Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ซาบซึ้งใจ! ตลกบ้าหมา’ต๊ะติ่งโหน่ง’ขอบคุณ’ผอ.ฟ้า’ช่วยต่อชีวิตเจ้าตูบ 400 ตัว

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685755

ซาบซึ้งใจ! ตลกบ้าหมา'ต๊ะติ่งโหน่ง'ขอบคุณ'ผอ.ฟ้า'ช่วยต่อชีวิตเจ้าตูบ 400 ตัว

ซาบซึ้งใจ! ตลกบ้าหมา’ต๊ะติ่งโหน่ง’ขอบคุณ’ผอ.ฟ้า’ช่วยต่อชีวิตเจ้าตูบ 400 ตัว

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.30 น.

ซาบซึ้งใจ! “ตลกบ้าหมา ต๊ะติ่งโหน่ง – ประพาส ศรีอ่อน” ขอบคุณ ‘ผอ.ฟ้า’ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ ที่ให้การช่วยเหลือทุกอย่าง เผยเหมือนต่อชีวิตเจ้าตูบ 400 ตัว

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ที่บ้านเลขที่ 51/27 หมู่ 1 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายประพาส ศรีอ่อน อายุ 55 ปี หรือ ตลกบ้าหมา “ต๊ะติ๊งโหน่ง” ที่นำสุนัขกว่า 400 ตัวมาเลี้ยงดู โดยวันนี้ ผอ.ฟ้า หรือ น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล ผอ.สถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ พร้อมทีมงานได้ขนอาหารสุนัขมามอบให้แก่ ต๊ะติ๊งโหน่ง เพื่อนำไปเลี้ยงดูสุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมอบเงินสดอีกจำนวนหนึ่งให้ด้วย

นายประพาส เปิดเผยว่า ตนขอขอบคุณ ผอ.ฟ้า เป็นอย่างสูงที่ช่วยเหลือในทุกๆเรื่อง ไม่เฉพาะแค่เรื่องของน้องหมาที่บริจาคเงินมาช่วยค่าอาหารวันละ 1,000 บาท และยากำจัดเห็บหมัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วยเรื่องค่าน้ำค่าไฟ หรือทุกครั้งที่ตนเดือดร้อน ผอ.ฟ้า ก็จะเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตลอด รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของ ผอ.ฟ้า เหลือเกิน 

“หากใครที่รักสุนัขและอยากจะช่วยเหลือน้องหมา นอกจากอาหารเม็ด ข้าวสาร ปลากระป๋องแล้ว สิ่งที่ต้องการมากที่สุดอีกอย่างคือ ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข เพราะตอนนี้น้องติดเห็บหมัดกันจำนวนมาก จึงอยากจะฝากไว้สำหรับใครอยากจะช่วยก็ติดต่อมาได้นะครับ” ตลกบ้าหมา เผยความรู้สึก

ด้าน น.ส.พรทิพา กล่าวว่า วันนี้นำอาหารน้องหมามามอบให้ ประกอบไปด้วยอาหารเม็ด 10 กระสอบ ข้าวสาร 3 กระสอบ ปลากระป๋อง 30 แพ็ค  ตนอยากจะเติมกำลังใจให้ ต๊ะติ่งโหน่ง เพื่อที่จะได้มีแรงมีกำลังใจในการดูแลน้องหมาและครอบครัว ส่วนปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งหนักและเบาก็ขอให้บอกมา ตนพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา อยากให้ ต๊ะติ่งโหน่ง อย่าเครียด ตนพยายามช่วยเหลือทุกๆเรื่องอยู่แล้ว สบายใจได้ ทำทุกอย่างให้เต็มที่ พร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คลื่นมหาชน นทท.เรือนแสนแห่ชมไหลเรือไฟกลางแม่น้ำโขงเมืองนครพนม

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685749

คลื่นมหาชน นทท.เรือนแสนแห่ชมไหลเรือไฟกลางแม่น้ำโขงเมืองนครพนม

คลื่นมหาชน นทท.เรือนแสนแห่ชมไหลเรือไฟกลางแม่น้ำโขงเมืองนครพนม

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.56 น.

คลื่นมหาชน นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชมไหลเรือไฟงานประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนม หลังรอคอยนานกว่า 2 ปีเต็ม ประดับตะเกียงเกือบ 3 หมื่นดวงลอยลำโชว์ความงามกลางลำน้ำโขง

เมื่อคืนวันที่ 10 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานได้รายงานบรรยากาศการท่องเที่ยว งานประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนม ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 ตุลาคม 2565 โดยในวันนี้ถือเป็นคืนไฮไลท์ของงาน คืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีการจัดประกวดเรือไฟประยุกต์จากตัวแทนชาวบ้านและศิลปินเรือไฟจากทั้ง 12 อำเภอ รวม 12 ลำ ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยต่อเติมสร้างเรือไฟมานานนับเดือน กว่าจะมาเป็นเรือไฟขนาดใหญ่ต้องเริ่มจากไม้ไผ่ผูกมัดยึดโยงกัน ประดับประดาด้วยลวดลายตามจินตนาการของศิลปินเรือไฟ พร้อมส่งเข้าประกวดชิงถ้วยรางวัลพระราชทานและเงินรางวัล ทั้งเป็นการสืบสานประเพณีบูชาพระแม่คงคาของชาวลุ่มน้ำโขง

โดยมีการประกวดเรือไฟแยกเป็น 2 ประเภทเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ และความสวยงาม เรือไฟลำหนึ่งมีขนาดความยาว ตั้งแต่ 50 – 88 เมตร ความสูงประมาณ 20 -30 เมตร ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟ ประมาณ 20,000 – 25,000 ดวง เรือไฟบางลำทุ่มทุนสร้าง นับล้านบาท โดยชาวบ้านศิลปินเรือไฟ ต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ ไม่เน้นค่าจ้างรางวัล แต่ได้ความภาคภูมิใจ ที่ได้สืบสานประเพณี และสร้างความประทับใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมความสวยงามตระการตา

สำหรับเรือไฟที่สร้างความยิ่งใหญ่ตระการตา และสร้างความสวยงาม ประทับใจประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก นับเป็น 1 ใน 12 อำเภอ โดยการนำของ นายนิพพิชฌน์ อติอนวรรตน์ นายอำเภอโพนสวรรค์ ที่ระดมตัวแทนศิลปินเรือไฟ แรงงานชาวบ้าน ร่วมต่อเติมสร้างสรรค์เรือไฟขนาดใหญ่ เพื่อสร้างสถิติเรือไฟใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดความยาวมากถึง 88 เมตร ความสูงประมาณ 30 เมตร ฐานกว้างประมาณ 15 เมตร ใช้ไม้ไผ่มากกว่า 5,000 ลำ ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟมากกว่า 25,000 ดวง เน้นสัญลักษณ์ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระธาตุประจำอำเภอโพนสวรรค์ พระธาตุประจำวันเกิด รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม

โดยเรือไฟทั้ง 12 ลำ เน้นแสดงออกถึงความสามัคคีร่วมมือร่วมใจ เป็นพลังศรัทธาของชาวบ้าน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทุ่มทุนสร้างใช้งบประมาณ เกือบ 1 ล้านบาท ส่งประกวดในประเภทความสวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่จะมาเที่ยวชมในคืนวันออกพรรษา อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ตื่นตากับเรือไฟยักษ์ที่สวยงามที่สุดในโลก โดยไม่ได้คำนึงถึงค่าจ้างรางวัล  แต่มุ่งเน้นความสวยงาม และความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกันสร้างเรือไฟขึ้น เนื่องจากมีมูลค่ารางวัลไม่กี่หมื่นบาท ที่สำคัญตะเกียงไฟทุกดวงก่อนที่จะไหลเรือไฟจะต้องใช้แรงงานคน ร้อยเรียงจุดตะเกียงทีละดวง ก่อนไหลโชว์

นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม เปิดเผยว่า สำหรับปีนี้ต้องยอมรับว่างานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิดระบาด ทำให้ซบเซา ปีนี้ จ.นครพนม ร่วมกับ ททท. รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง จัดพิเศษยิ่งใหญ่กว่าทุกปี รวมถึงการทำเรือไฟ ส่วนใหญ่จะมีการออกแบบที่สวยงามอลังการ นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ได้มีความพร้อม ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และเป็นเจ้าภาพที่ดี โดยปีนี้ถือว่าคึกคักเป็นพิเศษเชื่อว่า เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ในช่วงงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ บวกกับช่วงหยุดยาวต่อเนื่องยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

ผลการตัดสินประกวดเรือไฟประยุกต์ ประจำปี 2565 ประเภทสวยงาม รางวัลชนะเลิศที่1 คือ อ.ธาตุพนม ที่ 2 อ.โพนสวรรค์ และที่ 3 อ.เมือง ส่วนประเภทความคิด รางวัลชนะเลิศที่ 1 ได้แก่ อ.ปลาปาก ที่ 2 อ.นาหว้า และที่ 3  อ.ศรีสงคราม – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่ดูทะลุล้าน! QCมาตรวจงานเอง! ทดสอบโลงเย็นก่อนส่งมอบ ถูกใจลูกค้าแน่นอน

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685746

แห่ดูทะลุล้าน! QCมาตรวจงานเอง! ทดสอบโลงเย็นก่อนส่งมอบ ถูกใจลูกค้าแน่นอน

แห่ดูทะลุล้าน! QCมาตรวจงานเอง! ทดสอบโลงเย็นก่อนส่งมอบ ถูกใจลูกค้าแน่นอน

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.38 น.

QC มาตรวจงานเอง! ร้านโลงศพทำถูกใจโซเชียล ทดสอบโลงเย็นก่อนส่งมอบ ถูกใจลูกค้าแน่นอน

ต้องบอกว่าเน้นคุณภาพสุดๆเลยทีเดียว เมื่อเฟซบุ๊ก วิเชียรบุรีโลงเย็น โลงศพ-โลงเย็น ปราสาท-โต๊ะหมู่ ได้โพสต์ภาพลงบนโลกออนไลน์ โดยบอกว่า ” โลงเย็นกระจก โลงเย็นแก้ว ขนาดตามสั่ง ลูกค้าสั่งไว้ 2 ใบ ส่งที่ประเทศลาว #พรีเซ็นเตอร์ของเราก็คนเดิม หลับเถิดหนาคนดี พี่จะเฝ้ามองเธอตรงกระจกที่เดิม แขกมากินเหล้าหรือมางาน วงไฮโล จะได้เกรงใจคนนอนอยู่ข้างในบ้าง อิอิ “

ไม่รู้ว่าชาวเน็ตจะถูกใจขนาดนี้ เพราะล่าสุดคลิปนี้มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 1.3 ล้าน หลายคนก็เข้ามาคอมเม้นท์แซวพรีเซนเตอร์ว่านอนซะเนียนเชียว , น้าจะเป็นแผนกQcตรวจสอบคุณภาพไช่ไหมครับ 

-009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7151783424624266523?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F685746

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เผยตัวเลขบั้งไฟพญานาคขึ้น 2 อำเภอในหนองคาย 251 ลูก นทท.กว่า 8 หมื่นคน

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685745

เผยตัวเลขบั้งไฟพญานาคขึ้น 2 อำเภอในหนองคาย 251 ลูก นทท.กว่า 8 หมื่นคน

เผยตัวเลขบั้งไฟพญานาคขึ้น 2 อำเภอในหนองคาย 251 ลูก นทท.กว่า 8 หมื่นคน

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.37 น.

จังหวัดหนองคายเผยสถิติการเกิดปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ปีนี้เกิดขึ้นในอำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี รวม 251 ลูก นักท่องเที่ยวกว่า 80,000 คน

จังหวัดหนองคายได้รวบรวมข้อมูลสถิติการเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค เมื่อคืนวันที่ 10 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พบว่า ในปีนี้มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นใน 2 อำเภอคือที่อำเภอโพนพิสัย บริเวณบ้านหนองกุ้งใต้ ตำบลกุดบง จำนวน 10 ลูก และบ้านหนองกุ้งเหนือ ตำบลกุดบง จำนวน 10 ลูก รวมของอำเภอโพนพิสัยจำนวน 20 ลูก 

ส่วนที่อำเภอรัตนวาปี ซึ่งเป็นจุดที่บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นมากกว่า โดยมีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นที่บ้านน้ำเป ตำบลรัตนวาปี 10 ลูก, บ้านท่าม่วงใกล้สถานีเรือรัตนวาปี 14 ลูก, บ้านตาลชุม 14 ลูก, บ้านหนองแก้ว 15 ลูก, บ้านโพนแพง บ้านอาญา ตำบลโพนแพง16 ลูก, บ้านเปงจาน บ้านโนนโพธิ์ทอง (พื้นที่ใกล้กัน) 36 ลูก, บ้านต้อนน้อย ตำบลบ้านต้อน 31 ลูก, บ้านต้อนใหญ่  35 ลูก, บ้านเปงจานนคร 25 ลูก, บ้านดงมดแดง  20 ลูก และบ้านดงตาล 24 ลูก รวม 231 ลูก รวมยอดทั้ง 2 อำเภอ มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น 251 ลูก ประมาณการนักท่องเที่ยวที่เข้าท่วมชมงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคปีนี้ 80,000 คน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มิลลิ’น้อมรับผิด! ออกมาขอโทษปมทวิต’ไปก็ไปเป็นภาระ’ แจงเหตุผลที่ต้องการสื่อ

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685723

'มิลลิ'น้อมรับผิด! ออกมาขอโทษปมทวิต'ไปก็ไปเป็นภาระ' แจงเหตุผลที่ต้องการสื่อ

‘มิลลิ’น้อมรับผิด! ออกมาขอโทษปมทวิต’ไปก็ไปเป็นภาระ’ แจงเหตุผลที่ต้องการสื่อ

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.29 น.

วันที่ 11 ตุลาคม 2565 จากกรณี มินนี่ ดนุภา คณาธีรกุล หรือ มิลลิ แร็ปเปอร์สาวชื่อดัง ทวิตเตอร์ว่า “ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด” ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาขอโทษพร้อมชี้แจง 

โดยมิลลิทวทวีตข้อความในทวิตเตอร์ว่า จากกรณีทวีตข้อความ “ไปก็ไปเป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเลยสักนิด” ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้หลายท่านรู้สึกเสียใจและไม่พอใจ หนูขอน้อมรับผิดในครั้งนี้

ซึ่งเกิดจากอารมณ์และความไม่รอบคอบในการใช้คำพูดจนทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจและขอโทษทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์นี้ หนูตระหนักแล้วว่าทุกคน ทุกฝ่าย ต่างมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและเยียวยาผู้สูญเสียด้วยกันทั้งนั้น

และขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อเสริมในสิ่งที่หนูอยากจะสื่อสาร สิ่งที่ตั้งใจสื่อในครั้งนี้คือการวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของวิธีการจัดการบนพื้นที่ที่เกิดเหตุ หนูเห็นว่าควรมีการกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุให้ชัดเจนและไม่ควรไปรบกวนพื้นที่ดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อหลักฐานของคดี

และหนูเป็นห่วงจิตใจของผู้ที่เสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น จากข้อความที่หนูทวีตไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดและถูกนำไปตีความคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่หนูต้องการจะสื่อ ซึ่งก็เกิดจากการที่หนูพิมพ์ไปอย่างไม่ชัดเจนและไม่รอบคอบ หนูต้องขอโทษและจะปรับปรุงตัวในการใช้คำพูดต่อไปค่ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวเน็ตเสียงแตก! ‘มิลลิ’ทวิตเดือด ‘ไปก็เป็นภาระ ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตครอบครัวผู้สูญเสีย’

‘ปารีณา’ ตำหนิ ‘มิลลิ’ ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ลั่นระวังปาก อย่าเหิมเกริม

007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : วัฒนธรรมไทย กับความอยู่รอดของ ‘ชาติไทย’ และ ‘คนไทย’

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685692

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

ได้กล่าวไว้แล้วว่า การมีวัฒนธรรมไทยที่ดี มีส่วนสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก

แล้วยังไม่พออีกหรือ ที่ประเทศไทยจะอยู่ไม่รอดทั้งๆ ที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและทางสังคม (ที่รอการพัฒนาให้เข้มแข็งขึ้นจากกระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ฯลฯ) แล้ว

ไม่ต้องพูดถึงภัยสงคราม ภัยจากมหาอำนาจ ที่สามารถใช้ความรุนแรงทางอาวุธ (Hard Power) เข้ามาทำให้ประเทศเล็กๆ อยู่รอดไปไม่ได้ ยังมีภัยอื่นอีกที่ยังคุกคาม “ชาติไทย” และ “คนไทย” อยู่

ประการแรกได้แก่

สังคมผู้สูงอายุ

“สังคมผู้สูงอายุ” อันเป็นสถานการณ์อย่างหนึ่งที่อาจเป็นตัวถ่วง ให้เราอยู่ในสังคมโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันได้ยาก

ตามเอกสารของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ในปี พ.ศ.2564 คนไทยมีประชากร 66.7 ล้านคน แต่มีผู้สูงอายุถึง 12.5 ล้านคนตกลงคนไทยประมาณ 4 คน ก็ต้องดูแลผู้สูงอายุ 1 คน หากหักจำนวนเด็กในวัยทารกและในวัยเรียนออกเสียสัก 12.5 ล้านคน คนไทยในวัยทำงาน 3 คนก็จะต้องดูแลผู้สูงอายุ เช่น พ่อแม่ของตน 1 คน และดูแลลูกในวัยศึกษาอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน จึงเท่ากับว่า ในปี 2564 คนทำงานเพียง 3 คน ต้องรับผิดชอบผู้ที่ไม่ได้ทำงานอีก 2 คน

งบประมาณการเงินของรัฐสำหรับผู้สูงอายุปี 2564 ประมาณ 80,000 ล้านบาท เบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญข้าราชการปี 2564 อีก 270,000 ล้านบาท
รวมเป็น 350,000 ล้านบาท

หากลองมานั่งพิจารณาอีก 10 ปีข้างหน้า ประชากรไทยลดเหลือ 60 ล้านคน ในจำนวนนี้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน คนไทย 40 ล้านคน ก็จะต้องดูแลผู้สูงอายุ 20 ล้านคน แต่ถ้าใน 40 ล้านคนนี้ กำลังเป็นเด็กหรืออยู่ในวัยเรียนเสีย 20 ล้านคน ก็จะเหลือเป็นคนทำงานเสียเพียง 20 ล้านคน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 20 ล้านคน และเด็กในวัยเรียนอีก 20 ล้านคน

หรือนัยหนึ่ง คนทำงาน 1 คน ต้องเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 1 คน และเด็กอีก 1 คน

เมื่อจำนวนคนเกิดลดลง จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น จำนวนคนทำงานก็น้อยลง GDP และภาษีรายได้ก็ต้องลดน้อยลง แล้วรัฐจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเป็นสวัสดิการของรัฐสำหรับผู้สูงอายุและสำหรับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ซึ่งก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

คิดแล้ว ก็ออกจะเห็นใจคนไทยรุ่นน้องและรุ่นลูกหลาน ที่อยู่ในวัย 20-50 ปี โดยเฉพาะคนที่ยัง “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” หวังได้รับสวัสดิการของรัฐยามชรา ว่ารัฐจะมีเงินพอดูแลท่านหรือไม่

และเราจะอยู่รอดกันได้อย่างไร

เราจะหาแรงงานจากไหน มาเพิ่มผลผลิต เพิ่ม GDP และเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล เพื่อนำไปใช้จ่ายในกิจการของรัฐ รวมทั้งสวัสดิการผู้สูงอายุ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เราควรจะต้องคิดหาทางลัด โดยการย้อนไปคำนึงถึงอดีตเมื่อร้อยปีเศษ สมัยที่ประเทศไทยมีพลเมืองเพียง 7-8 ล้านคน และเพียง 11 ล้านคน (ปี พ.ศ.2472) และต่อมา 14 ล้านคน (ปี พ.ศ.2480) ประเทศไทยเราเปิดกว้างให้แก่ชาวต่างประเทศให้เข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานรถไฟ งานไปรษณีย์ โทรเลขโทรศัพท์ งานตำรวจ งานป้องกันประเทศ งานเดินเรือ งานเดินอากาศ เราก็ได้ชาวต่างประเทศมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงพัฒนางานเหล่านี้ขึ้นมา

นอกจากนั้น เรายังต้องนำเข้าแรงงาน จากประเทศใกล้เคียง มาขุดคลองรังสิต, คลอง 1- คลอง 15, คลองสรรพสามิต การสร้างทางรถไฟ ฯลฯ แล้วเปิดโอกาสให้เขาได้อยู่ต่อไปในประเทศ และอาศัยวัฒนธรรมในส่วนที่เข้มแข็งและเป็น Soft Power ของเรา (เช่น ภาษาไทย ขนบธรรมเนียมไทย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตากรุณา ศิลปกรรมไทย สถาปัตยกรรมไทย ประเพณีไทย (สงกรานต์, ปีใหม่) การร้องรำทำเพลง, การทำบุญตักบาตร, ฯลฯ ทำให้ชาวต่างชาติเหล่านั้น ติดใจและซาบซึ้งในวัฒนธรรมของไทย และกลายเป็นกำลังคน (Man Power) อันสำคัญต่อมาจนทุกวันนี้

สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นโดยพระบรมราโชบายอันชาญฉลาดและมองการณ์ไกล ของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ในอดีต ยิ่งถ้าคนต่างชาติเหล่านี้ มีผลงานดีมีความจงรักภักดี ก็ยังได้รับพระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์ เป็นขุน หลวง พระ พระยา เจ้าพระยา บริหารประเทศและธุรกิจต่างๆ อยู่มากมายในปัจจุบัน รวมทั้งการใช้ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เหมาะสมแก่บรรดาผู้ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จากทิศทางต่างๆ รอบประเทศ

ปัจจุบัน ระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของเรา ทำให้นโยบายต่างๆ ไม่สามารถต่อเนื่องได้ นักการเมืองไม่มีเวลาจะมาคิดสร้างชาติหรือคิดว่าทำอย่างไรประเทศไทยจะอยู่รอด (Survive) ในโลกแห่งการแข่งขัน เพราะมัวแต่คิดว่า ทำอย่างไรตน พรรคพวก และพรรคการเมืองของตน จึงจะอยู่รอด ทำอย่างไรจึงจะเข้าสู่อำนาจบริหารได้ เพื่อมีลู่ทางในการ “หากล้วย” ไว้ใช้เลี้ยงลิงต่อไป

จึงเห็น ข้าราชการประจำของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ นี่แหละ ที่มีความต่อเนื่อง (Continuity) ที่น่าจะยังมีอุดมการณ์ ความสามารถในการสร้างความคิด นำความคิดเพื่อความอยู่รอดของประเทศไทย ออกมาปฏิบัติในระยะยาวได้ รวมทั้งการนำนโยบายภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) มาใช้ให้เหมาะสม

ในเมื่ออดีต เรายังสามารถใช้อำนาจละมุน (Soft Power) ของเรา มาเป็นกำลังอันสำคัญในการพัฒนาประเทศจนถึงจุดในวันนี้ได้ ขณะนี้เราก็มีแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย โดย MOU ครั้งละ 3 ปี และไม่ถูกกฎหมาย โดยเดินเข้า-ออกประทับตรา ตม. ทุกๆ เดือน อีกไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

เราก็น่าจะมีนโยบาย ทำให้เขาเหล่านี้ เป็นคนไทย เป็นกำลังคน (Man Power) ที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศไทยสืบต่อไป ซึ่งวิธีการทางวัฒนธรรม ก็มีอยู่มากมาย เช่น

1.เปิดการสอนภาษาไทยระดับต่างๆ ให้แรงงานเหล่านี้ ได้เรียนในวันหยุดทำงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

2.สอนวัฒนธรรมไทย ศิลปกรรม จริยธรรม เพื่อเป็นกำลังคนที่ดีของไทยในอนาคต

3.เปิดสอบเทียบวุฒิโดย กศน. เพื่อการก้าวสู่ความมั่นคงของเขาในอนาคต

4.เปิดสอนวิชาชีพที่ประเทศเราต้องการให้แรงงานเหล่านี้

5.เข้าไปร่วมจัดงานรื่นเริงให้แก่แรงงานต่างด้าว ให้มีการรำวงประกวดร้องเพลงไทย แต่งกายไทย แข่งขันเรียงความภาษาไทย การกล่าวปาฐกถาภาษาไทย เป็นต้น โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

6.ผู้ที่มีลูกหลานติดตามมา เรียนจนจบมัธยมปลาย หรือเรียนมหาวิทยาลัย ให้พ่อแม่ได้มีสิทธ์เป็นคนไทยได้ง่ายขึ้น

7.เปิดให้แรงงานชั่วคราวเหล่านี้ ให้ขอรับสัญชาติไทยได้ เมื่อได้ผ่านเกณฑ์ที่ทางการได้กำหนดไว้ (โดย มท., วธ., ศธ.) ร่วมมือกันวางเกณฑ์ที่ไม่ต้องให้เขาต้องไปเสียเบี้ยบ้ายรายทางอีก

ส่วนกฎเกณฑ์ควรจะเป็นอย่างไร ท่านสอบถามเอาจากคนไทยที่ไปได้สัญชาติอื่นมา ว่าเขามีวิธีวางกฎเกณฑ์อย่างไร การทดสอบอย่างไร ก็คงจะเป็นทางลัดได้

หากเราเริ่มคิด เริ่มทำเสียตั้งแต่บัดนี้ เราก็จะมีกำลังคนเข้ามาทดแทนกำลังจากจำนวนคนไทยปัจจุบัน ที่กำลังลดน้อยถอยลง แต่ต้องรับภาระผู้สูงอายุมากขึ้น ได้ทันการ

ปัญหาความอยู่รอด (Survival) ของชาติไทยและคนไทย ก็จะลดน้อยถอยลง

ประการที่สอง

ได้แก่

ความแตกต่างทางวัฒนธรรม

การอยู่รอดของชาติไทย อีกประการหนึ่ง ก็ได้แก่

การใช้วัฒนธรรมแบบอำนาจละมุน (Soft Power) เข้าไปใช้กับภูมิภาคหรือผู้คนในท้องถิ่นที่ยังนิยมความแตกต่าง ให้คนไทยเหล่านั้นรู้จักภาษาไทย พูดไทยได้ทุกคน เรียนโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ตามหลักสูตรที่ใช้กันในราชอาณาจักรไทย

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ควรส่งเสริมให้วัฒนธรรมได้กลมกลืนกัน นอกจากการจัดพิธีไหว้ครู ในโรงเรียน จัดรำวงไทยในงานรื่นเริง การประกวดแบบไทย ก็ต้องมีการรวมวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเซิ้งกระติ๊บข้าว หรือรำรองเง็ง หมอลำ หรือรำโนห์รา

วิธีนี้น่าจะได้ผลดีกว่าการใช้กำลัง (Hard Power) และสิ้นเปลือง
งบประมาณน้อยกว่ามาก

ข้าราชการประจำ จะต้องยึดหลัก “ลดความแตกต่าง สร้างความกลมกลืน เพื่อความยั่งยืน ของสังคมไทย” สืบต่อกันไปจากรุ่นสู่รุ่น โดยไม่ต้องรอนักการเมือง ซึ่งเปลี่ยนหน้ากันเข้ามาบ่อยๆ

ให้ทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจ ในความเป็นคนไทย และความเป็นชาติไทย เดียวกัน

ว่า ที่นี่คือบ้านเกิด (Birth Place), เมืองนอน (Homeland) และแดนตาย (Eternal Sanctuary) ของพวกเราชาวไทย

และเราทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการสร้างชาติไทย ขึ้นมา

ศิริภูมิ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สาวอุดร’สะอื้น!หนุ่มเทงานแต่ง ฝันเป็นสะใภ้ที่ดีพังครืน ‘รักมาก’วอนกลับมาคุยกัน

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685718

‘สาวอุดร’สะอื้น!หนุ่มเทงานแต่ง ฝันเป็นสะใภ้ที่ดีพังครืน ‘รักมาก’วอนกลับมาคุยกัน

‘สาวอุดร’สะอื้น!หนุ่มเทงานแต่ง ฝันเป็นสะใภ้ที่ดีพังครืน ‘รักมาก’วอนกลับมาคุยกัน

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 22.24 น.

‘สาวอุดร’สะอื้น!หนุ่มเทงานแต่ง ฝันเป็นสะใภ้ที่ดีพังครืน ‘รักมาก’วอนกลับมาคุยกัน

10 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือจาก น.ส.นิ้ง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ชาว ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า ถูกชายหนุ่มที่ชื่อนายโหน่ง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี จากอีกหมู่บ้านหลอกว่าจะมาหมั้น แต่สุดท้ายโดนเทหนีหายหน้าหายตาไป ติดต่อไม่ได้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.นิ้ง และคุณแม่ ซึ่งโชว์บันทึกสัญญาที่เขียนเอาไว้ว่า “การสู่ขอหมั้นหมาย แต่งงาน ระหว่างนาย…….และ น.ส……สู่ขอเมื่อวันที่ 1 ต.ค.65  ค่าสินสอด 50,000 บาท , ทอง 1 บาท แต่งเดือน ก.พ.66” โดยมีพยานลงชื่อเอาไว้เรียบร้อยเป็นหลักฐาน 6 คน

น.ส.นิ้ง เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโหน่งเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา เพราะเพื่อนแนะนำในวงเหล้า เพราะตนเพิ่งอกหักมาใหม่ๆ จากนั้นเรามีอะไรกัน ยอมรับว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับว่าที่สามีแล้ว แต่เราตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกัน เขาบอกเองว่าจะให้พ่อและแม่มาสู่ขอทันที และให้ลาออกจากงานมาอยู่ช่วยงานที่บ้าน ตนจึงลาออกจากงานในห้างกะทันหันไปอยู่กับครอบครัวเขาทันที ไปทำทุกอย่าง ล้างถ้วยล้างชาม ทำแบบที่ผู้หญิงทำเป็นแม่ศรีเรือน และว่าที่ลูกสะใภ้ที่ดี จากนั้นพ่อแม่ของตน บอกว่า อยู่ด้วยกันแล้วก็มาสู่ขอแต่งงานตามประเพณีจะดีกว่า

ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.65 มีผู้หลักผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายมาตกลงกัน โดยตกลงแต่งเดือน ก.พ.ปีหน้า ค่าสินสอดเป็นเงิน 50,000 บาท และทอง 1 บาท และทำสัญญากันอย่างดี วันนั้นตกลงกันว่าจะจ่ายวันที่หมั้นหมาย 10,000 บาทไว้ก่อน แต่พ่อแม่ฝ่ายชายเอาเงินวางไว้แค่ 2,000 บาท ทำให้ตกลงกันไม่ได้ จากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันไป

“หนูเสียใจที่ว่าที่สามีและฝ่ายพ่อแม่เขามาทำแบบนี้ ปล่อยหนูทิ้งไว้เป็นหม้ายขันหมาก หนูรักผู้ชายคนนี้มาก วาดฝันว่าถ้าแต่งงานแล้วก็จะไปทำงานเมืองนอก เก็บเงินตั้งหลักปักฐาน จบไว้ที่ผู้ชายคนนี้คนเดียว ตอนนี้อยากให้กลับมา พร้อมจะแต่งงานด้วยเหมือนเดิม แต่หากไม่มา อยากให้ติดต่อมาเพื่อรับผิดชอบที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งไปด้วย ตอนนี้ก็อยากให้ติดต่อมาบ้าง รู้ว่าเขาถูกพ่อและแม่เขาบีบบังคับ จนต้องหนีไป และฝากถึงโหน่งให้ติดต่อกลับมา อย่ามาทำแบบนี้” หม้ายงานหมั้นพูดไปสะอื้น และน้ำตาคลอตลอดเวลา

ส่วนแม่ของ น.ส.นิ้ง เปิดเผยว่า ครอบครัวเราดีใจที่ลูกสาวจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา เคยมีสามีมาแล้ว แต่ก็เลิกรากันไป ดีใจเพราะวันที่ 1 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใหญ่ฝั่งผู้ชายมาที่บ้าน เพื่อพูดคุยตกลงงานหมั้นหมายและงานแต่งกับลูกสาวตนเอง โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านมาร่วมงานด้วย วันนั้นตกลงค่าหมั้นไว้ 10,000 บาท แต่เขาเอาให้แค่ 2,000 บาท ถือว่าดูถูกกันเกินไป จากนั้นเขาให้ลูกชายเขาหนีไป ไม่ให้ติดต่อลูกสาวของตน พวกเราก็อายคนในหมู่บ้าน มาทำแบบนี้ได้อย่างไร ทำให้ครอบครัวเราเสียหน้าเสียตา อายคนในหมู่บ้าน อยากให้ติดต่อกลับมารับผิดชอบบ้าง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมขบวนรำ 111 ปี‘ผาสาดลอยเคราะห์’ งานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685716

ชมขบวนรำ 111 ปี‘ผาสาดลอยเคราะห์’ งานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน

ชมขบวนรำ 111 ปี‘ผาสาดลอยเคราะห์’ งานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.46 น.

ชมขบวนรำ 111 ปี‘ผาสาดลอยเคราะห์’ งานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน

10 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนคนเดิน บ้านเก่าริมโขงร้อยปี เชียงคาน จ.เลย นายณรงค์ จีนอ่ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย , นายอำเภอเชียงคาน , นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , สมาชิกสภา ท้องถิ่น , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน พร้อมนางรำร่วม 1,000 คน เดินแห่ผาสาดบนถนนคนเดิน

นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน กล่าวว่า ประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน เป็นงานประเพณีที่ประชาชนชาวเชียงคานร่วมกันสืบสานยึดถือเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี และร่วมกันอนุรักษ์มาเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่า 111 ปี มีคุณค่าและความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม อันบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมือง อัตลักษณ์ และวิถีของคนในท้องถิ่น ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของวิถีชีวิต อันแฝงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ความเชื่อมั่นและการถือปฏิบัติต่อวัฒนธรรม ประเพณีทางพุทธศาสนา นับตั้งแต่การทำบุญตักบาตรเทโว พิธีกรรมผาสาดลอยเคราะห์ การถวายปราสาทผึ้งอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

สำหรับ “ผาสาดลอยเคราะห์” เป็นประเพณีโบราณ ซึ่งชาวเชียงคานจะร่วมแรงร่วมใจจัดขึ้นเป็นงานใหญ่ในช่วงวันออกพรรษาของทุกปี เพราะเชียงคานเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีการสืบทอดความสวยงามในประเพณีต่างๆ ที่เกิดจากความศรัทธา และความเชื่อ พิธี “ผาสาดลอยเคราะห์” เป็นพิธีกรรมเก่าแก่สมัยโบราณเชื่อกันว่า หากผู้ใดเห็นสิ่งไม่ดี สิ่งไม่เป็นมงคล หรือมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ประสบเคราะห์ร้าย ให้ทำการลอยผาสาด เพื่อเป็นการลอยสิ่งไม่ดีทิ้งไปที่แม่น้ำโขง จะทำให้ชีวิตมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา โดยเมื่อปล่อยผาสาดลอยไปกับแม่น้ำแล้ว อย่าหันกลับไปมอง เพราะจะถือว่าเป็นการอาลัยอาวรณ์กับทุกข์โศก และเคราะห์กรรม โดย “ผาสาด” เป็นกระทงที่ทำมาจากกาบกล้วย มีการทำฐานให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตกแต่งด้วยกรวยใบตอง และดอกไม้ ที่ทำมาจากขี้ผึ้ง หรือเทียน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้องหยี!! สาวซื้อสลัดจากร้านดังกินเกือบหมด เห็นอะไรดำๆ กระดึ๊บในจานอ้วกแทบพุ่ง

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685700

ร้องหยี!! สาวซื้อสลัดจากร้านดังกินเกือบหมด เห็นอะไรดำๆ กระดึ๊บในจานอ้วกแทบพุ่ง

ร้องหยี!! สาวซื้อสลัดจากร้านดังกินเกือบหมด เห็นอะไรดำๆ กระดึ๊บในจานอ้วกแทบพุ่ง

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.44 น.

10 ต.ค.65 เฟซบุ๊กเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 ได้โพสต์เรื่องราวของผู้บริโภครายหนึ่ง ซึ่งได้ซื้อ “สลัดผัก” จากร้านดังในห้างสรรพสินค้ามารับประทาน

โดยระบุข้อความว่า “เป็นร้านขายสลัดผักในห้างที่…มาก ทำของกินขายแต่…สกปรก ผักก็ไม่ล้าง … ซื้อสลัดผักมากินตักกินไปเกือบหมด เจออะไรดำๆ กำลังจะตักเข้าปาก นึกขึ้นมาได้…ไม่ได้ตักเห็ดมานี่หว่า แล้วอะไรดำๆวะ เขี่ยๆ ดูในใจนึกซวยล่ะ ตัวทาก แหงๆ แล้วก็จริงดังคาด …ทากจริงๆ แล้วที่สำคัญคือกินไปเกือบหมดแล้วไง นี่…คลุกสลัดทากกินหรือวะ โมโห… จะติดเชื้ออะไรเปล่าวะ”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าเจริญสมถะต้องจับอารมณ์ฌาน เจริญวิปัสสนาญาณต้องจับอารมณ์พระโสดาบัน

Posted on October 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685688

ถ้าเจริญสมถะต้องจับอารมณ์ฌาน เจริญวิปัสสนาญาณต้องจับอารมณ์พระโสดาบัน

ถ้าเจริญสมถะต้องจับอารมณ์ฌาน เจริญวิปัสสนาญาณต้องจับอารมณ์พระโสดาบัน

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.18 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ตอนที่ ๕ วิปัสสนาญาณ

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย และบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย เวลานี้เป็นเวลาที่ถึงการเจริญพระกรรมฐาน สำหรับวันนี้ ก็จะขอพูดในด้านของวิปัสสนาญาณ เพราะว่าในอานาปานุสสติกรรมฐานนี่ พูดกันมาถึงด้านสมถภาวนาพอสมควร ถ้าจะถามว่าพูดจบแล้วหรือยัง ก็ต้องตอบว่าพูดมันไม่จบ ถ้าจะให้จบในอานาปานุสสติกรรมฐาน เราก็ต้องพูดกันถึงยันตายมันก็ไม่จบ

เป็นอันว่าขออธิบายเฉพาะหลักใหญ่ๆ เข้าไว้ นอกจากนั้นขอให้ท่านทั้งหลายใชัปัญญาพิจารณาเอาเองด้วย เพราะว่าการปฏิบัติไม่ว่ากรรมฐานกองใดทั้งหมด อุปสรรคทางจิตย่อมปรากฎมีขึ้นเสมอ สำหรับอุปสรรคใดๆ ที่เกิดขึ้นจากอารมณ์ก็ดี หรือว่าจากทางกายก็ดีถ้าเราไม่ยอมแพ้เสียอย่างเดียว เราก็ชนะ

อุปสรรคต่างๆ มันจะมีขึ้นได้ มันก็ต้องสลายตัวได้เหมือนกัน ต้องถือว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ทุกอย่างถ้าเราเอาจิตเข้าไปจับธรรมดาเสียอย่างเดียว จิตมันก็มีความสุข การเจริญพระกรรมฐาน ความมุ่งหมายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือต้องการให้มีความสุข

ต่อนี้ไป ก็จะขอนำเอาด้านของวิปัสสนาญาณ มาแนะนำกับบรรดาท่านทั้งหลายพอสมควรแก่อัธยาศัยและตามเวลา เนื่องในด้านวิปัสสนาญาณนี้เราจะพูดกันไปหลายชีวิตมันก็ไม่จบ

หมายความว่าพูดแล้ว แล้วก็ตายไปพูด ตายแล้วก็เกิดใหม่ เกิดใหม่แล้วก็พูดใหม่ พูดใหม่ตายไปใหม่ มันก็ไม่จบ ถ้าจะพูดให้จบได้เมื่อไหร่ ต่อเมื่อท่านทั้งหลายถึงอรหัตตผล ถ้าทุกคนถึงอรหัตตผลเสียหมด ตอนนั้นวิปัสสนาญาณจบ จบเพราะอะไร จบเพราะท่านถึงแล้ว ท่านมีความเข้าใจ

สำหรับด้านวิปัสสนาญาณนี่ มีวิธีปฏิบัติถึง ๔ แบบด้วยกัน นั่นก็คือ หนึ่ง สุกขวิปัสสโก สอง เตวิชโช สาม ฉฬภิญโญ สี่ ปฏิสัมภิทัปปัตโต

การอธิบายในการเจริญสมาธิเป็นพื้นฐานของวิปัสสนาญาณ ที่พูดมาแล้วนั้นเป็นความมุ่งหมายให้เข้าถึง วิชชา ๓ อภิญญา ๖ และก็ปฏิสัมภิทาญานเป็นสำคัญ ฉะนั้น เวลาเมื่อท่านทั้งหลายรับฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันหนักมาก รู้สึกว่าหนักใจจริงๆ จะทำได้หรือไม่ได้…

สำหรับในตอนต้นในด้านวิปัสสนาญาณนี่ ผมจะขอพูดด้านสุกขวิปัสสโกก่อน ความจริง สุกขวิปัสสโก แปลว่า เป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยอำนาจของความสุขแบบสบาย สุขนั้นแปลว่าสบาย เราเรียกว่าทำแบบสบายๆ การทำแบบสบายๆ นี่เขาทำแบบนี้ คือว่า เราใช้อารมณ์สมาธิควบคู่กันไปกับการพิจารณาวิปัสสนา

คำว่าใช้สมาธิคู่กันไป มีบางท่านบอกว่าสุกขวิปัสสโกไม่ต้องใช้สมถะเลย ใช้แต่วิปัสสนาญาณตัวเดียว อันนี้ผิด ถ้าพูดอย่างนั้นก็แสดงว่าท่านผู้พูดไม่ได้อะไรเลย

ความจริงศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี ๓ ประการนี้จะแยกกันไม่ได้ นักเจริญพระกรรมฐานนับตั้งแต่เริ่มเข้าขณิกสมาธิเป็นต้นมา จะต้องเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์อยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าจะต้องมานั่งสมาทานให้พระนำกัน คนที่ยังติดพระนำแล้วจึงมีศีล ก็แสดงว่าบุคคลนั้นไม่มีศีลเลย

ศีลนั้นอยู่ที่ใจ คือความงดเว้นเท่านั้น ถ้าเราสามารถงดเว้นปัญจเวร ๕ ประการ หรือว่าสิกขาบท ๘ ประการที่เรียกว่าศีล ๕ หรือศีล ๘ เราไม่ละเมิดเสียแล้วก็ชื่อว่าเราเป็นผู้มีศีล ไม่ต้องรอให้พระให้ แต่ความจริงพระท่านไม่ได้ให้ ท่านให้การศึกษาเท่านั้น

เป็นอันว่านักเจริญพระกรรมฐานจะก้าวเข้าไปสู่ความเป็นผู้ทรงฌานก็ดี จะเป็นพระอริยเจ้าก็ดี ท่านจะบกพร่องในศีลไม่ได้ ในขณะใดชื่อว่าท่านเป็นผู้บกพร่องในศีล ก็แสดงว่าท่านเอาดีไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะอะไร

เพราะว่าถ้าศีลบกพร่องก็แสดงว่าเราตายแล้วต้องไปเกิดในอบายภูมิ แล้วก็จะเป็นผู้ทรงฌานเกิดเป็นพรหม หรือว่าเป็นผู้ทรงอุปจารสมาธิ, ขณิกสมาธิเกิดเป็นเทวดา หรือตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานไปนิพพานจะไปได้ยังไง ในเมื่อศีลของเราบกพร่อง เราต้องเป็นสัตว์ในอบายภูมิ

ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายจงสังวรเรื่องศีลให้มาก คำว่าสังวรนี่แปลว่าระวัง อันดับแรกต้องมีศีลบริสุทธิ์เสียก่อน ไม่ใช่บริสุทธิ์เฉพาะเวลาที่สมาทานพระกรรมฐาน ให้ศีลมันบริสุทธิ์ทุกลมหายใจเข้าออก

ถ้าศีลของท่านบริสุทธิ์ทุกลมหายใจเข้าออก การเจริญสมาธิก็เป็นของง่าย เพราะศีลจะมีขึ้นได้เพราะอาศัยเมตตาความรักซึ่งกันและกัน กรุณาความสงสารซึ่งกันและกัน คนที่มีจิตเมตตาความรัก กรุณาความสงสาร อารมณ์เย็น จิตมีความเยือกเย็น ความฟุ้งซ่านของจิตไม่มี ความเร่าร้อนของจิตไม่มีอารมณ์ก็สบาย ในเมื่ออารมณ์สบาย มีความเยือกเย็น จิตก็ทรงสมาธิได้ดี

คือการจองล้างจองผลาญคิดประหัตประหารซึ่งกันและกัน หรือความโลภโมโหโทสัน อยากได้ทรัพย์ของคนอื่น การที่จะละเมิดความรัก หรือการจะมุสาวาทดื่มสุราเมรัยไม่มี ในเมื่ออาการ ๕ อย่างนี้ไม่มีแล้ว จิตก็มีความสบาย มีอารมณ์เป็นสุข

อันดับแรกปรับปรุงศีลให้ดี เมื่อปรับปรุงศีลดีแล้วสมาธิก็ทรงตัว เมื่อสมาธิทรงตัวปัญญามันก็เกิด นี่เป็นพื้นฐานของการเจริญฌานและวิปัสสนาญาณ

สำหรับวิปัสสนาญาณในด้านสุกขวิปัสสโก ยังไงๆ ท่านก็อย่าลืมทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐาน จำไว้ให้ดีว่าจะทำกรรมฐานกองต่อๆไปก็ดี หรือว่าจะเจริญวิปัสสนาญาณก็ดี ท่านจะทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐานไม่ได้ ถ้าท่านทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐานเมื่อไหร่ กรรมฐานกองอื่น วิปัสสนาญานที่จะทำก็พังหมด

อานาปานุสสติกรรมฐานมีอุปมาเหมือนกับพื้นแผ่นดิน อารมณ์จิตที่จะทรงเป็นสมาธิหรือปัญญาที่จะเกิดเหมือนกับเรา ตัวเราซึ่งยืนอยู่บนแผ่นดิน ถ้าเราไม่มีแผ่นดิน เราจะยืนที่ไหน จะก้าวไปข้างหน้าจะถอยไปข้างหลัง จะนั่งจะนอนจะยืนจะเดินไม่มีที่ เพราะมันไม่มีแผ่นดิน จำไว้ให้ดีว่าอานาปานุสสติกรรมฐานนี่ทิ้งไม่ได้

นี้การทรงอานาปานุสสติกรรมฐานในด้านสุกขวิปัสสโกเขาทำกันไม่ยาก ทำง่ายๆ คือโดยไม่ต้องไปคิดถึงอานาปานุสสติกรรมฐานก็ได้ พยายามทรงจิตทำจิตให้ทรงตัว ควบคุมกำลังจิตของท่านให้อยู่ในขอบเขตของวิปัสสนาญาณ

วิปัสสนาญาณที่ผมอยากจะพูดกับท่าน วันนี้จะเอาวิปัสสนาญาณ ๙ มาพูด แต่ขอพูดสองอย่าง เพราะว่าวิปัสสนาญาณ ๙ นี่ผมทำสองอย่างเท่านั้น อีก ๗ อย่างไม่มีความหมาย อีก ๗ อย่างก็เดินเข้ามาหา ๒ อย่าง

สองอย่างก็คือ นิพพิทาญาณ ความเบื่อหน่ายในขันธ์ ๕ และ สังขารุเปกขาญาณ วางเฉยในอารมณ์ต่างๆ ที่จะพึงเกิดขึ้นหรือว่าอาการต่างๆ ที่จะพึงเกิดขึ้นกับใจก็ดี กับขันธ์ ๕ ก็ดี

ถ้าได้อย่างตัวนี้ก็ชื่อว่าจบวิปัสสนาญาณ ๙ ไม่ต้องไปนั่งไล่เบี้ยนับบันไดมีกี่ขั้นให้มันยุ่งไปเปล่าๆ จะไปทำตนอย่างนักวิชาการน่ะ แหม ศัพท์แสงเก่งกันจริงๆ ไล่อย่างโน้น ออกอย่างนี้ ไปอย่างนี้ ไปอย่างโน้น ไล่เบี้ย ผลที่สุดไม่ได้อะไรเลย ก็ทำไปอย่างนกแก้วนกขุนทอง จะได้ประโยชน์อะไร

เขาทำอย่างนี้ คือว่า ควบคุมกำลังใจของเรา ในด้านนิพพิทาญาณ พิจารณาดูร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของบุคคลอื่นก็ดี ร่างกายของสัตว์ก็ดี และก็วัตถุธาตุทั้งหลายในโลกก็ดี ทั้งหมดว่ามันไม่มีดีตามความเป็นจริง

วิปัสสนานี่เขาเอาจิตเข้าไปจับหาความเป็นจริงกัน ไม่ใช่ฝืนความจริง ความเป็นจริงมันเป็นยังไง ร่างกายของเรามันไม่มีการทรงตัว เกิดขึ้นมาแล้วมันก็เสื่อมไปทุกวันๆ เป็นเด็กมันก็คลานเข้ามาหาความเป็นหนุ่มเป็นสาว พอเป็นหนุ่มเป็นสาวมันก็คลานไปหาความเป็นคนแก่ ถึงความเป็นคนแก่มันก็คลานไปหาความตาย น่ารักมั้ย

เราจะรักสาวสักคน เราจะรักหนุ่มสักคน เราก็ดูอีตอนที่เขาเป็นหนุ่มเป็นสาว เราไม่เคยจะนึกถึงว่าคนที่เคยเป็นหนุ่มเป็นสาวมาก่อน แต่ว่าเวลานี้แก่แล้ว สมัยที่เขาเป็นหนุ่มเป็นสาว เขาก็สวยสดงดงาม ที่นี้ตอนแก่แล้วเราไม่มองทำไมจึงไม่มองเพราะเราถือว่าไม่สวย ไม่ดี ไม่เป็นที่ถูกใจ

เราก็ไปนั่งคิดว่าร่างกายของใครล่ะ มันจะทรงความงามเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ตลอดเวลา เราก็เหมือนกัน เขาก็เหมือนกัน วัตถุธาตุต่างๆ ก็เหมือนกัน บ้านเรือนโรงต่างๆ อาคารสถานที่

อย่างที่วัดของเรานี้ ใครมาเขาก็บอกว่าสวยอร่ามไปหมด ที่นี้ท่านคิดหรือว่ามันจะสวยไปตลอดกาลตลอดสมัย อีกไม่นาน สองสามปี ความเศร้าหมองมันก็จะปรากฎชัด นี่สภาพของวัตถุธาตุมันก็เป็นอย่างนี้ คนก็เป็นอย่างนี้

แม้กระทั่งสำหรับร่างกายของคนนอกจากมันจะโทรมแล้วมันก็สร้างความยุ่ง ต้องกินต้องรักษาโรค ต้องถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ยุ่งไปหมด คิดเอาเอง อย่ามาให้นั่งพรรณนาอยู่เลย มันเสียเวลา

มองดูให้ดีว่าร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของบุคคลอื่นก็ดี มันสกปรกหรือสะอาด มันมีสุขหรือว่ามันมีทุกข์ ความหิวเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การปวดอุจจาระเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ หนาวเกินไป ร้อนเกินไป เป็นสุขหรือเป็นทุกข์

ความป่วยไข้ไม่สบายเกิดขึ้น เป็นสุขหรือเป็นทุกข์การต้องแสวงหาอาชีพทำมาหากินเป็นสุขหรือเป็นทุกข์การพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นสุขหรือเป็นทุกข์การกระทบกระทั่งกับวาจาที่เป็นที่ไม่ถูกใจ อาการที่เขาทำขึ้นมาเป็นที่ไม่ถูกใจเรา เป็นสุขหรือเป็นทุกข์

ถ้าเราไม่บ้าเสียอย่างเดียว เราต้องตอบว่ามันทุกข์ทุกอย่างและในเมื่อมันทุกข์ทุกอย่าง เราจะเมามันเพื่อประโยชน์อะไร น่ารักตรงไหนล่ะ

มองดูแล้วร่างกายมันเป็นศัตรูตัวสำคัญ ถ้าไปเกาะติดมันเข้า เราก็จะมีอาการแต่ความทุกข์ นี่อารมณ์นิพพิทาญาณเขามองกันอย่างนี้ ไม่ต้องไปนั่งหลับตาปี๋หรอก เดินไปเดินมา ทำงานทำการก็มองดูหาความจริง ว่าโอหนอนั่นเป็นปัจจัยของความทุกข์ อาการเหน็ดเหนื่อยที่มันเกิดขึ้นมันเป็นปัจจัยของความทุกข์

ถ้าเราไม่มีร่างกายเสียอย่างเดียว มันจะสุขหรือมันจะทุกข์ แล้วเราไปติดพันร่างกายของบุคคลอื่นเขาเข้า แล้วเราไปดึงเอาสุขมาหรือเราไปดึงเอาทุกข์มา เราทุกข์เขาก็ทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์แต่เพียงแบกภาระเลี้ยงกันเท่านั้น ยังทุกข์ในขณะที่อารมณ์ไม่ตรงกันอีกด้วย

ในเมื่อรู้ว่าสภาพของร่างกายหรือวัตถุธาตุทั้งหมดในโลกมันเป็นของไม่ดี เราก็สร้างอารมณ์ความเบื่อ เบื่อที่ไม่ต้องการจะมีร่างกายอย่างนี้อีก

วิธีปฏิบัติในสมัยก่อน ผมเจริญนิพพิทาญาณ นี่ต้องขออภัยนะ อย่าคิดว่าผมอวด เอาเป็นเพียงว่าผมทำมาก่อน ผมทำแบบนี้ เห็นคนทุกคนเมื่อคุยกัน ผมถามว่าเขาสุขหรือเขาทุกข์ ถามว่าเคยป่วยไข้ไม่สบายมั้ย เขาบอก แย่เจ้าค่ะ แย่ขอรับ ป่วยโน่น ป่วยนี่ เราก็อื้ม เป็นทุกข์แล้ว

เห็นคนแต่งตัวสวยๆ ยิ่งเป็นสาวเป็นหนุ่มก็ตาม ผมจะถามทันทีว่าอาการไข้อย่างนั้นอย่างนี้มันมีกับคุณบ้างมั้ย เขาตอบว่ามี ถามว่าอารมณ์ต่างๆ ที่มันกระทบกระทั่งคุณให้เกิดความกลุ้มมีบ้างมั้ย

ถามทั้งร้อยทั้งพัน กี่หมื่นกี่แสนคน ตอบว่ามีทุกคน ในเมื่อเขารู้ว่าโรคต่างๆ ของเขามี อาการความเป็นทุกข์ของเขามี อารมณ์ที่ไม่มีการทรงตัว คือไม่ประกอบไปด้วยธรรม ไม่มีความสุขก็มี เราปรารถนาเขาเพื่ออะไร

เป็นอันว่าเราก็วางเฉยไปเสีย ตอนวางเฉยเป็นไง คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ร่างกายของเขาก็ดี ร่างกายของเราก็ดี วัตถุธาตุทั้งหลายอื่นก็ดี มันเป็นปัจจัยของความทุกข์ ความสุขมันอยู่ที่ไหน ความสุขมันอยู่ที่เราจะเข้าพระนิพพาน

นี้ผมขอพูดย่อๆ อารมณ์ที่ทำนี่ไม่ใช่ต้องหลับตา ท่านเดินไปเดินมา นั่งทำอะไรอยู่ นอนอยู่ ยืนอยู่ แล้วก็เดินอยู่ทำอะไรก็ตาม มองดูสภาพของความจริง

เห็นต้นหญ้าที่มันร่วงโรยลงไป ก็คิดว่าโอหนอ ชีวิตของคนเราก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ก็คิดมันวนไปวนมาน่ะถอนกำลังใจให้มันติด เมื่ออาการอย่างนั้นเกิดขึ้น เห็นอะไรอย่างนั้นมันเกิดขึ้น เห็นอาการของความทุกข์เกิดขึ้นความขัดข้องเกิดขึ้น เราก็เฉย ที่เรียกว่า สังขารุเปกขาญาณ

มันอะไรจะมาก็ช่างมัน มันจะแก่ก็เชิญแก่ ใจสบายๆ ถือว่าหนีความแก่ไม่ได้ ถ้าความป่วยไข้ไม่สบายเกิดขึ้น ทุกขเวทนามันมีเราก็ต้องรักษา ใจเราก็เฉย รักษาหายก็หาย ไม่หายก็ช่างมัน อยากจะตายเมื่อไหร่ก็เชิญ เกิดมาเพื่อตาย

ใครเขาด่า ใครเขานินทาเราก็เฉย เขามีปากสำหรับด่า เขามีปากสำหรับนินทา มันเรื่องของเขา ใครเขาจะชม ใครเขาจะสรรเสริญเราก็เฉย ไอ้การชมการสรรเสริญก็ดี การด่าการนินทาก็ดี เราไม่ได้เป็นไปตามปากของเขา เราจะดีหรือเราจะชั่วอยู่ที่กำลังใจของเราเท่านั้น

รวบรวมกำลังใจไว้อย่างนี้ เราก็เฉยต่ออาการทั้งหมด หนุ่มก็เฉย ไม่ดีใจในความเป็นหนุ่ม แก่ก็เฉย ไม่เสียใจในความเป็นคนแก่ มันจะตายก็เฉยเพราะว่าเราจะต้องตาย ตายแล้วไปไหน เราภูมิใจได้ว่าตายแล้วเราไปนิพพาน

ทีนี้การเจริญวิปัสสนาญาณน่ะอย่าคิดกันส่งเดช ไอ้คิดกันแบบนี้น่ะคิดดี แต่คิดไม่มีจุดหมายปลายทางนี้มันแย่ เหมือนกับเครื่องบินที่ร่อนอยู่ในอากาศ แต่หาจุดลงไม่ได้ ถ้ามันลงไม่ได้มันเสร็จ บินไปบินมา น้ำมันหมดร่วงลงมาตายทั้งคนทั้งเครื่อง ข้อนี้มีอุปมาฉันใด นักเจริญพระกรรมฐานก็เหมือนกัน

นักเจริญพระกรรมฐานที่เอาดีไม่ได้เพราะไม่มีจุดลง จุดลงในอันดับแรกก่อนที่เราจะเริ่มจับวิปัสสนาญาณ อย่าลืมนะขั้นสุกขวิปัสสโกนี่ จะนั่งสมาธิหลับตาปี๋หรือไม่นั่ง ไม่สำคัญคุมอารมณ์พิจารณาอย่างนี้ไปแบบสบายๆ

จุดที่เราจะจับเป็นหัวหาดอันดับแรก ก็คือพระโสดาบัน นี่ การเจริญสมาธิวิปัสสนานี่เขาทำกันแบบนี้ มันถึงจะถึงเร็ว อย่าทำเปะปะๆๆ ส่งเดชไป มันไม่ได้อะไรหรอก ดีไม่ดีเดินไปไม่รู้ว่าถนนนี่อยู่ที่ไหน หล่นโครมครามลงมาแข็งขาหักหมด

เขาก็ต้องจับจุด ถ้าเจริญสมถะต้องจับอารมณ์ฌาน เจริญวิปัสสนาญาณต้องจับอารมณ์พระโสดาบันไว้ก่อน เราก็นั่งดูพระโสดาบันมีอะไร

พระโสดาบัน มีหนึ่ง สักกายทิฐิ การพิจารณารู้สภาพว่าร่างกายของเรามันต้องตายแน่ มันไม่อยู่ตลอดกาลตลอดสมัย มันพัง

วิจิกิจฉา มั่นใจในคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่สงสัยแต่ทว่าการที่ไม่สงสัยนี่ต้องใช้ปัญญา

สีลัพตปรามาส เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ สำหรับฆราวาสต้องมีศีล ๕ บริสุทธิ์ เณรมีศีล ๑๐ บริสุทธิ์ พระมีศีล ๒๒๗ บริสุทธิ์ ก็เท่านี้ไม่เห็นจะมีอะไร

เป็นอันว่าเราใช้กำลังใจอยู่ในขอบเขตสั้นๆ ว่า หนึ่ง เราคิดถึงความตายเป็นอารมณ์ อารมณ์ของจิตเรานี่ เราเกาะติดอะไรหนอ เกาะติดกาย ติดกาย กายมันไม่ทรงตัว ติดทำไม เราก็เกาะติดสักกายทิฐิ เอาจิตพิจารณาดูว่าเราก็ดี คนอื่นก็ดี ในโลกนี้ สัตว์ทั้งหมดตายหมด วัตถุธาตุบ้านเรือนโรงมันก็พังไปในที่สุด เราจะเมามันในชีวิตเพื่อประโยชน์อะไร

ประการที่สอง องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทรงแนะนำเราให้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ การที่มีศีลบริสุทธิ์นี่เป็นการกำจัดความเดือดร้อนของจิตและของกาย จะไปที่ไหนก็ย่อมเป็นที่รักของบุคคลผู้ประสพพบเห็น

ศีล ท่านกล่าวว่าหนึ่ง กิตติสัทโธ คนที่มีศีลบริสุทธิ์นี่ มีชื่อเสียงฟุ้งขจรไป ชื่อดี เสียงงาม แม้แต่คนเขาไม่เคยเห็นตัว เขาได้ยินแต่ชื่อเขายังรัก ยังชอบ กลิ่นของศีลลอยทวนลมได้ ไม่เหมือนกลิ่นของน้ำหอม คนที่มีศีลบริสุทธิ์ หอมทั้งใต้ลม หอมทั้งเหนือลม ที่ว่าหอมเพราะหอมในความดี ไม่ใช่หอมตัว ตัวน่ะไม่หอมแน่

นี้ในเมื่อเราเห็นว่าศีลดี ก็ทรงศีลให้บริสุทธิ์ ระมัดระวังอยู่ในศีล ถ้าหากเราคิดไว้เสมอว่าไม่ลืมชีวิตว่าเราจะตาย เราจะตายก็ตายสิ ฉันขอเกาะติดศีล

อย่างกับพวกอะไรหนอ ที่เขาสอนกัน หนึ่งเกาะติดประชาชน สองเกาะติดพื้นที่ สามเกาะติดแนวรบ ถ้าเกาะติดสามติดเราจะชนะ เราก็เหมือนกัน

หนึ่ง เกาะติดสักกายทิฐิ ไม่ลืมว่าร่างกายนี้มันจะตาย มีความรู้สึกว่าร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของบุคคลอื่นก็ดี วัตถุธาตุก็ดี พังแน่ เราไม่ขอถือเอาร่างกายของเรา ร่างกายของเขา วัตถุธาตุทั้งหมดเป็นสรณะเป็นที่พึ่ง เราจะขอเอาพระนิพพานเป็นที่พึ่ง

ประการที่สอง เกาะติดคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยใช้ปัญญาพิจารณาแล้ว เห็นว่าองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว สอนถูก สอนตรง เรามีความประสงค์ที่จะทรงอารมณ์ไว้ ในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ประการที่สาม เราเกาะติดศีล รักษาอารมณ์ศีลให้บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา ใจเราไม่ว่างจากศีล

ประการที่สี่ จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถ้าจิตของเรามีการรักพระนิพพานเป็นอารมณ์จริงๆ ไม่ว่าจะยังไงๆ ใจเราก็ตั้งไว้ที่พระนิพพาน

ไม่ลืมความตาย ไม่เมาในชีวิต ไม่มีจิตสงสัยในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีศีลบริสุทธิ์ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ อย่างนี้เขาเรียกว่า โคตรภูญาณ เป็นจุดที่อยู่ช่วงระหว่างพระโสดากับโลกียะ โลกียฌานกับโลกุตตรฌาน

แต่ว่าใจของเราก้าวไปนึกถึงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นมานี้เป็นเรื่องของธรรมดา ความหวั่นไหวในคำนินทาน้อยไป ความดีใจในคำสรรเสริญน้อยไป ความสุขใจเกิดขึ้น คิดว่าเรามีพระนิพพานเป็นที่ไปแน่ อย่างนี้ท่านเรียกกันว่า พระโสดาบัน ไม่ยากเลย

ถ้าจะพูดกันให้สั้น จิตของเรามีความเคารพในพระพุทธเจ้า มีความเคารพในพระธรรม มีความเคารพในพระอริยสงฆ์ ทรงศีลบริสุทธิ์ และก็มีพระนิพพานเป็นอารมณ์เป็นปรกติอย่างนี้เรียกกันว่า พระโสดาบัน

ไม่ต้องไปนั่งหลับตาเข้าฌานให้มันลำบาก เท่านี้สบายใจแล้วหรือยัง ถ้าทุกท่านทำได้อย่างนี้ ท่านเรียกกันว่าเป็นพระอริยเจ้าพระโสดาบันขั้นสุกขวิปัสสโก

เอาละสำหรับวันนี้ก็หมดเวลาเสียแล้ว ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้

จบ ตอนที่ ๕ วิปัสสนาญาณ คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=45177

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,349 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d