‘ภูมิธรรม’ย้ำแก้ปัญหา‘เขากระโดง’เป็นหน้าที่‘อธิบดีที่ดิน’คนใหม่ ส่งสัญญาณทำให้เร็วที่สุด

‘ภูมิธรรม’ย้ำแก้ปัญหา‘เขากระโดง’เป็นหน้าที่‘อธิบดีที่ดิน’คนใหม่ ส่งสัญญาณทำให้เร็วที่สุด

‘ภูมิธรรม’ย้ำแก้ปัญหา‘เขากระโดง’เป็นหน้าที่‘อธิบดีที่ดิน’คนใหม่ ส่งสัญญาณทำให้เร็วที่สุด

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.44 น.

‘ภูมิธรรม’ย้ำแก้ปัญหา‘เขากระโดง’เป็นหน้าที่‘อธิบดีกรมที่ดิน’คนใหม่ ส่งสัญญาณทำให้เร็วที่สุด พร้อมโต้ลือ‘ขจรเกียรติ’ป่วย

เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 25 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ กล่าวถึงกรณีมีการแต่งตั้ง นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี เป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่แล้ว ต่อจากนี้ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงจะเป็นอธิบดีกรมที่ดินดำเนินการได้ทันที หรือจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เป็นเรื่องที่อธิบดีกรมที่ดินต้องไปดำเนินการ มันชัดเจนอยู่แล้วในคำสั่งต่างๆของข้อสรุป ที่คณะทำงานดำเนินการแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ป่วยเข้าโรงพยาบาลทำอะไรไม่ได้นั้น ไม่จริง เพราะเดี๋ยววันนี้ก็มาเจอกับตน ซึ่งเขาต้องทำหน้าที่ของเขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกรอบเวลาดำเนินการให้กับอธิบดีกรมที่ดินหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มี ให้เขาทำตามหน้าที่ กรอบเวลาหรืออะไรต่างๆก็อยู่ในหน้าที่หมดแล้ว

เมื่อถามว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ประเมินหรือไม่ว่าขั้นตอนหรือเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการในเรื่องนี้จะใช้เวลานานหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเคยพูดไปแล้วว่า ให้เร็วที่สุด ปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เต็มที่ ให้ศาลรู้ว่าเราได้มาปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ควรจะต้องทำ เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน เดี๋ยวเขาก็ทำเอง ตนไม่แทรกแซง

เมื่อถามว่า อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่จะเซ็นเพิกถอนที่ดินเขากระโดงได้ทันก่อนวันที่ 29 ส.ค.หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทำได้ทันทีเร็วที่สุด

‘ภูมิธรรม’หนักใจ‘เหลี่ยมเขมร’พูดไม่ตรงข้อตกลง ‘เขตแดน’จบไม่ง่าย บางประเทศเป็น100ปี

‘ภูมิธรรม’หนักใจ‘เหลี่ยมเขมร’พูดไม่ตรงข้อตกลง ‘เขตแดน’จบไม่ง่าย บางประเทศเป็น100ปี

‘ภูมิธรรม’หนักใจ‘เหลี่ยมเขมร’พูดไม่ตรงข้อตกลง ‘เขตแดน’จบไม่ง่าย บางประเทศเป็น100ปี

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.41 น.

‘ภูมิธรรม’รับหนักใจเวลาตกลงอะไรกัน‘กัมพูชา’เอาไปพูดอีกแบบ บอกไทยทำงานใจเย็น เก็บหลักฐานทุกเม็ด เสียงตอบรับต่างประเทศดี ระบุเจรจาเขตแดนไม่ง่าย บางประเทศคุยเป็นร้อยปี

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 25 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) วันนี้ (25 ส.ค.) ซึ่งเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ เงื่อนไขของกองทัพภาคที่ 2 จะเหมือนกองทัพภาคที่ 1 หรือจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ว่า คงไม่มี เป็นประเด็นต่อจากการประชุมต่อจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ครั้งที่ผ่านมา แต่อาจจะแตกต่างกันบ้างจากสภาพพื้นที่และสภาพปัญหา โดยพื้นฐานเป็นเรื่องต่อจากจีบีซีครั้งที่แล้ว และเป็นเรื่องระดับแม่ทัพไปคุยกัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเส้นแดน และทำอย่างไรที่จะทำให้ได้ข้อสรุปตรงกันมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีใช่หรือไม่ ซึ่งมีเรื่องของรั้วลวดหนามที่แตกต่างจากกองทัพภาคที่ 1 นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องรั้วลวดหนามอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ได้คุยกันมา เพราะเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เข้าใจว่าทูตทหารที่กัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วงไปแล้ว ขณะนี้สิ่งที่เป็นปัญหาที่เราหนักใจอยู่บ้างคือ เวลาพูดตกลงกันก็อาจจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ทามกัมพูชา ทางโฆษกของเขาชี้แจงก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เห็นปรากฏอยู่เสมอๆ ตั้งแต่สมัยที่ตนเป็น รมว.กลาโหมแล้ว เวลานี้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ มีการรวบรวม

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ รมว.ต่างประเทศได้เดินทางไปยังเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อไปพบกับคณะกรรมการที่เกี่ยวกับอนุสัญญาออตตาวา เพื่อเอาหลักฐานทั้งหมดไปคุย เราสู้ในทิศทางของเราอยู่แล้วคือ ใจเย็น รักสันติ และไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตย ขณะเดียวกัน ก็รวบรวมพยานหลักฐาน ตนได้สั่งการตลอดว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นให้เก็บหลักฐาน รายละเอียดต่างๆ ขณะนี้เสียงตอบรับต่างประเทศค่อนข้างดี รู้สึกว่าสิ่งที่เราพูดมีความชัดเจน ขณะที่ทางกัมพูชาพูดอะไรของเขาก็พูดไป ก็แล้วแต่  เพราะความจริงคือความจริง ต่างประเทศได้เห็น

เมื่อถามว่า ขณะนี้กัมพูชามีการชุมนุมเรียกร้องให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ามา ถึงขั้นจะตั้งชื่อถนนในกัมพูชาเป็นชื่อของโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลต่อการพูดคุยระดับทวิภาคีของไทยกับกัมพูชาที่ดำเนินการอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นสิทธิของกัมพูชา เราไม่ก้าวล่วง

เมื่อถามว่า ครบรอบ 1 เดือน สถานการณ์ไทย-กัมพูชา มีแนวโน้มทิศทางที่ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และถ้าไปดูประวัติศาสตร์โลก ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ประเทศไทย การเจรจาเรื่องเขตแดนไม่เคยจบได้ง่ายๆ บางประเทศเป็นหลายๆ สิบปี หรือบางประเทศเป็นร้อยปีก็มี เพราะฉะนั้น ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นในรอบใหม่ จริงๆ เรามีปัญหามาตลอด แต่ก็จบได้เป็นช่วงๆ อยู่ที่ว่าแต่ละช่วงสถานการณ์เป็นอย่างไร อย่าไปกังวลใจ ถ้ารายังยืนอยู่จุดที่เห็นควรว่าไม่ควรทำให้เกิดสงครามถ้าไม่จำเป็น และยังยืนยันที่จะรักษาผลประโยชน์ อธิปไตยของประเทศ เจรจาจบหรือไม่จบมันยังอยู่แค่ตรงนี้ ไม่รุกล้ำไปไหน

คลิปเสียง‘อิ๊งค์’ ‘เลขานายกฯ’เผยพร้อมส่งคำแถลงปิดคดีวันนี้

คลิปเสียง‘อิ๊งค์’ ‘เลขานายกฯ’เผยพร้อมส่งคำแถลงปิดคดีวันนี้

คลิปเสียง‘อิ๊งค์’ ‘เลขานายกฯ’เผยพร้อมส่งคำแถลงปิดคดีวันนี้

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.38 น.

“เลขานายกฯ”เผยพร้อมส่งคำแถลงปิดคดี”คลิปเสียง”วันนี้ ชี้อยู่ระหว่างพิจารณา”อิ๊งค์”ไปฟังด้วยตัวเองหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นคำแถลงปิดคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยื่นภายในวันเดียวกันนี้ ว่า กำลังดำเนินการ ซึ่งจะต้องยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันเดียวกันนี้ตามกำหนด

เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม จะเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองในวันที่ 29 ส.ค.นี้หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา

‘นิพิฏฐ์’จี้’มท.’จัดการด่วน! ‘สแกนม่านตาแลกเงิน’โผล่สุราษฎร์

'นิพิฏฐ์'จี้'มท.'จัดการด่วน! 'สแกนม่านตาแลกเงิน'โผล่สุราษฎร์

‘นิพิฏฐ์’จี้’มท.’จัดการด่วน! ‘สแกนม่านตาแลกเงิน’โผล่สุราษฎร์

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.12 น.

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ถึงกระทรวงมหาดไทย ได้รับแจ้งว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชน แล้วให้เข้าไปในแอฟ โดยบอกว่า แลกกับเงินหรือเหรียญในแอฟ จังหวัดพัทลุง ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งห้ามแล้ว ขณะนี้ทำอยู่ที่โลตัสสุราษฎร์ธานี ชั้น 3 เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ฝากกระทรวงมหาดไทย ช่วยดูหน่อยครับ ว่า การกระแบบนี้ ทำได้หรือไม่ได้อย่างไร

‘ลิณธิภรณ์’อวย‘อิ๊งค์’สง่างาม เคารพศาลรธน. พิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ ไม่เลี่ยงตรวจสอบ

‘ลิณธิภรณ์’อวย‘อิ๊งค์’สง่างาม เคารพศาลรธน. พิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ ไม่เลี่ยงตรวจสอบ

‘ลิณธิภรณ์’อวย‘อิ๊งค์’สง่างาม เคารพศาลรธน. พิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ ไม่เลี่ยงตรวจสอบ

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.09 น.

‘ลิณธิภรณ์’เตือนหยุดชี้นำ ชู‘นายกฯอิ๊งค์’สง่างาม เคารพศาลรัฐธรรมนูญ พิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ ไม่เลี่ยงการตรวจสอบ

25 สิงหาคม 2568 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวกรณีการกล่าวโทษ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรมว่าไม่สง่างาม หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ผิดในคดีคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาว่า ยืนยันว่านายกฯ แพทองธารเป็นผู้นำที่เคารพหลักนิติรัฐ และหลักนิติธรรมมาโดยตลอด ไม่เคยหลีกเลี่ยงหรือใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่ได้เข้าสู่กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ และกฎหมายทุกประการ ถือเป็นการแสดงออกถึงความโปร่งใส และความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างแท้จริง เพื่อพิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ที่มุ่งแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

“ดิฉันอยากฝากไปถึงบุคคล หรือกลุ่มบุคคลไม่ว่าฝักใฝ่ฝ่ายใดก็ตาม ที่พยายามชี้นำเหนือกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยุติการกระทำทันที ดิฉันเชื่อมั่นว่าการที่นายกฯ แพทองธารยืนหยัดต่อหลักนิติรัฐ พร้อมเข้าสู่การตรวจสอบตามกลไกกฎหมาย คือความสง่างามสูงสุดของผู้นำประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ฟังคลิปเสียง‘วุ้นเส้น’ฉบับแปลแล้ว ทุบเปรี้ยงไม่น่ารอด

‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ฟังคลิปเสียง‘วุ้นเส้น’ฉบับแปลแล้ว ทุบเปรี้ยงไม่น่ารอด

‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ฟังคลิปเสียง‘วุ้นเส้น’ฉบับแปลแล้ว ทุบเปรี้ยงไม่น่ารอด

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.53 น.

‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ฟังคลิปเสียง‘วุ้นเส้น’ฉบับแปลแล้ว ทุบเปรี้ยงไม่น่ารอด

25 สิงหาคม 2568 นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันสุจริตไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า…

เคารพศาลและเคารพกันและกัน

“แต่ฟังคลิปเสียงฉบับเต็มและเสียงวุ้นเส้นฉบับแปลแล้ว

เป็นเรื่องประเทศชาติที่ไม่ควรไปแอบคุยกันและผมเห็นว่ามีเรื่องลับทางทหารรวมทั้งมีข้อความหารือกันแก้ปัญหาที่กองทัพไทยต้องดำเนินการตามกฎอัยการศึกด้วย”

‘ทนายนพ’ผงาดนั่ง‘นายกสภาทนายความ’คนใหม่ โกยแต้มชนะ‘วิเชียร’แชมป์เก่า

‘ทนายนพ’ผงาดนั่ง‘นายกสภาทนายความ’คนใหม่ โกยแต้มชนะ‘วิเชียร’แชมป์เก่า

‘ทนายนพ’ผงาดนั่ง‘นายกสภาทนายความ’คนใหม่ โกยแต้มชนะ‘วิเชียร’แชมป์เก่า

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.39 น.

‘ทนายนพ’ผงาดนั่ง‘นายกสภาทนายความ’คนใหม่ โกยแต้มชนะ‘วิเชียร’แชมป์เก่า

ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ วาระปี 2568-2571 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.68 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน ได้มีการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ วาระปี 2568-2571 โดยเป็นการเลือกตั้งแทนนายกและกรรมการสภาทนายความชุดเดิมที่จะหมดวาระในวันที่ 14 ก.ย.2568

ล่าสุดวันนี้ (25 ส.ค.68) เวลา 06.58 น. ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจาก 162 หน่วยเลือกตั้ง ปรากฏว่า ดร.ธนพล คงเจี้ยง ได้ 8,700 คะแนน ขณะที่อันดับ 2 ดร.วิเชียร ชุบไธสง ผู้สมัครหมายเลข 3 และนายกสภาทนายความคนปัจจุบันได้ 7,372 คะแนน และอันดับ 3 ว่าที่ ร.ต. ดร.ถวัลย์ รุยาพร ได้ 3,382 คะแนน ทำให้ ดร.ธนพล นั่งนายกสภาทนายความคนใหม่

สำหรับกรรมการส่วนกลาง 13 อันดับแรกเป็นของคณะ ดร. ธนพล คงเจี้ยง ทั้งหมด ประกอบด้วย

1.นายชัยวัฒน์ บุญเกื้อ

2.ดร.ชัยชีพ ชโลปถัมภ์

3.นายสฤษดิ์ เจียมกมล

4.นายสัมศักดิ์ อัจจิกุล

5.ดร.พีรภัทร ฝอยทอง

6.นายวิชาญ ทองรัก

7.น.ส.เกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์

8.ดร.ธีระวุฒิ วชิรมโนวาทย์

9.นายชัยวัฒน์ ศรีคชา

10.นายจิระพันธ์ ยานะเรือง

11.นายวิสุทธิ์ พุฒพวง

12.นายณรงค์รัฐ ภูติรถยา

13.นายเจษฎา ปิยะสุวรรณวานิช

ส่วนกรรมการของแต่ละภูมิภาค เป็นของคณะ ดร. ธนพล คงเจี้ยง ทั้งหมด ประกอบด้วย

1.นายฉัตรประพล แย้มเพริศศรี

2.นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา

3.นายเชี่ยวชาญ ศิริศักดิ์เสนา

4.นายจิรศักดิ์ เอี่ยมดิลก

5.นายศักดา ศิลประสิทธิ์

6.นางนภัสสร พิมพ์พืช

7.นายโรจนินทร์ ศิรรัฐเมธากรณ์

8.นายทรงยศ ยอดดนตรี

9.นายรณภพ วัตตะสิงห์

สำหรับ ดร.ธนพล คงเจี้ยง หรือทนายนพ เป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมายผู้มีประสบการณ์ในวงการกฎหมายยาวนานกว่า 27 ปี โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งในหลายองค์กรสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นในการพัฒนากฎหมาย ดร.ธนพล ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย

ทนายนพ เป็นชาว จ.สตูล จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2538 , ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2565 , ระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2556 , ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2558 และระดับปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต(การเมือง) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2562

‘นั่งลงลูก’แค่กระพี้!‘อดีตสว.สมชาย’ดึงสติอย่าหลงเชื่อ ย้ำควรติดตาม‘แก่น’คดีคลิปเสียง

‘นั่งลงลูก’แค่กระพี้!‘อดีตสว.สมชาย’ดึงสติอย่าหลงเชื่อ ย้ำควรติดตาม‘แก่น’คดีคลิปเสียง

‘นั่งลงลูก’แค่กระพี้!‘อดีตสว.สมชาย’ดึงสติอย่าหลงเชื่อ ย้ำควรติดตาม‘แก่น’คดีคลิปเสียง

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.49 น.

‘นั่งลงลูก’แค่กระพี้!‘อดีตสว.สมชาย’ดึงสติอย่าหลงเชื่อ ย้ำควรติดตาม‘แก่น’คดีคลิปเสียง

25 สิงหาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีตสว.) โพสต์คลิปการขึ้นไต่สวนคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมข้อความระบุว่า…

แจ้งเพื่อทราบครับ

คำว่า “นั่งลงลูก” เป็นข่าวปลอม

คำว่า “นั่งลงครับ” เป็นคำที่ถูกต้อง

สังคมไทยควรติดตามแก่นของการพิจารณาคดี

พึงอย่าหลงเชื่อกระพี้

เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่ยึดหลักนิติธรรม จะผดุงความยุติธรรม รักษาเอกราชอธิปไตย รักษาประเทศชาติให้ดำรงอยู่ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้คงมั่นสถาวรสืบไปครับ

#เชื่อมั่นในหลักนิติธรรม

#เชื่อมั่นในศาลรัฐธรรมนูญ

ดร.สมชาย แสวงการ

อดีตสมาชิกวุฒิสภาในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ

‘ศบ.ทก.’ประชุมบ่ายนี้ ถกแผนดูแลแรงงานเขมร-มาตรการตอบโต้‘โดรน’ละเมิดอธิปไตย

‘ศบ.ทก.’ประชุมบ่ายนี้ ถกแผนดูแลแรงงานเขมร-มาตรการตอบโต้‘โดรน’ละเมิดอธิปไตย

‘ศบ.ทก.’ประชุมบ่ายนี้ ถกแผนดูแลแรงงานเขมร-มาตรการตอบโต้‘โดรน’ละเมิดอธิปไตย

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.20 น.

‘ศบ.ทก.’ประชุมบ่ายนี้ ถกแผนดูแลแรงงานเขมร-มาตรการตอบโต้‘โดรน’ละเมิดอธิปไตย

25 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) สรุปสถานการณ์ชายแดน 11 จุด ใน 7 จังหวัด  ยังคงปกติ กองทัพไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

นายจิรายุ เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยรวมตรวจพบความเคลื่อนไหวทหารฝ่ายกัมพูชาในบางพื้นที่ โดยปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้จัดกำลังพลประจำจุด และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการตอบโต้ตามสถานการณ์

นายจิรายุ ระบุว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (25 ส.ค.68) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นประธานการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 30/2568  ณ  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหารือแนวทางการบริหารจัดการแรงงานกัมพูชาในไทย และแรงงานกัมพูชาที่จะเดินกลับเข้าทำงานในประเทศไทย รวมทั้งมาตรการปฏิบัติต่อโดรนที่ยังละเมิดอธิปไตยของไทย และรับทราบความก้าวหน้าการเยียวยาประชาชนและในทุกมิติ

‘แพทองธาร’รอดคดีคลิปเสียง ‘ประเทศ’โชคร้าย จะไม่รอด

‘แพทองธาร’รอดคดีคลิปเสียง ‘ประเทศ’โชคร้าย จะไม่รอด

‘แพทองธาร’รอดคดีคลิปเสียง ‘ประเทศ’โชคร้าย จะไม่รอด

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.04 น.

‘แพทองธาร’รอดคดีคลิปเสียง ‘ประเทศ’โชคร้าย จะไม่รอด

25 สิงหาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “อุ๊งอิ๊ง รอดคดีคลิปเสียง โชคร้ายของประเทศ” ระบุว่า…

อุ๊งอิ๊ง รอดคดีคลิปเสียง โชคร้ายของประเทศ

สำหรับคดีคลิปเสียงหลุดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มีการพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ประเทศกัมพูชา จนเป็นประเด็นทำให้สว.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยในกรณีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้นัดฟังคำวินิจฉัย ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568

ช่วงนี้จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการวิเคราะห์ รวมไปถึงมีกระแสสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับสังคม ที่เห็นได้ชัดมีแกนนำในรัฐบาลชุดนี้ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาประสานเสียงว่า ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธารไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เป็นความโชคดีของประเทศ ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นของคนในพรรคเพื่อไทย และมีการปั่นกระแส เรื่องพฤติกรรมของนางสาวแพทองธาร ไม่ได้กระทำผิด เป็นเจตนาดีที่จะทำเพื่อประเทศชาติ เป็นการหวังดีต่อประเทศชาติ

ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร เป็นนายกรัฐรัฐมนตรีต่อไป จะเป็นความโชคดีของประเทศ

แต่ว่าในส่วนของประชาชน มีประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่มีความรู้สึกว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ก็เป็นความโชคร้ายของประเทศมากกว่า

มีการกล่าวกันว่า ถ้านางสาวแพทองธารรอด ประเทศจะไม่รอด แต่ถ้านางสาวแพทองธารไม่รอด ประเทศก็จะรอด ซึ่งเป็นความรู้สึกของประชาชนจริงๆ

ถ้าหากจะดูผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ไม่มีความเชื่อมั่นและไม่มีความพึงพอใจในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของนางสาวแพทองธารเลย คะแนนนิยมของนางสาวแพทองธารอยู่ในระดับ 4 – 5% เท่านั้น ถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาความนิยมนายกรัฐมนตรีในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่ต้องไปเปรียบกับใคร เปรียบเทียบกับความนิยมของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคะแนนนิยมตกต่ำในอดีต แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เห็นได้ชัดว่า คะแนนนิยมของนางสาวแพทองธารตกต่ำกว่าคะแนนนิยมของนางสาวยิ่งลักษณ์มาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาประโคมข่าวว่า ถ้านางสาวแพทองธารได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ก็เป็นความโชคดีของประเทศ

แต่คนไทยทั้งประเทศมีความรู้สึกว่า เป็นความโชคร้ายของประเทศไทยและคนไทยทั้งประเทศมากกว่า