‘อนุทิน’ โพสต์ภาพ ‘พริกขี้หนู’ ชาวเน็ตแซวทั้งเผ็ดและร้อน

‘อนุทิน’ โพสต์ภาพ 'พริกขี้หนู' ชาวเน็ตแซวทั้งเผ็ดและร้อน

‘อนุทิน’ โพสต์ภาพ ‘พริกขี้หนู’ ชาวเน็ตแซวทั้งเผ็ดและร้อน

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 22.04 น.

8 ส.ค. 68 รายงานข่าวแจ้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพพริกขี้หนูเตรียมจะทำอาหาร โดยระบุข้อความสั้นๆ ว่า “เตรียมทำอาหาร” 

เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก อาทิ เด็ดเกิ๊น, ตายยยยย แค่เห็นก็น้ำตาร่วงงงง, เล็กพริกขี้หนู, เผาพริกและเผาเกลือไหมคะ, “พริกขี้” หนู, จัดหนักครับนาย เป็นต้น  

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ได้เคยเปลี่ยนภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาพพริกขี้หนูสีแดงจำนวนหลายเป็น ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยทีมงานของ นายอนุทิน ได้อ้างว่า การเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของนายอนุทินนั้น ไม่ได้มีนัย หรือตั้งใจจะสื่ออะไร ซึ่งก็เป็นการเปลี่ยนก่อนเวลาเลือกตั้ง

.-008 

ชาวบ้านบุรีรัมย์กลับบ้านแล้ว! ‘เนวิน’ขอบคุณทหารทุกท่าน อุทิศชีวิต เสียสละ ปกป้องแผ่นดินไทย

ชาวบ้านบุรีรัมย์กลับบ้านแล้ว! 'เนวิน'ขอบคุณทหารทุกท่าน อุทิศชีวิต เสียสละ ปกป้องแผ่นดินไทย

ชาวบ้านบุรีรัมย์กลับบ้านแล้ว! ‘เนวิน’ขอบคุณทหารทุกท่าน อุทิศชีวิต เสียสละ ปกป้องแผ่นดินไทย

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.02 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอล​ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ลุงเนวิน” ระบุว่า กลับบ้าน

ขอบคุณทหารทุกท่าน อุทิศชีวิต เสียสละเลือดเนื้อ ปกป้องแผ่นดินไทย คุ้มครอง ดูแล รักษาบ้านให้พ่อแม่พี่น้องของเรา

ต้องทิ้งบ้าน ห่างเรือนมาครึ่งเดือนเต็มๆ

คิดถึงบ้านทุกวัน อยากกลับบ้านทุกวัน

วันนี้ ได้กลับบ้านแล้ว ด้วยความปลอดภัย

ดีใจกับทุกๆ คน

กลับถึงบ้านแล้ว ช่วยกันเป็นหู เป็นตา ให้กับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ อส. ดูแล ปกป้องบ้านของเรา แผ่นดินของเรา ลูกหลานของเรา ให้ดี

ขอให้ทุกคนคิดถึงวันที่มาอยู่ด้วยกันที่สนามช้างฯ ด้วยความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจ แบ่งปันให้กัน ของคนไทยทุกคน ที่ไม่ทิ้งพวกเรา “ฅนบุรีรัมย์”

ขอให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ ทรงมีพระเมตตาแก่พวกเราคนไทยทุกคน

กลับบ้านวันนี้ ขออวยพรให้โชคดี อย่าได้ต้องทิ้งบ้าน ต้องเป็นผู้อพยพในประเทศตัวเอง อีก ขอให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข มีสุขภาพดี แข็งแรง ตลอดไป

แต่ถ้าวันไหน สถานการณ์ไม่ดี รู้สึกไม่ปลอดภัย กลับมาที่สนามช้างฯ บ้านของเรา บ้านของฅนบุรีรัมย์ ได้ตลอดเวลา

#คนไทยไม่ทิ้งกัน

ลุงเนวิน

‘พิชิต’ทิ้งบอมบ์! กระสุนปืนใหญ่ตกใส่พรรคเพื่อไทย? ไม่เห็น สส.ด่า’ฮุนเซน’ซักคน

'พิชิต'ทิ้งบอมบ์! กระสุนปืนใหญ่ตกใส่พรรคเพื่อไทย? ไม่เห็น สส.ด่า'ฮุนเซน'ซักคน

‘พิชิต’ทิ้งบอมบ์! กระสุนปืนใหญ่ตกใส่พรรคเพื่อไทย? ไม่เห็น สส.ด่า’ฮุนเซน’ซักคน

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.47 น.

8 ส.ค. 68 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pichit Chaimongkol” ระบุว่า “กระสุนปืนใหญ่ตกใส่พรรคเพื่อไทยหรือครับ ไม่เห็น ส.ส.เพื่อไทยด่า ฮุนเซน ซักคน” 

.-008 

‘นก วงเฉลียง’ถาม??? ใครพาคนไทยไปโดน M79 ยกย่อง’ลุงตู่’หยุดคนไทยสังหารกันเอง

'นก วงเฉลียง'ถาม??? ใครพาคนไทยไปโดน M79 ยกย่อง'ลุงตู่'หยุดคนไทยสังหารกันเอง

‘นก วงเฉลียง’ถาม??? ใครพาคนไทยไปโดน M79 ยกย่อง’ลุงตู่’หยุดคนไทยสังหารกันเอง

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ฉัตรชัย ดุริยประณีต นักดนตรี และนักแต่งเพลงอิสระ สมาชิกวงเฉลียง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chatchai Duriyapraneet ระบุว่า ใครพาคนไทยไปโดน M79 กี่ศพ ส่วนลุงตู่ หยุดคนไทยฆ่ากันเอง

‘อ.ปวิน’ไม่เห็นด้วยตั้ง’บุ๋ม ปนัดดา’นั่งโฆษกจิตอาสา อาจพาประเทศสู่ความขัดแย้ง

'อ.ปวิน'ไม่เห็นด้วยตั้ง'บุ๋ม ปนัดดา'นั่งโฆษกจิตอาสา อาจพาประเทศสู่ความขัดแย้ง

‘อ.ปวิน’ไม่เห็นด้วยตั้ง’บุ๋ม ปนัดดา’นั่งโฆษกจิตอาสา อาจพาประเทศสู่ความขัดแย้ง

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.12 น.

8 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊กของ ‘Pavin Chachavalpongpun’ของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต ได้ออกมาโพสต์ข้อความ แต่งตั้งปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นโฆษก ศบ.ทก. จิตอาสา บอกเลยดิชั้นกังวลใจมาก และอาจนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ

1. การที่พลเอกณัฐพลบอกว่าปนัดดาจะมาทำหน้าที่ “ปะทะ” กับโฆษกของกัมพูชา และมีการพูดถึงเรื่อง “ความสวย” ที่เหนือกว่าอย่างมั่นใจด้วย แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิงต่อหน้าที่ของโฆษก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หน้าที่ของโฆษกไม่ใช่การ “ชน” หรือ “ปะทะ” กับคู่กรณี แต่คือการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ การสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ และการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย การใช้ถ้อยคำที่มุ่งเน้นการเอาชนะหรือการเปรียบเทียบในลักษณะที่ไม่เป็นทางการเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ส่งเสริมแนวทางการทูตเชิงสันติ แต่ยังอาจสร้างความขุ่นเคืองให้กับอีกฝ่ายและยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้มากขึ้น นี่ทำไมฝ่ายเราถึงคิดไม่ได้ ทำไมฝ่ายเราถึง “ไม่โต” คะ?

2. นี่ยังเป็นการเลือกใช้กลยุทธ์ที่มุ่งปลุกปั่นชาตินิยมและความสะใจ คำกล่าวที่ว่าปนัดดาจะมา “ชน” กับโฆษกของกัมพูชา อาจตีความได้ว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการตอบโต้ด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ซึ่งอาจสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนที่ต้องการความสะใจในการแสดงความรักชาติแบบบ้าคลั่ง แต่นี่ไม่ใช่แนวทางที่นำไปสู่สันติภาพ การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การแสดงออกถึงความเข้มแข็งของประเทศ แต่เป็นการแสดงออกถึงความไม่เป็นมืออาชีพ ความ childish และอาจทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลกลดลงอย่างรวดเร็ว การรักชาติเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่การแสดงออกซึ่งความรักชาตินั้นควรเป็นไปอย่างมีสติและถูกที่ถูกทาง การแสดงออกในนามของประเทศควรยึดมั่นในหลักการและเหตุผลทางการทูตเป็นสำคัญ ไม่ใช่การปะทะคารมผ่านสื่อ การเมืองนะคะ ไม่ใช่ละครที่บุ๋มเคยเล่น

3. หน้าที่ของโฆษกในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางอย่างยิ่ง ทั้งทักษะด้านการทูต การสื่อสารวิกฤต และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงจากงานด้านจิตอาสาและวงการเซเลป แม้จะมีเจตนาดีและมีความน่าเชื่อถือในฐานะบุคคล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีทักษะที่จำเป็นในการทำหน้าที่โฆษกของรัฐ การพูดอะไรออกไปในแต่ละครั้งอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ดังนั้น โฆษกจึงควรเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกฝนและมีความรู้ความเข้าใจในเชิงลึก ไม่ใช่ใครก็ได้ที่อยากทำงานนี้

4. ในขณะที่รัฐบาลไทยควรยึดมั่นในแนวทางการแสวงหาสันติภาพผ่านการทูตและกลไกระหว่างประเทศอย่างที่เคยทำมา แต่แนวคิดในการ “ชน” กับโฆษกของกัมพูชาผ่านสื่อออนไลน์กลับเป็นสิ่งที่ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับหลักการดังกล่าว การสร้างโฆษกให้มีบทบาทในลักษณะนี้เท่ากับเป็นการกระพือความขัดแย้งให้ยิ่งรุนแรงขึ้น แทนที่จะมุ่งเน้นการลดความตึงเครียดและสร้างความเข้าใจร่วมกัน

…ดิชั้นฟันธงค่ะ แนวคิดนี้เป็นตัวอย่างของ “Bad Idea” ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความไม่เข้าใจในหลักการบริหารวิกฤตและการทูตสมัยใหม่ และอาจนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นโดยไม่จำเป็น เฮ้อ สมอง…

‘ปลอดประสพ’ ชี้ ‘ฮุนเซน’ สร้างเกมการเมือง หวังเปลี่ยนเขมรยุคที่ 5

'ปลอดประสพ' ชี้ 'ฮุนเซน' สร้างเกมการเมือง หวังเปลี่ยนเขมรยุคที่ 5

‘ปลอดประสพ’ ชี้ ‘ฮุนเซน’ สร้างเกมการเมือง หวังเปลี่ยนเขมรยุคที่ 5

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.19 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และอดีตปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า กรณีเขมร อย่าให้เป็นเช่นยูเครน

กรณีพิพาทจนถึงใช้กำลังทหารเข้าปะทะกัน 7 วัน ใช้กำลังพลรวมร่วมแสน ใช้เครื่องบิน รถถัง ปืนใหญ่ ประชาชนของทั้งสองประเทศต้องอพยพเป็นแสน แต่จบลงแบบง่ายๆดื้อๆ เริ่มจากนายกฯสองประเทศไปเจอกันที่มาเลเซียแล้วก็ประกาศหยุดยิงทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข ชาวไทยบางส่วนถึงกับประกาศไม่เชื่อ คิดว่าน่าจะมีเลศนัย ต่อมาอีกอาทิตย์ รัฐมนตรีกลาโหมเจอกัน 2 ชั่วโมงแล้วกางข้อตกลงที่เตรียมจากคณะทำงานล่วงหน้า (SOM) ประกาศยอมรับข้อตกลง 13 ข้อ (ดูเหมือนเขมรจะไม่ได้ประโยชน์อะไรสักข้อ) แต่เขมรขอสงวนไว้ 2 ข้อ คือ ช่วยกันเก็บกู้ระเบิดและร่วมกันปราบอาชญากรรม Cyber  การจบแบบม้วนเดียวแบบนี้ เล่นเอาทุกคน ทุกชาติ งงงวยแทบไม่เชื่อหู เพราะดูมันง่ายดายเกินคาด

หยุดยาว 4 วันนี้ ผมอยากเชิญชวนคนไทยมาลองช่วยกันวิเคราะห์ปนเดาว่า อะไรมันได้เกิดขึ้นและภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร

1. ยุคแรก ย้อนไป 500 ปี ชนชาติเขมรซึ่งมีเชื้อสายมาจากขอม ถูกปกครองโดยราชอาณาจักรไทยยุคอยุธยาตอนกลาง เรียกว่า ผ่านมาแบบประเทศราชก็แล้วกัน

2. ยุคที่สอง 100ปีที่แล้ว ประเทศเขมรถูกปกครองโดยนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศส ก็ยังถือเป็นช่วง“บ่าวฝรั่ง”

3. ยุคที่สามก็คือการได้อิสรภาพและปกครองประเทศแบบมีพระมหากษัตริย์ แต่ในที่สุดก็ถูกทหารปฏิวัติ กษัตริย์ต้องหนีไปอยู่จีน ต่อมาก็มีปฏิวัติอีก คราวนี้เรียกว่า“ ปฏิวัติโหดล้างเผ่าพันธุ์โดยเขมรแดง” มีการฆ่ามนุษย์กันเป็นล้านๆคน เพื่อหวังเปลี่ยนโครงสร้างประชากรเป็นแบบกรรมาชีพแบบเกษตรกร แต่ก็ไปไม่รอด เวียดนามบุกเข้ามากวาดล้างและสถาปนาระบบการปกครองแบบกึ่งเผด็จการกึ่งประชาธิปไตย สุดท้ายวันนี้ ก็เป็นชาติกัมพูชาแบบที่เห็นภายใต้ผู้นำฮุนเซ็นมาตลอด 40 ปี

4. สมเด็จฮุนเซ็นอยู่ในช่วงข้อ 3 ได้รับรู้และมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เขมรพัฒนาตนเองโดยการพึ่งพาจีนและถอยห่างจากเวียดนาม แต่เขมรก็เจริญเพียงแค่นี้ ผู้คนนับล้านหลั่งไหลมาทำงานในประเทศไทยและส่งเงินกลับบ้าน เขมรยอมให้ขบวนการที่ผิดกฎหมายเช่น การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การหลอกลวงสารพัดโดยผ่านระบบCall Center และ Scammer บ้านเมืองเต็มไปด้วยบ่อนจนถึงจุดที่ถูกชาติต่างๆและองค์กรระหว่างประเทศจ้องเอาเรื่องโดยเฉพาะจากจีนโดยผ่านทางไทย และนี่คือเขมรปัจจุบันหรือเขมรยุคที่ 4 

5. เป็นไปได้ไหมที่ฮุนเซ็นต้องการสร้างเขมรยุคที่ 5 คือการใช้ช่วงชีวิตสุดท้ายของตน เปลี่ยนประเทศและสังคมเขมรอีกครั้ง จะเห็นได้ว่า เขมรเริ่มทะเลาะกับเวียดนามกรณีคลองฟูนันเตโชแต่ก็ไม่กล้ารุนแรง จากนั้น เขมรถอยห่างจากจีนเพราะคบกันแบบเดิมเขมรก็ไม่ได้อะไร เผลอๆ อาจจะถูกกลืนชาติเสียด้วยซ้ำ ไม้สุดท้ายเพื่อให้สมจริง เขมรจึงต้องทะเลาะกับไทย สิ่งที่ได้คือ แรงงานฝีมือนับล้านกลับบ้านเพื่อไปพัฒนาประเทศ ต่อมาเขมรหันมาซบอเมริกาแบบข้ามขั้วเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศของตนในลักษณะตะวันตก ซึ่งนายกฮุนมาเนตคุ้นเคยและถนัดเพราะเป็นนักเรียนอยู่ในอเมริกามานาน ที่สำคัญที่สุดก็คือ ฝ่ายสหรัฐโดยประธานาธิบดี Trump ได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วทั้งในระดับเอกอัครราชทูต ผู้บัญชาการทหารอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิกและตัวรัฐมนตรีต่างประเทศRubioเอง

6. เป้าหมายของฮุนเซ็น น่าจะมองไปที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่คือ ปิโตรเคมมิคอล จึงเริ่มกระแซะเรื่องการขุดเจาะน้ำมันเหนือเกาะกูด นอกเหนือจากนี้ยังพบว่า มีการระดมทุนของเจ้าของสถานีบริการน้ำมันPTT เพื่อเตรียมยกเลิกสัญญากับPTT( Cambodia )และร้านสะดวกซื้อ โดยเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ให้เป็นของเขมร และเผลอๆ อาจหวังจะสร้างเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Clomplex) โดยเน้นที่คาสิโน (Casino) แบบมาเก๊าแทนจีนแบบที่เวียดนามกำลังทำอยู่ เพราะฮุนเซ็นเคยแนะนำว่า ไทยไม่ควรมี Casino

7. ใครที่อยู่วงในจะรู้ว่า การรบที่ผ่านมานั้นค่อนข้างแปลก เพราะมีอยู่หลายครั้งที่มีการเตือนหรือบอกกล่าวกันก่อน แปลกไหมการรบที่ผ่านมาไม่มีทหารไทยสักคนถูกยิงด้วยปืนประจำกาย ที่เสียชีวิตล้วนเกิดจากลูกระเบิดทั้งสิ้น เท่าที่รู้ทหารทั้งสองฝ่ายเขาไม่อยากรบกันเลย เพราะต่างก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงรบ แต่ต่อไปการรบก็จะเบาใจได้เพราะจะมีผู้สังเกตการณ์มาประจำตามชายแดนของทั้งสองประเทศ

ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเตือนสติพวกเราให้ช่วยกันคิด คิดให้ลึก อย่าดูถูกฮุนเซ็น เพราะเขาโตมาขนาดนี้และสามารถกุมอำนาจได้ยาวนานครึ่งศตวรรษ เขาจึงไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน โดยสรุปก็คือ ตั้งแต่ต้นจนจบ เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเกิดจากฮุนเซ็นสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกัมพูชาอีกครั้ง เท่านั้นเอง

กรณีเขมร กำลังบอกกับเราว่า ในภูมิภาคอินโดจีน กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ จะเห็นบทบาทใหม่ของสหรัฐอีกครั้งในอาณาบริเวณแถวนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการปกครองและการทหารในพม่า ในเวียดนามจะเป็นในทางเศรษฐกิจ ส่วนเขมรหากเดินพลาดจะกลายเป็นยูเครนทันที ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้น ไทยอาจจะต้องทำตัวเหมือนตุรกีก็เป็นได้ สำคัญที่สุดก็คือ อย่าชักศึกเข้าบ้านหรือตีกันเองแบบทุกวันนี้ก็แล้วกัน

‘หมอวี’ลั่นไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า-อบายมุขทุกชนิด เพื่อประโยชน์ชาติบ้านเมือง ลูกหลานไทย

‘หมอวี’ลั่นไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า-อบายมุขทุกชนิด เพื่อประโยชน์ชาติบ้านเมือง ลูกหลานไทย

‘หมอวี’ลั่นไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า-อบายมุขทุกชนิด เพื่อประโยชน์ชาติบ้านเมือง ลูกหลานไทย

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า การทำเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและลูกหลานไทย ไม่เอาอบายมุขทุกชนิด  ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า

การสาธารณสุขดีขึ้น แม้เหนื่อยแค่ไหนก็คุ้มค่าที่สุดกับการที่ได้เกิดมาชาตินี้

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย

ประธานกรรมาธิการ วิสามัญ

สมาชิกวุฒิสภา

‘เจ๊ปอง’เดือด!!! จี้รัฐบาลไทย เสนอถอดเครื่องราชฯ’ฮุนเซน’กี่โมง

'เจ๊ปอง'เดือด!!! จี้รัฐบาลไทย เสนอถอดเครื่องราชฯ'ฮุนเซน'กี่โมง

‘เจ๊ปอง’เดือด!!! จี้รัฐบาลไทย เสนอถอดเครื่องราชฯ’ฮุนเซน’กี่โมง

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.30 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 จากกรณี สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์  เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2544 ครั้งในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2544 ในฐานะแขกรัฐบาล (ช่วงนั้น ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี) ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-กัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองให้ความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ล่าสุด “เจ๊ปอง” อัญชลี ไพรีรัตน์ ผู้อำนวยการข่าวนสพ.แนวหน้า ได้ทวงถามถึงรัฐบาลว่าจะถอดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เมื่อไหร่ หลังสมเด็จฮุน เซน เป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย รวมถึง’ฮุน เซน’ ได้สนับสนุนความรุนแรง และรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างไร้มนุษยธรรม โดยการยิงใส่พลเรือน โรงเรียน และโรงพยาบาล

‘กวีเหลวไหล’ เปิดเหตุผลเบิกเนตร ‘ทำไมถึงรักลุงตู่?’!

'กวีเหลวไหล' เปิดเหตุผลเบิกเนตร 'ทำไมถึงรักลุงตู่?'!

‘กวีเหลวไหล’ เปิดเหตุผลเบิกเนตร ‘ทำไมถึงรักลุงตู่?’!

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

8 ส.ค. 68 เพจเฟซบุ๊ก กวีเหลวไหลแท้ ได้อธิบายรายละเอียดว่า “ทำไมถึงรักลุงตู่? เพราะขณะที่ประเทศกำลังเสียหายอย่างหนักจากการโกงกินคอรัปชั่น ชาวนาขายข้าวไม่ได้รับเงิน รัฐบาลจับกุมมือลอบสังหารด้วยเอ็ม 79 ใส่ม็อบกปปส. รายวัน ไม่ได้คนเดียว ประเทศเกิดสุญญากาศจากสถานะรัฐบาลที่คลุมเครือและใกล้จะเกิดสงครามกลางเมืองเต็มที ลุงตู่ก็ปรากฏกายขึ้นประหนึ่ง ร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมา ในตอนท้ายของหนังฉาย พร้อมรถฉลามบกเปิดหวอวิ่งเข้ามา ประชาชนธรรมดาอย่างเราซึ่งเปรียบได้กับคนดูหนังจึงโล่งอก ยิ้มแย้มแจ่มใส

ปัญหาต่างๆ ได้รับการคลี่คลาย ชาวนากลับบ้านหลังจากได้รับเงินค่าขายข้าวครบทุกคน กปปส.กลับบ้านเพราะรัฐบาลที่คอรัปชั่นระดับปรากฏการณ์สิ้นสภาพแล้ว บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ผู้คนกลับไปทำมาหากินเลี้ยงชีพเช่นเดิม

ในยุคของลุง มีการซ่อม สร้าง วางแผนประเทศในระยะยาว การเมืองสงบ บ้านเมืองพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ข่าวคอรัปชั่นที่เราชิงชังไม่ปรากฏข่าวให้ได้ยิน ถนนหนทางที่สร้างในช่วงนั้นผิวเรียบ แข็งแรง ไม่ยุบเป็นหลุมเป็นบ่อรวดเร็วเหมือนรัฐบาลอื่น (ตอนนั่งรถอย่าลืมสังเกต)

ลุงตู่ 2 เมื่อต้องเผชิญกับภาวะโรคระบาดและสงครามยูเครนรัสเซีย ลุงตู่ก็ใช้ความรับผิดชอบและความอุตสาหะฝ่าฟันวิกฤติมาได้อย่างบอบช้ำน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ลุงตู่ไม่ใช่เทวดาที่จะประสิทธ์ประสาทเนรมิตสำเร็จได้ทุกเรื่องและถูกใจคนทุกคนในประเทศ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลุงตู่กระทำไปล้วนอธิบายได้ เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้ผู้เสียประโยชน์ขัดใจเคืองแค้นบ้างเป็นธรรมดา

ผลงานที่ลุงตู่กระทำ ถ้าใจไม่มืดบอดจนเกินไปก็ควรจะรับรู้ได้ ดังนั้นการนำเรื่องที่คนนั้นเล่าว่า พูดว่า ผสมโรงกับมโนจิตที่กำลังโทสะริษยา มาโจมตีลุงจึงเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น กลับเป็นการเปลือยตัวตนของเขาให้ฉายชัดขึ้น เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว เราในวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรัฐบาล จะเกิดความนิยมในตัวผู้นำที่ทำความดีให้ประเทศชาติ เพราะเรารักชาติอย่างบริสุทธิ์ใจ

เราผิดกงไหน หา?”

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : กวีเหลวไหลแท้

.-008 

‘รัชนี พลซื่อ’เฮ! ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง กกต.ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง

'รัชนี พลซื่อ'เฮ! ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง กกต.ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง

‘รัชนี พลซื่อ’เฮ! ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง กกต.ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.53 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 จ.ขอนแก่น ออกนั่งพิจารณาคดีเลือกตั้ง ลต.อบจ.1/2567 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง กับ นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม ผู้คัดค้าน กรณี กกต.ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ ตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งหรือตัดสิทธิ์เลือกตั้ง (ใบแดง) นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แทน นายเอกภาพ พลซื่อ ที่ถูกใบแดง ในคราวเลือกตั้ง ปี 2565 โดยกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ซึ่งเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน นายเอกภาพ และนางรัชนี ได้มอบเงินให้ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ใน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อจูงใจให้ไปเลือกตั้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาแล้ว เห็นว่า จากการไต่สวนพยานไม่ปรากฎว่ามีการกระทำที่เป็นการจูงใจให้ไปลงเลือกตั้งแต่อย่างใด จึงพิพากษายกคำร้อง