แหวกฟ้าหาฝัน : Valencia Cathedral #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601423

แหวกฟ้าหาฝัน : Valencia Cathedral

แหวกฟ้าหาฝัน : Valencia Cathedral

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Altar

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนเมืองใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นเมืองที่เคยมี Bishop มาพำนักอยู่ก็มักต้องหาโอกาสมาเยือนมหาวิหารประจำเมืองเพื่อชื่นชมความหรูหรา Valencia Cathedral จึงเป็น the must ที่อยู่ในแผนการเที่ยว Valencia Cathedral หรือที่มีชื่อเต็มว่า The Metropolitan Cathedral Basilica of the Assumption of Our Lady of Valencia หรือ Saint Mary’s Cathedral นี้ เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1238 โดยคำบัญชาของ Pere d’Albalat อาร์คบิชอบแห่ง Tarragona ซึ่งเป็น Bishop องค์แรกประจำเมือง Valencia และพระเจ้า James I the Conqueror เพื่ออุทิศให้กับพระนางมารีโดยสร้างขึ้นบน Visigothic Cathedral ภายใต้การออกแบบของ Arnau Vidal สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

ในการก่อสร้างครั้งนั้น นักประวัติศาสตร์พบว่ามหาวิหารนี้ตั้งขึ้นบนมัสยิดเก่าเพราะมีการขุดพบซากของมัสยิดที่ตำแหน่งปีกของมหาวิหารโดยคาดว่าประตูนักบุญเป็นตำแหน่งทางเข้าของมัสยิดเช่นกัน การก่อสร้างในช่วงแรกใช้หินจากบริเวณใกล้เคียง แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่นำมาจาก Benidorm โดยบรรทุกเรือมาการที่วัสดุส่วนใหญ่มาจากบริเวณข้างเคียงเป็นเพราะคหบดีประจำเมืองทั้งหลายต้องการแสดงตำแหน่งแห่งที่ของคริสเตียนเหนือมุสลิม ระหว่างปี 1300-1350 มหาวิหารได้รับการขยับขยาย และมีการสร้างหอคอยเพิ่มขึ้นโดยใช้แนวทางศิลปะแบบบาโรค ส่วน Holy Grail Chapel นั้นถูกสร้างขึ้นในปี 1356หอระฆังที่แยกออกจากตัวโบสถ์ถูกสร้างขึ้นในปี 1381 สำหรับส่วนปีกของโบสถ์ที่ถูกออกแบบโดย Francesco Baldomar สถาปนิกชื่อดังแห่งยุคปลายโกธิคและ Pere Compte สถาปนิกชาวสเปนชื่อดังชาว Aragon นั้นได้ทำการเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ ของโบสถ์จนสมบูรณ์

Chapel

แม้ในช่วงระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 อันเป็นยุครุ่งเรืองของเรอเนสซองส์นั้นจะไม่มีการทำการขยายหรือตกแต่งส่วนของโบสถ์มากนัก แต่กลับมีการเพิ่มเติมประดับประดางานจิตรกรรมและประติมากรรมส่วนของแท่นบูชาและหอสวดมนต์ให้วิจิตรบรรจง หลังจากนั้นในยุคบาโรค Konrad Rudolf สถาปนิกชาวเยอรมันได้ทำการออกแบบประตูหน้าที่ทำจากเหล็กซึ่งถือว่าทันสมัยมากในช่วงเวลานั้น แต่เนื่องจากเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นส่งผลให้เขาไม่สามารถทำงานจนสำเร็จ แล้วเลยต้องให้ Francisco Vergara และ IgnacioVergara ทำต่อ หลังจากนั้นมหาวิหารไม่ได้รับการดูแลมายาวนาน ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ศาสนจักรจึงมีแผนปรับปรุงมหาวิหารใหม่ให้มีลักษณะแบบ Neoclassic ที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับ Gothic โดยเริ่มต้นก่อสร้างในปี 1774 ภายใต้การออกแบบของ Antoni Gilabert Fornes สถาปนิกชาวสเปน หลังจากนั้นมหาวิหารไม่ได้รับการบูรณะอีกเลยจนถึงปี 1931 ที่มหาวิหารได้รับการสถาปนาให้เป็นศาสนสถานสำคัญของรัฐจวบจนกระทั่งสงครามกลางเมืองสเปนซึ่งมหาวิหารโดนไฟไหม้จนทำให้ส่วนตกแต่งที่ทำลายลงอย่างราบคาบ รวมทั้งตัวออแกนด้วย

การบูรณะมหาวิหารครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1972 โดยมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูให้มหาวิหารหวนกลับไปใช้แนวทางศิลปะแบบโกธิคแทนที่ Neoclassic อีกครั้งยกเว้นส่วนหอสวดมนต์และงานประติมากรรมที่ฐานของโดม หลังการบูรณะครั้งนั้นมหาวิหารก็ได้รับการสถาปนาเป็นสมบัติสำคัญของชาติอีกครั้งในปี 1999 นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนมหาวิหารจะได้สัมผัสกับความอลังการตั้งแต่ด้านหน้าประตู แท่นบูชา และหอคอยที่เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างโกธิค เรอเนสซองส์ บาเลนเซียโกธิค บาโรค และนีโอคลาสสิกอย่างจุใจเลยทีเดียวDomeDomeDoorDoorTowerTower

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601441

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ นำโดย โค ซึง-ฮวาน ศาสตราจารย์เครื่องกลแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล สามารถพัฒนาวัสดุที่เป็นเหมือนผิวหนังเทียม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีววิทยาธรรมชาติ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเฉดสีได้อย่างรวดเร็วคล้ายกับกิ้งก่าคาเมเลียนที่เปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวมัน ด้วยการสร้างผิวหนังด้วยการใช้หมึกพิเศษที่เปลี่ยนสีไปตามอุณหภูมิและควบคุมโดยใช้เครื่องทำความร้อนขนาดจิ๋วที่มีความยืดหยุ่น

หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า หากว่าสวมใส่เครื่องแบบชุดลายพรางทหารสีเขียวอยู่ในทะเลทราย ก็จะสามารถมองเห็นได้ง่าย การเปลี่ยนรูปแบบสีไปตามสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว เป็นเทคโนโลยีลายพรางที่คณะนักวิจัยคิดค้นขึ้นมาในครั้งนี้ คณะนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้หมึกที่เรียกว่าผลึกเหลวตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือ ทีแอลซี และใช้เครื่องทำความร้อนที่เป็นเส้นลวดเงินขนาดจิ๋ววางติดตั้งเป็นแนวตั้งหลายๆ ชั้น รวมทั้งใช้หุ่นยนต์ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับสีดังนั้นไม่ว่าสีอะไรที่เซ็นเซอร์เห็นรอบๆ ตัวมัน ผิวหนังก็จะพยายามเลียนแบบ

คณะนักวิจัยบอกว่า ผิวหนังเทียมที่มีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนสีได้นี้ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้และใช้ในวงการแฟชั่น เครื่องแบบลายพรางของกองทัพ ตกแต่งภายนอกรถยนต์ และอาคารต่างๆ เป็นต้น

Health News : อียูเพิ่มคำเตือน‘โรคจีบีเอส’หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601442

Health News : อียูเพิ่มคำเตือน‘โรคจีบีเอส’หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

Health News : อียูเพิ่มคำเตือน‘โรคจีบีเอส’หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป หรืออีเอ็มเอ ประกาศเพิ่มโรคกิลแลง-บาร์เร ซินโดรม หรือจีบีเอส ซึ่งทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ไว้ในคำเตือนผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา เนื่องจากความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างโรคจีบีเอสกับวัคซีนของแอสตราเซเนกามีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผล หลังพบผู้ป่วยโรคจีบีเอส 833 คน จากการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาทั่วโลก 592 ล้านโดสนับถึงวันที่ 31 กรกฎาคม อย่างไรก็ดี องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปจัดให้ผลข้างเคียงดังกล่าวอยู่ในประเภทชนิดหายากมาก ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด และเน้นย้ำว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงทางสุขภาพ

ก่อนหน้านี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐ หรือเอฟดีเอ ได้เพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับโรคจีบีเอสที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ทั้งนี้ วัคซีนของแอสตราเซเนกาและจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นวัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ และมีความเชื่อมโยงที่ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนเช่นกัน

ตะลอนเที่ยว : ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยหลักมนุษยธรรมคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601486

ตะลอนเที่ยว : ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยหลักมนุษยธรรมคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ

ตะลอนเที่ยว : ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมด้วยหลักมนุษยธรรมคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สัปดาห์นี้ขออนุญาตชวนคุณร่วมทำบุญด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

เมื่อพูดถึงโรงพยาบาลอุ้มผาง หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการบริหารจัดการเพื่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจำนวนนับหมื่นคนในแต่ละปี

ดังนั้นคอลัมน์นี้จึงขอบอกบุญด้วยการเชิญชวนให้คุณผู้อ่านร่วมบริจาค เพื่อให้การทำงานของแพทย์และพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลอุ้มผางดำเนินการได้สะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

Mr.Flower เคยไปที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว และพบว่าสี่ทั้งคนไทยรวมถึงคนซึ่งอยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นจำนวนนับหมื่นคนต่อปี

แต่ปัญหาที่ผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้ต้องประสบมาเป็นระยะเวลานับ 10 ปีก็คือขาดแคลนงบประมาณในการรักษาดูแลผู้ป่วย เนื่องจากหน่วยงานของภาครัฐที่ดูแลเรื่องการจัดสรรงบประมาณไม่สามารถจัดสรรงบให้กับโรงพยาบาลได้ตามภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ

ดังนั้นโรงพยาบาลจึงต้องขอบริจาคยาจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับยาไปแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ยาจนหมด ดังนั้นแทนที่จะทิ้งยาไปโดยเปล่าประโยชน์ก็สามารถส่งไปให้โรงพยาบาลอุ้มผางได้ ซึ่งโรงพยาบาลสามารถนำยานี้ไปใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล รวมถึงยังเป็นการช่วยประหยัดเงินงบประมาณของโรงพยาบาลในการสั่งซื้อยาสำหรับผู้ป่วยอีกด้วย

สิ่งที่ Mr.Flower ขอบอกบุญมายังคุณผู้อ่านทุกท่านก็คือ ขอให้ท่านที่มีความพร้อมช่วยบริจาคเงินรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ยารักษาโรคที่ท่านมีแต่ท่านมิได้ใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม ชุดกีฬา ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องกีฬา รวมถึงอาหารแห้งโดยสามารถส่งไปยังโรงพยาบาลอุ้มผางโดยตรง สามารถบริจาคเงินไปยังบัญชีของธนาคารออมสินที่โรงพยาบาลอุ้มผางเปิดขึ้นเพื่อรับบริจาคเป็นค่าอาหารสำหรับผู้ป่วยยากไร้

ทั้งนี้ Mr.Flower มีความคิดว่าจะจัดทอดผ้าป่าเพื่อระดมทุนสำหรับหาเงินให้กับโรงพยาบาลอุ้มผางในอนาคตอันใกล้ โดยจะขอบอกบุญมายังคุณผู้อ่านเพื่อให้ร่วมกันบริจาคตามกำลังศรัทธาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ที่ประสบโรคภัยไข้เจ็บ

และมีแนวคิดจะชวนคุณผู้อ่านคอลัมน์นี้ไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยคาดว่าจะเดินทางไปให้กำลังใจประมาณช่วงปลายปีนี้ หากคุณสนใจจะร่วมเดินทางไปกับเรากรุณาติดต่อที่หมายเลข 091-7233615

Tech for Life : 12 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601440

Tech for Life :  12 กันยายน 2564

Tech for Life : 12 กันยายน 2564

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ฆ่าเชื้อ

นี่คือ Matrix UVC disinfection robot หุ่นยนต์สำหรับฆ่าเชื้อในอากาศโดยใช้รังสี UVC ตั้งค่าด้วยระบบ GPS รองรับการเคลื่อนที่ไปยังจุดที่กำหนด และจะปล่อยรังสีออกมาเพื่อกำจัดเชื้อโควิด-19 ได้ใน 64 วินาที และลำแสงจะถูกปิดทันที

หุ่นยนต์ตัวนี้ผลงานของทีม The Matrixผู้ชนะเลิศประเภทหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์เพื่อรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 จากโครงการประกวดหุ่นยนต์ทางการแพทย์ i-MEDBOT Innovation Contest 2021 ที่จัดขึ้นโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์

โดรน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ระบุว่า “อากาศยานไร้คนขับหรือ โดรน (Drone)” หนึ่งในเทคโนโลยีสุดล้ำที่ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับถ่ายรูปมุมสูง หรือใช้เฉพาะทางการทหารเท่านั้น เพราะหลายปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถเข้ามาช่วยปฏิวัติการทำงานของหลายๆ อุตสาหกรรม ใช้กู้ภัยในเหตุเพลิงไหม้ ถูกนำไปใช้ด้านการเกษตร อาทิ พ่นยา พ่นปุ๋ย ในภาพคือโดรนของ บริษัท โนวี่ (2018) จำกัด ที่พร้อมช่วยเกษตรกรสู่ความเป็น “สมาร์ทฟาร์มเมอร์”

E-Service

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)เปิดตัว EXAT E-Service ช่วยให้ผู้ใช้บริการทางด่วนรับเอกสารระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) ใบลดหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (Credit Note) โดยสามารถลงทะเบียนขอรับเอกสารผ่าน E-mail ด้วยตัวเองเพียงเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ http://www.exat.co.th, http://www.thaieasypass.com, หรือ Application EXAT Porta

กู้ภัย

Government Flying Service: GFS (บริการด้านการบินของรัฐบาล ) เขตปกครองพิเศษฮ่องกง โชว์เฮลิคอปเตอร์รุ่นเอช175 (H175) ของแอร์บัสเมื่อเร็วๆ นี้

เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ สามารถปฏิบัติงานได้หลากหลายภารกิจไม่ว่าจะเป็นการบินเข้าโดยอัตโนมัติไปจนถึงการบินลอยอยู่กับที่เพื่อดำเนินการค้นหาและกู้ภัยทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากภารกิจกู้ภัยบนภูเขา บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Service : EMS) การผจญเพลิง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (roadside rescue)

คุณแหน : 12 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601444

คุณแหน

คุณแหน : 12 กันยายน 2564

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ๒๔ กันยายน วันมหิดล คนไทยควรร่วมพลังแห่งการให้ ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาส เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก…

ll “สบายใจมาตลอดแต่เป็นเรื่องที่นายกฯต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา ๑๗๑” ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ไม่วายที่สื่อเขียนพี่ป้อมน้อยใจน้องตู่ เพื่ออะไร?? แล้วประเทศชาติจะได้อะไร??…

ll ที่สุด..ประชุมรัฐสภา เมื่อวันศุกร์ เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ลงมติวาระที่สาม แก้ไขการเลือกตั้ง เป็นไปตามที่คาด ผล รัฐสภาเห็นชอบ๔๗๒ เสียง (สส. ๓๒๓ เสียง, สว. ๑๔๙เสียง) ไม่เห็นชอบ ๓๓ เสียง (สส.๒๓เสียง, สว. ๑๐ เสียง) และ งดออกเสียง๑๘๗ เสียง (สส.๑๒๑ เสียง, สว. ๖๖เสียง)อนาคตจะเป็นอย่างไรเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์…

ll จะมีการเปลี่ยนแปลงของผู้รับสิทธิบัตร สวัสดิการรัฐจะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ปิดช่องไม่ให้คนจนไม่จริงเข้ามาแอบสิทธิ์ ผอ.สศค.กุลยาตันติเตมิท เริ่ม ๑ ต.ค.นี้ ขอให้เป็นจริงก็แล้วกัน…

ll สุภาพสตรีหญิงคนแรก ในตำแหน่ง เลขาธิการ ครม.นาม ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ มีดีกรีบริหารธุรกิจบัณฑิตย์(บัญชี) จากจุฬาลงกรณ์ และ MBA จากสหรัฐอเมริกา และเป็นศรีภริยาของอธิบดีกรมศุลกากร พชรอนันตศิลป์…

ll โฆษกรัฐบาลคนใหม่ นาม ธนกร วังบุญคงชนะเริ่มต้นด้วยดีหลายสื่อเชียร์ หวังว่าคงจะทำดีไปเรื่อยๆ อย่าให้มือตกในบั้นปลายละกัน…

ll ดีใจด้วยกับนักกีฬาคนพิการ ของสมาคมโดยเฉพาะนักกีฬา ผ่านแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยดร.ก้องศักด ยอดมณี จะดูแลเป็นอย่างดี โดยเฉพาะไม่ต้องกังวลในเรื่องอาชีพ…

ll พงศกร แปยอ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง ๓ เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ ในการแข่งขันที่โตเกียว ไม่ได้คิดถึงเงินรางวัลแต่ยังพักผ่อนร่างกาย จากการแข่งขันมาอย่างหนักก่อนแล้วจะเริ่มฝึกซ้อมเพื่อต่อสู้ต่อไปครับนี่แหละน้ำใจนักกีฬาที่แท้จริง…ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

ปลุกกระแสให้คนแคร์โลก ลดขยะพลาสติกในประเทศ กับแคมเปญ‘ท้าไม่ทิ้ง กับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 2 เก็บแยกแลกดื่ม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601446

ปลุกกระแสให้คนแคร์โลก ลดขยะพลาสติกในประเทศ  กับแคมเปญ‘ท้าไม่ทิ้ง กับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 2 เก็บแยกแลกดื่ม’

ปลุกกระแสให้คนแคร์โลก ลดขยะพลาสติกในประเทศ กับแคมเปญ‘ท้าไม่ทิ้ง กับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 2 เก็บแยกแลกดื่ม’

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“กาแฟเขาช่อง” เริ่มดำเนินธุรกิจครั้งแรกในปีพ.ศ.2502 ตลอดระยะเวลากว่า 62 ปี ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างไม่หยุดนิ่ง อีกทั้งยังมุ่งเน้นดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคมไทยให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยวิถีพอเพียงในปี 2564 นี้ ถึงแม้ทั่วโลกจะตกอยู่ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิค-19 และประเทศไทยเองกำลังฝ่าวิกฤตการณ์โรคระบาดนี้อย่างเข้มแข็งกาแฟเขาช่อง ภายใต้การบริหารงาน โดยดร.อริยา จิระเลิศพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ แห่งกาแฟเขาช่อง ที่มีความตั้งใจในการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสร้างสรรค์ ล่าสุดเปิดตัวแคมเปญ “ท้าไม่ทิ้ง กับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 2 เก็บแยกแลกดื่ม” เพื่อปลุกกระแสให้คนแคร์โลกและตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง ส่งเสริมให้ลูกค้าผลิตภัณฑ์กาแฟเขาช่องและประชาชนทั่วไป หันมาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมไร้ขยะพลาสติก นำขยะพลาสติกมาสร้างให้มีมูลค่า สร้างความยั่งยืนในอนาคต

ดร.อริยา จิระเลิศพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ แห่งกาแฟเขาช่อง เผยว่า แคมเปญ “ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 2 เก็บแยกแลกดื่ม” เป็นการปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ให้หันมาใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัวเองหรือในชุมชนมากขึ้น โดยเราสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านกลุ่มศิลปินไอดอล ThreeMan Down, ลำไย ไหทองคำ และ นนท์-ธนนท์จำเริญ ที่จะมาแชร์ไอเดียรักษ์โลก การลดปัญหามลพิษ การลดขยะพลาสติก การนำขยะพลาสติกไปสร้างประโยชน์ต่างๆ ให้กับสังคม ถ่ายทอดผ่านรายการที่สนุกสนาน บนการเดินทางทำภารกิจที่ท้าทาย ให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ”

“นอกจากกิจกรรมที่กล่าวไปแล้ว เราในฐานะของผู้ประกอบการที่ต้องการรับผิดชอบต่อสังคมทั้งจากภายในองค์กรภายใต้ความร่วมมือ ร่วมใจของพนักงานทุกคนที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะและระบบสิ่งแวดล้อมในบริษัทให้มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว เรายังมีความคาดหวังว่าบรรจุภัณฑ์จากผลิตภัณฑ์ของเราที่ออกสู่ตลาดแล้ว จะได้รับการจัดการที่เหมาะสม เพื่อนำกลับมาเป็นประโยชน์คืนต่อสังคมได้เช่นกันจึงได้ออกแคมเปญท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 2เก็บแยกแลกดื่ม เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าส่งชิ้นส่วนซองผลิตภัณฑ์กาแฟเขาช่อง กลับมาแลกบัตรกำนัล (E-Vouchers)ใช้แทนเงินสด เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟเขาช่องทาง www.khaoshong.com/onlinestore ได้ ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าอีกด้วย และท้ายที่สุดชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้ามาจะถูกรวบรวมนำไปสร้างถนนสีเขียว มอบให้อุทยานแห่งชาติออบขาน จ.เชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนให้ลูกค้ากาแฟเขาช่อง ส่งซองผลิตภัณฑ์มาร่วมสมทบในแคมเปญเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ประโยชน์ด้วยกัน ติดตามข่าวสารกิจกรรมนี้ทาง Facebook Fanpage : Khao Shong CoffeeThailand และช่องทางต่างๆ ของเวิร์คพอยท์ค่ะ” ดร.อริยา จิระเลิศพงษ์ กล่าวปิดท้ายดร.อริยา จิระเลิศพงษ์ รอง กก.ผจก.แห่งกาแฟเขาช่องดร.อริยา จิระเลิศพงษ์ รอง กก.ผจก.แห่งกาแฟเขาช่อง

เปิดตัวนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียน ‘Durrianar By SQ’ หนึ่งเดียวในไทย เตรียมสร้างเป็น International Product เพิ่มมูลค่าให้กับราชาแห่งผลไม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601514

เปิดตัวนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียน 'Durrianar By SQ' หนึ่งเดียวในไทย เตรียมสร้างเป็น International Product เพิ่มมูลค่าให้กับราชาแห่งผลไม้

เปิดตัวนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียน ‘Durrianar By SQ’ หนึ่งเดียวในไทย เตรียมสร้างเป็น International Product เพิ่มมูลค่าให้กับราชาแห่งผลไม้

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 23.00 น.

สุดฮือฮา! เปิดตัวนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียน “ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว” รายแรก และรายเดียวในไทยที่ เดินหน้าโกอินเตอร์บุก “ทีมอลล์” เครืออาลีบาบา รุกหนักตลาดจีน พร้อมปูพรมทั่วอาเซียน

นายนพรุจ ธนภัทรชัยทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์สุรัตน์ จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Durrianar By SQ (ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียน “ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว” โดยนำ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ไทย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทย มาศึกษา ค้นคว้า วิจัยเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับทุเรียน ซึ่งเป็น Local Fruit เพื่อสร้างเป็น International Product เพิ่มมูลค่าให้กับราชาแห่งผลไม้ของไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

“ด้วยภูมิลำเนาของตน เป็นคนจังหวัดระยอง จึงเห็นโอกาสในการนำทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ชื่อดังของท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด ทุเรียนเป็นผลไม้ขึ้นชื่อประจำจังหวัด ผมจึงเริ่มมองการต่อยอด ด้วยการศึกษาผลไม้ท้องถิ่นตัวนี้อย่างถ่องแท้ เพื่อนำประโยชน์ที่มากกว่าเพียงนำไปรับประทานเป็นผลไม้ อาหาร ขนม หรือผลไม้แปรรูป เท่านั้น” นายนพรุจ กล่าว

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาเบื้องต้นได้ค้นพบประโยชน์ที่สำคัญจากทุเรียนว่า สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นเครื่องสำอางได้ เนื่องจากทุเรียนมีสารกลุ่ม Bioactives สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสื่อมถอยที่เกิดจากวัย จึงนำมาสู่แนวคิดในการพัฒนาสารสกัดที่มีอยู่ในทุเรียนมาเป็นส่วนประกอบหลักในเครื่องสำอาง เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิว

“จุดเริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2561 ตนมีแนวคิดที่อยากได้สารสกัดจากทุเรียนเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นเครื่องสำอางประเภทสกินแคร์ จึงได้เชิญ ผศ.ดร.จิราภรณ์ ทองตัน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นที่ปรึกษาในการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดทุเรียนเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอจดสิทธิบัตร รวมถึงอยู่ระหว่างการขอทุนวิจัย เพื่อขยายผลการศึกษาเชิงลึกและควบคุมคุณภาพของสารสกัดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค” นายนพรุจ กล่าว

จากผลการศึกษาดังกล่าว บริษัทได้นำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเปิดตัวแผ่นมาส์กบำรุงผิวหน้า ภายใต้แบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ออกสู่ตลาดเมื่อช่วงต้นปี 2562 จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท ก่อนไปเปิดบูธแนะนำสินค้าที่ประเทศจีน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีน จากนั้นจึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ออกมาเสริมทัพในเวลาต่อมา

สารสกัดจากทุเรียนของ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ใช้เทคโนโลยีและวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางสกัดสารจาก King of Fruit เพื่อพัฒนาเป็น Queen of Beauty โดยสารสกัดจากยอดอ่อนของทุเรียนที่ผ่านกรรมวิธีสกัดเย็น เพื่อรักษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของสาร Bioactives อย่างสูงสุด ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นในเรื่องกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะไม่มีกลิ่นทุเรียนแต่เป็นกลิ่นของดอกทุเรียน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวิจัยเพื่อพัฒนาต่อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น

อีกจุดเด่นของแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว คือ ยอดอ่อนทุเรียนที่ใช้นำมาจากสวนที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นสวนเกษตรปลอดภัย โดยคนรุ่นใหม่ที่เป็น Young Smart Farmer ใช้เครื่องจักร และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน รวมถึงลดการใช้แรงงาน และสารเคมี ส่งผลให้ได้ต้นทุเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและปลอดภัย เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการในผลิตสกินแคร์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว

นายนพรุจ กล่าวว่า ปัจจุบัน ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว มีสินค้า 7 รายการ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ Age Care Cream ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ หย่อนคล้อย ขาดความชุ่มชื้น Whitening Cream เพื่อผิวขาวกระจ่างใส แลดูเป็นธรรมชาติ ลดความหมองคล้ำ และ Anti acne ป้องกันการเกิดสิว รอยแดงหรือริ้วรอยที่เกิดจากสิว และยับยั้งการอักเสบของสิว โดยทั้ง 3 กลุ่ม เนื้อครีมผลิตเป็น “เจลลี่มาสก์” สูตรกลางคืน เพื่อเน้นความบางเบาของเนื้อครีมเมื่อใช้ในเวลากลางคืน สามารถทาผิวหน้าได้ทุกวันโดยไม่ต้องล้างออก

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยม คือ แผ่นมาส์กบำรุงผิวหน้า “โกลเด้น ดูเรียน เฟเชียล มาส์ก” และคลีนซิ่งเช็ดหน้า “เอ็กซ์ตร้า เจนเทิล เอชทูโอ คลีนซิ่ง” สูตรน้ำ สามารถเช็คทำความสะอาด 3 in 1 ทั้งตา ปาก และหน้าที่มีเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด ไม่มีแอลกอฮอล์ สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิว โดยหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาสร้างความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง

“ผลิตภัณฑ์ที่ผมผลิตออกมา มองกลุ่มเป้าหมายระยะยาว คือ ทุกช่วงวัยสามารถใช้ได้ เริ่มจากวัยรุ่นที่มีปัญหาในเรื่องของสิว สิวอักเสบ Anti acne จะเป็นตัวช่วยได้ดี รวมถึง Whitening Cream ส่วนกลุ่มวัยตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ก็สามารถใช้ Age Care Cream ควบคู่กันไป มองว่าโอกาสการเติบโตในตลาดเครื่องสำอางกว้างมาก อีกทั้งมั่นใจว่า จากเรื่องราวซึ่งเป็นหัวใจหลักของ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว จะเป็นตัวชูโรงที่จะทำให้กลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความสนใจและหันมารู้จักกับเครื่องสำอางจากทุเรียน ที่ผลิตโดยคนไทย รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่จัดจำหน่ายในต่างประเทศ” นายนพรุจ กล่าว

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในไทย ปัจจุบันวางจำหน่ายผ่านช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังต่าง ๆ ได้แก่ ช้อปปี้ เจดีเซ็นทรัล และเตรียมวางจำหน่ายในลาซาด้าเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ยังวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท ทางเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/DurrianarTH/ รวมถึงวางจำหน่ายในคิง เพาเวอร์ ตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ

“ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว เริ่มต้นจากการเน้นบุกตลาดต่างประเทศ โดยวางขายในคิง เพาเวอร์ และเข้าไปเปิดบูธในจีน แต่ที่ผ่านมาเรามองเห็นศักยภาพในตลาดไทย โดยเฉพาะช่องทางอีคอมเมิรซ์ที่เติบโตอย่างมาก ในปีนี้เราจึงเริ่มวางขายสินค้าผ่านช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งจากนี้จะมีการปรับแพ็กเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะอีกด้วย” นายนพรุจ กล่าว

สำหรับแผนการบุกตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทได้จดเทรดมาร์กทั้งในไทยและต่างประเทศมากกว่า 10 ประเทศ อาทิ จีน และประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาว เป็นต้น โดยมีการนำสินค้าเข้าไปบุกประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยผ่าน “ทีมอลล์” (www.tmall.com) เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีนที่อยู่ในเครืออาลีบาบา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการแนะนำแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว สู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสอีกมหาศาล โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ที่คนจีนชื่นชอบเป็นอย่างมาก

สำหรับแผนในสิ้นปีนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าไปบุกตลาดเวียดนามผ่านคู่ค้าในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา ส่วนแผนในอนาคตตั้งเป้าขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยรูปแบบเดียวกันคือ การหาคู่ค้าในแต่ละประเทศ ซึ่งจะมีความเข้าใจในสภาพตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ มากกว่า

“ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ส่วนใหญ่ชื่นชอบรับประทานทุเรียน เราจึงมองเห็นโอกาสในการนำสกินแคร์ทุเรียนเข้าไปรุกตลาดเหล่านี้ เพราะมีความคุ้นเคยกับทุเรียนอยู่แล้ว เชื่อว่าจะช่วยให้เปิดรับผลิตภัณฑ์ได้ไม่ยาก โดยเป้าหมายของเราในอนาคตคือ ต้องการสร้างแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ก้าวสู่การเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์ สร้างชื่อให้กับประเทศไทยในวงกว้าง” นายนพรุจ กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

กรมการแพทย์เตือนโรคลมชักกับการขับขี่ เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขับรถ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601505

กรมการแพทย์เตือนโรคลมชักกับการขับขี่ เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขับรถ

กรมการแพทย์เตือนโรคลมชักกับการขับขี่ เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขับรถ

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.05 น.

 กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา แนะผู้ป่วยโรคลมชักไม่ควรขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขับรถต่อตัวเองและผู้อื่น

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคลมชัก เกิดจากความผิดปกติของการส่งสัญญาณไฟฟ้าในสมอง ซึ่งมีสาเหตุหลากหลาย พบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัยผู้สูงอายุ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคลมชักกว่า 5 แสนราย กระจายตัวกันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ขณะผู้ป่วยมีอาการของโรคลมชัก อาจจะมีอาการแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของโรคลมชักและจุดกำเนิดในสมอง อาทิ เกร็งกระตุกทั้งตัว เหม่อนิ่งไม่รู้สึกตัว พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงชั่วขณะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสูญเสียความสามารถในการควบคุมตนเองขณะมีอาการ เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ทั้งต่อตนเอง ต่อทรัพย์สิน หรือบางครั้งอาจจะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีในการรักษาโรคลมชักพัฒนาก้าวไกลไปมาก สามารถตรวจหาสาเหตุเพื่อให้การรักษาตรงจุด มียากันชักหลากหลายชนิดที่ล้วนมีประสิทธิภาพในการควบคุมอาการ หรือในกรณีที่โรคมีการดื้อต่อยาการรักษาด้วยยากันชัก ก็สามารถให้การรักษาด้วยการตรวจประเมินหาจุดกำเนิดลมชักและผ่าตัดรักษาได้ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมาก

นายแพทย์ธนินทร์  เวชชาภินันท์  ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการชักได้ อาจจะมีข้อจำกัดในชีวิตอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปเพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวผู้ป่วยเอง ต่อทรัพย์สิน และถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมด้วย อุบัติเหตุขณะมีอาการชักเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวเช่น หากมีอาการชักระหว่างกำลังประกอบอาหารอาจจะได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ หรือหากมีอาการชักระหว่างประกอบอาชีพกับเครื่องจักรหรือของมีคม มีโอกาสได้รับบาดเจ็บจากเครื่องจักรและของมีคมได้ แต่อีกหนึ่งปัญหาที่เรายังพบเรื่อย ๆ คืออุบัติเหตุจราจร เนื่องจากผู้ป่วยโรคลมชักสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติในช่วงที่ไม่มีอาการ ไปเรียนหนังสือ ไปทำงาน หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามปกติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยาจึงได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกและแพทยสภา ดำเนินการปรับปรุงข้อกำหนดในการออกใบรับรองแพทย์เพื่อใช้ในการขอมีใบอนุญาตขับขี่สำหรับผู้ป่วยโรคลมชักขึ้น

โดยกำหนดให้ผู้ที่ต้องการขอมีใบอนุญาตขับขี่ครั้งแรก ต่ออายุ เปลี่ยนชนิด หรือประเภทของใบอนุญาต ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ฉบับใหม่ที่แพทยสภากำหนด และสำหรับผู้ป่วยโรคลมชัก ต้องสามารถควบคุมอาการชักได้อย่างน้อย 1 ปี โดยเริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องเรียนฝากทุกท่านว่า ผู้ป่วยโรคลมชักสามารถรักษาให้หายขาดและจะสามารถดำเนินชีวิตปกติหรือขับรถได้ เมื่อไม่มีอาการชักอย่างน้อย 1 ปี การบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และต้องไม่ลิดรอนสิทธิในการดำรงชีวิตของประชาชนอีกด้วย  และอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนให้ทราบทั่วกันคือ หากเราพบผู้ป่วยที่มีอาการชัก วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องคือ ต้องไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด แค่ดูแลให้ชักอย่างปลอดภัย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหยุดชักได้เองในเวลาไม่เกิน 5 นาที หากมีอาการชักนานหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างชัก จึงค่อยนำส่งโรงพยาบาลหรือโทร 1669

AIS PLAY เปิดช่องใหม่ ‘เพื่อนกันวันติดโควิด’ ส่งต่อกำลังใจ ให้คำปรึกษา ผู้ที่ติดโควิด-คนใกล้ชิด ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601394

AIS PLAY เปิดช่องใหม่ 'เพื่อนกันวันติดโควิด' ส่งต่อกำลังใจ ให้คำปรึกษา ผู้ที่ติดโควิด-คนใกล้ชิด ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน

AIS PLAY เปิดช่องใหม่ ‘เพื่อนกันวันติดโควิด’ ส่งต่อกำลังใจ ให้คำปรึกษา ผู้ที่ติดโควิด-คนใกล้ชิด ระหว่างกักตัวอยู่บ้าน

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.14 น.

11 กันยายน 2564 AIS โดย AIS PLAY เดินหน้าส่งคอนเทนต์ ตอบโจทย์และตอบไลฟ์สไตล์ของสังคมและผู้คนอย่างต่อเนื่องเต็มพิกัด ส่งช่องใหม่ล่าสุดผ่านรายการ “เพื่อนกันวันติดโควิด” รายการที่จับมือร่วมกับ สสส.และภาคีเครือข่าย เป็นพื้นที่ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจแบบเพื่อนถึงเพื่อน จัดเต็มด้วย คอนเทนต์สาระความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา อาทิ บุคลากรทางการแทพย์ นักวิชาการ ศิลปิน ดารา สื่อมวลชน รวมไปถึงผู้ที่เคยติดโควิด-19 ที่พร้อมจะมาเป็นเพื่อนและให้คำแนะนำดีๆเพื่อบรรเทาความทุกข์จากคนไทยที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 โดยชวนคนไทยร่วมรับชมสาระความรู้ที่จัดเต็มทาง AIS PLAY ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ 15.00-21.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “ในบรรยากาศที่สถานการณ์รอบตัวเต็มไปด้วยความเครียด สิ่งหนึ่งที่ทาง AIS ยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์ โดยการนำจุดแข็งที่องค์กรมี มาเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ คนไทย ให้ครบทุกมิติ สำหรับการเปิดช่องรายการ “เพื่อนกันวันติดโควิด” ผ่านทาง AIS PLAY ก็เพื่อเป็นพื้นที่ส่งต่อกำลังใจ ให้คำปรึกษา ผู้ที่ติดโควิด-19 และผู้ที่เคยเข้ารับการรักษา ได้รับสาระความรู้ผ่านรูปแบบรายการที่เข้าถึงกลุ่มคนทุกช่วงวัย ทุกสาขาอาชีพ แบบเป็นกันเอง ที่สำคัญเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ โดยรายการ “เพื่อนกัน วันติดโควิด” ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการสนับสนุน ทั้งด้านข้อมูลสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมถึงแขกรับเชิญที่มาร่วมในรายการที่มีหลากหลายสาขา อาทิ บุคลากรทางการแทพย์ นักวิชาการ ศิลปิน ดารา สื่อมวลชน และผู้ที่เคยติดโควิด ที่พร้อมมารวมตัวและส่งต่อกำลังใจ ให้คำปรึกษา แบบเพื่อนถึงเพื่อน”

ด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้ารักษาด้วยระบบ Home-Community isolation ยังมีจำนวนมาก และคาดการณ์แนวโน้มว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะ 2 เดือนนี้ (เดือนกันยายน-ตุลาคม) ดังนั้นการจับมือกับเอไอเอสและภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาช่องทางสื่อออนไลน์ ผ่านช่องรายการ “เพื่อนกัน วันติดโควิด” มุ่งหวังที่นำเสนอเนื้อหาที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจของคนไทยได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้ารักษาด้วยระบบ Home-Community isolation และสมาชิกในครอบครัว รวมถึงผู้ที่ต้องดูแลผู้ที่ติดเชื้อ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว

ในขณะที่ นายกตัญญู สว่างศรี นักพูด นักเขียน และ Founder A-Katanyu Agency ผู้ร่วมแชร์ประสบการณ์ติดโควิด-19 เล่าว่า “ตนเองติดโควิดจากเพื่อนประมาณกลางเดือนเมษายน ยอมรับว่า ก่อนติด เรื่องของโควิดเป็นเรื่องที่ไกลตัวจึงทำให้ประมาท แต่เมื่อติดโควิดแล้วได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่สิ่งหนึ่งที่อยากแชร์ประสบการณ์คือ การติดโควิดและต้องอยู่คนเดียวนั้นทำให้รู้สึกเหงา และอยากที่จะพบปะผู้คน แต่ในขณะเดียวกันการก้าวผ่านความเหงาและความกลัวที่เกิดขึ้นในระหว่างรักษาตัวมาได้ คือ กำลังใจ จากครอบครัว คนรอบข้าง ดังนั้น จึงอยากฝากทุกคนว่า โควิดเป็นเรื่องใกล้ตัว อยากให้ระมัดระวังและอย่าประมาท ส่วนคนที่กำลังรักษาตัว แนะนำให้คุยกับคนที่เรารัก คนที่รักเรา เพราะกำลังใจเหล่านั้น คือสิ่งสำคัญที่จะเป็นส่วนหนึ่งให้เราก้าวข้ามผ่านมาได้”

โดยในแต่ละช่วงของรายการ “เพื่อนกันวันติดโควิด” ตลอดการออกอากาศ 6 ชั่วโมงเต็มนั้น ผู้ชมจะได้รับสาระ ความรู้ และกำลังใจดีๆ พร้อมฟื้นฟูทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ผ่านรายการทั้ง 4 ช่วง ซึ่งในแต่ละวันจะมี ดาราศิลปินผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมามอบความสุขให้กับทุกคน อาทิ เอ๊ะ จิรากร นักร้องชื่อดัง ที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์พร้อมมอบกำลังใจ หลังจากติดโควิด-19

สำหรับตารางการออกอากาศ เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 – 17.00 น. พบกับรายการ #คุยกันประสาเพื่อน แลกเปลี่ยน พูดคุยเรื่องของคนเคยติดโควิด-19 อาการที่เกิดขึ้น การดูแล และตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและรักษาโรคกับผู้เชี่ยวชาญ แบบเพื่อนถึงเพื่อน

เวลา 17.00 น. – 19.00 น. มา #ตั้งวงแชร์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเพื่อนถึงเพื่อน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ มาแชร์ทุกเรื่องราวไปกับเรา รวมถึงความรู้ใหม่ๆในการฝ่าวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ ของแต่ละครอบครัวแต่ละชุมชน

ต่อกันยาวๆกับช่วงสุดท้ายของวัน เวลา 19.00 น. – 21.00 น. กับรายการ #กำลังใจจากเพื่อนถึงเพื่อน ที่พร้อมมาส่งกำลังใจ รับฟังปัญหาจากความเครียดในช่วงโควิด-19 พร้อมหาวิธีจัดการกับความเครียดนั้นอย่างถูกต้อง พร้อมส่งต่อความรู้สึก เยียวยา ประคับประคองกันและกันในวันที่เกิดความสูญเสีย

และในวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 19.00 น. – 21.00 น. พลาดไม่ได้ในช่วง #กล่อมเพื่อน ที่ในทุกสัปดาห์จะมีวงดนตรีจิตอาสาจากสวนโมกข์ พร้อมเซอร์ไพรส์จากดารา ศิลปินรับเชิญ ที่พร้อมขับกล่อมบทเพลงให้กำลังใจส่งทุกคนเข้านอน

ช่วงเวลาที่ต้องอยู่บ้าน หรือ Home Isolation จะไม่เหงาอีกต่อไป เพราะรายการเพื่อนกันวันติดโควิด ได้อัดแน่นทุกคอนเทนต์ที่จะเป็นเพื่อนคุณ พร้อมส่งตรงหน้าจอผ่าน AIS PLAY รับชมฟรีทุกเครือข่าย สามารถติดตามรายการ “เพื่อนกัน วันติดโควิด” ได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปที่ http://m.ais.co.th/HomeIsolation ซึ่งผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AIS PLAY ได้ที่ https://m.ais.co.th/lp ทั้ง Apple App store, Google Play Store, กล่อง AIS PLAYBOX, SAMSUNG Smart TV, Apple TV และเว็บไซต์ aisplay.ais.co.th รวมถึง เฟซบุ๊กแฟนเพจ และยูทูบ เพื่อนกันวันติดโควิด http://www.facebook.com/HomeIsolationFriends

-(016)