​สจล.ครองอันดับ 1 ‘วิศวกรรมเครื่องกลและอากาศยาน’ ของไทย จาก Research.com

​สจล.ครองอันดับ 1 ‘วิศวกรรมเครื่องกลและอากาศยาน’ ของไทย จาก Research.com

​สจล.ครองอันดับ 1 ‘วิศวกรรมเครื่องกลและอากาศยาน’ ของไทย จาก Research.com

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการการศึกษาไทยอีกครั้ง ด้วยการครองอันดับ 1 ของประเทศไทยในวิศวกรรมเครื่องกลและอากาศยาน สาขาวิศวกรรมเครื่องกลและอากาศยาน จากการจัดอันดับโดย Research.com องค์กรจัดอันดับที่มีชื่อเสียงระดับโลก (Mechanial and Aerospace Engineering Thailand) ในปี 2025

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำศักยภาพอันโดดเด่นของคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาของ สจล. ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเครื่องกล อุตสาหกรรมการบิน และอวกาศ จากการจัดอันดับดังกล่าวสามารถผ่านหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นและน่าเชื่อถือของ Research.com ซึ่งสามารถสรุปได้ ดังนี้  สถาบันมีนักวิจัยที่มีค่า D-index (Discipline H-index) สูงมากสะท้อนให้เห็นว่าผลงานวิจัยไม่เพียงแต่ได้รับการตีพิมพ์เท่านั้น แต่ยังได้รับการอ้างอิงเป็นจำนวนมาก และเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และจากการประเมินข้อมูลจริงของ Research.com ซึ่งใช้ข้อมูลอ้างอิงจากฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือระดับโลก เช่น OpenAlex และ CrossRef เป็นการวิเคราะห์จากข้อมูล Citation จริง ไม่ได้มาจากการโหวตหรือการรับรู้ทั่วไป ทำให้การจัดอันดับมีความเที่ยงตรงและแม่นยำ รวมทั้งการจัดอันดับยังเน้นคุณภาพบุคลากรและทีมที่ไม่ได้วัดจากภาพลักษณ์โดยรวมหรือจำนวนบุคลากร แต่เน้นการวัดจาก “คุณภาพของตัวบุคคลและทีมในแต่ละสาขา”

“การจัดอันดับจากองค์กรระดับโลกครั้งนี้ถือเป็นตัวชี้วัดที่ยืนยันถึงความมุงมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทั้งในด้านการเรียนการสอน งานวิจัย และยังเป็นแรงผลักดันเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำโดยเฉพาะในกลุ่มสาขาวิศวกรรมหลักของสถาบัน เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของสถาบันที่มุ่งมั่นจะเป็น “The World Master of Innovation” ผ่านนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระบบการทำงาน คุณภาพชีวิต การสร้างเครือข่าย และการส่งเสริมนวัตกรรม ภายใต้ค่านิยมหลัก FIGHT” อธิการบดี สจล. กล่าว

ไทยพีบีเอสร่วมขับเคลื่อนสังคมสูงวัยเตรียมตัว ‘เรื่องงาน’ เตรียมพร้อม ‘เรื่องเงิน’ ออกแบบ ‘ชีวิตไม่เกษียณ’

ไทยพีบีเอสร่วมขับเคลื่อนสังคมสูงวัยเตรียมตัว 'เรื่องงาน' เตรียมพร้อม 'เรื่องเงิน' ออกแบบ 'ชีวิตไม่เกษียณ'

ไทยพีบีเอสร่วมขับเคลื่อนสังคมสูงวัยเตรียมตัว ‘เรื่องงาน’ เตรียมพร้อม ‘เรื่องเงิน’ ออกแบบ ‘ชีวิตไม่เกษียณ’

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.48 น.

The Active Thai PBS และ Policy Watch  ร่วมพลังขับเคลื่อนเตรียมความพร้อมสังคมไทยเป็นสังคมสูงอายุแบบสุดยอด เปิดตัวแคมเปญ “ชีวิตไม่เกษียณ” ออกแบบได้ ด้วยการเตรียมตัว “เรื่องงาน” เตรียมพร้อม “เรื่องเงิน” เปิด Policy Forum ถกนโยบายสาธารณะ ไปต่อกับชีวิตสูงวัย

ชลธิศ แก้วประเสริฐสม ผู้จัดการกลุ่มงานด้านบริหารและยุทธศาสตร์ ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า จากการติดตามการขับเคลื่อนนโยบายผู้สูงอายุของ The Active Thai PBS และ Policy Watch พบว่า ในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า เมื่อประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากเกิน 28% หรือ สังคมสูงอายุแบบสุดยอด (Hyper Aged Society) ซึ่งสวนทางกับจำนวนเด็กที่เกิดน้อยลง นั่นหมายความว่า สัดส่วนแรงงานจะลดลง ถ้าไม่จัดการหรือวางแผนรับมือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ “เศรษฐกิจจะหดตัวลง” และอาจอยู่ไม่ได้ เพราะคนทำงานน้อยกว่าผู้ใช้เงิน

สำหรับ “ค่าใช้จ่าย” ในการดูแลผู้สูงอายุ อาจเกินกำลังทั้งในระบบงบประมาณของประเทศ ครัวเรือน และเงินออมของผู้สูงวัยเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เมื่อภาวะเงินเฟ้อทำให้ข้าวของมีราคาสูงขึ้น และค่าเงินลดลง ปัญหาจะยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างภาครัฐจะมีภาระงบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ภาคครัวเรือนจะมีกำลังทรัพย์น้อยลงในการดูแลพ่อแม่ปู่ย่าตายาย และสำหรับตัวของผู้สูงอายุเอง เงินที่เก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณอาจไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผลที่ตามมาคือ “คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ” อาจแย่ลง และไม่ได้รับการดูแลที่ดีเท่าที่ควรจะเป็น

ด้าน “การดูแลผู้สูงอายุของภาครัฐในแต่ละรุ่น” เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่น่ากังวล ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ สมมติเราอยากให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ดี มีสวัสดิการเยอะ แต่เงินที่รัฐบาลมีไม่เพียงพอ รัฐก็ต้องกู้เงิน ภาระก็จะไปตกกับคนรุ่นอื่น ๆ ทั้งหมด พอวัยแรงงานมีจำนวนน้อยลง ตัวหารในการที่จะมารับภาระก็น้อยลงตามไปด้วย

ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าเป็นปัญหาลูกโซ่ต่อเนื่องกัน ดังนั้นถ้าเรามี “การวางแผนการรับมือ” ที่ดี ปรากฏการณ์เหล่านี้จะจัดการได้ และกลไกในการจัดการคือ “การขยายระยะเวลาให้ผู้สูงอายุสามารถสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ” ได้ นั่นคือการให้ผู้สูงอายุยังทำงานอยู่ เพราะผู้สูงอายุที่มีคุณค่า คือมีค่าใช้จ่ายดูแลตัวเองได้ เศรษฐกิจจะไม่เหนื่อย ภาครัฐและครัวเรือนไม่ต้องแบกรับภาระ และเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องจ่ายภาษีจะไม่หนักจนเกินไป

ดังนั้น The Active Thai PBS และ Policy Watch จึงจับมือภาคีเครือข่าย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพจมนุษย์ต่างวัย  มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ฯลฯ ร่วมกันขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเตรียมความพร้อมสังคมไทยเป็นสังคมสูงอายุแบบสุดยอด (Hyper Aged Society) ภายใต้แคมเปญ “Unretirement: Next Chapter ชีวิตไม่เกษียณ”  เปิดเวที Policy Forum ถกนโยบายสาธารณะ 2 หัวข้อใหญ่ ใกล้ตัว เพื่อไปต่อกับชีวิตสูงวัย 

เวที Policy Forum: “รัฐไม่พร้อม ? ออมให้พอ ไม่ต้องรอเกษียณ” The Active ร่วมกับ TDRI ชวนพูดคุยกับ ดร. สมชัย จิตสุชน  ผอ.ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  ในโจทย์ที่ท้าทาย อาทิ ความท้าทายด้านเสถียรภาพทางการเงินสูงวัย, จุดร่วม-จุดต่าง ปัญหาการเงินคนต่างวัย (ช่วงวัยกลางคน และวัยเกษียณ), การเตรียมความพร้อมอย่างไรก่อนเกษียณ ? และแลกเปลี่ยนกันต่อกับ ผศ.ดร. รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น อาจารย์ประจำภาควิชาการเงิน และการธนาคาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ตัวแทน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี ผู้ดำเนินรายการด้านการเงิน และธิษณา ธิติศักดิ์สกุล CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โนบูโร แพลตฟอร์ม จำกัด  ในวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00-15.30 น. ณ  ห้องสัมมนา 3 อาคาร D ไทยพีบีเอส 

อีกหนึ่งเวที Policy Forum “Unretirement: The Next Chapter ชีวิตไม่เกษียณ” ที่จะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2568  ในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2025 ชีวิตดี…ชีวิต ซีซัน 2 It’s Okay To Be You ณ Impact Exhibition Center Hall 8  เป็นเวทีที่จะชวนร่วมถกประเด็นสำคัญอย่าง ทำไมช่วงอายุ 55/60 ปี ยังไม่ใช่ “จุดสิ้นสุด” ของการทำงาน? จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานต่อได้อย่างมีคุณภาพ? ระบบส่งเสริมและการอัปสกิล-รีสกิล จำเป็นแค่ไหน? นโยบายไทยรองรับผู้สูงวัยเพียงพอหรือยัง? และเราจะขยับสังคมไทยสู่การยอมรับการทำงานของผู้สูงอายุได้อย่างไร? กับวิทยากรในแวดวงนักขับเคลื่อนอนาคตแรงงานสูงวัยไทย ได้แก่ รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผอ.สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล, วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ประสาน อิงคนันท์ ผู้ก่อตั้งเพจ “มนุษย์ต่างวัย” และตัวแทนคนทำงานวัย Pre-Aging  โดยมี ณาตยา แวววีรคุปต์ ผอ.ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมฯ ไทยพีบีเอส ดำเนินรายการ

ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสังคมสูงวัยในทุกมิติ รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของ “พลังพลเมือง” สำหรับสังคมสูงวัยให้พร้อมรับสถานการณ์ด้วยการออกแบบ “ชีวิตไม่เกษียณ” ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ต่อไป และสามารถร่วมจับตานโยบายสังคมสูงวัย ได้ใน The Active Thai PBS และPolicy Watch จับตาอนาคตประเทศไทย แพลตฟอร์มพื้นที่กลางเชื่อมต่อนโยบาย และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน http://www.policywatch.thaipbs.or.th    

กองทัพไทย เปิดรับสมัคร ‘กำลังพลสำรอง’ ปี’68 บรรจุ 4 หน่วย 27 ตำแหน่ง 38 อัตรา

กองทัพไทย เปิดรับสมัคร ‘กำลังพลสำรอง’ ปี’68 บรรจุ 4 หน่วย 27 ตำแหน่ง 38 อัตรา

กองทัพไทย เปิดรับสมัคร ‘กำลังพลสำรอง’ ปี’68 บรรจุ 4 หน่วย 27 ตำแหน่ง 38 อัตรา

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.02 น.

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 กองบัญชาการกองทัพไทย ออกประกาศรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” ประจำปี 2568 หน่วยรับการบรรจุ 4 หน่วย 27 ตำแหน่ง 38 อัตรา โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2568 ได้ทั้งเว็บไซต์ https://j1.rtarf.mi.th/new/ (ตลอด 24 ชม. ไม่เว้นวันหยุดราชการ) และไปสมัครได้ด้วยตนเองที่หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กรุงเทพฯ, กรมการสื่อสารทหาร ถนนสรงประภา กรุงเทพฯ, ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หรือกองกำลังพล หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ถนนนาวงประชาพัฒนา กรุงเทพฯ และที่สํานักงานแพทย์ทหาร กรมยุทธบริการทหาร ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี กรุงเทพฯ

สำหรับทั้ง 4 หน่วย ประกอบด้วย

หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร (นซบ.ทหาร) 4 ตำแหน่ง 4 อัตรา

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการสื่อสารทหาร (ศทส.สส.ทหาร) 1 ตำแหน่ง 2 อัตรา

ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ศฝภ.นทพ.) 12 ตำแหน่ง 12 อัตรา

สํานักงานแพทย์ทหาร กรมยุทธบริการทหาร (สนพ.ยบ.ทหาร) 10 ตำแหน่ง 20 อัตรา

ทั้งนี้ การรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นกำลังพลสำรองของกองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปี 2568 ดำเนินการโดยคณะกรรมการระดับสูงของกองบัญชาการกองทัพไทย ขอแจ้งให้ทราบว่าไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือได้ นอกจากใช้คุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การรับสมัครบุคคลเข้าเป็นกำลังพลสำรองของกองบัญชาการกองทัพไทยของผู้สมัครเอง

หากพบว่ามีผู้ใดแอบอ้างไม่ว่ากรณีใดๆ พร้อมเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทน ขอได้โปรดแจ้งโดยตรงที่คณะอนุกรรมการรับสมัครและคัดเลือกกำลังพลสำรองในกองบัญชาการกองทัพไทย โทร 0-2575-6015 ในวันและเวลาราชการ

คลิก เพื่อตรวจสอบรายละเอียดการสมัคร หรือ คลิก เพื่อตรวจสอบหน่วย ตําแหน่ง อัตรา คุณวุฒิ ที่รับสมัคร

เคลียร์ใจ’อ.เฉลิมชัย’แล้ว เผยสาเหตุลาออก’ศิลปินแห่งชาติ’

เคลียร์ใจ'อ.เฉลิมชัย'แล้ว เผยสาเหตุลาออก'ศิลปินแห่งชาติ'

เคลียร์ใจ’อ.เฉลิมชัย’แล้ว เผยสาเหตุลาออก’ศิลปินแห่งชาติ’

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.04 น.

“สุดาวรรณ” ตกใจ อ.เฉลิมชัย ลาออกศิลปินแห่งชาติ เผย ต่อสายเคลียร์แล้ว ไม่ใช่เพราะด่ากระทรวงไม่ได้ แต่อายุเยอะแล้ว อยากใช้ชีวิตในแนวของตัวเอง 

10 มิถุนายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีที่ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ประกาศลาออกจากศิลปินแห่งชาติ เพราะไม่สามารถด่ากระทรวงได้ว่า ขอให้ไปดูในวีดีโอใหม่ดีๆ ท่านไม่ได้พูดประโยคนั้น ท่านพูดน่ารักมาก แต่จังหวะนั้นอาจจะมีการตัดคลิปออกมาแล้วสั้นไป

เบื้องต้นได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับอาจารย์เฉลิมชัยแล้ว ท่านแจ้งว่ามีเหตุผลส่วนตัว อายุเยอะ อยากไปทำอะไรหรือใช้ชีวิตในแนวของท่าน ไม่ได้มีอะไร ได้คุยกันท่านก็บอกว่ารู้เลยว่าโทรมาจะคุยเรื่องอะไร ยืนยันว่าท่านไม่ได้พูดว่าลาออกเพราะไม่สามารถวิจารณ์กระทรวงได้

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’พระราชทานเงินเดือนพระองค์ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ'พระราชทานเงินเดือนพระองค์ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’พระราชทานเงินเดือนพระองค์ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 08.33 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาพระราชทาน เงินจากเงินเดือนทหารของพระองค์ฯ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

10 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (9 มิ.ย.) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานสิ่งของให้ พลโทบุญสิน พาดกลาง มทภ.2 ณ วังศุโขทัย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับทหารชายแดน ประกอบด้วยเงินจากเงินเดือนทหารของพระองค์ฯ ,พระ และ สิ่งของอุปโภค บริโภค เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

นักวิจัยไทย-เยอรมันร่วมหารือสกสว. ขับเคลื่อนงานวิจัยโลหะและกำลังคน

นักวิจัยไทย-เยอรมันร่วมหารือสกสว. ขับเคลื่อนงานวิจัยโลหะและกำลังคน

นักวิจัยไทย-เยอรมันร่วมหารือสกสว. ขับเคลื่อนงานวิจัยโลหะและกำลังคน

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ต้อนรับคณะผู้บริหารสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Fraunhofer Institute IPA สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประกอบด้วย ศ.ดร.ยุทธนันท์ บุญยงมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ Dr.Martin Metzner และ Mr.Klaus Schmid ได้เข้าพบและร่วมหารือกับผู้บริหาร สกสว. ณ ห้องประชุม สกสว. โดยมี ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วย ผศ. ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูลผู้อำนวยการ หน่วยภารกิจยุทธศาสตร์ ววน. การพัฒนากำลังคนและสถาบัน และ อ.จตุรภรณ์ โชคภูเขียว รองผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์แผน ติดตามและประเมินผล รวมถึงเจ้าหน้าที่ สกสว. ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังหารือ

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ ได้มีความร่วมมือกับ Fraunhofer Institute IPA ในการพัฒนากำลังคนในภาคอุตสาหกรรมไทย และร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงประยุกต์ในช่วงที่ผ่านยมา ภายใต้ความร่วมมือจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับทิศทางการสนับสนุนและผลักดันการพัฒนาศักยภาพของประเทศด้านการพัฒนากำลังคนและงานวิจัยนวัตกรรม

ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. เปิดเผยว่า ความร่วมมือสำคัญของสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุกับ Fraunhofer Institute IPA คือ การก่อตั้งและขยายเครือข่าย TEPNET กับชุมชนเพื่อตกแต่งพื้นผิวในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ รวมถึงห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก นำไปสู่ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ โดยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ความเสียหายและการแก้ไขปัญหาของ TEPNET ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับสมาชิกที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการผลิต ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มีความรู้และประสบการณ์สูงในการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในการชุบโลหะหรือปัญหาในการผลิตอื่นๆ และสามารถให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ TEPNET ยังจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรให้ความรู้ เพื่อให้สมาชิกสามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญภายในองค์กรของตนเองได้ โปรแกรมเหล่านี้ครอบคลุมหัวข้อหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการชุบโลหะและการเคลือบผิว เช่น การปรับปรุงกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ซึ่งการเข้าพบผู้บริหาร สกสว. ในครั้งนี้ทั้งสองสถาบันได้ขอคำแนะนำจากผู้บริหาร สกสว. ในการขับเคลื่อนงานให้เป็นประโยชน์กับประเทศต่อไป

มจพ.เปิดศูนย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ – THSIA ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคตไทยสู่ตลาดโลก

มจพ.เปิดศูนย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ - THSIA ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคตไทยสู่ตลาดโลก

มจพ.เปิดศูนย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ – THSIA ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคตไทยสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.ธีรวุฒิ  บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) พร้อมคณะผู้บริหาร มจพ. ให้การต้อนรับ น.ส.ศุภมาศ  อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์  อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี มจพ. รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. รศ.ดร.ภาวนวีย์  โภไคยอุดม อธิการบดี มทม. นายวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (THSIA) เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. ตั้งเป้าหมายพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง จำนวน 80,000 คน ภายใน 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงหน่วยงานชั้นนำระดับโลก และขับเคลื่อนโปรแกรมการผลิตและพัฒนากำลังคนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ โครงการ Semiconductor Bootcamp เพื่อเตรียมนักศึกษาชั้นปี 3-4 เข้าสู่อุตสาหกรรมจริง การพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หลักสูตรระยะสั้นเพื่อ Upskill/Reskill โปรแกรม Train the trainer เพื่อพัฒนาอาจารย์และนักวิจัย ตลอดจนทุนปริญญาเอกแบบมุ่งเป้าด้าน IC Design โดยเฉพาะการจัดตั้ง National Semiconductor Training Centers ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพัฒนากำลังคน และการสร้างความร่วมมือเชิงลึกร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ไทยจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก นำไปสู่การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ในระยะแรก อว. ได้คัดเลือกสถาบันที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน จำนวน 3 แห่ง เพื่อให้การพัฒนากำลังคนครอบคลุมตลอด Value Chain ประกอบด้วย 1.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งจะมุ่งเน้นการอบรมในด้าน IC Testing และการขับเคลื่อนเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาที่ดำเนินการหลักสูตร Sandbox วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 2.มจพ. มุ่งเน้นการอบรมในด้าน IC Packaging และการสร้างความร่วมมือในเชิงลึกกับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ 3.มทม. มุ่งเน้นการอบรมในด้าน IC and PCB Layout Design และการสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับสถาบันต่างประเทศ

“ในปี 2568 นี้ ตั้งเป้าพัฒนากำลังคนอย่างน้อย 1,200 คน พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการและสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ มากกว่า 10 แห่ง ทั้งนี้ อว. ขอย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน National Semiconductor Training Centers ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักความร่วมมือแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน และจะสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย ให้สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว

ศ.ดร.ธานินทร์ กล่าวว่า มจพ. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 มจพ. ได้มีความร่วมมือกับบริษัท ยูแทคไทย จำกัด จัดทำหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ เตรียมความพร้อมของคณาจารย์และห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ต่อมาปี พ.ศ. 2553 ได้บรรจุรายวิชาด้านการประกอบอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ หรือ IC Assembly  ในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาฟิสิกส์อุตสาหกรรม และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาฟิสิกส์วิศวกรรม โดย มจพ. เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีห้องปฏิบัติการประกอบอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ภายในมหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนเครื่องมือและอปุกรณ์จาก บจก.ยูแทคไทย นอกจากนี้ มจพ. ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ปี 2558 ได้บรรจุรายวิชาด้านเทคโนโลยีแผ่นวงจรพิมพ์ ในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์อุตสาหกรรม ปีการศึกษา 2561 มจพ. ได้รับการอนุมัติโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จากกระทรวง อว. ให้จัดตั้งหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ มจพ. ในการพัฒนาหลักสูตรด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของประเทศ เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล และ อว. For semiconductor เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ด้านเซมิคอนดักเตอร์และแผ่นวงจรพิมพ์ มจพ. ได้เปิดหลักสูตรครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จำนวน 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมการออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ 2.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ 3.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์อุตสาหกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ แขนงฟิสิกส์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแผ่นวงจรพิมพ์ 4.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีแผ่นวงจรพิมพ์ 5.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาระบบสมองกลฝังตัวและการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์

“ด้วยความพร้อมในด้านองค์ความรู้ บุคลากร ห้องปฏิบัติการ และระบบนิเวศด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของ มจพ. ในปีงบประมาณ 2568 ตั้งเป้าหมายในการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ประมาณ 600-700 คน ทั้งในรูปแบบ Degree และ Non-degree ขยายการผลิตกำลังคนให้ได้ 1,000-1,200 คน ในปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้ทันต่อความต้องการของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ด้านเซมิคอนดักเตอร์และแผ่นวงจรพิมพ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต่อไป” อธิการบดี มจพ. กล่าว

มทร.ธัญบุรี คว้าใบรับรอง ‘สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน’ ผลิตบุคลากรคุณภาพสูง ยกระดับมาตรฐานการบิน สู่สากล

มทร.ธัญบุรี คว้าใบรับรอง ‘สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน’ ผลิตบุคลากรคุณภาพสูง ยกระดับมาตรฐานการบิน สู่สากล

มทร.ธัญบุรี คว้าใบรับรอง ‘สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน’ ผลิตบุคลากรคุณภาพสูง ยกระดับมาตรฐานการบิน สู่สากล

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนคณาจารย์ เข้ารับใบรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน เลขที่ CAAT.147.0013 จาก พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ณ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยการรับรองนี้ทำให้ มทร.ธัญบุรี เป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองโดยเป็นไปตามข้อกําหนดของสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 75 ว่าด้วยการรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน (Thailand Civil Aviation Regulation – Personnel Licensing Part Approved Aircraft Maintenance Training Organisation (TCAR PEL Part – 147)

ดร.ถวัลย์ เทียนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายซ่อมบำรุงและวิศวกรรมอากาศยานต์ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการศูนย์สถาบันการบินแห่ง มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า การรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน จะรวมถึงการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน จำนวน 3 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตร License Category B1.1 Aeroplanes Turbine (Mechanical Engineering)  , 2.หลักสูตร License Category B2 (Avionics Engineering) และ 3.License Category A1 Aeroplanes Turbine (Mechanical Line Maintenance) โดยที่ มทร.ธัญบุรี ได้นำเนื้อหาในหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินทั้ง 3 หลักสูตร มาจัดทำเป็นหลักสูตรในระดับปริญญาตรี คือหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน (วศ.บ. วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน) ซึ่งทำให้ มทร.ธัญบุรี เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน จากกระทรวง อว. และได้รับการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน 3 หลักสูตรจาก CAAT

นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรีอยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน หลักสูตร Bridging Course และจัดทำศูนย์ทดสอบสมรรถนะ (Skill Test Center) ตามมาตรฐาน CAAT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน สำหรับการทำหลักสูตร Bridging Course จะมี 4 หลักสูตรคือ 1.Bridging Course License Category B1.1  , 2.Bridging Course License Category B1.3  , 3.Bridging Course License Category B1.4 และ 4.Bridging Course License Category B2&B2L ซึ่งจะใช้อบรมนายช่างภาคพื้นดินที่ต้องการได้รับใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน (Aircraft Maintenance Engineering License: AMEL) ตามประกาศข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 25 ว่าด้วยคุณสมบัติ และสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่นายช่างภาคพื้นดิน และข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 35 ว่าด้วยคุณสมบัติ และสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่นายช่างภาคพื้นดิน แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้นายช่างภาคพิ้นดินที่ถือใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินตามข้อกฎหมายเดิมจำนวนกว่า 2,500 คนได้รับการต่อใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินตามกฎหมายใหม่ของ CAAT

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จนี้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่และเป็นผลจากความทุ่มเทของคณาจารย์และบุคลากร ที่ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรด้านการบิน โดยเฉพาะช่างอากาศยาน ที่มีผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ การรับรองจาก CAAT แสดงถึงความพร้อมของเราในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ต่อไป และจะผลิตบุคลากรคุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการของสายการบินและหน่วยซ่อมบำรุงอากาศยานที่กำลังขยายตัว จะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินของไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้

ด้าน ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า การได้การรับรองเป็นสิ่งยืนยันว่าสถาบันมีมาตรฐานการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับข้อกำหนดสากลของ ICAO และหน่วยงานกำกับดูแลระดับภูมิภาค เช่น EASA ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการซ่อมบำรุงอากาศยาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินต่อไปด้วย

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนนักเรียนประถมศึกษา ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนนักเรียนประถมศึกษา ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนนักเรียนประถมศึกษา ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.50 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนนักเรียนประถมศึกษา ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

9 มิถุนายน 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการฯ ร่วมในพิธีมอบเงินสนับสนุนการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2568 ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6  จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสเท่าเทียม สามารถศึกษาเล่าเรียนต่อโดยไม่ต้องยุติการศึกษาเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ และเติบโตสร้างอนาคตตามความมุ่งหวังของตนเองและครอบครัวต่อไป โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ  ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า  โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยการมอบเงินสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือเสริมสร้างชีวิตให้อนาคตแก่เด็กไทยมากว่า 50 ปี โดยในปีพ.ศ. 2568 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบ เงินสนับสนุนการศึกษาและทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาในระดับต่างๆ ได้แก่ เงินสนับสนุนทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯพร้อมจัด‘เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน’ ขออภัยให้หลีกเลี่ยงจราจร

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯพร้อมจัด‘เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน’ ขออภัยให้หลีกเลี่ยงจราจร

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯพร้อมจัด‘เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน’ ขออภัยให้หลีกเลี่ยงจราจร

วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์  ขออภัยผู้ใช้ถนนเส้นทาง พญาไท-พระราม4-อังรีดูนังต์ ในความไม่สะดวกของการจราจรวันที่ ๑๕ มิ.ย.๖๘ ช่วง ๐๕.๐๐ – ๐๗.๐๐ น.  เนื่องจากจะมีการจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน CONNECT & FUN” 

รศ.นพ. ดิลก ภิยโยทัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระปี ๒๕๖๗ – ๒๕๖๘ กล่าวว่า “ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ระหว่างเวลา ๐๕.๐๐-๐๗.๐๐ น. จะมีการจัดงานเดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน ครั้งที่ ๒๓  ซึ่งเป็นกิจกรรม จัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนตอ.) โดยมีการใช้เส้นทางการเดินรถ ๑ ช่องทางซ้ายสุดของถนนพญาไท-ขาเข้า มุ่งไปแยกสามย่าน  เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม ๔ ผ่านหน้าจามจุรีสแควร์  แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกอังรีดูนังต์   เลี้ยวเข้าประตูคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หลังจากวิ่งภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว  จะออกจากประตูคณะอักษรศาสตร์เข้าถนนอังรีดูนังต์อีกครั้ง  ก่อนจะเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะวางกรวยและป้ายบอกเส้นทางในเวลา ๐๓.๐๐ น.ของวันนั้น  ทางสมาคมฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกต่อผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าวมา ณ ที่นี้”

“สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯ มุ่งมั่นจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น มอบเงินผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบทุนการศึกษา ร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อม สร้างเสริมคุณภาพการเรียนการสอน เพื่อนักเรียนปัจจุบันและรุ่นต่อๆไป รวมถึงสนับสนุนความก้าวหน้าของนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา พร้อมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายใจ สานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนเก่า ปัจจุบัน อาจารย์ รวมถึงผู้ปกครอง ตลอดวาระปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ ”

ล่าสุดกิจกรรมใหญ่ครั้งสุดท้ายของวาระนี้ จะเน้นส่งเสริมสุขภาพ ของพี่น้องนักเรียนเก่า ปัจจุบัน คณาจารย์ รวมถึงครอบครัว ๓๐๐๐ คน ร่วมงาน “เดิน-วิ่ง ปิ่นหทัยรัน CONNECT & FUN”  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเดินระยะ ๘๗ ก้าวสำหรับอาจารย์อาวุโส  งานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๕.๐๐ น. –  ๑๐.๐๐ น. ณ สนามฟุตบอลโรงเรียน รวมถึงกิจกรรมวิ่ง Virtual Run สะสมระยะทาง ๘๗ กิโลเมตร ภายในเวลา ๘๗ วัน ก็จะประกาศผลในวันเดียวกัน”

“สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯ อาสาเป็นสื่อกลางจัดกิจกรรมที่ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพกายและใจ    แต่ยังเชื่อมโยงหัวใจของชาวเตรียมอุดมศึกษาทุกรุ่นให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว “ภายใต้แนวคิด Once Triam Udom, Always Connected” กลับมาสานสัมพันธ์กันอีกครั้งพบปะเชื่อมโยงความทรงจำเก่าๆ ร่วมกับครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้  เปรียบได้กับการเชื่อมโยง “จุด”  แต่ละ “จุด” ของชาว ต.อ. เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่ง  อันมีพลังแห่งความร่วมมือในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนานักเรียนและโรงเรียน นอกจากนี้ สนตอ. ยังได้มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมชมรมอาจารย์เก่าฯตลอดทั้งปีอีกด้วย” รศ.นพ. ดิลก  กล่าวปิดท้าย

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สามารถติดตามชมบรรยากาศงาน ได้ที่:  https://www.triamudom-alumni.com/  และFacebook, YouTube, X, IG, TikTok ชื่อ Cupsaa  รวมถึง Line: @dektriam

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนตอ.) 227 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ อีเมล์: cupsaa@triamudom-alumni.com , X: Cupsaa2495, IG: Cupsaa2495, YouTube: @CUPSAA , Facebook: Cupsaa, TikTok: Cupsaa2024TH, LINE: @Dektriam โทรศัพท์ :๐๒-๒๕๒-๒๓๒๕, ๐๒-๒๕๕-๕๘๘๐, ๐๘๕-๓๒๖-๖๙๙๖ (พัชราภรณ์ ชมกลิ่น ประธานฝ่ายปชส. โทรฯ ๐๙๐-๙๗๒-๙๙๖๕, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล  โทรฯ ๐๘๑-๘๔๒-๓๕๓๕, ดร.ปฏิภาณ เหตระกูล โทรฯ  ๐๙๗-๒๓๙-๔๔๘๐)