‘สกลธี’สะกิด‘แจกเงินหมื่น’ พายุหมุนทางเศรษฐกิจหรือละลายแม่น้ำ?

‘สกลธี’สะกิด‘แจกเงินหมื่น’ พายุหมุนทางเศรษฐกิจหรือละลายแม่น้ำ?

‘สกลธี’สะกิด‘แจกเงินหมื่น’ พายุหมุนทางเศรษฐกิจหรือละลายแม่น้ำ?

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.25 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sakoltee Phattiyakul ระบุว่า แจกเงิน 10,000 พายุหมุนทางเศรษฐกิจหรือละลายแม่น้ำ ?

สัปดาห์ก่อนเริ่มจะได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลเตรียมจะแจกเงิน 10,000 รอบที่ 3 หลังจากจ่ายไปแล้ว 2 รอบก่อนหน้านี้ ซึ่งใช้เงินไปแล้วประมาณ 175,200 ล้านบาท ผมว่าคงได้เห็นแล้วนะครับ ว่าพายุหมุนมันเกิดขึ้นจริงตามที่รัฐบาลได้กล่าวอ้างหรือเป็นเพียงแค่การตำน้ำพริกลงไปละลายแม่น้ำเพื่อหวังคะแนนเสียงคราวหน้า

โดยในรอบที่ 3 ที่กำลังจะแจกนี้ น่าจะใช้เงินอีกประมาณเกือบๆ 30,000 ล้านบาท รวมทั้งหมดสามรอบแล้วจะเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนประมาณ 200,000 กว่าล้านบาทเข้าไปแล้ว

ตามภาษาคนเคยบริหารงานท้องถิ่น ที่มีโครงการอยากจะพัฒนาเยอะแยะมากมายแต่งบประมาณจำกัด…เห็นแล้วได้แต่เสียดายแทนโอกาสของพี่น้องประชาชน ว่าแทนที่จะได้ สาธารณูปโภค สิ่งปลูกสร้างหรือขนส่งสาธารณะที่เป็นประโยชน์ถาวรเพิ่มขึ้น กลับต้องเห็นรัฐบาลหว่านใช้เงินไปแบบน่าเสียดายจริงๆ ครับ

เอาแค่ในกรุงเทพฯ รถไฟฟ้าสายที่ยังไม่มีเงินทำ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) สีฟ้า (สาทร-ดินแดง) สีเงิน (บางนา-สุวรรณภูมิ) สีน้ำตาล (แคราย-บึงกุ่ม) และส่วนต่อขยายสีม่วงและน้ำเงิน ผมว่าทั้งหมดใช้เงินประมาณ 100,000 กว่าล้านบาท เราจะได้ระบบรถไฟฟ้าที่เจ๋งใกล้เคียงเมืองใหญ่ๆ ของโลก และเป็นโครงข่ายครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ฝันที่จะให้คนลดใช้รถส่วนตัวและใช้รถขนส่งสาธารณะที่สะดวกเพิ่มขึ้นเป็นความจริงซักที

ทำทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วจะยังมีเงินเหลือไปทำรถไฟฟ้าที่ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองสำคัญต่างๆ อีกหลายเมืองได้อีกครับ… นี่พูดถึงการสร้างโรงพยาบาลที่ทันสมัยไม่รู้จะอีกกี่โรง ตัดถนนหนทางใหม่ๆ เชื่อมจังหวัด และอีกหลาย 100 หลาย 1000 โครงการที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้

เสียดาย…ที่รัฐบาลคิดไม่ได้และดันทุรังละลายงบประมาณภาษีไปกับพายุหมุนจอมปลอม แทนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศ

เทียบกรณี’พีระพันธุ์’ จี้สอบ’อิ๊งค์-สุริยะ’โผล่ป้าย M6 อย่าสองมาตรฐาน

เทียบกรณี'พีระพันธุ์' จี้สอบ'อิ๊งค์-สุริยะ'โผล่ป้าย M6 อย่าสองมาตรฐาน

เทียบกรณี’พีระพันธุ์’ จี้สอบ’อิ๊งค์-สุริยะ’โผล่ป้าย M6 อย่าสองมาตรฐาน

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Prasong Lert ระบุว่า ขณะที่ #นายพีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำลังเผชิญข้อกล่าวหา #ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในการแจก #ถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นของ #… ที่ใช้งบประมาณหลวง แต่กลับติดสติกเกอร์รูปและชื่อของตัวเอง เป็นการใข้ทรัพย์สินของหลวงเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดย #คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้รับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 https://www.isranews.org/…/isr…/137694-invesnews-46.html

ป้ายขนาดใหญ่ที่น่าจะใข้งบประมาณหลวง แจ้งให้ประชาชนได้ทราบว่า สามารถใช้มอเตอร์เวย์ M 6 ฟรีในช่วง #สงกรานต์ ที่ผ่านมา ซึ่งการใช้ทางพิเศษฟรี ในช่วงวันหยุดยาว เป็นนโยบายของทุกรัฐบาลและบางส่วน กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน ไม่ใช่ผลงานของนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง แต่กลับมีการนำรูปของ #แพทองธารชินวัตร และ #สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ มาติดไว้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ราวกับเป็นผลงานของตัวเอง ลักษณะแบบนี้ถือเป็น #การใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน #ในการหาเสียงหรือไม่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องเข้ามาไต่สวนตรวจสอบให้กระจ่างชัด อย่าให้คนกล่าวหาได้ว่า กระทำการ #สองมาตรฐาน #พรรคประชาชน ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน ควรทำหน้าที่ไต่สวนตรวจสอบและยื่นเรื่องให้องค์กรที่มีอำนาจดำเนินการโดยด่วน

ดีลลับ‘ภาษีทรัมป์’ ‘อิ๊งค์’ยัน!รัฐบาลติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

ดีลลับ‘ภาษีทรัมป์’ ‘อิ๊งค์’ยัน!รัฐบาลติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

ดีลลับ‘ภาษีทรัมป์’ ‘อิ๊งค์’ยัน!รัฐบาลติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ถึงประเด็นเรื่องกำแพงภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า เรื่องการเจรจานโยบายภาษีกับสหรัฐฯ รัฐบาลหารือเตรียมการกันไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เซ็นตั้งคณะกรรมการประมาณเดือน ม.ค.เพราะคาดว่าเขาจะดูเรื่องดุลการค้าทั้งหมด ทั้งเรื่องคนไทยที่ไปลงทุนที่นั่น และการนำเข้าส่งออกสินค้า ได้หารือกับภาคเอกชนด้วย ว่ามีอะไรที่พอปรับได้บ้าง มีการหารือกันตลอดว่าเขาต้องการอะไรจากไทย เป้าหมายของการเจรจาต่อรองเพื่อให้ WIN-WIN ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ นายกฯ ได้หารือกับประเทศในอาเซียน เพราะอาเซียนมีประชากรเป็น 1 ใน 10 ของประชากรโลก หากรวมกัน มันคือพลังอันยิ่งใหญ่

“ที่ผ่านมา การที่รัฐบาลไม่ได้ออกข่าวชัดเจนว่าจะเจรจาอะไรบ้าง เนื่องจากในการเจรจากัน ทุกประเทศมีการดีลลับ ไม่เปิดเผยให้ประเทศอื่นรู้ การเจรจาของเรายังคงอยู่ในแทร็กของห้วงเวลา ไม่ได้ช้าไป ที่สำคัญคือต้องแม่นยำ เราติดตามความเคลื่อนไหวสหรัฐฯ ตลอด และมีการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการอยู่อย่างต่อเนื่อง”

‘อนุทิน’ปลื้ม!ได้พบ’ลุงตู่’ ขณะร่วมพระราชพิธีฉัตรมงคล

'อนุทิน'ปลื้ม!ได้พบ'ลุงตู่' ขณะร่วมพระราชพิธีฉัตรมงคล

‘อนุทิน’ปลื้ม!ได้พบ’ลุงตู่’ ขณะร่วมพระราชพิธีฉัตรมงคล

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.04 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้โพสต์ภาพคู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ระหว่างร่วมในการพระราชพิธีฉัตรมงคล

– 006

‘ซูเปอร์โพล’เปิดผลสำรวจความสุขคนไทย อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ

'ซูเปอร์โพล'เปิดผลสำรวจความสุขคนไทย อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ

‘ซูเปอร์โพล’เปิดผลสำรวจความสุขคนไทย อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.00 น.

‘ซูเปอร์โพล’เปิดผลสำรวจความสุขของคนไทย พบอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดค่าครองชีพ 

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความสุขของคนไทย อะไรทำให้คนไทยมีความสุข กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,109 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 3 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา

ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถาม กว่า 6 ใน 10 คน หรือร้อยละ 61.8 ระบุว่าตนเองมีความสุขดี ซึ่งสะท้อนถึงพลังทางบวกที่ยังคงมีอยู่ในสังคม แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมีร้อยละ 23.1 สุขปานกลาง ในขณะที่กลุ่มที่สุขน้อยถึงไม่สุขเลยคิดเป็น 1 ใน 7 หรือร้อยละ 15.1 ซึ่งควรได้รับการใส่ใจเชิงนโยบายเพื่อไม่ให้เป็นกลุ่มที่เปราะบางทางอารมณ์  จึงเสนอให้ภาครัฐควรส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยยกระดับ “สุขภาวะเชิงบวก” โดยเฉพาะในชุมชนเมืองที่มักมีภาวะเครียดสูง นอกจากนี้ ควรสื่อสารและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสะท้อนมุมมองต่อความสุขมากขึ้นผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า เมื่อถามถึง การแสวงหาความสุข ในภาวะยากลำบากเรื่องเงิน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.4 ยังคงสามารถหาความสุขได้จากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว แสดงถึงคุณลักษณะ “Resilience” หรือความสามารถในการปรับตัวหรือสามารถยืดหยุ่นหาทางออกของภาวะจิตใจต่อวิกฤติต่าง ๆ อันเป็นลักษณะที่โดดเด่นของคนไทย ขณะที่อีกเกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 28.6 ยอมรับว่ายังเผชิญความทุกข์ยากและรู้สึกหาความสุขได้ยาก จึงเสนอแนะให้มีการสนับสนุนกิจกรรมสร้างพลังใจในระดับปัจเจก เช่น “ศูนย์สุขใจใกล้บ้าน” หรือ “กิจกรรมบำบัดร่วมชุมชน” และรณรงค์เชิงบวกให้สังคมตระหนักว่าความสุขไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยสิ่งหรูหรา

ที่น่าสนใจคือ 5 อันดับแรกปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุขจากเรื่องใกล้ตัว พบว่า ความสัมพันธ์ทางสังคม โดยเฉพาะ ครอบครัวและมิตรภาพ คือรากฐานของความสุขคนไทยที่ค้นพบร้อยละ 85.7 รองลงมาคือสุขภาพ ร้อยละ 80.2 และปัจจัยเศรษฐกิจ ร้อยละ 73.5 ทั้งนี้ “สภาพแวดล้อมปลอดภัย” ร้อยละ 62.8 และ “มิติทางศาสนา” ร้อยละ 60.9 ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการทำให้คนไทยมีความสุข ข้อเสนอแนะคือ พัฒนานโยบาย “ครอบครัวไทยเข้มแข็ง” ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และควรส่งเสริมวัด โรงเรียน และศูนย์ชุมชนให้เป็น “พื้นที่สร้างสุข” แก่คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน นอกจากนี้ควร ใช้ Big Data และ AI เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะ นโยบายรัฐบาลและนโยบายท้องถิ่นที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.5 ระบุรัฐบาลควรหามาตรการลดค่าครองชีพ ร้อยละ 75.9 ระบุควรมีการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมครอบครัวและชุมชนสัมพันธ์ ร้อยละ 63.4 ระบุ ต้องการพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ร้อยละ 61.7 เสนอให้มีวันหยุดยาวเพิ่มขึ้น และร้อยละ 60.3 สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยววัด ชุมชน ธรรมชาติ ตลาดนัด ช้อปปิ้ง

“กล่าวโดยสรุป ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่า “ความสุขของคนไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร่ำรวย แต่อยู่ที่ความรักในครอบครัว สุขภาพที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย” แม้สังคมไทยจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่คนไทยยังคงมีคุณค่าทางจิตใจที่เข้มแข็งและพร้อมจะร่วมกันฟื้นฟูความสุขในระดับปัจเจก ครอบครัว และสังคม โดยมีนโยบายรัฐและท้องถิ่นเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริม ประชาชนเสนอให้ รัฐบาลเร่งลดค่าครองชีพ เป็นอันดับหนึ่งรองลงมาคือการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในตารางก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่านโยบายสาธารณะควรยึด “ความสุขเป็นศูนย์กลาง” (Happiness-Centered Policy) เสนอให้มีการ ปรับการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นให้ครอบคลุมการสร้างพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ และพิจารณา “งบประมาณความสุข” ในเชิงนโยบาย เช่น งบพัฒนาจิตใจชุมชน หรืองบส่งเสริมวัดธรรมะใกล้บ้าน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าว

วันฉัตรมงคล68 ‘อนุทิน’ปลื้มร่วมเฟรมถ่ายภาพ‘องคมนตรีตู่-ภริยา’

วันฉัตรมงคล68 ‘อนุทิน’ปลื้มร่วมเฟรมถ่ายภาพ‘องคมนตรีตู่-ภริยา’

วันฉัตรมงคล68 ‘อนุทิน’ปลื้มร่วมเฟรมถ่ายภาพ‘องคมนตรีตู่-ภริยา’

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

‘อนุทิน’ เป็นปลื้ม! ถ่ายภาพร่วมเฟรม ‘ลุงตู่-ภริยา’ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูป ‘สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช’ เนื่องในวันฉัตรมงคล 2568

วันที่4พ.ค.2568 เมื่อเวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร และกราบสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล พุทธศักราช 2568

ทั้งนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชกุศลทักษิณานุปทาน และพระราชพิธีฉัตรมงคล พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งวันที่ 4 พฤษภาคม นี้ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ โดยประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการและประชาชน เข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

โดยสำนักพระราชวัง เปิดให้เข้าทางประตูสวัสดิโสภา (จุดคัดกรองปิดเวลา 16.00 น.) โปรดแต่งกายสุภาพ กรณีเข้าปราสาทพระเทพบิดร สุภาพบุรุษห้ามสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงหรือผ้านุ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเข้าร่วมพิธีฯ นายอนุทิน ยังได้ถ่ายรูปร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย และประชาชนที่เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคับพระบรมรูปฯ อีกด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น บรรดาผู้ที่มาเข้าร่วมฯ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

เต้งผางแจงของบฯ69มโหฬาร! ‘เลขาสภาฯ’ยัน‘วันนอร์’ ไฟเขียวปรับปรุงให้เหมาะขึ้น

เต้งผางแจงของบฯ69มโหฬาร! ‘เลขาสภาฯ’ยัน‘วันนอร์’ ไฟเขียวปรับปรุงให้เหมาะขึ้น

เต้งผางแจงของบฯ69มโหฬาร! ‘เลขาสภาฯ’ยัน‘วันนอร์’ ไฟเขียวปรับปรุงให้เหมาะขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

‘เลขาสภาฯ’ โร่แจงที่มาของบฯ69บานเบอะ ‘สร้าง-แก้ไข’ อาคารรัฐสภา ชี้บางส่วนต้องปรับปรุงให้เหมาะสมขึ้น ยัน ‘ประธาน-รองฯ’ ไฟเขียวเรียบร้อยแล้ว เปรียบ ‘โรงหนัง 4D’ เหมือนห้อง ‘สารทนเทศอู่ทองใน’ ใช้ดูงาน มีจอ-ทางต่างระดับ ต้องทำเฉพาะ

วันที่4พ.ค.2568 ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สส.พรรคประชาชน ออกมาแฉ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อสร้างและปรับปรุงโครงการที่ไม่จำเป็นหลายโครงการ มูลค่าแต่ละโครงการไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทว่า ที่มาของโครงการของบฯเหล่านี้เกิดจากการประชุมกันระหว่างประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และคณะผู้บริหาร รวมถึงประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญกิจการสภาผู้แทนราฎร ซึ่งดูแลบางส่วนเกี่ยวกับอาคารสถานที่ภายหลังมีการตรวจรับอาคารแล้ว  โดยคิดว่าบางส่วนควรมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมขึ้น จึงเป็นที่มาว่าอาจจะมีการปรับปรุงในพื้นที่ต่างๆ ตามที่สำนักงานและของบประมาณไปดำเนินการ

เมื่อถามว่ามีข้อวิจารณ์ถึงความเหมาะสมเพราะบางสถานที่ ยังไม่ได้ใช้เลย เช่น ศาลาแก้ว ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ผ่านการหารือในที่ประชุมอย่างที่ตนบอกแล้ว ซึ่งสำนักงานได้ศึกษาเบื้องต้นแล้วจึงได้ของบประมาณไป

เมื่อถามถึงการสร้างโรงหนัง 4D ที่ สส.พรรคประชาชนออกมาแฉและวิจารณ์นั้น เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า  ห้องดังกล่าว เป็นเหมือนกับห้องสารสนเทศ เวลามาเยี่ยมชมแล้วก็จะฉายข้อมูล มีห้องฉายข้อมูล ซึ่งอาคารรัฐสภาหลังเก่าที่อู่ทองในก็มี เป็นห้องที่ทำเป็นทางต่างระดับ มีจอ เวทีสำหรับนำเยี่ยมชม

“เขาไปดูงานต่างประเทศ ก็เห็นว่าควรจะมีห้องในลักษณะให้ผู้ชมได้ดูเกี่ยวกับข้อมูลของสำนักงาน จึงออกแบบมาในลักษณะนั้น ที่ผมทราบเบื้องต้นนะครับ เวลาผู้เข้าเยี่ยมชมงาน ก็จะมีพวกผู้คนจำนวนมาก และจะเป็นห้องที่นำเสนอข้อมูลของสำนักงานเป็นห้องเฉพาะครับ” เลขาธิการสภาฯ กล่าว

เมื่อถามว่าของบในลักษณะนี้ สส.หลายคน เตรียมตัดงบแล้ว เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า ก็เป็นกระบวนการตามสิทธิของแต่ละท่าน สำนักงานก็ได้เสนอโครงการเหล่านี้ไป

‘เพื่อไทย’เช็คความพร้อมถกงบประมาณปี69 เรียกประชุม13 พ.ค.นี้

'เพื่อไทย'เช็คความพร้อมถกงบประมาณปี69 เรียกประชุม13 พ.ค.นี้

‘เพื่อไทย’เช็คความพร้อมถกงบประมาณปี69 เรียกประชุม13 พ.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

‘เพื่อไทย’เช็คความพร้อมถกงบประมาณปี69 เรียกประชุม13 พ.ค.นี้

 4 พ.ค.68 นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในส่วนของพรรค พท. ว่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรค พท. จึงจะมีการนัดประชุม ส.ส. ในวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งระหว่างนี้เราได้ให้ทีมงานพรรคและทีมอคาเดมีเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณด้านต่างๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านต่างประเทศ ต่างๆ เพื่อที่วันที่ 13 พฤษภาคม จะได้ให้ ส.ส.ลงชื่อว่าสนใจด้านไหนและรับข้อมูลเชิงลึกในแต่ละกระทรวงนั้นๆ ไปศึกษา

นายดนุพร กล่าวต่อว่า โดยเบื้องต้นวันที่ 13 พฤษภาคม จะเป็นการพูดคุยเรื่องการลงชื่อเพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณางบประมาณเท่านั้น เนื่องจากมี ส.ส.ที่เป็นกรรมาธิการในหลายกรรมาธิการต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ หลังจากสัปดาห์นั้นอาจจะมีการลงรายละเอียดเชิงลึกมากขึ้น

เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้พูดคุยกันแล้วหรือไม่ว่าไทม์ไลน์ที่งบประมาณจะเข้าจะเป็นช่วงใด นายดนุพร กล่าวว่า ตนเห็นกำหนดการที่ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) พูดคุยกันว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณปี 2569 ช่วงวันที่ 28-30 พฤษภาคม.

ปัญหารุมเร้า!‘ภาวะผู้นำ’อ่อนแอ ทำประชาชนอ่อนล้า นำประเทศอ่อนด้อย

ปัญหารุมเร้า!‘ภาวะผู้นำ’อ่อนแอ ทำประชาชนอ่อนล้า นำประเทศอ่อนด้อย

ปัญหารุมเร้า!‘ภาวะผู้นำ’อ่อนแอ ทำประชาชนอ่อนล้า นำประเทศอ่อนด้อย

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.11 น.

ปัญหารุมเร้า!‘ภาวะผู้นำ’อ่อนแอ ทำประชาชนอ่อนล้า นำประเทศอ่อนด้อย

4 พฤษภาคม 2568 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ภาวะผู้นำ มีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน…

ปัญหาความมั่นคง…รุมเร้าทั้งในและนอกประเทศ

ปัญหาเศรษฐกิจ…การค้าขายปากท้อง ตกต่ำ

ปัญหาการเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ

ปัญหา หนี้สินล้น ชนเพดาน

ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน

ปัญหา การบังคับใช้กฎหมาย  เป็นต้น

การตัดสินใจ การใช้ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นกับการนำพาประเทศเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่รุมเร้า ให้ผ่านวิกฤตในสถานการณ์ …

ปัจจุบัน!

ถ้า ผู้นำอ่อนแอ…

ประชาชนอ่อนล้า…

ประเทศอ่อนด้อย… 

#เหนื่อยมั้ยสิ่งที่ทำอยู่

#เราจะผ่านไปด้วยกัน

เทียบพิภพมัจจุราช! ‘เสธ.หิ’ย้อนไทม์ไลน์‘ถุงยังชีพ’ ป้อง‘พีระพันธุ์’ไม่รู้เรื่อง

เทียบพิภพมัจจุราช! ‘เสธ.หิ’ย้อนไทม์ไลน์‘ถุงยังชีพ’ ป้อง‘พีระพันธุ์’ไม่รู้เรื่อง

เทียบพิภพมัจจุราช! ‘เสธ.หิ’ย้อนไทม์ไลน์‘ถุงยังชีพ’ ป้อง‘พีระพันธุ์’ไม่รู้เรื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.40 น.

เทียบพิภพมัจจุราช! ‘เสธ.หิ’ย้อนไทม์ไลน์‘ถุงยังชีพ’ ป้อง‘พีระพันธุ์’ไม่รู้เรื่อง

4 พฤษภาคม 2568 นายหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

เจตนาที่ดีย่อมเป็นกุศลกรรม

ว่ากันเรื่องถุงยังชีพที่เป็นข่าวอยู่เวลานี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ผมจำได้ว่าท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีภารกิจลงไปตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจพ่อแม่พี่น้องที่โดนน้ำท่วม ในพื้นที่ภาคใต้โดยมีภารกิจใน 3 จังหวัด เริ่มต้นจากจังหวัดชุมพรไปสุราษฎร์ธานีและปิดท้ายที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ที่จังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานีผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีเหตุการณ์อะไรให้ตื่นเต้น  ซึ่งในการตรวจเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องใน 2 จังหวัดขั้นต้น ใช้เวลามากกว่ากำหนดการทำให้เมื่อมาถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ล่าช้ากว่ากำหนดการมาก เมื่อไปถึงพื้นที่ท่านก็ตรงไปทักทายพูดคุยกับชาวบ้านที่มารอรับ

ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำถุงยังชีพมาให้แจก ตามภาพด้านขวามือที่ท่านได้เห็น เจ้าหน้าที่ส่งถุงยังชีพให้ท่านโดยหันด้านโลโก้ออกหากล้องฝั่งด้านของท่านนั้นจะเป็นด้านหลังถุงยังชีพที่ไม่มีโลโก้อยู่

ในครั้งแรกท่านจึงยังไม่ได้สังเกตเห็น แต่หลังจากนั้นท่านจึงได้เห็นว่ามีรูปท่านติดอยู่บนถุงยังชีพ ท่านจึงสั่งการ ให้รีบไปแก้ไขและไม่ได้อยู่แจกต่อ ต่อมาภาพทางขวามือจึงได้ถูกส่งไปร้องเรียนที่ ป.ป.ช. ซึ่งได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผ่านสื่อต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้มีการมาสอบถามหรือไต่สวนจากท่านแต่อย่างไร หนังสือเรียกไปชี้แจงข้อกล่าวหาท่านก็ยังไม่เคยได้รับ แต่กลับปรากฏรายละเอียดอยู่ตามสื่อทั่วไป

ข้อเท็จจริง ในการตรวจเยี่ยมประชาชนครั้งนั้น นอกจากถุงยังชีพจาก ปตท.และ กฟผ.แล้ว ท่านยังมีข้าวสารที่เหลือจากการจำหน่ายสินค้าราคาถูกในงานรวมไทยสร้างชาติแฟร์ นำไปแจกด้วยโดยการแจกจะแจกคู่กับถุงยังชีพตามภาพด้านซ้าย ซึ่งถุงข้าวสารรวมไทยสร้างชาติแฟร์นี้ ใช้แจกจ่ายในพื้นที่ของจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานีจนหมด ดังนั้นในจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงได้ใช้วิธีไปซื้อข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม จากร้านค้าทั่วไปซึ่งมีอยู่หลายยี่ห้อ

หลังจากนั้นท่าน สส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จึงได้ไปสั่งทำ สติกเกอร์ของท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ติดบนถุงข้าวสารเหล่านั้นโดยไม่ได้แจ้งให้ท่านทราบ

เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดจากความหวังดีของทีมทำงานท่าน สส.พิมพ์ภัทราฯ ได้เปิดถุงยังชีพของ ปตท. ออกดู จึงเห็นว่าในถุงปตท. มีข้าวสารอยู่แค่ 2 กิโลกรัม จึงมีความคิดว่านำข้าวสาร 5 กิโลกรัมที่ท่านพีระพันธุ์ฯให้ มาแจก ใส่เพิ่มเข้าไปในถุงยังชีพ เพื่อให้ผู้ที่รับถุงยังชีพถือกลับบ้านได้อย่างสะดวกไม่ต้องถือเป็น 2 ถุง คือ ถุงยังชีพ 1 ถุง และข้าวสารท่านพีระพันธุ์ อีกหนึ่งถุงเหมือนภาพด้านซ้ายมือ หลังจากเอาข้าวสารของท่านพีระพันธุ์ใส่ในถุงแล้ว ด้วยความหวังดีของน้องๆ อาสาสมัครที่มาช่วยงาน เห็นว่าในถุงยังชีพมีข้าวสารของท่านพีระพันธุ์อยู่ด้วย ประกอบกับสติกเกอร์ท่านพีระพันธุ์ ที่ใช้สำหรับแปะถุงข้าวสาร ยังเหลืออยู่ จึงเอาแปะเข้าไปบนถุงยังชีพด้วย

สำหรับถุงยังชีพนี้ ทางทีมงานท่าน สส. พิมพ์ภัทรา ฯ ก็เป็นผู้ทำเรื่องขอรับการสนับสนุนจาก ปตท. โดยตรง

จะเห็นได้ว่ากระบวนการ ในการจัดเตรียมและแจกถุงยังชีพในครั้งนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย และไม่ได้มีเจตนาที่แสวงหาประโยชน์จากเรื่องนี้แต่อย่างใด ดังจะเห็นได้ว่า ในพื้นที่ของจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งมีการแจกถุงยังชีพในวันดังกล่าวเหมือนกัน แต่ไม่มีที่ใดมีการแปะสติกเกอร์ของท่านบนถุงยังชีพแม้แต่ถุงเดียว ซึ่งถ้าท่านมีเจตนาจะแสวงหาผลประโยชน์จากกระทำการดังกล่าวแล้ว จะต้องสั่งการให้ทั้งสองที่นั้นทำเหมือนเหมือนกัน

เหตุการณ์นี้ ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่องพิภพมัจจุราช ที่เคยดูตอนเด็กๆ มีอยู่ตอนนึงที่มีตัวละคร ในเรื่องไปเหยียบมดหรือแมลงโดยไม่ได้ตั้งใจและเจ้าตัวก็ไม่ทราบเพราะไม่เห็น เจ้ามดหรือแมลงนี้ก็นำความไปฟ้องยมบาล พอท่านได้สืบสาวเรื่องราวต่างๆ ท่านก็ตัดสินว่าตัวละครตัวนั้นไม่มีความผิดเนื่องจากไม่มีเจตนาและไม่ได้ทราบการกระทำนั้น ให้มดหรือแมลงนั้นอโหสิกรรมให้

แต่ในเรื่องถุงยังชีพนี้ยิ่งกว่านั้นอีกครับ คือ คนที่เหยียบมดหรือแมลงนั้น ท่านพีระพันธุ์ ก็ไม่รู้จัก แล้วก็ไม่รู้เรื่องด้วย เรื่องนี้ถ้าให้ยมบาลตัดสิน ท่านคงพ้นผิดและไม่บาปเพราะไม่ใช่การกระทำของท่าน ในทางตรงกันข้ามการนำข้าวสารไปแจก เป็นเจตนาที่ดีย่อมเป็นกุศลกรรมคุ้มครองให้ท่านปลอดภัยจากมารทั้งหลายทั้งปวง  ถ้ามาตรฐานจริยธรรมมาจากรากฐานทางคุณธรรมของมนุษย์แล้ว ผมว่าท่านก็ไม่ผิดแน่นอนครับ

-005

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

+ ‘เสธ.หิ’ ป้อง ‘พีระพันธุ์’ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ‘ลดค่าไฟ-ชนโครงสร้างพลังงาน’