อธิบดี DSI เผยปมฮั้วเลือก สว.รับเป็นคดีพิเศษ 2 คดี มูลฐานฟอกเงิน-อั้งยี่

อธิบดี DSI เผยปมฮั้วเลือก สว.รับเป็นคดีพิเศษ 2 คดี มูลฐานฟอกเงิน-อั้งยี่

อธิบดี DSI เผยปมฮั้วเลือก สว.รับเป็นคดีพิเศษ 2 คดี มูลฐานฟอกเงิน-อั้งยี่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.54 น.

อธิบดี DSI เผยปมฮั้วเลือก สว.รับเป็นคดีพิเศษ 2 คดี มูลฐานฟอกเงินและเพิ่มอั้งยี่ พรุ่งนี้”พ.ต.ต.ณฐพล”เตรียมนำ จนท.ลงพื้นที่เมืองทอง จำลองสถานการณ์เลือก สว.ระดับประเทศ นำ AI มาใช้

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ , พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าคดีฟอกเงินกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

โดย พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า ในส่วนที่ดีเอสไอรับผิดชอบจะมีอยู่ 2 คดี นั่นก็คือ คดีการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคดีดังกล่าว ทางดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้ร้องเรียนมาที่ดีเอสไอเป็นจำนวนมาก ส่วนอีกคดีหนึ่งคือคดีอั้งยี่ซ่องโจร ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคดีดังกล่าวทางดีเอสไอได้รับสำนวนมาจากพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และ สภ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งทางดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนคดีอั้งยี่ซ่องโจรนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร แต่จากพยานหลักฐานพบว่า มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่ตั้งตัวเองเป็นคณะบุคคล ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ทราบว่า รวมตัวกันเพื่อกระทำผิดกฎหมายฟอกเงินหรือกฎหมายอื่นๆ หรือไม่

สำหรับประเด็นเรื่องการสอบปากคำนั้น พ.ต.ท.อนุรักษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงแรกของคดีนี้ ทางดีเอสไอได้ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ กกต.ในการสอบสวนพยานบุคคลร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อประหยัดเวลาในการสอบปากคำพยานพร้อมกันทีเดียว แต่การทำงานเป็นการแยกสำนวนคดีกัน เพราะ กกต.ก็จะทำในส่วนเรื่องของการฮั้วการเลือก สว.แต่ดีเอสไอจะทำสำนวนในเรื่องการฟอกเงินและอั้งยี่ซ่องโจร โดยที่ผ่านมาได้สอบปากคำเรื่องขบวนการฟอกเงิน 30 ปาก ซึ่งการสอบปากคำมีทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อมูลทางโทรศัพท์และใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมบุคคล ทั้งนี้ พยานบุคคล 30 ปาก ที่สอบปากคำไปนั้น เป็นพยานกลุ่มที่รู้เห็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งขอสงวนว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในรายชื่อหมื่นกว่ารายที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่

โดยประเด็นเรื่องพยานบุคคลนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวเสริมว่า ในคดีนี้ทางพนักงานสอบสวน ดีเอสไอจะเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มที่ เพราะต้องเข้าใจว่าคดีดังกล่าวนั้นเป็นคดีใหญ่และมีพยานหลักฐานที่เยอะมากกว่า 20 กลุ่มอาชีพ ที่ลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า หากคำนวณแล้วมีผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาตั้งแต่ระดับอำเภอกว่า 4 หมื่นราย ก่อนที่จะคัดเลือกเหลือสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง 200 ราย และยังไม่รวมสมาชิกวุฒิสภาสำรองอีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้น จึงต้องเข้าใจว่าคดีนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการสอบสวนสักระยะ แต่ยืนยันว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะทำอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุดอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามในประเด็นที่ว่า ตอนนี้พบพยานหลักฐานหรือมีพยานบุคคลให้ข้อมูลว่า มีความเชื่อมโยงหรือเส้นทางการเงินถึงกลุ่มก้อนการเมืองหรือพรรคการเมืองใดหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า ในเรื่องเส้นทางการเงินนั้น ตอนนี้ยังไม่ปรากฏ และอยู่ในระหว่างการขอเอกสารเส้นทางการเงินจากทางธนาคารเพื่อจะนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนพยานบุคคล 30 ปากที่สอบปากคำไปก่อนหน้านี้นั้น ให้การพาดพิงถึงพรรคการเมืองใดหรือไม่ ขอสงวนที่จะระบุประเด็นดังกล่าว เพราะอยู่ในสำนวนคดี

นายสมบูรณ์ ยังกล่าวถึงประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยในเรื่องอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอ ว่าต้องแยกคนละประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องของการสอบสวนเรื่องการเลือก สว.ที่อาจจะมีการทุจริต เรื่องนี้อยู่ในขอบอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 49 ที่วางหลักว่าการกระทำใดอันขัดกับกฎหมายการเลือกตั้ง ซึ่งครอบคลุมถึงกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เรื่องนี้จะอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขณะที่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับอื่นๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟอกเงินและอั้งยี่ซ่องโจร ประเด็นนี้ไม่ได้อยู่ในขอบอำนาจของ กกต.

ดังนั้นดีเอสไอจึงมีอำนาจในการสอบสวนกรณีการฟอกเงินและอั้งยี่ซ่องโจรในกระบวนการการเลือก สว.ตามอำนาจในกฎหมาย อื่นๆ ที่ไม่ได้ให้อำนาจกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงกล่าวได้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะสอบสวนในเรื่องของการฮั้วหรือทุจริตในเรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา แต่ดีเอสไอจะทำเรื่องการฟอกเงินและอั้งยี่ซ่องโจรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งยืนยันว่า ทางดีเอสไอไม่ได้รีบเร่งการสอบสวนคดีนี้ เพราะเนื่องจากมีผู้มายื่นคำร้องให้ดีเอสไอตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2567 หรือ 1 วันหลังจากเลือกสมาชิกวุฒิสภาแล้ว

ทางด้าน พ.ต.ต.ณฐพล ยังเปิดเผยอีกว่า เนื่องจากตนรับผิดชอบในเรื่องของการจำลองแผนที่และภูมิศาสตร์ในสนามเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ที่เมืองทองธานี ในส่วนการสอบสวนของดีเอสไอ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) เวลา 14.00 น.ได้นัดหมายให้คณะพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ สังกัดกระทรวงยุติธรรม เข้าไปยังเมืองทองธานี เพื่อตรวจสอบสถานที่เลือก สว.จริง พร้อมทั้งจะจำลองทำแผนที่สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันเลือก สว.เพื่อมาเป็นข้อมูลประกอบสำนวนคดีฟอกเงินและอั้งยี่ซ่องโจร

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมว่า ในเรื่องของกล้องวงจรปิดต้องมีการรวบรวมหรือไม่ และมีข้อกังวลว่าภาพวงจรปิดจะสูญหาย เนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมานานเกือบ 1 ปีแล้วหรือไม่ นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ทางดีเอสไอได้ภาพวงจรปิดบางส่วนจากเมืองทองธานีมาแล้ว

‘ก้องเกียรติ’ควง’ธรรมนัส’ขึ้นรถแห่ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ

'ก้องเกียรติ'ควง'ธรรมนัส'ขึ้นรถแห่ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ

‘ก้องเกียรติ’ควง’ธรรมนัส’ขึ้นรถแห่ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.24 น.

“ก้องเกียรติ”ควง”ธรรมนัส”ขึ้นรถแห่ ลุยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ ช่วงโค้งสุดท้าย ชาวบ้านโบกมือต้อนรับสุดคึกคัก ย้ำหากได้โอกาสพร้อมเดินหน้าพัฒนาเขต 8 ทันที

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หรือ บิ๊กโอ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคกล้าธรรม หมายเลข 5 ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีแกนนำพรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เขต 1 ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส.พรรคกล้าธรรม อาทิ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ร่วมลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย นายก้องเกียรติ พร้อมด้วยแกนนำได้ขึ้นรถแห่รอบเขต 8 ในพื้นที่ อ.ฉวาง อ.นากลาง ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้พบปะและดื่มน้ำชากับชาวบ้านเพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อขบวนผ่านชุมชนต่างๆ ได้มีพี่น้องประชาชน ออกมายืนรอพร้อมโบกมือให้กำลังใจนายก้องเกียรติ เป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า หลายคนอาจจะมองว่าตนอายุยังน้อย อาจจะสู้คนที่มีประสบการณ์มากๆ ไม่ได้ แต่สิ่งที่ตนมั่นใจคือ ตนมีความตั้งใจเกินร้อยที่จะเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนเพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้เขต 8 ของเราเจริญมากขึ้น ถ้าตนได้รับโอกาสจากพ่อแม่พี่น้องไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนชาวนครศรีธรรมราช ตนขอสัญญาว่า ตนจะทำหน้าที่ให้ดีเหมือนตอนที่ตนเป็น สจ.ที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้กับทุกคน ทุกเรื่อง อย่างที่ทุกคนเห็นมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เวลา 17.00 น. ร.อ.ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม รวมถึง สส.พรรคกล้าธรรม จะเปิดเวทีปราศรัย ณ สนามโรงเรียนพิปูนสังฆรักษ์ประชาอุทิศ ต.เขาพระ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ด้วย

– 006

ขอถามตรงๆ ‘พรรคส้ม’กลืนน้ำลายตัวเอง-รอเสียบเพื่อร่วมรัฐบาลหรือไม่???

ขอถามตรงๆ 'พรรคส้ม'กลืนน้ำลายตัวเอง-รอเสียบเพื่อร่วมรัฐบาลหรือไม่???

ขอถามตรงๆ ‘พรรคส้ม’กลืนน้ำลายตัวเอง-รอเสียบเพื่อร่วมรัฐบาลหรือไม่???

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.49 น.

วันที่ 24 เมษายน 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “พรรคประชาชนกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่” ระบุว่า หลังจากที่พรรคประชาชน ในฐานะฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประชาชนได้เฝ้าติดตาม วาทกรรมที่ฝ่ายค้านตั้งขึ้นมา นั่นคือยุทธการโรยเกลือ

แต่มาฟังนายวิโรจน์แถลงเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ได้พูดถึงประเด็นที่มีปัญหาของอุ๊งอิ๊ง หลายฝ่ายคิดว่า ในเมื่อฝ่ายค้านเปิดเกม ควรต้องจัดการให้สุด ด้วยการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรม กรณีจริยธรรม

แต่นายวิโรจน์ก็เป็นคนสรุปเองว่า เรียกร้องให้อุ๊งอิ๊ง สำนึกในความดี ความชั่ว และแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง โดยที่พรรคประชาชน จะไม่รวบรวมรายชื่อส.ส.ส่งศาลรัฐธรรมนูญ

โดยอ้างเหตุผลว่า การใช้ผ้าที่สกปรกถูบ้านไม่อาจทำให้ บ้านสะอาดขึ้นมาได้ และมองเปรียบว่า สิ่งที่อุ๊งอิ๊งทำ เหมือนกับการทำสิ่งสกปรก แต่ศาลรัฐธรรมก็คงไม่ต่างจากผ้าสกปรก

สิ่งที่ต้องถามนายวิโรจน์ คุณจำวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ได้ไหม พวกคุณไม่ใช่หรือ ที่ร่วมลงนามกับฝ่ายค้าน เพื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร

วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 170 วรรคสอง

สิ่งที่คุณต้องตอบคำถามประชาชน ทำไมคดีพลเอกประยุทธ์ คุณเชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญ แต่คดีของอุ๊งอิ๊ง ที่มีความชัดเจนมาก ตามที่พวกคุณอภิปรายให้ข้อมูล แต่พวกคุณไม่ยื่น เพราะมองเปรียบ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผ้าสกปรก

ใครเคยทำอะไรไว้ คิดให้ดี อย่าทำคิดว่าเอาเท่ห์ สุดท้าย มันก็คือลิเกหลงโรงดีๆนี่เอง ประชาชนฝากตั้งคำถามว่า กลืนน้ำลายตัวเอง อร่อยไหม หรือรอเสียบเพื่อร่วมรัฐบาล

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’แนะ กทม.-ท้องถิ่น เปลี่ยนหัวข้อขอเงินชดเชย‘เยียวยาแผ่นดินไหว’

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’แนะ กทม.-ท้องถิ่น เปลี่ยนหัวข้อขอเงินชดเชย‘เยียวยาแผ่นดินไหว’

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’แนะ กทม.-ท้องถิ่น เปลี่ยนหัวข้อขอเงินชดเชย‘เยียวยาแผ่นดินไหว’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.41 น.

“กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ”แนะ”กทม.-ท้องถิ่น” เปลี่ยนหัวข้อของบกลางเยียวยาเหตุแผ่นดินไหว หลังประชาชนโวยได้น้อยไม่สมเหตุสมผล พร้อมเผยกรมบัญชีกลางแก้ระเบียบเงินชดเชย หากอนาคตเกิดเหตุ ได้สูงสุด 8 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชป.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงผลการประชุม กมธ.ฯ เกี่ยวกับเงินเยียวยาจากเหตุแผ่นดินไหว ที่ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง , กรมบัญชีกลาง และ กทม.โดยมี น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม.รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี , จังหวัดปทุมธานี เป็นต้น ว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องการช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากได้รับเงินเยียวยาไม่สอดคล้องกับความเสียหาย ที่บางคนได้ 40 บาท 70 บาท ซึ่งเมื่อดูในเรื่องของระเบียบต่างๆ เป็นระเบียของกระทรวงการคลัง และยังมีระเบียบของ กทม.ก็ออกตารางการประเมินค่าความเสียหาย ซึ่งตารางที่ออกมาเป็นแค่ค่าวัสดุเท่านั้น

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า ตัวแทนจากกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า จากระเบียบของกระทรวงการคลังดังกล่าว เรื่องการเยียวยา ซึ่งจากที่เขียนให้แค่ค่าวัสดุซ่อมแซม เปลี่ยนเป็นค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และเปลี่ยนจากผู้ที่เป็นเจ้าของ เป็นผู้ที่อยู่อาศัย และมีการแก้ไขวงเงิน จาก 49,500 บาท เป็น 80,000 บาท ซึ่งเป็นร่างใหม่ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านไปแล้ว โดยระเบียบดังกล่าวไม่ครอบคลุมย้อนหลัง ขณะนี้ระเบียบนี้น่าจะถึงมือ รมว.คลัง แล้ว และอย่างน้อยจะได้รู้ว่าหากเกิดเหตุครั้งหน้า ประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาเพิ่มมากกว่าเดิม

เลขา กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์ที่กิดขึ้นไปแล้ว ทาง กมธ.ฯ เสนอให้ท้องถิ่น และ กทม.เปลี่ยนหัวข้อขอเงินชดเชยจากงบกลางเพิ่มเติม เช่น ค่าดำเนินการควรมีการช่วยเหลือขั้นต่ำ 1,000 – 2,000 บาท หากมีค่าความเสียหายประมาณ 9,000 บาท ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยกระแสสังคมช่วย เพราะเงินช่วยเหลือตรงนี้หลายเคสเรียกว่าซ้ำเติม ส่วนเรื่องการขยายระยะเวลาลงทะเบียนรับเงินชดเชย ทางรองผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงว่า วันนี้จะมีการประชุมกันว่าควรจะขยายหรือไม่ และควรจะขยายเวลาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ส่วนการพิจารณามอบเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายของ กทม.ก็จะเร่งดำเนินงานให้เร็วขึ้น

นายศุภณัฐ กล่าวด้วยว่า ขณะที่การเข้าตรวจความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว ในต่างจังหวัดนั้นเจ้าหน้าที่มีปัญหาเรื่องของการประเมินที่ไม่สามารถใช้ดุลพินิจของตนเองได้ กมธ.ฯ จึงแนะนำให้เอาตารางการประเมินค่าเสียหายของ กทม.ไปใช้ ก็จะทำให้การทำงานเร็วขึ้น

‘ไหม’อ้างหวั่นซ้ำรอยยุค‘บิ๊กตู่’ ยันไม่ขวาง‘กู้เงิน’ ไม่ติดทำงานร่วม‘ภูมิใจไทย’

‘ไหม’อ้างหวั่นซ้ำรอยยุค‘บิ๊กตู่’ ยันไม่ขวาง‘กู้เงิน’ ไม่ติดทำงานร่วม‘ภูมิใจไทย’

‘ไหม’อ้างหวั่นซ้ำรอยยุค‘บิ๊กตู่’ ยันไม่ขวาง‘กู้เงิน’ ไม่ติดทำงานร่วม‘ภูมิใจไทย’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.38 น.

ฝ่ายค้านจะไม่เป็น‘ก.ข.ค.’ทุกเรื่อง ‘ศิริกัญญา’อ้างทางเลือกเหลือไม่มาก จำต้องพึ่งพา‘รัฐบาล’ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ยกเคสเป็นบทเรียนช่วง‘โควิด’ยุค‘บิ๊กตู่’ขวางกู้เงิน ทำพ้นวิกฤตช้า เสียโอกาส เพราะระแวงเกินไป ไม่ติดทำงานร่วม‘ภท.’หากเกมการเมืองเปลี่ยน ‘25 สส.ปชน.’ถูกฟันจริยธรรม โยงกระเพื่อมปรับ‘ครม.’

24 เม.ย.2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการทำงานของรัฐบาลต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะยังเชื่อมือได้หรือไม่ว่าจะพาประเทศให้รอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจว่า วันนี้เราไม่มีทางเลือกมากนัก เราอาจอยากเปลี่ยนแปลงโดยการยุบสภา แต่ตนคิดว่ารัฐบาลอาจยังไม่ยุบสภา นายกฯยังไม่ประกาศยุบสภาฯเร็วๆนี้แน่นอน เพราะความนิยมอาจจะยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ที่อาจจะไปสู่การเปลี่ยนแปลงนายกฯก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆแน่นอน เมื่อทางเลือกน้อย ก็คงต้องพึ่งพารัฐบาลนี้ในการแก้ปัญหา พยายามเปิดใจให้กว้าง เปิดทางเลือกให้รัฐบาลได้แก้ปัญหา แล้วให้ความเห็นรัฐบาลเพื่อนำไปใช้ในการพาประเทศออกจากวิกฤตนี้ รวมถึงให้ความร่วมมือเต็มที่หากรัฐบาลต้องการความช่วยเหลือในสภาฯ เราพร้อมทำหน้าที่ แน่นอนว่าเราต้องตรวจสอบเข้มข้นเต็มที่หลังจากให้อำนาจรัฐบาลกู้เงินหรืออะไรต่างๆไปแล้ว

“แต่วันนี้ต้องให้รัฐบาลทำงาน ไม่อย่างนั้นอาจเจอปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรังที่แก้ปัญหาได้ยาก เหมือนอย่างในช่วงโควิดยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เราไม่ค่อยไว้วางใจให้พล.อ.ประยุทธ์กู้เงิน ทำให้เราพ้นวิกฤตได้ช้ากว่าประเทศอื่นๆมาก มันเสียโอกาสที่เราจะได้รับ หากเราไม่ไว้วางใจกัน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า แต่รัฐบาลนี้ไม่มีความเป็นทีมเวิร์ค เป็นการรอคอยแค่คำสั่งจากคนคนเดียวที่เป็นผู้มากบารมีในรัฐบาลนี้ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ลำพังรัฐบาลจะบริหารให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวก็ยากแล้ว เราที่เป็นฝ่ายค้าน จะเห็นว่าช่วงนี้ก็ไม่ได้สู้กันหัวชนฝาทุกเรื่อง ก็พยายามเปิดทางให้รัฐมีทางเลือกมากสุด ที่จะทำงานให้คล่องตัว ลำพังแค่รัฐบาลประสานกันเอง รัฐบาลพรรคเดียวกันเองยังมีปัญหาติดขัด ดังนั้นเพื่อให้เราสู้วิกฤตนี้ได้ฝ่ายค้านจะไม่เป็นก้างขวางคอตลอดทุกเรื่อง ค้านเฉพาะที่จำเป็น ตรวจสอบเข้มข้นเหมือนเดิม และให้ข้อเสนอแนะ

เมื่อถามว่าแสดงว่าการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตอนนี้ ยังไม่ใช่จุดหลัก น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ถ้าปรับแล้วดีขึ้นก็ดี แต่หากปรับแล้วต้องมาฝึกงานกันใหม่ ก็อย่าเพิ่งปรับดีกว่า

เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีการปรับครม. ในช่วงที่มีการตัดสินคดีฝ่าฝืนจริยธรรมของ 25 สส.พรรคประชาชน  หรือคดี 44 สส.สมัยพรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ได้ข่าวเช่นกัน รวมถึงการปรับพรรคร่วมรัฐบาลออก หาก สส.ของพรรคประชาชนถูกตัดสินให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะทำให้สมการ และคณิตศาสตร์ทางการเมืองเปลี่ยน ตนฐานะ 1 ใน 25 สส.พรรคประชาชน คิดว่าไม่น่าจะมีความผิดและไม่หยุดการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากเข้าเงื่อนไขอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

“หาก 25 สส.พรรคประชาชนถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ อาจได้เป็นไปได้ว่าพรรคประชาชนจะทำงานกับพรรคภูมิใจไทย แต่ขณะนี้ สส.ที่มีคดี มั่นใจว่าในความบริสุทธิ์ แต่คดีดังกล่าวคาดเดาไม่ได้ แต่ต้องเตรียมพ้อมรับกับทุกสถานการณ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ได้เตรียมเอกสาร พยานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช.” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

‘ปชน.’บี้รัฐบาลเปิดปากแผนเจรจาสางปม‘ภาษีทรัมป์’ เปิด 2 ข้อทำ‘สหรัฐ’ดึงเชง

‘ปชน.’บี้รัฐบาลเปิดปากแผนเจรจาสางปม‘ภาษีทรัมป์’ เปิด 2 ข้อทำ‘สหรัฐ’ดึงเชง

‘ปชน.’บี้รัฐบาลเปิดปากแผนเจรจาสางปม‘ภาษีทรัมป์’ เปิด 2 ข้อทำ‘สหรัฐ’ดึงเชง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.28 น.

รอบบ้านเขาไปไหนต่อไหนแล้ว! ‘ปชน.’บี้รัฐบาลเปิดปากกางแผนเอาให้ชัดเจรจาสางปม‘ภาษีทรัมป์’ ติง‘นายกฯ-รมว.คลัง’ผิดคิวพูดสวนทาง ทำสับสน เชื่อ‘สหรัฐ’ดึงเชงเมินคุย อาจไม่พอใจโยงส่ง‘อูยกูร์’กลับจีน-ฟัน 112 นักวิชาการสหรัฐฯ

24 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลเตรียมกู้เงินจำนวน 500,000 ล้านบาท มาแก้ไขปัญหานโยบายกำแพงภาษีของนายโดนัลล์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า รัฐบาลยังไม่ระบุแหล่งที่มาของเงินแน่ชัดว่าจะมาจากการกู้หรือไม่ หลังจากรมว.คลังออกมาระบุตัวเลข500,000ล้านบาท ที่จะมากระตุ้นการบริโภคและการลงทุน ก็มีความเห็นจากปลัดกระทรวงการคลังอาจจะต้องใช้เม็ดเงินที่อยู่ในงบประมาณปี2568 ในส่วนของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จำนวน150,000ล้านบาท มาใช้ด้วย ดังนั้นหากจะต้องกู้เงินจริง อาจกู้น้อยลง แต่วนความเป็นจริงอาจไม่ต้องกู้เลย เพราะมีเม็ดเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1.5 แสนล้านบาทแล้ว หากมีการจัดงบฯปี68ใหม่อีกรอบอาจได้มาอีกประมาณ50,000-100,000ล้านบาท

“แต่เงินก้อนใหญ่ที่สำคัญที่สามารถจัดใหม่ได้ในขณะนี้เลยคืองบประมาณปี2569 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ สามารถดำเนินการเตรียมเม็ดเงินพยุงเศรษฐกิจได้เลย ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยหรือชะลอตัวในช่วงสงครามการค้า หากจัดใหม่ได้สัก300,000ล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องกู้เลย แต่จะได้ถึงหรือไม่ เราเรียกร้องให้รัฐบาลนำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 กลับไปปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้เลย หากจะต้องนำเข้าสภาฯช้าไปสัก1-2สัปดาห์ ทางสภาฯไม่มีปัญหาที่จะต้องใช้เวลาลดลงในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า เม็ดเงินที่รัฐบาลจะกู้มาจำนวน500,000ล้านบาท จะสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยากที่จะบอก เพราะยังไม่มีรายละเอียดว่าจะนำไปใช้ทำอะไร เราเคยมีประสบการณ์แล้ว ถ้าเลือกวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจผิดผลจะไม่เกิด อย่างเช่น กรณีแจกเงินหมื่นรอบแรก ที่ใช้เม็ดเงินจำนวน145,000ล้านบาท ไม่เห็นว่าจะทำให้จีดีพีโตขึ้นอย่างที่รัฐบาลได้สัญญาไว้ ดังนั้นวิธีการสำคัญ เงินจำนวน500,000ล้านบาท จะนำไปทำอะไร กระตุ้นวิธีการใด ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีทางกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าคือ3เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปได้ยาก เพราะต้องใช้เม็ดเงินมากกว่า500,000ล้านบาท

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการมองว่าเป็นการกู้มาแจก จะเชื่อมือรัฐบาลได้อย่างไรว่าสิ่งที่กำลังจะใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีประสิทธิภาพจริง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่สามารถเชื่อใจรัฐบาลได้เลย ว่าจะกู้มาแล้วไม่เอามาแจกหรือไม่ ได้แต่ใช้พลังจากทางพรรคประชาชน และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ช่วยกันกระตุ้นเตือนรัฐบาลให้ประกาศแผนให้ชัดเจนว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในเรื่องใดก่อนที่จะกู้เงินใหม่ หรือขยายเพดานหนี้สาธารณะ เราเชียร์เต็มที่หากรัฐบาลต้องการนำงบประมาณไปใช้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่ต้องมีแผนให้ชัดเจน ต้องทำแบบนี้เท่านั้นเราถึงจะไว้วางใจให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม หรือขยายเพดานหนี้สาธารณะ

เมื่อถามถึงทีมเจรจาไทยแลนด์ของรัฐบาลที่การดำเนินการดูเหมือนจะล่ม ต้องเลื่อนการเจรจากับทางสหรัฐฯออกไปน.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทางไทยมีความสับสนอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่6 ประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก การเจรจามีความคืบหน้า ที่เลวร้ายกว่านั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ กับนายพิชัย ชุณหวชิระ รองนายกฯ และรมว.คลัง พูดขัดกันเอง นายกฯบอกว่าที่ต้องเลื่อนเพราะมีเอกสารที่สหรัฐฯขอมาเพิ่มเติม จึงต้องเตรียมข้อมูล แต่นายพิชัย บอกว่าไม่รีบ จะรอเป็นคิวกลางๆเพื่อดูการต่อรองการเจรจาของประเทศอื่นๆ ฟากฟังนายพิชัยคนเดียว เราอาจจะเชื่อว่ารัฐบาลวางยุทธศาสตร์แบบนั้นจริงๆ แต่จะเชื่อมั่นกว่านี้ถ้านายพิชัย บอกมาเลยว่าจะเจรจาวันไหน

“แต่พอนายกฯพูดอย่าง รองนายกฯพูดอย่าง สุดท้ายไม่มีกำหนดวันในการเจรจา ก็ยิ่งสร้างความสับสน ดิฉันจึงมั่นใจว่า รัฐบาลไม่ได้มีการคอนเฟิร์มวันนัดเจรจากับสหรัฐฯ แล้วนัดไปแล้วเขาไม่ตอบรับ พอใกล้วันก็ต้องเลื่อนการเจรจาออกไปจนกว่าสหรัฐจะตอบกลับมา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยสื่อสารกับเราตรงไปตรงมาว่า ติดปัญหาอะไร เหตุใดสหรัฐฯ ไม่ตอบรับการเจรจา เพราะรอบบ้านเราได้คุยหมดแล้ว บางประเทศเจรจาเข้าสู่รอบสองแล้ว ไม่ได้บอกว่าต้องรีบ เราเชื่อในกลยุทธ์ที่บอกว่าขอดูการต่อรองการเจรจาประเทศอื่นก่อน แต่ช่วยทำให้เรามั่นใจ ว่าจะสามารถเจรจาได้ไม่ติดขัด มีกำหนดวันเจรจาให้ชัดว่าเมื่อไหร่ เพื่อให้เข้าสู่การเจรจาราบรื่น” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า สาเหตุที่สหรัฐไม่ตอบรับการเจรจา อาจมาจากกรณีที่รัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน รวมถึงการดำเนินคดีมาตรา112 กับนายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวสหรัฐ โดยไม่มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นไปได้ ที่จะทำให้สหรัฐมีท่าทีกับเราแบบนี้ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างมีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจได้เหมือนกัน เพราะทางรมว.การต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยที่ไทยส่งอุยกูร์กับจีนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สหรัฐฯยังไม่ยอมเจรจากับเรา จนกว่าจะได้รับคำอธิบาย

‘ดร.ปณิธาน’กาง 3 เรื่องต้องทำจริงจัง นำสันติสุขสู่‘ชายแดนใต้’

‘ดร.ปณิธาน’กาง 3 เรื่องต้องทำจริงจัง นำสันติสุขสู่‘ชายแดนใต้’

‘ดร.ปณิธาน’กาง 3 เรื่องต้องทำจริงจัง นำสันติสุขสู่‘ชายแดนใต้’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.26 น.

‘ดร.ปณิธาน’กาง 3 เรื่องต้องทำจริงจัง นำสันติสุขสู่‘ชายแดนใต้’

24 เมษายน 2568 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา “ไฟใต้” ระบุว่า…  

ถ้าจะให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บ้านเกิดของพวกผมที่บรรพบุรุษได้มาตั้งรกรากนับร้อยปี สงบสุขได้จริง มีเรื่องที่เราควรจะต้องทำอย่างจริงจัง คือ

1. ปิดทางออก/ปิดแหล่งกบดานในมาเลเซียและป้องกันการแทรกแซงจากต่างประเทศให้ได้

2. เปิดการพูดคุยเรื่องอนาคตการเมืองการปกครองในพื้นที่อย่างจริงใจกับฝ่ายการเมืองผู้กำหนดนโยบายตัวจริงของรัฐบาลกับฝ่ายตรงข้าม

3. เพิ่มอาสาชุมชนคนรุ่นใหม่เพื่อร่วมมือกับจนท.เพื่อดูแลพื้นที่เป้าหมายและกลุ่มเปราะบางให้ปลอดภัย สอดส่องรายงานการทุจริตของทุกฝ่าย แก้ไขปัญหายาเสพติดและสิ่งที่ขัดกับหลักศาสนา ป้องกันการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของทุกภาคส่วน และยุติการบ่มเพาะซ่องสุมกำลังความรุนแรงและความเกลียดชังในหมู่เยาวชนคนผิดหวังกับรัฐที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

‘แพทองธาร-ฮุน มาเนต’เตรียมเปิดสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาแห่งแรกกลางปีนี้

'แพทองธาร-ฮุน มาเนต'เตรียมเปิดสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาแห่งแรกกลางปีนี้

‘แพทองธาร-ฮุน มาเนต’เตรียมเปิดสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาแห่งแรกกลางปีนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.16 น.

24 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปีนี้ผู้นำไทย-กัมพูชา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประเทศไทย พร้อม นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเป็นประธานร่วมกันในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชาแห่งแรก ที่บ้านหนองเอี่ยน ซึ่งอยู่ที่ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ ตรงข้ามกับ บ้านสตึงบท ตำบลปอยเปต จังหวัดบันเตียนเมียนเจย กัมพูชา อย่างเป็นทางการ

พร้อมทั้งจะจัดการประชุมร่วมกันกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) ที่บริเวณชายแดนของไทย ที่จังหวัดสระแก้ว เพี่อติดตามความคืบหน้าในการหารือร่วมกัน ในครั้งนี้และติดตามความร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ในทุกประเด็นต่อไป

‘สุทิน’หัวเราะชอบใจ หลังมีชื่อคัมแบ็ก’รมว.กลาโหม’ พร้อมสานต่อนโยบายเดิม

'สุทิน'หัวเราะชอบใจ หลังมีชื่อคัมแบ็ก'รมว.กลาโหม' พร้อมสานต่อนโยบายเดิม

‘สุทิน’หัวเราะชอบใจ หลังมีชื่อคัมแบ็ก’รมว.กลาโหม’ พร้อมสานต่อนโยบายเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.14 น.

‘สุทิน’หัวเราะชอบใจ หลังมีชื่อคัมแบ็ก’รมว.กลาโหม’ บอกยังไม่มีสัญญาณ แต่พร้อมสานต่อนโยบายเดิม 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2568 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กระแสข่าวที่มีชื่อกลับมานั่งตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยนายสุทินหัวเราะ พร้อมบอกว่าน่าจะเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่ตนยังไม่รับการส่งสัญญาณใดๆ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมหรือไม่ หากได้กลับมานั่งตำแหน่งเดิม และสานต่อนโยบายเดิม โดยเฉพาะการจัดซื้อเรือดำน้ำ นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนตัวพร้อมทำตามนโยบายอยู่แล้ว ตอนนี้ขอรอความชัดเจนจากพรรค และนายกฯ ก่อน 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ต้องรอเซอร์ไพรส์หรือไม่ นายสุทิน หัวเราะอีกครั้ง ก่อนบอกว่ายังไม่มีอะไร 

‘ภูมิธรรม’ขอดูรายละเอียด‘กะเหรี่ยง-เมียนมา’ปะทะใกล้ชายแดนกาญจนบุรี

‘ภูมิธรรม’ขอดูรายละเอียด‘กะเหรี่ยง-เมียนมา’ปะทะใกล้ชายแดนกาญจนบุรี

‘ภูมิธรรม’ขอดูรายละเอียด‘กะเหรี่ยง-เมียนมา’ปะทะใกล้ชายแดนกาญจนบุรี

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.52 น.

‘ภูมิธรรม’ย้ำขอดูรายละเอียดเหตุ‘กองกำลังกะเหรี่ยง’ยิงปะทะ‘ทหารเมียนมา’ใกล้ชายแดนไทยฝั่งเมืองกาญจนบุรี ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากทำเกิดผลกระทบต้องเตือน

24 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงเกิดสถานการณ์การยิงปะทะกันระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงกับทหารเมียนมา ซึ่งใกล้บริเวณชายแดนไทย อ.เมือง และ อ.ไทรโยง จ.กาญจนบุรี ว่า ตนยังไม่ได้รับทราบรายงานและในรายละเอียดทั้งหมด แต่ก็ต้องดูว่าเป็นเรื่องอะไรหรือเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ส่วนจะมีการทำหนังสือประท้วงไปหรือไม่เนื่องจากใกล้กับบริเวณชายแดนของไทย  นายภูมิธรรม ย้ำว่า ขอดูรายละเอียดทั้งหมดก่อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ทุกคนทราบดีถึงวิธีการปฏิบัติ การลุกลามหรือทำให้ เกิดผลกระทบกับประเทศไทย ก็มีกระบวนการในการประสานงานอยู่แล้ว หากเลยเถิดถึงสร้างผลกระทบ ก็ต้องทำบันทึกประท้วงไปซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้าและเป็นไปตามลำดับของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น