‘วีระวงค์, ชินวัฒน์-พาร์ทเนอร์ส’ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ‘พาร์คสีลม’ ตอกย้ำองค์กรใส่ใจสิ่งแวดล้อม เสริมบุคลากรมีสุขภาวะดี

‘วีระวงค์, ชินวัฒน์-พาร์ทเนอร์ส’ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ‘พาร์คสีลม’ ตอกย้ำองค์กรใส่ใจสิ่งแวดล้อม เสริมบุคลากรมีสุขภาวะดี

‘วีระวงค์, ชินวัฒน์-พาร์ทเนอร์ส’ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ‘พาร์คสีลม’ ตอกย้ำองค์กรใส่ใจสิ่งแวดล้อม เสริมบุคลากรมีสุขภาวะดี

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.43 น.

บริษัท วีระวงค์, ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส จำกัด เป็นสำนักงานกฎหมายชั้นนำของประเทศไทยที่ก่อตั้งโดยทีมทนายความมากประสบการณ์จากบริษัทกฎหมายระดับโลก มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายธุรกิจ การเงิน การลงทุน และการระงับข้อพิพาท ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำของประเทศ และยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพระดับสูง ทีมงานของบริษัทพร้อมให้บริการที่ตอบโจทย์ทั้งบริบททางธุรกิจของไทยและสากล ด้วยความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้า

บริษัท วีระวงค์, ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส จำกัด ได้เลือกอาคารพาร์ค สีลม เป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจในคุณภาพและศักยภาพของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมใจกลางย่านสีลม โดยอาคารพาร์ค    สีลม โดดเด่นด้วยทำเลที่เดินทางสะดวก ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง และอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สีลม เพียง 200 เมตร พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่หรูหรา ทันสมัย และระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแล้ว อาคารพาร์ค สีลม ยังให้ความสำคัญกับสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ด้วยระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (MERV16) ซึ่งสามารถช่วยลดฝุ่นละอองและสารปนเปื้อนในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล WELL Certification เพื่อให้อากาศภายในอาคารสะอาด ส่งเสริมสุขภาพที่ดี และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้อาคาร

อาคารพาร์ค สีลม ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางขององค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นอาคารสำนักงานที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร ผสานแนวคิด ‘Breathable Architecture’ และพื้นที่ Non-Air Condition Space เพื่อลดการใช้พลังงาน ตอบโจทย์องค์กรที่มองหาสำนักงานที่ไม่ใช่แค่ทำงานได้ดี แต่ยังสะท้อนอัตลักษณ์ขององค์กรที่ใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของพนักงาน

“JGAB 2025” เวทีอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียนระดับโลก หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดสากล

“JGAB 2025” เวทีอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียนระดับโลก หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดสากล

“JGAB 2025” เวทีอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียนระดับโลก หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดสากล

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.57 น.

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม  กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมและพันธมิตรธุรกิจ จัดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2025 (JGAB 2025) งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับแห่งภูมิภาคอาเซียน ในระหว่างวันที่ 23 – 26 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หนุนไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของภูมิภาค การจัดงาน JGAB 2025 ครั้งนี้มุ่งหวังที่จะยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของอัญมณีและเครื่องประดับในภูมิภาคอาเซียน โดยงานนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงสินค้าระดับสากล, การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้, สร้างเครือข่ายธุรกิจ และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักออกแบบและผู้ประกอบการจากทั่วโลก รวมถึงผู้ผลิตจากไทย เพื่อแสดงศักยภาพและสินค้าฝีมือคนไทยในระดับนานาชาติ

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมอัญมณี ไม่ว่าจะเป็นฝีมือช่างที่ประณีต การออกแบบที่สร้างสรรค์ทันสมัย วัตถุดิบคุณภาพสูง ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่สนับสนุนการค้าและส่งออกอย่างครบวงจร ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตและจุดเชื่อมโยงสำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีในภูมิภาคอาเซียนมาโดยตลอด การจัดงาน JGAB 2025 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้งรายใหญ่ รายกลาง และ SMEs โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้แข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งตลาดอัญมณีและเครื่องประดับไทย (มกราคม–กรกฎาคม 2567) มีมูลค่าการส่งออกทั้งหมด 9,301.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.86% จากช่วงเดียวกันของปี 2566 โดยนับเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 3 หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.44% ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย แต่หากไม่นับรวมการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป จะพบว่าการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 5,103.78 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 6.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566

นางดวงดาว ขาวเจริญ 

“JGAB 2025 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักออกแบบไทย ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ไปจนถึงผู้ผลิตระดับสากล โดยเฉพาะในยุคที่ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความร่วมมือ คือหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ” กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะเดินหน้าผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ‘ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีของอาเซียน’ อย่างแท้จริง พร้อมผลักดันนโยบายเชิงรุกเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ ทั้งด้านนวัตกรรม การออกแบบ การเพิ่มมูลค่า และการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ทางด้าน นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ในฐานะผู้จัดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok (JGAB) กล่าวว่า JGAB 2025 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวทีระดับอาเซียนที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงตลาดระหว่างประเทศ “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีของภูมิภาค และขอขอบคุณทุกพันธมิตร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สมาคม และผู้ประกอบการ ที่ร่วมกันทำให้งานนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้”

นายมนู เลียวไพโรจน์ 

สำหรับการงาน JGAB 2025 ซึ่งจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่มากกว่า 17,000 ตารางเมตร โดยงานนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลก มีผู้ร่วมออกงานแสดงสินค้ารวมกว่า 400 บริษัท จาก 15 ประเทศ โดยเป็นผู้ประกอบการชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และตุรกี และคาดการณ์ว่าจะมีนักธุรกิจและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมากกว่า 10,000 ราย จากทั่วภูมิภาค รวมถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพซึ่งเราเชิญมาจากทั่วโลก อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ กัมพูชา มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ออสเตรเลีย ฮ่องกง เยอรมนี และ สหรัฐอเมริกา

“เราเชื่อมั่นว่า JGAB 2025 จะเป็นพื้นที่ที่จุดประกายโอกาสใหม่ให้กับนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และนักลงทุนจากทั่วอาเซียน และทั่วโลก พร้อมสร้างเครือข่ายการค้าในอุตสาหกรรมอัญมณีที่แข็งแรงและยั่งยืนยิ่งขึ้น”

ด้าน นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า นอกจากนี้ JGAB 2025 ยังเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้เข้าชมงาน และผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติอีกด้วย สำหรับงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2025 ในปีนี้ จะมีไฮไลต์สำคัญภายในงานได้แก่ โซน The Jewellery & Gem ASEAN Summit  สัมมนาระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ตลาด และผู้ประกอบการชั้นนำ เพื่อเจาะลึกแนวโน้มธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับในอนาคต The ASEAN’s Masterpieces Gallery นิทรรศการพิเศษที่นำเสนอผลงานเครื่องประดับอันล้ำค่าจากทั่วอาเซียน สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและงานฝีมืออันประณีต The Next Gem Awards 2025 เวทีเฟ้นหานักออกแบบเครื่องประดับรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ได้นำเสนอผลงานสู่ตลาดระดับโลก JGAB Runway – “Jewels of The New Era” และ “Symphony of Light” แฟชั่นโชว์เครื่องประดับสุดอลังการ นำเสนอคอลเลกชันพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาค ถ่ายทอดศิลปะและความงดงามผ่านเครื่องประดับที่สะท้อนวัฒนธรรมและแนวโน้มแฟชั่นแห่งอนาคต และโซนสัมมนาและเวิร์กช็อปด้านการตลาดและเทคโนโลยีอัญมณีและเครื่องประดับ อัปเดตแนวโน้มตลาดอัญมณีและเครื่องประดับโลก กลยุทธ์การทำตลาดดิจิทัล และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI และ Blockchain ที่เข้ามามีบทบาทในการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับ

ดูรายละเอียดและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://jewellerygemaseanbkk.com, https://www.facebook.com/JGABThailand, https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok

Ageing Thailand 2025 มหกรรมสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย

Ageing Thailand 2025 มหกรรมสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย

Ageing Thailand 2025 มหกรรมสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.49 น.

โลกปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการมีอายุยืนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ตามข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่คาดการณ์ว่า ภายในปี ค.ศ. 2050 ประชากรโลกที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะมีจำนวนมากกว่า 2,000 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรโลก

เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างวัย การถ่ายทอดความรู้ การอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณค่า และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในประเทศไทย ตลอดจนการเสริมสร้างสังคมผู้สูงอายุที่ยั่งยืน ทั้งความแข็งแรงในด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ ตอกย้ำการใช้ชีวิตสูงวัยอย่างมีคุณภาพ บริษัท เอสเคเอส มาร์เก็ต จำกัด บริษัทผู้เชี่ยวชาญการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ จัดงาน “Ageing Thailand 2025” มหกรรมสุขภาพ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ ที่จะเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และแนวทางความร่วมมือ ทั้งจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันตอบโจทย์คำถามใหญ่ของศตวรรษที่ 21“เราจะใช้ชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพและความหมายได้อย่างไร?” โดยมี สุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยฝ่ายส่งเสริมกีฬา เป็นประธานเปิดงาน ณ ฮอลล์ EH 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา

รัชฎาภรณ์ ยะธาตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเคเอส มาร์เก็ต จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน เผยว่า การจัดงานแสดงสินค้า Ageing Thailand 2025 เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ให้ความตระหนัก และเล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานะการณ์สังคมสูงอายุ ตลอดจนเพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย

“เป้าหมายการเกษียณเป็นสิ่งที่สำคัญมากของชีวิต เพื่อรับมือกับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันโดยเฉพาะการร่วมกันกระตุ้นเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีการเตรียมวางแผนการออม การใช้ชีวิตในบั้นปลาย การร่วมมือกันในชุมชน การจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางด้านสุขภาพอนามัยของผู้สูงอายุ การปรับตัวทางด้านสังคมและจิตใจของผู้สูงอายุ รวมทั้งการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนและการออมเพื่อเตรียมพร้อมเมื่อถึงวัยผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อมีการบริหารจัดการและพัฒนาที่ดีแล้ว ก็จะสามารถเสริมสร้างสังคมผู้สูงอายุทียั่งยืน ให้เกิดขึ้นในอนาคตได้”

ภายในงานมีการเสวนาเรื่อง “สุขภาพดี ไม่มีสะดุด หยุดวงจรเสี่ยงโรค NCDs เบาหวาน ไขมัน ความดันสูง” โดยมี พ.ญ.นารีลักษณ์ กลิ่นสุคนธ์ อายุแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลพญาไท 2 มาร่วมให้ความรู้ว่า NCDs (Non-Communicable Diseases) หมายถึง กลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อ หรือจากเชื้อโรค ไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือผ่านตัวนำโรค แต่เป็นโรคที่เกี่ยวกับนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง เมื่อสะสมนานวันเข้าส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบไม่รู้ตัวได้ โดยสาเหตุหลักสำคัญของกลุ่มโรค NCDs คือพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด อาหารที่มีไขมันสูง การไม่ออกกำลังกาย มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค NCDs ได้มากกว่าคนอื่นๆ

“ปัจจุบัน โรค NCDs ไม่เพียงพบในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ปัจจุบัน อายุ 40 – 45 ปี ก็สามารถพบได้เช่นกัน โดยการป้องกันโรค NCDs ทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากตัวเรา ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ หากยังไม่พบเจอกลุ่มโรค หรือยังเป็นไม่มาก ให้ปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ใน 1 จาน มีผักครึ่งหนึ่ง และแบ่ง 1 ใน 4 เป็นเนื้อสัตว์และอีก 1 ส่วนเป็นแป้ง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวานจัด เค็มจัด อาหารที่มีไขมันสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง 3- 5 วันต่อสัปดาห์” พ.ญ.นารีลักษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันมีการให้ความรู้ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ทิศทางธุรกิจสถานบริการผู้ประกอบการผู้สูงอายุไทย โดย น.พ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้สูงอายุ Chersery Home International, การแก้ไขปัญหาสายตายาว REL และการผ่าตัดต้อกระจกแบบไร้ใบมีด โดย พ.ญ.อินทิรา สุขเพ็ญ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านน้ำวุ้นลูกตา และจอประสาทตา รักษาโรคตาทั่วไป โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ, ก้าวสู่วัยเกษียณอย่างมั่นใจ ไปกับ บางประกอก 1 โดย น.พ.ธีร์วศิษฐ์ ฉัตรศิริมงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาล บางประกอก 1 เป็นต้น

ตลอดทั้ง 3 วัน มีนวัตกรรม เทคโนโลยี อาทิ อุปกรณ์การแพทย์สุดล้ำ, นวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลผู้สูงวัย, เทคโนโลยีชะลอวัยที่มาแรงในระดับโลก รวมถึงที่อยู่อาศัยอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่ปลอดภัยและอิสระ ให้ได้ร่วมสัมผัส เพื่อเป็นทางเลือกในการยกระดับชีวิตผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทั้งการสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ รวมถึงมีการเวิร์คชอปสุดสร้างสรรค์ กิจกรรมการประกวดต่าง ๆ และการแสดงบันเทิงที่มาสร้างความสนุกภายในงาน และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจกับ เวทีจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่เปิดโอกาสให้คุณได้สร้างพันธมิตรกับทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ  เพื่อขยายไอเดียและยกระดับธุรกิจของคุณให้ทันกับอนาคตของสังคมผู้สูงวัย

งาน “Ageing Thailand 2025” มหกรรมสุขภาพ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ ฮอลล์ EH 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ    ติดตามกิจกรรมต่างๆ ภายในงานได้ที่ เว็บไซต์ www.ageingthailand.com เฟซบุ๊ก ageingthailand

โฮปฟูลแนะวิธีป้องกันลมแดดช่วงหน้าร้อน ด้วย “BETA OIL” เสริมสมดุลกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ-ความดัน

โฮปฟูลแนะวิธีป้องกันลมแดดช่วงหน้าร้อน ด้วย “BETA OIL” เสริมสมดุลกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ-ความดัน

โฮปฟูลแนะวิธีป้องกันลมแดดช่วงหน้าร้อน ด้วย “BETA OIL” เสริมสมดุลกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ-ความดัน

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.41 น.

บริษัท โฮปฟูล จำกัด เสนอแนวทางดูแลสุขภาพในช่วงฤดูร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ พร้อมแนะนำ “BETA OIL” (เบต้า ออยล์) หนึ่งในทางเลือกเพื่อการดูแลระบบหลอดเลือดอย่างสมดุล ด้วยสารสกัดธรรมชาติที่ผ่านการคัดสรรและวิจัยอย่างเหมาะสม

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปี 2564 มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดจำนวน 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง โดยอุณหภูมิที่สูงกว่า 37 องศาเซลเซียสสามารถทำให้ความดันโลหิตแปรปรวน จนนำไปสู่อาการหน้ามืด วูบ หรือหมดสติ

อรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า “ในสภาพอากาศร้อนจัด มีความเสี่ยงสูงที่ความร้อนจะระบายออกจากร่างกายไม่ทัน เกิดเป็นภาวะฮีทสโตรก และเป็นผลทำให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานล้มเหลว โฮปฟูลจึงเสนอผลิตภัณฑ์ BETA OIL (เบต้า ออยล์) ด้วยแนวคิดในการใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีในทุกด้าน”

BETA OIL (เบต้า ออยล์) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่พัฒนาบนพื้นฐานของงานวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ โดดเด่นด้วยส่วนผสมสำคัญ อาทิ เปปไทด์ไฮโดรไลเสตจากข้าวสีนิล ซึ่งผ่านการรับรองจากสถาบัน วว. น้ำมันจากพืช 3 ชนิด ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า และน้ำมันรำข้าว อุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจดูแลหัวใจและหลอดเลือด

ผลิตภัณฑ์นี้ยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เช่น เหรียญเงินจากงาน International Exhibition of Inventions Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเหรียญทองจาก ALL AMERICAN DAVINCI สหรัฐอเมริกา ปี 2023

สำหรับการดูแลสุขภาพในเบื้องต้นเพื่อป้องกันลมแดดในหน้าร้อน โฮปฟูลแนะดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงเวลาร้อนจัด พักผ่อนให้เพียงพอ และสวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยระบายอากาศ

ทั้งนี้สามารถหาซื้อ BETA OIL (เบต้า ออยล์) ได้ผ่านผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Facebook, Line@, TikTok, Shopee และ Lazada

ททท.กัวลาลัมเปอร์ ก้าวสู่บทบาทหนึ่งในผู้นำที่เชื่อมโยงอาเซียนผ่านการท่องเที่ยวไทย

ททท.กัวลาลัมเปอร์ ก้าวสู่บทบาทหนึ่งในผู้นำที่เชื่อมโยงอาเซียนผ่านการท่องเที่ยวไทย

ททท.กัวลาลัมเปอร์ ก้าวสู่บทบาทหนึ่งในผู้นำที่เชื่อมโยงอาเซียนผ่านการท่องเที่ยวไทย

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.36 น.

ศิรินทรา สุระกนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้พิสูจน์บทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยการสร้างความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค และขับเคลื่อนโครงการที่สร้างคุณค่าและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผลงานที่โดดเด่นในปี 2024 และแผนกลยุทธ์ในปี 2025 แสดงถึงความมุ่งมั่นและเป้าหมายเพื่อขับ เคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

ศิรินทรา สุระกนิตย์

ความสำเร็จในปี 2024 ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเดินทาง ด้วยเป้าหมายการส่งเสริมประเทศไทย สำนักงาน ททท.กัวลาลัมเปอร์ ได้เดินหน้าแคมเปญสำคัญ เช่น “My Sawasdee Train” ซึ่งเป็นบริการรถไฟพิเศษระหว่างกัวลาลัมเปอร์-ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายไม่เหมือนใคร และยังเป็นสัญลักษณ์การเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น โครงการ ASEAN Connectivity FAM Trip ที่จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างมาเลเซีย ไทย และลาว ช่วยกระชับการเดินทางข้ามพรมแดนภายในภูมิภาคอาเซียน รวมถึง FAM Trips ที่นำสื่อมวลชนและผู้ประกอบการสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในประเทศไทย ตั้งแต่หาดใหญ่จนถึงเชียงใหม่ พร้อมแนะนำสถานที่ใหม่ ๆ เช่น สุรินทร์และบุรีรัมย์ จากความสำเร็จกับแคมเปญ Amazing Thailand: Your Stories Never End ในปีที่ผ่านมา

บทใหม่แห่งการท่องเที่ยวไทย สำหรับปี 2025 ททท. กัวลาลัมเปอร์เปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand : Grand Tourism and Sports year 2025 ตามนโยบายของระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (Ministry of Tourism & Sports) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมาเยือนประเทศไทย โดยเป้าหมายหลัก คือ กลุ่ม Millennial & Millennial Family และกลุ่ม Health & Wellness โดยสำหรับกลุ่ม Millennial เน้นการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับ Slow Travel และการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน ส่วนกลุ่ม Health & Wellness นำเสนอประสบการณ์การดูแลสุขภาพ และการพักผ่อนด้วยมาตรฐานระดับโลกในราคาที่คุ้มค่า

ศิรินทรา สุระกนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้วยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมระดับนานาชาติ เช่น คาราวานท่องเที่ยวไทย-มาเลเซีย ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ซึ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และขยายผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวไทยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้า สำนักงาน ททท. กัวลาลัมเปอร์ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง และการสร้างแรงบันดาลใจในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งยกระดับความน่าดึงดูดของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่ไม่มีวันสิ้นสุด

OFOS เปิดตัวโครงการค่ายผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียน-นักศึกษา ภายใต้นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์

OFOS เปิดตัวโครงการค่ายผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียน-นักศึกษา ภายใต้นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์

OFOS เปิดตัวโครงการค่ายผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียน-นักศึกษา ภายใต้นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.29 น.

นายชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้อำนวยการหลักสูตร OFOS สาขาภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย บริษัท ซียู นิเทด เอ็กซ์เทนชั่น จำกัด, วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้, คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการค่ายผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียน-นักศึกษา

และยังร่วมกับ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, สมาคมเครือข่ายผู้สร้างสรรค์วิชาชีพสื่อบันเทิงไทย (TECNA), สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย), สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA), สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ (TSA), บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท เกียร์เฮด จำกัด เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ด้านภาพยนตร์ สารคดี ละคร ซีรีส์ และแอนิเมชัน สำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำ งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับเกียรติจากท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นประธานในการเปิดงาน

หลังจากนั้น นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี, กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS) ที่มุ่งสร้างแรงงานทักษะสูงเพื่อเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพและสร้างบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรในแรงงานสร้างสรรค์ ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศในอนาคต

โดยโครงการค่ายผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียน-นักศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามระดับ ดังนี้

ประเภทที่ 1 ค่ายผลิตภาพยนตร์สั้นระดับมัธยมศึกษา (จำนวน 7 โครงการ รวม 12 ครั้ง)

1.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : Bangkok และ Central (ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่ภาคกลาง) จำนวน 2 ครั้ง

2.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : SWU (ในพื้นที่ภาคตะวันออก) จำนวน 1 ครั้ง

3.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : KMITL (ในพื้นที่ภาคใต้) จำนวน 1 ครั้ง

4.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : Chiang Mai 1-2 (ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน) จำนวน 2 ครั้ง

5.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : MJU 1-2 (ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง) จำนวน 2 ครั้ง

6.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : Khon Kaen 1-2 (ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน) จำนวน 2 ครั้ง

7.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา : MSU 1-2 (ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) จำนวน 2 ครั้ง

ประเภทที่ 2 ค่ายผลิตภาพยนตร์สั้นระดับอุดมศึกษา (จำนวน 7 โครงการ รวม 15 ครั้ง)

1.ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์บันเทิงคดีและสารคดีสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา : Metropolitan Hub (ภาพยนตร์บันเทิงคดี และ ภาพยนตร์สารคดี) จำนวน 2 ครั้ง

2.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์บันเทิงคดี, ซีรีส์ และบันเทิงคดีภาคใต้ : Urban Center & Southern Sight สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา (ซีรีส์, ภาพยนตร์บันเทิงคดี และภาพยนตร์บันเทิงคดีภาคใต้) จำนวน 3 ครั้ง

3.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชัน 2D และ 3D สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา : Tech Vision (2D Animation และ 3D Animation) จำนวน 2 ครั้ง

4.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์บันเทิงคดีภาคเหนือและภาพยนตร์ทดลอง สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา : Lanna Legacy (ภาพยนตร์บันเทิงคดีภาคเหนือ และ ภาพยนตร์ทดลอง) จำนวน 2 ครั้ง

5.ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์แฟนตาสติกแนวจินตนาการ/วิทยาศาสตร์และสยองขวัญ สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา : Fantastic Film (ภาพยนตร์ Fantasy Sci-fi และ ภาพยนตร์ Horror) จำนวน 2 ครั้ง

6.             ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์บันเทิงคดีอีสาน สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา : E-San Insight (ภาพยนตร์บันเทิงคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 และ ภาพยนตร์บันเทิงคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) จำนวน 2 ครั้ง

7.ค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตภาพยนตร์แนวแอ็กชันและดุริยนาฏกรรมสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา : Action & Musical (ภาพยนตร์แอ็กชัน และภาพยนตร์เพลง/นาฏกรรม) จำนวน 2 ครั้ง

และโครงการหลักสูตรออนไลน์ด้านภาพยนตร์ สารคดี ละคร ซีรีส์ และแอนิเมชัน ประกอบไปด้วย 9 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการมีหลักสูตรต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

โครงการที่ 1 การผลิตคลิปวิดีโอหลักสูตรออนไลน์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน โดย สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

(จำนวน 12 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรการเขียนบทสำหรับภาพยนตร์ 101

2.             หลักสูตรการพัฒนาไอเดียสู่ภาพยนตร์สั้น

3.             หลักสูตรการวางบล็อคกิ้งและออกแบบมิซองซีน

4.             หลักสูตรการกำกับฉากแอ็คชั่นเบื้องต้น

5.             หลักสูตรตำแหน่งและการประสานงานในกองถ่าย

6.             หลักสูตรการควบคุมความต่อเนื่องขั้นพื้นฐาน

7.             หลักสูตรการหาทุนและ Pitching

8.             หลักสูตรการจัดการทรัพยากรและอำนวยความสะดวกในกองถ่าย

9.             หลักสูตรการพัฒนาโครงการร่วมผลิตระหว่างประเทศ

10.          หลักสูตรกลยุทธ์การตลาดและจัดจำหน่าย

11.          หลักสูตรกระบวนการตัดต่อ Post Production 101

12.          หลักสูตรการเล่าเรื่องผ่านการลำดับภาพและจังหวะการตัดต่อ 101

โครงการที่ 2 การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ e-Learning เรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยใช้แสงธรรมชาติและการจัดการข้อมูลในกองถ่าย โดย สมาคมเครือข่ายผู้สร้างสรรค์วิชาชีพสื่อบันเทิงไทย (TECNA) (จำนวน 2 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรการถ่ายภาพยนตร์โดยใช้แสงธรรมชาติ (Natural Light Cinematography)

2.             หลักสูตรการจัดการข้อมูลในกองถ่าย

โครงการที่ 3 การผลิตคลิปวิดีโอหลักสูตรออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะนักแสดงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ (TOSAA Courses) โดย สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย)

(จำนวน 2 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรการวิเคราะห์และตีความบทบาท

2.             หลักสูตรการเตรียมตัวเพื่อการคัดเลือก Audition

โครงการที่ 4 การผลิตคลิปวิดีโอหลักสูตรออนไลน์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมแอนิเมชันและวิชชวลเอฟเฟกต์ โดย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (จำนวน 2 หลักสูตร)

1.             หลักสูตร Basic Animation 101

2.             หลักสูตรการถ่ายทำฉาก VFX สำหรับ Production

โครงการที่ 5 การจัดทำหลักสูตรและสื่อการสอนแบบวิดีโอเรื่องการเขียนบทซีรีส์เบื้องต้นและการดัดแปลงนวนิยายเป็นบทละครโทรทัศน์ โดย สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ (TSA)

(จำนวน 2 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรการเขียนบทสำหรับซีรี่ส์ 101

2.             หลักสูตรการดัดแปลงบทประพันธ์

โครงการที่ 6 การผลิตหลักสูตรและสื่อการสอนความรู้ด้านการจดจัดตั้งบริษัทและภาษีสำหรับบุคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สารคดี ละคร ซีรีส์ และแอนิเมชัน โดย บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (จำนวน 1 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรภาษีสำหรับผู้ประกอบการ Production House

โครงการที่ 7 การผลิตหลักสูตรและสื่อการสอนความรู้ด้านการผลิตและการออกแบบฉากสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สารคดี ละคร ซีรีส์ และแอนิเมชัน โดย บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (จำนวน 2 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรการออกแบบและสร้างสรรค์ฉากสำหรับภาพยนตร์

2.             หลักสูตรการบริหารจัดการและการควบคุมงบประมาณในการสร้างฉาก

โครงการที่ 8 การผลิตหลักสูตรและสื่อการสอนความรู้ด้านการจัดการและบริหารลิขสิทธิ์สำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สารคดี ละคร ซีรีส์ และแอนิเมชัน โดย บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (จำนวน 1 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรการจัดการลิขสิทธิ์และสัญญาจ้างงาน

โครงการที่ 9 การผลิตคลิปวิดีโอหลักสูตรออนไลน์อบรมพื้นฐานอุปกรณ์การถ่ายทำภาพยนตร์ อบรมการจัดแสงภาพยนตร์เบื้องต้น โดย บริษัท เกียร์เฮด จำกัด (จำนวน 2 หลักสูตร)

1.             หลักสูตรรู้จักอุปกรณ์ต่างๆ (กล้อง ไฟ กริป 101)

2.             หลักสูตรการจัดแสงเพื่อสร้างมิติและอารมณ์ให้กับภาพ

นักเรียน-นักศึกษาที่สนใจโครงการค่ายผลิตภาพยนตร์ สามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของ THACCA-Thailand Creative Culture Agency, สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, Studio Commuan และสถาบัน/หน่วยงานต่าง ๆ ในความร่วมมือ

ส่วนประชาชนทั่วไปที่สนใจหลักสูตรออนไลน์ สามารถติดตามเข้าเรียนที่เว็บไซต์ OFOS Portal (htts://ofos.thacca.go.th) ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

-(016)

ทีทีบี ชวนทุกคนสร้างพลังแห่งการ ‘ให้’ คืนสู่สังคม กับงาน The Hall of Giving 2568

ทีทีบี ชวนทุกคนสร้างพลังแห่งการ 'ให้' คืนสู่สังคม กับงาน The Hall of Giving 2568

ทีทีบี ชวนทุกคนสร้างพลังแห่งการ ‘ให้’ คืนสู่สังคม กับงาน The Hall of Giving 2568

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.01 น.

ทีทีบี ตอกย้ำผู้นำการธนาคารเพื่อความยั่งยืน ชวนทุกคนสร้างพลังแห่งการ “ให้” คืนสู่สังคม กับงาน The Hall of Giving ประจำปี 2568 ร่วมให้และได้บุญไปพร้อม ๆ กัน ตั้งแต่วันที่ 28-30 เมษายน 2568

ทีทีบี ตอกย้ำการเป็นผู้นำการธนาคารเพื่อความยั่งยืน ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่พร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง และสร้างสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคม ผ่านงาน The Hall of Giving มหกรรมแห่งการให้ ประจำปี 2568 ซึ่งกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2568 ณ ทีทีบี แบงก์กิ้ง ฮอลล์ ชั้น 1

งานนี้จึงไม่ใช่แค่งานเพื่อการให้แบบธรรมดา แต่คือพื้นที่แห่งการให้พลังบวก ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ผ่านกิจกรรมการ “ให้” ที่หลากหลาย ประกอบด้วย

1.             ทีทีบี 2 พลังมหากุศล : สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งการให้ไปพร้อม ๆ กันกับทีทีบี 2 พลังมหากุศล ซึ่งมหากุศลแรก คือการร่วมทำบุญกับกฐินพระราชทานทีเอ็มบีธนชาต ณ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อทำนุบำรุงศาสนาและสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ จ,ฉะเชิงเทรา รวมไปถึงกระจายบุญเพื่อสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศลอีกกว่า 400 แห่งที่อยู่ในเว็บไซต์ “ปันบุญ” (www.punboon.org)  สื่อกลางในการบริจาคระหว่างองค์กรสาธารณกุศลกับผู้มีจิตศรัทธา เพื่อส่งต่อ “การให้” ไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกด้วย และมหากุศลที่สองคือร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่ออาคารศูนย์อุบัติเหตุและโรคหัวใจ โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทราเพื่อส่งต่อการให้คืนสู่สังคมไทย

2.             พื้นที่ตลาดชุมชน : ชวนร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงแบบยั่งยืนด้วยการอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าท้องถิ่นจาก จ. ฉะเชิงเทราซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทีทีบีจัดทำโครงการมหากุศลในปีนี้  และร้านค้าชุมชน ที่ทีมอาสาสมัครทีทีบีร่วมพัฒนาสินค้า เพื่อสร้างโอกาส สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนให้มีรายได้ที่ยั่งยืน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสินค้าจะร่วมทำบุญกฐินพระราชทานฯ อีกด้วย

3.             กิจกรรมอาสาช่วยกันทำ : ชวนร่วมกันทำ “ยาดมฮีลใจ และบัตรคำศัพท์” เพื่อมอบให้สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ และองค์กรสาธารณกุศลที่ต้องการต่อไป

แล้วพบกันในงาน “The Hall of Giving” ประจำปี 2568 มหกรรมแห่งการ “ให้” อย่างแท้จริง ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2568 ณ ทีทีบี แบงก์กิ้ง ฮอลล์ ชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 9:30 – 14:30 น.

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ปักหมุดร้านอาหารใกล้ฉัน ต้อนรับซัมเมอร์จัดเต็มมื้อใหญ่

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ปักหมุดร้านอาหารใกล้ฉัน ต้อนรับซัมเมอร์จัดเต็มมื้อใหญ่

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ปักหมุดร้านอาหารใกล้ฉัน ต้อนรับซัมเมอร์จัดเต็มมื้อใหญ่

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.22 น.

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9  ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  ชวนคุณมาปักหมุดร้านอาหารใหม่ใกล้ฉัน กินร้านไหนดี  ชวนกันมาทานกันแบบครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา หรือยกก๊วนเพื่อนมาเอ็นจอยอีทติ้ง ต้อนรับซัมเมอร์สนุกสนานกับเมนูบุฟเฟ่ต์เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินคุ้ม ต้องที่LUCKY BBQ  ชั้น 2  เพลิดเพลินกับปิ้งย่างสไตล์ยากินิกุ ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและไทย เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว  พร้อมเปิดประสบการณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ไปกับเมนูที่หลากหลาย ทั้งสลัดบาร์ บาร์อาหารพร้อมทาน เมนูเนื้อสัตว์และอาหารทะเลแบบฉ่ำ  ให้เลือกมากกว่า 100 เมนู บอกเลยสายกินจุต้องไม่พลาด  คุณภาพอาหารเกินราคาด้วยวัตถุดิบเกรดพรีเมียม

มั่นใจกับการคัดสรรวัตถุดิบที่สด สะอาด เนื้อสัตว์มีบริการในตู้แช่ให้เลือกหยิบแบบบริการตัวเอง ตื่นตากับกุ้งแม่น้ำไซต์ใหญ่แบบจุกๆ  ทานกับน้ำจิ้มหลากหลายทั้งน้ำจิ้มซีฟู๊ด บาบีคิว  สุกี้ หรือน้ำซอสสไตล์ญี่ปุ่น  ถูกใจคนรักสุขภาพ ต้องสลัดบาร์ จัดเต็มผักสดกันแบบยกสวน และเครื่องเคียงหลากหลายชนิดทานกับน้ำสลัดงา  น้ำสลัดครีม  และน้ำสลัดโยชุสไตล์ญี่ปุ่น เด็กๆ ต้องไม่พลาดบาร์อาหารทานเล่นที่เสิร์ฟแบบไม่อั้น หลากหลายเมนูปรุงสดใหม่จากครัว  นอกจากนี้ยังมีมุมอาหารพร้อมทานอื่นๆ เช่น มิโซะราเมง  ยากิโซบะ ปลาซาบะย่าง เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 02.00 น

ต่อกันที่มื้อรวมญาติกับ เรือนแม่หลุย  ชั้น 1 ร้านอาหารไทยสไตล์ปักษ์ใต้ที่หลายคนต้องหลงรัก ครบเครื่องเรื่องคุณภาพและรสชาติอร่อยจัดจ้าน ถูกปากถูกใจสายเผ็ดร้อน ตามแบบฉบับร้านอาหารไทยพื้นบ้านโบราณ หลากหลายเมนูให้เลือกทั้งต้ม ผัด แกง ทอด จึงเป็นหนึ่งในร้านอาหารชื่อดังที่ครองใจผู้คนมานานกว่า 30 ปี

เมนูแรกไม่สั่งถือว่าพลาด  ผัดสะตอกุ้งตัวใหญ่ เครื่องแกงผัดเผ็ด จัดจ้าน โขลกน้ำพริกสดใหม่ทุกวัน  คัดสรรวัตถุดิบส่งตรงจากท้องถิ่น  หากชอบกินแบบรสเข้มข้น แนะนำเป็นเมนูต้นๆ ที่ต้องสั่ง วัตถุดิบใช้อย่างดี กุ้งขาวสด ตัวใหญ่เนื้อเด้ง นุ่มหวาน นำมาผัดกับพริกและกะปิ ปรุงรสตามสูตรของทางร้าน เมื่อกลิ่นกะปิปะทะกลิ่นสะตอ หอมขึ้นจมูกตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

แกงเห็ดเผาะเนื้อปูก้อน  เมนูที่ถูกใจใครหลายคน เป็นการนำเอาสุดยอดของวัตถุดิบมารวมกับแกงอย่างลงตัว น้ำแกงคั่วรสชาติเข้มข้นผสมกับเห็ดเผาะ เมื่อทานแล้วจะฟินไปกับความกรุบกรอบในปาก เป็นอีกหนึ่งเมนูที่หาทานได้ตามฤดูกาล เพราะในหนึ่งปีจะหาทานได้เเค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ที่ขาดไม่ได้ต้องน้ำพริกกุ้งสด ทานแกล้มผักสดโขลกพริกขี้หนูสวนและกระเทียม ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ ปรุงรสสามรส เปรี้ยวนำ หวานตาม เค็มเล็กน้อยจากรสชาติของกะปิ ตามด้วยกุ้งต้มที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำลงไปทานคู่ผักสดที่ขนมาแบบยกสวน  ข้าวสวยร้อนๆ มีหมดหม้อแบบไม่รู้ตัว

เบรกความเผ็ดร้อน ด้วยเมนูปลากกระบอกทอดขมิ้น กรอบนอกนุ่มใน หอมเครื่องสมุนไพรของกระเทียมขมิ้นพริกไทย  นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเมนูให้เลือกกิน อาทิ แกงไตปลา แกงคั่วสับปะรด แกงเขียวหวาน แกงพะแนงหมู แกงคั่วหน่อไม้ดอง แกงคั่วขนุนอ่อน หมูคลุกโคลน ตบท้ายด้วยของหวาน ที่มีให้เลือกมากกว่า หลายเมนู อาทิ ลอดช่องแตงไทย น้ำกะทิ ลอดช่องรวมมิตร  เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 น.- 23.00 น.

ซัมเมอร์นี้ อย่าลืมพาครอบครัวและคนที่คุณรัก มาเปิดประสบการณ์ทานอาหารหลากหลายสไตล์ ที่เดอะไนน์    เซ็นเตอร์ พระราม 9  พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์  1285  ติดตามกิจกรรมและ โปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าฯ ได้ที่  Facebook : The Nine Center Rama 9  Instagram:  thenine_rama 9

-(016)

‘บางกอกแอร์เวย์ส x พูม่า’ จับมือผลิตรองเท้าผ้าใบคอลเลกชันพิเศษ สำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

'บางกอกแอร์เวย์ส x พูม่า' จับมือผลิตรองเท้าผ้าใบคอลเลกชันพิเศษ สำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

‘บางกอกแอร์เวย์ส x พูม่า’ จับมือผลิตรองเท้าผ้าใบคอลเลกชันพิเศษ สำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.59 น.

ครั้งแรกของสายการบินสัญชาติไทย ! “บางกอกแอร์เวย์ส x พูม่า” ประกาศความร่วมมือผลิตรองเท้าผ้าใบคอลเลกชันพิเศษสำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

 บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส นำโดย นางสาวอมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท พูม่า สปอร์ตส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางสาวพรทิพย์ วนิชนพรัตน์ ผู้จัดการและผู้อำนวยการประจำภูมิภาค เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านการบริการ ในการผลิตรองเท้าผ้าใบสำหรับพนักงานบริการส่วนหน้า (Frontline) คอลเลกชันพิเศษ “Bangkok Airways X PUMA” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Be the first move for better together”  โดยให้ความสำคัญเรื่องความคล่องตัว และความสะดวกสบายของพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ สร้างพลังขับเคลื่อนองค์กร นำไปสู่การยกระดับการให้บริการผู้โดยสารอย่างยั่งยืน พร้อมชูภาพลักษณ์ความเป็นบูทีคแอร์ไลน์ ผสานความทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกเจเนอเรชัน สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ PUMA ทั้งนี้ บางกอกแอร์เวย์สเป็นสายการบินแรกในประเทศไทย ที่ประกาศให้พนักงานบริการส่วนหน้า (Frontline) ได้แก่ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นักบิน และพนักงานบริการภาคพื้นดิน สามารถสวมใส่รองเท้าผ้าใบในการปฏิบัติงานได้ คาดว่าจะเริ่มในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

นางสาวอมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวถึงการประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่กับ PUMA สปอร์ตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการ ด้วยความเชี่ยวชาญผสานแนวคิดและวิสัยทัศน์ของทั้งสองแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง กับเอกลักษณ์ด้านการบริการแบบฟูลเซอร์วิสที่โดดเด่นของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และแบรนด์ PUMA ที่มีความทันสมัยและเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการบริการ และครองใจผู้ใช้บริการสายการบินฯ ในทุกเจเนอเรชัน”

นางจันทร์ทิพย์ ทองกันยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า “เพื่อสร้างพลังและแรงบันดาลใจ บางกอกแอร์เวย์สจึงเปิดมุมมองใหม่ ๆ ด้วยนโยบายให้พนักงานบริการส่วนหน้า (Frontline) สามารถสวมใส่รองเท้าผ้าใบคอลเลกชันพิเศษขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้คล่องตัวขึ้น พร้อมกับการชูภาพลักษณ์ความสดใส กระตือรือร้น ในแบบฉบับเอเชียบูทีคแอร์ไลน์ โดยบางกอกแอร์เวย์ส เป็นสายการบินสัญชาติไทยสายแรก ที่สร้างมิติใหม่นี้เพื่อยกระดับการบริการ และสร้างความโดดเด่นด้านภาพลักษณ์ ที่เดินหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง”

นางสาวพรทิพย์ วนิชนพรัตน์ ผู้จัดการและผู้อำนวยการประจำภูมิภาค บริษัท พูม่า สปอร์ตส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ PUMA ได้จับมือร่วมกับสายการบินในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายแบรนด์ PUMA ให้กว้างขึ้น ไม่เพียงจำกัดแค่เพียงวงการกีฬา แต่ยัง

“PUMA มุ่งเน้นผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ความสะดวกสบาย และดีไซน์ทันสมัย เช่นเดียวกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่ให้ความสำคัญกับบริการระดับพรีเมียม เรามีความภูมิใจที่รองเท้าของ PUMA จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการปฎิวัติการให้บริการของพนักงานบริการส่วนหน้า (Frontline) ทั้งทีมภาคพื้นดิน ทีมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และนักบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่ต้องการรองเท้าที่ให้ทั้งความสบาย ความยืดหยุ่นในการทำงาน และรองรับการให้บริการที่ดีเยี่ยมตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ PUMA ให้ความสำคัญเสมอมา เรามั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยยกระดับประสบการณ์ในการให้บริการกับพนักงานของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของทั้งแบรนด์ PUMA และ บางกอกแอร์เวย์ส”

-(016)

พาราไดซ์ พาร์ค เอาใจสายลักซ์ชู จัดงาน DARADAILY แบรนด์เนมมือสอง ช้อปของดารา Season 8

พาราไดซ์ พาร์ค เอาใจสายลักซ์ชู จัดงาน DARADAILY แบรนด์เนมมือสอง ช้อปของดารา Season 8

พาราไดซ์ พาร์ค เอาใจสายลักซ์ชู จัดงาน DARADAILY แบรนด์เนมมือสอง ช้อปของดารา Season 8

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.30 น.

พาราไดซ์ พาร์ค เอาใจสายลักซ์ชู จัดงาน DARADAILY แบรนด์เนมมือสอง ช้อปของดารา Season 8 พบกับสินค้าแบรนด์เนมมือสองหลายแบรนด์ดัง ที่เหล่าตัวแม่ควรค่าแก่การมี

สายลักซ์ชู เตรียมพร้อม! พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมกับ บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด และ DARADAILY จัด งาน DARADAILY แบรนด์เนมมือสอง  ช้อปของดารา Season 8  ให้คุณได้ช้อปเพลินกับสินค้าแบรนด์เนมมือสอง สภาพนางฟ้า ทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดังหลายรุ่น ของแท้ ราคาดี การันตีคุณภาพจาก สถาบัน TCF Brandname พร้อมสินค้าหลากลายจากเหล่าดารา เซเลบ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มาร่วมออกบูธ และพบศิลปินมากมายที่มามอบความสนุกแบบจัดเต็ม อาทิ  ดร.โก้ ธีรศักดิ์  เอ สุรพันธ์ ไอซ์ อธิชนัน                           ฮาน่า ทัศนาวลัย แม็กกี้ อาภา เกด ธิญาดา คริสติน่า ป๊อป ปุ๋ย นิทัศน์ จุ๊บแจง วิมลพันธ์ และ แอน มรกต เป็นต้น

พิเศษ สมาชิก MBK Plus แสดงใบเสร็จ 1,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ Workshop สปากระเป๋า จากสถาบัน TCF Brandname (จำกัด 20 สิทธิ์ / วัน) และ ตรวจสอบกระเป๋าแบรนด์เนม (จำกัด 10 สิทธิ์ / วัน)

ตัวแม่ ตัวมัม ที่อยากครอบครองแบรนด์ดัง ในราคาคุ้มค่า ต้องไม่พลาด! งาน DARADAILY แบรนด์เนม มือสอง ช้อปของดารา Season 8 ระหว่างวันศุกร์ที่ 25 – วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 ณ ชั้น 1 ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ http://www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel