Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ภัยที่คาดไม่ถึง! ‘หมอมนูญ’พบคนไข้ ป่วยเชื้อราในปอด จากการรื้อหนังสือเก่าๆ

Posted on October 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686262

ภัยที่คาดไม่ถึง! 'หมอมนูญ'พบคนไข้ ป่วยเชื้อราในปอด จากการรื้อหนังสือเก่าๆ

ภัยที่คาดไม่ถึง! ‘หมอมนูญ’พบคนไข้ ป่วยเชื้อราในปอด จากการรื้อหนังสือเก่าๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.11 น.

หมอมนูญ เตือนภัยใกล้ตัว รื้อหนังสือเก่าไปทิ้ง ติดเชื้อราในปอด แนะนำใส่หน้ากากตลอด หรือหลีกเลี่ยงอยู่ในห้องที่กำลังรื้อหนังสือ เพราะอาจหายใจเอาสปอร์ของเชื้อรา เข้าปอด

13 ต.ค.2565 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อเตือนภัยใกล้ตัว โดยระบุว่า 

” ภัยใกล้ตัว เวลารื้อหนังสือเก่าๆในบ้านนำไปทิ้ง

ผู้ป่วยชายอายุ 79 ปีเตรียมย้ายบ้านที่บางแค กทม.ไปอยู่คอนโด ให้คนในบ้าน 2 คน รื้อหนังสือเก่าๆที่เก็บสะสมไว้มากกว่า 20 ปี กระดาษหนังสือเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เพื่อนำไปทิ้งและเก็บไว้เพียงบางเล่ม ผู้ป่วยนั่งอยู่ในห้องหนังสือเป็นเวลา 2 ชั่วโมงขณะรื้อหนังสือ โดยไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 หลังจากนั้น 9 วันเริ่มมีไข้ ไอแห้งๆ เหนื่อยบ้าง

ผู้ป่วยเป็นโรคเส้นประสาทอักเสบแบบระยะเรื้อรัง (Chronic inflammatory demyelinating polyradiculoneuropathy หรือ CIDP หรือโรคซีไอดีพี) ทำให้แขนขาชาและอ่อนแรง 3 เดือน กำลังรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ขนาดสูงและยากดภูมิเซลเซ็ป (cellcept) ตรวจร่างกาย มีไข้ อุณหภูมิ 38.1 องศาเซลเซียส ฟังเสียงปอดปกติ เอกซเรย์ปอดผิดปกติทั้ง 2 ข้าง (ดูรูป) ทำคอมพิวเตอร์สแกนปอด พบโพรงเล็กๆในบริเวณปอดที่มีปื้นสีขาวหลายตำแหน่งในปอดทั้ง 2 ข้าง (ดูรูป)

ส่องกล้องเข้าไปดูในปอด พบเสมหะสีขาวเล็กน้อย ส่งเสมหะที่ดูดจากหลอดลมไปตรวจ ย้อมพบเชื้อราสาย ไม่พบวัณโรค เพาะเชื้อราขึ้นแอสเปอร์จิลลัส ฟูมิกาทัส (aspergillus fumigatus) และ aspergillus spp อีกตัวหนึ่งไม่ทราบสปีชี่ส์ (ดูรูป) ส่งน้ำล้างปอดวัดระดับ bronchial aspergillus galactomannan ให้ผลบวก ยืนยันการติดเชื้อรา aspergillus

สรุป : ผู้ป่วยรายนี้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากกินยาสเตียรอยด์และยากดภูมิ ติดเชื้อรา aspergillus จากการสูดดมหายใจสปอร์ของเชื้อรา aspergillus ที่เจริญงอกอยู่ในเนื้อกระดาษที่ชื้นของหนังสือเก่าๆลอยออกมาในอากาศขณะหนังสือถูกรื้อ เข้าไปในปอด ทำให้เกิดโรคแอสเปอร์จิลโลสิส ปอดติดเชื้อราแอสเปอร์จิลลัสชนิดรุกราน (invasive pulmonary aspergillosis)
ให้การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา

ชนิดกินวอริโคนาโซล (voriconazole) คนไข้ค่อยๆดีขึ้น คนที่ช่วยย้ายหนังสือ ไม่มีใครป่วย ถึงจะสูดดมสปอร์ของเชื้อรา เพราะสุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี

คำแนะนำ: ขอให้คนที่ร่างกายอ่อนแอ มีโรคประจำตัว มีภูมิคุ้มกันต่ำ ใส่หน้ากากอนามัยเวลารื้อหนังสือเก่าๆในบ้าน หรือทางที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงอยู่ในห้องที่กำลังรื้อหนังสือ เพราะอาจหายใจเอาสปอร์ของเชื้อราเข้าปอด ทำให้ติดเชื้อราในปอดได้ “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ราชบุรีเตรียมเที่ยวงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมผลกระตุ้นท่องเที่ยว

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686240

ราชบุรีเตรียมเที่ยวงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมผลกระตุ้นท่องเที่ยว

ราชบุรีเตรียมเที่ยวงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมผลกระตุ้นท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.29 น.

คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดเตรียมจัดงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำ ระหว่าง 12 – 21 พ.ย.65 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นหลังโควิดคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.65 ที่ผ่านมา นายเสฏฐนันท์ อังกูรภาสวิชญ์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (คสม.) เป็นประธานประชุม คสม.ครั้งที่ 7 / 2565 ที่ห้องประชุม ชั้น 1 กองบัญชาการกรมการทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยมี พลโท ไพรัช โอฬารไพบูลย์ เจ้ากรมการทหารช่าง ในฐานะกรรมการที่ปรึกษา นายเรืองชัย เนตรปฐมพร กรรมการที่ปรึกษา นายขจร สุทธิ์วนิช กรรมการที่ปรึกษา พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม  

โอกาสนี้นายเสฏฐนันท์ อังกูรภาสวิชญ์ ประธาน คสม.พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้เข้าแสดงความยินดีต่อพลโท ไพรัช โอฬารไพบูลย์ เจ้ากรมการทหารช่าง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเจ้ากรมการทหารช่างคนใหม่ด้วย 

จากนั้นได้ร่วมประชุมพิจารณาหลายเรื่องที่สำคัญ อาทิ การนำเสนอให้ปรับปรุงซ่อมแซมจักรยานเก่าที่ทาง คสม.ได้มอบให้นักศึกษาไว้ใช้ในการเรียนตามอาคารเรียนต่าง ๆ เนื่องจากขณะนี้ทราบว่ามีการชำรุดทรุดโทรมไปมากแล้ว หลังซ่อมแซมเสร็จ จะให้แต่ละสาขาวิชานำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เรื่องการขอคณะกรรมการ คสม.2 ท่าน เดินทางไปร่วมประชุมสัมมนาคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ครั้งที่ 7 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เรื่องสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ ของบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกวดและแสดงผลงานของนักศึกษาที่ต่างประเทศ จำนวน 1 คน 

เรื่องการเตรียมจัดงานประเพณีปีเขาเข้าถ้ำจอมพล ครั้งที่ 12 โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแนวทางการจัดงานระหว่างวันที่ 12 – 21 พ.ย.ซึ่งกำหนดใช้พื้นที่ด้านนอกสนามของมหาวิทยาลัยฯ การขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด เรื่องการให้นักศึกษาโครงการ U2T แต่ละสาขานำผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆเข้ามาวางจำหน่ายภายในงานได้ พร้อมยังให้แม่บ้านทหารช่างนำผลิตภัณฑ์และสินค้าของเหล่าทหารช่างมาจำหน่ายภายในงาน เรื่องการขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยปรับปรุงตกแต่งสถานที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความปลอดภัยภายในช่วงการจัดงานดังกล่าว 

ในที่ประชุมได้นำแนวคิดเรื่องจัดงานปีนเขาเข้าถ้ำให้สอดคล้องกับชื่อเรื่อง เพื่อช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์ถ้ำจอมพล ซึ่งเป็นถ้ำประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญของจังหวัดราชบุรี เนื่องจากมีพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เคยเสด็จประพาสต้นมาแล้ว ถือเป็นถ้ำที่มีประวัติความเป็นมาที่สำคัญของ อ.จอมบึง ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง 

นอกจากนี้ทางคณะกรรมการฯ เตรียมจัดแถลงข่าวงานประเพณี ปีนเขาเข้าถ้ำจอมพล ครั้งที่ 12 ในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 09.00 น. ที่อาคารชั้น 6 ของวิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย ต.ดอนตะโก อ.เมืองราชบุรี พร้อมเตรียมชุดการแสดงศิลปะมวยไทย มาร่วมกิจกรรมงานแถลงข่าวในวันดังกล่าวด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉะเชิงเทราเตรียมจัดงานนมัสการหลวงพ่อโสธรปีที่ 132 รวม 10 วัน 10 คืน

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686234

ฉะเชิงเทราเตรียมจัดงานนมัสการหลวงพ่อโสธรปีที่ 132 รวม 10 วัน 10 คืน

ฉะเชิงเทราเตรียมจัดงานนมัสการหลวงพ่อโสธรปีที่ 132 รวม 10 วัน 10 คืน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.46 น.

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 ต.ค.65 ที่ผ่านมา นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงานนมัสการหลวงพ่อโสธร และงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจัดต่อเนื่องกันปีนี้เป็นปีที่ 132 ซึ่งการจัดงานในปีนี้กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 พ.ย.65 รวม 10 วัน 10 คืนไฮไลต์ของการจัดงานคือขบวนแห่หลวงพ่อโสธรทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับการแห่ทางน้ำ จะอัญเชิญแห่ทางน้ำผ่าน 14 ท่า 

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องความปลอดภัยทั้งทางบก และทางน้ำ รวมทั้งการติดป้ายประชาสัมพันธ์ ข้อควรระวังต่าง ๆ เนื่องจากโควิดเริ่มซา คาดว่าปีนี้คงมีนักท่องเที่ยว และพุทธศาสนิกชน เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาของการจัดงานวัดโสธรวรารามวรวิหาร ได้ขยายเวลาเปิดวัดเพื่อให้พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมากราบสักการะหลวงพ่อโสธร ถึงเวลาเที่ยงคืน

การจัดงานครั้งนี้เป็นงานประจำปีของจังหวัดฉะเชิงเทราถือเป็นการเปิดเมืองฉะเชิงเทรา จึงคาดว่าจะมีคนมาร่วมงานวันละไม่ต่ำ 50,000 คนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนประมาณ 1,000 บาท เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาล – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่ออุ้มลูกวัย1เดือนมาตามสัญญา หลังบน’หลวงพ่อเคลือบ’ให้หายป่วยหนัก

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686233

พ่ออุ้มลูกวัย1เดือนมาตามสัญญา หลังบน'หลวงพ่อเคลือบ'ให้หายป่วยหนัก

พ่ออุ้มลูกวัย1เดือนมาตามสัญญา หลังบน’หลวงพ่อเคลือบ’ให้หายป่วยหนัก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.46 น.

พ่ออุ้มลูกวัย 1 เดือนมาตามสัญญา หลังบน’หลวงพ่อเคลือบ’ให้หายป่วยหนัก

13 ต.ค.65 ช่วงเช้าที่วัดหนองกระดี่นอก หมู่ที่ 3 ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้มีชาวบ้านจากทั่วสารทิศเดินทางมาขอโชคลาภสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดและ “หลวงพ่อเคลือบ” เกจิชื่อดังที่ได้รับการขนานนามว่า วาจาสิทธิ์ พูดอย่างไร เป็นอย่างนั้น ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง” จนทำให้วัดนั้นแคบลงถนัดตาในวันหยุด โดยที่วิหารหลวงพ่อเคลือบ มีแต่ประชาชนทั่วสารทิศ ผู้เลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่อเคลือบได้นำหัวหมูต้ม ไก่ต้ม มะขามเปียก เกลือ และเหล้าขาว โดยเฉพาะหัวหมู แม้ว่าราคาจะแพงในระยะนี้ ก็นำมาแก้บนกัน ตามจำนวนที่บนบานเอาไว้ 

ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจักรกฤษ และ น.ส.กันยา อัศจรรย์ สองสามีภรรยา ที่เดินทางจาก อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ได้อุ้มลูกน้อยชื่อ ด.ช.ป้องพูล หรือ น้องโชกุน อายุ 1 เดือน 11 วัน พร้อมสิ่งของมายังวิหารหลวงพ่อเคลือบ

ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถาม นายจักรกฤษ ว่าตนเองพร้อมภรรยาได้อยู่กันมาระยะหนึ่ง จนมีบุตรชายชื่อน้องโชกุน คนแรก หลังจากที่ภรรยาได้คลอดระยะหนึ่งและได้ป่วยเป็นโรคปอดอักเสบ ตนเองจึงพาไปรักษาและได้เข้ารักษาโรงพยาบาลศรีสวรรค์ ชึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นหนึ่งที่จังหวัดนครสวรรค์ หมดเงินไปหลายหมื่นบาท หลังจากนั้นตนเองกับภรรยาก็ยกมือบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อเคลือบ และหลังจากลูกตนเองหาย ตนเองก็บวชให้ หลังจากนั้นลูกตนเองก็หายและตนเองก็แก้บนโดยได้บวชมาแล้ว 7 วัน และตอนนี้ตนเองพร้อมภรรยาก็มาแก้บนหลวงพ่อเคลือบ โดยยกลูกให้เป็นลูกหลวงพ่อเคลือบ ซึ่งปัจจุบันยี้น้องโชกุนนั้นร่างกายแข็งแรงมาก  -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘เลี้ยงผึ้ง’ร้อยเชื่อมชุมชน ‘อาชีพเสริม’วิถีธรรมชาติ

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686195

สกู๊ปพิเศษ : ‘เลี้ยงผึ้ง’ร้อยเชื่อมชุมชน  ‘อาชีพเสริม’วิถีธรรมชาติ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เลี้ยงผึ้ง’ร้อยเชื่อมชุมชน ‘อาชีพเสริม’วิถีธรรมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ความเชื่อของเราก็คือว่า คำว่าชุมชนมันจะเป็นฐานที่นำมาสู่การประกอบอาชีพหลายๆ เรื่องที่โดยระบบมันไม่ค่อยให้คุณค่า เพราะการศึกษาที่เป็นอยู่ก็คือเราส่งลูกไปเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วไปเรียนเพื่อประกอบอาชีพ แล้วก็นำไปสู่การหารายได้ การสร้างอาชีพตัวเอง แต่พอเด็กผ่านระบบการศึกษาไปถึงระดับอุดมศึกษา น้อยคนนักที่กลับมาสู่ฐานชุมชน ซึ่ง ณ วันนี้ ตัวฐานชุมชนที่เป็นแหล่งอาหาร เป็นยารักษาโรค เป็นแหล่งน้ำ

เขาเรียกว่าโลกยังต้องการสิ่งเหล่านี้อยู่ แต่ทุกคนกำลังเป็นการศึกษาที่วิ่งไปหาเงิน แล้วพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยู่ในชุมชนก็คิดว่าจะส่งลูกเรียนไปเป็นแบบนี้เพื่อหลีกหนีความเป็นวิถีของตนเอง สิ่งที่เราเชื่อคือโครงการพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเราจะมาดูฐานชุมชนเหล่านี้เพื่อยกระดับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็เป็นความรู้ทางวิชาการที่ในระบบการศึกษาเขากำลังเรียนรู้อยู่ แต่ว่าเขายังไปไม่ถึง”

สมพงษ์ หลีเคราะห์ หัวหน้าภาคใต้ โครงการพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน กล่าวกับคณะสื่อมวลชนและคณะทำงานของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมชม “เครือข่ายคนเลี้ยงผึ้ง อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ตามโปรแกรมศึกษาดูงาน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช ช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต้นเดือน ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา ถึงความพยายามของชุมชนในการจัดการศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพและใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติได้

ซึ่งโครงการพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มีหลักคิดสำคัญคือ “เอาฐานชีวิตเป็นตัวตั้ง” สมพงษ์ ขยายความในส่วนนี้ว่า คนเราวันหนึ่งมีเวลา 24 ชั่วโมง ใน 1 ปีหรือ 365 วัน จะมีเวลาทั้งสิ้น 8,760 ชั่วโมง แต่การศึกษาในโรงเรียนหากเป็นชั้นประถมจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,000 ชั่วโมง ส่วนชั้นมัธยมจะอยู่ที่ 1,200 ชั่วโมง จึงเกิดเป็นคำถามว่าเวลาที่เหลืออีกกว่า 7,000 ชั่วโมงเหตุใดจึงไม่นำมาจัดการเรียนรู้ โดยมีพ่อแม่ทำหน้าที่เป็นครู มีชุมชนให้การสนับสนุน และตัวผู้เรียนเองที่ต้องสร้างแรงบันดาลใจขึ้นจากความชอบของตนเอง

สำหรับเครือข่ายคนเลี้ยงผึ้ง อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น สง่า ทองคำ คณะทำงานเครือข่ายฯ เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการวิเคราะห์ “ทุนชุมชน” 4 ด้าน ประกอบด้วย1.คน ชาว อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี ไม่รอให้คนอื่นมาช่วย แต่จะเริ่มช่วยตนเองก่อน 2.เศรษฐกิจ มีกลุ่มอาชีพเสริม 3.ทรัพยากร สภาพธรรมชาติที่มีสามารถบริหารจัดการเพื่อการท่องเที่ยวได้ และ 4.สังคม เป็นเรื่องของการดูแลช่วยเหลือกัน

ไอรดา ม่วงพานิช ผู้บริหารโครงการเครือข่ายคนเลี้ยงผึ้ง อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การทำงานในพื้นที่เป็นความร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้งท้องที่ ท้องถิ่น พัฒนาชุมชน กศน. และอีกหลายองค์กรในชุมชน จุดประสงค์เพื่อพัฒนากลุ่มเป้าหมาย ภายใต้โจทย์ “จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคได้อย่างไร?” โดยดำเนินโครงการมาแล้ว 3 ปี

วิทยา โสมะเกิด กำนันตำบลตะกุกใต้ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่การเกษตร และเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนอยู่อย่างสามัคคี ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำคลองยันไหลผ่าน เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงทั้งสวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ต่อมาแกนนำในชุมชนได้คิดกันว่าจะทำอะไรเป็นอาชีพเสริม จนมาได้ข้อสรุปกันที่การเลี้ยงผึ้ง

โกมล กุลวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เล่าว่า โครงการเลี้ยงผึ้งในพื้นที่ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการในพื้นที่การเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีเพราะจะเป็นอันตรายต่อผึ้ง หลังพูดคุยกับหนึ่งในแกนนำก็เริ่มทดลองเลี้ยงบ้าง โดยเป็นการเลี้ยงในกล่องจำนวน 7 กล่อง สร้างรายได้ประมาณ 1 หมื่นบาท จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการเลี้ยงผึ้งกันอย่างแพร่หลายในหมู่บ้าน

“บังเอิญไปเจอน้องไอรดา พี่สง่า คณะของ กสศ. ก็คุยเรื่องการส่งเสริม แล้วก็ลงมาช่วย ขยายจากหมู่ของผม ขยายไปหมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 ตอนนี้ขยายไปทั้งอำเภอ ลามไปยัง อ.ท่าฉาง อีก 1 ตำบล แล้วก็รู้สึกว่าผลตอบรับดีมาก ในเมื่อผลตอบรับดี เราจะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ผมก็ปรึกษากับน้อง วิภาวดีมี กศน. การศึกษานอกระบบ เราก็เข้าไปคุยกับอาจารย์ที่ กสศ. คุยกับพัฒนาชุมชนของอำเภอ ให้ชักชวนน้องๆ เข้ามาศึกษา” ผู้ใหญ่โกมล ระบุ

สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการหนุนเสริมวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาทักษะเยาวชนและแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นงานที่ยากมากของประเทศไทย โจทย์ใหญ่คือการให้ทุกคนเรียนรู้และสามารถดูแลตนเองได้ ส่วนโจทย์ระยะยาวคือทำอย่างไรทุกคนจะเป็นผู้ที่เรียนรู้ตลอดชีวิต ขยายสู่ครอบครัวและชุมชนแห่งการเรียนรู้ขณะที่หน่วยงานต่างๆ มีโจทย์ว่าจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร

“คำว่าบูรณาการมันอยู่ในห้องประชุมมานาน วันนี้ผมมาเห็นตัวแบบของการบูรณาการ เป็นตัวแบบของชีวิตชุมชนที่ลุกขึ้นมาจัดการการเรียนรู้ของตัวเองได้อย่างลงตัว แล้วมันมีชีวิตชีวา ที่ก้าวหน้ามากที่สุดก็คือการเห็นพื้นที่การเรียนรู้ทั้งที่กายภาพอย่างนี้ แล้วที่สำคัญ ที่อื่นที่ทำได้ไม่ค่อยเด่นเท่าที่นี่คือมิติเรื่องสภาองค์กรชุมชน สภาที่เป็นพื้นที่พูดคุย พื้นที่ปรึกษาหารือ พื้นที่นโยบาย น้อยมากที่จะทำได้ดี เดิมทีผมก็คิดว่าแนวคิดสภาองค์กรชุมชนมันล่องลอยไม่สำเร็จ แต่พอมาเห็นที่นี่ผมก็มีคำตอบว่าเขาทำได้ดี

เงื่อนไขอะไรทำให้ที่นี่ทำได้สำเร็จ ผมคิดว่าเครื่องมือการเรียนรู้ร่วมกัน และได้ลองทำ ทำแล้วก็ทบทวนไป แล้วทำมาหลายปีด้วย ปรากฏว่าทำไปๆ เดิมทีใช้ผึ้งเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ตอนนี้ชุมชนที่นี่มีวิธีคิดแบบผึ้งไปแล้ว นั่นหมายถึงถ้าผึ้งจะอยู่รอดก็ต้องร่วมกันสร้างรวงรัง สะสมสิ่งเล็กสิ่งน้อยจากสิ่งที่ไม่มีค่าให้เป็นมีค่า และเป็นพื้นที่ที่สามารถยึดเหนี่ยว ดึงดูดเอาคนลูกหลาน เอามาทำงานร่วมกัน” สมคิด กล่าว

เพราะการศึกษาไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวว่าจะต้องจัดในสถานศึกษาอย่างโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมีการศึกษาทางเลือกโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน กลับมาที่ สมพงษ์ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของสถานศึกษาไว้ว่า “สถานศึกษาควรออกแบบวิธีการวัดประเมินโดยเชื่อมโยงการศึกษาจากฐานชุมชนเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้”(เช่น การพูด การเขียน การนำเสนอ อยู่ในวิชาภาษาไทย) โดยยังมีทักษะอื่นๆ เช่น การคิดคำนวณ การทำงานเป็นทีม ฯลฯ และสุดท้ายคือ “ทัศนคติ (Attitude)” ซึ่งทำให้พฤติกรรมของผู้เรียนค่อยๆ เปลี่ยนไป

“คนไม่เคยกินผักถามว่าอนาคตสุขภาพแบบไหน?แต่ถ้าเขาหันมาปลูกผักแล้วก็เรียนรู้แบบนี้ เขาก็กินผักมันเป็นการสร้างเสริมสุขภาพโดยที่ไม่ต้องใช้ยาในอนาคต”สมพงษ์ ยกตัวอย่างทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บแพนด้า’โพสต์เตือนย่ำน้ำย่ำโคลน ระวังโรคเมลิออยด์ ถึงตายได้เลย

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686197

'หมอแล็บแพนด้า'โพสต์เตือนย่ำน้ำย่ำโคลน ระวังโรคเมลิออยด์ ถึงตายได้เลย

‘หมอแล็บแพนด้า’โพสต์เตือนย่ำน้ำย่ำโคลน ระวังโรคเมลิออยด์ ถึงตายได้เลย

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.14 น.

12 ต.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ของ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความเตือนว่า

ระวังโรคเมลิออยด์ หรือเมลิออยโดสิส

ระวังกันด้วยนะครับ โรคนี้จะเป็นกันเยอะในช่วงที่มีน้ำชุ่มฉ่ำนี่แหละ ถ้าวินิจฉัยโรคนี้ช้าเกินไป จะทำให้รักษาไม่ทัน ตายได้เลยนา

โรคเมลิออยโดซิส มันมาจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า เบอร์โคลเดอเรีย ซูโดมัลลิไอ (B. pseudomallei) ชื่อยาวอยู่นะ เชื้อนี้จะมีอยู่ทั่วไปทั้งในดิน น้ำ และอากาศ มันเข้าสู่ร่างกายของเราได้ทางบาดแผล หรือการหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเข้าไป

คนที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากที่สุดก็คือ พี่น้องเกษตรกรนั่นเอง เพราะเดินย่ำน้ำย่ำโคลนเป็นประจำหรืออาจจะเป็นพวกเรานี่แหละครับ ช่วงนี้น้ำท่วมด้วย ถ้าเชื้อเข้าทางแผล ผิวหนังของเราก็อาจจะเป็นแผลเปื่อย เป็นหนอง บวม มีอาการหลายอย่าง เป็นฝีก็ยังได้เลย หรือถ้าสูดดมเข้าไป ปอดก็ติดเชื้อ อักเสบ

ถ้าใครที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ก็จะทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ เพราะฉะนั้นพยายามสวมใส่รองเท้าบู๊ท หรือถ้าหากหลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำย่ำโคลนไม่ได้ ก็พยายามอย่าปล่อยให้เท้ามีแผล และรีบล้างแข้งขาให้สะอาดหลังจากทำงาน

ถ้ามีไข้และมีประวัติสัมผัสดิน ย่ำน้ำย่ำโคลน ควรรีบพบหมอแต่แรก อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจะได้รักษาทันเวลา เด้ออออพี่น้อง

ขอบคุณข้อมูลเพจเฟซบุ๊กหมอแล็บแพนด้า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านลับ…หลบมุม! ชิมก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่-ข้าวทะเลคั่วพริกเกลือ รสชาติเด็ดจัดจ้าน

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686194

ร้านลับ...หลบมุม! ชิมก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่-ข้าวทะเลคั่วพริกเกลือ รสชาติเด็ดจัดจ้าน

ร้านลับ…หลบมุม! ชิมก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่-ข้าวทะเลคั่วพริกเกลือ รสชาติเด็ดจัดจ้าน

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 20.16 น.

สาวสืบทอดร้านอาหารตามสั่งเก่าแก่กว่า 20 ปี ที่หยุดไป 2 ปีเพราะโควิด ได้เริ่มเปิดใหม่ เปลี่ยนเป็นชื่อ ร้านเจริญพุง by กุ๊กกริช เป็นร้านอาหารตามสั่ง ชูเมนูก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และข้าวทะเลคั่วพริกเกลือ รสชาติเด็ดจัดจ้าน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบริเวณหลังที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก พบร้านลับ หลบมุม ชื่อร้านเจริญพุง by กุ๊กกริช เป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่เพิ่งกลับมาเปิดใหม่ เมื่อช่วง 1 สัปดาห์ ร้านนี้เดิมเป็นร้านของแม่สมจิตร จั่นตอง หรือป้าอ้วน ที่เปิดจำหน่ายอาหารตามสั่งมานานกว่า 20 ปี

น.ส.ธัญสินี ทองกระสัน เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนได้มาสืบทอดร้านอาหารตามสั่งต่อจากแม่ที่ต้องหยุดขายไปเมื่อ 2 ปี ก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และอยากให้แม่ได้พักผ่อน อีกทั้งได้พัฒนาอาหารเพิ่มขึ้น เพราะได้พ่อครัวหลักคือ นายกริช ตระกูลสุข อายุ 53 ปี ซึ่งมีดีกรีเป็นพ่อครัวร้านอาหารเรือนรสริน และกุ๊กโรงแรมมายาบุรี เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มาเป็นพ่อครัวที่ร้าน หลังจากได้เปิดใน 1 สัปดาห์ ก็เริ่มมีลูกค้ามาชิมอาหารอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเมนูเด็ดที่ทางร้านอยากแนะนำให้ทาน คือ เมนูก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เมนูข้าวคั่วพริกเกลือ สามารถเลือกเนื้อสัตว์ เป็น ไก่ หมู หรือรวมทะเลได้ ซึ่งทั้ง 2 เมนูนี้จะใช้กระทะเหล็กในการผัด ทำให้ได้กลิ่นหอมกระทะ มีข้าวขาหมู แซ่บแห้งไก่ตุ๋น นอกจากนี้ ยังมีอาหารประเภทผัดฉ่า เนื้อคั่วพริกไทยดำ ซึ่งทางร้านจะเน้นเป็นอาหารเมนูจานเดียวเป็นหลัก แต่หากมาเป็นครอบครัวสามารถแยกทำเป็นกับข้าว รับประทานร่วมกันได้

ขณะที่แต่ละเมนูมีราคาเริ่มต้นที่จานละ 40 – 50 บาท ยกเว้นอาหารทะเลจะราคาจานละ 80 บาท โดยทางร้านจะนำอาหารเสิร์ฟมาในกระด้งสานขนาดเล็ก ซึ่งสั่งทำพิเศษจากชุมชนบ้านกร่าง จ.พิษณุโลก เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านที่สามารถดึงดูดให้ลูกค้าเดินทางมารับประทานแล้วถ่ายรูปโพสต์กันในโซเชียล เป็นการเสิร์ฟอาหารที่แตกต่างจากร้านทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านยังเปิดทำธุรกิจอาหารอีก 2 ร้าน ประกอบด้วย ร้านเสบียงนา ที่ ต.บ้านกร่าง และร้านก๋วยเตี๋ยวสุดยอดเนื้อตุ๋นร้านเจริญพุง ซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่งที่เป็นร้านขนาดเล็ก ซึ่งลูกค้านิยมมานั่งร้านขนาดเล็กที่ เงียบ แต่อาหารอร่อยจึงได้นำพ่อครัวหลักมาไว้ที่นี่ เพื่อทำให้ร้านมีชีวิตชีวา ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มคนเมือง สำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งจองอาหาร หรือทำอาหารกล่อง สามารถติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ 061 245 1333 น.ส.ธัญสินี ทองกระสัน เจ้าของร้าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลมหายใจ ‘สินค้าเกษตร’ รุ่งซื้อขายผ่านแอพและโมเดิร์นเทรด

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686173

ลมหายใจ 'สินค้าเกษตร' รุ่งซื้อขายผ่านแอพและโมเดิร์นเทรด

ลมหายใจ ‘สินค้าเกษตร’ รุ่งซื้อขายผ่านแอพและโมเดิร์นเทรด

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

สินค้าเกษตรในไทย มีชีวิตชีวาขึ้นมาเป็น “ดาวรุ่ง” ได้ เพราะปัจจุบันการซื้อขายสินค้าเกษตรไม่จำเป็นต้องเดินเข้า “ตลาดสด” ตามรูปแบบวิถีชีวิตเดิมๆเท่านั้น แต่มีทางเลือกโดยเฉพาะช่องทางที่เรียกว่า “โมเดิร์นเทรด” (Modern Trade) ซึ่งเป็นช่องทางการขายใหม่ๆทั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า, ซูเปอร์สโตร์ และ ดิสเคานท์สโตร์

จากการสำรวจพบว่าราคาสินค้าเกษตรในโลตัส’ส โกเฟรช (Lotus’s go fresh) กำลังลดราคาสินค้า อาทิ เห็ดเข็มทอง จากราคา 17 บาท เหลือเพียง 14 บาท , มันญี่ปุ่นเหลือแพ็คละ 32.50 บาท และ ฟักทองญี่ปุ่นเหลือแพ็คละ 27 บาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีการทยอยลดราคาสินค้าเกษตร เช่น หัวหอมใหญ่, หัวหอมแดง และ แอปเปิ้ล

ขณะที่ช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรที่น่าจับตามองนั่นคือ “โกลเด้นเพลส” (Golden Place) ซึ่งพบว่า มีสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพภายใต้โครงการพระราชดำริ มาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อผู้บริโภค

ทั้ง 2 ช่องทางนั้นเป็นกลุ่มโมเดิร์นเทรด ที่ผู้บริโภคนิยมเข้าไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ซื้อ ทำให้ในส่วนของโลตัส มีการขยายรูปแบบ “Inspiring fresh & food destination” ซึ่งเป็นศูนย์รวมอาหารและอาหารสดชั้นนำ โดยช่วงครึ่งปีแรกในช่วงที่ผ่านมาได้ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 39 แห่ง ด้วยคอนเซปต์ใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยชูความเป็นศูนย์รวมอาหารและอาหารสดชั้นนำ และการเป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตในแบบสมาร์ทของชุมชนทุกวัน พร้อมกับตั้งเป้าว่าในครึ่งปีหลังของปี 2565 เปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกประมาณ 70-80 สาขา โดยยังมีในส่วนของพื้นที่เช่า ซึ่งโลตัสเน้นเพิ่มทางเลือกในด้านอาหารให้กับลูกค้า โดยเพิ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ และร้านดังในท้องถิ่น อีกกว่า 1,300 ราย โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 5,800 ร้านภายในสิ้ปีนี้ 

นอกจากนี้โลตัสยังลุยแอพพลิเคชั่นมาเป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าเกษตร ผ่าน “SMART life solutions” เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ลูกค้า และมอบประสบการณ์ omni-channel ที่ไร้รอยต่อ โดยเมื่อเดือนมี.ค. 2565โลตัสเปิดตัว “Lotus’s SMART App” แอปพลิเคชันค้าปลีกรายแรก ที่รวมแพลตฟอร์ม e-commerce และโปรแกรมขอบคุณลูกค้า MyLotus’s เข้าไว้ด้วยกัน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไปแล้วกว่า 4.5 ล้านราย และยอดการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตขึ้นกว่า 400% ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565

สำหรับช่องทางใหม่ๆที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรให้เป็น “ดาวรุ่ง” ยังมีอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจ คือ แอพพลิเคชั่น “ฟาร์มโตะ”

นางสาวบัณฑิตา แสงทอง ครีเอทีฟ และกราฟฟิก ดีไซน์เนอร์ของ “ฟาร์มโตะ” (FARMTO) เล่าว่า ฟาร์มโตะนั้นวางตำแหน่งทางการตลาดเป็นแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกและผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งทางฟาร์มโตะจะคิดค่าบริหารจัดการ 10% โดยที่ผ่านมามีผลงานออกสู่สายตาแวดวงเกษตรไทย ได้แก่ การทำให้มันญี่ปุ่น ที่นิยมปลูกกันมากในไทย และในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้มันญี่ปุ่นนั้นล้นตลาดและมีราคาแพงทางฟาร์มโตะจึงได้นำมันญี่ปุ่นเหล่านั้น มาแปรรูปเป็น “ขนมมันหวานญี่ปุ่นกรอบ” และ มาสร้างแบรนด์ภายใต้แบรนด์ 

“ฟาร์ม-โตะ” (FARM-TO)  โดยใช้แนวคิด “ไม่หล่อแต่อร่อย” พร้อมกับภาพกราฟฟิกบนถุงผลิตภัณฑ์ หรือ แพ็กเก็จจิ้ง (Packaging) ที่เป็นตัวการ์ตูนทันสมัย นอกจากนี้ยังมี “ส้มสายน้ำผึ้ง ห้วยโป่ง” ภายใต้แนวคิด “ส้มแห่งอ้อมกอดของขุนเขา” จาก จ.แม่ฮ่องสอน ผ่าน 1,864 โค้ง กว่าจะถึงมือผู้บริโภค รวมทั้ง “น้ำผึ้งป่า ชุมชนหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย  

นับเป็นการก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยคนไทยรุ่นใหม่ที่มีหลากหลายความสามารถมารวมตัวกัน และ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ได้ผ่านเพลย์ สโตร์  

ที่ผ่านมาแอพพลิเคชั่นฟาร์มโตะ ได้รับรางวัลการันตีถึง 10 รางวัล อาทิ บ้านปู แชมป์เปี้ยน, รางวัลสุดยอดนักประดิษฐ์ (7 Innovation Awards by NIA), รางวัลเกษตรก้าวหน้า โครงการเกษตรก้าวหน้า ธนาคารกรุงเทพ, พอแล้วดี (The Creator) และ รางวัล Startup Thailand by GSB (ธนาคารออมสิน) เป็นต้น

เรียกว่า สินค้าเกษตรไทยในช่วงปลายปีนี้เห็นโอกาสในการต่อยอดด้านการตลาด ผ่านช่องทางการขายใหม่ๆ ที่จะทำให้สินค้าเกษตรไทยยังคงเป็น “ดาวรุ่ง” พุ่งแรงทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า’เธอทั้งหลายจงอย่าทำความชั่วทั้งหมดทั้งกายวาจาและใจ’

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686170

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า'เธอทั้งหลายจงอย่าทำความชั่วทั้งหมดทั้งกายวาจาและใจ'

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า’เธอทั้งหลายจงอย่าทำความชั่วทั้งหมดทั้งกายวาจาและใจ’

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.03 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ตอนที่ ๗ อารมณ์พระโสดาบัน (๒)

ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย และท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย สำหรับเวลานี้ ท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานพระกรรมฐานแล้ว ต่อนี้ไปก็เป็นโอกาสที่ท่านทั้งหลายจะได้รับการศึกษาในด้านการปฏิบัติพระกรรมฐาน สำหรับในระยะนี้เป็นระยะที่ท่านทั้งหลายศึกษาในด้านอานาปานุสสติกรรมฐาน

ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายจงสนใจกับอานาปานุสสติกรรมฐานเป็นปรกติ สำหรับกรรมฐานกองนี้ผมจะพูดละเอียดกว่ากองอื่นๆ เพราะว่าเป็นแบบแผนที่มีความสำคัญ สำหรับกองต่อไปก็จะพูดโดยย่อ

คำว่า สนใจกับอานาปานุสสติกรรมฐาน ก็หมายความว่า จะนั่งอยู่ก็ดี จะเดินอยู่ก็ดี จะยืนก็ดี จะนอนก็ดี เอาจิตไปสนใจกับลมหายใจเข้าหายใจออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก เวลาหายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้นก็รู้อยู่ อย่างนี้เป็นแบบหนึ่ง คือ แบบของ มหาสติปัฏฐานสูตร

สำหรับในแบบกรรมฐาน ๔๐ เวลาหายใจเข้ามีความรู้สึกว่าลมกระทบจมูก กระทบหน้าอก กระทบศูนย์เหนือสะดือ เวลาหายใจออกลมกระทบศูนย์เหนือสะดือ กระทบหน้าอก กระทบจมูกหรือว่าริมฝีปาก ถ้าคนมีริมฝีปากเชิดจะมีความรู้สึกว่าลมกระทบริมฝีปาก ถ้าริมฝีปากงุ้ม จะมีความรู้สึกว่าลมกระทบจมูก ถ้ามีความรู้สึกสามฐานก็แสดงว่า การทรงอานาปานุสสติกรรมฐานของท่านเริ่มใช้ได้

ผมใช้คำว่า เริ่มใช้ได้ เพราะว่ายังใช้ไม่ได้เต็มที่ ถ้าจะใช้ให้ได้เต็มที่ ก็ต้องมีความรู้สึกว่าลมหายใจเบาลง แต่ก็อย่าไปผ่อนลมหายใจ ให้เกิดความรู้สึกเอง และก็ในที่สุดไม่มีความรู้สึกว่าหายใจ ถ้าไม่มีความรู้สึกว่าหายใจนี่เป็นอาการของฌานสี่

ฉะนั้น อาการที่ท่านทั้งหลายพากันพยายามรู้ลมหายใจเข้าหายใจออกกันเป็นปรกติ ก็จะเป็นการห้ามจิตไม่ให้ไปยุ่งกับนิวรณ์ ๕ ประการ และก็จะเป็นการห้ามจิตและป้องกันจิตไม่ให้ไปยุ่งกับอารมณ์ที่เป็นอกุศลทั้งหมด หลังจากนั้นจิตของท่านก็จะประกอบไปด้วยปัญญา ต่อนี้ไปจิตก็ก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้เข้าถึงวิปัสสนาญาน

ฉะนั้น ขอท่านพระโยคาวจรทุกท่าน จงอย่าทิ้งอารมณ์การรู้ลมหายใจเข้าหายใจออกเสีย ถึงแม้ว่าท่านจะทำกองอื่นก็ตาม ต้องขึ้นอานาปานุสสติก่อนเสมอ

ความจริงเรื่องของพระโสดาบัน ผมก็คิดว่าจะหยุดตั้งแต่เมื่อคืนที่แล้ว แต่มาวันนี้มาคิดได้ว่า ความจริงเรื่องการเป็นพระโสดาบันนี่เป็นยาก ที่ว่าเป็นยากก็เพราะว่าจิตดวงเดิมของเรา มีการคบหาสมาคมกับอารมณ์ที่เป็นอกุศลอยู่เสมอ ฉะนั้น จึงขอย้ำอีกสักครั้งหนึ่ง หรือว่าย้ำอีกวาระหนึ่ง

คือการย้ำนี่ ผมจะขอเอาความประพฤติและการแนะนำของลัทธิฝ่ายตรงกันข้ามมาใช้ ความจริงเขาจะเป็นลัทธิอะไรก็ตาม ถ้าของเขาดี เราก็ควรนำมาใช้ ลัทธิอันนี้ถึงจะเรียกว่าลัทธิอะไรไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่การประพฤติปฎิบัติ เขาแนะนำกันว่าอย่างนี้ เด็กๆ ในสมาคมนั้น เขาแนะนำว่า จงลืมพ่อ จงลืมแม่ จงลืมครูบาอาจารย์ ลืมพระมหากษัตริย์ ลืมทุกอย่างเสีย เรามีความต้องการอย่างเดียวคือสังคมนิยม นี้เป็นอาการที่สอน

โตขึ้นมาแล้ว เมื่อถือปืนเข้าต่อสู้หวังจะยึดพื้นที่ เขาก็แนะนำว่า จงติดเกาะติดประชาชน หมายความว่าประชาชนอยู่ที่ไหน เกาะติดที่นั่น ไม่ทำตนให้เป็นศัตรูกับประชาชน ทำตนให้เป็นมิตรกับประชาชน

ประการที่สอง เกาะติดพื้นที่ พื้นที่ที่ใดที่เรารักษาอยู่ พื้นที่นั้นเราจะไม่ยอมให้เป็นที่อยู่ของข้าศึก หมายความว่า จะไม่ยอมให้ฝ่ายตรงกันข้ามเข้ามายุ่งกับพื้นที่นั้นได้

ประการที่สาม เกาะติดกองทัพ คือหมายความว่าคู่ต่อสู้ของเราอยู่ที่ไหนเราจะเกาะติดที่นั่น ไม่ยอมถอยเด็ดขาด แล้วต่อมาคติของเขาก็มีว่า มึงมากูมุด มึงหยุดกูแหย่ มึงแย่กูตี มึงหนีกูตาม อันนี้เป็นคติของเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นคติการเมืองหรืออะไรก็ช่างเถอะ เรามีความต้องการอย่างเดียว นำนโยบายของเขามาใช้ในด้านธรรมะของเรา

คำว่า ลืม อันนี้ผมจะพูดเฉพาะขั้นพระโสดาบัน อันดับแรก เราก็จงลืมความทรงชีวิตตลอดกาลตลอดสมัยเสีย นี่ความรู้สึกเดิมของเรามีอยู่ว่า เราเกิดมาแล้วเราจะไม่ตาย อารมณ์อย่างนี้เราลืมเสียให้หมด จงมีความรู้สึกใหม่ว่าความเกิดมีขึ้นมาได้ ความแก่ความแปรปรวนมันก็มีได้เหมือนกัน ความป่วยไข้ไม่สบายมันก็มีได้ ความตายมันก็มีได้ ฉะนั้นเราจะต้องตายแน่ อันนี้เราไม่ลืม

เราลืมความรู้สึกที่คิดว่าจะไม่ตายเสีย หันเข้ามาหาความรู้สึกว่าเราจะต้องตายแน่

แต่ก่อนที่เราจะตาย เราก็ต้องเกาะติด เกาะติดอะไร เกาะติดความดี ให้ทำความรู้สึกไว้เสมอว่าถ้าเราเป็นคนดี ถ้าตายจากคนเป็นผี เราก็เป็นผีดี ผีดีผีอะไร คือผีเทวดา ผีพรหมหรือผีพระนิพพาน เป็นอันว่าดินแดนที่เราจะไปอยู่เป็นดินแดนที่มีความสุขมาก ถ้าดีมากก็สุขมาก ดีปานกลางสุขปานกลาง ดีน้อยสุขน้อย

ดีน้อยสุขน้อยหมายถึงว่าเกิดบนสวรรค์เป็นเทวดา ดีปานกลางหมายถึงว่า เกิดเป็นพรหมอยู่ชั้นพรหม ดีถึงที่สุดดีมากก็หมายถึงว่าตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานไปพระนิพพาน นี่เราต้องเกาะติดความดี

เมื่อเกาะติดความดีแล้ว ความดีที่เราจะพึงเกาะติด ตามที่ผมพูดมาแล้ว ก็คือ หนึ่ง เราไม่ลืมใช้ปัญญาวินิจฉัยคำสอน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านี่เราจะเชื่อโดยที่เราไม่ใช้ปัญญาพิจารณาไม่ได้ พระพุทธเจ้าไม่ชอบ พระพุทธเจ้าทรงชอบคนที่ฟังแล้วนำไปคิดและก็ทดลองในการปฏิบัติ ในเมื่อทดลองมีผลแล้วจริงค่อยเชื่อท่าน

ฉะนั้น อันดับแรกเราจะเชื่อพระพุทธเจ้า ก็ต้องอาศัยการพิจารณาเสียก่อน ว่าคำสอนขององค์สมเด็จพระชินวรมีผลจริงหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่าดีแน่ เราก็เชื่อพระพุทธเจ้าคือยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า ยอมรับพระธรรม ยอมรับนับถือพระอริยสงฆ์ ที่พยายามร้อยกรองพระธรรมวินัยที่องค์สมเด็จพระจอมไตรทรงแนะนำไว้เพื่อให้เราศึกษากัน อันนี้ก็หมายความว่า เราเกาะติดพระพุทธเจ้า เราเกาะติดพระธรรม เราเกาะติดพระอริยสงฆ์

คำว่า เกาะติดพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า สัพพปาปัสสะ อกรณัง ซึ่งแปลว่า เธอทั้งหลายจงอย่าทำความชั่วทั้งหมด ทั้งกาย วาจา และใจ เราเกาะติดคำนี้ เราไม่ทำความชั่วทุกอย่าง

กุสลัสสูปสัมปทา พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เมื่อเราไม่ทำความชั่วแล้ว ก็จงประพฤติแต่ความดี เราก็เกาะติดตัวนี้สร้างความดีให้เกิดขึ้นในทุกด้าน ที่พระองค์ทรงสั่งสอน ทั้งกาย วาจา และใจ

สาม สจิตตปริโยทปนัง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า เธอจงทำใจของเธอให้ผ่องใสจากกิเลส อันนี้เราก็ต้องเกาะติดสมถะและวิปัสสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อสามเป็นด้านของวิปัสสนา ข้อสองเป็นด้านของศีลและสมาธิ ข้อหนึ่งเป็นด้านการทำจิตให้มีความรู้สึกว่าความชั่วเป็นโทษเป็นทุกข์เป็นภัย

เอตัง พุทธานะสาสนัง พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ตรัสเหมือนกันอย่างนี้หมด

คำสอนอย่างนี้ที่เราจะรู้ได้ก็เพราะอาศัยพระสงฆ์เป็นผู้นำมา พระสงฆ์รับคำสอนจากพระพุทธเจ้าแล้วจำมา แล้วก็นำมาสอนพวกเรา ท่านประพฤติปฏิบัติได้แล้ว

ฉะนั้นเราจึงเกาะติด ลืมความชั่วเสียทั้งหมด ขึ้นชื่อว่าความชั่วในอดีต ที่มีมาแล้วทั้งหมด เราลืมมันเสีย คือว่าเราไม่หันไปประพฤติความชั่วใดๆ ทั้งหมด ทั้งกาย วาจาและใจ เราเข้ามาเกาะติดความดี คือ คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็ดูจริยาของพระพุทธเจ้าที่ทรงปฏิบัติมาอย่างไร เราเกาะติดจริยาแบบนั้น เป็นอันว่าเราเกาะติด แล้วก็ดูพระสงฆ์ทั้งหลายที่เป็นพระอรหันต์ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานได้ เพราะทรงปฏิบัติอย่างไร เราก็เกาะติดจริยาอย่างนั้น อันนี้เป็นการเกาะติด

ต่อมาเราก็เกาะติดอีก เกาะติดอะไร คือ เกาะติดศีล ศีลพระมีเท่าไหร่ ๒๒๗ ศีลเณรมี ๑๐ ศีลฆราวาสเอา ๕ เป็นสำคัญ จะปฏิบัติศีล ๘ ก็ได้ แต่ว่าศีล ๕ ต้องถือว่าเป็นสำคัญ เพราะว่าพระโสดาบันกับพระสกิทาคามี ฆราวาสเขาทรงแค่ศีล ๕ เท่านั้น สำหรับพระเณรต้องถือว่าศีล ๒๒๗ หรือศีล ๑๐ เป็นศีลปรกติที่เราจะต้องปฏิบัติ จะไปปฏิบัติศีล ๕ ไม่ได้ ฉะนั้นก็จงระวังว่า ถ้าเราบกพร่องในศีล ๕ ก็หมายถึงว่าศีล ๑๐ หรือศีล ๒๒๗ ไม่มีสำหรับเรา เราเป็นผู้ไม่คู่ควรกับผ้ากาสาวพัตร์ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุมัติให้กับเรา

ฉะนั้น เมื่อเราจะเกาะติดศีล เราจะเกาะติดศีล เราก็ต้องลืม ลืมอะไร อันนี้คุณฟังไว้แล้วก็จำไว้นะ ให้มันเป็นนิทัสนะประจำใจของเรา เราฟังคำสอนกันมากกว่าที่อื่นทั้งหมด แต่ทว่าถ้าจิตใจของท่านไม่สามารถจะลดความชั่ว ทรงความเป็นพระโสดาบันได้ ผมจะเสียดายเวลาที่ผมแนะนำอย่างยิ่ง คำว่าลืมทั้งหมด เราลืมอะไร

เราลืมความโหดร้าย คืออารมณ์จิตที่ขาดความเมตตาปรานีเนี่ย ลืมมันเสีย เรามีแต่อารมณ์จิตที่ประกอบไปด้วยความเมตตาปรานีเป็นสำคัญ เป็นอันว่า เราลืมความโหดร้าย เราก็เกาะติดความเมตตาปรานี อย่าลืมนะครับ อันนี้เป็น ศีลข้อที่ ๑

ศีลข้อที่ ๒ ลืมมือไว หมายถึงว่า การฉกชิงวิ่งราว การลักการขโมย การยื้อแย่งทรัพย์สินของเขา มือไวหรือใจไว ถ้าใจมันช้ามือมันก็ช้า ถ้าใจไวมือมันก็ไว ให้มันไวด้วยกัน เราลืมความมือไวในด้านความเลวเสีย ลืมใจไวในด้านความเลวเสีย ถ้าใจเราไม่ยุ่งกับความเลว มือหรือวาจามันก็ไม่เลวเหมือนกัน

นี้การที่จะคิดลักคิดขโมย คิดยื้อแย่งคิดคดโกงทรัพย์สินของบุคคลอื่น เราลืมมันเสีย เรามีอารมณ์ตรงกันข้ามคือแทนที่เราจะมีความรู้สึกอย่างนั้นเราสร้างความรู้สึกเสียใหม่ คือ เกาะติดทานการให้ อย่าลืมนะขอรับ ทีนี้เราลืม ลืมลัก ลืมขโมย ลืมทุจริต แต่ว่าเราเกาะติดผลของทานการให้ หวังในการสงเคราะห์เป็นสำคัญ

อันนี้ทำอารมณ์ของเราให้เกาะติดตัวนี้ไว้ เรามีจิตเมตตา กรุณา สงสารคนทั้งหลายและสัตว์ทั้งหลาย สงสารเขาเหมือนกับสงสารตัวเรา อันนี้เราใช้อารมณ์เกาะติดคือแทนที่เราจะแย่ง จะลักขโมยเขา เรากลับเป็นผู้ให้ ตั้งใจคิดว่าจะให้ไว้เสมอและก็เต็มใจในการให้ถ้าเรามี ถ้าเราไม่มีวัตถุเป็นที่ให้ เราก็ให้แรงงานช่วยแรงงาน ถ้าแรงงานเราไม่มีจะให้เราก็ให้ปัญญา ช่วยในการแนะนำ

เป็นอันว่าเรากลับใจจากอารมณ์อยากจะได้ของเขากลายเป็นผู้ให้เราลืมคิดลัก คิดขโมย แต่เราเกาะติดในการให้มันก็เป็นการทำลาย ป้องกันความชั่วในด้านของศีลที่จะละเมิดศีลเสียได้ในข้อที่สอง

ข้อที่สาม เราลืมความเป็นคนใจเร็ว คำว่าใจเร็วในที่นี้คือใจลืมคิด เห็นลูกเขา เห็นเมียเขา คนในปกครองของเขา เรามีความต้องการจะสมสู่อยู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยา โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากท่านผู้ปกครองหรือเจ้าของของเขา นี่เป็นความชั่วที่เราจะต้องลืม เราลืมมันเสีย อารมณ์อย่างนี้อย่าให้มีในจิตของเรา

เราก็เกาะติดอารมณ์สันโดษ พอใจแต่เฉพาะคู่ตัวผัวเมียของเราเท่านั้น ไม่ปรารถนาจะไปล่วงเกินยื้อแย่งบุตรธิดาสามี ข้าทาสหญิงชายคนในปกครองของบุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง

คำว่ากาเมนี่ไม่ใช่เฉพาะผัวเขาเมียเขา ลูกเขาหลานเขาเหลนเขา คนใช้เขา คนในปกครองของเขา ถ้าเขายังมีผู้ปกครองอยู่ เราไม่ได้รับอนุมัติ ไปร่วมรักถึงแม้ว่าจะมีความพอใจในระหว่างซึ่งกันและกัน ก็จัดว่าเป็นโทษของกาเม นี่อาการประพฤติปฏิบัติข้อนี้ต้องละเอียดนิดหนึ่ง

อันนี้เราก็เกาะติดสันโดษ ถ้าเราเป็นคนโสด ก็พอใจในความเป็นโสดเกาะติดความเป็นโสด ต้องการจะแต่งงานก็มีความยินดีเกาะติดเฉพาะภรรยาหรือสามีของเราเท่านั้น
บุคคลอื่นใดเราไม่ต้องการ

สำหรับ ศีลข้อที่สี่ เราจะต้องลืมวาจาสี่สถาน ไม่มีในอารมณ์จิตของเรา

หนึ่ง พูดไม่จริง สอง พูดหยาบ สาม พูดยุแยงตะแคงแส่ให้เขาแตกร้าวซึ่งกันและกัน แตกความสามัคคี สี่ พูดวาจาสำราก เป็นที่สะเทือนใจของบุคคลผู้อื่นคือไร้ประโยชน์

อาการสี่อย่างนี้ เราต้องลืมมันเสีย ไม่พีงประสงค์จะนำมาใช้ มันจะมีประโยชน์เพียงใดก็ตามที ก็ถือว่ามันไม่ใช่ความปรารถนาของเรา เรามีความต้องการอย่างเดียว คือ เกาะติดสัจจธรรม เกาะติดความจริง จะพูดอะไรก็ตาม จะพูดตรงต่อความเป็นจริงเสมอ แต่การพูดจริงต้องมีความฉลาด ฉลาดในการพูดจริง หมายความว่า ต้องดูกาลดูสมัย ถ้าบางระยะถ้าพูดจริงไปมันจะเป็นโทษ เราก็ต้องหลบไปเสียนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับทำลายประโยชน์ของเขา

เราจะต้องลืมคำหยาบที่เราเคยใช้ จะมีวาจาแต่เฉพาะวาจาอ่อนหวานเป็นที่ชื่นใจ เราจะต้องลืมวาจาที่เราจะทำให้บุคคลอื่นเขาแตกแยกซึ่งกันและกัน คือยุให้รำตำให้รั่ว ยุแยงตะแคงแส่ อันนี้ลืมมันเสีย ใช้แต่วาจาที่สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น และเราจะต้องลืมที่มีความรู้สึกว่าน้ำเมาเป็นของดี คำว่าน้ำเมาเป็นของดีมีประโยชน์เพื่อสังคม เราลืมมันเสีย เกาะติดคิดแต่ว่าน้ำเมาเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐานาเวรมณี สุราและเมรัยก็ดี ดื่มเข้าไปแล้วมันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ทำคนให้เสียคน ทำจริยาให้เสียจริยา

คิดว่าคนใดที่มีความประมาทอยู่ สมเด็จพระบรมครูท่านกล่าวว่า เป็นคนที่ก้าวเข้าไปหาความตาย ถ้าเราไม่ตายจากชีวิต เราก็ตายจากความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตเรามักจะรักน้อยกว่ารักความดี ฉะนั้น เราก็ต้องเกาะติดอารมณ์อย่างนี้ คือ เกาะติดอารมณ์ที่เราคิดว่าจะไม่ดื่มสุราและเมรัย และเราก็ไม่ติดมันด้วย

เป็นอันว่าจริยาทั้งหมดนี้ เป็นจริยาที่คู่ควรแก่พระโสดาบัน

นอกจากนั้นเราก็ต้องมีอารมณ์เกาะติด นั่นคือ เกาะติดพระนิพพานเป็นอารมณ์ เราทำทุกสิ่งทุกอย่างไม่หวังผลตอบแทนในชาติปัจจุบัน เราเกื้อกูลใครพูดดีกับใครสงเคราะห์ใคร เขาจะมีความกตัญญูรู้คุณในเราหรือไม่ ไม่สำคัญ เราคิดเสียว่าเราทำทุกอย่าง เพื่อการเข้าถึงพระนิพพาน นี่เป็นสิ่งที่เราต้องการ เป็นอันว่าจิตเราเกาะติดพระนิพพานเป็นอารมณ์ เมื่อเราลืมความชั่วเกาะติดความดีอย่างนี้

ความจริงอารมณ์เกาะติดนี่ อารมณ์ลืมก็ดี อารมณ์เกาะติดก็ดี มันต้องมีกับนักปฏิบัติทุกท่าน อย่าไปคบค้าสมาคมกับอารมณ์ของความชั่ว ถ้าอย่างเกาะติดจริงๆ น่ะท่านทั้งหลาย ไม่เกินหนึ่งเดือน เราได้แน่

ทีนี้เราก็หันไปมองดู ภาษิตของเขามีว่า มึงมากูมุด มึงหยุดกูแหย่ มีงแย่กูตี มึงหนีกูตาม ใช่หรือไม่ใช่ คงจะใช่นะ ผมก็จำไม่ได้นัก

มึงมากูมุด หมายความว่า อารมณ์แห่งความชั่วต่างๆ ที่มันจะเข้ามาถึงใจ สมมติว่าสักครั้งหนึ่งเราลืมตัวลืมตน คิดว่าเราจะไม่ตาย คิดว่าเราเป็นคนดี คิดว่าเราไม่ชั่ว ถ้าอารมณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นกับใจเรา จงนึกว่านี่ศัตรูร้ายมาแล้ว ศัตรูร้ายที่ทำลายความดีมาแล้ว เมื่อมันมาเรามุดเสีย มุดไปตรงไหน

มันคิดว่าร่างกายเราจะไม่ตายเกิดขึ้น มันมีอารมณ์เกิดขึ้นอย่างนี้ เราก็มุดเข้าไปหามรณานุสสติกรรมฐาน คิดว่าลมปราณของเราที่ทรงอยู่นี่ เราหายใจเข้าแล้วเราไม่หายใจออกแล้วมันก็ตาย หายใจออกแล้วไม่หายใจเข้ามันก็ตาย เราจะไปเชื่อมันทำไมกับอารมณ์เลวๆ แบบนั้น เรามุดเสีย แทนที่จะยอมรับนับถือว่าเราจะไม่ตาย เราไม่ยอมคิด คิดว่าวันนี้แหละเราอาจจะต้องตาย ความตายจะมีกับเราขึ้นได้ในที่ทุกสถานทุกกาลเวลา ไม่ใช่ไปรอวันรอคืน

ท่านกล่าวว่ามึงมากูมุด อีตอนมึงหยุดกูแหย่ พอ มึงหยุดกูแหย่ หมายความว่า อารมณ์ที่มีความทะนงตนไม่เกิดขี้น อารมณ์ที่คิดประทุษร้าย ความโหดร้าย มือไวใจเร็วพูดปดหมดสติไม่เกิดขึ้น อารมณ์ทรงความดีทั้งศีลทั้งธรรม ทั้งมรณานุสสติกรรมฐานก็ทรงตัว การยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ก็มั่นคง ศีลก็มั่นคง อารมณ์เกาะพระนิพพานก็มั่นคง นี้เรียกว่ามันหยุด

กิเลสศัตรูคือศัตรูหยุด เราก็แหย่ แหย่ตรงไหน แหย่โจมตีมันเข้าไป กวนมันเข้าไปอย่าให้มันเกิดขึ้น พยายามเจริญมรณานุสสติกรรมฐาน โดยใช้ลมหายใจเป็นลมปราณเป็นที่กำหนด พยายามควบคุมอารมณ์ศีลให้ทรงตัว พยายามควบคุมอารมณ์ยอมรับนับถือด้วยปัญญาในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม พระสงฆ์ พยายามยึดพระนิพพานเป็นอารมณ์

รวมความแล้ว เราใช้มรณานุสสติกรรมฐาน กับพุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ อุปสมานุสสติกรรมฐาน พร้อมกันไปในคราวเดียวกัน พยายามทำจิตให้มันทรงตัวอย่างยิ่งเพื่อความเป็นพระโสดาบัน

ที่นี้ มึงแย่กูตี เมื่อเราทรงตัวได้ดีแล้วอย่างนี้ มึงแย่กูตี หมายความว่า จับสักกายทิฎฐิในวิปัสสนาญาณขึ้นมาใช้ พิจารณาว่าร่างกายนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่ของมัน มันไม่ใช่ของเรา มันเป็นเพียงธาตุสี่มาประชุมกันชั่วคราว เมื่อมันสลายตัวเราจะต้องไป แต่การไปของเราจะไม่ไปเพื่อความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในภพใดๆ อีก เราจะเป็นผู้สิ้นชาติ สิ้นภพ

ตีโลภะความโลภให้พินาศไป ตีราคะความกำหนัดยินดีในกามารมณ์ให้พินาศไป ตีโทสะให้พินาศไป ตีโมหะให้พินาศไป การโจมตีแบบนี้เพราะว่าเข้าถึงพระโสดาบัน ให้จิตทรงตัว ตีอันดับสำคัญให้ถึงอรหันต์เลย ไม่ต้องไปตีพระสกิทาคา อนาคา ตีให้มันจบจุด

มึงแย่กูตี ที่นี้มันก็หนี มันหนีเราตาม หมายความว่า เราจะทรงอานาปานุสสติกรรมฐานให้เป็นฌานไว้ในปรกติ แล้วใช้สักกายทิฎฐิในวิปัสสนาญาณเข้าประหัตประหาร โดยจับสังโยชน์ ๑๐ ประการเป็นเครื่องวัดอารมณ์ใจ ว่าเวลานี้สังโยชน์ตัวใดบ้างที่ยังขวางใจของเราอยู่

เอาละบรรดาสาวกของสมเด็จพระบรมครู เท่าที่พูดมานี้มองดูเวลามันก็หมด ผมคิดว่าการที่เอาจุดซอยๆ ความจริงน่าจะซอยมากกว่านี้ แต่เวลาไม่พอ มาซอยกันเรื่องพระโสดาบัน คิดว่าคงไม่เกินวิสัยของท่านที่จะพึงทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านทั้งหลายหมั่นฝึกฝนในด้านของมโนมยิทธิเป็นของดี คือการฝึกกำลังจิตให้มั่นคง

เอาละต่อแต่นี้ไปขอบรรดาท่านอุบาสก อุบาสิกาบรรดาพระสงฆ์ภิกษุสามเณรทั้งหลาย ตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าที่ท่านทั้งหลายจะเห็นว่าเวลานั้นเป็นการอันสมควร

จบ ตอนที่ ๗ อารมณ์พระโสดาบัน (๒) คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=45201

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รักเราจบลงแล้ว!! ว่าที่เจ้าบ่าวเทงานแต่ง ลั่นไม่ใช้ชีวิตคู่ด้วย ขอติดคุกแทน

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686167

รักเราจบลงแล้ว!! ว่าที่เจ้าบ่าวเทงานแต่ง ลั่นไม่ใช้ชีวิตคู่ด้วย ขอติดคุกแทน

รักเราจบลงแล้ว!! ว่าที่เจ้าบ่าวเทงานแต่ง ลั่นไม่ใช้ชีวิตคู่ด้วย ขอติดคุกแทน

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.57 น.

รักเราจบลงแล้ว!!! ว่าที่เจ้าบ่าวเทงานแต่ง ตกใจสาวคนนี้มาเร็วเคลมเร็ว ลั่นไม่ใช้ชีวิตคู่ด้วย คบกันไม่นานมีแต่จะบีบคั้นหัวใจ หากถูกสาวฟ้องแพ้คดีขอติดคุกแทน

12 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี น.ส.มด อายุ 33 ปี ชาวบ้านวังพระองค์ ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ร้องถูกพ่อแม่ฝ่ายชายและ “หนุ่ม” อายุ 33 ปี ว่าที่สามีที่กำลังมีงานแต่งต้นปีหน้า แต่สุดท้ายโดนเทงานหมั้นไม่ยอมจ่ายเงินมัดจำ 10,000 บาท ในพิธีหมั้น แม้พ่อและแม่ฝ่ายชายจะขอผูกแขนเป็นเงิน 2,000 บาท มัดจำไว้ก่อน แต่ทางฝ่ายหญิงไม่ยอม จนตกลงกันไม่ได้ ว่าที่เจ้าสาวไม่สบายใจ อยากให้ฝ่ายครอบครัวฝ่ายชายออกมารับผิดชอบค่าเสียหาย

ต่อมา ทางฝ่ายพ่อว่าที่เจ้าบ่าวอยากจะเคลียร์ปัญหากับว่าที่สะใภ้จึงได้มาตกลงกัน แต่ปรากฏว่าพ่อว่าที่เจ้าบ่าว เดือดที่เห็นว่าที่ลูกสะใภ้จะมาเรียกค่าเสียหาย จนเลือดขึ้นหน้าทุบโต๊ะด่าเดือดลูกสะใภ้ต่างๆ นานา แถมบอกว่า ค่าเสียหายที่จะเรียกเป็นค่า …กี…หรืออย่ามาหากินง่ายแบบนี้ และพ่อปู่ถึงขั้นขู่จะฟ้องบุกรุกว่าที่ลูกสะใภ้ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบว่าที่เจ้าบ่าว ชาวบ้านสันติสุข ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานีน เปิดเผยว่า เรื่องราวทั้งหมดตนเองรู้จักกันแค่ 8 วัน แต่ยอมรับเรามีอะไรกันลึกซึ้ง ในช่วงเวลาที่คบกันแค่นี้ผมดูแล้วมันไม่ใช่คู่ครองผม เขาบีบคั้นหัวใจผมเกินไป เคยตบเคยตีผม เห็นโฉนดที่นาวางไว้หัวโต๊ะบังคับให้ผมเอาไปจำนอง 20,000 บาท อ้างว่าจะเอาเงินมาลงทุนค้าขาย ตนเกือบพลาดไปแล้ว โชคดีที่บัตรประชาชนหมดอายุก่อน ผมไม่ชอบผู้หญิงมาบังคับผมแบบนี้ดูแล้วมันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ศรีเรือน ยอมรับผมเคยมีภรรยามาก่อน เมื่อหลาย 10 ปี

แต่ได้เลิกรากันไปแล้ว เขาหนีไปมีสามีชาวต่างชาติ จากนั้นก็ไปบวชสึกออกมา ยอมรับเรื่องหัวใจก็เหงาบ้าง อยากจะมีคนรู้ใจแต่ไม่ใช่แบบนี้ ผมเป็นลูกชายคนเล็กของพ่อและแม่ หลังจากบวชก็มาอยู่ช่วยท่านค้าขายที่บ้าน และทำไร่ทำนาขับรถไถรับจ้างและซ่อมรถ เป็นอาชีพที่พ่อมาทำมา ก็หวังจะมีชีวิตคู่แต่ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ เขามาเร็วเคลมเร็วเกิน ขณะที่ชาวบ้านบอกว่า เห็นข่าวก็ตกใจสาวคนนี้เป็นคนนี้เป็นคนต่างหมู่บ้าน มารู้จักนายหนุ่มแล้วมีเรื่องแบบนี้ พวกเราก็คิดเขามาแผนไหนกันแน่ ก็เท่าที่รู้เขามีผัวหลายคนแล้ว อย่างสามีที่บ้านคำเจริญ จ.หนองคาย เขาก็หลอกไปแต่งงานพอได้เงินก็หนีมาอยู่กับนายหนุ่มจนมีเรื่องราวจะขอให้ไปหมั้นหมายและแต่งงาน

นอกจากนี้ ว่าที่เจ้าบ่าวได้วีดีโอคอลกับรายการโหนกระแส และได้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากพูดคุยวันนี้รู้สึกไม่สบายใจ โดยน.ส.มดยังยืนยันเดินหน้าเรียกค่าเสียหายอีก ผมขอบอกว่า เราจบกันแล้ว อย่ามาเอาพ่อกับแม่ผมมาเกี่ยวข้อง ที่ผมหนีผู้หญิงคนนี้ผมหนีไปเอง เพราะทนไม่ได้ที่เขามีพฤติกรรมแบบนี้ และขอจะไม่ขอไปต่อ หัวเด็ดตีนขาดจะไม่ขอใช้ชีวิตคู่แต่งงานอะไรกับผู้หญิงคนนี้แน่นอน ที่ผ่านมาแค่ไม่กี่วันที่ผมได้รู้จัก ผมดูแล้วไม่ใช่ศรีภรรยา และจะไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายอะไรกับเขาทั้งสิ้น ไม่ขอพูดคุยหากฟ้องผมขอติดคุกแทน และอย่ามายุ่งกับผมอีก ผมขอใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่ และไม่ได้ปิดหัวใจก็พร้อมรับผู้หญิงคนใหม่อยู่ ไม่ต้องสวยรวยสเป๊ก ขอให้เข้าใจกันก็พอใช้ได้ ตนเองจะพาสร้างครอบครัวเอง. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,265 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d