เจริญพระพุทธมนต์ฉลอง 97 ปี ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร หญิงเก่งผู้อุทิศตัวเพื่อสังคม

เจริญพระพุทธมนต์ฉลอง 97 ปี ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร หญิงเก่งผู้อุทิศตัวเพื่อสังคม

เจริญพระพุทธมนต์ฉลอง 97 ปี ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร หญิงเก่งผู้อุทิศตัวเพื่อสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับเป็นอีกหนึ่งผู้หญิงเก่งมากความสามารถที่มีจิตใจมุ่งมั่นในการอุทิศตนเพื่อสังคมและประเทศชาติสำหรับ ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร อดีตนายกสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ  และคณะกรรมการมูลนิธิ สมาคมอีกมากมาย ในวันคล้ายวันเกิด 24 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาจึงมีกัลยาณมิตรมากมาย มาร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และแสดงมุทิตาจิตอวยพรวันเกิดอายุ 97 ปี กันอย่างเนื่องแน่น ซึ่งจัดขึ้นในพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

พระศรีศากยมุนี พระประธานภายในวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวรารามฯ

พระมงคลสุตาคม ประธานสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสุทัศนฯ รวม 9 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์

ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร เจ้าของวันเกิดถวายภัตตาหารและเครื่องไทยทานแก่คณะสงฆ์

พระมงคลสุตาคม มอบพระพุทธรูปเป็นที่ระลึกแก่เจ้าของวันเกิด

ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร พร้อมหน้าลูกหลาน (นั่ง) สุจีปภา สิงโตกุล – สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร (ยืน) รัตนผล สิงโตกุล, ดลปพรพรรณ โชคจรัสพิริยะ, กฤตพล สิงโตกุล, และ ธนเศรษฐ์ โชคประสพ

ในการนี้ได้รับความกรุณาจาก พระมงคลสุตาคม เจ้าขณะเขตคลองสามวาและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสุทัศนฯ รวม 9 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีกัลยาณมิตรและผู้ที่เคารพรักเจ้าของวันเกิดมาร่วมงาน อาทิ สายพิณ พหลโยธิน, มุกดา เอื้อวัฒนสกุล จิราธิวัฒน์, ดร.สุบิน ปิ่นขยัน, รศ.จินตนา-ศ.กิตติคุณ ดร.สุจิต บุญบงการ,ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์, มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม ร่วมงาน และได้ลูกๆ สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร และ สุจีปภา สิงโตกุล เป็นแม่งานและต้อนรับแขก สร้างความปิติยินดีแก่เจ้าของวันเกิดเป็นอย่างยิ่ง

เครือญาติร่วมอวยพร โสภิตสุดา อรรถศาสตร์, เสาวนีย์ ฤทธิรงค์, พล.อ.ท.สมศักดิ์ ไทยเพ็ชร, จันทิมา ไทยเพ็ชร, สุนันทา  ไทยเพ็ชร และ พล.ร.ท.ชมฤดี ชุตาภา

กลุ่มเพื่อน New Wave ผู้พิพากษาศาลเยาวชน์และครอบครัวกลาง กรุงเทพ นำโดย สายพิณ พหลโยธิน, ศรีวรรณา เจียรวัฒนชัย, สุพรรรัศมิ์ ศิริหงส์, กัลยารัตน์ บุญเพิ่ม, พิชยา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต และ อรวรรณ ศิริภักดี

จิตรลดา ศิริหงษ์, มุกดา เอื้อวัฒนสกุล จิราธิวัฒน์ และพนิดา ชินสุวพลา​ 

รศ.จินตนา-ศ.กิตติคุณ ดร.สุจิต บุญบงการ, ดร.ศุลีพร – พล.ต.อภิชาติ จูภาวัง และระบิล สนิทวงศ์ฯ ร่วมอวยพรขจิตพรรณ ไทยเพ็ชรโดยมีลูกสาว ทธิกัญญา ไทยเพ็ชร และ สุจีปภา สิงโตกุล ช่วยคุณแม่รับแขก

ดร.สุบิน ปิ่นขยัน

อ้อยทิพย์ – ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์

จอห์น – จารุวรรณ ทองคำ

นอกจากจะประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์แล้ว สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร ลูกสาวคนเก่ง ยังได้จัดสร้างทางลาดไว้ที่ประตูด้านหลังของพระวิหารหลวงถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 97 ปี คุณแม่ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกขึ้นบันไดหน้าพระวิหารหลวง

สมศรี เมฆธน, สุรพล นิยมมาลัย, วรินดา ตีรณสาร, ดร.ธนณัฏฐ์ แจ้งสาลี และ สมเกียรติ แซ่คู

ฑิตย – ดร.ภาณุ บุญสมบัติ

ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ และ มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม

สุรวัฒน์ ชมพูพงษ์ และจัตรตุพล ชมพูพงษ์

มุกดา เอื้อวัฒนสกุล จิราธิวัฒน์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครฯ นำสมาชิก รวีวรรณ แจ้งเจนกิจ, สรรเสริญ ศักดาประยูร, ดร.ธนันท์พร ปราบชนะ, ชุลีกร ตั้งเขื่อนขันธ์ และ ศิริวรรณ ศักดาประยูร ร่วมแสดงมุทิตาจิต

อรวรรณ ศิริภักดี, ดร.ชุตินันท์ สนั่นเสียง แล กัลยารัตน์ บุญเพิ่ม

ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์, เบจมาศ รุจิรวงศ์ , มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม และ รวีวรรณ แจ้งเจนกิจ

ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร พร้อม 2 ลูกสาวคนเก่ง สุจีปภา สิงโตกุล และ สุทธิกัญญา ไทยเพ็ช

สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชรไหว้อัฐิคุณพ่อ เสน่ห์ ไทยเพ็ชร บรรจุใต้ฐานพระพุทธรูปในระเบียงคด

ทางลาดด้านหลังพระวิหารหลวง สร้างถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร

ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร อดีตนายกสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่นในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยยึดสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะในนามสมาคมหรือมูลนิธิต่างๆ ในทางส่วนตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ขจิตพรรณ ยังได้ปลูกฝังไปยังลูกหลาน ให้เป็นผู้มีความเสียสละและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมเช่นกัน ด้วยจิตใจอันดีงามนี้จึงส่งผลให้ ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร ในวัย 97 ปี จึงยังมีร่างกายและจิตใจที่แจ่มใสแข็งแรง เป็นที่เคารพรักของผู้คนมากมาย

เปลี่ยนหัวลำโพงเป็นเวที Red Bull Dance Your Style รอบชิงชนะเลิศ

เปลี่ยนหัวลำโพงเป็นเวที Red Bull Dance Your Style รอบชิงชนะเลิศ

เปลี่ยนหัวลำโพงเป็นเวที Red Bull Dance Your Style รอบชิงชนะเลิศ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับค่ำคืนที่น่าจดจำ ซึ่งเต็มไปด้วยการแสดงอันเร้าใจและการแข่งขันที่เข้มข้น เมื่อประเทศไทยเตรียมจัดการแข่งขัน Red Bull Dance Your Style รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ  วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 เริ่มงานเวลา 18:00 น. ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง

พบกับ 16 สุดยอดนักเต้นที่ผ่านการคัดเลือกจากการแข่งขันรอบ Open Qualifiers และ Wildcard ที่จะมาประชันฝีมือกันแบบตัวต่อตัวในการแบทเทิลเต้นสุดดุเดือด คว้าโอกาสสุดพิเศษในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Red Bull Dance Your Style World Final ที่ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในเดือนตุลาคม นี้ พบกับกลุ่มศิลปินฮิปฮอปลูกครึ่งไทย-อเมริกัน Thaitanium, แร็ปเปอร์และนักร้องอาร์แอนด์บีลูกครึ่งสวิส-ไทย Tobii และแร็ปเปอร์ชื่อดังชาวไทย Younggu เตรียมขึ้นเวทีพร้อมโชว์สุดพิเศษจากเพลงฮิตติดชาร์ตของพวกเขา

การแข่งขัน Red Bull Dance Your Style ท้าทายให้นักเต้นทุกคนก้าวข้ามขีดความสามารถของตัวเอง กับการดวลเต้นฟรีสไตล์แบบตัวต่อตัว เวทีนี้เปิดโอกาสให้นักเต้นทุกคนได้โชว์พรสวรรค์ สไตล์การเต้นที่โดดเด่น และประชันสเต็ปกันแบบสดๆ ให้เข้ากับดนตรีที่คาดเดาไม่ได้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเพลงฮิตติดกระแสหรือเพลงคลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งแตกต่างจากการแข่งขันเต้นทั่วไป เพราะผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินผู้ชนะในแต่ละรอบนั้น คือเสียงของผู้ชมทั้งหมดในงาน

ร่วมเป็นสักขีพยานความมันส์แบบสดๆ ที่เวที  Red Bull Dance Your Style National Final Thailand วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 เริ่มงานเวลา 18:00 น. (เข้างานได้ฟรีตั้งแต่เวลา 15.30 น.) ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพงติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้บนช่องทางโซเชียลของ Red Bull (TikTok | Instagram | Facebook) และบนเว็บไซต์ และช่องทางของ Red Bull Dance (TikTok | Instagram)

‘ดีพร้อม’ เดินหน้าปั้น Hero Brand เครื่องสำอางและความงามไทย

‘ดีพร้อม’ เดินหน้าปั้น Hero Brand เครื่องสำอางและความงามไทย

‘ดีพร้อม’ เดินหน้าปั้น Hero Brand เครื่องสำอางและความงามไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าปั้น Hero Brand อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย หนุนพลัง Soft Power แฟชั่นไทย พร้อมยกระดับภูมิปัญญาสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ตอบโจทย์ตลาดโลก

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการเปิดงาน “Embodying Beauty : The Hero Within” ภายใต้กิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย โดยมี นางอัจฉรา อัมพุช ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น กล่าวต้อนรับ และ นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ร่วมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรงค์  ฉิมพาลี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เนย- โชติกา วงค์วิลาศ ผู้ประกอบการเครื่องสำอางแบรนด์ โช คอสเมติก นางลักษณ์สุภา ประภาวัต นายกสมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ผู้แทนจากเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ผู้ประกอบการเครื่องสำอางและความงามไทย เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

ดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้“ ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในทุกด้านอย่างตรงจุด ผ่าน “กิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย” ด้วยการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทยสู่ Fashion Hero Brand ในระดับสากล

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางฯ จำนวน 25 กิจการที่ผ่านการคัดเลือก จะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการสร้างภาพลักษณ์ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก อาทิ การพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์ จัดทำแผนการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการสื่อ การตลาดออนไลน์ การส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ รวมถึงการออกแบบและผลิตคลิปวิดีโอโปรโมตเพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อ Social Media ศึกษาดูงานโรงงานต้นแบบแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ตลอดจนการทดสอบตลาดเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ สร้างความโดดเด่น ความเป็นอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน และก้าวสู่การเป็นแบรนด์สินค้าที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล สอดรับตามนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปอุตสาหกรรม ให้มีความทันสมัย สะดวก สะอาด โปร่งใส ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการปรับตัวให้เข้ากับวิถีใหม่ของโลก

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสำหรับการพัฒนาแบรนด์เท่านั้น แต่ยังปลุกพลังความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการไทยภาคภูมิใจในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งความงามของไทยไม่ใช่เพียงภายนอกหากแต่เป็นพลังภายในที่หยั่งรากจากวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และศรัทธาในความเป็นไทย นี่คือจุดแข็งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้และเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาแบรนด์ในยุค Soft Power ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยดีพร้อมเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการจะมีศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และเกิดการสร้าง Hero Brand ในสาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางฯ นำไปสู่การสร้างแบรนด์ไทยไปไกลในเวทีโลกด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัย แตกต่าง มีคุณค่า และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 62 ล้านบาท

DITP-บิ๊กซี เปิดงาน T MARK FESTIVAL 2025 สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

DITP-บิ๊กซี เปิดงาน T MARK FESTIVAL 2025 สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

DITP-บิ๊กซี เปิดงาน T MARK FESTIVAL 2025 สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สร้างความเชื่อมั่น – ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วยอัญชนา วิทยาธรรมธัช ที่ปรึกษา บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และสุรีย์ ชูรัฐเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานประธานและเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดงาน T MARK FESTIVAL 2025 : ALL YOU CAN TRUST เพื่อประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ T MARK ให้เป็นที่รู้จักและเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พ.ค. – 5 มิ.ย.นี้ ที่ บิ๊กซีฯ สาขาราชดำริ

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

dTMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ทำให้การรักษาโรคซึมเศร้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา การทำจิตบำบัด และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดคือ dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation เป็นการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองส่วนลึก เพื่อช่วยลดอาการซึมเศร้าโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาบางชนิด

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์โรงพยาบาลBMHH- Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมองหลายชนิด เช่น ซีโรโทนิน (serotonin) นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) และโดปามีน (dopamine) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเศร้าหมอง เบื่อหน่าย หมดความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า และอาจคิดฆ่าตัวตายได้

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์โรงพยาบาลBMHH- Bangkok Mental Health Hospital 

สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม,การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง และเหตุการณ์ในชีวิตที่เครียดหรือกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง การถูกล่วงละเมิด เป็นต้น

ปัจจุบันโรคซึมเศร้ามีการรักษาหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา, การทำจิตบำบัด และการรักษาด้วย dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation คือการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นสมองในจุดที่มีผลต่อโรค เพื่อกระตุ้นทำให้เกิดกระเเสประสาท แล้วทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีในสมอง ในการที่จะปรับสมดุลการทำงานของสมองให้เข้าสู่ภาวะปกติและลดการเกิดอาการซึมเศร้าลงได้ โดยการรักษาด้วย dTMS นี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่ามีความปลอดภัยเเละมีประโยชน์ช่วยในการรักษาโรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีผลข้างเคียงจากยา ไม่ตอบสนองต่อยา หรือรับประทานยาเกินหนึ่งปีแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบันมีการนำ dTMS มาใช้ร่วมกับการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดเเละการกินยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรักษาให้ดีขึ้นอีกด้วย

dTMS เป็นการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณสมองส่วนหน้าในแต่ละครั้งจะกระตุ้นผ่านหมวกอุปกรณ์ที่ผู้ป่วยสวมใส่ที่ศีรษะโดยจะกระตุ้น 2 วินาที และเว้นพักเป็นระยะเวลา 20 วินาที จึงกระตุ้นซ้ำต่อเนื่องไป 20-30 นาที ผลการตอบสนองต่อการรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นกับจำนวนครั้งสะสมของการกระตุ้น แต่มีข้อจำกัดในการกระตุ้นแต่ละวัน จึงจำเป็นต้องกระตุ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 10-15 วัน หรือเว้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ก่อนรับการรักษาด้วย dTMS จิตแพทย์จะประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยทุกราย

จุดเด่นของ dTMS คือ  ให้ผลการรักษาที่ดีกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรงและดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นลดอาการด้านลบ ทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น และวิตกกังวลลดลง เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัย มีผลข้างเคียงจากการรักษาค่อนข้างน้อย เป็นวิธีการรักษาที่สามารถใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่น เช่น การรักษาด้วยการกินยา หรือการรักษาโดยการทำจิตบำบัดได้

อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ หากรู้ตัวเองเร็วแล้วรีบมารักษา ซึ่งการตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้นเป็นส่งสำคัญมาก เบื้องต้นให้สังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้างว่า มีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีอาการเศร้านานกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำให้ไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

‘แสนสิริ’ จับมือ ศิลปินดัง ‘ครูปาน-สมนึก คลังนอก’ ชวนดื่มด่ำงานศิลป์คอลเล็กชั่นพิเศษ ‘YOU ARE MY HOME’

‘แสนสิริ’ จับมือ ศิลปินดัง ‘ครูปาน-สมนึก คลังนอก’  ชวนดื่มด่ำงานศิลป์คอลเล็กชั่นพิเศษ ‘YOU ARE MY HOME’

‘แสนสิริ’ จับมือ ศิลปินดัง ‘ครูปาน-สมนึก คลังนอก’ ชวนดื่มด่ำงานศิลป์คอลเล็กชั่นพิเศษ ‘YOU ARE MY HOME’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แสนสิริ จับมือศิลปินไทยชื่อดังระดับโลก ครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินไทยชื่อดังระดับโลก ชวนดื่มด่ำงานศิลปะคอลเล็กชั่นพิเศษในนิทรรศการ “YOU ARE MY HOME” กับลายเส้นและคาแรกเตอร์น่ารักที่แฝงด้วยความหมายลึกซึ้งและความอบอุ่นของ  “บ้าน” รวมถึงให้เหล่า art collectors และทุกคน   ที่สนใจได้เข้าชมและสนับสนุนผลงานศิลปะ ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน นี้ รายได้จากการจำหน่ายผลงานบางส่วนจะสมทบทุนแก่มูลนิธิเสริมกล้าเพื่อช่วยเหลือเด็กในโครงการ Zero Dropout ที่ตั้งใจให้เด็กไทยทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมทางสังคม

แสนสิริ นำโดย ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด ส่งประสบการณ์ลักซ์ชัวรี่ผ่านงานศิลปะที่อบอุ่นสะท้อนนิยามของบ้าน ในงาน ‘NARASIRI BANGNA KM.10 x PARNARTS’ เนรมิต “บ้าน” ให้เป็นอาร์ตแกลอรี่ จัดงานพรีเซลล์เปิดโครงการต้อนรับแขกและลูกค้าคนสำคัญ ชมบ้านพร้อมดื่มด่ำงานศิลปะในบรรยากาศความงดงามสไตล์นิวยอร์กของ นาราสิริ บางนา กม.10 โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ ใน Sansiri 10 East ลักซ์ชัวรี่คอมมูนิตี้ใจกลางย่านบางนา  เผยโฉมงานอาร์ตคอลเล็กชั่นพิเศษ “YOU ARE MY HOME” ร่วมกับ ครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินไทยชื่อดังระดับโลก ร่วมรังสรรค์ภาพวาดผ่านลายเส้นเอกลักษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเปิดตัว Move-in Trunk ในคอลเล็กชั่น Sansiri Artist-Made กระเป๋าโอนกรรมสิทธิ์สุดพิเศษเพ้นท์มือที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

นิทรรศการ “YOU ARE MY HOME” จัดแสดงภายในพื้นที่ของคลับเฮาส์ที่เด่นตระหง่านใจกลางโครงการนาราสิริ บางนา กม.10 ภายใต้แรงบันดาลใจดีไซน์ New York Renaissance Revival ที่ Elegant และ Timeless สะท้อนแนวคิดของแสนสิริ ที่มุ่งมั่นคราฟท์โครงการ นาราสิริ บางนา กม.10 อย่างพิถีพิถัน ละเมียดละไม ในทุกๆรายละเอียด ตลอดจนบริการที่เหนือระดับ เพื่อส่งมอบชีวิตที่ดีในทุกๆวัน เพราะแสนสิริ เชื่อว่า ศิลปะไม่ได้อยู่แค่บนแคนวาสหรือภาพวาด แต่ คือ ประสบการณ์  การอยู่อาศัยในทุกๆ วันของชีวิต บ้านไม่ได้มีไว้แค่อยู่อาศัย แต่คือ พื้นที่ของหัวใจและเรื่องราวแห่งความผูกพันที่ลึกซึ้งที่สุด

“เพราะ ‘บ้าน’ ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือ ‘ความรู้สึก’ คือ เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยคือ อ้อมกอดที่ปลอดภัย และคือ ‘ใครบางคน’ ที่ทำให้ทุกวันมีความหมาย ในโครงการ นาราสิริ เราเชื่อว่า บ้านควรเป็นพื้นที่ที่หล่อเลี้ยงหัวใจ และ Happy Art ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น เพราะงานศิลปะที่ดี…ไม่ได้แค่แต่งบ้านให้สวย แต่มันแต่งใจให้สุข PARNARTS จึงได้รังสรรค์คอลเล็กชั่นพิเศษนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกภาพที่ติดบนผนัง คือ ความรู้สึกของคำว่า ‘บ้าน’ ในแบบของคุณ อบอุ่น ละมุน และมีความหมาย YOU ARE MY HOME เพราะที่สุดแล้ว บ้าน คือ ที่ที่หัวใจเรากลับไปเสมอ”  ศรีอำไพ กล่าว

นอกจากนี้ แสนสิริ ยังเปิดตัว Move-in Trunk ในคอลเล็กชั่น Sansiri Artist-Made ที่นอกจากจะเป็นกระเป๋าโอนกรรมสิทธิ์เอกลักษณ์ของแสนสิริแล้ว ยังเป็นชิ้นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่ออกแบบและเพ้นท์มือโดยครูปานเพียงชิ้นเดียวในโลก วาดด้วยเทคนิคสีอะครีลิกที่ทั้งนุ่มนวลและมีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับลูกบ้านที่ซื้อและโอนโครงการนาราสิริ บางนา กม.10

“คอนเซ็ปท์ A Signature Soulful ‘Cocoon’ ซึ่ง Cocoon เปรียบเหมือน “เด็กในตัวเรา” ที่กำลังเติบโตอยู่เสมอ เคียงข้างด้วยนกน้อย ซึ่งเป็น Soulmate แทนความรัก ความผูกพัน ของคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนสำคัญ สีเหลือง นอกจากจะเปรียบเหมือนแสงแรกของวันแล้ว ยังเป็นตัวแทนของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังใหม่ พร้อมด้วยดีเทลพิเศษ “ประตูบ้าน” เอกลักษณ์ของโครงการที่ซ่อนอยู่ตรงบ้านของนก นอกจากนี้ ครูปาน จะร่วมออกแบบลวดลายแบบ bespoke บน Move-in Trunk กับเจ้าของบ้านผ่านบทสนทนา ความชอบ และเรื่องราวเฉพาะตัว เพื่อได้ชิ้นงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนของคุณอย่างแท้จริง”  ”  ศรีอำไพ กล่าวในที่สุด

‘เชฟรอน-มูลนิธิรักษ์ไทย’ หนุนสตรีชายแดนใต้แปรรูปผลผลิตท้องถิ่น เสริมแกร่งเสาหลักครอบครัว มีอาชีพ สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน

‘เชฟรอน-มูลนิธิรักษ์ไทย’ หนุนสตรีชายแดนใต้แปรรูปผลผลิตท้องถิ่น เสริมแกร่งเสาหลักครอบครัว มีอาชีพ สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน

‘เชฟรอน-มูลนิธิรักษ์ไทย’ หนุนสตรีชายแดนใต้แปรรูปผลผลิตท้องถิ่น เสริมแกร่งเสาหลักครอบครัว มีอาชีพ สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แต่ก่อน “เราเป็นแค่ผู้หญิงกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่เสียง แต่วันนี้เราลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง มีอาชีพ มีพลัง มีความเชื่อมั่นและได้โอกาสที่เคยหายไปกลับคืนมา” เสียงที่เปี่ยมพลังของ นางปรีด๊ะ หะยีเตะ ตัวแทนกลุ่มอาชีพสตรีจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนความรู้สึกของผู้หญิงอีกหลายชีวิตที่เคยถูกพรากโอกาส และเผชิญความสูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล

กลุ่มสตรีกว่า 50 ชีวิตจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังฟังอบรมกระบวนการแปรรูปมันเทศ และผลผลิตในชุมชนอย่างใจจดจ่อ กิจกรรมในวันนี้ไม่เป็นเพียงการมอบความรู้ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณค่าใหม่ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อต่อยอดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว รอยยิ้มและแววตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของกลุ่มสตรี สะท้อนถึง “พลัง” ของผู้หญิงที่ลุกขึ้นมายืนหยัดอีกครั้งในบทบาท “เสาหลักของครอบครัว” ซึ่งบางคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว บางคนต้องเผชิญบาดแผลจิตใจจากความสูญเสีย แต่ทุกคนมีจุดร่วมเดียวกันคือความเชื่อมั่นว่า “จะต้องยืนหยัดเพื่อเป็นฐานที่มั่นให้ครอบครัวก้าวเดินอย่างมั่นคง”

ปรีด๊ะ หะยีเตะ

ในฐานะบริษัทพลังงานที่เชื่อมั่นในพลังของผู้คน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงได้สนับสนุนงบประมาณโครงการ “เชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต” ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558  เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพแก่สตรีกลุ่มเปราะบางในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ผ่านการจัดฝึกอบรม ส่งมอบอุปกรณ์ และสร้างเครือข่ายอาชีพที่ยั่งยืน เพื่อให้กลุ่มสตรีในชุมชนหารายได้เลี้ยงครอบครัวผ่านศักยภาพของตนเอง

น้องดาด้า หรือ อิสกันดาร์ กูโน

“วันนี้เรามีกำลังกายและใจเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณเชฟรอน มูลนิธิรักษ์ไทย และทุกภาคส่วน ที่ไม่เคยมองข้ามศักยภาพของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับการสนับสนุนด้านอาชีพเท่านั้น แต่เรายังได้รับโอกาส ความเชื่อมั่น และความหวังใหม่ ที่ทำให้ผู้หญิงในชุมชนของเราลุกขึ้นมาแสดงศักยภาพของตนเองได้ตามที่ตั้งใจ” นางปรีด๊ะ หะยีเตะ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ สะท้อนพลังใจของกลุ่มอาชีพสตรีที่กลับมายืนหยัดในฐานะฐานที่มั่นของครอบครัว

พื้นที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพด้านเกษตรกรรม กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพอาชีพของกลุ่มสตรีผ่านการเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรหญิงในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่ เช่น พริกและมันเทศ เข้ากับกลุ่มอาชีพแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ในกิจกรรมการฝึกอบรมการแปรรูปมันเทศสำหรับกลุ่มในชุมชน ภายใต้ “โครงการเสริมพลังสตรีเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่น” ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

การฝึกอบรมครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงการสอนทักษะการแปรรูปวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนอย่างมันเทศเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มสตรีได้แลกเปลี่ยนความรู้ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตท้องถิ่น และพัฒนาการปลูกพืชท้องถิ่นให้มีคุณภาพ โดยมี “น้องดาด้า” หรือ นายอิสกันดาร์ กูโน ผู้รับทุนจากโครงการ STEM Chef Academy และสมาชิกกลุ่มลูกเหรียง เป็นวิทยากรพิเศษ ถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปอาหารควบคู่กับหลักการด้านวิทยาศาสตร์ (STEM) อย่างน่าสนใจ

“ด้วยความที่ผมเป็นคนในพื้นที่ อีกทั้ง ยังชอบทำอาหารตั้งแต่เด็ก นอกจากความฝันที่อยากจะเป็นเชฟแล้ว ผมอยากเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผลักดันให้วัตถุดิบท้องถิ่นกลายเป็นโอกาสทางอาชีพได้ ผมดีใจที่ได้ใช้ความฝันของตนเองเชื่อมโยงกับความสามารถของแม่ๆ กลุ่มสตรี เพื่อต่อยอดอาชีพในชุมชนได้จริง” น้องดาด้า กล่าว พร้อมเล่าต่อว่า การเลือกมันเทศเป็นวัตถุดิบหลักในการอบรมแปรรูปครั้งนี้ เพราะเป็นพืชที่เพาะปลูกกันมากในตำบลยะหริ่ง โดยโจทย์หลักคือทำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ชาวบ้านต่อยอดได้ง่าย เป็นวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ แต่ต้องมีจุดขายเฉพาะ ‘แยมมันม่วง’ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่น และสามารถวางจำหน่ายในท้องตลาดได้จริง”

ณิชชา โตรักตระกูล

นอกจากทักษะการแปรรูปแล้ว น้องดาด้ายังนำความรู้ด้านสะเต็มจากที่ได้เรียนรู้ในโครงการ STEM Chef Academy มา สอดแทรกให้กลุ่มอาชีพสตรีเข้าใจหลักการเบื้องหลังของการทำอาหารและต่อยอดไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผักพื้น บ้านอื่นๆ ในอนาคต “ผมอยากเห็นน้องๆ ในพื้นที่มีสุขภาพแข็งแรงจากพืชผักที่ปลูกในชุมชน จึงพยายามทำตามฝันมาเรื่อยๆ จากสิ่งที่ตนเองสนใจ ต้องขอบคุณเชฟรอน ที่ช่วยสานต่อให้ปีกความฝันให้บินมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นวิทยากรแล้ว ผมยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันกับกลุ่มแม่ๆ ในชุมชนอีกด้วย” น้องดาด้า กล่าว

ด้าน นางสาวณิชชา โตรักตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาแหล่งทุน มูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่าเกือบ 30 ปี มูลนิธิรักษ์ไทยทำงานเพื่อขยายศักยภาพและโอกาสให้กลุ่มเปราะบางในสังคม โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก และชุมชนชายขอบ เพราะเราเชื่อว่า หากคนในชุมชนลุกขึ้นยืนได้ ชุมชนนั้นก็จะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง โครงการ ‘เชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต’ จึงสะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยเราได้จัดตั้งกลุ่มอาชีพ จัดหาอุปกรณ์ และจัดอบรมความรู้แก่กลุ่มอาชีพสตรี ซึ่งจนถึงปัจจุบัน โครงการฯ ได้เข้าถึงผู้ได้รับประโยชน์กว่า 45,000 คน และสร้างแกนนำสตรีได้กว่า 130 คน ที่สามารถลุกขึ้นมาสร้างอาชีพ ดูแลครอบครัวเป็นเสาหลัก และพร้อมที่จะส่งต่อรากฐานที่แข็งแกร่งสู่ชุมชนต่อไป”

พรสุรีย์ กอนันทา

เพราะ “พลังคน” คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างการเติบโตแก่ชุมชน นอกจากภารกิจด้านพลังงานในประเทศไทยตลอดกว่า 60 ปีแล้ว เชฟรอนยังยึดมั่นในภารกิจด้านสังคมเพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้าน นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 11 ปีที่เราดำเนินโครงการ ‘เชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต’ ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ความมุ่งมั่นของเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือการมุ่งพัฒนาพลังของผู้หญิงในกลุ่มสตรีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ลุกยืนได้ด้วยตนเอง ซึ่งไม่เพียงแต่สนับสนุนเครื่องมือหรือทักษะอาชีพเท่านั้น แต่ยังสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งสู่โอกาสใหม่ๆ โดยเชฟรอนยินดีอย่างมากที่มีโอกาสเห็นความสำเร็จของกลุ่มอาชีพสตรี ซึ่งสามารถสร้างอาชีพใหม่ และพัฒนาอาชีพเดิมให้เติบโต ไม่เพียงเท่านั้น ความสำเร็จนี้ยังผลิดอกออกผลไปยังบุตรหลานให้ได้มีคุณภาพชีวิตและเข้าถึงการศึกษาที่ดี โดยอีกสิ่งหนึ่งที่น่ายินดีในวันนี้ คือการสนับสนุนจากทางจังหวัด พลังงานจังหวัด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนต่อยอดผลผลิตท้องถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดต่อไป”

บรรยากาศกิจกรรมอบอวลไปด้วยความอบอุ่น พร้อมพลังกายและใจของกลุ่มอาชีพสตรีที่เต็มไปด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างสนุกสนาน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโต “จากรากสู่ยอด” ที่แข็งแกร่งของกลุ่มอาชีพสตรีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แม้ครั้งหนึ่งจะสูญเสียโอกาสในชีวิตไป แต่ประกายความหวังใหม่ทำให้สามารถยืนหยัดอีกครั้งในฐานะเสาหลักของครอบครัว และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของชุมชนอย่างภาคภูมิ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! เคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! เคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! เคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเทรนด์ที่มาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือเรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารคลีน การใส่ใจตรวจสุขภาพ และการเริ่มออกกำลังกายที่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ยอดฮิต โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่หันมาออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมกันมากขึ้น แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่รีบร้อนเริ่มออกกำลังกายจนไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อม ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ร่างกายเจ็บและปวดยิ่งกว่าเดิม

 นพ. ปฐมฉัฐ พิสิฐวัฒนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลถึงข้อควรรู้ก่อนออกกำลังกายที่คนมองข้าม พร้อมแชร์เคล็ดลับเพื่อให้ทุกคนฟิตร่างกายได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวเจ็บ

นพ. ปฐมฉัฐ พิสิฐวัฒนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลวิมุ

ใครเสี่ยงเจ็บจากการออกกำลังกาย

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนเริ่มออกกำลังกายคือการรู้ขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง เพราะการออกกำลังกายแบบหักโหมโดยไม่เตรียมตัวให้พร้อมอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีแนวโน้มเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน คนที่เป็นออฟฟิศซินโดรม หรือคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน  แพทย์แนะนำว่ากลุ่มนี้ควรตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน เช่น วัดความดันโลหิต เช็กสมรรถภาพหัวใจ และประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อจะได้รู้ขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง และนำไปวางแผนการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นควรเลือกกิจกรรมที่แรงกระแทกน้อย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว ลดโอกาสบาดเจ็บที่อาจตามมา

ออกกำลังกายก็ดี แต่ออกให้ถูกวิธีดีที่สุด

เมื่อรู้ขีดจำกัดของร่างกายแล้ว ขั้นต่อไปคือเริ่มออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ถ้าอยากวิ่ง ก็อาจเริ่มต้นด้วยการเดินเร็วไปก่อนวันละ 15-30 นาที และค่อย ๆ เพิ่มเวลาหรือเพิ่มความเข้มข้นขึ้นทีละประมาณ 10% ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับตัว ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีไม่ควรทำแค่รูปแบบเดียว แต่ควรสลับประเภทกิจกรรมในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งการคาร์ดิโอ
เวทเทรนนิ่ง และการยืดเหยียด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ และควรศึกษาวิธีหรือท่าทางที่ถูกต้องของแต่ละกิจกรรมก่อนเริ่มทุกครั้ง

ทั้งนี้ ก่อนออกกำลังกายอย่าลืมวอร์มอัพอย่างน้อย 5 – 10 นาที และควรยืดเหยียดหลังออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและลดอาการปวดตึง รวมถึงควรพักฟื้นร่างกายอย่างน้อย 1 – 2 วัน ต่อสัปดาห์ ที่สำคัญคือต้องหมั่นสังเกตร่างกายระหว่างออกกำลัง ถ้าเริ่มมีอาการหายใจไม่ทัน รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อหรือกล้ามเนื้อ หรือมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ควรหยุดพักทันทีก่อนเกิดการบาดเจ็บ เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว

ควรรู้! ท่าไหนควรเลี่ยง ท่าไหนควรทำ

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม เช่น ปวดคอหรือหลังเรื้อรัง แพทย์แนะนำเลี่ยงท่าที่ต้องก้มคอหรือก้มหลังซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้ปวดคอหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นได้ และควรเน้นออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเพื่อพยุงกระดูกสันหลังและเพิ่มความมั่นคงให้ร่างกาย พร้อมทั้งยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ เวลาทำงานก็ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถหรือยืดเส้นยืดสายทุกๆ ชั่วโมง จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตึงสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในระยะยาว

คนที่เคยบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอาจรู้สึกเข็ดและไม่อยากลองอีก แต่จริง ๆ แล้วทุกคนสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ แค่ต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายตัวเอง สำหรับใครที่กังวล สามารถปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยกันวางแผนหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน

“ใครที่ยังลังเลไม่กล้าเริ่มฟิต ไม่ว่าจะเพราะกลัวเจ็บ กลัวไม่ไหว หรือมีเวลาน้อย อยากให้เข้าใจว่าการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรหนัก ๆ ขอแค่เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ อย่างการเดินในบ้านวันละ 15 นาที แต่ขอให้ทำสม่ำเสมอ แล้วค่อย ๆ ขยับไปทำกิจกรรมอื่น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายในทุก ๆ วัน” นพ. ปฐมฉัฐ พิสิฐวัฒนาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการขอรับปรึกษา สามารถนัดหมายได้ที่โทร. 0-2079-0060 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

ไทยเบฟ คว้ารางวัล ‘Best Sustainability-Linked Loan – Beverage’

ไทยเบฟ คว้ารางวัล ‘Best Sustainability-Linked Loan – Beverage’

ไทยเบฟ คว้ารางวัล ‘Best Sustainability-Linked Loan – Beverage’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยเบฟ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยเป็นบริษัทเครื่องดื่มรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับรางวัล The Asset Triple  A Sustainable Finance Awards 2025 : Best Sustainability-Linked Loan – Beverage จากสัญญาเงินกู้ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) ซึ่งเป็นสินเชื่อประเภทหนึ่งที่มีเป้าหมายสร้างแรงจูงใจให้องค์กรภาคธุรกิจดำเนินกิจการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนตามเป้าหมายและดัชนีชี้วัดความสำเร็จด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยมีสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่หลากหลาย เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย การลดค่าธรรมเนียม เป็นต้น

ทั้งนี้ ไทยเบฟมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593  รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 50 ภายในปี 2573

คุณแหน : 29 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 29 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 29 พฤษภาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีมังคลาภิเษก เหรียญพระรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 1 มิ.ย.17.59 น. ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง..

ll พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ เชิญคณะกก. ที่ปรึกษา และสมาชิก ร่วมงานครบรอบก่อตั้งสมาคมฯ 121 ปี พร้อมพิธีทำบุญศาสนา 1 มิ.ย.08.30 น. ณ ห้องประชุมวัลลภ เจียรวนนท์ ชั้น 2 สมาคมอัสสัมชัญ ถ.พระราม 4..

ll Pocket Book “พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย” เขียนโดย ชาญศิลป์ ตรีนุชกร อดีต DD การบินไทย ในฐานะที่เป็น  กก.และผู้บริหารแผนฟื้นฟูการบินไทย  ได้เขียนบันทึกเรื่องราวที่มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของสายการบินแห่งชาติไทยในช่วงที่ต้องบินฝ่าวิกฤตแบบพลิกฟ้า พลิกวิกฤต ตลอดช่วงเข้าแผนฟื้นฟูฯ เมื่อ 19 พ.ค.2563 การเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ การยอมเสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและให้ธุรกิจเดินหน้าสำเร็จตามแผนฟื้นฟู ปี 2566 ..ทำกำไรได้ถึง 28,000 ล้านบาท จะหนักหนาสาหัสเพียงใดแต่แน่วแน่ด้วย ด้วย “ภารกิจที่ต้องทำ ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จ การบินไทย ต้องรอดเท่านั้น” ..วางแผงแล้วเล่มละ 295 บาท  ต้องหามาอ่านจะได้มุมมอง ความคิดแหลมคม จาก ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล .. 

ll สำนักข่าวไทยพับลิก้าร่วมกับศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ จัดงานชวนคุย เรื่อง “โลกเดือด จะบริหารจัดการน้ำอย่างไร” โดย  อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการน้ำ ที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการ  กทม.  7 มิ.ย.เวลา 13.30 -15.30 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ..

ll ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บอสใหญ่ใจดีแห่ง DMT เล็งเห็นถึงปัญหาและให้ความสําคัญของผู้สูงอายุที่ยังคงมีศักยภาพในการทำงาน มีประสบการณ์ ความรู้ และทักษะที่สั่งสมมา จึงผุดนโยบายจ้างแรงงานผู้สูงอายุ เพื่อขับเคลื่อนประเทศและส่งเสริมรายได้ ตามเป้าหมายของสหประชาติ (SDGs) อีกด้วย ตอนนี้รับสว.รุ่นแรกมาแล้ว 2 ท่าน  ด้วยความห่วงใยและใส่ใจสังคม..

ll อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธาน กก.บริหาร มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์(ม.น.ข.) จะจัดงาน Gala Dinner กับวงดนตรีสุนทราภรณ์ เพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ณ โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ วันเสาร์ 7 มิ.ย. เวลา 17.30-21.30 น. โดยมี นักร้องกิตติมศักดิ์อาทิ  พล.อ.อ.ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข,ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา,อมร กีรตินารัง,พล.ต.หญิงศิริรัตนา วนิชานนท์,เอมอร ศรีวัฒนประภา,วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์,ดร.ศรายุธ แสงจันทร์,ดร.ภัทรินทร์ ลือกาญจนวนิช,เจติ สวัสดิพงษ์ ..

น้อง