DMCARE จับมือ Dimet Siam เสริมศักยภาพด้านการก่อสร้าง พร้อมยืนหยัดซ่อมแซมให้ผู้เดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว

DMCARE จับมือ Dimet Siam เสริมศักยภาพด้านการก่อสร้าง พร้อมยืนหยัดซ่อมแซมให้ผู้เดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว

DMCARE จับมือ Dimet Siam เสริมศักยภาพด้านการก่อสร้าง พร้อมยืนหยัดซ่อมแซมให้ผู้เดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.15 น.

DMCARE เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มุ่งเป็นผู้นำด้านการซ่อมแซมคอนโดจากเหตุแผ่นดินไหว พร้อมจับมือ Dimet Siam เสริมศักยภาพด้านการก่อสร้าง พร้อมยืนหยัดซ่อมแซมให้ผู้เดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว และพร้อมอยู่โดยเร็วที่สุด

บริษัท ดีเอ็มแคร์ จำกัด (DMCARE Co., Ltd.) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 ในฐานะผู้ให้บริการซ่อมแซมและรีโนเวทคอนโดมิเนียมแบบครบวงจร โดยเฉพาะในกลุ่มอาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งกำลังเป็นความท้าทายสำคัญของผู้อยู่อาศัยและนิติบุคคลในหลายพื้นที่ของประเทศ

DMCARE ก่อตั้งขึ้นจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญในวงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานการซ่อมแซมอาคารให้มีความปลอดภัย ยั่งยืน และสวยงาม โดยบริษัทได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท ไดเมทสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ Dimet Siam Public Company Limited ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายสีทาอาคาร สีป้องกันสนิม สีกันไฟ และสีอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านวัสดุก่อสร้างและระบบสีที่ได้มาตรฐาน

บริการของ DMCARE ครอบคลุมงานซ่อมแซมรอยแตกร้าวของโครงสร้าง การปรับปรุงพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ตลอดจนการตกแต่งและทาสีใหม่ทั้งภายในและภายนอก โดยดำเนินงานด้วยความใส่ใจในรายละเอียด และควบคุมคุณภาพโดยทีมวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการที่เข้าใจงานซ่อมคอนโดอย่างลึกซึ้ง

DMCARE ยึดมั่นในหลักการทำงานที่เน้น คุณภาพเหนือมาตรฐาน, ความพึงพอใจของลูกค้า, และ ความโปร่งใสในทุกขั้นตอน พร้อมสะท้อนค่านิยมองค์กร (Core Values) ผ่านผลงานจริง ได้แก่

 • Dependability – ความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าไว้วางใจได้

 • Mindfulness – ความใส่ใจในพื้นที่อยู่อาศัย

 • Craftsmanship – ความประณีตในทุกขั้นตอน

 • Accountability – ความรับผิดชอบอย่างมืออาชีพ

 • Reasonable Pricing – ราคาที่สมเหตุสมผล ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง

 • End-to-End Support – การดูแลครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ

ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Dimet Siam และทีมปฏิบัติงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน DMCARE พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูและยกระดับมาตรฐานอาคารที่อยู่อาศัยทั่วประเทศให้มั่นคง ปลอดภัย และสวยงามอย่างยั่งยืน

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงาน ‘รู้ก่อนทำเกษตร’ จุดประกายคนรุ่นใหม่ เรียนรู้ก่อนลงมือจริง

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงาน ‘รู้ก่อนทำเกษตร’ จุดประกายคนรุ่นใหม่ เรียนรู้ก่อนลงมือจริง

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงาน ‘รู้ก่อนทำเกษตร’ จุดประกายคนรุ่นใหม่ เรียนรู้ก่อนลงมือจริง

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.10 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ชวนเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “รู้ก่อนทำเกษตร” เปิดประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบรอบด้านจากวิทยากรมากประสบการณ์ ภายในงานพบกับนิทรรศการ “9 รู้ 9 รอด” ถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวคิดการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การอบรมวิชาของแผ่นดิน และกิจกรรม Workshop ถึง 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเลือกชมและเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัยจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ และเกษตรกรภาคีความร่วมมือจากทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 4 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.  ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย  ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ดำเนินงานตามแนวทางศาสตร์พระราชา ที่ทรงให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรมาโดยตลอด การจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “รู้ก่อนทำเกษตร” ไม่เพียงแต่เตรียมความพร้อมทางความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่กำลังมองหาหนทางในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผ่านการทำเกษตรอย่างเข้าใจและยั่งยืน ภายในงานผู้เข้าร่วมจะได้พบกับการแลกเปลี่ยนพูดคุยและการถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ผู้มีประสบการณ์จริง โดยเน้นการเรียนรู้เรื่องการวางแผนก่อนลงมือทำเกษตร การเลือกพันธุ์พืช การจัดการดิน น้ำ และแหล่งทรัพยากร ซึ่งจะจุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้สนใจการทำเกษตร รวมถึงผู้แสวงหาทางเลือกใหม่ในชีวิต ด้วยองค์ความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้ลงมือปฏิบัติจริง สู่การพัฒนาเกษตรไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ภายในงานนำเสนอองค์ความรู้จากนิทรรศการ “9 รู้ 9 รอด” โดยอาจารย์เฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.กำแพงเพชร ที่มาถ่ายทอด 9 องค์ความรู้ที่เกษตรกรมือใหม่ไม่ควรพลาด พร้อมเปิดคลินิกให้คำปรึกษาปัญหาเกษตรภายในงาน พลาดไม่ได้กับการอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 8 วิชา เรียนรู้ได้ทั้ง Onsite และ Online ฟรี อาทิ หลักสูตร “ผักพื้นบ้าน” อาหารต้านโรค อาจารย์ธาตุดิน หอมจันทร์ จ.ลพบุรี หลักสูตร “เกษตรเปลี่ยนชีวิต”อาจารย์ประทีป มายิ้ม “สวนพออยู่พอกินบ้านมายิ้ม” จ.ชลบุรี รู้ก่อนทำเกษตร อาจารย์วีรยุทธ ศรีเลอจันทร์ (อ.ทอง ธรรมดา) “ศูนย์เรียนรู้สวนเพชรพิมาย” จ.นครราชสีมา และหลักสูตร “เกษตรอินทรีย์ ฟื้นดิน สร้างชีวิต” อาจารย์อำนาจ เรียนสร้อย “แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม” จ.นครปฐม เป็นต้น

ชม ชิม ช็อปสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลไม้ตามฤดูกาล สด ใหม่จากทั้ง 4 ภาค จุใจไปกับทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ต้นไม้พันธุ์ไม้ โดยเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และร้านค้าภาคีความร่วมมือกว่า 100 ร้านค้า ในราคามิตรภาพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ Facebook / Line ID : @wisdomkingmuseum

-(016)

MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษา ‘Ventur – VenturePro Series’

MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษา ‘Ventur - VenturePro Series’

MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษา ‘Ventur – VenturePro Series’

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.07 น.

MSI แบรนด์แล็ปท็อประดับพรีเมียมชั้นนำระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับด้านความเป็นมืออาชีพ ดีไซน์หรูหรา ประสิทธิภาพทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัย ขอนำเสนอ Venture และ VenturePro Series แล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเรียน, นักศึกษา, ผู้ประกอบการ และครีเอเตอร์ยุคใหม่ ด้วยความแรงที่ครบครันและน้ำหนักเบาที่พกพาสะดวก ซีรีส์นี้พร้อมรองรับทุกการทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน สถานศึกษา หรือที่ทำงาน พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้!

MSI Venture และ VenturePro Series ใหม่ล่าสุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 30,990 บาท เท่านั้น!

Steven Yang ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคของ MSI เผยว่า “เราต้องการให้ซีรีส์ Venture และ Venture Pro เป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยเครื่องมือที่พร้อมปรับตัวไปกับทุกจังหวะของชีวิต”  

ด้าน Denny Li ตำแหน่งหัวหน้าแผนกธุรกิจโน้ตบุ๊ก MSI ประเทศไทย กล่าวว่า “แล็ปท็อปรุ่นนี้มาพร้อมประสิทธิภาพทรงพลังและความคล่องตัวรอบด้าน ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด”

Venture และ VenturePro Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์การเรียนรู้และค้นคว้าแหล่งข้อมูลจำนวนมาก ผู้ประกอบการ ที่ต้องบริหารหลายโปรเจกต์ระหว่างการเดินทางหรือทำงานนอกสถานที่ หรือครีเอเตอร์ที่ทำงานกับเวิร์กโฟลว์ซับซ้อนอีกทั้งยังมีขนาดหน้าจอให้เลือกตั้งแต่ 14 นิ้ว ไปจนถึง 17 นิ้ว แล็ปท็อปรุ่นนี้จึงผสานความสะดวกในการพกพาเข้ากับประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างลงตัว พร้อมปรับตัวเข้ากับทุกพื้นที่การทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

VenturePro Series โดดเด่นด้วยกราฟิกการ์ดแยก NVIDIA RTX เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครีเอเตอร์มืออาชีพที่ต้องจัดการกับงานหนัก เช่น การตัดต่อวิดีโอหรือออกแบบกราฟิกขั้นสูง นอกจากให้ภาพลื่นไหลและการเรนเดอร์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว กราฟิกการ์ดแยกยังช่วยเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้อีก 4-5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการทำงานนอกสถานที่ เช่น การเดินทางไกล เที่ยวบิน หรือการประชุมนอกสถานที่ ทั้ง Venture และ VenturePro Series มาพร้อมหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุด ที่รองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อย่างราบรื่น และให้ประสิทธิภาพเหนือชั้น รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน งานธุรกิจ หรือการสร้างสรรค์

MSI ยังเสริมประสบการณ์การใช้งานด้วยฟีเจอร์ AIอัจฉริยะที่ยกระดับการทำงานให้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย AI Noise Cancellation Pro ระบบจะช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างอย่างชาญฉลาดระหว่างการประชุมออนไลน์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานจากระยะไกลในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เช่น คาเฟ่ หรือสถานที่เปิดโล่งอื่นๆ อีกทั้ง MSI AI Engine ยังช่วยปรับการตั้งค่าอัตโนมัติตามลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจากโหมดพรีเซนต์งานสลับเข้าไปสู่การตัดต่อวิดีโอ ระบบจะปรับประสิทธิภาพเครื่อง เคลียร์แคชและปรับแสงไฟคีย์บอร์ดให้เหมาะสมโดยไม่ต้องตั้งค่าด้วยตัวเอง AI LAN Manager ช่วยจัดลำดับความสำคัญของการใช้งานแบนด์วิธโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การเล่นเกมออนไลน์หรือการประชุมวิดีโอเป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ขณะเดียวกัน Windows Studio Effects ก็ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ในการประชุมและสตรีมมิ่งด้วยการปรับแต่งภาพอย่างชาญฉลาดให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ การผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะทำงาน ประชุมหรือเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลและมั่นใจในทุกจังหวะของการใช้งาน

การเปิดตัวของ MSI Venture และ VenturePro Series คือก้าวใหม่ในการยกระดับเครื่องมือ เพื่อธุรกิจและการทำงานอย่างแท้จริง MSIยังคงเดินหน้าสร้างนิยามใหม่ของแล็ปท็อปเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ด้วยการผสานพลังการประมวลผลที่แข็งแกร่ง ความคล่องตัวในการพกพาและฟีเจอร์ล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน แล็ปท็อปเหล่านี้จึงเป็นคำตอบที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการทั้งสมรรถนะและความอิสระของชีวิตการทำงานในทุกๆวัน

ตรวจสอบรุ่นทั้งหมดได้ที่: https://msi.gm/S3AAA619

ติดตามข้อมูลของ MSI ที่ MSI: https://th.msi.com/ , MSI YouTube:  https://msi.gm/2ZgU1tt  , MSI Facebook: https://www.facebook.com/MSIThailandOfficial  , MSI Instagram : https://www.instagram.com/msi_thailand

ซูเปอร์สปอร์ตเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จัดแคมเปญ ‘May Move Up มูฟใหม่ไปอีกขั้น’

ซูเปอร์สปอร์ตเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จัดแคมเปญ 'May Move Up มูฟใหม่ไปอีกขั้น'

ซูเปอร์สปอร์ตเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จัดแคมเปญ ‘May Move Up มูฟใหม่ไปอีกขั้น’

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.43 น.

Supersports (ซูเปอร์สปอร์ต) ในเครือเซ็นทรัลรีเทล แหล่งรวมสินค้าและแบรนด์กีฬาอันดับ 1 ของไทย ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านกีฬา ส่งแคมเปญใหญ่ “May Move Up มูฟใหม่ไปอีกขั้น” กระตุ้นผู้บริโภคให้ออกมาใช้ชีวิตแอคทีฟอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนพฤษภาคม พร้อมช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ ด้วยแคมเปญทั้งลดทั้งแจกสุดคุ้ม พบกับส่วนลดสูงสุด 555 บาท และรับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาทสำหรับสมาชิก The 1 เมื่อซื้อรองเท้าคู่ใหม่ที่คุณอยากได้ได้ทุกประเภท ตั้งแต่รองเท้ากีฬา ไปจนถึงรองเท้าแตะ ไม่ว่าจะมูฟไปที่ไหนก็สนุกได้มากกว่า ที่ร้านซูเปอร์สปอร์ตทุกสาขา พิเศษ KICK Off แคมเปญวันแรก 1 พฤษภาคม 2568 แจกถุงเท้าฟรี! มากกว่า 5,000 คู่ ใน 27 สาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและจุดไฟให้คนรักสุขภาพหันมาออกกำลังกายกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนพร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมเอาใจคอกีฬาและคนรักสุขภาพ ต่อยอดไอเดีย Move You, Move Sports ที่อยากเห็นสังคมไทยสุขภาพดีผ่านการเล่นกีฬา ด้วยกิจกรรมให้คนรักการออกกำลังกายได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งพลังมูฟ ด้วยการส่งต่อรองเท้าคู่เก่งพร้อมบอกเล่าเรื่องราวดีๆ  ไปให้ผู้ที่ขาดแคลนได้มูฟตามฝันไปอีกขั้น

คุณวิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซูเปอร์สปอร์ตเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและมุ่งมั่นอยากเห็นสังคมไทยสุขภาพดีผ่านการเล่นกีฬา เราจึงอยากเป็นสื่อกลางเชิญชวนให้คนไทย ปลุกพลังมูฟในตัวเองด้วยการส่งต่อแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายให้กับทุกคน จึงส่งแคมเปญ “May Move Up มูฟใหม่ไปอีกขั้น” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าได้ออกมาใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์แอคทีฟให้มีความสุขกับการออกกำลังกาย กับโปรโมชันพิเศษ มอบส่วนลดรองเท้าทุกประเภทสูงสุดถึง 555 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิก The 1 รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท เราหวังว่าจะช่วยให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน และนอกจากการดูแลตัวเองแล้ว เรายังจัดกิจกรรม “ส่งต่อคู่เก่ง ให้เรื่องราวดีๆ ก้าวต่อ” ซึ่งเราทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 แล้ว ด้วยความเชื่อมั่นและเชื่อว่ากีฬาเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนชีวิต และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมให้ทุกคนมีโอกาสก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง ส่งเสริม ‘Sports Equality’ หรือการสร้างโอกาสในการเข้าถึงกีฬาอย่างเท่าเทียม ให้ลูกค้าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งพลังมูฟ ในการส่งต่อรองเท้าคู่เก่งพร้อมบอกเล่าเรื่องราวดีๆ  ไปให้ผู้ที่ขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้มูฟตามฝันไปอีกขั้น”
 
โดยแคมเปญ “May Move Up มูฟใหม่ไปอีกขั้น” จะจัดขึ้นตลอดเดือนพฤษภาคม กับ 3 กิจกรรมไฮไลต์พิเศษเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2568
• วันพิเศษ KICK Off แคมเปญ (1 พฤษภาคม 2568) Supersports มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าใดก็ได้ที่ร้าน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. รับฟรี “ถุงเท้า Spike” 1 คู่ มูลค่า 150 บาท* ไม่จำกัดยอดซื้อขั้นต่ำ จำกัด 1 คู่/ใบเสร็จ/ท่าน (200 คู่/สาขา) ใน Supersports 27 สาขาทั่วประเทศที่ร่วมรายการ
• ส่วนลดตลอดทั้งแคมเปญ ในการซื้อรองเท้าคู่ใหม่สูงสุด 555 บาท พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาทสำหรับสมาชิก The 1 เมื่อซื้อรองเท้าทุกประเภทตั้งแต่รองเท้ากีฬา ไปจนถึงรองเท้าแตะห ที่ร้านซูเปอร์สปอร์ตทุกสาขา ครบตามเงื่อนไข- ลดเพิ่ม 255 บาท* เมื่อซื้อครบ 1,800 – 3,599 บาท/ใบเสร็จ และ ลดเพิ่ม 555 บาท* เมื่อซื้อครบ 3,600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
• กิจกรรม “ส่งต่อคู่เก่ง ให้เรื่องราวดีๆ ก้าวต่อ” (1 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2568) Supersports ชวนลูกค้าร่วมกิจกรรม “ส่งต่อคู่เก่ง ให้เรื่องราวดีๆก้าวต่อ” ได้ตั้งวันที่ 1 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2568 ด้วยการนำรองเท้าสภาพดีมาบริจาคให้กับผู้ที่ขาดแคลนในพื้นที่ หรือ บริจาคเงินผ่านโครงการ Million Gifts Million Smiles เพื่อนำไปส่งต่อให้กับน้องๆ เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้ที่ร่วมส่งต่อรองเท้าคู่เก่ง สามารถเขียนเรื่องราวและความปรารถนาดี ใส่แพ็คเก็จพร้อมส่งต่อ ให้ Supersports จะนำไปคัดแยก และส่งต่อถึงรองเท้าและแรงบันดาลใจถึงเจ้าของใหม่ได้ ที่ ร้าน Supersports ทุกสาขา และ ได้ที่งาน เปิดการแข่งขันกีฬาประจำชุมชน ประจำเขตเทศกาลกีฬากรุงเทพฯ ประจำปี 2568 วันที่ 1 พ.ค. 68 ณ สนามสเก็ตบอร์ด (Red Bull Skate Park) ศูนย์กีฬาเบญจกิติ พร้อมกับศูนย์กีฬา 14 แห่ง ภายใต้กองการกีฬา วันที่ 1 พ.ค. 68 – 3 มิ.ย. 68 และ ลานคนเมือง วันที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า วันที่ 17 – 18 พ.ค. 68 ลูกค้าสามารถร่วมส่งต่อเรื่องราวๆ ดี ส่งโอกาสให้ผู้ที่ขาดแคลนได้มูฟตามฝันไปอีกขั้น ด้วยการเข้าร่วมบริจาครองเท้าหรือร่วมสมทบทุน และรับส่วนลดซื้อรองเท้าคู่ใหม่ได้ทุกประเภท ที่ร้านซูเปอร์สปอร์ตได้ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม และสามารถติดตามข่าวสาร / โปรโมชันพิเศษสุดได้ทาง http://www.supersports.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจของ Supersports เพื่อไม่ให้พลาดดีลพิเศษที่พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งปี

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดพิธีเปิด “90 ปี สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี” เพื่อรำลึกถึงคุณูปการและสร้างแรงบันดาลใจ

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดพิธีเปิด

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดพิธีเปิด “90 ปี สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี” เพื่อรำลึกถึงคุณูปการและสร้างแรงบันดาลใจ

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.15 น.

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีเปิด “90 ปี สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี” ในวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 ณ สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี  ด้านหน้าอาคารกิตติวัฒนา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  

การจัดงานครั้งนี้ เพื่อระลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ซึ่งท่านเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในปี 2525 โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยในสามด้านหลัก ได้แก่ 

1. การขยายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปศูนย์รังสิต ตามเป้าหมายที่ศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ตั้งไว้ 

2. การขยายจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและมนุษยศาสตร์ ทำให้ธรรมศาสตร์ผลิตบุคลากรครอบคลุมทุกสาขา เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างสมบูรณ์  

3. การสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2530  และปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานการรักษาทัดเทียมกับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย สามารถเป็นที่พึ่งทางด้านการสาธารณสุขของประชาชน

สวนอนุสรณ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจและยึดเหนี่ยวจิตใจของบุคลากรและนักศึกษาธรรมศาสตร์  โดยในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ อรุณ ชัยเสรี เป็นประธานเปิดม่านคลุมอนุสาวรีย์ และวางช่อดอกไม้แสดงความรำลึก โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์สุขศาสตร์ กล่าวรายงาน พร้อมฉายวิดีทัศน์ความเป็นมาของสวนอนุสรณ์ และการขับร้องเพลง “คนดีมีค่า”และ “มอญดูดาว” โดย ชุมนุมขับร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  (TU Chorus) สร้างบรรยากาศที่สงบและน่าประทับใจ   ผู้ร่วมงานประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการมูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ กรรมการบริหารโรงพยาบาล คณาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้มีเกียรติร่วมวางดอกไม้คารวะ ณ อนุสาวรีย์ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของท่านศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ที่มีต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ  พิธีเปิดสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง

หลวงปู่มหาศิลาเมตตาอธิษฐานจิตพิธีพุทธาภิเษก เหรียญสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา รุ่นรวย 2 แผ่นดิน

หลวงปู่มหาศิลาเมตตาอธิษฐานจิตพิธีพุทธาภิเษก เหรียญสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา รุ่นรวย 2 แผ่นดิน

หลวงปู่มหาศิลาเมตตาอธิษฐานจิตพิธีพุทธาภิเษก เหรียญสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา รุ่นรวย 2 แผ่นดิน

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.30 น.

มูลนิธิธรรมดีขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีพุทธาภิเษก เหรียญสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา รุ่นรวย 2 แผ่นดิน โดยหลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท เมตตาอธิษฐานจิตเป็นกรณีพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 9.09 น. ณ ธรรมอุทยานหลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท จังหวัดกาฬสินธุ์

โดยศรัทธาสาธุชนที่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว และร่วมบุญใหญ่สร้างตำหนักพระพี่นางสุพรรณกัลยาที่วัดไจ๊กะลอ เมืองย่างกุ้ง  สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จะได้รับเหรียญที่อธิษฐานจิตโดยหลวงปู่ศิลาโดยท่านเมตตาลงอักขระด้านหลังของเหรียญ มียันต์ศักดิ์สิทธิ์ และจารึกว่า รุ่นรวย 2 ประเทศ เหรียญนี้ อัดแน่นด้วยมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่

– ผงจิตรลดา ในหลวง ร. 9

– มวลสารศักดิ์สิทธิ์จากหลวงปู่ศิลา

– ผงพระมหาจักรพรรดิ หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี สร้างตำหนักพระสุพรรณกัลยา โดย นายสมาน คุณากรไพบูลย์ศิริ นายอิทธิกร ศรีจันบาล นายพลัช ไพนุพงศ์ เลขที่บัญชี 903-0-27663-9

ท่านที่ต้องการร่วมเดินทางไปกับมูลนิธิธรรมดี ระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคมนี้ ติดต่อที่มูลนิธิธรรมดี Line Official @dfoundation  โทร. 092-956-1145 หรือ 080-236-2956

LIFE & HEALTH : ป้องกันลูกน้อย 2 ขวบปีแรก..ห่างไกลโรค

LIFE & HEALTH : ป้องกันลูกน้อย 2 ขวบปีแรก..ห่างไกลโรค

LIFE & HEALTH : ป้องกันลูกน้อย 2 ขวบปีแรก..ห่างไกลโรค

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

หนึ่งในโรคติดเชื้อที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นกังวลมากที่สุด คงหนีไม่พ้นโรคติดเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งมักระบาดในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง

ข้อมูลจาก พญ.มณินทร วรรณรัตน์ กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.เวชธานี อธิบายว่า เชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากมักเกิดในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี เชื้อไวรัสนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายได้นานหลายชั่วโมง และอยู่ที่มือของเราได้นานประมาณ 30 นาที

การติดเชื้อไวรัส RSV เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อผ่านทางการไอ จาม ไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก หรือจากการจับมือ ในประเทศไทยมักพบเชื้อไวรัส RSV บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

การติดเชื้อ RSV ส่งผลให้มีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล แต่เมื่ออาการลุกลาม อาจทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดอักเสบ โดยจะมีอาการไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด หรือเสียงครืดคราดในลำคอ และมีเสมหะมากกว่าไข้หวัดธรรมดา เด็กเล็กไม่สามารถเอาน้ำมูกหรือเสมหะออกเองได้ ทำให้หายใจลำบาก

ปัจจุบันสามารถป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรง ให้กับเด็กๆได้ด้วยการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (Nirsevimab) ซึ่งเป็นการฉีดสารภูมิคุ้มกัน (Antibody) ต่อเชื้อไวรัส RSV ให้กับร่างกายเพื่อนำไปใช้ต้านทานเชื้อไวรัส RSV ได้ทันที แนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV โดยแบ่งตามช่วงอายุดังนี้

กลุ่มทารกแรกเกิด – 12 เดือน

  • ทารกแรกเกิด – 12 เดือนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีแนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV
  • ทารกแรกเกิด – 12 เดือนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง ได้แก่
    • โรคปอดเรื้อรังจากภาวะคลอดก่อนกำหนด (BPD) ที่ยังคงต้องรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ หรือมีการใช้ออกซิเจนในช่วง 6 เดือนก่อนเข้าสู่ฤดูกาลระบาด
    • เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง
    • เด็กที่เป็น โรค cystic fibrosis รุนแรง เช่น เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการกำเริบของโรคปอดในปีแรกของชีวิต หรือมีความผิดปกติของภาพถ่ายทรวงอก หรือมีภาวะทุพโภชนาการ (Weight-for-length < 10th percentile) เป็นต้น
    • เด็กที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและยังคงได้รับการรักษาอยู่ (hemodynamically significant congenital heart disease)

ในกลุ่มนี้จะได้รับการฉีดวัคซีนสำเร็จรูป RSV จำนวน 1 เข็ม ปริมาณขึ้นอยู่กับน้ำหนักและอายุของเด็ก โดยแนะนำให้ฉีดในระยะเข้าฤดูกาลระบาดของ RSV คือช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมของทุกปี สำหรับทารกที่เกิดในช่วงฤดูกาลระบาดสามารถฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV หลังคลอดได้ทันที

กลุ่มเด็กอายุ 12 – 24 เดือน

  • เด็กอายุ 12 – 24 เดือนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีแนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV
  • เด็กอายุ 12 – 19 เดือน ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง และอาจพิจารณาในเด็กอายุ 19-24 เดือน ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง

ในกลุ่มนี้จะได้รับการฉีดวัคซีนสำเร็จรูป RSV จำนวน 2 เข็ม ปริมาณขึ้นอยู่กับน้ำหนักและอายุของเด็ก โดยแนะนำให้ฉีดในระยะเข้าฤดูกาลระบาดของ RSV คือช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมของทุกปีเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV นับว่ามีความปลอดภัย ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัส RSV ได้ถึง 79.5%, ลดความเสี่ยงจากการรักษาตัวในโรงพยาบาลของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่เกิดจากเชื้อไวรัส RSV ได้ถึง 83.2%, ลดความรุนแรงและลดโอกาสจากการรักษาตัวในไอซียูได้ 75.3% นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสามารถป้องกันการติดเชื้อไว้รัส RSV ได้ยาวนานถึง 5 เดือน ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัส RSV

นอกจากภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV แล้ว สิ่งสำคัญคือการที่พ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกน้อยมาฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามอายุของเด็ก โดยแบ่งอย่างง่าย ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ

1) วัคซีนพื้นฐาน คือ วัคซีนที่อยู่ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ แนะนำให้ได้ใช้ในเด็กไทยทุกคน ได้แก่ วัคซีน บีซีจี ป้องกันวัณโรค ให้ตั้งแต่แรกเกิด, วัคซีน ตับอักเสบบี ให้ 3 ครั้ง ตั้งแต่แรกเกิด อายุ 1-2 เดือน และ อายุ 6 เดือน, วัคซีน โปลิโอ ให้เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน 1 ขวบครึ่ง และ 4-6 ขวบ, วัคซีน คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ ให้พร้อมกับวัคซีนโปลิโอ คือ ให้เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน 1 ขวบครึ่ง, 4-6 ขวบ และกระตุ้นเมื่ออายุ 11-12 ปี, วัคซีน หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม ให้เมื่ออายุ 9-12 เดือน และให้ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ2 ขวบครึ่ง, วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ให้เมื่ออายุ 9-12 เดือน และกระตุ้นอีกครั้ง 12-18 เดือนต่อมา

2) วัคซีนทางเลือก เป็นวัคซีนที่มีประโยชน์แต่ยังมีราคาสูงจึงไม่สามารถจัดหาให้แก่เด็กๆ ทุกคนได้ ซึ่งในหลายๆ ครั้งก็ก่อให้เกิดโรครุนแรง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง หากต้องการให้ลูกน้อยได้รับวัคซีนทางเลือกนี้ เช่น วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อ Haemophilus Influenzae Type B (Hib), วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส, วัคซีนป้องกันโรคท้องเสียจากไวรัสโรต้า, วัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลล์ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีผลข้างเคียงลดลง บรรจุรวมกับวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก สามารถใช้แทนวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ได้ทุกครั้ง, วัคซีนไข้หวัดใหญ่ , วัคซีนตับอักเสบเอ, วัคซีนอีสุกอีใส เป็นต้น

หลังจากลูกน้อยได้รับวัคซีนทุกครั้งควรเฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เนื่องจากปฏิกิริยาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) มักเกิดขึ้นภายใน 30 นาทีหลังได้รับวัคซีน ฝีจากวัคซีนบีซีจีที่ฉีดเมื่อแรกเกิดลูกน้อยอาจเป็นฝีใต้ผิวหนังขนาดเล็กอยู่ได้นาน 3-4 สัปดาห์ ไม่ต้องใส่ยาหรือปิดแผล ให้เช็ดแผลด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก หากมีต่อมน้ำเหลืองใกล้ตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนบีซีจีมีขนาดใหญ่ควรไปพบแพทย์ อาการปวด บวมบริเวณที่ฉีดวัคซีนหรือมีอาการไข้ ร้องกวน อาเจียน ท้องเสียเป็นอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ดูแลโดยให้ยาพาราเซตามอล และรักษาตามอาการ แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ชักสะลึมสะลือ โคม่า มีผื่นลมพิษรุนแรงหายใจลำบาก ตัวเขียว ชีพจรเบาเร็วควรไปพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงวันนัดฉีดวัคซีน แต่ลูกน้อยกลับมีไข้สูง ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน แต่หากป่วยเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นหวัดโดยไม่มีไข้ หรือท้องเสียเล็กน้อย ก็สามารถรับวัคซีนได้

หากแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบ ควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนนั้นๆ หากลูกน้อยแพ้ไข่รุนแรงไม่ควรรับวัคซีนที่ผลิตจากไข่ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่แต่สามารถรับวัคซีนหัดได้ เพราะในวัคซีนมีไข่ปนอยู่น้อยมาก ควรพาลูกน้อยมารับวัคซีนตามวันนัดและควรนำสมุดบันทึกวัคซีนมาพบแพทย์ทุกครั้งที่รับวัคซีน พร้อมเก็บสมุดบันทึกวัคซีนไว้จนลูกน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประเมินภูมิคุ้มกันโรค

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.07 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ   เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ (State Visit)   ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน 2568 เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัย  

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นราชอาณาจักรภูฏาน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติพาโร ราชอาณาจักรภูฏาน โดยมี สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงรับ พร้อมด้วยสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน 2568 โดยมี สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงรับ พร้อมด้วยสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย

โอกาสนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ถวายผ้าแพรคล้องพระหัตถ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ถวายผ้าแพรคล้องพระหัตถ์แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามธรรมเนียมท้องถิ่น ในการรับเสด็จของราชอาณาจักรภูฏาน ผ้าแพรสีขาวทำจากผ้าไหม เรียกว่า คาดาร์ (Khadar) ในภาษาซงข่า เป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาดี จากผู้ให้ไปยังผู้รับ มักใช้มอบให้แขกสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนา และแขกสำคัญผู้มาเยือน ในการนี้ ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน บริเวณเชิงบันไดเครื่องบินพระที่นั่ง จากนั้นทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ

การเสด็จพระราชดำเนินมารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ณ ท่าอากาศยานนานาชาติพาโร ของสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน นับเป็นการถวายพระเกียรติอย่างสูงสุดต่อพระราชวงศ์ไทยและประเทศไทย  โอกาสนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ทรงส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเพมาโกะ ทิมพู (Hotel Pemako Thimphu)  ซึ่งฝ่ายภูฏานจัดถวาย เป็นโรงแรมที่ประทับ ซึ่งตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านมีนักเรียนและประชาชนชาวภูฏานเป็นจำนวนมาก มาเฝ้าฯ รับเสด็จ รวมทั้งมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรมของภูฏานถวายให้ทอดพระเนตร เป็นการถวายพระเกียรติและถวายการต้อนรับตามธรรมเนียมท้องถิ่นของภูฏาน

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายน 2534 ตามพระราชสาส์นทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน พระองค์ที่ 4 การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานในครั้งนี้ เป็นการเสด็จพระราชดำเยือนราชอาณาจักรภูฏานในครั้งที่สอง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองพระราชวงศ์และสองประเทศ จากการมีมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันในความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนาและสายสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ทั้งสอง รวมทั้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังป้อมทาซิโช กรุงทิมพู โดยสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ทรงจัดพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ทรงพระดำเนินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังลานเทนเดรลทัง เพื่อทอดพระเนตรการแสดงขบวนพาเหรดและสวนสนาม รวมทั้งการแสดงทางวัฒนธรรม  ในตอนค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับเพมาโกะ ทิมพู ไปยังพระราชวังเดเชนโชลิง (Dechencholing Palace) กรุงทิมพู ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏานจัดถวาย

วันที่  26 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดอร์เดนมา เพื่อร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล โดยคณะสงฆ์ฝ่ายภูฏานฝ่ายภูฏานและคณะสงฆ์ไทย ฝ่ายละ 74 รูป  จากนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินมาเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการหลวงเดเชนโชลิงเพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงของไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภูฎาน รวมทั้งการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์  ในช่วงเย็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ดาโช เชริง โตบเกย์ (Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรี และภริยา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ โรงแรมที่ประทับ

วันที่ 27 เมษายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมที่ประทับเพมาโกะ ทิมพู ไปยังพระราชวังลิงคานา (Lingkana Palace Ground) เพื่อทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภูฏาน ได้แก่ การแสดงศิลปะการยิงธนู กีฬาพื้นบ้าน และงานหัตถกรรมผ้าและสิ่งทอของราชอาณาจักรภูฏาน จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังตลาดกลางประจำกรุงทิมพู (Kaja Throm) ทรงรับฟังการบรรยายสรุปและทอดพระเนตรนิทรรศการของโครงการอาสาสมัครเดซุง และร้านค้าจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร

การนี้ ทรงกีฬายิงธนู ร่วมกับ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน และกับสมเด็จพระราชินีทั้งสองพระองค์ด้วยความสนพระราชหฤทัย ท่ามกลางเสียงปรบมือส่งกำลังพระราชหฤทัยให้กับพระราชาและพระราชินี ทั้งสองราชอาณาจักรดังกึกก้อง

วันที่ 28 เมษายน 2568  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง  จากโรงแรมที่ประทับเพมาโกะ  ทิมพู  ไปยังป้อมดุงการ์ ณ เมืองพาโร ทรงสักการะพระศากยมุนี และทอดพระเนตรกิจกรรมของราชวิทยาลัย และนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการพัฒนาเมืองเกเลฟู  ให้เป็นเมืองแห่งสติปัญญาในเขตปกครองพิเศษ  สมควรแก่เวลา  จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติพาโร  เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินกลับจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏาน  

การนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน และสมเด็จพระราชินีเจจุน ปัทมา วังชุก ทรงโบกพระหัตถ์ส่งเสด็จ

‘คุณหมอแอมป์’ ถ่ายทอดองค์ความรู้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ขยายความร่วมมือด้านสุขภาพบนเวที Health Talk ในนครเซี่ยงไฮ้

‘คุณหมอแอมป์’ ถ่ายทอดองค์ความรู้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม   ขยายความร่วมมือด้านสุขภาพบนเวที Health Talk ในนครเซี่ยงไฮ้

‘คุณหมอแอมป์’ ถ่ายทอดองค์ความรู้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ขยายความร่วมมือด้านสุขภาพบนเวที Health Talk ในนครเซี่ยงไฮ้

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.04 น.

สุขภาพดีไร้พรมแดน! นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ คุณหมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในงาน Health Talk ภายใต้หัวข้อ “Wellness Hub Thailand: The Future of Global Wellness” เพื่อส่งเสริมแนวคิดด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก หรือ “Wellness Hub Thailand” เพื่อขยายความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างประเทศ เสริมสร้างเครือข่ายสุขภาพเชิงยุทธศาสตร์ และขับเคลื่อนบทบาทของประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบนเวทีโลก

ทั้งนี้ นางสาวปฤณัต อภิรัตน์ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และ นายจิรวัฒน์ เลียงคำ รองผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งผู้แทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้  หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน และโรงแรมระดับลักชัวรีในประเทศจีน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นางสาวปฤณัต อภิรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยและโอกาสในการขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของผู้คนทั่วโลก รวมทั้งประชากรชาวจีน พร้อมระบุว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทั้งไทยและจีนสามารถต่อยอดความร่วมมือได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนในปี 2568

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ “คุณหมอแอมป์” ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส   เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวบนเวที Health Talk ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ได้มีบทบาทสำคัญในการยืดอายุขัย (Lifespan) ของมนุษย์ โดยเฉพาะในด้านการรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้น โดยระหว่างปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2562 อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มขึ้นจาก 66.8 ปี เป็น 73.4 ปี เพิ่มขึ้นถึง 6.6 ปี  อย่างไรก็ตาม “ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี” หรือ Health Span ซึ่งหมายถึงระยะเวลาที่ทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยไม่เจ็บป่วย กลับเฉลี่ยอยู่เพียง 63.7 ปีเพียงเท่านั้น นั่นหมายความว่า หลายคนใช้ชีวิตในภาวะสุขภาพถดถอยเกือบหนึ่งทศวรรษก่อนเสียชีวิต

การที่มนุษย์มีอายุขัยยืนยาวขึ้นส่งผลให้โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความชรานั้นมักมาพร้อมกับโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งถือเป็นภัยสุขภาพที่สำคัญ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO – World Health Organization) รายงานว่าในปี 2022 มีผู้คนทั่วโลกเสียชีวิตจากโรค NCDs กว่า 45 ล้านคนด้วยกัน  

ในส่วนของประเทศจีน สถานการณ์ด้านสุขภาพกำลังก้าวเข้าสู่ความท้าทายที่สำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างเต็มรูปแบบ โดยปัจจุบันมีประชากรจีนประมาณ 20% ที่มีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรนี้ได้นำไปสู่การตื่นตัวด้าน “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” อย่างแพร่หลาย โดยมุ่งหวังเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการมีอายุยืนยาวในสภาพสุขภาวะที่ดี

ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในวงกว้างนั้น คือการเพิ่มขึ้นของโรคNCDS ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี พ.ศ. 2565 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้กลายเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 90% ของประชากรจีน คิดเป็นจำนวนกว่า 9,058,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 1,034 รายต่อชั่วโมง โดย 6 โรคหลักที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอัลไซเมอร์

“อีกหนึ่งประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือภาวะโรคอ้วนในประเทศจีน ซึ่งพบว่าในปี 2022 ประชากรกว่า 38.9% หรือประมาณ 549,268,000 คน กำลังเผชิญกับภาวะโรคอ้วน ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นปัญหาด้านรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงทางสุขภาพในระยะยาว ภาวะโรคอ้วนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญกับเหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น การระบาดของโรค COVID-19 โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือเบาหวานมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ใขขณะที่ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไปถึง 7 เท่าด้วยกัน” นายแพทย์ตนุพล กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม จากรายงานล่าสุดจากสถาบัน Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนส (Wellness Economy) ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2565–2566 มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยขยายตัวสูงถึงร้อยละ 28.4 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 40.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาทไทย โดยในจำนวนนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงสุด ได้แก่ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Wellness Tourism) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 415,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 119.5 ถือเป็นอันดับสองของโลก รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี พ.ศ. 2566”

“ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จในเชิงเศรษฐกิจของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเวลเนสในระดับโลก ทั้งใน ทั้งด้านภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่งดงามอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ผสานกับอัตลักษณ์ของอาหารไทยที่มีความหลากหลายทางรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้ง ยังมีจุดแข็งด้านการบริการที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งอัธยาศัยแบบไทย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีจุดเด่นด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยซึ่งได้รับการสืบทอดอย่างยาวนานและเริ่มเป็นที่สนใจของผู้บริโภคทั่วโลกในฐานะศาสตร์แห่งสุขภาวะควบคู่กับธรรมชาติ ตลอดจนศักยภาพด้านการแพทย์สมัยใหม่ที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งทั้งหมดนี้หลอมรวมกันเป็นจุดแข็งสำคัญที่ผลักดันให้ประเทศไทยสามารถยกระดับสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพและเวลเนสในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน”นายแพทย์ตนุพล กล่าวทิ้งท้าย

จากความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านสุขภาพ เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และยกระดับสุขภาวะของประชากรทั้งสองชาติให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบด้วยข้อเสนอสุดพิเศษแทนคำขอบคุณ

อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบด้วยข้อเสนอสุดพิเศษแทนคำขอบคุณ

อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบด้วยข้อเสนอสุดพิเศษแทนคำขอบคุณ

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.03 น.

โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ฉลองโอกาสครบรอบการเปิดให้บริการ มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ห้องอาหาร แพ็กเกจแต่งงาน สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก กิจกรรมจับรางวัล และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายเพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนโรงแรมมาด้วยดีเสมอมา

ไฮไลต์โปรโมชั่นตลอดเดือนพฤษภาคม มีดังนี้ ห้องอาหารเดอะ กลาส เฮ้าส์ (The Glass House) มอบส่วนลด 50% สำหรับ “แกรนด์ วีกเอนด์ บุฟเฟต์” มื้อเย็นวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม และมื้อกลางวันวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 จากราคาปกติ 1,950 บาท เหลือเพียง 975 บาทสุทธิต่อท่าน ห้องอาหารอิตาเลียน Antito รับฟรี เครื่องดื่มพรีเมียม 1 ขวด เมื่อใช้บริการครบ 3,000 บาท (หลังหักส่วนลด) ตลอดเดือนพฤษภาคม

แพ็กเกจงานแต่งงาน เริ่มต้นที่ 350,000 บาท สำหรับการจัดงานในรูปแบบค็อกเทลและบุฟเฟต์ พร้อมรับเครดิตเงินคืน 10% เพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับการจัดงานเมื่อจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 สำหรับจัดงานได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 พิเศษ! คู่รักที่จองและวางมัดจำภายในเดือนพฤษภาคมนี้ รับส่วนลดเพิ่มอีก 13,000 บาททันที

แพ็กเกจประชุมสัมมนา ราคาพิเศษ จากราคาปกติ 1,700 บาท เหลือเพียง 1,513 บาทสุทธิต่อท่าน สำหรับการจองและวางมัดจำภายในเดือนมิถุนายน 2568 ทุกยอดใช้จ่ายครบ 50,000 บาท รับสิทธิ์บริการคอฟฟี่เบรกในธีมพิเศษ พร้อมบัตรกำนัลห้องอาหารหรือห้องพัก (สามารถจัดงานได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568) รับบัตรเงินสดมูลค่า 500 บาท สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรสมาชิก Eastin Grand Card เมื่อซื้อบัตรสมาชิกระหว่างวันที่ 2 – 9 พฤษภาคม 2568 สำหรับใช้ที่ห้องอาหาร The Glass House, Antito และ Swizzles บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม

กิจกรรมจับรางวัลสำหรับผู้เข้าพัก ตลอดเดือนพฤษภาคม 2568 ลุ้นรับรางวัลพิเศษ อาทิ การอัปเกรดห้องพักโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และบัตรส่วนลดห้องอาหาร

นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2555 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ มุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยทำเลที่ตั้งสะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกระดับเฟิร์สคลาส ราคาที่เหมาะสม และทีมงานที่เอาใจใส่พร้อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกท่าน ภายใต้แนวคิด “นิยามใหม่ของการบริการและคุณค่าที่แตกต่าง” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกครั้งที่เข้าพัก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 210 8100 หรือ อีเมล์ rsvn@eastingrandsathorn.com   เยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.eastingrandsathorn.com ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.facebook.com/EastinGrandSathorn