‘ผู้พันปุ่น’ยังยืนยันสังกัดเดิม! ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่ช่วงนี้ขอ’พักการเมือง’

'ผู้พันปุ่น'ยังยืนยันสังกัดเดิม! ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่ช่วงนี้ขอ'พักการเมือง'

‘ผู้พันปุ่น’ยังยืนยันสังกัดเดิม! ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่ช่วงนี้ขอ’พักการเมือง’

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.41 น.

‘ผู้พันปุ่น’”โพสต์แจง ยันสังกัด“พักการเมือง“ ยังไม่ย้ายไปไหน บอกช่วงนี้ขอขึ้นเขาลงห้วย ฟังธรรม บินไปแข่ง Poker ตปท. 

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.20 น. น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสส.กทม.พรรคไทยรักไทย (ทรท.) อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังถูกจับตาจากกรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายการุณ โหสกุล อดีตสส.กทม.ย้ายร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม(กธ.)

โดยระบุว่า แก่แล้วครับ ช่วงนี้พักผ่อน  เลี่ยงการเมือง หันมาดูแลตัวเองหน่อย ออกกำลังกาย, เที่ยว ตจว.,ขึ้นเขาลงห้วย,ฟังธรรม, บินไปแข่ง Poker ต่างประเทศ  ไม่ได้ย้ายไปไหน ยังยืนยันสังกัดเดิม “พักการเมือง” ครับ

‘เลขากกต.’มอบอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อม ส.ก.เขตหนองจอก

'เลขากกต.'มอบอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อม ส.ก.เขตหนองจอก

‘เลขากกต.’มอบอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อม ส.ก.เขตหนองจอก

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.31 น.

‘เลขากกต.’มอบอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อม ส.ก.เขตหนองจอก ชวนประชาชนไปใช้สิทธิพรุ่งนี้ ด้าน’ปลัดกทม.’ขอให้ผู้มีสิทธิ์ออกมาเลือกตั้งให้มาก ทำประชาธิป ไตยให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภากรุงเทพมหา นคร(ส.ก.) เขตหนองจอก โดยมี นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพฯ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพฯ น.ส.พัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการสำนัก งาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพฯ น.ส.บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ และคณะ ณ ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ได้ทำการส่งมอบวัสดุเลือกตั้งให้แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จำนวน 219 หน่วย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านปฏิบัติการ เพื่อให้หน่วยเลือกตั้งสามารถดำเนินงานได้อย่างเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพในวันเลือกตั้ง
 
นายแสวง กล่าวว่า กกต.ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความครบถ้วนของอุปกรณ์และเอกสาร รวมถึงการจัดเก็บและกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งอย่างเป็นระบบและปลอดภัย พร้อมที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 ดังนั้น กกต.ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกไปใช้สิทธิเลือก ส.ก.เขตหนองจอก ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 08.00–17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

ด้าน นางวันทนีย์ กล่าวว่า จะมีการแจกจ่ายอุปกรณ์เลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(18 พ.ค.) เวลา 04.00 น. เป็นต้นไป การเตรียมความพร้อมนั้นทางกรุงเทพฯได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะทางสำนักงานเขตหนองจอกได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ จึงคาดหวังว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่าเดิมและหวังว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมตามที่ กกต. ตั้งใจไว้ ยืนยันว่าเรามีความพร้อมที่จะต้อนรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนให้มาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งส.ก. จึงขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากันให้มาก ทำประชาธิปไตยให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนเรื่องฝนที่ตกลงมาอาจเป็นอุปสรรคนั้นเราก็ได้มีความพร้อมในการรับมืออยู่แล้ว

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ประกาศยืนหยัดขอเป็นฝ่ายค้าน! มุ่งสร้างการเมืองสุจริต

'คุณหญิงสุดารัตน์'ประกาศยืนหยัดขอเป็นฝ่ายค้าน! มุ่งสร้างการเมืองสุจริต

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ประกาศยืนหยัดขอเป็นฝ่ายค้าน! มุ่งสร้างการเมืองสุจริต

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.

“ไทยสร้างไทย” ออกแถลงการณ์ขอโทษ ปชช. ปล่อยให้มีงูเห่าในพรรค เดินหน้าลงโทษจริยธรรม ด้าน “หญิงหน่อย” ยัน “อนุดิษฐ์-การุณ” จากกันด้วยดี ลั่น ไม่วางมือทางการเมือง แม้คนแห่ไหลออก 

วันที่ 17 พฤษถาคม 2568 เวลา 11.00 น. ที่โรงแรม Renaissance ราชประสงค์ กทม. คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์  หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย และแกนนําพรรค กล่าวแถลงการณ์ของพรรคไทยสร้างไทย กรณีที่มีสมาชิกพรรคไทยสร้างไทยบางส่วนได้ลาออกจากพรรค  หรือไม่ปฏิบัติตามมติพรรค ว่า ทางพรรคยอมรับว่าเกิดจากความแตกต่างทางแนวคิดตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง ซึ่งสมาชิกส่วนหนึ่งต้องการที่จะไปร่วมรัฐบาล อีกส่วนหนึ่งต้องการรักษาจุดยืนและคำมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชน โดยขอทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เรามีการประชุมกันหลายครั้ง ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคไทยสร้างไทยต้องรักษาจุดยืนอุดมการณ์ของพรรค ในการมุ่งสร้างการเมืองสุจริต  โดยพรรคไทยสร้างไทย ขอยืนหยัดทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดถือผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น จึงเกิดเหตุการณ์ อย่างที่ทุกท่านทราบว่ามี  ส.ส.บางส่วนไม่ปฏิบัติตามมติพรรค แสดงตัวไปร่วมรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการจริยธรรมของพรรค ที่มีนายโภคิน พลกุล เป็นประธาน กำลังดำเนินการตามกฎหมาย ต่อการกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงของสมาชิกที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนที่เลือกเข้ามา และไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรค   ทั้งที่พรรคได้ทุ่มเทให้เขาอย่างสุดกำลัง  จนทำให้คนเหล่านี้ได้เป็นผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ และหวังว่าเขาเหล่านั้นจะทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งในประเด็นนี้ พรรคไทยสร้างไทย ต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนในความผิดพลาดนี้ เนื่องจากเรามีเวลาน้อยมากในการหล่อหลอมอุดมการณ์ความคิด เพราะหลังจากที่พวกเราออกจากพรรคเดิม ไม่นานก็ต้องเข้าสู่การเลือกตั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายการุณ โหสกุล ที่ได้แสดงความจำนงไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการทำงานของพรรคไทยสร้างไทยแต่ประการใด เราขอแสดงความยินดีที่ทั้งสองได้ตัดสินใจไปอยู่ในที่ๆคิดว่าเหมาะสมกับตนเอง โดยทั้งสองคนได้มาแจ้งต่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หลายเดือนมาแล้ว ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ก็ไม่ขัดข้อง เข้าใจในความจำเป็น เพียงแต่ก่อนหน้านี้ทั้งสองยังไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยขอยืนยันว่า กรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ได้กระทบต่อความมุ่งมั่นของพรรคไทยสร้างไทย แต่กลับจะเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงพรรคไทยสร้างไทยให้เข้มแข็งขึ้น เพราะปัญหาที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่นี้มันยิ่งใหญ่กว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับพรรคไทยสร้างไทยมากนัก

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ประเทศไทยในวันนี้ กำลังยืนอยู่บนรอยร้าวลึกในหัวใจของคนไทยที่“หมดศรัทธา”กับการเมืองไทย เพราะบ้านเมืองนี้ถูกกัดกร่อนจากนักการเมืองสกปรก  และ ระบบสีเทา เราเห็นนักการเมืองที่ไม่เคยยึดประโยชน์ประชาชน เราเห็นระบบที่เปิดทางให้ทุนสีเทาเข้ามายีดเศรษฐกิจไทย กฎหมายถูกบิดเบือน การใช้อำนาจเพื่อเอื้อพวกพ้อง การทุจริต กลายเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราชาชิน จนทำให้คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม หนี้สินท่วมหัว   ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศตกต่ำ แถมด้วยยาเสพติด การพนัน ที่ผิดกฎหมายแต่เข้าถึงคนไทยได้ง่ายยิ่งกว่าเข้าร้านสะดวกซื้อ เป็นประเทศที่เสมือนไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดๆได้ เราเข้าใกล้การเป็นรัฐล้มเหลวเต็มทีแล้ว ประเทศไทยไม่ควรอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทั้งที่ประเทศไทยเต็มไปด้วยทรัพยากร เรามีคนเก่ง และคนดีมากมาย แต่กลับติดหล่มเพราะระบบการเมืองที่เน่าเฟะ ใช้เงินซื้อเสียง  ซื้อ สส. แล้วก็เข้าไปโกง อย่างมโหฬาร ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง รื้อระบบสีเทา ที่เต็มไปด้วยการทุจริต  พรรคไทยสร้างไทย เราจะไม่ยอมจำนน   

พรรคไทยสร้างไทยไม่ใช่พรรคของใครบางคน แต่คือพรรคของประชาชนที่ไม่ทน  กับความเหลวแหลกตกต่ำที่กำลังครอบงำประเทศ   เราขอเชิญชวนคนดี คนมีความรู้ และกล้าสู้ มารวมพลังเป็นแสงสว่างฉายลงไปบนความมืดมิดของการเมืองไทย เพื่อกู้วิกฤตเศรษฐกิจ    ทวงคืนเงินในกระเป๋าของประชาชน แก้หนี้อย่างเป็นระบบ ทุ่มกำลังฟื้นฟูการผลิต ปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรม High Tecnology ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกพลิกฟื้น  SMEs ให้เข้มแข็งปฏิรูปการศึกษา พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นทางออกที่สำคัญที่จะทำให้คนไทยมีรายได้สูงขึ้น พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจไทย  กอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ  เพื่อทำให้การท่องเที่ยวกลับคืนมา โดยเฉพาะ ในด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมต้องถูกฟื้นฟู สยามเมืองยิ้มต้องกลับมาเพื่อคืนความสุขให้คนไทย เป้าหมายไทยสร้างไทยคือ สร้างการเมืองสุจริต สร้างเศรษฐกิจดี สร้างไทยให้โดดเด่น กล้าผ่าโครงสร้างที่ฉุดรั้งประเทศ   ส่งเสริมสถาบันหลักให้เข้มแข็ง

“พรรคไทยสร้างไทย ขอยืนยันว่าเราจะไม่มีวันยอมแพ้ ต่อระบบที่กำลังทำร้ายประเทศไทย   แต่เราทำงานใหญ่นี้เพียงลำพังไม่ได้   จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ยังเชื่อใน   ความถูกต้อง มาร่วมกันสร้าง การเมืองสุจริต   มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทยไปกับพรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้ทุกคนรอดในวิกฤตนี้” คุณหณิงสุดารัตน์กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี น.อ.อนุดิษฐ์และนายการุณ ถือว่าจากกันด้วยดีใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เขามาหาพี่หลายครั้ง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  จนเมื่อไม่นานมานี้ก็มาพูดให้ฟัง  ซึ่งตนก็ไม่ได้ขัดขวางใดๆ  เขาเป็นน้อง และเมื่อเขาเห็นว่ามีพรรคที่เหมาะสมกับเขา ตนก็ต้องสนับสนุนและยินดี และไม่มีปัญหาเพราะเรามีบุคลากรมากมาย รวมถึงคนที่เข้ามาใหม่มาร่วมกันทำงาน พรรคไทยสร้างไทยก็เหมือนพรรคการเมืองอื่นๆ ช่วงนี้มีคนเข้าคนออก  แต่เราก็จะทำงานต่อไป เพราะจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่คน   แต่อยู่ที่ว่าพรรคยังรักษาอุดมการณ์หรือนโยบายดีๆหรือไม่   

เมื่อถามว่า นอกจาก 2 คนดังกล่าวแล้ว ยังมีคนอื่นๆ มาแจ้งว่าจะไปร่วมงานกับพรรคอื่นหรือไม่  คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่าไม่มี  ก่อนจะหันไปถามแกนนำและสมาชิกพรรคที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่ามีหรือไม่ ซึ่งทุกคนหัวเราะและตอบว่าไม่มี     

เมื่อถามว่า ส่วนตัวยังเดินหน้าทำการเมืองหรือไม่ต่อไปใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ทำค่ะ หลายคนบอกว่าน่าจะหยุดได้แล้ว โดยเฉพาะคนในครอบครัว แต่ขณะเดียวกัน ในครอบครัวเองเมื่อเห็นปัญหาของประเทศเป็นแบบนี้  ก็อยากให้ตนทำพรรคนี้   และเมื่อถามย้ำว่ายังไม่คิดวางมือทางการเมืองใช่หรือไม่ แม้ว่าจะมี สส  หลายคนทิ้งพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไม่มีปัญหา  ต้องแยกแยะ เพราะช่วงหลังเลือกตั้ง มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน  ซึ่งเรามีการถกกันหลายรอบ ดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่คนอยากไปร่วมรัฐบาลก็ต้องพยายามหาทางไปร่วมรัฐบาล ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ทำงานให้กับพรรค และเราไม่คิดว่าจะต้องเป็นศัตรูกัน   อย่างไรก็ตามหากมีความผิดร้ายแรง เราก็ต้องดำเนินการตามกฏหมายจริยธรรม    

เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์เคยระบุว่าการตั้งพรรคไทยสร้างไทย เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้าย ถือว่าขาดทุนหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องขอโทษประชาชน แต่มีข้อจำกัดของเวลาในการหล่อหลอมให้คนมีอุดมการณ์เดียวกัน ถือว่าเป็นความผิดพลาด 

อย่างไรก็ตาม หากมีคนไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของพรรค เขาจะออกไปก็ไม่เดือดร้อนอะไรกับคนที่ยังอยู่ สำหรับพรรคไทยสร้างไทย เราไม่ได้มองว่าเป็นการขาดทุนทางการเมือง เรื่องคนไม่ใช่ปัญหา จุดยืนและอุดมการของพรรคคือแก่นหลักของพรรค ดังนั้นย้ำว่าไม่มีปัญหา และพรรคไทยสร้างไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนนึง วันหนึ่งตนอาจจะเสียชีวิต หรือคนหนึ่งอาจจะไม่อยู่ ก็ไม่เป็นไร เพราะพรรคนี้มีไว้สำหรับคนที่ทนปัญหาของประเทศไม่ได้  

เมื่อถามถึงการโหวตพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569  แล้วมีสมาชิกพรรคโหวตสวนมติฝ่ายค้านอีก จะมีมาตรการอย่างไรคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตนได้พูดไปแล้ว แต่เค้าจะโหวตอย่างไร ต้องไปถามเขา ส่วนจะมีมาตรการขับพ้นพรรคหรือไม่   คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าไม่ขับ ทั้ง  6 คนก็ยังเป็นสมาชิกพรรค

ประเทศเดียวในโลก! นักโกงเมืองไม่ต้องติดคุก จับตา! คำตัดสินศาลปกครองสูงสุด 22 พ.ค.

ประเทศเดียวในโลก! นักโกงเมืองไม่ต้องติดคุก จับตา! คำตัดสินศาลปกครองสูงสุด 22 พ.ค.

ประเทศเดียวในโลก! นักโกงเมืองไม่ต้องติดคุก จับตา! คำตัดสินศาลปกครองสูงสุด 22 พ.ค.

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.45 น.

ประเทศเดียวในโลก! ‘สมชาย แสวงการ’อดีตสมาชิกวุฒิสภา บอก นักโกงเมืองทุจริตไม่ต้องนอนคุก ไม่เคยถูกยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน22 พค.นี้ ติดตามความศักดิ์สิทธิที่ศาลปกครองสูงสุด

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก Somchai Swangkarn ระบุว่าประเทศเดียวในโลก #ประเทศกูมี นักโกงเมืองทุจริตไม่ต้องนอนคุก ไม่เคยถูกยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน (จริง) 22 พค.นี้ ติดตามความศักดิ์สิทธิที่ศาลปกครองสูงสุด

‘ธนกร’จี้’ผบ.ตร.-รัฐบาล’ เอาจริงกวาดล้างเว็บพนัน หลังพบเครือข่ายใช้เงินสีดำบริจาควัด-ใช้ทุ่มเลือกตั้ง

'ธนกร'จี้'ผบ.ตร.-รัฐบาล' เอาจริงกวาดล้างเว็บพนัน หลังพบเครือข่ายใช้เงินสีดำบริจาควัด-ใช้ทุ่มเลือกตั้ง

‘ธนกร’จี้’ผบ.ตร.-รัฐบาล’ เอาจริงกวาดล้างเว็บพนัน หลังพบเครือข่ายใช้เงินสีดำบริจาควัด-ใช้ทุ่มเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.17 น.

“ธนกร” จี้ ผบ.ตร.-รัฐบาลเอาจริงกวาดล้างเว็บพนันออนไลน์ หลังพบเครือข่ายใช้เงินสีดำบริจาควัด-ใช้ทุ่มเลือกตั้ง ชี้ชัด กระบวนการฟอกเงินครบวงจร  ฝาก จนท.ปราบให้สิ้นซาก ลั่น ต้องขุดรากถอนโคนทุกวงการ กู้วิกฤตศรัทธา


วันที่ 17 พ.ค. 2568 นายธนกร  วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชี รายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวว่า  ตนได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่และสื่อออนไลน์ก็ได้ตีแผ่ข้อมูลความเชื่อมโยงเกี่ยวกับ เครือข่ายกลุ่มวัยรุ่นที่เปิดเว็บพนันออนไลน์ บ่อน และหวยใต้ดิน โดยนำเงินสดจำนวนหลายล้านบาท บริจาคเข้าวัด ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้ประกอบอาชีพใด ได้เงินมาจากช่องทางไหน มาโดยสุจริตหรือไม่ ซึ่งพบหลายพื้นที่ทั้งในจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด รวมไปถึงในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเมื่อสื่อตรวจสอบเบื้องต้นก็พบความเชื่อมโยงว่าคนเหล่านี้เป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด 
โดยพฤติกรรม กลุ่มวัยรุ่นเครือข่ายเว็บพนัน ดังกล่าวมีการนำเงินสดเข้าไป บริจาคที่วัด รวมถึงพบว่าใช้เงินเป็นทุนในการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายพื้นที่ที่ผ่านมาด้วย 

ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยัง  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และตำรวจไซเบอร์ เร่งปราบพวกเว็บพนันที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการบริจาคเงินเข้าวัดและนักการเมืองอย่างจริงจังเด็ดขาด อย่านิ่งเฉย เพราะจะสร้างความเสียหายแก่สังคมและประเทศชาติในทุกแวดวง ทั้งวงการสงฆ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้วัดชื่อดังถูกมองกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน เช่นเดียวกับการใช้เงินผิดกฎหมายมาทุ่มซื้อเสียงเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นและเลือกตั้งระดับชาติ ทำให้การเมือง ทำให้การเมืองอยู่ในวงจรอุบาทว์ ใครมีทุนหนาก็ชนะเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจับกุมไม่ได้ 

“ขอให้รัฐบาลและผบ.ตร.เอาจริง ขุดรากถอนโคนเครือข่ายเว็บพนันที่ใช้เงินเข้าไปเชื่อมโยงกับการเมือง ลุกลามเข้าไปถึงวัดวาอาราม ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสื่อมศรัทธาในแวดวง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายเอง หากนิ่งเฉยดูดาย ไม่จริงจังในการปราบปราม และยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการด้วย จึงขอให้ ผบ.ตร.เร่งสะสางวงการสีกากีไปด้วยพร้อมกัน เพื่อกอบกู้วิกฤตประชาชนเสื่อมศรัทธา และเว็บพนันเหล่านี้ถือเป็นขบวนบ่อนทำลายชาติ ทำลายเด็กวัยรุ่น เยาวชนและประชาชน ให้ตกเป็นทาสการพนัน คิดดูว่าอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หากผู้ใหญ่ไม่ปราบปรามจริงจัง อย่าให้ประชาชน“นายธนกรย้ำ 

‘นฤมล’ ย้ำ ‘กล้าธรรม’ไม่ใช่สาขาพรรคใคร เผยสาเหตุ’ธรรมนัส’ พบ ‘ทักษิณ’

'นฤมล' ย้ำ 'กล้าธรรม'ไม่ใช่สาขาพรรคใคร เผยสาเหตุ'ธรรมนัส' พบ 'ทักษิณ'

‘นฤมล’ ย้ำ ‘กล้าธรรม’ไม่ใช่สาขาพรรคใคร เผยสาเหตุ’ธรรมนัส’ พบ ‘ทักษิณ’

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.58 น.

”นฤมล“ยืนยัน กล้าธรรม ไม่ใช่สาขาพรรคใคร เดินหน้าขยายครอบครัวให้ใหญ่และเข้มแข็ง บอกเหตุ”ธรรมนัส”พาพบ “ทักษิณ” แค่เคยสังกัดพท.มาก่อน ต้องไปลามาไหว้อดีตผู้นำพรรค  มอง”เท้ง“ท้าเปิดชื่อ สส.เตรียมย้ายพรรค เป็นความคิดส่วนตัว ย้ำ ต้องให้เกียรติคนที่จะเข้ามาด้วย 

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.เวลา 10.00 น.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.)ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคกล้าธรรมกำลังขยับขับเคลื่อนนโยบายของพรรคในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเราไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะในภาคของการเกษตรเท่านั้น แต่ภาคการศึกษาก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ภาคกล้าธรรมให้ความสำคัญเพื่อนำไปสู่ในการพัฒนาประเทศ โดยเรามีนายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เป็นคนขับเคลื่อนโดยร่วมกับข้าราชการครูทั่วประเทศอีกกว่า 50 ท่าน ซึ่งจะนำมาสู่นโยบายที่ถูกต้องโดนใจครู นิสิต นักเรียน ถือเป็นการเตรียมพร้อมของพรรค ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราก็มีความพร้อมเสมอ 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน  (ปชน.)ท้าเปิดรายชื่อ สส.ที่จะย้ายมาพรรคกล้าธรรม นางนฤมล กล่าวว่า ก็เป็นความเห็นส่วนตัวของหัวหน้าพรรคประชาชน ในส่วนของพรรคกล้าธรรม เราต้องให้เกียรติทุกคนที่จะเข้ามาร่วมงานกับเรา ในการที่พิจารณาตัดสินใจจะเข้ามา เราไม่ได้คิดจะมาเล่นเกมอะไรอย่างที่ฝ่ายค้านมอง เราพร้อมที่จะเปิดกว้างรับผู้ที่มีอุดมการณ์ตรงกับเรา ไม่มีเขา ไม่มีเรา ไม่มีพวกใด ๆ ทั้งสิ้น 

“เป้าหมายของเรา ไม่ได้คิดจะทำเพื่อประโยชน์ของพรรคกล้าธรรม แต่เรายึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เราไม่ได้สร้างคำพูดสวยหรู แต่เราเป็นแบบนั้นจริงๆวันนี้ดิฉันกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ หากมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราก็พร้อมที่จะลงไปช่วยแก้ไข ซึ่งเป็นมาตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่เป็น รมว.เกษตรฯ ก็เป็นเช่นนี้  เราพร้อมที่จะลงไปแก้ปัญหาทุกพื้นที่ และเชื่อว่า ถ้านักการเมืองทุกคนทำงานแบบนี้ประชาชนก็จะได้ประโยชน์”

เมื่อถามว่าการที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงการย้ายพรรคของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล อดีต สส. กทม พรรคเพื่อไทย จะถูกมองว่า พรรคกล้าธรรมเป็นสาขาพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ตนยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมคือ พรรคกล้าธรรม ไม่ใช่สาขาพรรคใดแน่นอน และเราก็จะสร้างบ้านและครอบครัวของเราขยายไปเรื่อย ๆ อย่างเข้มแข็ง

“ทั้ง 2 ท่าน มาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเพราะมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน เป็นพรรคที่ตรงใจกับเขาในการที่จะช่วยเหลือประชาชนเหมือนกัน ไม่ใช่จะต้องวิ่งไปหาฝ่ายเดียวกันเท่านั้นที่จะช่วยได้ ส่วนการพูดคุยกับท่านทักษิณ เนื่องจากทั้ง 2 ท่าน เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยมาก่อน ดังนั้น วัฒนธรรมของคนไทยก็ต้องไปลามาไหว้ผู้บริหารพรรคและผู้ที่เคยดูแลมาก่อนเป็นธรรมดา“นางนฤมล กล่าว

‘นฤมล’ลุยนโยบายการศึกษากล้าธรรม ระดมความเห็นแก้ปัญหา ปลื้มหลายคนทยอยย้ายเข้าพรรค 

'นฤมล'ลุยนโยบายการศึกษากล้าธรรม ระดมความเห็นแก้ปัญหา ปลื้มหลายคนทยอยย้ายเข้าพรรค 

‘นฤมล’ลุยนโยบายการศึกษากล้าธรรม ระดมความเห็นแก้ปัญหา ปลื้มหลายคนทยอยย้ายเข้าพรรค 

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.46 น.

“นฤมล”เปิดสัมมนาขับเคลื่อนร่างนโยบายด้านการศึกษา ย้ำ “กล้าธรรม” พร้อมดูแลทุกเรื่องไม่ใช่แค่ภาคเกษตรฯ เผย ไม่ต้องการเขียนนโยบายในห้องแอร์ แต่ต้องสะท้อนจากปัญหาจริง ให้ตรงใจผู้ใช้

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.เวลา 09.30 น.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.)เปิดการสัมมนาขับเคลื่อนร่างนโยบายด้านการศึกษาพรรคกล้าธรรมว่า ที่ผ่านมาในอดีตแม้จะอยู่คนละพรรคการเมืองแต่กับครูปรีดา แต่เราก็ทำงานร่วมกันด้วยอุดมการณ์ในด้านการการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยครูปรีดาให้ความสำคัญกับนโยบายทางด้านการการศึกษารวมไปถึงแก้ปัญหาในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะสร้างเด็กและเยาวชนของเราให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน 

นางนฤมล กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาอยู่พรรคเดียวกัน ตนก็ดีใจมากที่ครูปรีดาเสนอตัวมาทำงานทางด้านนโยบายการศึกษาให้กับพรรค ซึ่งเป็นแนวทางที่ทางพรรคต้องการให้เกิดขึ้นอยู่เราไม่ต้องการเขียนนโยบายจากในห้องแอร์ โดยที่ไม่มีผู้ที่มีส่วนร่วมเข้ามาเสนอแนะแนวทาง วันนี้พรรคจึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาเป็นระดมความคิด และต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละรับมาเป็นคณะทำงานให้กับพรรคกล้าธรรม ขณะนี้พรรคกล้าธรรมมีหลายท่านทยอยเข้ามาร่วมกับพรรค และเราก็จะมีเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อย ๆ  รวมไปถึงคณะทำงานทั้ง 50 ท่านในวันนี้ที่จะมาร่วมอุดมการณ์กับเรา ถือว่าทุกท่านเป็นครอบครัวของพรรคกล้าธรรมแล้ว 

”อาจารย์มีวันนี้ได้เพราะการการศึกษา เพราะเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีความร่ำรวยเป็นชนชั้นกลาง ค่อนไปทางยากจน จึงรู้สึกมาตลอดว่า เราต้องตั้งใจเรียนเพราะไม่อยากโตมาลำบาก โดยเชื่อว่าการศึกษาจะเป็นการให้โอกาสกับชีวิตของเรา เรามีทุกอย่างในวันนี้ก็เพราะมาจากการศึกษาและจากทุนการศึกษาที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ดังนั้น ถ้ามีโอกาสเราก็ต้องตอบแทนให้กับพี่น้องประชาชน“นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า วันนี้เรามาสร้างบ้านหลังใหม่ที่กล้าธรรม เราเห็นว่า การศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญที่เราดูแล นอกเหนือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราจะได้ลงพื้นที่ไปขยายผลในแต่ละภูมิภาคต่อไป จนเกิดเป็นนโยบายที่ถูกใจผู้ที่จะต้องนำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรครู นักเรียน นักศึกษา และฝ่ายการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราอยากได้นโยบายที่เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น การศึกษาของภาคใต้ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งที่ไม่เหมือนกับภูมิภาคอื่น ซึ่งตรงนี้ผู้บริหารส่วนกลางคงจะไม่มีศักยภาพที่จะไปเขียนให้ตรงกับใจและความต้องการของแต่ละพื้นที่ จึงต้องขออาศัยทุกท่านในที่นี้ที่จะมาร่วมพัฒนาการศึกษาของไทยด้วยกัน

ด้านนายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า คณะทำงานทุกท่านต้องขอบคุณท่านหัวหน้าพรรคที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาจึงได้มาเป็นประธานในวันนี้ โดยการศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างคนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งวันนี้เรามาระดมความคิดเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของพรรค โดยมีข้าราชการครูทั้งประจำและเกษียณอายุ มาสะท้อนปัญหาและหาแนวทางในการแก้ไขให้กับลูกหลานเยาวชนของคนไทย โดยเมื่อพิจารณาเสร็จเราจะทำเป็นกรอบนโยบาย เพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป

สินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ต่อเนื่อง ปี68’ม.ค.-มี.ค.’พุ่งกว่าแสนล้าน

สินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ต่อเนื่อง ปี68'ม.ค.-มี.ค.'พุ่งกว่าแสนล้าน

สินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ต่อเนื่อง ปี68’ม.ค.-มี.ค.’พุ่งกว่าแสนล้าน

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.11 น.

สินค้าเกษตรไทยยังได้รับความนิยม สร้างรายได้ต่อเนื่อง เผย มูลค่าส่งออกตลาดโลก -อาเซียน ปี68 (ม.ค.-มี.ค.)พุ่งกว่าแสนล้านบาท 

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยในตลาดโลก พบว่า ประเทศไทยยังคงสามารถรักษาศักยภาพทางการค้าและการส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรกับตลาดโลกสูงถึงกว่า2.5 ล้านบาท โดยแยกเป็น มูลค่าส่งออก จำนวน 1,801,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 137,822 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.28 สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาด และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยในตลาดอาเซียน 9 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม สินค้าเกษตรของไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตลาดอาเซียนจำนวน 410,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 3.60 

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ของปี 2567 ได้แก่ 1.ข้าว มูลค่า 46,065 ล้านบาท 2.น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่น ๆ มูลค่า 38,211 ล้านบาท 3.น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส มูลค่า 27,577 ล้านบาท 4.น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ มูลค่า 22,434 ล้านบาท และ 5.เครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 19,022 ล้านบาท ส่วนตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.มาเลเซีย มีมูลค่าการส่งออก 77,321 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.82 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน 2.อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 68,428 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.66 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน และ 3.กัมพูชา มีมูลค่าการส่งออก 62,826 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.29 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

นายอนุกูล กล่าวต่อว่า สำหรับในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2568 สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร และยางพาราธรรมชาติของไทยในตลาดอาเซียน มีมูลค่าการค้ารวมเท่ากับ 160,067 ล้านบาท จำแนกเป็น มูลค่าส่งออก 100,491 ล้านบาท มูลค่านำเข้า 59,576 ล้านบาท ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 40,915 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ มูลค่า 11,656 ล้านบาท 2.น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่น ๆ มูลค่า 9,910 ล้านบาท 3.น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส มูลค่า 6,355 ล้านบาท 4.เครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 4,785 ล้านบาท และ 5.อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ มูลค่า 4,309 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.มาเลเซีย มีมูลค่าการส่งออก 17,442 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.34 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน 2.อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 16,435 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน และ 3.กัมพูชา มีมูลค่าการส่งออก 16,237 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.16 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

“ภาพรวมทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ไทยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดเกษตรโลก โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ ทั้งในแง่ของมูลค่าการส่งออก ความหลากหลายของสินค้า และการได้เปรียบดุลการค้า ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาและผลักดันภาคเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายอนุกูล กล่าว

รัฐบาลคุมเข้มปล่อยบั้งไฟใกล้สนามบิน ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 5 ปี

รัฐบาลคุมเข้มปล่อยบั้งไฟใกล้สนามบิน ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 5 ปี

รัฐบาลคุมเข้มปล่อยบั้งไฟใกล้สนามบิน ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 5 ปี

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.08 น.

รัฐบาลคุมเข้มมาตรการปล่อยบั้งไฟใกล้รัศมีสนามบิน ประเพณีและความปลอดภัยต้องควบคู่กันฝ่าฝืนโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เตรียมพร้อมมาตรการและประชาสัมพันธ์มาตรการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน หรือวัตถุอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟของท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป มีการแข่งขันความสูงของบั้งไฟ ทำให้มีความสูงเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก และเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่ออากาศยาน รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายคารม กล่าวว่า เทศกาลบุญบั้งไฟประจำปี 2568 รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยที่ได้กำหนดไว้ในคู่มือการดำเนินงานสนามบิน เพื่อให้ผู้ขออนุญาตจุดบั้งไฟเกิดความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติ งดจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน หรือวัตถุอื่นที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศในพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศและพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น – ลงของเครื่องบิน และบริเวณโดยรอบท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับอากาศยาน และการมองเห็นของนักบินในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ

นาคารมกล่าวต่อว่า ผู้ใดจะทำการจุดบั้งไฟต้องทำหนังสือขออนุญาตการขอจุดบั้งไฟกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประจำตำบล อำเภอ หรือจังหวัด จากนั้น ให้เจ้าหน้าที่แจ้งหนังสือขออนุญาตการจุดให้ท่าอากาศยานใกล้เคียงทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 – 15 วันทำการ โดยระบุชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อผู้ประสานงานการจุดบั้งไฟอย่างน้อย 2 คน พร้อมพิกัดการปล่อยบั้งไฟอย่างละเอียดโดยระบุ ละติจูด ลองจิจูด เพื่อนำไปประกอบการออกประกาศแจ้งเตือนนักบิน รวมถึงเฝ้าติดตามการติดต่อจากศูนย์ควบคุมการบินตลอดเวลาที่จุดและปล่อยบั้งไฟ

“หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการทำให้อากาศยานในระหว่างบริการเสียหายจนไม่สามารถทำการบินได้ หรืออาจเกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างบิน ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 800,000 บาท ตามมาตราที่ 59/1 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497” นายคารม ระบุ

อย่าเปิดประตูง่ายๆ! ‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’หวั่นเจรจาภาษีสหรัฐฯ ทำเกษตรกรไทย’หลังหัก’

อย่าเปิดประตูง่ายๆ! 'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'หวั่นเจรจาภาษีสหรัฐฯ ทำเกษตรกรไทย'หลังหัก'

อย่าเปิดประตูง่ายๆ! ‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’หวั่นเจรจาภาษีสหรัฐฯ ทำเกษตรกรไทย’หลังหัก’

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.50 น.

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568  นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง “กระดูกสันหลังหักแน่” ระบุว่า น่ากลัว การเจรจาเรื่องภาษีที่ไทยกำลังเจรจากับสหรัฐ. อย่ายอมเปิดตลาดไทยให้สินค้าเกษตรอเมริกันแบบอ้าซ่า โดยไม่มีเงื่อนไขเด็ดขาด

สินค้าเกษตรอเมริกันอาจมีปัญหาจีเอ็มโอ ที่มีการตัดต่อพันธุกรรม อาจเป็นผลร้ายต่อผู้บริโภคชาวไทยแต่ประการสำคัญ สินค้าเกษตรจากอเมริกาจะดั๊มตลาดไทย จนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำและรัฐบาลก็ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ เกษตรกรจะเจอสึกสองด้นทั้งจีนและอเมริกา

สินค้าอีกตัวที่เข้ามาได้คือเนื้อหมูที่อเมริกาอยากให้เราเปิดตลาดมานานแล้ว ปัจจุบันก็มีการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูชำแหละเข้าประเทศอยู่แล้ว คนเลี้ยงหมูตายแน่คราวนี้

เกษตรกรที่ถูกเชิดชูเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจ เพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม คงมีอยู่แต่ในเนื้อเพลง แต่เกษตรกรตัวจริงหลังหักไปแล้ว.