายน 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีแพทยสภาเลื่อนการพิจารณาผลสอบจริยธรรมแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ณ ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ

โดยระบุว่า เลื่อน เพราะเพิ่งได้เอกสารจาก รพ. ตำรวจมาใหม่ เมื่อ 1 เมษายน 2568 ทั้ง ๆ ที่กำหนด dead line ส่งเอกสาร ตั้งแต่ 15 มกราคม 2568 พ้นเส้นตาย ก็พิจารณาเท่าที่ส่งหลักฐานสิครับ หากเลื่อนเพราะมีเอกสารมาใหม่ เข้าเหลี่ยมคนบางคนสิครับ กำลังจะตัดสิน ก็ส่งเอกสารใหม่ ร้อยปีก็ไม่จบ นี่ระดับแพทยสภา หรือ เล่นขายของกัน