เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงนามถวายพระพร 'ในหลวง-พระราชินี' เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

วันพุธ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.55 น.

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมถวายแจกันดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมถวายแจกันดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร ในครั้งนี้ ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 มกราคม 2568

 

ครม.ลงนามถวายพระพรชัยมงคล’ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

ครม.ลงนามถวายพระพรชัยมงคล'ในหลวง-พระราชินี' เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

ครม.ลงนามถวายพระพรชัยมงคล’ในหลวง-พระราชินี’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

วันพุธ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.30 น.

คณะรัฐมนตรีลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568

วันที่ 1 ม.ค. 68 เวลา 08.15 น. ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ด้านตะวันออก ในพระบรมมหาราชวัง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและภริยา ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและภริยา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  และนายพิชัย นริพทะพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมด้วย

รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและภริยาทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ดังนี้

ชุดที่ 1 รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมรองนายกรัฐมนตรี ในนาม “นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี”
ชุดที่ 2 รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และภริยา ในนาม “นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส”
ชุดที่ 3 ภริยารักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมภริยารองนายกรัฐมนตรี ในนาม “คณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี”

จากนั้น รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและภริยา ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ถัดจากนั้น รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีและภริยา และรองนายกรัฐมนตรีและภริยา ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

ประธานศาลฎีกา กล่าวคำอวยพรปีใหม่ 2568

ประธานศาลฎีกา กล่าวคำอวยพรปีใหม่ 2568

ประธานศาลฎีกา กล่าวคำอวยพรปีใหม่ 2568

วันพุธ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

วันที่ 1 มกราคม 2568 นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา อวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 ดิฉันและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลตลอดจนพระบารมีแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

หนึ่งปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมตามบทบาทหน้าที่ในฐานะองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ตลอดจนการให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยยึดมั่นในความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการ และปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรมตลอดมา เมื่อดิฉันเข้าดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาในวันที่ 1 ตุลาคม 2567  ดิฉันกำหนดแนวนโยบายในการทำงานของตุลาการภายใต้หลักคิดที่ว่า“ยึดมั่นในหน้าที่ ตามวิถีตุลาการ” โดยมุ่งหมายให้ตุลาการทุกท่านตระหนักรู้ถึงความสำคัญ
ในบทบาทหน้าที่ของตน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนดำรงตนตามแบบอย่างอันดีงามของบรรพตุลาการซึ่งได้วางรากฐานการตุลาการไทยอย่างมั่นคงแข็งแรงมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลากว่า 140 ปี

เนื่องด้วยในปัจจุบัน  เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท และมีอิทธิพลอันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด และพฤติกรรมของคนในสังคมอย่างรวดเร็ว ศาลยุติธรรมจึงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคต ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการประชาชน เพื่อเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการเข้าถึกระบวนการทางการศาล ไม่ว่าจะเป็นระบบการยื่นฟ้องคดีและการยื่นคำร้องในคดีแพ่งทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่าระบบ e-filing ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม หรือ CIOS ซึ่งจะมีการพัฒนาให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนในการเข้าถึงความยุติธรรม เพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนและทนายความ 

ทั้งนี้ศาลยุติธรรมยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อความสะดวก รวดเร็วตลอดจนพัฒนาระบบให้มีความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานในทุกๆ มิติ

ดิฉันขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้โปรดมั่นใจว่า ศาลยุติธรรมยังคงเป็นองค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญที่ยืนหยัดปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนด้วยมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติสืบต่อไป

ในศุภวาระอันเป็นมงคลนี้ ดิฉันในนามของคณะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ตลอดจนมีกำลังกายและกำลังใจที่เข้มแข็งมีสติตั้งมั่นที่จะดำรงอยู่บนความถูกต้อง พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีทุกประการ เพื่อความสงบสุขสถาพรของพี่น้องประชาชนชาวไทยตลอดไป 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

รายงานพิเศษ : ‘อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน’ มอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์-จยย.ฟรี!

รายงานพิเศษ : ‘อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน’  มอบของขวัญปีใหม่ 2568  ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์-จยย.ฟรี!

รายงานพิเศษ : ‘อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน’ มอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์-จยย.ฟรี!

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 พร้อมปล่อยขบวนคาราวานอาชีวะอาสาช่วยประชาชน ในกิจกรรมอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก และเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า ก่อนการเดินทางฟรี 150 จุดบริการ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ., นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร สอศ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ., นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน, นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก,กองบังคับการตำรวจทางหลวง, นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน ร่วมในพิธีเปิดณ บริเวณเค้กบ้านสวน สาขา 2 ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก กม.ที่ 76 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน เปิดเผยว่า โครงการอาชีวะอาสาช่วยประชาชน ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องแต่วันนี้เพิ่มมิติด้วยการมาเปิดที่เค้กบ้านสวน วังน้อยซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนแวะพักรถ จึงเลือกเป็นจุดให้บริการตรวจสภาพรถให้กับประชาชน เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางจราจรอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตตามนโยบายรัฐบาล โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา และครู อาจารย์ สาขาวิชาช่างยนต์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จากสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ร่วมกับกรมขนส่งทางบก และภาคีเครือข่าย ตั้งจุดบริการอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน ครอบคลุม 77 จังหวัด จำนวน 150 ศูนย์บริการ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2567-5 ม.ค. 2568 ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น. และถึงเวลา 24.00 น. ณ จุดบริการในพื้นที่สำคัญ โดยจุดสังเกต คือ เต็นท์สีส้ม ซึ่งจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะก่อนถึงศูนย์บริการ ซึ่งภายในศูนย์จะให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และรถจักรยานยนต์ รวมถึงการซ่อมบำรุง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การให้บริการพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้า ฟรี รวมไปถึงการให้บริการนอกพื้นที่กรณีฉุกเฉินระยะทาง 5 กม. ห่างจากจุดให้บริการด้วยรถโมบาย และรถจักรยานยนต์ Fix it จิตอาสา ตลอดจนแนะนำเส้นทางและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ตั้งจุดบริการ น้ำมันเครื่องวัสดุอุปกรณ์ จากภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท Bangkok ATV Adventures บริษัท เค้กบ้านสวน จำกัด และร้านตี๋ม่อ ท่าพระ มาร่วมกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการบริการประชนชนมากขึ้น

“กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทยในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษากับภาครัฐและภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียน อาชีวศึกษา
มีจิตอาสาบริการสังคม ทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมกับได้ฝึกทักษะจากการปฏิบัติงานจริง ส่วนพี่น้องประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้าก็ขอให้สบายใจได้ เพราะศูนย์อาชีวะ สามารถดูแลได้ด้วย และจากที่เดินชมบูธให้บริการถือว่าผ่าน แสดงว่ามาตรฐานการศึกษาของเราใช้ได้ มีมิติที่เปลี่ยนแปลงในรอบปีที่ผมมาบริหารก็ถือว่ากระทรวงเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาตรฐานการศึกษามีมากขึ้น” รมว.ศธ. กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูล สอบถาม และการขอความช่วยเหลือเบื้องต้น ผ่านช่องทาง Application : อาชีวะอาสา ผ่านระบบ Android / Line Official : ID : @vecrsa /Facebook : อาชีวะอาสา สอศ.และ Website : อาชีวะอาสา ก็จะเห็นว่ามีจุดบริการอาชีวะอาสาอยู่ที่ใดบ้าง

ด้าน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ.ได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และภาคีเครือข่ายพันธมิตร จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อให้บริการส่งมอบความสุขและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางกลับบ้านในช่วงปีใหม่นี้ และเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา สาขาช่างยนต์
สาขาอื่นๆ และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นร่วมให้บริการ 150 จุด บริการบนถนนสายหลักและถนนสายรอง พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ในการให้บริการดูแลรถยนต์สันดาปและรถยนต์อีวีรวมถึงรถจักรยานยนต์ เพื่อให้รถมีความพร้อมในการเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัย และให้บริการนวดผ่อนคลายความเมื่อยล้า บริการผ้าเย็น เครื่องดื่ม อาหาร บริการที่พักผ่อนก่อนออกเดินทางต่ออย่างปลอดภัย

‘Digital Bus’ ส่งเสริมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ตระหนักรู้อาชญากรรมทางไซเบอร์-พลังงานสะอาด

https://www.naewna.com/local/850541

‘Digital Bus’ ส่งเสริมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม  ตระหนักรู้อาชญากรรมทางไซเบอร์-พลังงานสะอาด

‘Digital Bus’ ส่งเสริมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ตระหนักรู้อาชญากรรมทางไซเบอร์-พลังงานสะอาด

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก กลุ่มนักเรียนและประชาชนในชุมชนได้มารวมตัวกันภายใต้หลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่งติดตั้งใหม่ เพื่อรับฟังคำอธิบายจากหัวเว่ยและผู้ติดตั้ง เกี่ยวกับการนำพลังงานสะอาดมาใช้ไม่เพียงแต่ในห้องสมุดสาธารณะ แต่ยังสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืนยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโครงการ “ดิจิทัล บัส เพื่อสังคม” (Digital Bus) ซึ่งได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาด การตระหนักรู้ด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ดิจิทัลบัสดังกล่าวได้ทำการฝึกอบรมนักเรียนกว่า 4,500 คน ใน 10 จังหวัดพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน

นี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ภายใต้โครงการ #TECH4ALL ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มในการสร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัลระดับโลกของหัวเว่ย โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหัวเว่ย, เจเอ โซลาร์, องค์การยูเนสโก และกระทรวงศึกษาธิการโดยมีเป้าหมายในการนำโซลูชั่นพลังงานสะอาดและโอกาสทางดิจิทัลไปสู่ 11 โรงเรียนและศูนย์ชุมชน พร้อมพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและทักษะทางดิจิทัลให้กับนักเรียนรุ่นใหม่ เพื่อส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืน

โครงการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่เป็นการบริจาคอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ (PV) แต่เป็นการสร้างเส้นทางสู่ความยั่งยืนและโอกาสในการพัฒนา โดยการติดตั้งระบบพลังงานทดแทนในโรงเรียนและส่งเสริมทักษะทางเทคนิค โครงการนี้จึงเป็นการตอบโจทย์ความท้าทายในด้านการศึกษาและพลังงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลนทรัพยากร

โครงการนี้ได้รับการขับเคลื่อนด้วยหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.โรงเรียนสีเขียวสำหรับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา – การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงเรียนมัธยมศึกษา พร้อมการฝึกอบรมครูและนักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์และการดำเนินงานของพลังงานสะอาด, 2.โรงเรียนสีเขียวสำหรับการศึกษาด้านวิชาชีพ – การเสริมสร้างทักษะทางเทคนิคให้แก่นักเรียนในสถาบันการศึกษาเทคนิคและวิชาชีพ ผ่านการเรียนรู้และการปฏิบัติงานกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมพวกเขาสู่การทำงานในภาคพลังงานทดแทนที่กำลังเติบโต 3.ชุมชนสีเขียว – การสนับสนุนห้องสมุดสาธารณะและศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยระบบพลังงานทดแทน พร้อมโปรแกรมการศึกษาดิจิทัลเคลื่อนที่ รวมถึงการฝึกอบรมด้านพลังงานสะอาดและความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผ่านโครงการดิจิทัล บัส (Digital Bus)

สองแห่งแรกที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เป็นรูปธรรม มีดังนี้ 1.วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษก หนองจอก : สถาบันการอาชีพนี้จะนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับการบริจาคมาใช้ในการสอนนักเรียนเกี่ยวกับการติดตั้ง การบำรุงรักษา และการดำเนินงานของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเสริมสร้างทักษะทางเทคนิคที่จำเป็นสำหรับการจ้างงานในอนาคต, 2.ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านนา : ศูนย์ชุมชนที่ให้การฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานสะอาดและการรู้เท่าทันดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะเติมเต็มช่องว่างทักษะในพื้นที่ที่ขาดแคลนทรัพยากร

ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมความยั่งยืนและการปฏิรูปการศึกษา เป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้ การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของประเทศ สอดคล้องกับความพยายามในการปรับปรุงระบบการศึกษาและเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนด้วยทักษะที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการในอนาคต แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าที่สำคัญ แต่ยังคงมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ : การเข้าถึงการศึกษาด้านพลังงานสะอาดและการรู้เท่าทันดิจิทัลยังคงมีความไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท

“โครงการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงแค่โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) แต่เป็นการลงทุนระยะยาวในเยาวชนและอนาคตของประเทศไทย” นายเดวิด หลี่ ประธาน
เจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ย ประเทศไทย กล่าว “การผสานโซลูชั่นพลังงานสะอาดเข้ากับการศึกษาผ่านการปฏิบัติจริง เรามุ่งหวังที่จะสร้างแบบอย่างสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างความเท่าเทียม”

ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเจเอ โซลาร์ กล่าวว่า ด้วยภารกิจในการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อประโยชน์แก่โลก เจเอ โซลาร์ มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรชั้นนำที่มีความยั่งยืน เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของประเทศไทย และเสริมสร้างความรู้เชิงปฏิบัติให้กับนักเรียน โครงการนี้สะท้อนถึงความ
มุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในชุมชน

ครูจากโรงเรียนท้องถิ่น ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญและประโยชน์ของโครงการนี้ว่า “โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่มีอิทธิพลเนื่องจากเป็นการร่วมมือระหว่างบริษัทระดับโลกและโรงเรียนท้องถิ่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า การบริจาคอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์จะมอบโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบพลังงานทดแทน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน”

โครงการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่มอบทรัพยากรที่สำคัญให้กับนักเรียนและชุมชน แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางของนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในอนาคต หัวเว่ย,เจเอ โซลาร์ และพันธมิตรจะขยายขอบเขตของโครงการนี้โดยเชิญชวนองค์กรต่างๆ เข้าร่วมภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างทักษะและเครื่องมือให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ยั่งยืน

‘บอร์ดคุรุสภา’ เห็นชอบการจัดงานวันครูครั้งที่ 69

‘บอร์ดคุรุสภา’ เห็นชอบการจัดงานวันครูครั้งที่ 69

‘บอร์ดคุรุสภา’ เห็นชอบการจัดงานวันครูครั้งที่ 69

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 12/2567 พร้อมด้วยคณะกรรมการคุรุสภา และ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการการประชุม โดยที่ประชุมมีการพิจารณาและมีมติในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้ 1.เห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว โดยเปลี่ยนแปลงแผนการรับนักศึกษา ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2561) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2.เห็นชอบให้แต่งตั้ง นายภิญโญ ทองเหลา เป็นกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา แทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ โดยให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน

3.การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว ดังนี้ 3.1 ให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 25 แห่ง รวมจำนวน 50 หลักสูตร , 3.1.1 ปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 22 แห่ง จำนวน 46 หลักสูตร ประกอบด้วย 1.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม 3.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด 4.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ 5.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขต
ศรีล้านช้าง จังหวัดเลย 6.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 7.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัยศาสนศาสตร์ยโสธร จังหวัดยโสธร 8.มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี จังหวัดสมุทรปราการ 9.มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 10.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จังหวัดนครปฐม 11.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี 12.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป จังหวัดนครปฐม 13.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 14.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 15.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 16.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 17.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง จังหวัดพัทลุง 18.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 19.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี จังหวัดลพบุรี 20.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 21.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี และ 22.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง

3.1.2 ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 3 แห่ง จำนวน 3 หลักสูตร ประกอบด้วย 1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร 2.มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด และ 3.มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา, 3.1.3 ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 1 แห่งจำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการรับรองผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงาน และการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพครู ของผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินฯ จำนวน 2,269 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ประกอบด้วย 1.หลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน881 คน 2.หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 1,357 คน และ 3.หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 31 คนและมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สุดท้ายนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบ ถึงการจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 วันที่ 16 ม.ค. 2568 ภายใต้แก่นสาระ เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ โดยจัดงานวันครูพร้อมกันทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน (Blended) ทั้งนี้ ส่วนภูมิภาคจัดขึ้นณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หรือตามที่เห็นสมควรและสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ส่วนกลางจัดขึ้น ณ หอประชุมคุรุสภา และบริเวณรอบคุรุสภา และรูปแบบ Online ผ่าน Platform http://www.wankru.ksp.or.th โดยกราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เป็นประธานในพิธีงานวันครู มอบสาร มอบคำขวัญวันครูและมอบรางวัล จำนวน 2 รางวัล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) มอบสาร และมอบรางวัลจำนวน 6 รางวัล รวมทั้งหมด 8 รางวัล จำนวน 1,207 คน

GISTDA เปิดเข้าชม ‘Space Inspirium’ ฟรี รับปีใหม่ 2568

GISTDA เปิดเข้าชม ‘Space Inspirium’ ฟรี รับปีใหม่ 2568

GISTDA เปิดเข้าชม ‘Space Inspirium’ ฟรี รับปีใหม่ 2568

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มอบของขวัญให้ประชาชนในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการเปิดให้เข้าชม Space Inspirium ฟรี โดยความพิเศษของปีนี้คือ การเปิดให้เข้าชมสถานีอวกาศแบบเสมือนจริง Lunar Gateway ซึ่งเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกในวงโคจรรอบดวงจันทร์และเป็นโครงสร้างสำคัญสำหรับภารกิจส่งนักบินอวกาศกลับไปดวงจันทร์ รวมถึงการมุ่งหน้าสู่ดาวอังคารและเป้าหมายอื่นในระบบสุริยะ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญภายใต้โครงการ Artemis พร้อมด้วยนิทรรศการด้านเทคโนโลยีอวกาศที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งนี้ Space Inspirium จะเปิดให้เข้าชมฟรีเป็นเวลา 2 วัน คือตั้งแต่วันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 และวันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ณ GISTDA ภายในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ปชช.เข้าสักการะ’พระเขี้ยวแก้ว’ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่

ปชช.เข้าสักการะ'พระเขี้ยวแก้ว' เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่

ปชช.เข้าสักการะ’พระเขี้ยวแก้ว’ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.25 น.

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 บรรยากาศประชาชนเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

โดยการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) มาประดิษฐานในไทยเป็นการชั่วคราว ในระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 รวม 73 วัน ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญและเป็นสิริมงคลยิ่ง ซึ่งรัฐบาลได้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ในปี 2568

– 006

‘คุรุสภา’เปิดรายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ปี 68

'คุรุสภา'เปิดรายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ปี 68

‘คุรุสภา’เปิดรายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ปี 68

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.06 น.

‘คุรุสภา’ประกาศ 7 รายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ.2568 ย้ำความสำคัญ’รางวัลคุรุสภา’ต่อยอดขยายผลพัฒนาการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2567 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การส่งเสริม สนับสนุน ยกย่องและผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เป็นหนึ่งในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งในทุกปีคุรุสภาได้ดำเนินการเฟ้นหา คัดเลือก เปิดเวทีทางวิชาการจัดประกวดผลงาน และยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหวังว่าผู้ได้รับรางวัลต่าง ๆ จะเป็นแบบอย่างให้บุคลากรทางการศึกษานำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้ประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกัน และเมื่อมีการขยายผลไปอย่างกว้างขวางก็จะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศได้

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า เนื่องในโอกาสงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ.2568 ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้  ฉลาดคิด ฉลาดทำ” คุรุสภาได้ประกาศรายชื่อบุคคล และนิติบุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2568 จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย ประเภทบุคคล จำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.พระพรหมบัณฑิต ธมฺมจิตฺโต 2. พระเทพปริยัติโสภณ (ปัญญา วิสุทธิปญฺโญ) 3.ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล 4. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิง ไขศรี ศรีอรุณ 5.นายกมล รอดคล้าย 6.นายประสาน ไตรรัตน์วรกุล และประเภทนิติบุคคล จำนวน 1 ราย ได้แก่ มูลนิธิสมาน – คุณหญิงเบญจา แสงมลิ

นอกจากนี้ได้ประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลของคุรุสภา รวมทั้งสิ้น 1,159 คน ประกอบด้วย 1.รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น รับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ จำนวน 3 คน ซึ่งได้คัดเลือกครูภาษาไทยในสถาบันการศึกษาระดับต่างๆ ทั้งของรัฐ และเอกชนที่มีผลงานดีเด่น ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้มีพัฒนาการการเรียนรู้ภาษาไทยที่เหมาะสมกับสถานภาพ และความพร้อมของผู้เรียนแต่ละคน 2. รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น รับเข็มเชิดชูเกียรติจารึก พระนามาภิไธยย่อ กว จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นครูที่มีศักยภาพและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน 3.รางวัลคุรุสภา จำนวน 27 คน แบ่งเป็น ระดับดีเด่น 9 คน ระดับดี 18 คน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานดีเด่นและมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ 4.รางวัลครูผู้สอนดีเด่น จำนวน 25 คน แบ่งเป็น ระดับดีเด่น 11 คน ระดับดี 14 คน ซึ่งได้คัดเลือกครูในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 5.รางวัลคุรุสดุดี จำนวน 1,065 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนสามารถเป็นแบบอย่างและเป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงของศิษย์ และบุคคลทั่วไป

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตื่นตัวในการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบท เป้าหมายการพัฒนา และตามความต้องการของสถานศึกษาอย่างแท้จริง โดยเปิดให้สถานศึกษาทุกสังกัดที่มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนถึง ระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ทั้งของรัฐและเอกชน ส่งผลงานเข้ารับการคัดสรรรางวัล “ หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ซึ่งในปี 2567 มีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัล “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ระดับประเทศ รวมจำนวน 21 ผลงาน ประกอบด้วย รางวัลระดับเหรียญทอง 7 ผลงาน ระดับเหรียญเงิน 8 ผลงาน และดับเหรียญทองแดง 6 ผลงาน  และมีรางวัล “ผลงานวิจัยของคุรุสภา”ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และนิสิต นักศึกษาที่ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ ได้ส่งผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและคุณค่าทางวิชาการเป็นแบบอย่างของการประยุกต์หรือต่อยอดเพื่อการพัฒนาวิชาชีพเข้าประกวด ซึ่งมีผลงานที่ได้รับรางวัล จำนวน 13 เรื่อง

“งานยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพพางการศึกษา เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และความภาคภูมิใจ คุณค่า และความศรัทธาแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งคุรุสภามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ตั้งใจปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนสามารถเป็นแบบอย่างและเป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงของศิษย์และบุคคลทั่วไปสมกับเป็นปูชนียบุคคล ให้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคม พร้อมที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เกิดประโยชน์แก่ศิษย์และประเทศชาติยิ่งๆ ขึ้นไป” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.01 น.

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

พระเดชพระคุณพระพรหมดิลก ป.ธ.9 กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร เมตตานำคณะสงฆ์ตรวจความพร้อมของสถานที่เพื่อรองรับโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวงประจำปีพุทธศักราช 2567 จัดโดยสำนักเรียนวัดสามพระยา ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. 2567 – 23 ม.ค. 2568 ณ วัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธาในการศึกษาภาษาบาลี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า-เพล แด่พระภิกษุ-สามเณร และนักเรียนบาลีศึกษาประโยค ป.ธ.6-9

ในการนี้ พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายน้อมถวายเครื่องดื่มและน้ำปานะร่วมสนับสนุนโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวงประโยค ป.ธ.6-9 ตลอดระยะเวลาการอบรม