ระยองเร่งโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมชวนชิมอาหาร ‘Street Food’ ฟื้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/555911

ระยองเร่งโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมชวนชิมอาหาร‘Street Food’ ฟื้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงาน “มาระยองมาลองกิน Street Food” หรือ “มา’ยอง Street Food” โดยมีว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง นายพิธพรสมะลาภา ประธานหอการค้า จ.ระยอง หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชนร่วมเปิดงานโดยมีประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมจับจ่ายซื้อของภายในงานเป็นจำนวนมากภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ลานกิจกรรมสตาร์ไอที อ.เมือง จ.ระยอง

โดยภายในงานมีร้านสตรีทฟู้ดกว่า 50 ร้าน มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกชิม เลือกซื้อมีการแสดงบนเวทีเพื่อความสนุกสนาน โดยในวันแรก ได้จัดให้มีการแข่งขันกินฮอทดอก ซึ่งมีผู้ร่วมแข่งขันเป็นเยาวชน ต่างขึ้นเวทีแข่งกินฮอทดอก กันอย่างน่ารัก สนุกสนาน 

นายชาญนะกล่าวว่า การจัดงานมา’ยอง Street Food ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมตามโครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19  คลี่คลาย จากสถานการณ์ที่ผ่านมา จ.ระยอง ได้รับผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นอย่างมากผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวต่างได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ทั้งแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร  

ดังนั้น จ.ระยอง โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อกระตุ้น ฟื้นฟู และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดระยองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้กลับสู่สภาวะปกติ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยวและบรรเทาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจภายใน จ.ระยอง 

โดยมีร้านอาหาร ขึ้นชื่อ กว่า 50 ร้านต่างนำเมนูอร่อย มาจำหน่าย บางร้านนำมาตั้งปรุงกันสดใหม่ เช่น กุยช่ายคุณนุช ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจากการทำสดใหม่แป้งบางไส้เยอะ และยังมีกุยช่ายทอด ที่เป็นเอกลักษณ์จนทำให้ยอดขายแต่ละวันนั้นถึงหลักหมื่น นอกจากนี้ ร้านมาร์ทีค ยังมีพิซซ่าทอด ซึ่งเป็นเมนูเด็ดนำมาทอดจำหน่าย ให้ได้ชิมกันร้อนๆ พร้อมด้วย ไก่ถัง และกุ้งถัง ส่วนอาหารพื้นบ้านโอท็อปก็ยกขบวนมาตั้งร้าน เช่น กลุ่มแม่บ้านปากน้ำประแสร์ นำแจงลอน มาย่างให้หอมหวนชวนกินคู่กับทอดมันแผ่นใหญ่อร่อยเลิศ

ชายคาพระพิรุณ : 1 มีนาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/555909

ชายคาพระพิรุณ :  1 มีนาคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 1 มีนาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูกาลผลไม้ในภาคตะวันออกให้ผลผลิต โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็น champion product สำคัญของภาคตะวันออก ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปีนี้ ทุเรียนมีการออกดอกมากขึ้น และขณะนี้ออกดอกครบ 100% แล้ว มีแนวโน้มการให้ผลผลิตสูงขึ้น เนื่องจากพื้นที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีทุเรียนให้ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 633,476 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.17 จากปีที่แล้วซึ่งมีผลผลิต 550,035 ตัน ทั้งนี้ ทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ส่งออกที่สำคัญ มีประเทศจีนเป็นตลาดนำเข้าทุเรียนผลสดที่ใหญ่สุดของไทย ซึ่งจากรายงานของฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว พบว่าในปี 2563 จีนนำเข้าทุเรียนผลสดจากไทยปริมาณทั้งสิ้น 575,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าถึง 69,000 ล้านบาท ส่งผลให้ทุเรียนครองแชมป์ผลไม้นำเข้าอันดับ 1 ของจีนแซงหน้าการนำเข้าเชอรี่ผลสดทั้งปริมาณและมูลค่า ถึงแม้ว่าปริมาณการนำเข้าจะลดลงไป 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2562 แต่มูลค่ากลับเพิ่มมากขึ้นถึง 44 เปอร์เซ็นต์ โดยทุเรียนมีสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 23% เมื่อเทียบกับมูลค่าการนำเข้าผลไม้หลักทั้งหมดจากต่างประเทศของจีน

อย่างไรก็ตาม แม้ทุเรียนไทยจะเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนก็ตาม แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรติดตามผลการดำเนินงานการส่งออกในฤดูกาลผลิต 2564 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีการนำเสนอข่าวว่าประเทศจีนระงับการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทยสาเหตุจากตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทุเรียน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ประสานงานกับอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่งและได้รับหนังสือตอบยืนยันกลับมาว่ารัฐบาลจีนไม่เคยระงับการนำเข้าทุเรียนจากไทยเนื่องจากตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่อย่างใด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ย้ำว่า ที่ผ่านมา แม้จีนจะยังไม่เคยตรวจพบปัญหาการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสินค้าเกษตรจากไทย แต่กรมวิชาการเกษตรก็ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับโรงคัดบรรจุผลไม้ เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ โดยยึดตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่จีนยอมรับและแนะนำให้ประเทศคู่ค้าปฏิบัติด้วยเช่นกัน เพื่อควบคุมสุขอนามัยของพนักงานและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ผลิต โดยกรมวิชาการเกษตรได้จัดทำเอกสารการดำเนินการดังกล่าวทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาจีนส่งให้สำนักงานศุลกากรของจีนทราบแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าไทยได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในผลไม้ส่งออกตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยดำเนินการตามแนวทางของ WHO และ FAO เพื่อตอกย้ำให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยของผลไม้ไทยในปี 2564 อีกทั้ง กรมวิชาการเกษตร ไม่เพียงแต่จะเข้มงวดการตรวจศัตรูพืชในผลผลิตเท่านั้น แต่ยังเน้นการตรวจทุเรียนด้อยคุณภาพหรือทุเรียนอ่อน โดย สวพ.6 จะรับภารกิจหลักตรวจทุเรียนอ่อนและกำกับดูแลการใช้ใบรับรอง GAP ของผู้ส่งออก เพื่อผลักดันการส่งออกผลไม้ของภาคตะวันออกที่มีคุณภาพได้ตามมาตรฐาน GAP และ GMP อีกด้วย

ข่าวนี้เป็นสิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรได้ว่ายังสามารถส่งออกทุเรียนไปยังจีนได้ตามปกติ และอย่าไปตื่นตระหนกจากข่าวลือเพื่อหวังทุบราคาทุเรียนจากบรรดาล้งต่างๆ ขอเพียงเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำในการสร้างมาตรฐานการผลิต และมีความซื่อสัตย์ไม่ตัดทุเรียนอ่อนขายก็พอ รับรองว่า ปีนี้ยังเป็นปีทองของชาวสวนทุเรียน และยังสามารถรักษาตลาดทุเรียนไทยในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดนำเข้าทุเรียนที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของไทยได้อย่างแน่นอน

ขุนเกษตรา

แนะเกษตรกรใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาด เน้นทนทานโรคใบด่างก่อนลุยปลูกฤดูใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/555913

แนะเกษตรกรใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาด เน้นทนทานโรคใบด่างก่อนลุยปลูกฤดูใหม่

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ควรเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรค
ใบด่าง ในฤดูใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพื่อลดอัตราการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำหรับการผลิตมันสำปะหลังของประเทศ ปัจจุบันมีเนื้อที่เก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นในทุกภาค เมื่อเทียบกับปีเพาะปลูก 2562/63 โดยมีแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา กำแพงเพชร ชัยภูมิ กาญจนบุรี อุบลราชธานี นครสวรรค์ และสระแก้ว ซึ่งผลผลิตจาก 7 จังหวัดดังกล่าว มีประมาณ 15.81 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 50.82 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ เนื่องจากความต้องการ
มันสำปะหลังในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทำให้เกษตรกรขยายเนื้อที่ปลูกมันสำปะหลังแทนอ้อยโรงงานที่ราคามีแนวโน้มลดลง บางส่วนปลูกแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเมื่อปีที่แล้ว จึงส่งผลให้ภาพรวมผลผลิตเพิ่มขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังซึ่งเป็นโรคสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลผลิตได้มีการควบคุมและเฝ้าระวังการระบาดอย่างต่อเนื่อง กรมได้กำชับให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง 5 มาตรการ ได้แก่ 1) สร้างการรับรู้โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแขนงต่างๆ รวมถึงการอบรม สัมมนา และงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (field day) 2) สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ เพื่อค้นหาต้นที่เป็นโรค 3) เมื่อพบต้นเป็นโรคดำเนินการกำจัดแมลงพาหะนำโรคคือแมลงหวี่ขาวยาสูบ 4) เลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดจากแปลงพันธุ์ที่ไม่พบการระบาดของโรค และควรเป็นพันธุ์ที่ทนทานโรคใบด่าง เช่น ระยอง 72 ระยอง 90 KU50 และห้วยบง 60 รวมถึงงดใช้พันธุ์อ่อนแอ ได้แก่ ระยอง 11 และ CMR 43-08-89 และมาตรการสุดท้าย มาตรการที่ 5) มาตรการป้องกันกำจัดในระยะยาว ได้แก่ ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างใช้เองในชุมชน

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า นอกจากมาตรการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังแล้ว กรมได้มีการดำเนินการส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังและมาตรการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จำนวน 2 โครงการ ดังนี้ 1.โครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ปี 2564 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,620 ราย ดำเนินการ ในพื้นที่ 44 จังหวัด และ2.โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ปี 2564 เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร และร่วมกันผลิตมันสำปะหลังในรูปแบบแปลงใหญ่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม คาดว่าการดำเนินงานทั้งด้านการส่งเสริมและการป้องกันกำจัดโรคใบด่างจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถผลิตมันสำปะหลังออกสู่ตลาดได้ตามที่คาดการณ์ไว้

สกู๊ปพิเศษ :โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกแก้วิกฤติภัยแล้ง สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าน้ำพี้-ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/555915

สกู๊ปพิเศษ :โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกแก้วิกฤติภัยแล้ง สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าน้ำพี้-ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์

สกู๊ปพิเศษ :โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกแก้วิกฤติภัยแล้ง สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าน้ำพี้-ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก พร้อมด้วยนายตรีภพ เกื้อเม่ง หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายดิลกยศ ปานะดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน นางนรินทร นาคเหล็ก นายช่างชลประทานปฏิบัติงาน ร่วมกับนายฉัตรชัย ทองปอนด์ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม (ผวศ.ชป.3) นายทวีสิทธิ์ เลิศสินไทย ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน (ผผง.ชป.3) และเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจการดำเนินงานโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพื้นที่ ตำบลน้ำพี้ และตำบลป่าคาย ขนาด 0.65 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จำนวน 3 เครื่อง พร้อมระบบส่งน้ำ(ระยะที่ 2) ความยาว 17,001.623  เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 12,000 ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าน้ำพี้-ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ในพื้นที่ตำบลน้ำพี้และตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขันเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากลำน้ำคลองตรอน ประกอบกับเป็นพื้นที่ราบสูงและอยู่นอกเขตชลประทาน มีเพียงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและระบบส่งน้ำ 2 แห่ง ซึ่งสามารถช่วยเหลือพื้นที่ได้เพียง 3,000 ไร่ เท่านั้น

“โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าน้ำพี้-ป่าคาย เป็นโครงการเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างเร่งด่วน โดยการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า สูบน้ำจากแม่น้ำน่าน บริเวณเหนือเขื่อนทดน้ำผาจุก ในเขตตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา ในอัตราการ 3.90 ลบ.ม./วินาที พร้อมก่อสร้างระบบส่งน้ำความยาว 17 กิโลเมตร ส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรและการอุปโภค-บริโภคให้กับราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลน้ำพี้ และตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขัน และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมักจะประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี”

สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างสถานีสูบน้ำฯ 1 ปี (2563-2564) ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้างเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์เพิ่มขึ้นในฤดูแล้งประมาณ 8,500 ไร่ และฤดูฝนประมาณ 12,000 ไร่ รวมทั้งใช้เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาให้กับหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่รวม 10 แห่งอีกด้วย

ไฟเขียวของบเพิ่ม 4.9 พันล้านชดเชยชาวสวนยางงวด 5-6 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/555912

ไฟเขียวของบเพิ่ม4.9พันล้านชดเชยชาวสวนยางงวด5-6

วันอาทิตย์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 มีมติเห็นชอบขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 4,990.435 ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยแก่เกษตรกรชาวสวนยางในงวดที่ 5–6

นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ตามที่ ครม. มีมติให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย ได้มีการกำหนดเป้าหมายเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,834,087 ราย แบ่งเป็น เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย จำนวน 1,142,294 ราย เกษตรกรที่แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย จำนวน 419,060 ราย และคนกรีดยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย จำนวน 272,733 ราย โดยได้กำหนดระยะเวลาการชดเชยรายได้จำนวน 6 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เดือนตุลาคม 2563 ครั้งที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2563 ครั้งที่ 3 เดือนธันวาคม 2563 ครั้งที่ 4 เดือนมกราคม
2564 ครั้งที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ 2564 และครั้งที่ 6 เดือนมีนาคม 2564 ซึ่งจะมีการจ่ายเงินในเดือนถัดไปในแต่ละครั้ง

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้มีการสั่งจ่ายเงินไปแล้ว ในงวดที่ 1 – 4 จำนวน 9,333.321 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.พ. 2564) คิดเป็นร้อยละ 96.04 ของวงเงินงบประมาณเงินชดเชยที่ ครม. อนุมัติ (9,717.995 ล้านบาท) และจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคายางพารามีความผันผวนไม่สอดคล้องกับราคายางที่คาดการณ์ ณ ช่วงเวลาที่จัดทำโครงการฯ เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการคำนวณประเมินสถานการณ์ราคายาง ณ ปัจจุบัน คาดการณ์ว่าจะต้องใช้งบประมาณในการชดเชยส่วนต่างราคาประกันในงวดที่ 5–6 วงเงินงบประมาณ 5,265.295 ล้านบาท ซึ่งเกินวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติเบื้องต้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 4,990.435 ล้านบาท (แบ่งเป็น งบประมาณสำหรับประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง 4,880.621 ล้านบาท และงบประมาณสำหรับชดเชยต้นทุนเงินในอัตราเงินฝากประจำ 12 เดือน ของ ธ.ก.ส. บวก 1 ภายในวงเงินไม่เกิน 109.814 ล้านบาท)

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อาจารย์ว่าที่ร้อยโท ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556138

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อาจารย์ว่าที่ร้อยโท ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อาจารย์ว่าที่ร้อยโท ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 20.00 น.

NAEWNA VARIETY วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ทาง TNN2 (TrueVision ช่อง 784) เวลา 16.00-16.30 น.

Re-run 1. วันพุธ 22.00-22.30 น. 2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น. 3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น. 4. วันศุกร์ 23.00-23.30 น. 5. วันเสาร์ 13.30-14.00 น.

คุณแหน : 2 มีนาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556097

คุณแหน : 2 มีนาคม 2564

คุณแหน : 2 มีนาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 17.36 น.

ll อนุสนธิการพิพากษาจำคุก 3 รมต.คนสำคัญ มีผลให้ต้องพ้นตำแหน่ง รมต.ทันที แต่การเมืองไม่เหมือนกิจกรรมอื่น ถึงแม้มีโศกนาฏกรรมอยู่เบื้องหน้าก็ไม่มีใครต้องรักษากฎกติกามารยาทให้เสียเวลา ภายในพรรค พปชร.มีการไหวตัววิ่งกันฝุ่นตลบ ทั้งคนนอกอยากเข้า, คนในอยากย้ายวิก และคนในอยากเลื่อนชั้นขึ้นเป็นรมว. นับเป็นเรื่องหนักใจสำหรับสองผู้นำ “บิ๊กตู่”และ “บิ๊กป้อม” เป็นอย่างยิ่ง… จากแหล่งข่าวภายในพรรค คนในที่น่าจะได้รับการตบรางวัลค่อนข้างแน่นอนคือผู้กองมากบารมี ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า สำหรับรายนี้มีผลงานให้พรรคบานเบอะ และยังมีอินไซเดอร์ผู้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดสนิทกับผู้มีอำนาจ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โดยจะได้อัพเกรดเป็นเสนาบดีระดับ “ว่าการ” หรืออาจจะสวิชไปแทนที่ รมช. สันติ พร้อมพัฒน์ ที่กระทรวงการคลังอย่างสมใจนึก…

ll ฝุ่นตลบยังไม่ทันจาง ก็เกิดประเด็นตึงเครียดในพรรคพลังประชารัฐอีก เมื่อหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความเห็นเป็นเอกเทศเรื่องการสรรหาบุคคลมาแทนกลุ่ม รมต.ที่ขาดคุณสมบัติและพ้นตำแหน่งไป รวมถึงการปรับ ครม.ด้วย มีกระแสถาโถมเมื่อ สส.พรรคจำนวนมากถึง 90 ราย พร้อมใจมอบอำนาจให้ หน.พรรค สรรหา รมต.จากสมาชิกพรรค ในขณะที่ท่านนายกฯต้องการให้เปิดกว้างเพื่อพิจารณารวมถึงคนนอกที่มีคุณสมบัติระดับเฮฟวี่เวทมาเป็นกำลังให้รัฐบาล โดยอาจจะโฟกัสไปที่ พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ที่คาดหมายกันว่าอาจจะรับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ สรุปว่าจะมีการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับ ครม.ในวันนี้ และคงจะดำเนินไปแบบถกแถลงกันอย่างกว้างขวาง…

ll เรื่องของ อดีตรมว.พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หนึ่งในแกนนำ กปปส. หลังจากได้ประกันตัวออกมา นพ.เหลือพร-ดาริกา บิดา-มารดา นำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์มารดรับขวัญลูกรัก…เป็นภาพความรักของบุพการีที่อยู่เหนือการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น…

ll ข่าวน่าปลาบปลื้ม รศ.ธีรภัทร วรรณฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แมสคอมมช.) แจ้งข่าวว่า นศ.แมสคอม มช.ปี 4 นำหนังสือพิมพ์ “อ่างแก้ว ”เข้ารับรางวัล “พิราบน้อย”ปี’63 หลายรางวัล จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ รางวัลที่ได้รับครั้งนี้ อาทิ การบรรณาธิกรฝึกปฏิบัติ ดีเด่น, นิตยสารฝึกปฏิบัติดีเด่น, ข่าวสิ่งแวดล้อมปฏิบัติดีเด่น และหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ชมเชย…ศิษย์ แมสคอม มช.ล้วนมีคุณภาพยิ่ง เรื่องจริงที่สถาบันแห่งนี้ ได้ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ เป็นสื่อมวลชน เก่ง และดีตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา…

ll เตือนตา สุเกียรติกุล กลับมาจากออสเตรเลียเข้า State Quarantine เรียบร้อย…ส่วน ดร.ปรียาพร พรหมพิทักษ์ เสร็จสิ้นงานศพสามีที่อังกฤษแล้ว ช่วงนี้อยู่ใน State Quarantine ตามระเบียบเมืองไทย อีกหลายวันกว่าจะได้ออกมาสู่สังคมภายนอก…

ll ขึ้นไปเที่ยวเชียงรายครั้งล่าชวนปลื้ม บุนนาค ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติและสีสันของดอกไม้ พร้อมกับได้บันทึกภาพประทับใจมาฝากมิตรสหายทางโซเชียลด้วย…

ll สมคิด นรเทพกิตติ หรือ “ลุงช้าง”จัดงานให้เพื่อนๆ ธรรมศาสตร์รุ่น 2513-2516 มาสังสรรค์กัน พร้อมเลี้ยงฉลองวันเกิดย้อนหลังให้เพื่อนร่วมรุ่น 2 คน ที่ร้านย่านพหลโยธิน 38…รื่นเริงสุขสำราญ ตามแบบฉบับ คุยเรื่องเก่า เล่าความหลัง…ร้องเพลง Too Young กันครึกครื้น !!…ll

บารอนเนส

TikTok จับมือ Pomelo ส่งคอลเลคชั่นสตรีทแวร์สุดปัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556063

TikTok จับมือ Pomelo ส่งคอลเลคชั่นสตรีทแวร์สุดปัง

TikTok จับมือ Pomelo ส่งคอลเลคชั่นสตรีทแวร์สุดปัง

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 16.10 น.

TikTok แพลตฟอร์มวีดีโอสั้นชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความแรงกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่สายแฟชั่นไม่ควรพลาด กับโปรเจกท์ Collaboration กับแบรนด์แฟชั่นมาแรงอย่าง Pomelo เปิดตัวคอลเลคชั่นสตรีทแวร์สุดปัง ภายใต้ธีม “Be Bold Be YOU” ที่เรียกเสียงว้าวได้ตั้งแต่แรกเห็น โดยนำเอาโลโก้ TikTok มาสร้างสรรค์เป็นลายปริ้นท์สุดเก๋จนทำให้ “Be Bold Be YOU” ถือเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่สาวกแฟชั่นและแฟนๆ TikTok ต่างรอคอย เปิดจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เท่านั้น

สำหรับในโลกแฟชั่น TikTok ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าชื่นชอบและให้ความสนใจ นับตั้งแต่ปรากฏการณ์ที่เหล่าแบรนด์ดังระดับโลกต่างตบเท้าเข้ามาเปิดแอคเคานท์เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนท์วีดีโอสั้นกันมากมาย อาทิ LouisVuitton, Gucci, Prada, Balenciaga และอีกมากมายหลายแบรนด์ รวมถึงการสร้างสรรค์ปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนโลกแฟชั่นกับการจัดกิจกรรม Live Fashion Show ของเหล่าแบรนด์ดังเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ได้ส่งตรงแฟชั่นโชว์จากรันเวย์ทั่วโลกมาไว้บนแพลตฟอร์ม TikTok ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ครั้งนี้ TikTok ไม่รอช้า เดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่อีกครั้งด้วยการจับมือกับ Pomelo ที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ธีม “Be Bold Be YOU” ที่ต้องการจุดประกายความสร้างสรรค์และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ให้กล้าแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง ผ่านการผสมผสานแฟชั่นร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Pomelo และ TikTok ด้วยการเชิญชวนมาแบ่งปันไลฟ์สไตล์ของตัวเองในมุมที่แตกต่างผ่านคอนเทนท์วีดีโอสั้นสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของคุณเอง เช่น แต่งตัวให้เก๋, ทำผมให้ชิค,แต่งหน้ายังไงให้ปัง และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นการโชว์ความมั่นใจของคนรุ่นใหม่ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนท์วีดีโอสั้นที่ไม่เหมือนใคร พร้อมใส่แฮชแท็ก #BeBoldBeYou โดยแคมเปญจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564 นี้

อีกทั้งยังสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์และสปอร์ตแวร์ภายใต้ชื่อคอลเลคชั่น Be Bold Be YOUด้วยลายปริ้นท์สุดเก๋จากโลโก้ TikTokซึ่งจะเน้นการทำตลาดในประเทศไทยสิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นหลัก โดยสินค้าคอลเลคชั่น Be Bold Be YOU นี้ได้เปิดตัวในร้านค้า 20 แห่งในประเทศไทยและสิงคโปร์ รวมถึงร้านค้าออนไลน์บน Pomelofashion.comและบนแอปพลิเคชั่น Pomelo ทั่วโลกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) นำเสนอคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/555964

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) นำเสนอคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2021

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) นำเสนอคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2021

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 12.01 น.

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) นำเสนอคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2021 เป็นครั้งแรกที่มิลานแฟชั่นวีค (MFW) เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 11:00น. (ในประเทศอิตาลี) ผ่านทางภาพยนตร์ดิจิทัลในชื่อ “UNFASHIONSHOW”

ภายใต้การสร้างสรรค์ของแฟชั่นดีไซเนอร์ Andrea Pompilio (อันเดรีย ปอมปิลิโอ) Onitsuka Tiger ได้เริ่มนำเสนอคอลเล็กชั่นเรดี้ทูแวร์ที่ Pitti Immagine Uomo ในปี 2013 และในปี 2014 ก็ได้ย้ายไปจัดโชว์ที่โตเกียวแฟชั่นวีค อีเว้นท์แฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อิตาลีนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ Onitsuka Tiger เพราะบ้านและสตูดิโอของ Pompilio ตั้งอยู่ในมิลาน และ Onitsuka Tiger ก็ได้เปิดแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกในเมืองเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2020 ภายใต้การดูแลสร้างสรรค์ของ Pompilio และ Filippo Dini สถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี สำหรับแบรนด์ที่ผสมผสานสองสไตล์จากจากโตเกียวและมิลานเข้าไว้ด้วยกัน และการส่งเสริมธีมในการดีไซน์แบบ “East meets West” การย้ายโชว์ไปแสดงที่ MFW ในฤดูกาลนี้ถือเป็นขั้นตอนที่เป็นธรรมชาติที่สุด ที่จะทำให้การเกี่ยวโยงนี้แน่นแฟ้นขึ้น และเพื่อเพิ่มการเป็นที่รู้จักของ Onitsuka Tiger

คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2021 นี้ผสมผสานองค์ประกอบการออกแบบสไตล์มินิมอลที่เน้นการใช้ไนลอนสีดำและสีเทาตะกั่วเข้ากับไอเท็มที่ได้แรงบันดาลใจจากการเดินป่าบนเทือกเขาหิมาลัยและการเดินป่าในยุค 1970    โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีสว่าง เช่นสีส้ม สีเหลือง และสีน้ำเงินนีออน

คอลเล็กชั่นนี้ยังสะท้อนถึงหลักของฟังก์ชั่นการใช้งานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ Onitsuka Tiger พร้อมด้วยรายละเอียดงานฝีมือที่ออกแบบด้วยความใส่ใจอย่างพิถีพิถัน ไอเท็มชิ้นสำคัญจากคอลเล็กชั่นประกอบไปด้วยเสื้อแจ็คเก็ตฟลีซที่ออกแบบโดยผสมผสานการใช้ผ้าไนลอน radzimir และกุ๊นในสไตล์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานวินเทจ ทำให้ดูตัดกัน และยอดเยี่ยมสำหรับรักษาความอบอุ่นในกิจกรรมปีนเขาช่วงฤดูหนาว

คอลเล็กชั่นนี้ยังเป็นการร่วมงานกับ Toyoki Adachi นักออกแบบและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแบรนด์กราฟิกสิ่งทอ “nowartt” โดย Pompilio ได้ใช้ลายกราฟิกสิ่งทอของ Toyoki ในคอลเล็กชั่น โดยพิมพ์ลงบนผ้าที่ใช้สำหรับเสื้อดาวน์แจ็คเก็ต กางเกงขายาว และกระเป๋าเป้สะพายหลัง นอกจากนี้ยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับไลน์ PAW ซึ่งเป็นชุดแทร็กสูทของ Onitsuka Tiger ทำจากโพลีเอสเตอร์อะซิเตทในสไตล์ยุค 70 ซึ่งเสื้อผ้าที่โดดเด่นนี้เป็นผลมาจากการผสมผสานระหว่างสองคอนเซ็ปต์ที่ตัดกัน คือ “vintage x art” และ “analog (hand drawn) x digital”

Onitsuka Tiger เข้าร่วมตารางงาน Milan Fashion Week เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ โดยนำเสนอคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2021 ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ National Chamber of Italian Fashion (https://www.cameramoda.it/en/milano-moda-donna/) ภาพยนตร์ดิจิทัลประกอบด้วยศิลปินที่ได้รับการ     คัดสรร เช่น นักแสดง M¥SS KETA นักเต้น Gabriele Esposito และศิลปินทัศนศิลป์ OZMO ภาพยนตร์เรื่อง “UNFASHIONSHOW” สะท้อนให้เห็นเสาหลัก 3 ประการที่สอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์ Onitsuka Tiger นั่นคือดนตรี การเคลื่อนไหว และศิลปะ ซึ่งถูกทำให้มีชีวิตชีวาผ่านการแสดงของศิลปินที่โดดเด่นทั้งสามคน

เครดิตวิดีโอ:

คอนเซ็ปต์โดย Giulia Achenza และ Andrea Pompilio

กำกับโดย Giulia Achenza 

https://www.onitsukatiger.com/th/th-th/stories/aw21

วชิรพยาบาล เดลต้า และฮอนด้า ร่วมผลิตหน้ากากไอ้โม่งพัดลมสู้โควิด : อาทร จันทวิมล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/555960

วชิรพยาบาลเดลต้าและฮอนด้า ร่วมผลิตหน้ากากไอ้โม่งพัดลมสู้โควิด : อาทร จันทวิมล

วชิรพยาบาลเดลต้าและฮอนด้า ร่วมผลิตหน้ากากไอ้โม่งพัดลมสู้โควิด : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564, 11.47 น.

การตรวจดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิดนั้น   บุคลากรการแพทย์ทั้งหลายจะต้องแต่งกายด้วยชุดคลุมหัวใส่ถุงมือถุงเท้าคล้ายมนุษย์อวกาศ ที่เรียกว่า PPE(Personal Protective Equipment)ซึ่งสามารถใช้เพียงครั้งเดียวก็ต้องทิ้ง   เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโควิดจากผู้ป่วยผู้ที่ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีความอึดอัด เพราะทั้งร้อนและระบายอากาศไม่ได้  ดังนั้นจึงมีผู้คิดนำพัดลมเข้าไปประกอบกับชุดป้องกันดังกล่าว เรียกว่า PAPR (Power Air Purifying Respirator)  หรือ หน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลม   แต่ในบทความนี้จะเรียกอุปกรณ์นี้ว่า “ไอ้โม่งพัดลม”  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ ยังไม่ค่อยมีจำหน่ายแพร่หลายในตลาด และมีราคาแพงถึงชุดละราว 40,000 บาท   แต่บัดนี้สามารถผลิตใช้ในประเทศไทยได้แล้วโดย คณะแพทย์ศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ร่วมกับ บริษัท ฮอนด้า (ประเทศไทย) และบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เปิดเผยว่า หน้ากากพัดลมPAPR ที่หน่วยงานวิจัย ของวชิรพยาบาล ดำเนินการพัฒนาและผลิตขึ้นโดยประยุกต์มาจากหน้ากากดำน้ำแบบสนอร์เกิล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อจากผู้ป่วยสู่บุคลากรการแพทย์ เช่นการขนย้ายผู้ป่วย การช่วยฟื้นชีพ  การใส่/ถอดเครื่องช่วยหายใจ ดูดเสมหะ พ่นยา รวมทั้งการผ่าชันสูตรศพ  อุปกรณ์ดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ สามารถปรับความดันได้ทั้งแบบบวกและลบ สามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยมีความพิเศษตรงที่ยังสามารถปรับความดันให้เป็นลบเพื่อใช้สำหรับขนย้ายผู้ป่วยได้ ซึ่งจะเป็นมิติใหม่ของการรักษา

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ต้านภัยโควิด-19 โดยได้ดำเนินการผลิต หน้ากากแรงดันลบและบวกป้องกัน โควิด-19 จำนวน 1,000 ชิ้น และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ให้แก่โรงพยาบาล 96 แห่งทั่วประเทศ พร้อมกับเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100 ตัว เมื่อรวมความช่วยเหลือที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้ร่วมต้านภัยโควิด รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท

บริษัท เดลต้าอีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัท ไทย-ไต้หวัน บริจาคพัดลมปลอดเชื้อประสิทธิภาพสูง รุ่น BFB1012EH-A ที่ผลิตในประเทศไทย สามารถชาร์จไฟโดยใช้ USB ที่ติดตั้งมาในตัวเพื่อพัฒนาและผลิตชุดปลอดเชื้อความดันบวกและหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะพร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (Powered Air PurifyingRespirator หรือ PAPR) อากาศที่ออกมาจากพัดลม จะถูกกรองจากแผ่นกรองอากาศ HEPA (High-efficiency particulate air) H14 ที่เป็นมาตรฐานการกรองสำหรับการแพทย์

ความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการและเอกชนไทยในการประดิษฐ์อุปกรณ์ป้องกันรักษาโควิดในครั้งนี้  นอกจากจะสามารถนำไปใช้ในประเทศไทยแล้ว ยังอาจนำไปใช้ในต่างประเทศทั่วโลกที่ประสบภัยจากโควิดเช่นเดียวกันได้อีกด้วย