Dermaction Plus By Watsons แท็กทีม Artstory by Autistic Thai นำ 12 ศิลปิน ร่วมออกแบบคอลเลคชันพิเศษ

Dermaction Plus By Watsons แท็กทีม Artstory by Autistic Thai นำ 12 ศิลปิน ร่วมออกแบบคอลเลคชันพิเศษ

Dermaction Plus By Watsons แท็กทีม Artstory by Autistic Thai นำ 12 ศิลปิน ร่วมออกแบบคอลเลคชันพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.33 น.

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย ผลิตภัณฑ์กันแดด Dermaction Plus by Watsons ฉลองครบรอบ 12 ปี ส่งมอบความหมายของความเท่าเทียมผ่านคอลเลคชันพิเศษ Dermaction Plus Solar Barrier The Art Collection ชวนน้อง ๆ ในโครงการ Artstory by Autistic Thai ของมูลนิธิออทิสติกไทย สร้างสรรค์ผลงานในธีม “พักร้อน” จนกลายมาเป็นผลงานศิลปะ 12 ชิ้นที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์รับซัมเมอร์นี้ได้อย่างสวยงาม

เพราะทุกคนควรมีพื้นที่แสดงศักยภาพ

อิศราวดี มีป้อม Customer Controller วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “คอลเลคชันนี้ไม่เพียงฉลองครบรอบ 12 ปีของผลิตภัณฑ์ Dermaction Plus Solar Barrier แต่ยังสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่อยากปกป้อง สนับสนุน และสร้างแรงบันดาลใจในทุกความหลากหลายด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความพิเศษของคอลเลคชันนี้คือ ‘กล่องสุ่ม 12 ลาย จากศิลปินออทิสติก 12 คน’ ผลงานศิลปะลายเส้นสีสันสดใสบนบรรจุภัณฑ์ และเป็น ‘ครั้งแรกของกันแดดลายสุ่ม’ เพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย สะท้อนความงดงามจากมุมมองอันบริสุทธิ์ของเด็ก ๆ ผ่านศิลปะ เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลงานคอลเลคชันพิเศษ ผ่านกลยุทธ์ Collaboration Marketing ร่วมกับ Artstory by Autistic Thai วัตสันเชื่อว่า ‘ความหลากหลายคือพลังในการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน’ การสนับสนุนผลงานศิลปะครั้งนี้สะท้อนแนวคิด ‘มากกว่าความสนุก คือความเท่าเทียม’ ที่ต้องการเปิดพื้นที่และโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ตอกย้ำความสำคัญของพันธกิจความยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ People Planet และ Product ซึ่งเรามุ่งหวังให้ทุกคนได้เติบโตไปด้วยกัน ส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม และสร้างรอยยิ้มให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง”

ให้ผลิตภัณฑ์เป็นพื้นที่ในการแสดงผลงานอย่างเท่าเทียม

บริษัท อุตสาหกรรมมิตรมงคล จำกัด พันธมิตรด้านการผลิตสินค้าของวัตสัน ประเทศไทย ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการผลิต ผ่านการจัดสรรจำนวนของผลงานศิลปะทั้ง 12 ชิ้นในผลิตภัณฑ์ Dermaction Plus Solar Barrier ทั้ง 5 เนื้อสัมผัส ได้แก่ Face&Body, Face Fluid, Cream Gel, CC Nude Cream และ Invisible Balm เพื่อให้ศิลปินมีพื้นที่ในการผลงานได้อย่างเท่าเทียม ในจำนวนที่เท่ากัน

เมื่อศิลปะกลายเป็นพื้นที่บำบัดใจ “พักร้อน” ครั้งนี้จึงพิเศษกว่าเดิม

กิจกรรมเวิร์คชอปครั้งนี้ Dermaction Plus by Watsons และ Artstory by Autistic Thai ชวนอินฟลูเอนเซอร์และน้อง ๆ ศิลปินออทิสติก 12 คน ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในธีม “พักร้อน” ซึ่งเต็มไปด้วยพลังบวก ความสนุกสนาน ผ่อนคลาย กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการวาดภาพ แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจ สนับสนุนศักยภาพ และสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจให้กับสังคม ทุกคนที่ร่วมงานต่างเห็นตรงกันว่า กิจกรรมในวันนี้สนุกและช่วยฮีลใจได้อย่างน่าประทับใจ

วรัท จันทยานนท์  CEO Artstory by Autistic Thai กล่าวว่า “ศิลปะเป็นภาษาสากลที่ไร้พรมแดน โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ ที่มีความพิเศษทางออทิสติก เรายินดีมากที่ได้ร่วมมือกับวัตสันในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ผ่านการภาพวาดอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงช่วยสร้างสมาธิ ความมั่นคงทางจิตใจ และความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนเป็นช่วงเวลาสงบของการพักร้อนทั้งผู้สร้างและผู้เสพงานศิลป์”

ครั้งแรกกับกันแดดที่เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ ลายสุ่ม 12 แบบ

ผลิตภัณฑ์ Dermaction Plus by Watsons Advanced Sun Solar Barrier SPF 50+ PA++++ กันแดดเวชสำอางสูตรกันน้ำ เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารอันตรายต่อปะการัง ในบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนวัตกรรม Double IRtech, DermisGuard และ CollaBoost ปกป้องผิวจาก UVA, UVB, Blue Light และ IR ลดอุณหภูมิผิว -0.34°C ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใส ผ่าน Dermatologically Tested อ่อนโยน ใช้ได้ทุกสภาพผิว

Dermaction Plus Solar Barrier The Art Collection พร้อมให้สะสมครบทั้ง 12 ลายแล้ววันนี้ที่ร้านวัตสัน และช่องทางวัตสันออนไลน์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย หรือ Line Official @WatsonsTH, เว็บไซต์ Watsons.co.th หรือผ่านแอป WatsonsTH ดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store และ App Store  

มทร.ล้านนา ปรับ 8 หลักสูตร รองรับนักศึกษาต่างชาติ รับมือเด็กเกิดน้อย

มทร.ล้านนา ปรับ 8 หลักสูตร รองรับนักศึกษาต่างชาติ รับมือเด็กเกิดน้อย

มทร.ล้านนา ปรับ 8 หลักสูตร รองรับนักศึกษาต่างชาติ รับมือเด็กเกิดน้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.00 น.

รศ.วิเชษฐ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) กล่าวว่าจากแนวโน้มจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่า ปี 2567  อัตราการเกิดอยู่ที่ 462,240 คน ซึ่งเป็นปีแรกที่ต่ำกว่า 5 แสนคน และคาดว่าอีก 50 ปีข้างหน้า การเกิดลดลงเหลือเพียง 40 ล้านคน ประชากรหายไป 25 ล้านคน อัตราแรงงานจะเหลือ 22.8 ล้านคน  ดังนั้น เมื่อเด็กไทยเกิดน้อยลงย่อมมีผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษา เพราะต้องยอมรับว่ารายได้ของมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งต้องมาจากค่าเล่าเรียน จากจำนวนนักศึกษา และเป็นเรื่องความอยู่รอดของมหาวิทยาลัย ทางมทร.ล้านนาซึ่งเล็งเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น จึงได้มีแผนการรับนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติ โดยการเปิดหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และอาชีพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“มทร.ล้านนา มีการเปิดหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรภาษาไทยเพื่อการสื่อสารเชิงธุรกิจสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ไทย วีซ่า ซัพพอร์ท เอ็ดดูเคชั่น จำกัด มาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน โดยมีการเปิดมาแล้ว 4 รุ่น และกำลังจะเปิดรับนักศึกษารุ่นที่ 5 เข้าเรียน มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนแล้วเกือบ 300 คน โดยเป็นทั้งนักศึกษาชาวจีน และนักศึกษาจากยุโรป” รศ.วิเชษฐ กล่าว

รศ.วิเชษฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มทร.ล้านนา ได้มีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรี 8 หลักสูตร เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน ซึ่งจะมีการร่วมมือกับหลักสูตรโครงการพิเศษร่วมกับ บริษัท ฮั่นอี้ โกลบอล จำกัด  และมีการจัดการศึกษา ณ มทร.ล้านนา ดอยสะเก็ด ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในหลักสูตรวศ.บ. วิศวกรรมโลจิสติกส์  และหลักสูตรวศ.บ.วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, คณะบริหารธุรกิจและศิลปะศาสตร์ ในหลักสูตร ศศ.บ.ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล และหลักสูตร ศศ.บ.การท่องเที่ยวและการบริการ, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร หลักสูตรวท.บ.ธุรกิจอาหารและโภชนาการ หลักสูตรวท.บ.วิทยาการคอมพิวเตอร์  และหลักสูตร วท.บ.เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยตั้งจะเปิดรับนักศึกษาต่างชาติ จำนวน300 กว่าคน และจะเริ่มเปิดรับในปีการศึกษา 2568 และในปีการศึกษาต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบัน มทร.ล้านนา มีนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาอยู่ เกือบ 100 คน  โดยเข้าเรียนคณะบริหารธุรกิจและศิลปะศาสตร์  ประมาณ 50 กว่าคน วิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ ประมาณ 3 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ประมาณ 6 คน คณะวิศวกรรมศาสตร์ เกือบ 30 คน คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณ 10 คน โดยเป็นนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกัมพูชา เมียนมา  ฟิลิปปินส์ รวมถึงมาจากประเทศจีน เนปาล และเยอรมัน

“มทร.ล้านนี้ ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัย มีการเรียนการสอนที่จะทำให้นักศึกษามีทักษะ มีความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาอาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยในการจัดการเรียนการสอน และความพร้อมในเรื่องของสถานที่ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาต่างชาติ รวมทั้งมหาวิทยาลัยจะดูแลนักศึกษาต่างชาติทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิต สถานที่พัก และมีล่าม มีอาจารย์ที่ปรึกษา และมีเพื่อนช่วยเพื่อน ที่จะทำให้นักศึกษาต่างชาติสามารถเรียนรู้ และใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีความสุข และปลอดภัย”รศ.วิเชษฐ กล่าวและว่านอกจากนั้น มทร.ล้านนา ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น นักศึกษาเมียนมา หรือเวียดนาม ประมาณ 10 กว่าทุน ต่อปี และมีการทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวะ สถาบันการศึกษาในต่างประเทศ รวมถึงบริษัทต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนนักศึกษาต่างชาติ และโรดโชว์ที่ต่างประเทศ เพื่อให้สถานศึกษาในต่างประเทศ ผู้ประกอบการ และนักศึกษาต่างชาติรู้จัก มทร.ล้านนามากขึ้น

-(016)

‘ร้านเจริญรุ่งเรืองฯ’ จัดเต็มความอร่อย ทั้ง A La Cart – บุฟเฟต์ พร้อมเสิร์ฟถึงโต๊ะ

‘ร้านเจริญรุ่งเรืองฯ’ จัดเต็มความอร่อย ทั้ง A La Cart - บุฟเฟต์ พร้อมเสิร์ฟถึงโต๊ะ

‘ร้านเจริญรุ่งเรืองฯ’ จัดเต็มความอร่อย ทั้ง A La Cart – บุฟเฟต์ พร้อมเสิร์ฟถึงโต๊ะ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.50 น.

หากคุณกำลังมองหาสถานที่รับประทานอาหารสุดหรู ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มทั้ง A La Carte และบุฟเฟต์สุดพรีเมี่ยม ร้าน เจริญรุ่งเรือง อาหารนานาชาติ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้คุณถึงโต๊ะ ด้วยเมนูหลากหลายจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น ไทย จีน ยุโรป และอื่นๆ อีกมากมายกว่า 100 เมนู ให้คุณได้สัมผัสรสชาติสุดพิเศษจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม สดใหม่ทุกจาน! มาพร้อมความฟินระดับห้าดาว  เพื่อให้คุณได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของแต่ละเชื้อชาติ

เมนูเด่นจากญี่ปุ่น: ความสดใหม่ที่สัมผัสได้ในทุกคำ

ซาซิมิแกรนด์ – ชุดปลาดิบ 6 อย่าง คัดสรรปลาดิบชั้นเลิศ เสิร์ฟความสดใหม่แบบพรีเมียม ประกอบด้วย:  ฮามาจิ (Homachi) เนื้อแน่น หวานฉ่ำ  ทูน่า (Tuna) นุ่มละมุน ละลายในปาก ปลาหมึกยักษ์ (Tako) หนึบหนับกำลังดี  แซลมอน (Salmon) มันเยิ้ม เนื้อนุ่ม หอยเชลล์ (Scallop) เด้ง สด หวานธรรมชาติ  กุ้งหวาน (Amaebi) ตัวโต เนื้อหวานเด้ง ซูชิ & ชูชิสุดพรีเมียม ซูชิทุกคำใช้วัตถุดิบสดใหม่ หน้าแน่น ข้าวปั้นหอมกรุ่น ปรุงรสพอดี เสิร์ฟพร้อมวาซาบิแท้ คานิมิโซะมันปูสุดเข้มข้น ผสานความหวานจากเนื้อปูและรสเค็มจากมิโซะ เป็นเมนูที่สายอาหารญี่ปุ่นต้องลอง เนื้อวากิวย่างบนใบโอบะ เนื้อวากิว A5 จากญี่ปุ่น ย่างจนหอม นุ่มละลายในปาก พร้อมกลิ่นใบโอบะที่ช่วยเพิ่มความหอมอันเป็นเอกลักษณ์

เมนูไทย: รสชาติแบบต้นตำรับที่ทุกคนหลงรัก

ข้าวผัดมันเนื้อข้าวผัดหอมมันจากเนื้อชั้นดี รสชาติกลมกล่อม ทุกคำเคลือบไปด้วยรสชาติของเนื้อวากิวและเครื่องปรุงสูตรพิเศษ  กุ้งพันอ้อย เมนูไทยโบราณ กุ้งเนื้อแน่น พันด้วยอ้อยหอมๆ นำไปทอดจนเหลืองกรอบ หอมหวานอร่อยไม่เหมือนใคร  ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว น้ำซุปเข้มข้น เนื้อวากิวสไลซ์บาง นุ่มละมุนละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงสุดพรีเมียม

เมนูจีน: ความอร่อยระดับจักรพรรดิ  ฮะเก๋าทรัฟเฟิล แป้งบาง ไส้แน่น ผสมผสานความหอมของทรัฟเฟิลระดับพรีเมียม

เมนูยุโรป: ความหรูหราที่สัมผัสได้  ซุปเห็ดทรัฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมครัวซองต์  ซุปครีมเห็ดที่หอมกลิ่นทรัฟเฟิล เนื้อนุ่มละมุน ทานคู่กับครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน  สลัดปูนิ่ม ผักสดกรอบ เสิร์ฟคู่ปูนิ่มทอดกรอบ น้ำสลัดรสกลมกล่อม หอยเชลล์อบชีส หอยเชลล์สดจากญี่ปุ่น อบชีสจนเยิ้ม หอมละมุนในทุกคำ

ซีฟู้ดพรีเมียม: สวรรค์ของคนรักอาหารทะเล อาทิ หอยนางรมสดนำเข้าจากแหล่งคุณภาพ สดใหม่ทุกตัว เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มเปรี้ยวจี๊ดที่ช่วยเสริมรสชาติ  กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตย่างไฟจนหอม เนื้อแน่น เด้ง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ

ของหวานและเครื่องดื่มสุดพรีเมี่ยม  ปิดท้ายมื้ออร่อยด้วย ไอศกรีม Haagen-Dazs & MUSE เค้กอบสดจากฝรั่งเศส และเครื่องดื่มนำเข้า ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติที่ลงตัว

มาสัมผัสประสบการณ์บุฟเฟ่ต์สุดพรีเมียม พร้อมเสิร์ฟความอร่อยจากทั่วโลก ได้แล้ววันนี้ที่ เจริญรุ่งเรือง อาหารนานาชาติ!   ทั้ง 3 สาขา  เปิดทุกวัน 11.00 – 21.00 น

•             MS SIAM TOWER พระราม 3 โทร 090-945-2536

•             The Bright พระราม 2 โทร 097-282-9596

•             True Digital Park (ตึก East) โทร 092-528-9096

-(016)

เตรียมสัมผัสความสนุกสุดมันส์ ไปกับ Odin Valhalla Rising พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ 29 เม.ย. นี้

เตรียมสัมผัสความสนุกสุดมันส์ ไปกับ Odin Valhalla Rising  พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ 29 เม.ย. นี้

เตรียมสัมผัสความสนุกสุดมันส์ ไปกับ Odin Valhalla Rising พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ 29 เม.ย. นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเกมส์  Odin: Valhalla Rising ในรอบ Global เกมฟอร์มยักษ์แห่งปี เกมแนว MMORPG ฟอร์มยักษ์ Odin: Valhalla Rising ภายใต้การพัฒนาของ Lionheart Studio และเผยแพร่โดย Kakao Games โดยเกมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานนอร์ส นำเสนอโลก Open wold อันกว้างใหญ่และสมจริง พร้อมระบบการเล่นสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การผจญภัยที่แตกต่างจากเกมอื่น ๆ ในแนวเดียวกัน

ฟีเจอร์สำคัญของ Odin: Valhalla Rising ไม่ว่าจะเป็น เลือกคลาสสุดเท่ที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณ: เริ่มต้นการเดินทางของคุณด้วยการเลือกหนึ่งในสี่คลาส ได้แก่ นักรบ, จอมเวท, นักบวช และจอมโจร โดยแต่ละคลาสมีเอกลักษณ์และสกิลเฉพาะตัว ทำให้คุณสามารถปรับแต่งสไตล์การเล่นให้เข้ากับตัวเองได้อย่างอิสระ โลกโอเพ่นเวิลด์กว้างใหญ่ไร้รอยต่อ: ออกสำรวจดินแดนทั้งสี่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานนอร์ส ไม่ว่าจะเป็น มิดการ์ด, ยอร์ตุนไฮม์, นิดาเวลเลียร์ และฮัลไฮม์ โดยไม่มีหน้าจอโหลดขณะเดินทางภายนอกดันเจี้ยน ทำให้การผจญภัยเป็นไปอย่างลื่นไหลและสมจริง รองรับระบบครอสเพลย์เต็มรูปแบบ: ไม่ว่าคุณจะเล่นบน สมาร์ทโฟนหรือพีซี ก็สามารถสนุกกับการผจญภัยได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมการปรับแต่งกราฟิกให้เหมาะกับอุปกรณ์แต่ละชนิด ทำให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ภาพที่สวยงามตระการตา โลกที่เชื่อมโยงผู้เล่นจากทั่วโลก: ผู้เล่นสามารถร่วมเดินทางไปกับเหล่านักผจญภัยกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก ที่เคยสัมผัสประสบการณ์ของ Odin: Valhalla Rising มาก่อนหน้านี้ในเอเชีย โดยในเวอร์ชันนี้ ได้มีการปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์ให้รองรับผู้เล่นจำนวนมาก และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับตลาดเกมระดับโลก

มหากาพย์การผจญภัยแห่งนอร์ส: Odin: Valhalla Rising เป็นเกมที่ผสมผสานระหว่างแฟนตาซีและตำนานเทพเจ้าไวกิ้ง ตัวเกมนำเสนอเรื่องราวของอาณาจักรทั้งสี่ ได้แก่ มิดการ์ด, ยอร์ตุนไฮม์, นิดาเวลเลียร์ และฮัลไฮม์ ซึ่งแต่ละดินแดนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมนอร์ส

กราฟิกระดับไฮเอนด์: ในการพัฒนา Odin มีการทดลองทางเทคนิคที่หลากหลาย  เริ่มต้นด้วยการใช้เทคโนโลยีล่าสุดต่างๆ เช่น การสแกน 3D, การจับการเคลื่อนไหว (Motion Capture), การทำการเปลี่ยนรูปหน้า (Facial Morphing) เพื่อให้กราฟิกที่ดีที่สุด และได้สร้างโลกเกม ที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถผจญภัยได้อย่างอิสระ รวมถึงระบบการเล่นข้ามแพลตฟอร์มระหว่าง PC และมือถืออีกด้วย เพื่อมอบภาพที่สวยงามสมจริง ตั้งแต่รายละเอียดของสภาพแวดล้อม ไปจนถึงเอฟเฟกต์การต่อสู้สุดอลังการ ทำให้ Odin: Valhalla Rising เป็นหนึ่งในเกม MMORPG ที่มีคุณภาพด้านกราฟิกสูงที่สุดในปัจจุบัน

ระบบการต่อสู้ที่สมจริงและลื่นไหล: ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับการต่อสู้แบบแอ็กชันเต็มรูปแบบ ที่สามารถเคลื่อนที่และโจมตีได้อย่างอิสระโดยไม่มีฉากโหลด ระบบคลาสตัวละครถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมสกิลที่หลากหลายและกลยุทธ์การต่อสู้ที่ท้าทาย

แผนการอัปเดตเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง: ทีมพัฒนายืนยันว่าผู้เล่นสามารถคาดหวังการอัปเดตเนื้อหาใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การขยายเนื้อเรื่อง, การเพิ่มดันเจี้ยน, โหมด PvP, และกิจกรรมพิเศษตามเทศกาล เพื่อให้ผู้เล่นมีสิ่งใหม่ ๆ ให้ทำอยู่เสมอ

กำหนดการลงทะเบียนและวันเปิดตัว ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์หลักและร้านค้าเกมบนมือถือ โดยมีกำหนดเปิดให้เล่นในวันที่ 29 เมษายน 2568 บนแพลตฟอร์ม PC และมือถือ ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับ ของรางวัลสุดพิเศษในเกม เพียงแค่เข้าสู่หน้าเพจลงทะเบียนล่วงหน้าและกรอกหมายเลขโทรศัพท์ รวมทั้งลงทะเบียนผ่านตลาดมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล

Odin: Valhalla Rising เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้ แฟน ๆ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง เว็บไซต์หลัก, Facebook และ Discord ของเกม แล้วมาร่วมออกผจญภัยไปในโลกแห่งตำนานนอร์สพร้อมๆ กัน

​ยกระดับนวัตกรรมการแพทย์ไทย ‘ศิริราช’ ผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียม 3 มิติสำเร็จ

​ยกระดับนวัตกรรมการแพทย์ไทย ‘ศิริราช’ ผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียม 3 มิติสำเร็จ

​ยกระดับนวัตกรรมการแพทย์ไทย ‘ศิริราช’ ผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียม 3 มิติสำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.44 น.

ตอกย้ำความสำเร็จในการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการแพทย์ไทย สามารถผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ด้วยนวัตกรรมการพิมพ์สามมิติในโรงพยาบาล และใช้ในผู้ป่วยจริงได้สำเร็จเป็นเจ้าแรกของโลก (World First: Siriraj Achieves Breakthrough in Point-of-Care Manufacturing of 3D-Printed Titanium Hip Sockets with Proven Clinical Success) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยได้มีการจัดงานแถลงข่าวความสำเร็จขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 โดยมี คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย รศ. ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ บพข. รศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ม.มหิดล น. ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล  รศ. นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และ ผศ. ดร.เชษฐา พันธ์เครือบุตร หัวหน้าโครงการฯ บริษัท ออส ทรีโอ จำกัด ร่วมงาน ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G โรงพยาบาลศิริราช

ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากโครงการที่ บพข. ให้การสนับสนุนทุน แก่ บริษัท ออส ทรีโอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ บริษัท เมติคูลี่ จำกัด เพื่อพัฒนานวัตกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์เฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ โดยมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาข้อจำกัดของการรักษาผู้ป่วยโรคข้อสะโพกเสื่อมที่มีภาวะกระดูกเบ้าสะโพกแตกหรือสึกกร่อนรุนแรง ซึ่งไม่สามารถใช้ข้อสะโพกเทียมแบบมาตรฐานได้ จึงต้องมีการสั่งซื้อข้อสะโพกเทียมจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพงมาก ใช้ระยะเวลาในการขนส่งนาน ทำให้บางครั้งไม่ทันต่อการรักษาและไม่พอดีกับร่างกายของผู้ป่วย ดังนั้น นวัตกรรมการผลิตสามมิติเฉพาะบุคคลจึงเป็นทางออกที่สำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วย โดยเทคโนโลยีนี้จะสามารถผลิตกระดูกเบ้าสะโพกเทียมที่เฉพาะเจาะจงกับบุคคลนั้นๆ เพื่อใช้ทดแทนกระดูกเบ้าสะโพกที่แตกหรือสึกกร่อน ซึ่งจากการทดสอบรักษาจริงกับผู้ป่วย 2 ราย นั้นได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างมาก ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถขยับขาได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ ความสำเร็จในการจัดตั้งโรงงานผลิตกระดูกไทเทเนียมในโรงพยาบาลซึ่งเป็นจุดบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย (Point-of-Care: POC) ช่วยลดระยะเวลาในการรอคอยของผู้ป่วยได้อย่างมาก ทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ 6-7 เท่า จึงเป็นการลดเงินไหลออกนอกประเทศ

คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า “การผลิตกระดูกเบ้าสะโพกเทียมด้วยเทคโนโลยี 3D printing และนำไปใช้ผ่าตัดผู้ป่วยจริงที่ รพ.ศิริราช เป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์และนวัตกรรมไทย แสดงถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ไทย รวมถึงความสามารถของผู้ประกอบการไทย ขอชื่นชมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล, บริษัท ออส ทรีโอ จำกัด และทุกภาคส่วนที่ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่มั่นคงอีกครั้ง โดยเฉพาะ บพข. ที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่องจนสำเร็จเชื่อว่าความสำเร็จนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีที่สุด”

รศ. ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ บพข. กล่าวเสริมว่า “บพข. มีภารกิจหลักในการจัดสรรทุนวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในภาคการผลิตและภาคบริการ เรามุ่งเน้นสนับสนุนแผนงานที่มีความร่วมมือหรือร่วมลงทุนกับผู้ใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โครงการผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคลนี้ เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการนำงานวิจัย Deep Tech ทางการแพทย์มาต่อยอดสู่การใช้งานจริง และเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหมอและวิศกร ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบสูง ทั้งต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วย และต่ออุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์ในประเทศ ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยและความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมที่ บพข. และ อว. ร่วมกันผลักดัน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างตลาดนวัตกรรม และส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือกับ บริษัท ออส ทรีโอ จำกัด และการสนับสนุนทุนจาก บพข. ทำให้ศิริราชสามารถพัฒนานวัตกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์สามมิติเฉพาะบุคคล ควบคู่ไปกับกระบวนการวางแผนการผ่าตัดแบบดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว การที่เราสามารถผลิตกระดูกไทเทเนียม 3 มิติได้เองภายในโรงพยาบาล ถือเป็นแห่งแรกของโลก (The First Factory in a Box at Hospital Point-of-Care) ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยของผู้ป่วยได้อย่างมาก และเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดที่ซับซ้อน ผู้ป่วยรายแรกที่ได้รับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา มีผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง นวัตกรรมนี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยกระดับวงการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าต่อไป”

ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล อธิบายถึงกระบวนการว่า “เริ่มจากการทำ CT Scan ผู้ป่วย จากนั้นทีมแพทย์ศิริราชและวิศวกรจาก บจก. ออส ทรีโอ จะร่วมกันออกแบบกระดูกเบ้าสะโพกเทียมให้เหมาะกับกายวิภาคของผู้ป่วยแต่ละราย ก่อนจะพิมพ์ชิ้นส่วนจำลอง และผลิตชิ้นส่วนจริงด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ติดตั้งภายในโรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 สัปดาห์ นับเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญในการรักษา ช่วยให้ผู้ป่วยที่เคยหมดหวังกลับมาเดินได้อีกครั้ง”

ผศ. ดร.เชษฐา พันธ์เครือบุตร หัวหน้าโครงการฯ บริษัท ออส ทรีโอ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งในความสำเร็จครั้งนี้ และเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมายกระดับการแพทย์ นวัตกรรม ‘Factory in a Box’ หรือการย่อส่วนกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนทั้งหมดให้อยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กเทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์เพียงตู้เดียว มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้เราสามารถติดตั้งระบบการผลิตภายในโรงพยาบาลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ รองรับกระบวนการตั้งแต่การออกแบบ การผลิต จนถึงการนำไปใช้งาน ซึ่งเป็นการผลักดันให้เกิดการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงครับ”

โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนพื้นที่ติดตั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จาก ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดย รศ. นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวว่า “ศูนย์ฯ เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน จึงสนับสนุนพื้นที่ 60 ตารางเมตร สำหรับติดตั้งเครื่องมือ และพร้อมผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจต่อไป”

ความสำเร็จในการผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคลด้วยการพิมพ์ 3 มิติ ณ จุดบริการ (Point-of-Care) นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิวัติการรักษาผู้ป่วยโรคข้อสะโพกที่ซับซ้อน แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ขั้นสูง ซึ่งเป็นผลจากการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของ บพข. ในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

-(016)

แพทย์เตือน “PTSD หลังภัยพิบัติ” อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะวิธีดูแลใจให้กลับมาแข็งแกร่ง

แพทย์เตือน “PTSD หลังภัยพิบัติ” อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะวิธีดูแลใจให้กลับมาแข็งแกร่ง

แพทย์เตือน “PTSD หลังภัยพิบัติ” อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะวิธีดูแลใจให้กลับมาแข็งแกร่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.35 น.

ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ” หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่รุนแรง กระทบกระเทือนร่างกายหรือจิตใจอย่างหนัก เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ อุบัติเหตุร้ายแรง ถูกคุกคามทางเพศ ซึ่งภาวะนี้อาจเกิดขึ้นแค่ชั่วขณะ หรือสามารถดำเนินต่อไปจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่ยืดเยื้อและรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที PTSD อาจส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อาการจะแสดงออกมาในรูปแบบของภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ (Flashbacks) หรือฝันร้าย, หลีกเลี่ยงอะไรที่ทำให้กลับไปนึกถึงเหตุการณ์นั้น ๆ อีก, การตื่นตัว หงุดหงิด ผวา สะดุ้งตกใจง่าย ระแวดระวังมากเกินไป ไม่มีสมาธิ หากปล่อยให้ภาวะ PTSD ดำเนินไปโดยไม่มีการดูแล อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง ที่กระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เช่นโรคซึมเศร้า การใช้สารเสพติด และอาจทำให้คุณภาพชีวิตลดลงได้อย่างมาก

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า โรค PTSD เป็นภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบกระเทือนร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง เช่น ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุร้ายแรง หรือแม้แต่เห็นภาพหรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์รุนแรง โดยอาการ PTSD เป็นผลต่อเนื่องมาจากภาวะเครียดรุนแรงฉับพลัน Acute Stress Disorder ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกหลังเผชิญเหตุการณ์ แต่ PTSD เป็นภาวะที่อาจอยู่กับเรานานเป็นเดือนหรือเป็นปี หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาการอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ และอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนเช่นโรคซึมเศร้าตามมาได้

อาการต่าง ๆ เกิดจากการทำงานของระบบประสาทและสมอง มีการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทฮอร์โมนความเครียด โดยระบบประสาทอัตโนมัติของคนมีอยู่สองระบบ ได้แก่ ระบบซิมพาเทติก (Sympathetic) ซึ่งเป็นฝั่งกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว พร้อมรับมือกับภัยอันตราย และระบบพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic) ซึ่งเป็นฝั่งผ่อนคลาย ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเครียด ระบบทั้งสองต้องทำงานสมดุลกัน หากระบบซิมพาเทติกทำงานมากเกินไป จะทำให้เกิดผลให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วตื้น ตื่นตัว กล้ามเนื้อเกร็ง วิตกกังวล และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกาย

สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็น PTSD ได้แก่ ผู้ที่ประสบภัยพิบัติหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญโดยตรง บุคคลที่สูญเสียคนใกล้ชิดในเหตุการณ์รุนแรง อาการของ PTSD มีหลายรูปแบบ เช่น ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ (Flashbacks) ฝันร้ายและนอนไม่หลับ ความวิตกกังวลและตื่นตระหนกง่าย หวาดกลัว เลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้นความทรงจำเหตุการณ์นั้น เหม่อลอย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์

พญ.ดุจฤดี ให้ข้อมูลต่อว่า แม้ PTSD จะเป็นภาวะที่ซับซ้อน แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ การสังเกตและยอมรับอารมณ์ของตัวเอง การฝึกหายใจ (Breathing Exercise) การจดบันทึกความรู้สึก (Journaling) และการฝึกอยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness & Meditation) เป็นวิธีที่ช่วยลดความเครียดได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดอาการวิตกกังวลและนอนไม่หลับ

นอกจากนี้กิจกรรมเสริมที่ช่วยลดความเครียดและฟื้นฟูจิตใจ ได้แก่ ศิลปะบำบัด (Art Therapy) เช่น การวาดภาพหรือปั้นดินที่ช่วยให้สมองจดจ่อและลดความเครียด ดนตรีบำบัด (Music Therapy) เช่น การฟังเพลงที่ให้ความรู้สึกสงบหรือเล่นดนตรีเพื่อช่วยให้สมองผ่อนคลาย ออกกำลังกายแบบผ่อนคลาย        (Relaxing Exercise) เช่น โยคะ ไทชิ ว่ายน้ำหรือการเดินเล่นในธรรมชาติ ออกกำลังกาย รวมถึงงานอดิเรกที่ชอบและผ่อนคลาย หรือการเข้าสังคมและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เช่น การพบปะเพื่อนฝูงหรือเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า  PTSD เป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิดต้องเผชิญกับมันตามลำพัง หากรู้สึกว่ายังรับมือไม่ไหว หรือมีอาการรุนแรงจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ แบ่งเวลาพักระหว่างวัน และพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ จะช่วยให้จิตใจกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง

การดูแลสุขภาพจิตที่ดีที่สุด คือ การมีสติและการรับรู้อารมณ์ของตัวเอง การสำรวจตัวเองว่าเครียดเกินไปหรือไม่ และจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม การฝึกมีสติ (Mindfulness) ช่วยให้เรารับรู้ปัจจุบันและวางแผนอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด ควรตั้งสติให้มั่น การฝึกสติไว้ก่อนเปรียบเหมือนกับการเรียนรู้การว่ายน้ำก่อนตกน้ำ หากไม่มีการฝึกเตรียมพร้อม เมื่อเกิด อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้ การรู้เท่าทันตนเองและการหยุดเสพข่าวที่สร้างความเครียดมากเกินไป เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะ PTSD และรักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรง

สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาเรื่องสุขภาพจิต สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ www.praram9.com , Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital 

สป.อว. ชู ม.แม่โจ้ ปั้นนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรฯ พร้อมดึงงานวิจัย-นวัตกรรมต่อยอดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

สป.อว. ชู ม.แม่โจ้ ปั้นนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรฯ พร้อมดึงงานวิจัย-นวัตกรรมต่อยอดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

สป.อว. ชู ม.แม่โจ้ ปั้นนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรฯ พร้อมดึงงานวิจัย-นวัตกรรมต่อยอดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.32 น.

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนา อววน. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย ศ.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และ รศ.ศักดิ์เกษม ระมิงค์วงศ์ ผศ.ไชยยันต์ ชนะพรมมา คณะกรรมการฯ  ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและพัฒนากำลังคนขั้นสูง (Reinventing University) ประจำปีงบประมาณ 2567 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ โดยมี รศ.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ พร้อมนำเยี่ยมชมผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร 

รศ.วีระพล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทย มีหลักสูตรด้านวิศวกรรมฟาร์มอัจฉริยะและนวัตกรรม เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเกษตร มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ  และมีการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง  และได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอัจฉริยะ (Intelligent Agriculture) ประกอบกับจุดเด่นในด้านเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานทุกภาคส่วน มาใช้เป็นกลไกในการดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งสนับสนุนนักศึกษาที่สนใจเป็นผู้ประกอบการให้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สนใจมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ  รวมถึงสามารถสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์เพื่อสร้างผลงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น   

ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า  มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความพร้อมและประสบการณ์ในการพัฒนาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้นโยบายสู่การเป็น Entrepreneurial University ผ่านกลไกระบบนิเวศในการสนับสนุนผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัย  และจากผลการดำเนินงานภายใต้โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ขยายผลสู่การสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรและอาหารรุ่นใหม่ MJU Agri smart startup Academy จะเป็นการเสริมสร้างและผลักดันให้มหาวิทยาลัยเกิดผู้ประกอบการใหม่จากฐานนักศึกษา ภายใต้ระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยที่มีการเชื่อมโยงและผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผ่านรูปแบบการสอนในกลุ่มวิชาการเป็นผู้ประกอบการและการจัดโปรแกรมการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่นักศึกษาอย่างเป็นระบบ  

ศ.ศันสนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้วางรากฐานกลไกและระบบเพื่อผลักดันผลงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาจากองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจเอกชน เพื่อพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างผู้ประกอบการใหม่ อีกทั้ง สร้างกำลังคนและทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมของประเทศ และพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต  จะเห็นว่า จากการดำเนินการดังกล่าว ในปีนี้  มหาวิทยาลัยได้นำผลงานวิจัยยื่นขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จำนวน 13 ผลงาน  ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย และกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจในวงกว้าง  นอกจากนี้ อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น คือ การผลักดันการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิพันธุ์พืช จำนวน 3 คำขอในสหรัฐอเมริกา ต่อสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา (USPTO) จากผลงานการพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมมา และการปรับปรุงพันธุ์ระหว่างปทุมมาและกระเจียวพลอยไพลิน ได้แก่ แม่โจ้กรีนเพิร์ล แม่โจ้ไวท์เพิร์ล และแม่โจ้พิงค์เพิร์ล และได้ร่วมกับสถานประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาไม้ประดับ เพื่อวางแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป 

“คณะกรรมการฯ เห็นว่า ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2567 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทักษะด้านความเป็นผู้ประกอบการ ควรต้องบูรณาการร่วมกันทั้งระบบ โดยเสริมเข้าไปในหลักสูตรรายวิชาทั่วไป (GenED) รวมถึงควรมีระบบการประเมินและเครื่องมือในการประเมินสมรรถนะของผู้สอนและนักศึกษา เพื่อเสริมทักษะและทัศนคติในการเป็นผู้ประกอบการ  และสุดท้ายควรเชื่อมโยงหลักสูตรเข้าสู่ระบบคลังหน่วยกิต (credit bank) เพื่อสะสมหน่วยกิตและผลการศึกษา ตามนโยบายกระทรวง อว.  รวมถึง ควรประเมินความคุ้มค่า ผลกระทบ และความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

-(016)

ปักหมุด “จังหวัดคยองกี” หลากที่เที่ยวห้ามพลาด สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในเกาหลี

ปักหมุด “จังหวัดคยองกี” หลากที่เที่ยวห้ามพลาด สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในเกาหลี

ปักหมุด “จังหวัดคยองกี” หลากที่เที่ยวห้ามพลาด สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในเกาหลี

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.31 น.

ใครที่กำลังมองหาทริปท่องเที่ยวประจำปี เชื่อว่า “เกาหลี” น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่หลายคนหมายตา แต่หากจะไปเที่ยว สถานที่เดิมซ้ำๆ ความตื่นเต้นก็คงจะลดลงไป ในทางตรงกันข้ามหากมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ก็น่าจะเป็นสิ่งดี ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำ “จังหวัดคยองกี” เมืองท่องเที่ยวที่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันตกเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น สามารถเที่ยวชมได้แบบวันเดย์ทริป ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับสถานที่น่าสนใจและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย

สำหรับสถานที่แรกที่อยากแนะนำคือ DMZ หรือเขตแดนปลอดทหาร เริ่มที่ “Paju DMZ” สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งรวมเรื่องราว ความลับ ความเจ็บปวด และประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นไว้มากมาย พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยความทรงจำของครอบครัวที่ถูกพรากจากกัน และยังเป็นเวทีของเหตุการณ์สำคัญระดับโลกอีกด้วย ที่นี่เราจะได้ชมอุโมงค์ลับใต้ดิน หรือ Third Tunnel ที่เกาหลีเหนือเจาะไว้สำหรับโจมตีเกาหลีใต้ในช่วงสงครามเกาหลี และยังมีอาคารสีฟ้า ที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างสองประเทศ และยังเคยใช้เป็นสถานที่ประชุมสำคัญระดับโลก อย่าง Panmunjom ก็อยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน

สถานที่ถัดมาที่ไม่ได้เป็นแค่แลนด์มาร์คของจังหวัดคยองกี แต่ยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและสันติภาพระหว่างสองประเทศนั่นคือ “Paju Imjingak Peace Gondola” กระเช้าลอยฟ้าที่จะพาทุกท่านลอยข้ามเข้าไปในเขตควบคุมพลเรือน (Civilian Control Zone) ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศเกาหลี เมื่อไปถึงยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับสงครามเกาหลีให้เข้าชมฟรีอีกด้วย

อีก 1 ไฮไลต์สำคัญต้องยกให้ “Gimpo DMZ – Aegibong Peace Ecopark” ทุกท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ มีกล้องส่องทางไกลที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือได้ด้วย ทำให้ Gimpo DMZ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ที่กำลังเป็นที่นิยมมากในตอนนี้ แลนมารค์สำคัญของที่นี่คือ “ร้านกาแฟสตาร์บัค” สาขานี้จะห่างจากเกาหลีเหนือเพียงแค่ 1.4 กิโลเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นสตาร์บัคสาขาเดียวที่ทำให้เห็นและใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือมากที่สุด

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แล้ว จังหวัดคยองกียังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับคนเกาหลีมายาวนานอย่างอาหารเกาหลี ซึ่งหนึ่งในส่วนผสมสำคัญที่ทำให้อาหารเกาหลีอร่อยจนเป็นเอกลักษณ์ก็คือ “โคชูจัง” ซอสประจำชาติเกาหลีที่อยู่คู่ครัวเกาหลีมายาวนาน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ขั้นตอนการทำซอสเกาหลีแท้ๆ และลองทำโคชูจังด้วยตัวเอง ที่ “Rice Flower’s Farmer” หรือจะเลือกทำ “บิบิมบับ” หรือข้าวยำเกาหลีก็ได้เช่นกัน

สถานที่แนะนำถัดไป คือ “Petite France & Italian Village” หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสและอิตาลีที่สวยงาม คาเฟ่เก๋ๆ และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดังมากมาย ใครที่อยากสัมผัสความโรแมนติกแบบยุโรป โดยไม่ต้องบินไกลถึงฝรั่งเศสหรืออิตาลี ที่นี่คือจุดหมายที่ต้องมาเยือนให้ได้ซักครั้ง

ใครชอบธรรมชาติสวยๆ ต้องไปที่ “Gapyeong Begonia Bird Park” สวนดอกเบโกเนียและสวนปักษาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีโซนนกหายากมากกว่า 40 สายพันธุ์ ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด และมีสัตว์นานาชนิดให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกด้วย และไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือการล่องเรือ Gapyeong Cruise สุดโรแมนติก ที่ทำให้การล่องเรือครั้งนี้ไม่ธรรมดา

สถานที่ถัดไป ใครเป็นสายถ่ายรูปห้ามพลาดอีกแล้ว กับเมืองอิฐแฟนตาซีแห่งใหม่ล่าสุด “Ludensia” ในเมืองยอจูที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมานี่เอง ที่นี่ใช้อิฐกว่า 1.6 ล้านก้อนในการก่อสร้าง และเต็มไปด้วยดีเทลเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของนิทานยุโรป และนี่คือไฮไลต์ที่ทำให้ Ludensia ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังมีอะไรให้ชมได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะใบไม้เปลี่ยนสี หิมะตก หรือซัมเมอร์สีสดก็ถ่ายรูปออกมาสวยหมด

ส่วนใครที่กำลังมองหาสถานที่สวยๆ ใหม่ๆ ไม่ควรพลาด “West Sea Cable Car” เคเบิลคาร์ที่ยาวที่สุดในจังหวัดคยองกีที่จะพาทุกท่าน เดินทางข้ามทะเลสู่เกาะเจบูโด นักท่องเที่ยวทุกท่านจะได้ชมวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา ได้สัมผัสลมทะเลแบบพรีเมียมจากที่สูง และที่สำคัญวิวพระอาทิตย์ตกของที่นี่ สวยจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาเก็บความประทับใจแน่นอน

แต่ถ้าใครอยากเที่ยวสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ก็ต้องไป “EVERLAND” เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นสุดมัน อาทิ T-Express รถไฟเหาะที่ได้ชื่อว่าหวาดเสียวสุดในเกาหลี เพราะมันคือรถไฟเหาะรางไม้ที่ชันที่สุดในโลก นอกจากนี้ภายในเอเวอร์แลนด์ยังมีโซนสัตว์สุดน่ารัก และบรรยากาศโดยรอบที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเทพนิยาย

นอกจากนี้จังหวัดคยองกียังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO นั่นคือ “ป้อมปราการซูวอน” (Suwon Hwaseong Fortress) ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่กำแพงเมืองธรรมดาแต่เป็นกำแพงที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในยุคนั้น ทุกท่านสามารถเดินชมรอบกำแพง และสัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของอดีตได้แบบ 360 องศา และใครที่อยากได้ประสบการณ์สุดพิเศษ ที่นี่มีบอลลูนลอยฟ้าที่จะพาทุกท่านขึ้นไปสูงถึง 150 เมตร ซึ่งจากบนนั้นจะสามารถมองเห็น วิวพาโนราม่าของเมืองซูวอนได้แบบ 360 องศา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกและช่วงกลางคืน ทิวทัศน์สวยงามมากทีเดียว

และถ้าพูดถึงสถานที่สุดฮิตในเมืองซูวอน สายช้อปปิ้งและสายถ่ายรูปห้ามพลาดเลยก็คือ “Starfield Suwon” หนึ่งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่ไม่ได้มีแค่ร้านค้าเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปสุดฟิน โดยเฉพาะโซนห้องสมุดกลาง ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น พร้อมลูกโลกลอยฟ้าสุดแฟนตาซี บอกเลยว่าใครมาที่นี่ก็ต้องเช็กอินกันทั้งนั้น

สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีเที่ยวจังหวัดคยองกีแบบง่ายๆ ไม่ต้องขับรถเอง แนะนำให้ใช้บริการ EG Tour Bus รถบัสสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่พาทุกคนเที่ยวจังหวัดคยองกีแบบวันเดย์ทริป เดินทางจากโซลได้สะดวกมาก ซึ่งรถบัสนี้จะพาทุกท่านไปสนุกกับกิจกรรมที่มีทั่วจังหวัดคยองกี เป็นบริการที่ทั้งสะดวกและราคาย่อมเยาว์

และข่าวดีสำหรับคนไทย เพราะตอนนี้ “องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี” หรือ GTO ได้มาเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการ ณ อาคาร Interchange 21 ย่านอโศก กรุงเทพฯ โดยมี อี ฮโยจิน เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประเทศไทย เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ มุ่งขยายกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและการตลาดระดับสากลอย่างมีประสิทธิภาพ

อยากรู้จักหรือมีข้อมูลมากขึ้น ติดตามได้ที่เฟสบุ๊กองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี : www.facebook.com/Gyeonggi.TH

WePlay ฉลองครบรอบ พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Peach Cat เปิดตัวกิจกรรม ‘คาร์นิวัลบิ๊กโบนัส’ สุดพิเศษ

WePlay ฉลองครบรอบ พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Peach Cat เปิดตัวกิจกรรม ‘คาร์นิวัลบิ๊กโบนัส’ สุดพิเศษ

WePlay ฉลองครบรอบ พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Peach Cat เปิดตัวกิจกรรม ‘คาร์นิวัลบิ๊กโบนัส’ สุดพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.25 น.

WePlay ฉลองครบรอบแอปโซเชียลและความบันเทิงระดับโลก ได้ประกาศการคอลแลบสุดน่ารัก กับการ์ตูน Peach Cat โด่งดังระดับโลก พร้อมเปิดตัวกิจกรรมธีมพิเศษ “คาร์นิวัลบิ๊กโบนัส” ที่จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่ไม่เหมือนใคร โดยมีจุดเด่นคือ “โซเชียลบวกกับความน่ารัก” เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งาน Z Gen และส่งต่อวัฒนธรรมที่สะท้อนตัวตนผ่านคำขวัญ “สนุกสนานบนพื้นที่สังคมปลอดภัย พร้อมพบปะเพื่อนใหม่ๆ” 

ในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ใช้งาน Z Gen WePlay มุ่งมั่นที่จะนำความสนุกและมิตรภาพมาสู่คนหนุ่มสาวทั่วโลก โดยยึดแนวคิด “เกมสามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน” และเป็นผู้นำกระแสความบันเทิงออนไลน์ระดับโลก สำหรับคู่หู คอลแลบสุดน่ารักในครั้ง Peach Cat ถือเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ที่น่ารักและสดใส ที่สนับสนุนให้ทุกคน “เป็นตัวของตัวเองในแบบที่เจ๋งที่สุด” โดยมีฐานแฟนคลับกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมแบรนด์อย่างลึกซึ้ง และมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ความบันเทิงโซเชียลที่เต็มไปด้วยความน่ารักให้กับผู้ใช้งาน 

เพื่อเพิ่มความสนุกและเติมเต็มประสบการณ์ “ความน่ารัก” ให้กับผู้เล่น WePlay ได้เปิดตัวไอเทมพิเศษที่เป็นธีม Peach Cat เช่น การ์ด Peach Cat กรอบรูปโปรไฟล์ สติกเกอร์ และชุด Avatar แมวแสนน่ารัก ผู้ใช้งานสามารถปลดล็อกไอเทมเหล่านี้ได้ง่าย ๆ เพียงแค่เช็คอินรายวันหรือทำภารกิจที่กำหนด ก็พร้อมแปลงร่างเป็น “Peach Hero” และเข้าร่วมกิจกรรมผจญภัยในธีม “Peach and Goma เดินทาง” โดยในกิจกรรมนี้ ผู้เล่นสามารถจับมือกับเพื่อนสนิทเพื่อร่วมทีมและต่อสู้ในภารกิจ “Peach and Goma ผจญภัย” ซึ่งจะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าบอส อย่างมังกรปีศาจมืด แม่มดกุหลาบ หรือจอมมาร เพื่อปกป้องดินแดนและกลายเป็น “Peach Hero” คนใหม่ของโลกแฟนตาซี เมื่อสำเร็จภารกิจต่างๆจะมีของรางวัลสุดเซอร์ไพรส์รอให้ผู้เล่นได้รับ

ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ WePlay กล่าวว่า “การร่วมมือกับ Peach Cat ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสำรวจรูปแบบ “การคอลแลบการ์ตูนบนโซเชียล”  โดยหวังว่าความน่ารักของแบรนด์จะเป็นสะพานเชื่อมที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงตัวตนและสร้างความสัมพันธ์แสนงดงามที่แท้จริงผ่านแพลตฟอร์มของเรา” 

ทางฝั่ง Peach Cat ก็ได้ให้ความเห็นว่า “การร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยลบเส้นแบ่งระหว่างโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความจริง พร้อมนำ “ความน่ารักแบบเท่ ๆ” ของ Peach Cat ไปสู่ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้คน และร่วมสร้างความทรงจำที่ดีไปพร้อมกับผู้ใช้งานของ WePlay” 

ทั้งนี้ WePlay มีแผนที่จะขยายความร่วมมือคอลแลบกับการ์ตูนน่ารักๆ ชั้นนำระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ด้านโซเชียลของคนรุ่นใหม่ผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแบรนด์ 

พวกเราพร้อมแล้ว ที่จะเชิญชวนทุกๆท่านมาชมความน่ารักของ Peach Cat และร่วมผจญภัยเท่ห์ๆไปพร้อมกับพวกเขา รีบเข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ WePlay X Peach Cat เพื่อเริ่มต้นการผจญภัยที่สนุกจนคาดไม่ถึงกันเลย !

-(016)

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ประกาศรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ประกาศรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ประกาศรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.22 น.

ประกาศรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กรรมการฯ 8 ด้าน 9 อัตรา

ด้านกฎหมาย 1 อัตรา

ด้านศิลปวัฒนธรรม 1 อัตรา

ด้านการศึกษา 1 อัตรา

ด้านสุขภาพจิต 1 อัตรา

ด้านคนพิการและผู้สูงอายุ 1 อัตรา

ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 1 อัตรา

ด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว 1 อัตรา

ด้านสื่อสารมวลชน 2 อัตรา

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 4 – 25 เมษายน 2568

ช่องทางการรับสมัคร

1.ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง หรือยื่นใบสมัครทางไปรษณีย์จ่าหน้าซองถึง

สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เลขที่ 388 อาคารเอส.พี. (ไอบีเอ็ม) ชั้น 6 อาคารเอ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

2. ยื่นใบสมัครทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ tmfcommittee@thaimediafund.or.th

3.หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เสนอชื่อบุคคลที่มีความรู้

ความสามารถ หน่วยงาน 1 คน ยื่นแบบคำขอเสนอชื่อสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

สามารถดาวน์โหลดประกาศและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่