นักศึกษาคณะวิทย์ฯ มจพ. จิตอาสาช่วยขนย้ายเครื่องมือแพทย์ฯ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ โรงพยาบาลราชวิถี

นักศึกษาคณะวิทย์ฯ มจพ. จิตอาสาช่วยขนย้ายเครื่องมือแพทย์ฯ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ โรงพยาบาลราชวิถี

นักศึกษาคณะวิทย์ฯ มจพ. จิตอาสาช่วยขนย้ายเครื่องมือแพทย์ฯ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ โรงพยาบาลราชวิถี

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.43 น.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2568  นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ภาควิชาฟิสิกส์อุตสาหกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นจิตอาสาช่วยเหลือขนย้าย ติดตั้งเครื่องมือแพทย์ พร้อมทำความสะอาดตามที่หน่วยงาน BME มอบหมาย เพื่อเตรียมพร้อมให้ใช้งานได้ทันท่วงที จากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว  โดยมี รศ.ดร.สุรพันธ์ ยิ้มมั่น รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมและพัฒนาธุรกิจศึกษา พร้อมด้วย รศ.ดร.เพียรพูล กมลจิตร์ประภา คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. เป็นกำลังในการสนับสนุนให้นักศึกษาจิตอาสาทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสังคมทำดีด้วยหัวใจ ณ โรงพยาบาลราชวิถี 

ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อผู้สูญเสียและได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอส่งกำลังใจไปยังทุกภาคส่วนให้ทุกท่านปลอดภัยผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ร่วมมือร่วมใจของทุกคน เพื่อนำพาประเทศไทยของเราให้ก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย

เปิดจักรวาลแห่งการตีความและการสร้างสรรค์ใหม่ ‘THE BOOTLEG SHOW การสำรวจต้นฉบับและการบิดเบือน’ นิทรรศการโดย MRKREME

เปิดจักรวาลแห่งการตีความและการสร้างสรรค์ใหม่ 'THE BOOTLEG SHOW การสำรวจต้นฉบับและการบิดเบือน' นิทรรศการโดย MRKREME

เปิดจักรวาลแห่งการตีความและการสร้างสรรค์ใหม่ ‘THE BOOTLEG SHOW การสำรวจต้นฉบับและการบิดเบือน’ นิทรรศการโดย MRKREME

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.40 น.

เปิดจักรวาลแห่งการตีความและการสร้างสรรค์ใหม่ “THE BOOTLEG SHOW การสำรวจต้นฉบับและการบิดเบือน” นิทรรศการโดย MRKREME จัดแสดงที่ MOCA BANGKOK

MOCA BANGKOK ภูมิใจเสนอ “THE BOOTLEG SHOW: การสำรวจต้นฉบับและการบิดเบือน” นิทรรศการเดี่ยวจากศิลปินไทย-ฮ่องกง MRKREME หรือ แอนดี้ วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ ผู้หลงใหลในศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์ และสร้างชื่อจากผลงานที่ผสมผสานโลกแห่งจินตนาการเข้ากับประสบการณ์ส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง ด้วยสไตล์ ป๊อป-เซอร์เรียล อันสดใสเฉพาะตัว

นิทรรศการนี้เริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ แต่ลึกซึ้ง — “ความเป็นต้นฉบับคืออะไร?”

MRKREME เริ่มต้นจากการออกแบบคาแรกเตอร์ Mushkin เพื่อผลิตเป็นอาร์ตทอย แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง คาแรกเตอร์ที่ออกมานั้นกลับแตกต่างจากต้นแบบอย่างชัดเจน ความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ศิลปินหยุด หากกลับกลายเป็นจุดตั้งต้นของการสำรวจใหม่ ว่าแก่นแท้ของความคิดสร้างสรรค์อาจไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ความผิดเพี้ยน การตีความ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

ใน THE BOOTLEG SHOW ศิลปินเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมมีบทบาทเป็นผู้ร่วมสร้าง ด้วยการชวนวาด Mushkin จากความทรงจำ แล้วนำภาพเหล่านั้นมาปั้นใหม่ วาดใหม่ ตีความใหม่ ผ่านจิตรกรรม ประติมากรรม และวิดีโอ อินสตอลเลชัน เส้นแบ่งระหว่าง “ต้นฉบับ” กับ “ความผิดเพี้ยน” จึงเริ่มพร่าเลือน และกลายเป็นบทสนทนาเปิดระหว่างสิ่งที่ตั้งใจ กับสิ่งที่เปลี่ยนไปโดยไม่คาดคิด

ดินน้ำมัน ซึ่งเป็นวัสดุแรกที่ MRKREME เคยใช้สร้างต้นแบบอาร์ตทอย กลับมาเป็นสื่อหลักในนิทรรศการนี้อีกครั้ง ด้วยคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ไม่แน่นอน และไม่มีรูปทรงตายตัว มันจึงกลายเป็นตัวแทนของแนวคิดที่ศิลปินต้องการจะสื่อ — ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่ง และความไม่แน่นอนที่มีความหมายในตัวเอง

ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับการตีความ “ความเป็นต้นฉบับ” แบบไม่มีกรอบ พร้อมตั้งคำถามใหม่ ๆ กับศิลปะและการสร้างสรรค์ในแบบของคุณ ในนิทรรศการ “THE BOOTLEG SHOW: การสำรวจต้นฉบับและการบิดเบือน” โดย MRKREME (แอนดี้ วรกันต์ จงธนพิพัฒน์) ณ MOCA BANGKOK จะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายน 2568 และจัดแสดงต่อเนื่องจนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2568 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1, 2 และ 3 ชั้น G ของ MOCA BANGKOK (พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย) เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10:00 – 18:00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) โดยในช่วงวันที่ 5 – 11 เมษายน 2568 ผู้เข้าชมสามารถเข้าชมงานได้ ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Website: http://www.mocabangkok.com , Facebook: http://www.facebook.com/mocabangkok , Instagram: http://www.Instagram.com/mocabangkok , Tiktok: https://www.tiktok.com/@mocabangkok?lang=en

-(016)

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.15 น.

โรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ทำให้การรักษาโรคซึมเศร้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา การทำจิตบำบัด และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดคือ dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation เป็นการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองส่วนลึก เพื่อช่วยลดอาการซึมเศร้าโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาบางชนิด

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมองหลายชนิด เช่น ซีโรโทนิน (serotonin) นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) และโดปามีน(dopamine) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเศร้าหมองเบื่อหน่าย หมดความสนใจในสิ่งต่างๆ ในชีวิต รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า และอาจคิดฆ่าตัวตายได้

สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม, การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง และเหตุการณ์ในชีวิตที่เครียดหรือกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง การถูกล่วงละเมิด เป็นต้น

ปัจจุบันโรคซึมเศร้ามีการรักษาหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา, การทำจิตบำบัด และการรักษาด้วย dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation คือการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นสมองในจุดที่มีผลต่อโรค เพื่อกระตุ้นทำให้เกิดกระแสประสาท แล้วทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีในสมอง ในการที่จะปรับสมดุลการทำงานของสมองให้เข้าสู่ภาวะปกติและลดการเกิดอาการซึมเศร้าลงได้ โดยการรักษาด้วย dTMS นี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่ามีความปลอดภัยและมีประโยชน์ช่วยในการรักษาโรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีผลข้างเคียงจากยา ไม่ตอบสนองต่อยา หรือรับประทานยาเกินหนึ่งปีแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบันมีการนำ dTMS มาใช้ร่วมกับการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดเเละการกินยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรักษาให้ดีขึ้นอีกด้วย

dTMS เป็นการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณสมองส่วนหน้าในแต่ละครั้งจะกระตุ้นผ่านหมวกอุปกรณ์ที่ผู้ป่วยสวมใส่ที่ศีรษะโดยจะกระตุ้น 2 วินาที และเว้นพักเป็นระยะเวลา 20 วินาที จึงกระตุ้นซ้ำต่อเนื่องไป 20-30 นาที ผลการตอบสนองต่อการรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นกับจำนวนครั้งสะสมของการกระตุ้น แต่มีข้อจำกัดในการกระตุ้นแต่ละวัน
จึงจำเป็นต้องกระตุ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 10-15 วัน หรือเว้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ก่อนรับการรักษาด้วย dTMS จิตแพทย์จะประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยทุกราย

จุดเด่นของ dTMS คือ ให้ผลการรักษาที่ดีกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรงและดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นลดอาการด้านลบ ทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น และวิตกกังวลลดลง เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัย มีผลข้างเคียงจากการรักษาค่อนข้างน้อย เป็นวิธีการรักษาที่สามารถใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่น เช่น การรักษาด้วยการกินยา หรือการรักษาโดยการทำจิตบำบัดได้

อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ หากรู้ตัวเองเร็วแล้วรีบมารักษา ซึ่งการตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้นเป็นส่งสำคัญมาก เบื้องต้นให้สังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้างว่า มีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีอาการเศร้านานกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำให้ไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

เชียงใหม่-ลำพูน ชวนสืบสานสงกรานต์ล้านนา ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ สานต่อพลังภูมิปัญญาพื้นถิ่น

เชียงใหม่-ลำพูน ชวนสืบสานสงกรานต์ล้านนา  ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ สานต่อพลังภูมิปัญญาพื้นถิ่น

เชียงใหม่-ลำพูน ชวนสืบสานสงกรานต์ล้านนา ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ สานต่อพลังภูมิปัญญาพื้นถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองล้านนา เตรียมเนรมิตการจัดงานสุดยิ่งใหญ่ฉลองวาระครบ10 ปี พร้อมสืบสานทศวรรษแห่งความดีงาม “มรดกภูมิปัญญาไทยทางวัฒนธรรม” ของโลก กับ งานเฟสติวัลแห่งปีที่ทุกคนรอคอยที่ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ช้อป ชิม ชมการแสดง การละเล่น และภูมิปัญญาพื้นถิ่นล้านนาหลากหลายสาขาจากสล่ารุ่นครูสู่ยุวชนสล่า สืบสานต่อยอดมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน เพื่อ “บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก”

ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” จากพลังความร่วมมือของหลายภาคส่วน นำโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /กระทรวงวัฒนธรรม / กองทัพเรือ /กรุงเทพมหานคร / พันธมิตรท่าน้ำ / ชุมชนในพื้นที่การจัดงานทุกภูมิภาค และเครือข่ายทุกภาคส่วน และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ
หัวเรือใหญ่ที่เป็นผู้ริเริ่มการจัดงาน

จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2568 พบกับกิจกรรมมงคลตักบาตรโชติกา และพิธีห่มผ้าพระธาตุ เข้าร่วมพิธีสวดสืบชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต อัญเชิญพระอัฏฐารสขึ้นขบวนแห่และร่วมขบวนไปยังวัดพระสิงห์ กิจกรรมจุดผางประทีปรอบพระธาตุเจดีย์หลวง กราบสักการะมงคล 10 ประการที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร สายบุญสายมูต้องไม่พลาด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ อาทิ กิจกรรมกาดหมั้วครัวฮอม / กาดสล่า กิจกรรมหุ่นกระบอกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนล้านนาและการแสดงจากเยาวชน เป็นต้น

จังหวัดลำพูน จัดที่ตลาดนัดสงกรานต์ ถนนรถแก้ว วันที่ 12-13 เมษายน 2568 ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปและกาดหมั้ว บริเวณถนนรถแก้ว ชมขบวนของดีเวียงลำพูน ขบวนรณรงค์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในท้องถิ่น ณ ถนนเจริญราษฎร์และถนนอินทยงยศ ตั้งแต่โรงเรียนจักรคำคณาทร ถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ โดยทั้ง 2 จังหวัดได้มีกิจกรรมที่จัดเตรียมให้ผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน งาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ยังคงจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค 6 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ได้แก่ ภาคกลาง จัดที่กรุงเทพมหานคร บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช,ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม, ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน), คลองโอ่งอ่าง-วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร โดยปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังใจกลางเยาวราช “ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต เฉลิมบุรี” ภาคใต้ ที่จังหวัดภูเก็ตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น

มาร่วมสืบสานประเพณี และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของสงกรานต์ล้านนากับเทศกาล “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ครั้งที่ 10 ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2568 และจังหวัดลำพูน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2568 ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook : Water Festival Thailand

คุณแหน : 3 เมษายน 2568

คุณแหน : 3 เมษายน 2568

คุณแหน : 3 เมษายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร คุณข้าหลวงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 20 เม.ย. 17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลา อิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส…

●● พลตรีเสริม ภู่หิรัญ นายกสมาคมต่อต้านโรคมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝากประชาสัมพันธ์ถึงคนยากจน ไม่มีที่พัก เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง (โดยผ่านฝ่ายสงเคราะห์ของรพ.นั้นๆ ก่อน) ให้ติดต่อสมาคมฯ จัดที่พักให้ฟรี มีอาหารให้ 3 มื้อ รองรับได้ 60 เตียงตามปณิธานของผู้ก่อตั้ง ศ.นพ.อำนวย-คุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต ตั้งแต่ปี 2505 สมาคมฯ อยู่ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 ติดต่อสอบถาม โทร.02-4243887 หรือจะร่วมสมทบทุนเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ธ.กรุงเทพ สาขาบางยี่ขัน เลขที่บัญชี 137-4-04756-9 ชื่อบัญชี สมาคมต่อต้านโรคมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์…

●●สวดพระอภิธรรม หม่อมบัวทองยุคล ณ อยุธยา พระมารดา หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล ณ ศาลา 150 ปี วัดมกุฏกษัตริยาราม 2-8 เม.ย. 18.30 น. และพิธีพระราชทานเพลิงศพ 9 เม.ย. 14.30 น….

●● ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บอสใหญ่ใจดีแห่ง DMT ให้ทีมงานจัดทำกระเป๋ากันง่วง จำนวน 2 พันชุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 แจกวันที่ 11 เม.ย. 07.00-09.00 น. และ 15.00-17.00 น. ที่ด่านดินแดง 1 และที่สถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก จตุจักร เวลา 10.00 น. ปีนี้มีสบู่น้ำผึ้งทองคำแฮนด์เมดฝีมือผู้สูงวัยจากชุมชนเทพประทานเขตดอนเมือง ร่วมแจกด้วยนอกจากกาแฟ เครื่องชูกำลัง ผ้าเย็น ฯลฯ…

●● ขอแสดงความยินดีกับ อนุรักษ์ นิยมเวช, สมเกียรติ สิริพิทักษ์เดช, มีศักดิ์ ชุณหรักษ์โชติ, นิวัติ ลมุนพันธ์, อิสระ บุญยัง, ปรีชา กุลไพศาลธรรมได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง กระทรวงมหาดไทย…

●● บมจ. อสมท จัดงาน “ครบรอบ อสมท คู่สังคมไทย 73 ปี” วันที่ 9 เม.ย. 09.30 น. ณ ห้องส่ง 5 ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการวิทยุและโทรทัศน์ โดยขอเชิญชวนร่วมบริจาค เพื่อสมทบทุน “มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนศรีอยุธยา บัญชีออมทรัพย์ เลขบัญชี 013-0-22419-7 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-2016000…●●
 

น้อง

‘หมอแอมป์’ เผย Lifestyle Medicine กับแนวคิดสุขภาพดีออกแบบได้ด้วยตัวเอง

‘หมอแอมป์’ เผย Lifestyle Medicine กับแนวคิดสุขภาพดีออกแบบได้ด้วยตัวเอง

‘หมอแอมป์’ เผย Lifestyle Medicine กับแนวคิดสุขภาพดีออกแบบได้ด้วยตัวเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ “หมอแอมป์” ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษภายใต้หัวข้อ “Health Brings Wealth สุขภาพดีที่คุณมีได้ เคล็ดลับชะลอวัยไกลโรค กับ หมอแอมป์” ในงานRoyalLife Health Talk เพื่อส่งต่อความรู้ด้านการเสริมสร้างสุขภาพเชิงป้องกันให้กับคนไทย

ในปัจจุบัน คนไทยกำลังเผชิญกับอาการป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ Non-Communicable Diseases (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็งและโรคติดต่อไม่เรื้อรังอื่นๆ มากขึ้น โดยสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นความเร่งรีบ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้คนเปลี่ยนไป โดยเน้นที่ความสะดวกและรวดเร็ว มากกว่ารับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างเช่น การสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ตลอดจนการเดินทางโดยรถยนต์ ถึงแม้จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ก็ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายลดน้อยลงด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ คือพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถส่งผลให้เกิดโรค NCDs ได้ในที่สุด

สุขภาพดีออกแบบได้ด้วย “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” หรือ “Lifestyle Medicine”

“เวชศาสตร์วิถีชีวิต” หรือ “Lifestyle Medicine” คือศาสตร์การแพทย์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรองว่าสามารถช่วยป้องกัน รักษา และลดความรุนแรงของโรคได้ เวชศาสตร์วิถีชีวิต
เข้ามาช่วยวางแผนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การมีสภาวะทางอารมณ์ที่ดี และการหลีกเลี่ยงสารอันตราย เช่น บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และฝุ่นมลภาวะ PM2.5 เป็นต้น

เผยเคล็ด (ไม่) ลับชะลอวัย ห่างไกลโรคโดยคุณหมอแอมป์

ในฐานะที่ นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Preventive Medicine, Lifestyle Medicine) จึงอยากรณรงค์ให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพด้วยการมีวิถีชีวิตสุขภาพดี (Healthy Lifestyle) เพียงแค่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตง่ายๆ ด้วย 5 เคล็ดลับสุขภาพดี อันเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ช่วยชะลอวัย และห่างไกลโรค โดยเริ่มจากการดูและร่างกายไม่ให้อ้วน ด้วยการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และฝุ่น PM2.5 รวมถึงจัดการความเครียดเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีในทุกวัน

นอกจากนี้ การหมั่นตรวจสุขภาพอย่างเป็นประจำ คืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพราะร่างกายก็เหมือนกับรถยนต์ หากไม่เคยตรวจเช็คระยะ เมื่อเกิดความเสียหายก็ต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา หากแต่รถยนต์ยังมีอะไหล่สำรองทดแทนได้ แต่สุขภาพของคนเรานั้นไม่มีอะไหล่ทดแทน แม้จะรักษาได้แต่อาจไม่มีสภาพดีเหมือนเดิม ฉะนั้นการตรวจสุขภาพสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้เพราะเป็นการตรวจเจอโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้ทีมแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ได้มีเพียงแค่การรักษาโรคหรืออาการป่วยเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการตรวจรหัสพันธุกรรม การตรวจความยาวเทโลเมียร์ซึ่งช่วยบ่งบอกอายุร่างกาย การตรวจ Epigenetics ที่ช่วยทำให้ทุกคนทราบถึงแนวโน้มความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนดูแลสุขภาพ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เข้าใจร่างกายของแต่ละคน ผ่าน Precision Medicine

เนื่องจากร่างกายของทุกคนแตกต่างกัน การดูแลสุขภาพ ทั้งการป้องกันการเกิดโรคหรือการฟื้นฟูรักษาสภาพร่างกาย จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ต่อเมื่อเราเข้าใจร่างกายของตัวเองอย่างแท้จริง ทีมงาน BDMS Wellness Clinic มุ่งเน้นการดูแลแบบเฉพาะบุคคล โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมสหวิชาชีพ เช่น นักกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด และจะช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพที่เหมาะกับตนเองในทุกๆ ด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำความรู้จักวิตามินเฉพาะบุคคล (Customized Vitamin)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านอกจากการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน วิตามินและอาหารเสริมได้กลายมาเป็นหนึ่งในสิ่งคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่ามีวิตามินและอาหารเสริมอย่างแพร่หลายวางขายในท้องตลาด อย่างไรก็ตาม แต่ละคนมีความต้องการวิตามินและสารอาหารแตกต่างกัน การบริโภควิตามินโดยปราศจากความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงการรับประทานวิตามินบางชนิดมากเกินไป ก็อาจนำไปสู่การเกิดโทษต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน

ฟูจิฟิล์ม สานต่อพันธกิจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยโซลูชั่น INNOMUSE สถิติชี้มะเร็งอันดับหนึ่งของหญิงไทย แพทย์ย้ำ ‘ตรวจคัดกรองไว’ เพิ่มโอกาสหายขาด

ฟูจิฟิล์ม สานต่อพันธกิจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยโซลูชั่น INNOMUSE  สถิติชี้มะเร็งอันดับหนึ่งของหญิงไทย แพทย์ย้ำ ‘ตรวจคัดกรองไว’ เพิ่มโอกาสหายขาด

ฟูจิฟิล์ม สานต่อพันธกิจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยโซลูชั่น INNOMUSE สถิติชี้มะเร็งอันดับหนึ่งของหญิงไทย แพทย์ย้ำ ‘ตรวจคัดกรองไว’ เพิ่มโอกาสหายขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร สานต่อการสนับสนุนการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ล่าสุดเดินหน้าจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงรวมทั้งสิ้น 50 คน ณ โรงพยาบาลอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายใต้ความร่วมมือกับ สีมา คอร์ปปอเรท โดยได้นำโซลูชั่น “INNOMUSE” ที่มาพร้อมเครื่องแมมโมแกรมและเครื่องอัลตราซาวนด์ เพื่อการตรวจสุขภาพสตรีครบวงจร มาใช้ตรวจความผิดปกติของเต้านม โดยการตรวจด้วยทั้งสองวิธีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการวินิจฉัย

ปัจจุบันมะเร็งเต้านมยังคงเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลของสตรีไทย โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผยว่า ในแต่ละปี มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในประเทศไทยประมาณ 140,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 83,000 ราย โดยมะเร็งเต้านมเป็นประเภทที่พบมากที่สุดในสตรีไทย คิดเป็น 34.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้ ด้วยสาเหตุหลากหลาย ทั้งความกลัวความเจ็บปวดจากขั้นตอนการตรวจ การขาดความเข้าใจถึงความจำเป็นในการตรวจคัดกรองเต้านม และข้อจำกัดด้านทรัพยากรในพื้นที่ห่างไกล ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการรักษาอย่างทันท่วงทีเมื่อพบก้อนมะเร็งขนาดเล็กไม่เกิน 2 เซนติเมตร จะทำให้มีอัตราการรอดชีวิตประมาณร้อยละ 95-99

ฟูจิฟิล์ม เร่งเดินหน้ากิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมและเครื่องอัลตราซาวนด์ ภายใต้ความร่วมมือกับ สีมาคอร์ปปอเรท โดยกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงพยาบาลอุทัยธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 350 เตียงที่มีแพทย์ครบทุกสาขา ทั้งยังมีแพทย์และพยาบาลเชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งการรักษาด้วยการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด ตลอดจนการเยี่ยมบ้านเพื่อติดตามอาการหลังการรักษาอีกด้วย โดยจากสถิติพบว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคอันดับต้นๆ ที่พบในผู้ป่วยของโรงพยาบาลอุทัยธานี ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งคัดกรองคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัยธานี กล่าวถึง เป้าหมายในการยกระดับการ คัดกรองเต้านมของโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลอุทัยธานี มีวิสัยทัศน์ในการยกระดับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการนำเทคโนโลยีเมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์มาใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองได้ดีกว่าการคลำด้วยมือ เพราะเครื่องมือจะตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกที่เราไม่สามารถตรวจพบได้เอง เมื่อพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกเริ่มก็เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด เป้าหมายของเราคือการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยมาตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ลดความจำเป็นในการเดินทางไกลส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเป้าหมายสูงสุดของเรา คือ การทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี ให้พวกเขาสามารถส่งพลังที่ดีและเปล่งประกายความสุขให้คนรอบข้างได้”

พญ.สุภัทธนาวดี ภู่ศรี รังสีแพทย์ (นายแพทย์ชำนาญการ) เล่าถึงข้อจำกัดในการตรวจเต้านมด้วยมือว่า “การขาดความเข้าใจเรื่องความจำเป็นของการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องมือแพทย์ เป็นปัญหาสำคัญที่เราพบบ่อย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาตรวจเมื่อคลำพบก้อนแล้ว ซึ่งโรคมักดำเนินไปในระยะที่ค่อนข้างมากแล้ว แมมโมแกรมเป็นเครื่องมือที่ช่วยค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะการพบหินปูนซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นก่อนที่จะคลำพบก้อน ซึ่งการตรวจแมมโมแกรมร่วมกับอัลตราซาวนด์ในผู้หญิงที่มีความเสี่ยงหรืออายุ 35-70 ปี จะเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในผู้หญิง จึงอยากเน้นย้ำว่าการตรวจคัดกรองประจำทุกปี จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก เพราะการรักษาในระยะเริ่มต้นให้ผลตอบสนองที่ดีกว่า”

จากการตระหนักถึงความท้าทายในการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นด้วยตนเองและความกังวลเรื่องความเจ็บปวดระหว่างการตรวจ ฟูจิฟิล์ม ได้พัฒนาโซลูชั่น INNOMUSE สำหรับการตรวจสุขภาพสตรีครบวงจร โดยรวมเทคโนโลยีที่จำเป็นสองระบบไว้ในโซลูชั่นเดียวทั้งเครื่องแมมโมแกรมดิจิทัล AMULET Innovality พร้อมฟังก์ชั่น Comfort Comp ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเจ็บระหว่างการตรวจ และเครื่องอัลตราซาวนด์ Arietta 65 ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้แม้ในเนื้อเยื่อเต้านมที่มีความหนาแน่นสูง

นายคำรบ คำเทียนทอง กรรมการ กลุ่มบริษัทในเครือสีมาคอร์ปปอเรท กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทในเครือสีมาคอร์ปปอเรท มุ่งมั่นสนับสนุนการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาช่วยยกระดับบริการด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยระบบแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้รังสีแพทย์วินิจฉัยมะเร็งเต้านมได้อย่างแม่นยำ เราจึงร่วมดำเนินกิจกรรมนี้กับฟูจิฟิล์มอย่างต่อเนื่อง และขยายผลสู่โรงพยาบาลในหลายจังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสในการตรวจเจอได้ไวและรักษาให้หายได้ทันเวลา เราภูมิใจที่ได้ช่วยให้ผู้ที่ขาดโอกาสได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยและรักษา อันสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการนำนวัตกรรมมาสร้างสุขภาวะที่ดีให้สังคม”

มร.โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในตอนท้ายว่า “ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรมทางการแพทย์ครบวงจร ซึ่งแม้ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สำคัญในอาเซียน แต่ก็ยังเผชิญกับความท้าทายด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมของเรา นำเทคโนโลยีล้ำสมัยสู่ชุมชนที่ขาดโอกาส การผนึกกำลังกับสีมาคอร์ปปอเรทและโรงพยาบาลท้องถิ่นช่วยให้ผู้หญิงจำนวนมากได้เข้าถึงการคัดกรองที่แม่นยำและทันท่วงที ฟูจิฟิล์ม ได้ฉลองครบรอบ 90 ปี ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และในขณะที่เราเดินทางสู่ปีที่ 100 อย่างภาคภูมิ เราจะยังคงยึดมั่นในจุดมุ่งหมายใหม่แห่งการ “แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา” ผ่านการช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง”

ในอนาคต ฟูจิฟิล์ม ตั้งเป้าผนึกพันธมิตรในวงการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโครงการตรวจคัดกรองพร้อมนำนวัตกรรมทางการแพทย์ล้ำสมัย สู่ภูมิภาคอื่นๆ ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ผ่านการตรวจคัดกรองที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และทั่วถึงมากขึ้น เพื่อให้คนไทยในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่จำเป็นต่อการรักษาโรคอย่างทันท่วงที

ไอคอนสยาม ประกาศความพร้อมสาดความสุขสไตล์ไทย จัดเทศกาลมหาสงกรานต์มรดกโลก 7 วัน ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม ประกาศความพร้อมสาดความสุขสไตล์ไทย  จัดเทศกาลมหาสงกรานต์มรดกโลก 7 วัน ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม ประกาศความพร้อมสาดความสุขสไตล์ไทย จัดเทศกาลมหาสงกรานต์มรดกโลก 7 วัน ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สงกรานต์นี้ ไอคอนสยาม ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ทุ่มงบประมาณ 65 ล้านบาท จัดงาน“ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2025” ภายใต้แนวคิด “สาดสนุกมหาสงกรานต์ สายธารแห่งเสน่ห์ไทย” ชูเสน่ห์วัฒนธรรมไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมส่งมอบประสบการณ์ 5 MUST EXPERIENCES เสน่ห์แห่งสงกรานต์ไทย เน้นสาดสนุกให้สุดอย่างปลอดภัยด้วยวอเตอร์ทาวเวอร์สูงกว่า 9 เมตร โซนเล่นน้ำสำหรับเด็กเล็ก ประเพณีก่อกองทราย ขบวนแห่สงกรานต์ ประเพณีสรงน้ำพระ และการแสดงวัฒนธรรมไทยอีกมากมายตลอด 7 วัน งานจะจัดขึ้นวันที่ 10-16 เมษายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยามตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางที่ส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกที่ดีที่สุด (Global Experiential Destination พิธีเปิดงานมหาสงกรานต์อย่างเป็นทางการ จะมีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2568 ในเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า งาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2025” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The legendary Festival of Waters สาดสนุกมหาสงกรานต์ สายธารแห่งเสน่ห์ไทย” นำเสน่ห์ของประเพณีอันดั้งเดิมมานำเสนอและถ่ายทอดแบบร่วมสมัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย พร้อมส่งมอบประสบการณ์วัฒนธรรม สนุกสไตล์ไทย (Thai-Style Fun) ครบทุกมิติ กับ 5 MUST EXPERIENCES เสน่ห์แห่งสงกรานต์ไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากองค์การยูเนสโก

Must Play-The Splash

สนุกสุดเหวี่ยงไปกับ Sook-Songkran Water Tower สูง 9 เมตร ตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้ไทย พร้อมเอฟเฟกท์น้ำสุดอลังการ และ Kids Zone โซนเล่นน้ำสำหรับเด็ก เพื่อชุ่มฉ่ำอย่างปลอดภัย ณ ริเวอร์ พาร์ค ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งเดียวในไทย

สะดวกสบายกับโซน “Dry & Dash” เป่าตัว เป่าผม และเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาเล่นน้ำสามารถกลับมาสนุกกับการช้อปปิ้งรับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้

Must Discover-The Traditions

สานต่อประเพณีก่อเจดีย์ทรายดั้งเดิม พบกับแลนด์มาร์คเจดีย์ทรายขนาดยักษ์ซึ่งเป็นประติมากรรมทราย ผลงานสร้างสรรค์โดย อาจารย์พลุ้ย-ชนาธิป ชื่นบำรุง ศิลปินปั้นทรายและแกะสลักไม้แถวหน้าของเมืองไทย และลานก่อเจดีย์ทราย ให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกร่วมกัน ณ ไอคอนสยาม พาร์ค ชั้น 2 สรงน้ำพระพุทธรูปหินอ่อนแห่งพระอุโบสถสีน้ำเงิน จากวัดร่องเสือเต้น จังหวัดเชียงราย เสริมมงคลรับปีใหม่ไทย พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุกับศิลปินแห่งชาติ เพื่อความเป็นสิริมงคลและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ชมความวิจิตรงดงามของผลงานบุษบกเกริน บุษบกจำลองนี้ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือไทย มรดกภูมิปัญญาทางศิลปะอันล้ำค่าของไทย พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก ชมการแสดงโนรา ศิลปะการแสดงที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่งภาคใต้ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จาก UNESCO และการแสดงนาฏศิลป์ไทยอีกมากมาย
ที่เมืองสุขสยาม

Must Joy-The Celebration

อลังการกับขบวนแห่สงกรานต์ร่วมสมัยกับ 8 คนดัง นำโดย โบว์ เมลดา-วิน เมธวิน, อิงฟ้า วราหะ-ชาล็อต ออสติน,ลีน่า ลลินา-หมิว ณัชชา และ ชมพู่ อารยา-น้องแอบิเกล ที่มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์สงกรานต์ 4 วัน 4 สไตล์ ชมฟรี!!! มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังอย่างใกล้ชิดกว่า 300 ชีวิต อาทิ เจฟ ซาเตอร์, 4EVE (โฟร์อีฟ), ATLAS (แอทลาส), PROXIE (พร็อกซี), LYKN (ไลแคน), Dice (ไดซ์), Milli (มิลลิ), Project JASP.ER (โปรเจกต์ แจสเปอร์), มีน-ปิง, ไรอัล-ฟอร์ม, ต้าห์อู๋-ออฟโรด, เบิ้ล ปทุมราช, Y2Z (วายทูซี), All Season (ออลซีซั่น), The Third Year (เดอะ เติร์ด เยียร์) และศิลปินอีกมากมายครบทุกแนวดนตรี ณ ริเวอร์ พาร์ค

Must Taste-The Flavors of Thailand

อร่อยครบรสเสน่ห์อาหารไทยจากเมืองสุขสยาม สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมล้านนา ลิ้มรส “เมนูขันโตก” อาหารเหนือพื้นเมืองล้านนาต้นตำรับแท้ๆ และอาหาร
ทั่วไทย 4 ภาค อาทิ หมูย่างเมืองตรัง กาละแมบ้านแม่น้ำของดีจากเกาะสมุย ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัยโบราณ ขนมหวานประจำฤดูกาล ข้าวเหนียวมะม่วง ลอดช่องมะม่วงน้ำดอกไม้ ฯลฯ พร้อมเมนูคลายร้อนสไตล์ไทยและนานาชาติจากร้านอาหารดังกว่า 150 ร้าน ในไอคอนสยาม

Must Buy-Seek the Thai Treasures

พบกับสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษรับสงกรานต์ “NAKROB MOONMANAS x ICONCRAFT” ผลงานออกแบบของศิลปินดัง นักรบ มูลมานัส ที่มีให้เลือกทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กางเกง หมวก และกระเป๋า เลือกช็อปงานหัตถศิลป์ ของที่ระลึกสุดพิเศษสำหรับปีใหม่ไทย และสินค้าคลายร้อนอีกมากมายจาก 1,000 ร้านค้าดังในไอคอนสยามทั้ง ICONCRAFT สยาม ทาคาชิมายะและเมืองสุขสยาม

“สุขสยาม มหาสงกรานต์มหาสนุก”

เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม จัดงาน “สุขสยาม มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ภายใต้แนวคิด สุขสนุก ผ้าขาวม้าไทยเชิญชวนสักการะขอพรพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ซึ่งจะอัญเชิญจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สรงน้ำในโอกาสครบรอบ 200 ปีแห่งการอัญเชิญพระอัฏฐารสทางน้ำจากวัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยณ ประตูสุขสุวรรณศาลา ตั้งแต่วันที่ 4-17 เม.ย. 2568 โดยจะมีพิธีอัญเชิญพระอัฏฐารสจากวัดสระเกศ พร้อมชมความตระการตาพิธีแห่พระทางน้ำในวันที่ 4 เม.ย. 2568 สุขสนุกไปกับการเล่นน้ำสงกรานต์ภายใต้อุโมงค์น้ำสุขเย็นฉ่ำ ประกอบแสง สี เสียง บริเวณบ่อน้ำภาคกลาง และสุขแซ่บกับเมนูอาหารไทย 4 ภาค เลือกสรรสินค้าชุมชนและเมนูคลายร้อนจากร้านค้าประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1-17 เม.ย. 2568 เมืองสุขสยาม ชั้น G

รื่นเริง รับปีใหม่ไทย ที่ ICS

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ICS Lifestyle Complex) ตรงข้ามไอคอนสยาม ร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยจัดงาน “ICS THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION” กิจกรรมความบันเทิงมากมายที่ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเพลง ความสุข และรอยยิ้ม อาทิ ครื้นเครงเพลงลูกกรุงกับมินิคอนเสิร์ต รื่นเริงรับปีใหม่ไทยจาก แม่เม้า-สุดา ชื่นบาน และศิลปิน New Country, กิจกรรมประกวดเทพีหนูน้อยสงกรานต์ ICS ประชันความสามารถอนุรักษ์ความเป็นไทยรุ่นอายุ 7-12 ปี และศึกชิงไมค์ สงกรานต์ม่วนซื่น ประกวดร้องเพลง 4 วัย รุ่น ได้แก่ รุ่นเล็ก (อายุ 7-12 ปี) วัยรุ่น (อายุ 13-19 ปี) วัยหนุ่ม-สาว (อายุ 20-39 ปี) และวัยกลางคน(อายุ 40 ปีขึ้นไป)

ทั้งนี้ งาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2025” ร่วมจัดโดย ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คสำคัญของไทย ภายใต้การร่วมทุนของกลุ่มสยามพิวรรธน์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และแมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) ผนึกความร่วมมือกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรมสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ธีซิซ อินเตอร์เนชั่นเเนล จำกัด แบรนด์ Beverly Hills Polo Club, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), JisuLife, บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด มหาชน แบรนด์ เคที่ดอลล์, บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, บริษัท นิสชิน ฟูดส์(ไทยแลนด์) จำกัด

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook : ICONSIAM สอบถามเพิ่มเติมโทร.1338 และทาง Line Official :@ICONSIAM

อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ต้อนรับห้องอาหารอิตาเลียน อาร์วา อันโด่งดังจากภูเก็ตสู่กรุงเทพฯ

อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ต้อนรับห้องอาหารอิตาเลียน อาร์วา อันโด่งดังจากภูเก็ตสู่กรุงเทพฯ

อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ต้อนรับห้องอาหารอิตาเลียน อาร์วา อันโด่งดังจากภูเก็ตสู่กรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อมัน นายเลิศ กรุงเทพ โรงแรมใจกลางเมือง (Urban Hotel) แห่งที่ 3 ในเครืออมัน (Aman) แบรนด์ไลฟ์สไตล์และการบริการระดับอัลตร้าลักชัวรี ต้อนรับห้องอาหารอิตาเลียน อาร์วา (Arva) อันโด่งดังจากภูเก็ตสู่กรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาล

อาร์วา (Arva) นำคอนเซ็ปต์ห้องอาหารอิตาเลียนซิกเนเจอร์ของอมันมาไว้ทั้งหมด โดยยึดแนวคิดจากวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมของอิตาลีที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลเป็นหัวใจหลัก อาร์วา ตั้งอยู่บนชั้น 9 โอบล้อมด้วยแสงธรรมชาติอันอบอุ่น ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ด้วยเมนูที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันโดยเชฟชาวอิตาเลียน เอโดอาร์โด ทราเวอร์โซ (Edoardo Traverso) นำเสนอเมนูโปรดสุดคลาสสิกของชาวอิตาเลีย อาทิ cicchetti และ pizzette แสนอร่อย ไปจนถึงสารพันเมนูเนื้อ อาหารทะเลสดใหม่ และพาสต้าทำมือสุดประณีต เหมาะสำหรับประสบการณ์การทานอาหารร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังสามารถดื่มด่ำไปกับไวน์ที่บรรจงคัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ ซอมเมอลิเยร์ ซาชา ดิ ซิลเวสเตร (Sacha di Silvestre) ซึ่งได้รวบรวมไวน์กว่า 370 ฉลากจากทั่วโลก รวมถึงไวน์ขนาดใหญ่ (large-format) หลากหลายประเภทที่มีให้ลิ้มลองในแบบแก้วอีกด้วย

อาร์วา (Arva) เปิดบริการทุกวัน เวลา 12.00-14.30 น. และ 17.30-22.00 น. ขอสงวนสิทธิ์ สำหรับการสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร.02-0351111 หรือออนไลน์ http://www.sevenrooms.com/reservations/arvabangkok

มอริส ลาครัวซ์ ฉลอง 50 ปีด้วยคอลเลคชั่น 1975 คลาสสิกเหนือกาลเวลา

มอริส ลาครัวซ์ ฉลอง 50 ปีด้วยคอลเลคชั่น 1975 คลาสสิกเหนือกาลเวลา

มอริส ลาครัวซ์ ฉลอง 50 ปีด้วยคอลเลคชั่น 1975 คลาสสิกเหนือกาลเวลา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี เปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่หลายรุ่นจากคอลเลคชั่น 1975 ที่มาพร้อมกับนาฬิกากลไกอัตโนมัติ และระบบควอตซ์ ซึ่งนาฬิกาคอลเลคชั่น 1975 นี้ ได้รับการออกแบบมาอย่างหรูหราและโฉบเฉี่ยวเพื่อให้ความรู้สึกแบบวินเทจและเสน่ห์ที่อยู่เหนือกาลเวลา

เริ่มตั้งแต่ปี 1975 ที่ มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ได้รวมเอาสไตล์คนเมืองและงานฝีมือระดับสวิสไปพร้อมกับการมอบคุณค่าเข้าไว้ด้วยกัน จนเป็นที่รับรู้กันได้ในระดับสูง ศูนย์การผลิตที่ตั้งอยู่ในใจกลาง Franches-Montagnes ได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกามาหลายต่อหลายครั้งในการสร้างสรรค์กลไก รวมทั้งกลไกที่ผลิตขึ้นเอง และรุ่นบุกเบิกมากมายอีกหลายรุ่นขึ้นมา จนมาถึง Masterpiece Square Wheel (2010), Masterpiece Mysterious Seconds (2013) และ Triple Rétrograde (2021) นาฬิกาที่ล้ำสมัยรวมถึงนาฬิการุ่นอื่นๆอีกมากมาย เหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่ชื่นชอบในแวดวงของการสะสมนาฬิกา และทำให้แบรนด์ได้รับรางวัลมามากกว่า 15 รายการ

คอลเลคชั่น 1975 เป็นนาฬิกาซีรี่ส์ใหม่ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของแบรนด์ โดยแต่ละรุ่นล้วนได้รับแรงบันดาลใจแบบวินเทจ แต่กลับเหมาะสมกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น นาฬิกาแต่ละเรือนยังยึดมั่นในสูตรแห่งชัยชนะของแบรนด์ผ่านการส่งมอบงานฝีมือแบบสวิสที่ผสานเข้ากับคุณค่าในระดับสูง ในขณะที่การพัฒนาคอลเลคชั่นใหม่ ทีมสร้างสรรค์ของแบรนด์ได้นำ Les Classique ซึ่งเป็นชุดนาฬิกาที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1988 กลับมาอีกครั้ง โดยได้ตีความนาฬิกาแต่ละรุ่นขึ้นใหม่ในสไตล์เรโทรโมเดิร์นผ่านการนำวัสดุใหม่อันหรูหรามาใช้ คอลเลคชั่นMaurice Lacroix 1975 ประกอบไปด้วยรุ่นนาฬิกากลไกอัตโนมัติ และระบบควอตซ์เพื่อเอาใจคนเมืองด้วยตัวเลือกนาฬิกาที่หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับรสนิยมสมัยใหม่ นาฬิกาแต่ละเรือนมีให้เลือกในหลายขนาด พร้อมด้วยดีไซน์หน้าปัดและสายนาฬิกาหลายแบบ โดยแต่ละรุ่นล้วนมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว สง่างาม และดูดีมีสไตล์เหนือกาลเวลา

Maurice Lacroix นำเสนอความเชี่ยวชาญของแบรนด์ผ่านการออกแบบคอลเลคชั่น 1975 แต่ละรุ่นด้วยตัวเรือนแบบ “Masterpiece Specification” ซึ่งผสานรวมพื้นผิวแบบด้านและแบบขัดเงาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และขอบตัวเรือนยังเผยผิวสัมผัสที่แตกต่างกันอย่างซับซ้อนเมื่อมองดูอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยทักษะเป็นอย่างมาก ผิวสัมผัสแบบผสมผสานนี้
ยังปรากฏอยู่บนสายเหล็ก 5 แถวโฉมใหม่ที่มาพร้อมชุดตัวล็อกแบบพับได้ นอกจากนี้ นาฬิกาแต่ละเรือนยังมาพร้อมกับสายหนังที่มีสีเข้ากัน โดยมีโลโก้ Maurice Lacroix แบบนูนและยึดเข้ากับตัวเรือนด้วยตัวล็อก ตัวเลือกสายนาฬิกามาพร้อมกับระบบเปลี่ยนสายนาฬิกาแบบง่ายของ มอริส ลาครัวซ์ โดยคุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของนาฬิกาได้โดยการสลับสายนาฬิกาด้วยการกดง่ายๆ เพียงไม่กี่ครั้ง แม้ว่านาฬิการุ่นกลไกอัตโนมัติและระบบควอตซ์ของคอลเลคชั่น 1975 จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่นาฬิกาทุกรุ่นล้วนได้รับการออกแบบตัวเรือนและสายนาฬิกาอย่างประณีตแบบเดียวกัน ซึ่งจะมองเห็นความคล้ายคลึงกันของรุ่นนาฬิกาได้อย่างชัดเจน

สเตฟาน วอเซอร์ (Stéphane Waser) กรรมการผู้จัดการของ มอริส ลาครัวซ์ กล่าวว่า “ในขณะที่เรารังสรรค์คอลเลคชั่น 1975 ขึ้นนั้น เราได้แสวงหาการนำเสนอถึงแก่นแท้ของ มอริส ลาครัวซ์ ผ่านนาฬิกาที่ดูแปลกใหม่ ทันสมัย และเหนือกาลเวลา ซึ่งก่อให้เกิดเป็นคอลเลคชั่นนี้โดยรวบรวมทุกสิ่งที่เรายืดหยัดเข้าไว้ด้วยกัน…นั่นคือการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของงานฝีมือและนวัตกรรม”

นาฬิกา Maurice Lacroix 1975 ในระบบควอตซ์ และรุ่นกลไกอัตโนมัติ วางจำหน่ายแล้วในเมืองไทย สามารถสอบถามข้อมูลนาฬิกาเพิ่มเติมได้ที่มอริส ลาครัวซ์ บูติค ชั้น 2 Gaysorn Village 02-8539742 หรือ LINE Official @MauriceLacroixTH คลิก https://lin.ee/TYO5J3F