‘เชาว์’จวก‘รัฐ’ ดันกาสิโนเมินเสียงปชช. ข้องใจร่างกฎหมายเพื่อใคร?

‘เชาว์’จวก‘รัฐ’ ดันกาสิโนเมินเสียงปชช. ข้องใจร่างกฎหมายเพื่อใคร?

‘เชาว์’จวก‘รัฐ’ ดันกาสิโนเมินเสียงปชช. ข้องใจร่างกฎหมายเพื่อใคร?

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.24 น.

“เชาว์”จวก”รัฐ” ดันกาสิโนเมินเสียงปชช. ข้องใจร่างกฎหมายเพื่อใคร? ชี้ช่องโหว่”นายกฯ”อำนาจล้นฟ้าไร้การตรวจสอบ ไม่มีมาตรการเยียวยาสังคม

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Chao Meekhuad” เรื่อง “เรื่องหาเสียงไม่ทำ…ดันหาทำกาสิโน” มีเนื้อหาระบุว่า เรื่องกาสิโน รัฐบาลไม่เคยหาเสียง แต่ทำไมเร่งเครื่องผลักดัน ทัังที่เสียงค้านกระหึ่ม ไม่ฟังเสียงประชาชน ทำให้น่าสงสัยว่า ทำไมถึงรีบเร่งราวกับว่า ร่างกฎหมาย สถานบันเทิงครบวงจรจัดทำตาม “ข้อตกลง” ที่ทำกับใครไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ถ้ากาสิโนเป็นแค่ 10% ของโครงการ อย่างที่รัฐบาลท่องบอกประชาชนอ้างว่าไม่ได้เน้นการพนัน เพราะมีตั้งแต่โรงแรม ห้าง สนามม้า จึงมีคำถามว่า ถ้าสิ่งอื่นสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.1 – 2.3 แสนล้านบาท ส่วนกาสิโนเก็บภาษีได้แค่ 3 พันล้านบาทเศษต่อปี เพราะฉะนั้นจะมีหรือไม่มีกาสิโน ก็ได้ไม่ใช่หรือ? หรือจริงๆ แล้ว “กาสิโน” ไม่ได้มีไว้เก็บภาษี แต่มีไว้ให้ ทุนบางกลุ่มเข้าไปยึดหัวหาดใช่หรือไม่

ไม่ต้องอ้างคนจะเข้าเล่นต้องมีเงินฝาก 50 ล้าน นักลงทุนต้องมีทุนหมื่นล้าน

อ่านเผินๆ เหมือนจำกัดเฉพาะคนรวย

แต่กลับชวนให้คิดว่า มันเปิดทางให้ทุนที่รู้ก่อน ล็อบบี้ได้ รอเก็บเกี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่า กฎหมายนี้ไม่ได้เขียนเพื่อควบคุมแต่เขียนเพื่อ “จัดพื้นที่” ให้คนบางกลุ่มเข้าไปกอบโกย ภาษียังไม่ชัด รายได้ยังไม่โปร่งใส กองทุนเยียวยาสังคมไม่มี แต่สิ่งที่เขียนไว้แน่ๆ คือ อำนาจกรรมการนโยบาย ที่นายกฯ เป็นประธาน สร้างอาณาจักรผลประโยชน์จากกาสิโนแบบไร้ตรวจสอบ

“มีคำถามก่อนจะสายว่า ใครกันแน่ได้ประโยชน์ ใครเป็นเจ้าของพื้นที่ที่กำลังจะถูกกลายเป็นบ่อนถูกกฎหมาย และใครกำลังเร่งเครื่องเรื่องนี้ ทั้งที่สังคมคัดค้าน แต่เดินหน้าชนเพื่อผลประโยชน์ของใคร?” นายเชาว์ ระบุ

ฟ้าชนน้ำเงิน! ‘ชินวรณ์ ปชป.’วัดพลัง‘ไสว ภท.’ ศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

ฟ้าชนน้ำเงิน! ‘ชินวรณ์ ปชป.’วัดพลัง‘ไสว ภท.’ ศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

ฟ้าชนน้ำเงิน! ‘ชินวรณ์ ปชป.’วัดพลัง‘ไสว ภท.’ ศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.11 น.

เริ่มแล้วศึกฟ้าชนน้ำเงิน! “ชินวรณ์ ประชาธิปัตย์”วัดพลัง”ไสว ภูมิใจไทย”ศึกชิงปักธงเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน ใครจะอยู่ใครจะไปเดี๋ยวรู้เลย

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.นครศรีธรรมราช ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำ จ.นครศรีธรรมราช ได้เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม เมื่อช่วงเช้าวันนี้เป็นวันแรก เบื้องต้นมีผู้สมัครวันแรก ดังนี้ 1.นายไสว เลื่องสีนิล จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จับได้เบอร์ 1 และ 2.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จับได้เบอร์ 2 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางกองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายที่ไปให้กำลังใจ ทั้งนี้ สำหรับเขต 8 จ.นครศรีธรรมราช ประกอบด้วย อ.พิปูน , อ.ฉวาง , อ.ช้างกลาง และ อ.นาบอน

– 006

‘สภาฯ’ไฟเขียวเอกฉันท์รับหลักการ’ร่างพ.ร.บ.กอช.’เปิดทาง’หวยเกษียณ’กระตุ้นออมเงิน

'สภาฯ'ไฟเขียวเอกฉันท์รับหลักการ'ร่างพ.ร.บ.กอช.'เปิดทาง'หวยเกษียณ'กระตุ้นออมเงิน

‘สภาฯ’ไฟเขียวเอกฉันท์รับหลักการ’ร่างพ.ร.บ.กอช.’เปิดทาง’หวยเกษียณ’กระตุ้นออมเงิน

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.14 น.

‘สภาฯ’ไฟเขียวเอกฉันท์รับหลักการ’ร่างพ.ร.บ.กอช.’ดันเปิดทาง’หวยเกษียณ’ล่อใจ’วัยทำงาน’ลุ้นรางวัล-ออมเงินไว้ใช้ช่วงบั้นปลาย 

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งแก้ไข พ.ร.บ.กอช.ปี2554 วาระรับหลักการ เพื่อเปิดทางให้ กอช. ออก และจำหน่ายสลาก กอช. หรือหวยเกษียณ โดยสาระสำคัญ เป็นการออมในภาคแรงจูงใจสำหรับประชาชนวัยทำงาน มีขั้นตอนคือ ซื้อสลากผ่านแอพพลิเคชั่น กอช.ใบละ50บาท จับราลวัลหวยเกษียณทุกสัปดาห์ หากผู้ซื้อสลากฯ ถูกหวยเกษียณ จะได้รับเงินรางวัลทันที โดยโอนเข้าบัญชีอัตโนมัติ แต่หากไม่ถูกหวยเกษียณ สลากจำนวน50บาทที่ซื้อผ่านแอพ กอช. จะถูกนำไปเป็นเงินออม เมื่ออายุครบ60ปี หรือเข้าสู่วัยเกษียณ จะได้รับเงินต้นคืน พร้อมผลตอบแทนที่ กอช. นำไปลงทุนทุกบาททุกสตางค์ ส่วนเงินรางวัลมาจากงบประมาณรัฐบาล ปีละ700ล้านบาท จะช่วยจูงใจให้ประชาชนมีเงินออมได้ 13,000 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วย และสนับสนุนให้มีหวยเกษียณ ที่เป็นไปตามอุปนิสัยของคนไทยที่ชอบเสี่ยงดวง เสี่ยงโชค ด้วยการซื้อหวย หรือสลาก ทุกวันที่1 และวันที่16 นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นจูงใจให้ประชาชนวัยทำงาน ออมเงิน เพื่อนำไปใช้จ่ายยามเกษียณ 

อย่างไรก็ดีในการอภิปรายของสส.ก่อนรับหลักการนั้น มีข้อเสนอแนะไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่น่าสนใจ อาทิ การทบทวนให้การดำเนินการหวยเกษียณนั้นมีความยืดยุ่น โดยเฉพาะการนำเงินออมจากหวยเกษียณออกมาใช้จ่ายก่อนครบกำหนดการจ่ายคืนที่อายุ 60ปี เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยการใช้ชีวิตของประชาชนที่มีสิทธิเข้าโครงการ เช่น ใช้การกู้เงินของตนเองออกมาใช้จ่ายตามความจำเป็นต่อการรักษาพยาบาลตนเอง หรือใช้จ่ายในชีวิตเพื่อความมั่นคง เพราะการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่สามารถเข้าโครงการหวยเกษียณที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กว่าจะครบกำหนดการได้เงินต้นและดอกผลคืน ที่อายุ 60 ปี เป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน นอกจากนั้นแล้วควรพิจารณาเรื่องผลตอบแทน หรือ เพิ่มเงินรางวัล หรือจำนวนรางวัลต่อรอบ ที่ต้องไม่น้อยกว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงพิจารณาต่อการนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำหนดการการันตีของผลตอบแทนขั้นต่ำในเงินที่ลงทุน เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน เพื่อสร้างแรงจูงใจการออมเพิ่มเติม การกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อกำกับการนำเงินออมหวยเกษียณไปใช้ลงทุนในกองทุน ซึ่งทุกกองทุนมักมีความเสี่ยง หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา การนำเงินของประชาชนไปลงทุนแม้จะเป็นกองทุนที่ความเสี่ยงต่ำ แต่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับเงินของประชาชนได้ เนื่องจากว่ามีการคำนวณเงินที่จะได้จากการซื้อหวยเกษียณ ปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก นอกจากนั้นยังแสดงความกังวลของการนำเงินไปใช้ที่ไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่า โดยเปรียบกับการใช้เงินกองทุนประกันสังคมไปซื้อตึกมูลค่าสูง ทั้งนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตไปยังรัฐบาลด้วยว่า ให้จัดหลักสูตรการเงินและการออมให้กับคนไทย ตั้งแต่ระดับประถมวัย รวมถึงการดำเนินการหวยเกษียณต้องควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือเพื่อลดการเป็นหนี้และทำให้รู้จักการออมเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ นอกจากนั้นแล้วต้องคำนึงถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการมอมเมาประชาชนจากการพนันด้วย

ภายหลังจากที่สส. อภิปรายแล้วเสร็จ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ชี้แจงว่า ในข้อสังเกตต่อการกำหนดระยะเวลาการถือครอง การกำหนดหลักเกณฑ์ลดหย่อนภาษี จะนำไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเพื่อให้ พ.ร.บ.กอช. มีประโยชน์กับประชาชนมาที่สุดซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อสร้างนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อให้ประชาชนมีกิน มีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีตามนโยบายของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ

นายเผ่าภูมิ  ยังชี้แจงต่อประเด็นคำถามถึงการเพิ่มผลตอบแทนเมื่อมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นนว่า ในหลักการจะมีการพิมพ์สลาก 5 ล้านฉบับ จะมีเงินรางวัลสัปดาห์ละ  15ล้านบาท เมื่อรวม 4 สัปดาห์เท่ากับ 60 ล้านบาท  รางวัลหนึ่งปี เท่ากับ 760 ล้านบาท โดยประมาณ ซึ่งคำนวณเป็นค่าตอบแทน 6-7% ต่อการระดมเงินออมแต่หากมีความต้องการซื้อเกิน 5 ล้าน จะมีการพิมพ์สลากเพิ่มขึ้นและเพิ่มเงินรางวัล เช่น มีการออก10 ล้านฉบับ เงินรางวัลจะเท่ากับ 1,500 ล้านบาทเพื่อรักษาผลตอบแทนที่ 6%-7%

จากนั้นในเวลา14.15น. ที่ประชุมมีมติเป็นเสียงเอกฉันท์รับหลักการ 401 ต่อ 0 และได้ตั้งกมธ.วิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณา

‘พงศ์พรหม’ชี้ ตึก สตง.ถล่ม ต้นตอปัญหา ไม่ใช่บริษัทจีน แต่มันคือ ‘ไอ้โม่ง’

'พงศ์พรหม'ชี้ ตึก สตง.ถล่ม ต้นตอปัญหา ไม่ใช่บริษัทจีน แต่มันคือ 'ไอ้โม่ง'

‘พงศ์พรหม’ชี้ ตึก สตง.ถล่ม ต้นตอปัญหา ไม่ใช่บริษัทจีน แต่มันคือ ‘ไอ้โม่ง’

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.34 น.

วันที่ 2 เมษายน 2568 นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย และอดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทราบมั้ยครับ ตึก สตง.ถล่ม เราหาคนผิดผิดตัว ตอนนี้ทุกคนกรูเข้าหาบริษัทก่อสร้างจีน และโรงงานเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐาน

จำปี 62-67 ได้มั้ยครับ?

คอลเซ็นเตอร์ระบาด บ่อนออนไลน์ระบาด 5 ปีนั้นหน่วยงานรัฐบอกว่าเราปราบไม่ได้หรอก เพราะโจรอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

พอรัฐบาลจีนขยับ เราจึงถึงบางอ้อว่าโจรที่ว่านั้นคือคนไทย อยู่กรุงเทพบ้าง อยู่เชียงรายบ้าง อยู่กรม กองบ้าง

5 ปีที่ปราบคอลเซ็นเตอร์ และบ่อนออนไลน์ไม่สำเร็จ ไม่ใช่เพราะมันไกล แต่เพราะโจรมันคุมหน่วยงานรัฐต่างๆตั้งแต่กรุงเทพ กระทรวง ยันชายแดนยังไงหละครับ

ตึกถล่มก็เช่นกัน อยู่ๆการรับงานก่อสร้างระดับพันๆล้านที่ไม่ได้คุณภาพมันไม่ได้พึ่งเกิดครับ

นักการเมือง ทหาร ตำรวจ จะทำการเมือง หรือเป็นระดับบริหารนิยม “หาเรื่อง” สร้างตึกทั้งสิ้น เพราะจัดการ “เงินทอน” ง่าย แล้วได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

อย่างทหารจึงชอบสร้าง “หอประชุม” ไม่ก็ “หน่วยบัญชาการ” ยังไงหละครับ

ไม่มีบริษัทจีน 0 เหรียญ นักการเมือง ข้าราชการโกงๆ เขาก็ใช้บริการเจ้าอื่นอยู่ดี

ผมเดาว่าหน่วยงานหลายแห่ง โดยเฉพาะ “ในรั้ว” มีพังกันเยอะ แต่ไม่เป็นข่าว เพราะเข้าไปตรวจสอบไม่ได้

ส่วนนอกรั้วก็จะเริ่มเผยมาเรื่อยๆมา damage มีขนาดไหนกันบ้าง

สุดท้ายต้นตอปัญหา มันไม่ใช่บริษัทจีนครับ แต่มันคือ “ไอ้โม่ง” ข้าราชการระดับสูง ผู้มีเกียรติ มีรถประจำตำแหน่งใช้ ที่ไปนั่งตามบอร์ดต่างๆนั่นเอง

‘นายกฯ’เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ’นายกฯเนปาล’ครั้งแรกในรอบ 66 ปี

'นายกฯ'เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ'นายกฯเนปาล'ครั้งแรกในรอบ 66 ปี

‘นายกฯ’เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ’นายกฯเนปาล’ครั้งแรกในรอบ 66 ปี

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.27 น.

นายกฯเปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับนายกฯเนปาลเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 66 ปี หนุนความร่วมมือการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายเค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีเนปาลและภริยา ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล 

นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีเนปาลได้ร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายกรัฐมนตรี เชิญนายกรัฐมนตรีเนปาลไปยังห้องสีม่วงเพื่อแนะนำคณะรัฐมนตรี และไปยังห้องสีงาช้างด้านนอก เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ก่อนเข้าร่วมหารือทวิภาคี ณ ห้องสีงาช้าง   

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีเนปาลสู่ประเทศไทย ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีเนปาล นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยในปีนี้นับเป็นโอกาสครบรอบ 66 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเนปาล ที่มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น โดยเฉพาะด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม ซึ่งมีชาวไทยหลายพันคนเดินทางไปยังลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเป็นประจำทุกปี พร้อมชื่นชมความสำเร็จของรัฐบาลเนปาลในการเลื่อนสถานะไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาภายในปี 2026 และขอให้เนปาลสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น พร้อมชื่นชมศักยภาพทางเศรษฐกิจของเนปาล รวมถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะด้านพลังงานน้ำ ซึ่งในวันนี้ทั้งสองฝ่ายจะลงนามในข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MoUs) จำนวน 8 ฉบับ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในอนาคต 

นายกรัฐมนตรีเนปาล ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในไทยในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวเนปาล เนปาลขอยืนหยัดเคียงข้างประเทศไทยในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ขณะเดียวกันก็จะสานต่อความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน ตั้งแต่ระดับทวิภาคีไปจนถึงระดับภูมิภาค และขอบคุณรัฐบาลไทยสำหรับความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสองประเทศ โดยเนปาลพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับไทยในด้านที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะด้านทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยีต่าง ๆ พร้อมชื่นชมความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีไทยในการพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาค  ทั้งนี้ เนปาลให้ความสำคัญกับการประชุม BIMSTEC และพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกเพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และขอเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนเนปาลอย่างเป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

ความสัมพันธ์ทวิภาคี ไทยและเนปาลพร้อมสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีกลไกความร่วมมือที่สำคัญคือ การประชุมคณะกรรมการร่วม (Joint Commission Meeting) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยเห็นพ้องที่จะสนับสนุนให้กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์สูงสุดจากกลไกทวิภาคีที่มีอยู่เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุน โดยเฉพาะในด้านการเกษตร การแปรรูปสมุนไพร บริการทางการแพทย์ และการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า บริษัทไทยหลายแห่งได้แสดงความสนใจอย่างมากในการขยายธุรกิจในเนปาล รวมถึงบริษัทไทยบางส่วน ได้ก่อตั้งธุรกิจในเนปาลแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนปาลเห็นถึงศักยภาพของภาคเอกชนไทยในเนปาล ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยเนปาลพร้อมอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและลดอุปสรรคทางการค้าเพื่อดึงดูดธุรกิจไทยและนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง

การเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตร ภาคการเกษตรเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านนี้ โดยเนปาลมีความอุดมสมบูรณ์ด้านผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยเฉพาะสมุนไพรคุณภาพสูงที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์หลายชนิด ขณะที่ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยไทยพร้อมแบ่งปันความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเนปาล ทั้งนี้ ปัจจุบันสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกาฐมาณฑุ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและการแปรรูปการเกษตร 

การท่องเที่ยว ไทยยินดีที่เนปาลที่สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 1 ล้านคนในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเนปาลอย่างต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในเส้นทางแสวงบุญทางพระพุทธศาสนา (Buddhist circuit) ซึ่งต่างเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่มีศักยภาพสูง ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยมีศักยภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ มีคุณภาพระดับสากล และพร้อมเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สำคัญของภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีเนปาลกล่าวว่า เนปาลพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ทางการแพทย์ร่วมกันไทย รวมไปถึงความร่วมมือด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งมีความก้าวหน้า โดยปัจจุบันผู้ประกอบการโรงแรมของไทยได้ขยายธุรกิจโรงแรมในเนปาล ซึ่งช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเนปาล 

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา นายกรัฐมนตรียินดีที่นักศึกษาเนปาลมาเรียนที่ไทยจำนวนมาก โดยเน้นย้ำว่าไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และไทยพร้อมมอบทุนการศึกษาสำหรับหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นและปริญญามหาวิทยาลัยให้กับชาวเนปาลในสาขาต่าง ๆ ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น การโรงแรม การเกษตร และสาธารณสุข ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนปาลเห็นพ้อง และเน้นย้ำว่าเนปาลต้องการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับไทยเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยขณะนี้เนปาลมีมหาวิทยาลัยที่จัดหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับสาธารณสุข เกษตรกรรม สังคม สิ่งแวดล้อม และด้านอายุรเวท ซึ่งไทยและเนปาลจะสามารถร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ 

ความร่วมมือระดับพหุภาคีและภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายพร้อมทำงานร่วมกันในเวทีระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยยึดมั่นในหลักการสันติภาพและมิตรภาพกับทุกประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับโลก ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันความร่วมมือในเวทีพหุภาคีและภูมิภาคกับเนปาล โดยเฉพาะการประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 ซึ่งจะรับรองวิสัยทัศน์กรุงเทพ (BIMSTEC Bangkok Vision 2030) รวมถึงพร้อมผลักดันความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางทะเลที่จะเพิ่มการเชื่อมโยงและโอกาสทางเศรษฐกิจในอ่าวเบงกอล นอกจากนี้ ไทยพร้อมร่วมมือกับเนปาลแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี สอดคล้องกับนายกรัฐมนตรีเนปาล ซึ่งเผยว่า เนปาลกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก “Sagamatha Sambaad” ซึ่งเป็นการเสวนาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในเดือนพฤษภาคมนี้

แตะเบรก‘รัฐบาล’ ‘สว.’ส่วนใหญ่ค้าน‘ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’

แตะเบรก‘รัฐบาล’ ‘สว.’ส่วนใหญ่ค้าน‘ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’

แตะเบรก‘รัฐบาล’ ‘สว.’ส่วนใหญ่ค้าน‘ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.08 น.

ส่งผลต่อปัญหาสังคม! “สว.”ส่วนใหญ่ค้าน”ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” เตรียมชงตั้ง”กมธ.ฯศึกษาผลกระทบ”เกาะติดคู่ขนานฟาก สส. – ตั้งกลุ่มไลน์แลกเปลี่ยนความเห็น แตะเบรก”รัฐบาล”รอบคอบ-ทำประชามติก่อน ดักทางหวังดัน”กาสิโน”อย่ามาอ้างเป็นแค่”สถานบันเทิงครบวงจร” ชี้ไทยก็มีอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงผลการประชุมวิปวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ ว่า วุฒิสภาเตรียมพิจารณาญัตติขอเสนอแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ของ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว.และญัตติเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสถาบันเทิงครบวงจร โดย นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว.ซึ่งทั้ง 2 ญัตติดังกล่าวได้รับการบรรจุเรียบร้อยแล้วในวันอังคารที่ 8 เม.ย.นี้ จะได้ทราบว่า สว.แต่ละคนมีความเห็นอย่างไร และสุดท้ายจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา หาข้อเท็จจริงศึกษาควบคู่ไปกับสภาผู้แทนราษฎรด้วย

“สว.ได้เห็นร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้มีการตั้งกลุ่มไลน์แลกเปลี่ยนความเห็น เตรียมพิจารณา ซึ่งมี สว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ส่วนตัวเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และส่งผลต่อปัญหาด้านสังคมมากขึ้น จึงเห็นว่ารัฐบาลควรศึกษาในรอบคอบก่อนเสนอ และจากที่พูดคุยกับเพื่อน สว.ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยมากกว่าเห็นด้วย จึงอยากให้ทำประชามติถามประชาชนก่อน ว่าต้องการให้มีกาสิโนหรือไม่ อย่าอ้างว่าเป็นแค่เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือ สถานบันเทิงครบวงจร เพราะปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่เราไม่มีกาสิโน” นายพิสิษฐ์ กล่าว

‘ก้องเกียรติ’ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน พรรคกล้าธรรม มั่นใจ สู้คู่แข่งได้

'ก้องเกียรติ'ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน พรรคกล้าธรรม มั่นใจ สู้คู่แข่งได้

‘ก้องเกียรติ’ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน พรรคกล้าธรรม มั่นใจ สู้คู่แข่งได้

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.03 น.

‘ก้องเกียรติ’ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน พรรคกล้าธรรม มั่นใจ สู้คู่แข่งได้ แม้เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม โวคลุกคลีกับ ปชช.มากที่สุด เผย’ธรรมนัส-นฤมล’เตรียมลงช่วยหาเสียง 

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2568 นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ว่าที่ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคคู่แข่งต่างก็เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม มั่นใจว่าจะสู้ได้หรือไม่ว่า ตนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น อยู่กับประชาชนมา 10 ปี เป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) ตั้งแต่ปี 2563 ดังนั้น ตนมั่นใจว่าสู้ได้

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับผู้สมัครที่เสนอตัวอยู่ขณะนี้ ถือว่าตนคลุกคลีกับประชาชนมากที่สุด ส่วนมั่นใจว่าจะปักธงได้หรือไม่นั้น ก็จะทำให้ดีที่สุด เพราะตนก็อยากทราบเหมือนกันว่า จากที่ได้ทำงานเพื่อประชาชนมาตลอด ผลตอบรับของเราจะออกมาเป็นอย่างไร  ทั้งนี้ ตนจะเดินทางไปสมัครรับเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 4 เม.ย.

นายก้องเกียรติ กล่าวด้วยว่า  ในส่วนเวทีปราศรัยใหญ่นั้น ต้องดูสภาพอากาศ เพราะช่วงนี้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช เข้าหน้าฝน อาจจะมีเพียงการปราศรัยย่อย  แต่อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม จะลงมาช่วยหาเสียงในพื้นที่ด้วย 

ถก‘ระบบแจ้งเตือน’ ‘กมธ.ปกครอง’เชิญ‘ดีอี-กสทช.-ปภ.-กรมอุตุ’แจงปัญหา

ถก‘ระบบแจ้งเตือน’ ‘กมธ.ปกครอง’เชิญ‘ดีอี-กสทช.-ปภ.-กรมอุตุ’แจงปัญหา

ถก‘ระบบแจ้งเตือน’ ‘กมธ.ปกครอง’เชิญ‘ดีอี-กสทช.-ปภ.-กรมอุตุ’แจงปัญหา

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.42 น.

“กมธ.ปกครอง”เชิญ”ดีอี-กสทช.-ปภ.-กรมอุตุ”แจงปัญหาระบบเตือนภัย ยัน”เซลล์ บอร์ดแคสท์”แล้วเสร็จ ก.ค.นี้ แจงส่ง”เอสเอ็มเอส”แจ้งเตือน”แผ่นดินไหว”ช้า เหตุชนกับ”สัญญาณมือถือ”

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธาน กมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาศึกษาแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระบบแจ้งเตือนภัยในกรณีเหตุภัยพิบัติศึกษาจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) , อธิบดีกรมอุตุวิทยา , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) , คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาให้ข้อมูล โดยตั้งประเด็นสอบถามเกี่ยวกับปัญหาในการใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านข้อความสั้นไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือ Cell Broadcast

โดย นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงว่า ยืนยันว่าได้วิเคราะห์และแจ้งข้อความอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาภายใน 15 นาที นับจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุคือ 13.35 น.แต่ปัญหาความล่าช้าเนื่องจากการใช้สัญญาณพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้เครือข่ายในการส่งข้อความดีเลย์

ด้าย นายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้แจงถึงความล่าช้าในการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยว่า เนื่องจากช่องสัญญาณเอสเอ็มเอส เป็นช่องเดียวกับสัญญาณโทรศัพท์ และขณะเกิดเหตุได้แจ้งข่าวผ่านสื่อมวลชนกับช่องทางโซเชียลมีเดียของ ปภ.และส่งเอสเอ็มเอส แจ้งประชาชนไปถึง2 ครั้ง

“SMS ไม่สามารถใช้แจ้งเตือนได้ เพราะมีหลายขั้นตอน และเวลาแจ้งเตือนสัญญาณชนกันกับสัญญาณโทรศัพท์ที่คนต่างใช้โทรเวลาเดียวกัน ต่างจากระบบ Cell Broadcast ที่ส่งทั้งหมดคราวเดียวได้ ซึ่งขณะนี้กำลังปรับกระบวนการแจ้งเตือน SOS” นายประสงค์ กล่าว

ส่วน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่า ขณะนี้กำลังทำระบบเซล บรอดแคสท์ ยืนยันว่า จะแล้วเสร็จไม่เกินเดือน ก.ค.นี้

นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม กสทช.กล่าวว่า วันนี้ต้องทดลองใช้ระบบเซลบรอดแคสท์ แบบชั่วคราวไปก่อน ซึ่งระบบแอนดรอยด์ 50 ล้านหมายเลขใช้ได้แล้ว ประกอบกับการแจ้งผ่านเอสเอ็มเอส สำหรับผู้ใช้มือถือระบบไอโอเอส ได้ประสานทางบริษัทแอปเปิล (ไอโฟน) ที่จะอัพเดทเฟิร์มแวร์ในช่วง 5 วันนี้ นอกจากนี้ จะพิจารณาเตรียมเพิ่มแพลตฟอร์มไลน์ เพื่อแจ้งสื่อสารประชาชนเพิ่มเติมอีกด้วย

– 006

รทสช.เสนอญัตติด่วน หาแนวทางรับมือภัยพิบัติจากเหตุแผ่นดินไหว

รทสช.เสนอญัตติด่วน หาแนวทางรับมือภัยพิบัติจากเหตุแผ่นดินไหว

รทสช.เสนอญัตติด่วน หาแนวทางรับมือภัยพิบัติจากเหตุแผ่นดินไหว

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.05 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง หาแนวทางรับมือกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นในประเทศไทย จากกรณีที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นข้อเสนอแนะในการดำเนินการแก่รัฐบาล ในการจัดการกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำ

นายอัครเดช กล่าวว่า แม้ว่าในสัปดาห์นี้จะมีการบรรจุระเบียบวาระพิจารณากฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์เข้ามาให้สภาฯพิจารณาก็ตาม แต่สถานการณ์แผ่นดินไหวมีความจำเป็นและเร่งด่วนมากกว่า จึงเป็นเหตุที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอญัตติด่วนนี้ก่อนการพิจารณากฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพราะห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ซ้ำอีก

ปลุก‘สว.’เป็นเสาหลักให้ปชช. คว่ำร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ฉบับลุกลี้ลุกลน

ปลุก‘สว.’เป็นเสาหลักให้ปชช. คว่ำร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ฉบับลุกลี้ลุกลน

ปลุก‘สว.’เป็นเสาหลักให้ปชช. คว่ำร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ฉบับลุกลี้ลุกลน

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.52 น.

ปลุก‘สว.’เป็นเสาหลักให้ปชช. คว่ำร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ฉบับลุกลี้ลุกลน

2 เมษายน 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า…

ช่วยผมแชร์หน่อยครับ

ด่วนจี๋! เลย

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร (กาสิโน ในความเข้าใจของคนไทยส่วนใหญ่) แล้ว

วาระพิเศษ 3 เม.ย.

เรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชุมพิเศษ วันศุกร์ ที่ 4 เม.ย.

อะไรมันจะด่วนขนาดนั้น

เรื่องสำคัญ เรื่องด่วนอื่นๆ มีอีกเยอะ ไม่เห็นเร็วแบบนี้

ผมเองก็ยื่นญัตติถกด่วน!

ในวุฒิสภาเช่นกัน ท่านประธานวุฒิสภาน่าจะบรรจุเข้าวุฒิสภาให้สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายกัน อังคารที่ 8 เมษายน ครับ

ครั้งนี้วุฒิสภาจะเป็นเสาหลักให้ประชาชนคนไทยให้ได้ครับ

มาคว่ำร่างนี้ด้วยกันครับคนไทย!